เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 25-03-2011
koy's Avatar
koy koy is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 664
Default

ข้อมูลนี้เผื่อจะมีประโยชน์ครับ survival bag (คลิกแล้วเลื่อนลงไปดูช่วงกลางๆนะครับ)

http://board.palungjit.com/f178/%E0%...-51726-74.html
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #12  
เก่า 01-04-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default


เตรียมพร้อม...แผ่นดินไหว



ถ้าเกิดเหตุแผ่นดินไหวจะทำอย่างไร แม้เรื่องนี้จะมีการนำเสนอมากมายในช่วงนี้ แต่รู้ไว้ย่อมดีกับชีวิต

แผ่นดินไหวในประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ใกล้บริเวณแนวมหาสมุทรอินเดีย สุมาตรา และ ประเทศเมียนมาร์ และมีการรวบรวมสถิติข้อมูลในอดีตจากหลายแหล่งข้อมูลพบว่า ราวๆ ปี พ.ศ. 2443 เป็นต้นมา เริ่มมีข้อมูลแผ่นดินไหวที่ได้จากการตรวจวัดด้วยเครื่องมือของเครือข่ายสถานีตรวจแผ่นดินไหวต่างประเทศ

ส่วนใหญ่แผ่นดินไหวจากตรงบริเวณแนวรอยเลื่อนของภาคตะวันตกและภาคเหนือ และจากแหล่งกำเนิดรอยเลื่อนบริเวณตอนใต้ของประเทศจีน ประเทศพม่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ทะเลอันดามัน และบริเวณเกาะสุมาตรา โดยเฉลี่ยแล้วเกิดแผ่นดินไหวรู้สึกได้ประมาณปีละ 5-6 ครั้ง

เห็นได้ว่า ประเทศใดที่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยแผ่นดินไหวได้ดี ก่อนที่จะเกิดภัยย่อมสามารถลดหรือบรรเทาภัยแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากมีมาตรการและระบบจัดการที่เหมาะสมในอนาคตสำหรับเผชิญภัยแผ่นดินไหว เช่น ออกกฎหมายควบคุมอาคารให้ต้านรับแผ่นดินไหวตามความเหมาะสมกับความเสี่ยง การจัดผังเมือง กำหนดย่านชุมชนให้ห่างจากบริเวณที่มีความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวสูง ฯลฯ

เพื่อให้มั่นใจว่าขณะเกิดแผ่นดินไหว อาคารสิ่งก่อสร้าง ที่อยู่อาศัย และสิ่งก่อสร้างที่มีความสำคัญต่อสาธารณูปโภค มีสมรรถนะในการต้านแผ่นดินไหวเพียงพอ และประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อความแข็งแรงโครงสร้างของอาคารที่พักอาศัย สถานที่ทำงาน และมีความเข้าใจในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดแผ่นดินไหว

ประเทศญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างของการเตรียมพร้อมในภาวะฉุกเฉินเมื่อเกิดแผ่นดินไหว ทุกๆปีคนญี่ปุ่น ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต้องฝึกฝนเพื่อรับมือกับแผ่นดินไหวและอัคคีภัย เพราะอาคารส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นเป็นเรือนไม้ เด็กๆจะถูกฝึกให้สวมหมวกกันสะเทือน ซึ่งทนไฟและหนักมาก ฝึกให้รู้จักการวิ่งหนีอย่างชาญฉลาด หลบหลีกท่อแก๊สและท่อน้ำ มุ่งไปหาที่โล่งแจ้ง

บัณฑิต ประดิษฐานุวงษ์ ล่ามและผู้ประสานงานสำนักข่าวเอ็นเอชเคในเมืองไทย เล่าถึงสถานการณ์ตอนเกิดแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดในญี่ปุ่นว่า เป็นแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดตั้งแต่มีการจดสถิติการเกิดแผ่นดินไหวในสมัยเมจิ

"วันที่เกิดแผ่นดินไหว เป็นช่วงที่ผมเดินทางไปประชุมที่ญี่ปุ่น ตอนอยู่ในห้องประชุม โคมไฟสั่นไหว ตอนนั้นไม่รู้ว่าเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ ทางโรงแรมเตรียมพร้อมให้ทุกคนออกนอกอาคาร ทั้งๆที่คนทำงานในโรงแรมไม่รู้ระดับความรุนแรง แต่มีลักษณะเตรียมพร้อม"

แม้บัณฑิตจะเคยอยู่ญี่ปุ่น 12 ปี เจอเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาหลายครั้ง แต่ไม่เหมือนครั้งนี้ เขาบอกว่า เมื่อมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว คนญี่ปุ่นจะให้ออกจากตัวอาคารทันที

"พนักงานพาพวกเราไปอยู่ในบริเวณสนามเทนนิส เจ้าหน้าที่จะรู้หน้าที่เป็นอย่างดี ประกาศให้ทราบเหตุการณ์ พร้อมทั้งแจกผ้าห่ม พวกเขาซ้อมรับมือกับภาวะฉุกเฉินแผ่นดินไหวทุกปี ผมเองตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น ก็เคยซ้อมในภาวะฉุกเฉินเหมือนกัน โดยมีหลักการว่า ถ้าเกิดภัยพิบัติ เราต้องหลบอยู่ใต้โต๊ะ พยายามปิดไฟ เปิดหน้าต่างและประตู แล้วออกมาอยู่ด้านนอกอาคาร "

ครั้งล่าสุดที่เกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น บัณฑิตซึ่งไม่เคยเจอเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเมืองไทย เล่าว่า ตอนนั้นรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นตื่นตระหนกกับเหตุการณ์เรื่องนี้มากไป มีการแจกผ้าห่มใหม่จากซอง หน้าซองผ้าห่มเขียนว่าสำหรับภาวะฉุกเฉิน

"เมื่อมีการรวมพล คนส่วนใหญ่มีหมวกนิรภัย และมีการประกาศข่าวให้ทราบเป็นระยะ โรงแรมจะเอาทีวีมาตั้งให้ดูข่าวสาร ไม่ให้ใช้ลิฟต์ ไม่ว่าพักอยู่ชั้นไหน ต้องเดินขึ้นลงบันได"


การปฏิบัติตัวในภาวะฉุกเฉิน

จะเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างไร เรื่องนี้ทางกรมอุตุนิยมวิทยามีคำแนะนำ ถ้าเป็นเหตุการณ์ก่อนเกิดแผ่นดินไหว

- ควรมีไฟฉายพร้อมถ่านไฟฉาย และกระเป๋ายาเตรียมไว้ในบ้าน และให้ทุกคนทราบว่าอยู่ที่ไหน
- ควรมีเครื่องมือดับเพลิงไว้ในบ้าน เช่น เครื่องดับเพลิง ถุงทราย เป็นต้น
- ศึกษาตำแหน่งของวาล์วปิดน้ำ วาล์วปิดก๊าซ สะพานไฟฟ้า สำหรับตัดกระแสไฟฟ้า
- ถ้าเป็นไปได้ ควรผูกเครื่องใช้หนักๆ ให้แน่นกับพื้นผนังบ้าน และสิ่งสำคัญคือ ควรสร้างอาคารบ้านเรือนให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหว


ถ้าอยู่ระหว่างเหตุการณ์แผ่นดินไหว มีข้อแนะนำว่า

- ให้มีสติ ถ้าอยู่ในบ้านก็อยู่ในบ้าน ถ้าอยู่นอกบ้าน ก็ให้อยู่นอกบ้าน ส่วนใหญ่ที่บาดเจ็บเพราะวิ่งเข้าวิ่งออกจากบ้าน
- ถ้าอยู่ในบ้านให้ยืนหรือหมอบอยู่ในส่วนของบ้านที่มีโครงสร้างแข็งแรง ที่สามารถรับน้ำหนักได้มากและให้อยู่ห่างจากประตู ระเบียง และ หน้าต่าง
- หากอยู่ในอาคารสูงรีบออกจากอาคารโดยเร็ว หนีให้ห่างจากสิ่งที่จะล้มทับได้
- ถ้าอยู่ในที่โล่งแจ้ง ให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า และสิ่งห้อยแขวนต่างๆ ที่ปลอดภัยภายนอกคือที่โล่งแจ้ง
- อย่าใช้ เทียน ไม้ขีดไฟ หรือสิ่งที่ทำให้เกิดเปลวหรือประกายไฟ เพราะอาจมีแก๊สรั่วอยู่บริเวณนั้น
- ถ้ากำลังขับรถให้หยุดรถและอยู่ภายในรถ จนกระทั่งการสั่นสะเทือนจะหยุด
- ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาดขณะเกิดแผ่นดินไหว
- หากอยู่ชายหาดให้อยู่ห่างจากชายฝั่ง เพราะอาจเกิดคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง


ส่วนเหตุการณ์ หลังจากเกิดแผ่นดินไหว มีคำแนะนำว่า ควรตรวจสอบว่า ตัวเองและคนรอบข้างได้รับบาดเจ็บหรือไม่ ให้เรียนรู้การปฐมพยาบาลขั้นต้น จากนั้นควรออกจากอาคารที่เสียหายทันที หากเกิดแผ่นดินไหวตามมาอาคารอาจพังทลายได้

ข้อสำคัญอย่าลืมใส่รองเท้าหุ้มส้น เพราะอาจมีเศษแก้ว หรือวัสดุแหลมคมอื่นๆ สิ่งหักพังแทง และออกจากบริเวณที่สายไฟขาด และวัสดุสายไฟพาดถึง อย่าลืมเปิดวิทยุฟังคำแนะนำฉุกเฉิน อย่าใช้โทรศัพท์ นอกจากจำเป็นจริงๆ




จาก ...................... กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 30 มีนาคม 2554
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #13  
เก่า 02-05-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default


รับมือดินไหว



ช่วงนี้เหตุการณ์แผ่นดินไหวทั้งทางภาคใต้ และแถบภาคเหนือของไทย เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ถึงจะเป็นการไหวที่มีแรงสั่นสะเทือนค่อนข้างต่ำ แต่ก็เพียงพอให้เกิดความสับสนหวาดหวั่นขึ้นในสังคม

ดังนั้น ความรู้เท่าทันในการรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนไทยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

โดยทาง 'กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย' กระทรวงมหาดไทย ได้เสนอแนะวิธีเตรียมพร้อมรับมือและปฏิบัติตนหากเกิดแผ่นดินไหวในเบื้องต้น สรุปใจความสำคัญได้ดังนี้


อันดับแรก ให้ยึดติดเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องใช้กับพื้นหรือผนังอย่างแน่นหนา ไม่วางสิ่งของบนที่สูงหรือหลังตู้ เพราะแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวอาจทำให้สิ่งของหล่นลงมาทับได้


ต่อมาหากเกิดแผ่นดินไหวให้หาที่หลบกำบังในจุดที่มีโครงสร้างแข็งแรง และพ้นจากแนวสิ่งของหล่นทับหรือวัสดุตกใส่ เช่น ใต้โต๊ะ พร้อมหมอบลงกับพื้น ใช้แขนหรือมือกำบัง เพื่อป้องกันศีรษะและลำคอได้รับบาดเจ็บ หรือยึดจับโต๊ะให้แน่นและเคลื่อนตัวไปพร้อมกับโต๊ะ อีกทั้งควรอยู่ให้ห่างจากประตู หน้าต่างที่เป็นกระจก และสิ่งของที่สามารถล้มทับได้


ห้ามใช้ลิฟต์หรือบันไดหนีไฟในการอพยพหนีออกจากอาคารอย่างเด็ดขาด เพราะอาจได้รับอันตรายจากสิ่งของที่ร่วงหล่นจากแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะหากมีการตัดกระแสไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าดับ จะทำให้ติดค้างอยู่ในลิฟต์ และขาดอากาศหายใจเสียชีวิต ให้รอจนแผ่นดินไหวยุติ ค่อยออกจากอาคาร โดยใช้วิธีเดินเร็วอย่างเป็นระเบียบทางบันไดภายในอาคาร


สำหรับผู้ที่อยู่นอกอาคาร ให้รีบหนีออกมาอยู่บริเวณที่โล่งแจ้ง ห่างจากสิ่งปลูกสร้าง ป้ายโฆษณาและต้นไม้ขนาดใหญ่ที่อาจล้มทับ ระมัดระวังเศษวัสดุหล่นใส่หรือสิ่งของตกกระแทก


หากขับรถยนต์ ให้จอดรถในจุดที่ปลอดภัย ห้ามจอดรถบริเวณใต้สะพาน ใต้ทางด่วน รอจนเหตุแผ่นดินไหวสงบค่อยขับรถต่อ


หลังเกิดเหตุ เมื่อแผ่นดินไหวสงบ ให้รีบออกจากอาคารโดยเร็วที่สุด ไม่กลับเข้าไปในอาคารที่ได้รับความเสียหายหรือเสี่ยงต่อการทรุดตัว เพราะหากเกิดอาฟเตอร์ช็อก อาคารอาจถล่มลงมาได้




จาก ...................... ข่าวสด คอลัมน์หมุนก่อนโลก วันที่ 2 พฤษภาคม 2555
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #14  
เก่า 27-06-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default


แผ่นดินไหวทำไมจึงไหว?




แผ่นดินไหวเกิดขึ้นได้อย่างไร? อาจจะเป็นคำถามที่หลายคนอาจไม่รู้คำตอบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซียซึ่งก่อให้เกิดคลื่นสึนามิที่สร้างความสูญเสียอย่างมหาศาลต่อชายฝั่งอันดามันในภาคใต้ของไทยประกอบกับในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมามีการเกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กอยู่บ่อยครั้งในหลายจังหวัด คงทำให้ผู้คนตื่นตัวที่จะเรียนรู้และติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแผ่นดินไหวเพิ่มมากขึ้น

ก่อนหน้านี้แผ่นดินไหวในประเทศไทยส่วนใหญ่จะมีขาดเล็กถึงปานกลาง และเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก จึงทำให้ประชาชนไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือ และไม่มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับแผ่นดินไหวนอกจากนี้การรายงานข่าวเกี่ยวกับแผ่นดินไหวและความเสียหายจากแผ่นดินไหวตามสื่อต่างๆในปัจจุบันนั้นรวดเร็วและกระจายเป็นวงกว้างจึงทำให้เกิดความตื่นเต้นตกใจไปกับกระแสข่าวบางครั้งข้อมูลที่ประชาชนได้รับนั้นอาจจะผิดเพี้ยนไปจากความจริง โดยเฉพาะเมื่อรายงานเกี่ยวกับแผ่นดินไหวเป็นข่าวลือหรือคำทำนายสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทยจึงให้การสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องสู่ประชาชนเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ตรงกันและเท่าทันกับเหตุการณ์

ก่อนที่เราจะตอบคำถามข้างต้น เราควรทำความรู้จักกับโลกที่เราอาศัยอยู่เป็นอันดับแรกท่านทราบหรือไม่ว่า โครงสร้างของโลกนั้นเปรียบได้กับ ไข่ไก่ ส่วนเปลือกโลก (crust) เปรียบได้กับเปลือกไข่มีความหนาเพียง 16-40 กิโลเมตร ไข่ขาวนั้นเปรียบได้กับเนื้อโลก (mantle) ซึ่งเป็นหินร้อนหนืดกึ่งแข็งกี่งเหลวหนาประมาณ 2,900 กิโลเมตรซึ่งเคลื่อนตัวช้าๆเป็นกระแสหมุนเวียนอยู่ใต้เปลือกโลก โดยส่วนไข่แดงนั้นเปรียบได้ดังแก่นโลก(core) ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลมรัศมีประมาณ 3,475 กิโลเมตร

เปลือกโลกนั้นเบากว่าเนื้อโลก จึงสามารถลอยตัวและเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ตามกระแสหมุนเวียนของหินหนืดในชั้นเนื้อโลก เปลือกโลกนั้นแยกออกเป็นหลายแผ่น เรียกกันว่า แผ่นเปลือกโลก ซึ่งประกอบด้วย 15 แผ่นสามารถเปรียบเทียบได้กับเกมส์จิกซอว์ วางตัวอยู่บนสสารคล้ายของเหลวหนืดๆที่เคลื่อนตัวเป็นกระแสหมุนเวียน ทำให้เกมส์จิกซอว์เคลื่อนตัวได้การคลื่นที่ของหินหนืดและการหมุนของโลกสามารถทำให้แผ่นเลือกโลกเกิดการชนกัน เคลื่อนที่ออกจากกันหรือเคลื่อนผ่านกันได้

นอกจากนี้ แผ่นเปลือกโลกใต้มหาสมุทรที่หนักกว่าแผ่นทวีป ยังสามารถมุดตัวลงไปใต้แผ่นทวีป เกิดการบีบอัดบริเวณตะเข็บรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกทำให้เกิดรอยเลื่อนจำนวนมาก รอยเลื่อน คือรอยแตกบนเปลือกโลกที่หินหรือดินสองข้างของรอยแตกเลื่อนในทิศทางตรงกันข้าม การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกเช่นนี้ หากมีพลังงานสะสมก่อนการเคลื่อนตัวมากจะทำให้เกิดการปลดปล่อยความเครียด(หรือพลังงาน) อย่างฉับพลันเพื่อรักษาภาวะสมดุล ทำให้เกิดคลื่นที่สร้างความสั่นสะเทือนกระจายไปทั่วทุกทิศทาง การสั่นสะเทือนดังกล่าวคือสิ่งที่เราเรียกว่า แผ่นดินไหว

บริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกที่รายรอบมหาสมุทรแปซิฟิก มีชื่อเรียกว่า วงแหวนไฟ เป็นบริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวทั้งขนาดเล็กและใหญ่อยู่เป็นประจำ ประเทศที่อยู่ในเขตวงแหวนไฟ เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ชิลี จะมีความเสี่ยงที่จะเกิดแผ่นดินไหวสูง ประเทศไทยนั้นโชคดีกว่าหลายประเทศ เนื่องจากไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณวงแหวนไฟการเกิดแผ่นดินไหวในประเทศไทยจึงมีน้อยและไม่รุนแรงมาก ล่าสุดแผ่นดินไหวขนาด 8.6 ริกเตอร์ที่เกิดขึ้นที่เกาะสุมาตราเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2555ส่งผลกระทบให้รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ที่พาดผ่านอ่าวภูเก็ต-พังงาเกิดการขยับตัว ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.3 ริกเตอร์ ที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2555 และก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.0 ริกเตอร์ ที่จังหวัดระนองเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2555 นักธรณีวิทยาบางท่านคาดว่าอาจจะเกิดแผ่นดินไหวได้อีกในอนาคต แต่จะเป็นขนาดเล็กถึงปานกลางคือขนาดไม่เกิน 5.0 ริกเตอร์ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงมากนัก

ในปัจจุบันการเกิดแผ่นดินไหวเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่มนุษย์ไม่สามารถจะทำนายได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ขนาดเท่าใด หรือที่ไหน จะไปยับยั้งไม่ให้เกิดก็ทำไม่ได้ เราควรเรียนรู้ว่าจะอยู่กับภัยธรรมชาติชนิดนี้อย่างไร ประชาชนที่อยู่อาศัยตามแนวรอยเลื่อนในประเทศไทยควรเตรียมตัวรับมือกับแผ่นดินไหว โดยศึกษาแบบอย่างที่ประชาชนในประเทศที่ตั้งอยู่ในเขตแผ่นดินไหว เช่น ประเทศญี่ปุ่น เป็นตัวอย่าง โดยเริ่มต้นจาก การทำความเข้าใจกับธรรมชาติของแผ่นดินไหว และศึกษาหลักปฏิบัติเมื่อเกิดแผ่นดินไหว เมื่อเกิดแผ่นดินไหวควรตั้งสติอย่าตกใจหากแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวมีขนาดเล็กและเกิดในระยะสั้นๆ ไม่กี่วินาทีมักจะไม่สร้างความเสียหาย แต่ถ้าหากการสะเทือนเกิดขึ้นนานเป็นนาทีควรเข้าไปหลบใต้โต๊ะ ถ้าอยู่ชั้นล่างสุดของอาคารควรให้วิ่งออกมายังที่โล่งแจ้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องตั้งสติและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่แนวรอยเลื่อนที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหวควรหมั่นตรวจสอบและปรับปรุงโครงสร้างของบ้านและสิ่งก่อสร้างให้แข็งแรงพร้อมที่จะรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ หากสิ่งปลูกสร้างมีสภาพแข็งแรงคงทนเมื่อเกิดแผ่นดินไหวก็ขนาดเล็กถึงปานกลางมักจะไม่ได้รับความเสียหาย หรืออาจจะได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย

แผ่นดินไหวคงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนไทยอีกต่อไปแล้ว เราควรเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติให้ได้ ในตอนหน้า เราจะทำอย่างไร เมื่อเกิดแผ่นดินไหว? ร่วมค้นหาติดตามคำตอบในตอนต่อไป…




จาก ....................... INN News วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ.2555
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายชล : 27-06-2012 เมื่อ 11:04
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #15  
เก่า 27-06-2012
สายชล's Avatar
สายชล สายชล is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: Bangkok
ข้อความ: 9,462
Default



อ่านแล้วมองเห็นภาพ และมีความรู้เรื่อง "แผ่นดินไหว" ได้ชัดเจนขึ้นมาก...ขอบคุณมากค่ะ

__________________
Saaychol
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #16  
เก่า 12-11-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default


แผ่นดินไหวที่พม่า เขย่าตึกสูงกทม.-เชียงใหม่




"ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
เรื่อง แผ่นดินไหวบริเวณประเทศพม่า
______________________

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ.2555 เวลา 08.12 น. เกิดแผ่นดินไหวมีจุดศูนย์กลางอยู่บริเวณประเทศพม่า ที่ละติจูด 22.93 องศาเหนือ ลองจิจูด 95.99 องศาตะวันออก ความลึก 10 กิโลเมตร ขนาด 6.6 ตามมาตราริกเตอร์ ห่างจากอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนประมาณ 438 กิโลเมตร รู้สึกสั่นไหวบนตึกสูงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดเชียงใหม่"



หลังจากนั้น ก็มี After Shock ตามมาอีกหลายครั้ง จนถึงเช้านี้ เวลา 01.19 น. มีแผ่นดินไหวที่จุดเดิม 5.4 ริคเตอร์




ความสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ สามารถรับรู้ได้ถึง กทม. .... อย่างที่บ้านของสองสายในซอยสุขุมวิท 20 ถึงกับทำให้น้ำในสระโยกไปโยกมาเป็นคลื่นคล้ายสึนามิขนาดเล็กให้เห็นได้




ข่างจาก กรุงเทพธุรกิจ เช้านี้ :

เกิดอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องที่พม่า ล่าสุด ครั้งที่ 5 วัดได้ 5.6 ริกเตอร์ ขณะที่ ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 13 ศพ บาดเจ็บ 40 คน และยังมีผู้สูญหายกว่า 10 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้า เหตุแผ่นดินไหว ขนาดรุนแรง 6.8 ริกเตอร์ ของช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ล่าสุด พบยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 13 ศพ บาดเจ็บกว่า 40 คน และยังมีผู้สูญหายกว่า 10 คน และอาฟเตอร์ช็อก ก็ยังเกิดต่อเนื่อง ล่าสุดเป็นครั้งที่ 5 เมื่อเวลา 01.19 น. วัดได้ 5.6 ริกเตอร์ จากการรายงานของสำนักธรณีวิทยาสหรัฐ โดยสื่อพม่า รายงานว่า หลังเหตุแผ่นดินไหวได้มี อาฟเตอร์ช็อค 5 ริกเตอร์ ตามมาอีก 2 ครั้ง ความเสียหายที่พบแล้วคือ สะพานแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง พังถล่มลงมา และที่ จ.มัณฑะเลย์ เมืองใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของพม่า แรงสั่นสะเทือนทำให้เกิดรอยแตกขึ้นกับตึกหลายแห่ง เจดีย์หลายองค์พังลงมา

ขณะที่เ ว็บไซต์นิตยสาร วีกลี่ อีเลฟเว่น รายงานโดยอ้างว่า เหตุแผ่นดินไหวรุนแรงในครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย จากการที่สะพาน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างในแม่น้ำอิระวดี ถล่มลงมาเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ จุดศูนย์กลางอยู่ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ หรือ ห่างจากเมืองชเวโบ ไปทางตอนใต้ราว 117 กิโลเมตร ขณะที่ สถานีโทรทัศน์ของพม่า เอ็มอาร์ทีวี เปิดเผยว่า บ้านเรือนประชาชนราว 100 หลังคาเรือน ได้รับความเสียหาย รวมทั้ง อาคารสำนักงานของภาครัฐ และโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่เกิดจากเหตุสะพานข้ามแม่น้ำอิระวดีพังถล่ม โดยสะพานดังกล่าว กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แล้วเสร็จประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ยังมีข่าวรายงานด้วยอีว่า เหมืองทองคำถล่ม ทำให้คนงานจำนวนหนึ่ง ติดค้างอยู่ภายในเหมือง แต่ไม่มีรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมในขณะนี้

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #17  
เก่า 17-11-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default


รอยเลื่อนในไทย


เหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรงทางตอนเหนือของประเทศพม่า วัดขนาดได้ 6.6 ริกเตอร์ ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่อาคารบ้านเรือน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และยังส่งผลให้ประเทศไทยบางพื้นที่รับรู้ความรู้สึกแรงสั่นสะเทือน

แผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อลดความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมา เพื่อปรับสมดุลของเปลือกโลกให้คงที่

ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถทำนายเวลา สถานที่ และความรุนแรงของแผ่นดินไหวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

การเกิดแผ่นดินไหวมีสาเหตุมาจาก 2 สาเหตุใหญ่ คือ จากการกระทำของมนุษย์ เช่น การทดลองระเบิดปรมาณู การกักเก็บน้ำในเขื่อน

ส่วนสาเหตุที่สอง เกิดตามธรรมชาติอันเนื่องมาจากการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก นั่นคือ รอยเลื่อน (faults) หรือรอยแตกบนเปลือกโลก

ในประเทศไทยมีรอยเลื่อนกระจายตั้งแต่เหนือจรดใต้ นับร้อยรอยเลื่อน มีความยาวตั้งแต่ไม่ถึงสิบกิโลเมตร ไปจนนับร้อยกิโลเมตร

แผ่นดินไหวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2526 มีศูนย์กลางที่ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี วัดขนาดได้ 5.9 ริกเตอร์ ทำให้รู้สึกสั่นสะเทือนเป็นบริเวณกว้าง มีความเสียหายเล็กน้อยบริเวณศูนย์กลางและกรุงเทพมหานคร

สำหรับรอยเลื่อนมีพลัง (active fault) หมายถึง รอยเลื่อนที่จะมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอีกในอนาคต รอยเลื่อนที่จัดว่าเป็นรอยเลื่อนมีพลังต้องมีการเคลื่อนที่อย่างน้อยหนึ่งครั้งภายในระยะเวลา 10,000 ปี

กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาและรวบรวมข้อมูลด้านการสำรวจรอยเลื่อนมีพลัง พบว่าในประเทศไทยมีรอยเลื่อนมีพลัง 14 รอยเลื่อน ซึ่งมีแนวรอยเลื่อนใหญ่ๆ อยู่หลายแนว สามารถจัดกลุ่มรอยเลื่อนที่สำคัญได้ 3 แนว ตามทิศทางการวางตัวและการเคลื่อนที่

คือ กลุ่มรอยเลื่อนที่วางตัวในแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ กลุ่มรอยเลื่อนที่วางตัวในทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ และกลุ่มรอยเลื่อนที่วางตัวอยู่ในทิศเหนือ-ใต้


14 รอยเลื่อนมีพลัง ครอบคลุมพื้นที่จำนวน 23 จังหวัด ได้แก่

1.รอยเลื่อนแม่จัน ครอบคลุม จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่

2.รอยเลื่อนแม่อิง ครอบคลุม จ.เชียงราย

3.รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน ครอบคลุม จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ตาก

4.รอยเลื่อนเมย ครอบคลุม จ.ตากและ จ.กำแพงเพชร

5.รอยเลื่อนแม่ทา ครอบคลุม จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน และ จ.เชียงราย

6.รอยเลื่อนเถิน ครอบคลุม จ.ลำปางและ จ.แพร่

7.รอยเลื่อนพะเยา ครอบคลุม จ.ลำปาง จ.เชียงราย และ จ.พะเยา

8.รอยเลื่อนปัว ครอบคลุม จ.น่าน

9.รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ ครอบคลุม จ.อุตรดิตถ์

10.รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ครอบคลุม จ.กาญจนบุรี และ จ.ราชบุรี

11.รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ครอบคลุม จ.กาญจนบุรี และ จ.อุทัยธานี

12.รอยเลื่อนท่าแขก ครอบคลุม จ.หนองคายและ จ.นครพนม

13.รอยเลื่อนระนอง ครอบคลุม จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.ระนอง และ จ.พังงา

14.รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย ครอบคลุม จ.สุราษฎร์ ธานี จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต




จาก .................. ข่าวสด คอลัมน์ คอลัมน์ที่ 13 วันที่ 17 พฤศจิกายน 2555
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #18  
เก่า 20-11-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default


แผ่นดินไหว "พม่า" เขย่าขวัญผวาถึงกรุงเทพฯ



แผ่นดินไหว เป็นภัยธรรมชาติและหนึ่งในปรากฏการณ์ที่มนุษยชาติยังไม่เข้าใจถ่องแท้ และพยากรณ์ไม่ได้

ประเทศไทย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชาติที่ภัยธรรมชาติไม่ค่อยจะเข้ามา กล้ำกราย

แต่ปัจจุบันเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นจากพิบัติภัยต่างๆ

แม้แต่แผ่นดินไหว ที่คนไทยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ก็ยังมีโอกาสให้ได้สัมผัสกันอยู่บ่อยขึ้น

ล่าสุดคนไทยจำนวนหนึ่งที่อยู่บนที่สูงในภาคเหนือและตึกสูงใน กทม. ต้องเผชิญกับ "แรงสั่นสะเทือน" ชวนหวาดผวาหัวใจกันตั้งแต่เช้าวันที่ 11 พ.ย.2555 ที่ผ่านมา อันเป็นผลกระทบมาจากแผ่นดินไหวขนาด 6.8 ริกเตอร์ ในเมืองสะแกงของประเทศพม่า

เหตุธรณีพิโรธข้ามชาติครั้งนี้ สร้างความตื่นตระหนกและวิตกกังวลไปทั่ว

ศาสตราจารย์ ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หัวหน้าหน่วยศึกษา พิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักธรณีวิทยาชั้นนำของประเทศ ได้ให้ข้อมูลผ่าน "ข่าวสด หลาก&หลาย" ถึงภัยทางธรรมชาติในครั้งนี้เอาไว้ ดังนี้

แผ่นดินไหว 6.8 ริกเตอร์ดังกล่าว เกิดจากการเคลื่อนที่ของรอยเลื่อนสะแกง พาดผ่านเมืองสะแกงของพม่า จัดเป็นรอยเลื่อนในแนวนอน เรียกว่า "ทรานส์ฟอร์ม ฟอลต์" ทำให้สามารถส่งแรงสั่นสะเทือนไปได้ไกล

โดยเฉพาะเมื่อแรงสั่นสะเทือนผ่านชั้นหินมาเจอดินอ่อน อันเป็นลักษณะชั้นดินของกรุงเทพมหานคร มีความลึกสูงสุดราว 20 เมตร จะทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ของแรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้น อีกทั้งตึกสูงจะต้องมีฐานรากลึกลงไปในชั้นดิน จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผู้ที่อยู่ชั้นบนๆ ของตึกจึงสามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ชัดเจน

ขณะที่ผู้ที่อยู่บนตึกเตี้ยๆนั้น จะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนดังกล่าว

แผ่นดินไหว 6.8 ริกเตอร์ ถือว่ารุนแรง เพราะ 6.5 ริกเตอร์ขึ้นไปนั้นจัดเป็นแผ่นดินไหวที่สามารถสร้างความเสียหายให้กับสิ่งก่อสร้างต่างๆได้ ซึ่งแผ่นดินไหวระดับนี้เกิดขึ้นทั่วโลก เฉลี่ย 12 ครั้งต่อปี และส่วนใหญ่แล้วรอยเลื่อนประเภทนี้จะไม่ส่งผลให้มีแผ่นดินไหวตามหลัง หรือ "อาฟเตอร์ช็อก" ที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมตามมา ซึ่งเท่าที่ติดตามพบอาฟเตอร์ช็อกตามมา 4-5 ครั้ง ครั้งที่แรงที่สุด คือราว 5.8 ริกเตอร์

คาดว่าจะไม่มีแผ่นดินไหวขนาดรุนแรงเท่านี้เกิดขึ้นตามมาอีกแล้วในจุดเดิม

ส่วนการเกิดแผ่นดินไหวจากรอยเลื่อนอื่นที่อาจได้รับผลกระทบนั้นเป็นไปได้

แต่โดยส่วนตัว ไม่ให้น้ำหนักกับรอยเลื่อน "แม่ฮ่องสอน" ตามที่บางฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเป็นรอยเลื่อนแนวยืน คือเคลื่อนที่ขึ้นลง

ดังนั้นการที่จะถูกกระตุ้นจากรอยเลื่อนสะแกง ซึ่งเป็นรอยเลื่อนแนวนอน จึงเป็นไปได้น้อย

นอกจากนี้ ในอดีตที่ผ่านมานั้น รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอนเคยก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2-4 ริกเตอร์เท่านั้น ถือเป็นแผ่นดินไหวขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม รอยเลื่อนสะแกงเป็นรอยเลื่อนที่ต่อเนื่องขึ้นมาจากทะเลอันดามัน จึงอาจส่งผลกระทบต่อรอยเลื่อน "ระนอง" ของไทยได้ โดยรอยเลื่อนดังกล่าวไม่ได้เคลื่อนที่มานานแล้ว และในอดีตที่ผ่านมาก็ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเพียง 2-4 ริกเตอร์เช่นกัน



ทว่า รอยเลื่อนที่น่าจะมีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าน่าจะเป็นรอยเลื่อนที่เคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวในรัฐฉานของพม่า เมื่อเดือนมี.ค.54

รวมทั้งรอยเลื่อนบริเวณมณฑลยูนนานและเสฉวนของจีน โดยทั้งหมดเป็นรอยเลื่อนที่มีลักษณะเกยกัน เรียกว่า "ทรัสต์ ฟอลต์" และในอดีตเคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่กว่า 6 ริกเตอร์มาแล้ว ถือเป็นรอยเลื่อนที่อยู่เหนือประเทศไทยขึ้นไป

แต่การที่จะไปเจาะจงว่ารอยเลื่อนใดจะ ได้รับผลกระทบนั้น ไม่มีใครรู้ และไม่มี นักวิทยาศาสตร์คนใดจะฟันธงได้

สําหรับในส่วนของ "ความเสี่ยง" ของประเทศไทยต่อการเกิดแผ่นดินไหว

ที่ผ่านมาไทยไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ มีแต่ระดับเล็กถึงปานกลาง

เมื่อเทียบกับประเทศทั่วโลกที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ถือว่าไทยเสี่ยงน้อยมากๆ

อาทิ จุดที่เสี่ยงที่สุดของไทย เช่น รอยเลื่อนมีพลังทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ยาวลงไปจนถึงรอยเลื่อนแขนง หรือรอยเลื่อนสาขา ในภาคใต้อย่างรอยเลื่อนระนอง และสุราษฎร์ธานี ก็ยังมีความเสี่ยงน้อยกว่าจุดที่เสี่ยงน้อยที่สุดของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้งมาก

ส่วนกรุงเทพมหานคร คงไม่มีจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหว เพราะมีรอยเลื่อนที่ตายแล้ว แม้จะฟื้นได้แต่ถือว่ายากมากเนื่องจากสภาพทางธรณีวิทยา กล่าวคือ การพัฒนาการของเปลือกโลกบริเวณนี้ ย้อนกลับไปราว 20-30 ล้านปี เป็นจุดที่แผ่นดินเคยมุดตัวกัน แต่ปัจจุบันตำแหน่งการมุดตัวเปลี่ยนไปอยู่ในทะเลอันดามันแล้ว

ไทยมีกฎหมายควบคุมสิ่งปลูกสร้าง และหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้อยู่ อาทิ คณะกรรมการแผ่นดินไหวแห่งชาติ

คิดว่าตึกสูงก็น่าจะมีการออกแบบป้องกันแผ่นดินไหวอยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วง สามารถรับมือได้ทั้งการสั่นไหวภายในประเทศ (แผ่นดินไหวขนาดเล็ก) และการสั่นไหวจากจุดศูนย์กลางในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งกรณีอย่างหลังเป็นสิ่งที่ไทยพบเจอมากกว่า

มีข้อมูลทางวิชาการใหม่จากนักวิจัยญี่ปุ่น ในกรณีศึกษาความเสียหายจากการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ ที่จ.เซ็นได ของญี่ปุ่น โดยแรงสั่นสะเทือนในครั้งนั้นส่งผลให้ตึกที่มีความสูงบางแห่งที่ จ.โอซาก้า ห่างจากจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวไปกว่า 1,000 กิโลเมตร เกิดรอยร้าวขึ้นที่ชั้น 7-24

สาเหตุของการสั่นสะเทือนของตึกสูงนั้น เป็นเพราะมีฐานรากลึก เหมือนการดีดไม้บรรทัดยาวๆที่ปลายด้านหนึ่งและส่งผลให้ปลายอีกด้านหนึ่งสั่นสะเทือน ซึ่งสาเหตุของตึกร้าวที่ญี่ปุ่นมาจากแรงสั่นสะเทือนแบบ "คลื่นยาว"

ขณะที่ในกรณีของไทยนั้นน่าจะเป็น "คลื่นพื้นผิว" ไม่ใช่คลื่นยาว แต่จะต้องมีการศึกษาวิจัยเชิงลึกต่อไป รวมทั้งควรมีการทำแบบจำลองแผ่นดินไหว ตลอดจนอาจต้องมีการทบทวนแผนที่ความเสี่ยงแผ่นดินไหวของไทยใหม่ด้วย

นอกจากนี้ ศ.ดร.ธนวัฒน์ยังวิพากษ์วิจารณ์การที่กลุ่มนักวิชาการ บางกลุ่มนำลักษณะความเสียหายของกรุงเม็กซิโก ซิตี จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวขนาด 8.0 ริกเตอร์ นอกชายฝั่งประเทศเม็กซิโก เมื่อปี 2528 มาผูกโยงกับลักษณะการได้รับรู้แรงสั่นสะเทือนของไทยจากแผ่นดินไหวในประเทศพม่าครั้งล่าสุดด้วยว่า ไม่สามารถ ผูกโยงกันได้ เพราะมีความแตกต่างกัน

โดยในครั้งนั้น ตึกสูงในกรุงเม็กซิโก ซิตี ตั้งแต่ชั้น 7 ขึ้นไปได้รับความเสียหายทั้งที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางกว่า 350 กิโลเมตร ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นไปไม่ได้ จึงเกิดการศึกษา พบว่ากรุงเม็กซิโก ซิตี ตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เป็นทะเลสาบเก่า ทำให้มีชั้นดินอ่อนลึกลงไปกว่า 300 เมตร รวมทั้งลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ

แตกต่างจากกรุงเทพฯ ที่มีชั้นดินอ่อนหนาเพียง 20 เมตรเท่านั้น

รวมทั้งลักษณะภูมิประเทศเป็นแบบเปิดลงไปสู่อ่าวไทยด้วย

ศ.ดร.ธนวัฒน์มองว่า เรื่องแผ่นดินไหวในประเทศไทยจำเป็นต้องมีข้อสรุปในทางวิชาการ

ดังนั้นการศึกษาวิจัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น

โดยส่วนตัวคิดว่าคนไทยกลัวเรื่องแผ่นดินไหวมากกว่าน้ำท่วม แต่จริงๆ แล้วน้ำท่วมนั้นสร้างความเสียหายมากกว่า แม้กระทั่งการกัดเซาะชายฝั่งที่สร้างความเสียหายมากกว่าหลายร้อยเท่า แต่คนกลับไม่ค่อยกลัว

สาเหตุอาจเป็นเพราะแผ่นดินไหวเป็นพิบัติภัยที่มนุษย์ไม่สามารถเตือนภัยล่วงหน้าได้ แม้แต่ในประเทศที่มีนักวิชาการแผ่นดินไหวหลายร้อยคน อย่างสหรัฐหรือญี่ปุ่นก็ไม่เคยพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหว มีแค่ไทยประเทศเดียวที่ในอดีตมีการทำนายออกมาเป็นซีรีส์ ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลทางวิชาการ และสร้างความเสียหายจนกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความต่อเนื่องของความกลัวมานาน ทำให้คนไทยกลัวแผ่นดินไหวมาก

คนไทยจำเป็นต้องปรับทัศนคติใหม่ ด้วยการรับฟังข้อมูลที่ถูกต้อง

มิฉะนั้นอาจต้องพบกับความเสียหายระยะยาว จากความกลัวเกินเหตุของคนไทยเอง

"ในบรรดาพิบัติภัยทั้งปวงที่สามารถสร้างความเสียหายให้ประเทศไทย ผมคิดว่าแผ่นดินไหวถือเป็นพิบัติภัยที่ประเทศไทยมีความเสี่ยงน้อยที่สุด" ศ.ดร.ธนวัฒน์กล่าว

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)

...แม้ทุกโครงสร้างของอาคารในกทม.จะมีรากฐานที่มั่นคง แต่ก็ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ...

เนื่องจากภัยธรรมชาติเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ แม้กรณีแผ่นดินไหวในพม่าจะไม่ได้เกิดในไทยโดยตรง แต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะในอาคารสูง หรืออาคารที่มีอายุการใช้งานมานาน

ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อม ติดตามเฝ้าระวัง พร้อมรับฟังปัญหาร่วมกัน และซักซ้อมความเข้าใจให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกโดยกรมทรัพยากรธรณี ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา ศูนย์เตือน ภัยพิบัติแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กรมโยธาธิการและผังเมือง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

กรมอุตุนิยมวิทยา มีภารกิจหลักด้านพัฒนาระบบตรวจวัดแผ่นดินไหว ติดตั้งเครื่องมือวัดอัตราเร่งของพื้นดิน จัดทำฐานข้อมูลแผ่นดินไหว แจ้งเหตุแผ่นดินไหว พร้อมประชาสัมพันธ์ความรู้ด้านแผ่นดินไหวให้ประชาชนรับทราบ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ มีหน้าที่แจ้งเตือนสึนามิที่เกิดจากแผ่นดินไหว

ด้านปภ.จะฝึกซ้อมแผนจัดระบบสื่อสาร ฝึกอบรมอาสาสมัคร อพยพประชาชน ช่วยผู้ประสบภัย จัดสถานที่พักชั่วคราว และตั้งศูนย์รับและแจกของบริจาค กรมโยธาธิการและผังเมืองจะดำเนินการออกกฎกระทรวงกำหนดการรับน้ำหนักความต้านทานคงทนของอาคารและพื้นดินที่รองรับอาคารในการต้านทานแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว

แม้ทุกโครงสร้างของอาคารในกทม. จะมีรากฐานที่มั่นคง แต่ก็ต้องมีการตรวจสอบให้แน่ใจถึงความปลอดภัยด้วย

ส่วนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กรมชลประทาน กรมอุทกศาสตร์ จะพัฒนาระบบตรวจวัดแผ่นดินไหวเฉพาะพื้นที่ของหน่วยงาน และกรมทรัพยากรธรณีจะมีหน้าที่ด้านการสำรวจรอยเลื่อนมีพลัง ประเมินความเสี่ยงภัยของพื้นที่ ทั้งนี้เมื่อแต่ละหน่วยงานได้เสนอมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือแผ่นดินไหว ก็จะนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อหาแนวทางในการเตรียมความพร้อมไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งจะเน้นความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

เพื่อเป็นตัวอย่างแก่หน่วยงานอื่นๆ ได้สั่งการให้ทส.ทำแผนซ้อมรับมือแผ่นดินไหว ก่อนหน่วยงานอื่นๆ เพราะตึกทส.เองก็เป็นตึกสูง 20 ชั้น โดยจะซักซ้อมทำความเข้าใจเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในตึกว่า หากเกิดเหตุแผ่นดินไหว ขึ้นมานั้นจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง




จาก .................. ข่าวสด วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #19  
เก่า 20-11-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default


แผ่นดินไหว



กรณีแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า และได้รับแรงสั่นสะเทือนจนมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมานี้ ทำให้คนไทยหันมาสนใจเรื่องแผ่นดินไหวกันอีกยกใหญ่

ความสนใจนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้หลายหน่วยงานต้องดูว่า หากเกิดแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงตาม "รอยเลื่อน" ต่างๆ ทั้งในไทยและประเทศใกล้เคียง สิ่งก่อสร้างต่างๆในจุดเสี่ยงจะได้รับอันตรายบ้างหรือไม่ แต่ถ้าความสนใจกลายเป็นความตื่นตระหนกที่ไม่อยู่กับความเป็นจริง ก็คงเป็นผลเสียมากกว่าผลดี

ข้อควรจำเกี่ยวกับแผ่นดินไหวมีดังนี้

1. แผ่นดินไหวไม่สามารถทำนายได้ล่วงหน้า ในปัจจุบันวงการวิทยาศาสตร์สากลมีข้อมูลเกี่ยวกับจุดที่มักเกิดแผ่นดินไหวต่างๆ ของโลกอย่างละเอียด แต่เรายังไม่มีเทคโนโลยีที่สามารถระบุอย่างแม่นยำได้ว่า แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นที่ใด ความลึกเท่าใด และเวลาใด

ทั้งนี้ ถ้าหากเราบอกได้จริงว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่ใดบ้าง คงมีการเตือนภัยล่วงหน้าเหตุการณ์อย่างสึนามิเมื่อปี 2004 แผ่นดินไหวเสฉวนเมื่อปี 2008 หรือแผ่นดินไหวเกาะเฮติ ปี 2010 ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม วิทยาศาสตร์เดินหน้าอยู่เสมอ ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะมีเทคโนโลยีคาดการณ์แผ่นดินไหวที่แม่นยำก็เป็นไปได้

2. แผ่นดินไหว เป็นเรื่องของ "ดิน" ไม่เกี่ยวกับ "ฟ้า" เคยมีข้อสมมติฐานว่า แผ่นดินไหวอาจเกิดจากการเรียงตัวของดาวเคราะห์ หรือจากปรากฏการณ์ "ซูเปอร์มูน" ซึ่งเป็นช่วงที่เรามองเห็นพระจันทร์ใหญ่กว่าปกติ แต่แท้จริงแล้ว แผ่นดินไหวเกิดจากการกดทับของเปลือกโลกอันทรงพลัง ความเชื่อมโยงระหว่างแผ่นดินไหวกับปรากฏการณ์ต่างๆบนท้องฟ้าจึงเป็นความบังเอิญนั่นเอง

ความบังเอิญยังทำให้มีข่าวลือว่าสัตว์บางประเภทแสดงอาการผิดปกติก่อนแผ่นดินไหวอีกด้วย ทั้งที่ความจริงคือ สัตว์มักแสดงอาการผิดปกติด้วยหลายเหตุผล เช่น หิว ไม่สบายเนื้อตัว ปกติเจ้าของก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรและลืมเสีย แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ อย่างแผ่นดินไหว เรามักมองย้อนกลับไปว่าในวันก่อนหน้า สัตว์ตัวนี้เคยแสดงอาการเช่นนี้ จึงตีความไปเอง

3. แผ่นดินไหวมักถูกนำไปเชื่อมโยงกับไสยศาสตร์ หมอดูหลายสำนักชอบทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งเนื่องจากแผ่นดินไหวเกิดขึ้นบ่อยครั้งในแต่ละสัปดาห์ทั่วโลก การทำนายทายทักก็ต้องถูกเข้าบ้างเป็นธรรมดา แต่เมื่อไม่เกิดขึ้นจริง คนเราก็มักลืมๆ กันเสีย (ยกเว้นแต่จะกลายเป็นเรื่องถึงคดีความอย่าง "หมอปลาบู่" เมื่อต้นปีนี้ ก็ลืมกันยากหน่อย) การทำนายแผ่นดินไหวจึงมีแต่ "ได้กับได้"

บางคนก็ไสยศาสตร์สุดโต่ง อย่างเช่น นักเทศน์มุสลิมคนหนึ่งในประเทศอิหร่าน ที่ระบุว่าแผ่นดินไหวเกิดขึ้นเพราะผู้หญิงประพฤติตัวไม่เหมาะสม!




จาก .................. ข่าวสด คอลัมน์หักมุมพิศวง วันที่ 20 พฤศจิกายน 2555
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:25


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger