เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ส่วนภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

อนึ่ง พายุดีเปรสชัน "โทราจี" (Toraji) บริเวณประเทศเวียดนามตอนล่างได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว โดยอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโฮจิมินห์ ประมาณ 35 กิโลเมตร คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำนี้จะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทย ผ่านภาคใต้สู่ทะเลอันดามัน ในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย. 61 ทำให้ภาคตะวันออก และภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปถึงจังหวัดสงขลามีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศเวียดนามตอนล่างควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย. ปรเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 22-24 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย. ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบน ควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากฝนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 20-24 พ.ย. ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ "โทราจี"(Toraji) " ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2561

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (19 พ.ย. 61) พายุดีเปรสชัน "โทราจี" (Toraji) บริเวณประเทศเวียดนามตอนใต้ ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 35 กิโลเมตร คาดว่าหย่อมความกดอากาศต่ำนี้จะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวไทย ผ่านภาคใต้ตอนกลางลงสู่ทะเล

อันดามัน ในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย. 61 ทำให้ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปถึงจังหวัดสงขลามีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศเวียดนามตอนล่างควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย

อนึ่ง มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 19-21 พ.ย. 61 ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (90.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (94.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (97.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


เจอแล้วเรือดำน้ำอาร์เจนตินา! หายใต้ทะเล 1 ปี ลูกเรือ 44 ชีวิตไม่รอด

ทีมเจ้าหน้าที่ค้นพบซากเรือดำน้ำของอาร์เจนตินาที่หายสาบสูญไปในทะเลระหว่างปฏิบัติภารกิจพร้อมกับลูกเรือ 44 คนเมื่อราว 1 ปีก่อนแล้ว โดยทางการยอมรับว่าไม่มีปัญญากู้ซากเรือขึ้นมา...



สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เจ้าหน้าที่ของประเทศอาร์เจนตินาออกมาเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 17 พ.ย. 2561 ว่า เจอเรือดำน้ำของกองทัพที่หายสาบสูญไประหว่างออกปฏิบัติภารกิจใต้ทะเลแอตแลนติกใต้ พร้อมกับลูกเรือ 44 คนเมื่อราว 1 ปีก่อนแล้ว

ตามการเปิดเผยของนาวาเอก กาเบรียล อัตติส แห่งกองทัพเรืออาร์เจนตินา ซากของเรือดำน้ำ ?เออาร์เอ ซาน ฮวน? ซึ่งมีร่องรอยของการระเบิดถูกพบอยู่ที่ก้นทะเลความลึก 870 เมตร (ราว 2,850 ฟุต) เมื่อวันที่ 16 พ.ย. หลังจากหายไป 1 ปีกับอีก 1 วัน


เจ้าหน้าอาร์เจนตินาแถลงเรื่องการค้นพบซากเรือดำน้ำ

ด้านนาย ออสการ์ อากุอาด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาร์เจนตินากล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันเสาร์ว่า อาร์เจนตินาไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะเก็บกู้ซากเรือดำน้ำลำนี้ได้ ?ไม่ เราไม่มีวิธีที่จะลงไปยังความลึกขนาดนั้น? และ ?เจ้าหน้าที่ไม่มีอุปกรณ์ที่จะนำเรือดำน้ำขึ้นมาจากความลึกนี้ได้?

ทั้งนี้ เรือเออาร์เอ ซาน ฮวน หายไปในวันที่ 15 พ.ย. 2560 นอกชายฝั่งของอาร์เจนตินา ระหว่างเดินทางจากเมืองอูซัวยา ทางใต้ของประเทศไปยังเมืองมาร์ เดล ปลาตา โดยกองทัพเรือเปิดเผยในหลายวันต่อมาว่า กัปตันของเรือดำน้ำลำนี้รายงานเรื่องการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่ระบบแบตเตอรี่ในเรือไม่นานก่อนจะมีการติดต่อครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย โดยการลัดวงจรเกิดจากน้ำทะเลรั่วเข้าไปในสน็อร์กเกิลของเรือ


เศษชิ้นส่วนของเรือดำน้ำที่ค้นพบใต้ทะเล

หลายวันหลังจากนั้น มีการเปิดเผยอีกว่าก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่อาร์เจนตินาตรวจพบเสียงคล้ายกับการระเบิดเกิดขึ้นในทะเลใกล้กับพื้นที่สุดท้ายที่ตรวจพบเรือดำน้ำลำนี้จึงเชื่อว่ามันอับปาง ทำให้เกิดการระดมค้นหาครั้งใหญ่ ประกอบด้วยเรือ 28 ลำและเครื่องบินอีก 9 ลำจาก 11 ประเทศ ซึ่งรวมถึงสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ค้นหาในพื้นที่ห่างจากชายฝั่งอาร์เจนตินาราว 900 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ ทางการอาร์เจนตินาก็ยกเลิกการกู้ภัย โดยให้เหตุผลว่าโอกาสรอดชีวิตของลูกเรือลำนี้หมดแล้ว แต่ยังคงมีการค้นหาซากเรือเรื่อยมา จนกระทั่งบริษัท ?โอเชียน อินฟินิตี้? ของสหรัฐฯ ซึ่งทำสัญญากับอาร์เจนตินาจะค้นพบเรือดำน้ำยาว 60 เมตรลำนี้

อนึ่ง ลูกเรือที่เสียชีวิตยังรวมไปถึง เอเลียนา คราฟชีค เจ้าหน้าที่ประจำเรือดำน้ำคนแรกของอาร์เจนตินาที่เป็นผู้หญิงด้วย


https://www.thairath.co.th/content/1424120

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


อาร์เจนตินายืนยัน เจอซากเรือดำน้ำจมแอตแลนติก 1 ปี พร้อมลูกเรือ 44 นาย

อาร์เจนตินาประกาศยืนยันข่าวการพบซากเรือดำน้ำที่มีลูกเรือ 44 นาย ซึ่งสูญหายเมื่อ 1 ปีก่อน พร้อมเผยภาพซากเรือที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติกลึก 900 เมตร


ภาพจากกองทัพเรืออาร์เจนตินา เผยชิ้นส่วนของเรือดำน้ำเออาร์เอ ซานฮวน ซึ่งพบที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก ความลึก 907 เมตร ห่างจากเมืองโคโมโดโร ริวาดาเวีย ราว 500 กิโลเมตร / ARGENTINA'S NAVY PRESS OFFICE / AFP

กองทัพเรืออาร์เจนตินาทวีตว่าพบซากเรือดำน้ำเออาร์เอ ซานฮวนแล้วที่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก ที่ความลึกมากกว่า 900 เมตร ยืนยันเรือดำน้ำลำนี้เกิดการระเบิดจากภายใน โดยซีเบด คอนสตรักเตอร์ ยานค้นหาใต้น้ำของบริษัท โอเชียน อินฟินิตี ของสหรัฐค้นพบเมื่อวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน หรือ 1 วันหลังครบรอบ 1 ปีการหายไปของเรือดำน้ำลำนี้ ที่ขาดการติดต่อกับกองทัพเรือเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 ขณะอยู่ห่างฝั่งราว 450 กิโลเมตร และกำลังแล่นขึ้นทางทิศเหนือหลังออกจากฐานทัพเรือเมืองอูซัวยาของอาร์เจนตินาที่เป็นเมืองใต้สุดของโลก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การกู้ซากเรือดำน้ำซานฮวนขึ้นมาต้องใช้งบราว 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่านั้น ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมอาร์เจนตินา ออสการ์ อากูอัด กล่าวเมื่อวันเสาร์ว่าไม่มีเครื่องมือที่จะนำมากู้ซากเรือดำน้ำลำนี้ ก่อนหน้านี้อากูอัดได้พบกับครอบครัวของลูกเรือดำน้ำลำนี้ ให้พวกเขาดูภาพจากหุ่นยนต์ใต้น้ำที่ถ่ายให้เห็นซากเรือดำน้ำลำนี้ ได้แก่ ใบพัดเรือ, ท่อส่งตอร์ปิโด และซากเรือด้านบนของเรือดำน้ำ

หลุยส์ นิซ บิดาของลูกเรือที่สูญหายเผยว่า เขายังมีความหวังว่าลูกเรือดำน้ำลำนี้จะยังมีชีวิตอยู่ แม้ประธานาธิบดีเมาริซิโอ มาครี ของอาร์เจนตินาจะประกาศตั้งแต่ 2 สัปดาห์หลังเรือดำน้ำลำนี้สูญหายว่า ไม่น่ามีลูกเรือรายใดรอดชีวิต



ครอบครัวของลูกเรือที่สูญหายกลุ่มเล็กๆ รวมตัวกันที่ฐานทัพเรือในเมืองมาร์เดลปลาตาเมื่อวันเสาร์ ถือป้ายเขียนว่า "44" ซึ่งคือจำนวนลูกเรือของเรือดำน้ำที่สูญหาย และอีกป้ายเขียนว่า "จะไม่ลืมหัวใจที่แข็งแกร่งทั้ง 44 ดวง"

ทนายความโซเนีย เครสเชอร์ ตั้งคำถามถึงช่วงเวลาที่ค้นพบซากเรือว่าทำไมมาตรงกับที่เรือดำน้ำลำนี้สูญหายครบ 1 ปีพอดี และเรียกร้องให้ทางการกู้ซากเรือเพื่อนำศพของลูกเรือขึ้นมา และพิสูจน์ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรือดำน้ำ.


https://www.thaipost.net/main/detail/22226

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


ทะเลออสเตรเลียดุ 'กระเบน-ฉลาม' ทำร้ายคน



เกิดเหตุร้ายต่างกรรมต่างวาระในทะเลออสเตรเลีย นักว่ายน้ำคนหนึี่งเสียชีวิตคาดถูกปลากระเบนทำร้าย ส่วนอีก 2 คนถูกฉลามขย้ำ

ตำรวจรายงานว่า ชายวัย 42 ปีคนหนึ่ง ว่ายน้ำอยู่นอกหาดลอเดอร์เดล ห่างจากเมืองโฮบาร์ตรัฐแทสมาเนียทางภาคใต้ของประเทศ ราว 23 กิโลเมตร มีบาดแผลเป็นไปได้ว่าถูกสัตว์ทะเลแทงเข้าที่ท้องน้อย เพื่อนๆ ช่วยนำตัวเขาขึ้นฝั่ง แต่ช่วยชีวิตไว้ไม่ทันเจ้าตัวหัวใจวายเสียก่อน

เบรตต์ บาวเวอริง ตำรวจแทสมาเนีย เผยว่าร่องรอยบาดแผลคล้ายกับถูกปลากระเบนแทงแต่ตำรวจต้องสอบสวนหาข้อมูลเพิ่มเติมในเหตุการณ์ที่น่าสะเทือนใจครั้งนี้

ปลากระเบนพบได้ทั่วไปในน่านน้ำเขตร้อนและไม่ค่อยทำร้ายผู้คน แต่เงี่ยงที่ปลายหางมีพิษใช้สำหรับป้องกันตนเอง ซึ่งเมื่อกว่าสิบปีก่อนนายสตีฟ เออร์วิน ที่ทั่วโลกรู้จักในฉายา ?คร็อกโคไดล์ฮันเตอร์? เสียชีวิตเพราะโดนหางกระเบนแทงเข้าที่อกขณะถ่ายทำสารคดีบริเวณเกรตแบริเออร์รีฟ

นอกจากนี้ยังเกิดเหตุฉลามทำร้ายคนอีก 2 ที่ วานนี้ (17 พ.ย.) เจ้าหน้าที่รถพยาบาลนิวเซาธ์เวลส์เล่าว่า ชายคนหนึ่งซึ่งกำลังเรียนการเล่นกระดานโต้คลื่น เดินลุยน้ำระดับเอวนอกหาดเซเวนไมล์ ห่างจากซิดนีย์ไปทางใต้ราว 130 กิโลเมตร รู้สึกมีอะไรมากระทบแรงๆ ที่ขา ปรากฏว่าเขาถูกฉลามกัดแผลใหญ่หลายแผล รวมทั้งขาขวาและมือ มีเลือดออกมาก ชุดว่ายน้ำเต็มตัวขาดวิ่นเจ้าหน้าที่สั่งปิดหาดและค้นหาว่าเป็นฝีมือของฉลามสายพันธุ์ใด

และวันนี้ก็เกิดเหตุทำนองเดียวกัน เด็กชายวัย 17 ปีถูกฉลามกัดที่แขนและขาได้แผลฉกรรจ์ ขณะแทงปลาด้วยฉมวก นอกชายฝั่งอาร์เนมแลนด์ ในนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี

ออสเตรเลียเป็นสถานที่หนึ่งที่เกิดเหตุฉลามทำร้ายคนมากที่สุดในโลก แต่ที่เสียชีวิตมีน้อยมาก ปีที่แล้วฉลามทำร้ายคน 15 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 1 คน เมื่อปี 1559 เกิดเหตุ 15 ครั้งเสียชีวิต 2 คน


http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/818846

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง


เรือฟินิกซ์เทียบท่าสำเร็จแล้ว ที่ท่าเทียบเรือรัษฎา-รอขึ้นคาน

เรือฟินิกซ์เทียบท่าสำเร็จแล้วที่ท่าเทียบเรือรัษฎา รอขึ้นคานเมื่อระดับน้ำมีความเหมาะสม ด้านเจ้าหน้าที่กัน พื้นที่ดูแลความปลอดภัยอย่างสูงสุด



ความคืบหน้ากรณีเรือฟินิกซ์อับปางกลางทะเลอันดามัน ระหว่างเกาะเฮกับเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิต จำนวน 47 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2561 กรมเจ้าท่าได้มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนรายหนึ่งทำการกู้เรือดังกล่าวแต่ปรากฎว่าผ่านไป 4 เดือนเศษยังไม่สามารถกู้ได้ เนื่องจากเรือจมอยู่ในระดับ 45 เมตร ประกอบสภาพอากาศที่แปรปรวน จึงได้มีการยกเลิกการว่าจ้างบริษัทดังกล่าว และมีการว่าจ้างบริษัทเอกชนรายใหม่และมีการนำอุปกรณ์ ซึ่งเป็นเครนขนาด 1,200 ตัน และเรือบาร์จ จากประเทศสิงคโปร์ โดยทีมงานใหม่ได้ลงมือปฎิบัติมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนที่เรือเครนและเรือบาร์จจะมาถึงจุดที่เรืออับปางเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และลงมือกู้เรือในวันต่อมา กระทั่งเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทีมปฎิบัติการสามารถนำซากเรือฟินิกซ์ขึ้นมาจากใต้ทะเลได้สำเร็จ และเตรียมความพร้อมนำขึ้นคานเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุการอับปาง

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ทีมปฏิบัติการกู้ซากเรือฟีนิกซ์ได้ลากจูงเรือฟินิกซ์มาเทียบท่า ที่ท่าเทียบเรือรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีกองทัพสื่อมวลชนที่มาปักหลักรอคอยทำข่าวและบันทึกภาพจำนวนมาก ปฏิบัติการลากจูงซากเรือฟีนิกซ์มาเทียบท่าในวันนี้ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ซึ่งเหตุที่ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ 2 ชั่วโมง เนื่องจากในช่วงก่อนเที่ยงมีฝนตกลงมาพักหนึ่งส่งผลให้ปฏิบัติการล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย



โดยก่อนที่จะนำซากเรือฟีนิกส์เข้ามาเทียบท่านั้น ในช่วงบ่ายวันนี้ (18 พ.ย.) มีหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจน้ำ,ตำรวจท่องเที่ยว,พนักงานสอบสวน ผู้รับผิดชอบคดี, เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต หารือร่วมกันในห้องประชุม ภายในเรือวาสุเทพของกรมตำรวจ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจากหน่วยงานของรัฐ ได้ดำเนินการนำแผงเหล็กมากั้นพื้นที่ พร้อมติดป้ายข้อความ "ห้ามเข้า และห้ามถ่ายภาพ" ติดตั้งกล้อง CCTV มีเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัย 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นการดำเนินการตามระบบการรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุด และประกาศห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สามารถเข้าใกล้ซากเรือฟีนิกซ์ซึ่งเป็นวัตถุพยานหลักฐานสำคัญที่จะใช้ในการดำเนินคดี

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทีมปฏิบัติการจะนำซากเรือฟีนิกซ์มาเทียบท่าในพื้นที่ท่าเทียบเรือรัษฎาแล้ว ในส่วนของกระบวนการที่จะนำเรือขึ้นคานนั้น ยังต้องมีการวางแผนกันอย่างรัดกุมโดยต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมเรือ ที่จะต้องมีการคำนวณขนาดของเรือ และคำนวณระดับความลึกและการขึ้นลงของน้ำ รวมถึงคำนวณว่าเรือฟีนิกซ์จะกินน้ำลึกในระดับใด เพื่อหาช่วงเวลาที่ระดับน้ำมีความเหมาะสม เพื่อที่จะนำเรือฟีนิกซ์ขึ้นคานที่อู่รัตนชัยต่อไป เนื่องจากการนำเรือขึ้นคานทีมปฏิบัติการต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูงสุดเพื่อไม่ให้เรือได้รับผลกระทบและเกิดความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของการพิสูจน์หลักฐานประกอบสำนวนคดีเพื่อดำเนินคดีตาม


http://www.banmuang.co.th/news/region/132046

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:17


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger