เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,340
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิต่ำสุด 11-21 องศาเซลเซียส สำหรับยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-15 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนบางแห่ง ฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลทำให้มีฝนเล็กน้อยบางพื้นที่เท่านั้น ทำให้ฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงมีสะสม ส่วนภาคเหนืออากาศยังยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้า และมีลมอ่อน ทำให้ตอนเช้ามีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควัน ตอนบ่ายจะดีขึ้นเนื่องจากอากาศยกตัวได้ดี


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 6 - 7 ก.พ. 63 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า กับมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-15 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 8-11 ก.พ. 63 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-14 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งในภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 8 - 11 ก.พ. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง







__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,340
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


สาธิตจุฬาสอนวิชาโลกร้อน?แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน .................. คอลัมน์พุ่มไม้ใบบัง โดย ร่มธรรม ขำนุรักษ์

การศึกษาเปลี่ยนโลกได้!?สาธิตจุฬาสอนวิชาโลกร้อน!?และสิ่งแวดล้อมบูรณาการ?เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน?ให้เห็นเป็นเรื่องใกล้ตัว?และเราสามารถช่วยโลกได้



ปัญหาสิ่งแวดล้อม?โลกร้อนในปัจจุบันนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วน?ทั้งเรื่องขยะ?ตัดไม้ทำลายป่า?เผาที่?มลพิษในน้ำ?อากาศและอื่นๆ?ส่วนใหญ่ล้วนมาจากความไม่รู้?ไม่ตระหนัก?จึงไม่เกิดการลงมือทำหรือการปฏิบัติที่ถูกต้อง?การแก้ไขอย่างยั่งยืนคงต้องมาจากการให้ความรู้?การศึกษา?ความเข้าใจ?และสร้างความตระหนัก

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย?ได้นำประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมและหลักสูตรของกระทรวงมาบูรณาการวิชาให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมต้นถึงปลายได้เลือกเรียน?เป็น?"วิชาเลือก"?ในโรงเรียนที่น่าสนใจมากๆ

วิชาเลือกในสาธิตจุฬาที่มีธีมหลักสิ่งแวดล้อมนี้?มีที่มาจากที่คุณครูมองเห็นถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ในปัจจุบันคุณครูต้องการสอนให้เด็กเห็นว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันเป็นเรื่องใกล้ตัว?และตัวเรานั้นสามารถช่วยโลกได้ในหลายๆ มิติ?

จึงสร้างวิชาที่น่าสนใจหลากหลายไม่ว่าจะเป็นในระดับชั้น ม.ต้นที่มีวิชา??กินกอบกู้โลก??ที่จะสอนเรื่องการบริโภคอย่างไรให้ยั่งยืน?และ??สิ่งแวดล้อมที่รัก??ที่จะสอนให้นักเรียนเห็นถึงความงามของธรรมชาติ?แต่ในปัจจุบันมันเปลี่ยนไปอย่างไรเพราะมนุษย์ได้เข้ามามีส่วนทำลาย

?

ส่วนในระดับชั้น ม.ปลาย?วิชาเลือกในธีมสิ่งแวดล้อมก็จะมีที่น่าสนใจ?อย่างเช่น?วิชา??แบกเป้ตะลุยโลก??ที่ต้องการจะสอนให้นักเรียนรู้จักถึงการเป็นนักท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม?และการจัดการการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

วิชา??รู้สู้โลกร้อนและภัยพิบัติ??ที่สอนถึงการเปลี่ยนแปลงสของภาพภูมิอากาศที่อาจพาไปสู่ภัยพิบัติ?เราควรเตรียมรับมือมันอย่างไรและเราในฐานะมนุษย์โลกทำอะไรได้บ้างเพื่อป้องกันมัน?

และวิชา??เมืองกับความสุข??ที่จะเน้นมิติเมืองในมุมเมืองที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม?มีสถาปัตยกรรมอย่างไรบ้างที่จะช่วยโลกได้?และวิถีชีวิตคนแบบบไหนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
?

ที่นี่ต่างจากที่อื่นอย่างไร?



หลักสูตรแกนกลางของกระทรวงมีการพูดถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว?แต่ที่นี่ไม่เหมือนที่อื่น?โดยปกติเรื่องสิ่งแวดล้อมจะสอนในวิชาภูมิศาสตร์?แต่คุณครูได้นำสิ่งแวดล้อม?"ให้เข้ามาอยู่ในทุกๆศาสตร์"?อย่างหน้าที่พลเมืองเศรษฐศาสตร์?

เพราะต้องการให้เด็กเห็นว่าสิ่งแวดล้อมอยู่ทุกที่?เราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อม?และอยู่ในที่ศาสตร์ใกล้ตัวเรา?และจริงๆแล้วเวลาแก้ปัญหามันต้องแก้ปัญหาโดยใช้หลายศาสตร์?ไม่ใช่แค่ศาสตร์เดียว?


วิธีการสอน

ทั้งนี้?ก่อนที่จะสอนประเด็นเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมให้นักเรียนเข้าใจได้?คุณครูต้องทำให้นักเรียนรู้สึกว่าปัญหานี้ชัดและใกล้ตัว?เพราะเมื่อนักเรียนตระหนักถึงปัญหา?และรู้ว่าเราคนหนึ่งคนก็มีส่วนร่วมในการทำให้เกิดปัญหาได้?นักเรียนก็จะเข้าใจในสิ่งที่เรียนอย่างถ่องแท้?ถ้านักเรียนไม่ตระหนัก?ไม่เข้าใจก็เรียนไปเฉยๆ?

ส่วนวิธีการสอนในห้อง?ครูจะเน้นกิจกรรม?โดยมีแนวคิดที่ว่า??สอนยังไงให้เด็กเข้าใจว่าเรา?และสิ่งแวดล้อมมันมีความเชื่อมต่อกัน?ทุกอย่างมันมี?inter-connectedness?ทุกอย่างเชื่อมต่อกัน?อย่างประเด็น?ไฟป่าในออสเตรเลีย?ก็ส่งผลให้นิวซีแลนด์?ประเทศข้างๆเผชิญกับปัญหาหิมะน้ำตาลด้วย??

โดยกิจกรรมจะเน้นให้นักเรียนเห็นของภาพจริง?หากรณีศึกษามาสอนเยอะๆ?และอีกวิธีคือ?บางทีเขาอาจจะรู้สึกว่ามันไกลตัว?ครูก็ต้องยกตัวอย่างดึงมาว่าทุกกิจวัตรประจำวันเพียงเล็กน้อยก็ส่งผล?อย่างเช่น?แม้กระทั่งแค่เปิดตู้เย็นใน?7-11?เพื่อซื้อน้ำ?เราควรจะเลือกเปิดทิ้งไว้และเลือก?หรือตัดสินใจก่อนค่อยเปิด?ในหนังสือบางทีมันเขียนให้สิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องไกลตัว?ครูต้องทำการบ้านค่อนข้างมากก่อนมาสอน?


ที่อื่นควรมีไหม?

คุณครูเล็งเห็นด้วยว่าเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้มันควรมี?เพราะมันเป็นประเด็นปัญหาที่โลกต้องเผชิญอยู่จริงๆในหลักสูตรมีอยู่แล้ว?แต่ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าประเทศไทยมีหลักสูตร?content-based?

ทุกวันนี้ครูก็สอนไม่ทันอยู่แล้ว?โอกาสที่จะสร้างวิชาเพิ่มเติมก็อาจจะยังไม่มีเนื่องด้วยคาบเรียนและเวลาต่างๆ?ตอนนี้หลักสูตรการศึกษาปี?65?กำลังจะเปลี่ยนไปคือเป็นแบบ?competency-based?ทำให้โรงเรียนได้มีโอกาสเพิ่มวิชาที่สอดคล้องกับนักเรียนและท้องถิ่นมากขึ้น?



อาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา?ศาสนาและวัฒนธรรม?โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย?ฝ่ายมัธยม?ที่ให้เราได้เรียนรู้ความสำคัญ?และวิธีการสอนวิชาสิ่งแวดล้อมให้เด็กๆเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น?วิชานี้จะส่งผลให้เด็กได้มีความรู้ความตระหนักและลงมือทำมากขึ้น

วิชาสิ่งแวดล้อมบูรณาการจากโรงเรียนสาธิตจุฬานี้?ถือเป็นวิชาที่สำคัญอย่างยิ่ง?ที่จะทำให้เด็กๆ เห็นว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไรแล้วบ้าง?เรามีส่วนส่งผลกระทบต่อปัญหามากน้อยแค่ไหน?แล้วเราจะช่วยให้สิ่งแวดล้อม?หรือโลกดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง?ถือเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน?

เราหวังว่าเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านในฐานะ?คนหนึ่งคน?พ่อแม่?เพื่อน?ปู่?ย่า?ตา?ยาย?ครู?ผอ.?หัวหน้างาน?ผู้มีอำนาจ?หรือนายก?ที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม?เราขอสนับสนุนการแบ่งปันความรู้ให้เด็กๆ?หรือคนรอบข้างได้เรียนรู้?และเข้าใจปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น?เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง?ให้โลกดีขึ้น?เพื่อเรา?สัตว์?และลูกหลาน?

เพราะการศึกษาคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดที่คนหนึ่งคนสามารถนำมาเปลี่ยนโลกได้?- Nelson Mandela?


https://www.dailynews.co.th/article/755775

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,340
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อนาถ! พบอีกซากกวางม้า ตายเกยหาด เกาะพระทอง ฝูงสุนัขจรจัดไล่กัดลงทะเล



อนาถ! พบอีกซากกวางม้า ตายเกยหาด เกาะพระทอง ฝูงสุนัขจรจัดไล่กัดลงทะเล
เกาะพระทอง / เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายกฤษ ศรีฟ้า กรรมการผู้ประสานงานเครือข่ายคนรักษ์ทะเลคุระบุรี จังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ได้มีผู้พบซากกวางม้า บริเวณชายทะเล อ่าวตาแดง ด้านทิศตะวันตก หมู่ที่ 2 บ้านท่าแป๊ะโย้ย ตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ใกล้รีสอร์ททับตาฉุย

คาดว่าซากแม่กวางม้า อายุประมาณ 4 ปี ตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 วัน ก่อนลอยมาเกยตื้น สันนิษฐานว่าแม่กวางตัวดังกล่าว น่าจะถูกสุนัขจรจัดที่อาศัยอยู่บนเกาะพระทองมากกว่า 180 ตัว ไล่ล่าเป็นอาหาร ก่อนวิ่งหนีตายลงสู่ทะเลจนจมน้ำตาย ก่อนถูกคลื่นซัดซากขึ้นมาเกยตื้น

สร้างความเศร้าสลดให้กับราษฎรในพื้นที่ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ บริเวณชายหาดก็ยังพบร่องรอยเท้าแม่กวาง ซึ่งวิ่งหลบหนีสุนัขจรจัดปรากฎอยู่อย่างชัดเจน

นายเทพ กำมะหยี่ ราษฎรตำบลเกาะพระทอง เปิดเผยว่า อยากให้หน่วยงานราชการ และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เร่งหามาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาสุนัขจรจัดไล่กัดกวางป่าบนเกาะพระทอง ซึ่งในแต่ละปีมีกวางป่าจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ตัว ถูกสุนัขจรจัดกัด ทำร้าย เสียชีวิต เป็นที่น่าอนาถแก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่พบเห็น

นายยงยุทธ นาควิโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นางสาวกัญจนา ศิลปะอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย รวมทั้ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

แสดงความห่วงใยปัญหากวางป่าบนเกาะพระทองที่ถูกสุนัขจรจัดไล่กัด บาดเจ็บ และตาย เป็นอย่างมาก ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการป้องกัน พร้อมทั้งดูแลสุนัขจรจัดทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เกิดผลดีต่อท้องถิ่นในอนาคต

เนื่องจากสภาพธรรมชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชบนเกาะพระทอง จังหวัดพังงา มีความหลากหลายทางชีวภาพ และอุดมสมบูรณ์ เหมาะที่จะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในอนาคต

อย่างไรก็ตามปัญหาสุนัขจรจัด และสุนัขบ้าน กำลังเป็นปัญหาที่สร้างอันตรายต่อชีวิตกวางป่าบนเกาะพระทอง ที่ผ่านมานานกว่า 10 ปี แต่ยังไม่มีหน่วยงานใด สามารถจัดการแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม


https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_3535696
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,340
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


วอนไกรทองช่วยที ?ชาละวันแดนอิเหนา? ยางล้อรัดคอนาน 15 ปี



อินโดนีเซีย 5 ก.พ. - ประกาศหา "ไกรทอง" ช่วยชาละวันแดนอิเหนา ยาว 4 เมตร เพราะมีล้อยางรถจักรยานยนต์ติดคออยู่นาน 15 ปีแล้ว ทางการวอนหาทางช่วยมันที ยินดีมอบเงินให้เป็นรางวัล แต่จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครช่วยได้

ภาพชินตาของชาวเมืองริมฝั่งแม่น้ำปาลู จ.สุลาเวสีกลาง ของอินโดนีเซีย กับพี่เข้ตัวใหญ่ ยาว 4 เมตร ที่มียางรถมอเตอร์ไซค์ติดคอ รายงานว่ามีผู้พบเห็นมันในสภาพดังกล่าวตั้งแต่ปี 2547 หลังรอดชีวิตมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่และมหันตภัยสึนามิ ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ยางล้อมาสวมล็อกติดคอเจ้าชาละวันตัวนี้มากว่า 15 ปี

ฮัสมูนี ฮัสมาร์ ผู้อำนวยการสำนักงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสุลาเวสีกลาง ประกาศเมื่อปลายเดือนมกราคม ว่าจะใช้เงินส่วนตัวของเขาเป็นรางวัลแก่ผู้กล้าที่ถอดยางล้อจากจระเข้ตัวนี้ได้ ด้วยเกรงว่ายางจะรัดคอมันมากขึ้น จากการที่ตัวมันอ้วนใหญ่ขึ้น แต่ผู้กล้านั้นต้องไม่ใช่มือสมัคร ต้องเป็น "หมอจระเข้" มือฉมังที่มีประสบการณ์ช่วยชีวิตสัตว์ป่าและมีจิตใจด้านการอนุรักษ์



ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2551 เคยมีความพยายามจะช่วยจระเข้ตัวนี้มาแล้ว ด้วยการพยายามใช้เนื้อล่อมันหวังให้มาติดกับแต่ล้มเหลว รวมถึงหมอจระเข้ "มูฮัมหมัด ปันจี" นักสำรวจฉายา "สตีฟ เออร์วิน" นักล่าจระเข้แห่งอินโดนีเซีย ก็ล้มเหลวเมื่อ 2 ปีเช่นกัน

ความพยายามนี้กลับมาเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้งในช่วงนี้ แต่ท้ายที่สุดเมื่อวาน (4 ก.พ.) สำนักงานอนุรักษ์ธรรมชาติ ยกเลิกประกาศหา "ไกรทอง" ผู้กล้าที่จะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วย "ชาละวัน" ตัวนี้ โดยสำนักอนุรักษ์จะพยายามกันใหม่อีกครั้ง หลังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมและผู้เชี่ยวชาญจากรัฐบาลเข้าให้ความช่วยเหลือ.


https://www.mcot.net/viewtna/5e3a9d17e3f8e40af441a0d6
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,340
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


กษ.ประกาศ ปิดอ่าวไทย 15 ก.พ. ? 15 พ.ค.นี้? ขยายพื้นที่ ถึงอ.หัวหิน จ.ประจวบฯ

กษ.ประกาศ ปิดอ่าวไทย 15 ก.พ. 15 พ.ค.นี้ ขยายพื้นที่ ถึงอ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ให้ปลาทูสาวเจริญเติบโตเต็มวัย ว่ายเข้าอ่าวรูปตัวก.ผสมพันธุ์ วางไข่ ช่วงเดือนก.พ. เผยข่าวดี เพิ่มปริมาณปลาทูเกิน2เท่าตัว กรมประมง แจ้งเรือประมงพาณิชย์กว่า1หมื่นลำ ขอใบอนุญาตทำประมงปี63-64 ในวันที่ 5-29 ก.พ.นี้



เมื่อวันที่ 5 ก.พ. 63 นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง เตรียมประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ทะเลอ่าวไทยตอนกลาง ประจำปี 2563 ในเขตพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 15 พฤษภาคม 2563 ต่อด้วยเขตพื้นที่พิเศษ 7 ไมล์ทะเลและพื้นที่อ่าวประจวบ-หัวหิน อีก 30 วัน เผยผลการศึกษาพบมาตรการฯ ที่บังคับใช้ สอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู สามารถฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำได้อย่างยั่งยืน โดยมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ทะเลอ่าวไทย หรือที่เรียกว่า ปิดอ่าวไทย คือ แนวทางการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นนโยบายที่กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญอย่างมาก และเป็นภารกิจหลักของกรมประมงที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีสถิติการตรวจสอบเก็บข้อมูลทางวิชาการ ทั้งในเรื่องของจำนวน และความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำ พบว่า จำนวนสัตว์น้ำในกลุ่มปลาทูลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับห้วงเวลาเดียวกันในอดีต ซึ่งมาจากหลายเหตุปัจจัย ทั้งเรื่องของความเสื่อมโทรมของทรัพยากรสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม ความต้องการของผู้บริโภค และมีเรือประมงบางส่วนที่ใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงเข้ามาทำการประมงในพื้นที่ ประกอบกับเมื่อมีการติดตามสภาวะทรัพยากรสัตว์น้ำในแต่ละปีหลังจากมาตรการปิดอ่าว พบว่าลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่เกิดขึ้นในช่วงมาตรการและอาศัยอยู่ในแนวชายฝั่งถูกจับขึ้นมาจำนวนมาก ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นต้นเหตุของปริมาณสัตว์น้ำที่ลดจำนวนลงทั้งสิ้น

แต่เมื่อหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงกฎหมายพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พร้อมทั้งมีมาตรการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ทำให้จำนวนประชากรสัตว์น้ำเริ่มฟื้นฟูกลับคืนมาจำนวนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการใช้มาตรการอนุรักษ์อย่างเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมงมากนัก เมื่อปี พ.ศ. 2561 กรมประมงได้มีการออกประกาศ ลงวันที่ 31 มกราคม 2561 เพื่อกำหนดพื้นที่และระยะเวลาฤดูปิดอ่าวไทยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนี้ พื้นที่ปิดอ่าวไทยตอนกลาง ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตร บางส่วนของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี (เขต 1) ระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 15 ก.พ. 15 พ.ค.ของทุกปี และ ได้กำหนดให้เครื่องมือประมงบางชนิดของกลุ่มประมงขนาดเล็กซึ่งไม่กระทบกับมาตรการปิดอ่าวให้สามารถใช้ทำการประมงได้ ดังนี้ เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 16 เมตร ต้องทำการประมงในเวลากลางคืน และต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่งด้วย เครื่องมืออวนติดตาปลาที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส

และต้องใช้ช่องตาอวนตั้งแต่สองนิ้วขึ้นไป กรณีที่ชาวประมงต้องการใช้เครื่องมืออวนติดตาปลาที่มีความยาวอวนเกิน 2,500 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ จะต้องใช้นอกเขตทะเลชายฝั่ง เท่านั้น เครื่องมืออวนปู อวนลอยกุ้ง เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ต้องทำการประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง ลอบปู ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด ลอบหมึกทุกชนิด ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้าน. สามารถทำการประมงได้ในเขตทะเลชายฝั่ง คราดหอย ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนด อวนรุนเคย ต้องทำการประมงตามเงื่อนไขที่กำหนดโดยประกาศกระทรวงฯ จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก และเครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง เรือประมงที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้าไม่ถึง 280 แรงม้า ประกอบเครื่องมือทำการประมงที่มิใช่เครื่องมือตามประเภท วิธีการทำการประมงที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดให้เป็นประมงพาณิชย์ทำการประมง ยกเว้นอวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกปลากะตัก ที่ใช้ประกอบเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) และที่ห้ามตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ. 2561 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน 2560

นอกจากนี้ ยังได้มีการกำหนดให้หลังเปิดอ่าวตอนกลางแล้ว ให้ปิดอ่าวต่อที่เขตพื้นที่พิเศษ 7 ไมล์ทะเล และพื้นที่อ่าวประจวบฯ อีก 30 วัน เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ฯ สอดคล้องกับวงจรชีวิตปลาทู ทำให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจากการสุ่มเก็บตัวอย่างประชากรปลาทูช่วงมาตรการปิดอ่าวไทยปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าจำนวน อายุ และขนาดความยาวของปลาทู สามารถบ่งชี้ถึงความหมาะสมของการใช้มาตรการปิดอ่าวไทยฯ ดังนี้

ช่วงการประกาศใช้ มาตรการปิดอ่าว 15 ก.พ. 15 พ.ค. ระยะเวลา 90 วัน ประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์ฯ พ่อแม่ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศ ผสมพันธุ์ และมีการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ปลาลัง และปลาเศรษฐกิจขนาดเล็ก ซึ่งสอดคล้องกับการประกาศใช้มาตรการฯ ช่วงต่อเนื่องระยะ 7 ไมล์ทะเล 16 พ.ค. 14 มิ.ย. ระยะเวลา 30 วัน ในอ่าวตอนกลาง : ลูกปลาวัยอ่อนที่เกิดบริเวณพื้นที่มาตรการมีโอกาสเลี้ยงตัวบริเวณชายฝั่ง ช่วงพื้นที่อ่าวประจวบฯ จากเขาตาม่องไล่ ถึง อ.หัวหิน 16 พ.ค. 14 มิ.ย. ระยะเวลา 30 วัน : ลูกปลาขนาดเล็ก เดินทางเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก

และเมื่อถึงวันที่ 15 มิ.ย. 30 ก.ย. กรมประมงก็จะมีการประกาศปิดอ่าวตัว ก เพื่อรักษาปลาทูสาวให้เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ และพร้อมเดินทางลงไปผสมพันธุ์วางไข่ในช่วง ก.พ. (ปิดอ่าวไทย)

ทั้งนี้ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นพบว่าปี62 หลังจากเปิดอ่าว เรืออวนล้อม จับสัตว์น้ำได้เพิ่มขึ้น 114,056 ตัน แบ่งเป็นชนิดพันธุ์ปลาทู จับได้ในเดือนมิ.ย.จาก578 ตัน เป็น1,880 ตันในเดือนก.ค.

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่ากรมประมง แจ้งผู้ประสงค์ทำการประมงพาณิชย์ กว่า1 หมื่นลำ ในน่านน้ำไทย รอบปีการประมง 63-64 สำหรับเรือประมง-ขนาด 10 ตันกรอสขึ้นไป หรือเรือประมงที่ใช้เครื่องยนต์มีกำลังแรงม้า 280 แรงม้าขึ้นไป หรือเป็นเรือที่มีหรือใช้เครื่องมือทำรมว.เกษตรฯกำหนดให้มายื่นคำขอรับใบอนุญาตทำประมงพาณิชย์ และยื่นคำขอรับหนังสือรับรองเพื่อประกอบการยื่นขอออกใบอนุญาตใช้เรือ ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด ภายในวันที่ 5-29 ก.พ.นี้เท่านั้น หากไม่มีใบอนุญาตฯจะไม่มีสิทธิทำประมงพาณิชย์ได้ในรอบปีการประมง 63 64

สำหรับขั้นตอนและระยะเวลาขอรับใบอนุญาตฯ สำหรับปีการประมง 63-64 นั้น กรมประมงกำหนดให้ผู้ประสงค์ทำประมงพาณิชย์ยื่นคำขอรับใบอนุญาต และยื่นขอรับหนังสือรับรองประกอบการขอต่ออายุใบอนุญาตใช้เรือ ณ สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานประมงอำเภอแห่งท้องที่ที่มีอาณาเขตติดทะเล หรือสถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด ภายในวันที่ 5-29 กุมภาพันธ์ โดยกรมประมงจะพิจารณาจัดสรรใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ ภายในวันที่ 1-15 มีนาคม 63 ในส่วนเรือประมงพื้นบ้าน มาขึ้นทะเบียนแล้ว กว่า 5.3หมื่นลำ ที่สามารถออกจับสัตว์ได้ โดยไม่ต้องแจ้งขอใบอนุญาตทำการประมงเนื่องจากเป็นการประมงเพื่อยังชีพ


https://www.nationtv.tv/main/content...ampaign=recent

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:18


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger