เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,082
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2556

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (11 พ.ย.56) พายุไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” (haiyan) บริเวณอ่าวตังเกี๋ยได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้ว และเมื่อเวลา 04.00 น. พายุโซนร้อนนี้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 20.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือค่อนตะวันตกเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งเมืองกว๋างนิญ ประเทศเวียดนามในเช้าวันนี้ (11 พ.ย. 2556) ส่งผลทำให้ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น ลมแรงและคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในระยะ 1-2 วันนี้

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 12-16 พ.ย. ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนตกในระยะแรกหลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีโอกาสฝนตก ร้อยละ 30 อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีอุณหภูมิสูงขึ้น และมีหมอกหนาบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 12-16 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีฝนตกและอุณหภูมิลดลงได้ในช่วงดังกล่าว

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” (haiyan) ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. และจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีอากาศเย็นและแห้งจากประเทศจีนเคลื่อนเข้ามาปะทะ ส่งผลให้ด้านตะวันออกของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจะมีฝนตก ลมแรง และคลื่นลมบริเวณภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นได้ในระยะดังกล่าว


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. คลื่นลมบริเวณภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระรัง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast3.jpg (59.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake3.jpg (56.0 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,082
Default

ผู้จัดการออนไลน์


เหยื่อไต้ฝุ่น ‘ไห่เยี่ยน’ ทะลุหลักหมื่น พายุออกจาก ‘ฟิลิปปินส์’ มุ่ง ‘เวียดนาม’



เอเจนซีส์ – ยอดผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่น “ไห่เยี่ยน” ซึ่งพัดกวาดทำลายเมืองเล็กๆ หลายเมืองในฟิลิปปินส์จนพินาศย่อยยับ น่าจะพุ่งสูงทะลุเกิน 10,000 คน และกลายเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เลวร้ายที่สุดซึ่งประเทศนี้เคยประสบ พวกเจ้าหน้าที่รับผิดชอบของแดนตากาล็อกแถลงเตือนในวันอาทิตย์ (10 พ.ย.) ขณะที่ทางด้านเวียดนามก็ได้รีบอพยพประชาชน 600,000 คน ก่อนที่มหาพายุลูกนี้จะเข้าถล่มในตอนดึกวันเดียวกัน ถึงแม้มันเริ่มอ่อนกำลังลงแล้วก็ตาม

ไต้ฝุ่นมหากาฬไห่เยี่ยน สร้างความเสียหายให้แก่สิ่งที่ขวางหน้าราว 70-80% ตลอดเส้นทาง นับแต่ขึ้นบกที่จังหวัดเลย์เต ของฟิลิปปินส์เมื่อวันศุกร์ (8) เหยื่อส่วนใหญ่เสียชีวิตจากน้ำทะเลที่ขึ้นสูงกะทันหันคล้ายกับคลื่นยักษ์สึนามิซึ่งท่วมท้นบ้านเรือนและทำให้ผู้คนมากมายจมน้ำ

รัฐบาลกลางและหน่วยงานภัยพิบัติยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขประมาณการผู้เสียชีวิตล่าสุด ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากตัวเลขประมาณการเบื้องต้นเมื่อวันเสาร์ (9) ที่ยังแค่อย่างน้อย 1,000 คน จากพายุที่มีความเร็วลม 195 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแรงกรรโชก 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เอลเมอร์ โซเรีย ผู้บังคับการตำรวจของเลย์เต ระบุว่าหลังจากประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดแล้ว ในเบื้องต้นเฉพาะที่เลย์เตจังหวัดเดียวก็น่าจะมีผู้เสียชีวิต 10,000 ราย



ทางด้านสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สำทับว่า ภาพถ่ายทางอากาศบ่งชี้ความเสียหายอย่างหนักในพื้นที่ริมชายฝั่ง เรือขนาดใหญ่หลายลำถูกพัดเกยตื้น บ้านเรือนมากมายพังพินาศเช่นเดียวกับพื้นที่เพาะปลูก

หน่วยงานของยูเอ็นเสริมว่า ประชาชนกว่า 330,900 คนต้องละทิ้งที่อยู่อาศัย และ 4.3 ล้านคนใน 36 จังหวัดได้รับผลกระทบจากไห่เยี่ยน และหน่วยงานบรรเทาทุกข์ขอรับบริจาคอาหาร น้ำ และผ้าใบกันน้ำเพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ไร้บ้าน

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในทาโคลบาน เมืองหลวงของเลย์เตที่มีประชากร 220,000 คนและอยู่ห่างจากมะนิลาทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 580 กิโลเมตร บางคนบอกว่า เห็นศพนับร้อยนอนเกลื่อนกลาดบนท้องถนนโดยมีเพียงผ้าห่มหรือพลาสติกปิดเท่านั้น ขณะที่หลายคนเล่าว่ามีผู้คนซึ่งหิวโหยและสูญเสียสมาชิกในครอบครัว เกิดสติแตกพากันฉกชิงขโมยข้าวของ และทางการต้องส่งตำรวจทหารหลายร้อยคนออกมาระงับเหตุ



ทาโคลบานและหมู่บ้านใกล้เคียงที่อยู่ห่างจากชายฝั่งเพียง 1 กิโลเมตรถูกน้ำท่วม ร่างผู้เสียชีวิตลอยเคว้งในกระแสน้ำ ถนนเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของต้นไม้ อาคาร สายไฟฟ้า ส่วนสนามบินเมืองทาโคลบานก็ถูกน้ำทะเลท่วมสูงถึง 4 เมตร ได้รับความเสียหายโดยสิ้นเชิง

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากมายสวดมนต์และเรียกร้องความช่วยเหลือให้แก่ผู้รอดชีวิตผ่านทวิตเตอร์และเครือข่ายสื่อสังคมอื่นๆ

ความเสียหายกินวงกว้างนอกเหนือจากทาโคลบาน เจ้าหน้าที่เผยว่า ยังไม่สามารถติดต่อกับกีวาน เมืองที่มีประชากร 40,000 คนที่เป็นพื้นที่แรกที่ถูกไห่เยี่ยนถล่ม ขณะที่พื้นที่ 80% ของเมืองบาโกที่มีประชากร 35,000 คนในจังหวัดโอเรียนทัล มินดาเนา จมน้ำ

นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสียหายในเขตวิซายาสที่ครอบคลุมเกาะหลัก 8 เกาะ โดยรวมถึงเลย์เต เซบู และซามาร์ เฉพาะที่เกาะหลังสุดนั้นเจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 300 คน และสูญหายอีก 2,000 คน

ความเสียหายเหล่านี้เกิดขึ้นทั้งที่ทางการอพยพคนเกือบ 800,000 คนก่อนไต้ฝุ่นจะเดินทางมาถึง

นักท่องเที่ยวบางคนในทาโคลบานเล่าว่า น้ำท่วมโรงแรมที่พักถึงชั้น 2 ห้างหลายแห่งถูกปล้น เนื่องจากผู้รอดชีวิตต้องดิ้นรนหาอาหารและน้ำ ขณะที่ความพยายามให้ความช่วยเหลือถูกขัดขวางจากถนนและระบบสื่อสารที่เสียหายใช้การไม่ได้

หน่วยงานบรรเทาทุกข์ระหว่างประเทศหลายแห่งเผยว่า ความพยายามให้ความช่วยเหลือในฟิลิปปินส์ประสบปัญหาอย่างมากจากผลพวงของแผ่นดินไหวขนาด 7.2 กลางจังหวัดโบฮอลเมื่อเดือนที่แล้ว และการอพยพย้ายถิ่นฐานกระจัดกระจายเพื่อหนีกลุ่มกบฏมุสลิมในจังหวัดแซมบองกา ทางใต้ของประเทศ



ทางด้านประธานาธิบดีเบนิโญ อากิโน บินไปดูสถานการณ์รอบๆ อ่าวเลย์เต โดยเฉพาะทาโคลบานเมื่อวันอาทิตย์ (10) และบอกว่าภารกิจสำคัญที่สุดคือ การฟื้นระบบไฟฟ้าและสื่อสารในพื้นที่ที่ถูกตัดขาด และนำความช่วยเหลือไปแจกจ่ายแก่ผู้ประสบเหตุ

ฟิลิปปินส์ยังอ้าแขนรับความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ สหภาพยุโรป (อียู) และยูเอ็น

ไห่เยี่ยนถือเป็นภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดให้แก่ฟิลิปปินส์ โดยสถิติก่อนหน้านี้เป็นของไต้ฝุ่นเทลมา ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 5,100 คนตอนกลางของประเทศเมื่อปี 1991 และแผ่นดินไหวระดับ 7.9 ในปี 1976 ที่ทำให้เกิดสึนามิในอ่าวโมโร ทางใต้ของประเทศ มีผู้เสียชีวิต 5,791 คน

อย่างไรก็ดี ไห่เยี่ยนได้เคลื่อนออกจากฟิลิปปินส์และลดระดับความรุนแรงแล้ว คาดว่าจะเข้าสู่เวียดนามตอนดึกวันอาทิตย์ (10) โดยล่าสุดเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเพียง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

กระนั้น ทางการฮานอยได้อพยพประชาชนกว่า 600,000 คนล่วงหน้าแล้ว โดยมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 คนขณะเตรียมการอพยพ ขณะที่สภากาชาดเวียดนามระบุว่า การที่ไต้ฝุ่นลูกนี้เปลี่ยนเส้นทาง อาจทำให้พื้นที่ภัยพิบัตขยายวงครอบคลุม 9-15 จังหวัด


__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,082
Default

ผู้จัดการออนไลน์


"ไห่แย่น" เข้าเช้าวันจันทร์นี้ เวียดนามอพยพคน 600,000 ฝนตกหนักตายแล้ว 6


ไต้ฝุ่นไห่แย่น (Haiyan) บนกูเกิ้ลเอิร์ธที่ JTWC ของกองทัพเรือสหรัฐในนครโฮโนลูลู เผยแพร่เมื่อเวลา 17.30 น.วันอาทิตย์ แสดงเส้นทางการเคลื่อนตัวตั้งแต่จุดกำเนิดเมื่อ 6 วันก่อน จนถึงบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ไต้ฝุ่นระดับ 1 กำลังจะขึ้นฝั่งในภาคเหนือตอนล่างเวียดนามเช้าวันจันทร์ 11 พ.ย.นี้ขณะอ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนลูกใหญ่ ช่วง 3 วันที่ผ่านมาได้มีการอพยพประชาชนราว 600,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยงในหลายจังหวัด ถึงกระนั้นก็มีผู้เสียชีวิตสังเวยไปแล้วถึง 6 คนแม้พายุจะยังไปไม่ถึงก็ตาม.

ไห่แย่น (Haiyan) กำลังจะเข้าฝั่งเวียดนามในเช้าตรู่วันจันทร์ 11 พ.ย.นี้ตามที่คาดการณ์กันล่วงหน้า ขณะอ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนและหลังจากสร้างความสับสนให้กับนักอุตุนิยมวิทยาตลอดเส้นทาง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางในกรุงฮานอยได้ปุกหมุดฟันธงออกคำพยากรณ์กลางดึก พายุโซนร้อนลูกใหญ่จะพัดเข้าฝั่งบริเวณจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ก่อนเฉไปทางทิศตะวันออกเข้ามณฑลกว่างซีของจีนและอ่อนตัวเป็นดีเปรสชั่นในวันค่ำวันเดียวกัน

เมื่อเวลาเวลา 22 น.วันอาทิตย์ 10 พ.ย. พายุอยู่ห่างจากชายฝั่ง จ.กว๋างนีง (Quang Ninh) กับ จ.นามดีง (Nam Dinh) เพียง 150 กิโลเมตร ขณะเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงถึง 30 กม./ชม.ในบางช่วงและความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางระหว่าง 118-133 กม./ชม. เป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 คาดว่ืาจะเข้าถึงฝั่งเวลาประมาณ 4 น. วันจันทร์และอ่อนกำลังลง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฯ เวียดนาม รายงานในเว็บไซต์


แผนภูมิพยากรณ์โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางเวียดนามที่ออกในค่ำวันอาทิตย์ คาดเส้นทางเคลื่อนตัวใน 48 ชั่วโมงสุดท้ายของไต้ฝุ่นไห่แย่น ซึ่งเมื่อ 72 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ได้คร่าชีวิตชาวฟิลิปปินส์ไปราว 1,200 คน สร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนประเทศนั้นอย่างสุดคณานับ.

ไต้ฝุ่นไห่แย่นทำให้เกิดฝนตกทั่วไปในหลายจังหวัดชายฝั่งทะเล ตั้งแต่นครด่าหนังในภาคกลางขึ้นไปจนถึง จ.เหงะอาน (Nge An) ที่อยู่เหนือขึ้นไปตลอดวันอาทิตย์นี้ และตกหนักในบางพื้นที่ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกันอย่าง 6 คนกับอีก 11 คนบาดเจ็บจากอุบัติเหตุต่างๆ ที่เกี่ยวกับพายุ รวมทั้งอุบัติเหตุทางเรือล่มเนื่องจากคลื่นสูง 3-4 เมตร หนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋รายงานเว็บไซต์ข่าวภาษาเวียดนาม

ในวันเดียวกันเกิดในตกติดต่อกันตลอดทั้งวันในกรุงฮานอย ซึ่งทำให้หลายฝ่ายวิตกว่าเมืองหลวงที่ระบบระบายน้ำยังไม่ได้รับการปรับปรุงอาจจะจมน้ำครั้งใหญ่เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2551 และอีกหลายครั้งในช่วงหลายเดือนมานี้ สื่อออนไลน์กล่าว


ไต้ฝุ่นระดับ 1 ลูกใหญ่กำลังอาละวาดอยู่เหนือผืนทะเลเวียดนามในภาพดาวเทียม MTSAT ตอนบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นฮ่องกง ไห่แย่น (Haiyan) จะเข้าถึงฝั่งภาคเหนือตอนล่างเวียดนามเช้าวันจันทร์ 11 พ.ย.นี้.

อย่างไรก็ตามในช่วง 3 วันที่ผ่านมาทางการได้ระดมกำลังทหารหลายหมื่นคนลงพื้นที่อพยพประชาชนในหลายจังหวัดออกจากพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ไปอาศัยในที่ปลอดภัยชั่วคราว ซึ่งสื่อของทางการรายงานว่าในช่วง 72 ชั่วโมงมานี้มีผู้ที่ต้องโยกย้ายออกจากบ้านเรือราว 600,000 คน

เรือประมงกว่า 30,000 ลำตามจังหวัดชายฝั่งตั้งแต่ภาคกลางจนถึงภาคเหนือได้งดออกจากฝั่งเป็นเวลาหลายวันมาแล้วเนื่องจากไต้ในลูกใหญ่กำลังอาละวาดอยู่ใน “ทะเลตะวันออก” ตามที่เวียดนามเรียกทะเลจีนใต้ จังหวัดและนครใหญ่ต่างๆ ได้สั่งห้ามเรือทุกชนิดออกจากฝั่งในช่วงนี้

มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบคนจากอุบัติเหตุต่างๆ ในระหว่างเตรียมการเพื่อรับมือพายุใหญ่ ซึ่งวันศุกร์ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ชาวฟิลิปปินส์เสียชีวิตไปราว 1,200 คน ตอนพัดเข้าสู่ประเทศนี้ขณะเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5

โรงแรมใหญ่หลายแห่งในนครด่าหนังที่ตั้งอยู่ริมถนนหันหน้าเผชิญกับทะเลได้เสริมกระสอบทรายจัดทำเป็นบังเกอร์ป้องกันมิให้พายุสร้างความเสียหายแก่ระบบประตูทางเข้า หลังจากเดือนที่แล้วเมื่อไต้ฝุ่นหวู่ติ๊บพัดเข้า โรงแรมหลังหนึ่งได้นำรถเทรลเลอร์ 18 ล้อจอดขวางทางพายุ และรอดปลอดภัยจากความเสียหาย

สายการบินในประเทศหลายแห่งรวมทั้งเวียดนามแอร์ไลนส์ เวียดเจ็ทแอร์ ต่างประกาศงดเที่ยวบินไปยังจังหวัดภาคกลางรวมหลายสิบเที่ยวในวันอาทิตย์นี้ รวมทั้งในวันจันทร์อีกหลายสิบเที่ยวซึ่งจะทำไม่สามารถเดินทางไปหรือออกจากกรุงฮานอยกับจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือทางเครื่องบินได้ สื่อของทางการกล่าว


ชาวประมงในนครด่าหนังช่วยกันลากเรือขึ้นเก็บบนฝั่งสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเตรียมตัวครั้งสุดท้ายเพื่อรับมือพายุลูกใหญ่ที่คร่าชีวิตชาวฟิลิปปินส์ไปราว 1,200 คนตอนขึ้นฝั่งวันศุกร์ 8 พ.ย.ที่ผ่านมาขณะเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5. -- ภาพ: เตื่อยแจ๋ออนไลน์.

“ไห่แย่น” เป็นคำในภาษาจีน หมายถึงนกทะเลชนิดหนึ่ง เป็นเสียงเรียกชื่อ และความหมายที่บันทึกเอาไว้โดยหอสังเกตการณ์ฮ่องกง (Hong Kong Observatory) หรือสำนักงานพยากรณ์อากาศของเขตปกครองพิเศษแห่งนี้

เบรียน แม็คนอลดี (Brian McNoldy) ผู้ช่วยนักวิจัยอาวุโสที่คณะวิทยาศาสตร์ทางทะเลและชั้นบรรยากาศแห่งมหาวิทยาลัยไมอามี รัฐฟลอริดา เรียกไต้ฝุ่นลูกนี้เป็น “เพอร์เฟกต์ สตอร์ม” (Perfect Storm) อีกลูกหนึ่งเนื่องจากสามารถทำความเร็วได้สูงสุดในการไต่ระดับไปจนถึงขีดสูงสุดของไต้ฝุ่นระดับ 5 รวมทั้งอานุภาพในการสร้างความเสียหายที่ร้ายแรงยิ่งของมัน.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,082
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ดูแมงกะพรุนหลากสี และร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ณ “ศาลาราชการุณย์”


ศาลาราชการุณย์

พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ ล้วนแต่จะทรงดูแลช่วยเหลือประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด และรวมไปถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่อาศัยบนผืนแผ่นดินไทยด้วย อย่างเช่นที่ “ศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน”

ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2522 ตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานความช่วยเหลือแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชาจำนวนนับแสนคนที่หนีภัยสงครามในประเทศเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในเขตราชอาณาจักรไทย บริเวณบ้านเขาล้าน ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ จ.ตราด

ในระยะแรกนั้นมีการก่อสร้างเป็นเพิงพักชั่วคราว เพื่อใช้เป็นที่ทำการ ที่พัก และหน่วยพยาบาล ต่อมาก็มีการสร้างอาคารถาวร ประกอบด้วย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า โรงฝึกอบรม โรงเรียน และบ้านพัก โดยศูนย์สภากาชาดไทยแห่งนี้ได้ให้ความอนุเคราะห์แก่ผู้ลี้ภัยเพียงชั่วเวลาหนึ่ง และได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2529


นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมา

สำหรับประวัติความเป็นมาต่างๆ ของศูนย์สภากาชาดไทยแห่งนี้ สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้ในบริเวณ “ศาลาราชการุณย์” ซึ่งถูกจัดตั้งให้เป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย เพื่อให้เป็นอนุสรณ์สถานที่น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแก่ผู้อพยพชาวกัมพูชา

ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของศูนย์ฯ จัดแสดงภาพถ่าย และหุ่นจำลองขนาดเท่าคนจริงที่เกี่ยวกับชาวกัมพูชาอพยพและค่ายผู้อพยพ อีกทั้งยังมีแผนที่และแผนผังจัดแสดงไว้ให้เห็นภาพของศูนย์ฯ เมื่อครั้งที่ยังเปิดทำการ และภาพในปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์แล้ว

โดยในภายหลังจากที่ศูนย์ฯ ได้ปิดตัวลงเมื่อ พ.ศ.2529 ก็ได้ถูกปล่อยทิ้งว่างไว้ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จนมาถึงปี พ.ศ.2535 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาศูนย์สภากาชาดแห่งนี้ไปใน 3 แนวทาง คือ จัดสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยสร้างเป็น “ศาลาราชการุณย์” ใช้อาคารสถานที่บริเวณศูนย์ฯ จัดทำเป็นศูนย์ฝึกอบรมและเข้าค่ายพักแรมของเยาวชน และใช้สภาพภูมิประเทศที่ติดกับชายหาดให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ มีการติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ และจัดให้มีอาคารที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว


แมงกะพรุนหลากสี

ซึ่งบริเวณชายหาดในพื้นที่ของศูนย์นั้น มีชื่อเรียกว่า “หาดราชการุณย์” นอกจากจะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของนักท่องเที่ยวแล้ว ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ของทุกปี ยังเป็นสถานที่รอชม “แมงกะพรุนหลากสี” ที่จะลอยเหนือผิวน้ำขึ้นมาให้เห็น

“แมงกะพรุนหลากสี” เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี สามารถชมได้ในบริเวณหาดราชการุณย์ หาดไม้รูด รวมถึงหาดอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง จะสามารถมองเห็นแมงกะพรุนลอยเป็นแพอยู่เหนือผิวน้ำ ส่วนใหญ่จะเป็นแมงกะพรุนสีขาวขุ่น ส่วนสีอื่นๆ จะมีให้เห็นบ้างประปราย เช่น สีฟ้า สีน้ำตาลไหม้ สีม่วง เป็นต้น

ทั้งนี้ ปริมาณของแมงกะพรุนจะสามารถเห็นได้เยอะหรือน้อย ขึ้นอยู่กับสภาพลมฟ้าอากาศ สภาพของน้ำทะเล เช่น หากน้ำทะเลนิ่งก็จะเห็นแมงกะพรุนลอยตัวเป็นแพในบริเวณกว้าง โดยชาวบ้านแนะนำว่า ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมแมงกะพรุนคือเวลา 06.00-13.00 น. และควรมาชมไม่เกินเดือนพฤศจิกายน เพราะเป็นช่วงที่สวยที่สุด


แมงกะพรุนลอยเหนือน้ำที่หาดราชการุณย์


* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

“ศาลาราชการุณย์” ตั้งอยู่ภายในศูนย์ราชการุณย์สภากาชาดไทย เขาล้าน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เปิดให้เข้าชมวันพฤหัสบดี-จันทร์ (ปิดวันอังคาร-พุธ) เวลา 09.30-12.00 น. และ 13.00-15.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือติดต่อสำรองที่พักได้ที่ โทร. 0-3950-1015. 0-3952-1838

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 11-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,082
Default

มติชน


ชาวเล ประกาศเจตนารมณ์ ร้องความชอบธรรมสิทธิทำกิน จี้รัฐเร่งประกาศเขตวัฒนธรรม

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน โครงการสื่อสุขภาวะชุมชนชายขอบ นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ร่วมงาน “วันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล ครั้งที่ 4” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-10 พฤศจิกายน ณ บ้านทุ่งหว้า ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมชาวเล สู่สาธารณะและเปิดเวทีสรุปปัญหาชาวเล รวมทั้งหาแนวทางแก้ไขที่ยั่งยืน

นางวาสนา หาญทะเล อายุ 64 ปี ชาวเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล กล่าวในเวทีสนทนาเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไขการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาติพันธุ์ชาวเล ว่า ตนและชาวเกาะหลีเป๊ะเดินทางมาร่วมงานรวมญาติชาวเลทุกปี เพื่อสะท้อนปัญหาในพื้นที่ โดยทุกปียังคงพบว่า ปัญหาชาวเลหลายๆ ที่มียังคงเป็น ปัญหาที่ดิน ปัญหาเรื่องสถานะบุคคล โดยชาวบ้านส่วนมากไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินและกำลังเผชิญกับการฟ้องไล่ที่จากนายทุน ที่พยายามสร้างโรงแรม รีสอร์ต ขนาดใหญ่ทับพื้นที่สุสานเก่าแก่ ตลอดจนคุกคาม ข่มขู่ในกรณีบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคลและบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยชาวเกาะหลีเป๊ะ เดินทางมาร่วมงานครั้งนี้ประมาณ 60 คน ส่วนตัวมาร่วมงานทุกปี สิ่งอยากให้รัฐแก้ปัญหาโดยด่วน คือ อยากให้เร่งจัดการเรื่องสาธารณูปโภค น้ำ ไฟ ไม่เคยเข้าถึง และยังเจอปัญหาเรื่องการเรียกเก็บค่าเช่าจากนายทุนในพื้นที่อีกด้วย

“เขาเอาเอกสารทางกฎหมายมาอ้างแต่เราไม่รู้ว่า เอามาจากไหน ป้ารู้ว่า ตัวเองย้ายจากแหลมตุ๊กแก จ.ภูเก็ต เข้ามาอยู่ในเกาะหลีเป๊ะตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับถูกไล่ที่เสมอมา ครอบครัวป้าที่เคยทำประมงริ่มฝั่งเจ้าหน้าที่ก็มาไล่ให้ไปไกลเกือบ 10 กิโลเมตร ไปหาปลา ค่าน้ำมันเรือก็แพง เรายังต้องจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ สารพัดจะพอได้อย่างไร ” นางวาสนา กล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 11 .00 น. ชาวเลทุกพื้นที่ได้ร่วมกันอ่านคำประกาศเจตนารมณ์ กลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล มอแกน มอแกลน และอูรักลาโว้ย เป็นกลุ่มคนพื้นเมืองที่อาศัยและทำมาหากินในบริเวณชายฝั่งอันดามันของประเทศไทยมานานหลายร้อยปี มีภาษา วัฒนธรรม วิถีชีวิต ภูมิปัญญา ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง แต่กลับไม่ได้รับการเชิดชูในฐานะชนพื้นเมืองที่ควรจะมีสิทธิด้านที่อยู่อาศัยและสิทธิทางวัฒนธรรมตามรัฐธรรมนูญ ชาวเลขาดความมั่นคงในที่อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเล ซึ่งเป็นที่ที่อยู่อาศัยและทำมาหากินมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ภัยคุกคามต่อวัฒนธรรมชุมชน คือ การรุกคืบของธุรกิจพัฒนาที่ดิน ธุรกิจท่องเที่ยว รวมทั้งกฎระเบียบของพื้นที่คุ้มครอง ซึ่งอาจทำให้ไม่เหลือผืนดินให้ขยับขยายหรือสืบทอดจนถึงรุ่นลูกหลานอีกต่อไป และที่สำคัญปัญหาอคติทางชาติพันธุ์ยังคงฝังรากลึก เป็นผลสะท้อนให้กลุ่มชาวเล กลาย เป็นพลเมืองชั้นสอง ในสังคมอีกด้วย จากสถานการณ์ข้างต้น เครือข่ายชาวเลและภาคีความร่วมมือ มีความเห็นร่วมกันว่าควรจะมีการขับเคลื่อนให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มีแผนงานและกิจกรรมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระชับเครือข่ายความสัมพันธ์ภายในกลุ่ม และในขณะเดียวกันก็สร้างความเข้าใจในคุณค่าความหลากหลายทางวัฒนธรรมในสังคม จึงขอประกาศว่า ขอให้สร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย โดยการออกโฉนดชุมชน และขอให้ทำเขตสังคมและวัฒนธรรมพิเศษสำหรับกลุ่มชาวเล ขอให้มีการพิสูจน์สิทธิในที่อยู่อาศัย ของชุมชนชาวเลด้วยวิธีอื่นๆ ที่ไม่ใช้เอกสารสิทธิแต่เพียงอย่างเดียว ขอให้ชาวเล สามารถประกอบอาชีพประมง โดยใช้เครื่องมือแบบดั้งเดิม ในการหาทรัพยากรตามเกาะต่างๆ ทำพื้นที่เขตผ่อนปรนเพื่อให้ชาวเลเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างชอบธรรม

“ขอให้เร่งแก้ปัญหาสัญชาติ ในกลุ่มพี่น้องชาวเลที่ไม่มีบัตรประชาชนจำนวนกว่า 500 คน ขอให้ช่วยส่งเสริมด้านการศึกษาแก่เด็กและสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ขอให้แก้ปัญหาอคติทางชาติพันธุ์และให้มองชาวเลอย่างมีศักดิ์ศรี มีความเป็นมนุษย์ ขอให้ส่งเสริมด้านภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวเล สนับสนุนงบประมาณจัดกิจกรรมต่อเนื่อง เช่น ส่งเสริมให้มีโรงเรียนสอนภาษาวัฒนธรรมในชุมชน ส่งเสริมให้มีการสอนศิลปวัฒนธรรมชาวเลในหลักสูตรสามัญ ส่งเสริมชมรมท้องถิ่นในโรงเรียน เช่น ชมรมภาษา ชมรมร็องแง็ง ส่งเสริมการใช้สื่อที่หลากหลาย สื่อบุคคล สื่อพื้นบ้าน สื่อสมัยใหม่ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมชุมชน เหล่านี้เป็นต้น หลายชุมชนมีกลุ่มองค์กรที่เข้มแข็งอยู่แล้ว ขอให้ภาครัฐดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ และส่งเสริมชุมชนให้เกิดกิจกรรมที่มีความต่อเนื่อง ขอให้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมการทำงานของเครือข่ายพี่น้องชาวเลให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม และขอให้มีงบประมาณส่งเสริม วันนัดพบวัฒนธรรมชาวเล เพื่อจัดกิจกรรมและการพบปะแลกเปลี่ยน ในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี โดยการสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐ ให้คณะกรรมการอำนวยการเพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลระดับชาติ มีการจัดประชุมที่ต่อเนื่องจริงจัง โดยต้องรับฟังและสนับสนุนข้อเสนอแนะของตัวแทนชาวเล” ประกาศชาวเลระบุ

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 11-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,082
Default

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับลดเวลาการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (eia) แต่ยังคงมาตรฐานความเข้มข้น

นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ตามที่สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม )ปรับลดเวลาพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (eia) ให้ลดลง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยยังคงมาตรฐานความเข้มข้นทางด้านวิชาการและความโปร่งใส ซึ่งเบื้องต้นจะนำมาใช้กับโครงการของภาคเอกชน โดยเฉพาะโครงการด้านที่พักอาศัย บริการชุมชนและสถานที่พักตากอากาศ โดยมีขั้นตอนการพิจารณา eia ทั้งหมด 4 ขั้นตอน อาทิ การตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสาร ซึ่งจะปรับลดเวลาจากเดิมภายใน 15 วัน เป็นภายใน 7 วันทำการ

นอกจากนี้ ยังมีนโยบายกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ที่สามารถขอรับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงาน eia ตามมาตรา 46 วรรค 3 ของพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยกำหนดให้โครงการประเภทอาคารอยู่อาศัยรวม และโรงแรมที่มีความสูงน้อยกว่า 23 เมตร หรือ 8 ชั้น และพื้นที่ใช้สอยรวมทุกอาคารน้อยกว่า 10,000 ตารางเมตร สามารถขอรับการยกเว้นไม่ต้องจัดทำรายงาน eia โดยต้องยินยอมปฏิบัติตามมาตรการ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ที่กำหนดไว้ในประกาศกฏกระทรวง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:05


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger