เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบริเวณยอดดอย ในภาคเหนือ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 27-29 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ โดยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 30 พ.ย. ? 2 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกในตอนเช้า แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็น สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 27-29 พ.ย. ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ระมัดระวังพืชผลทางการเกษตรที่จะได้รับความเสียที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากฝนที่ตกลงมาไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอให้ดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 30 พ.ย. ? 2 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับบริเวณประเทศไทยตอนบนให้ระมัดระวังสัญจรบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (82.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (95.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


80 ปี "เรือหลวงชุมพร" ตอร์ปิโดประจัญบาน เหลือเพียงลำเดียวในโลก

ครบ 80 ปี เรือหลวงชุมพร "ตอร์ปิโดประจัญบาน" สมัยสงครามอินโดจีนยังเหลือเพียงลำเดียวในโลก หลังปลดประจำการอัญเชิญเทิดพระเกียรติกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ หาดทรายรี เตรียมจัดงานฉลองยิ่งใหญ่



วันที่ 26 พ.ย.61 ที่บริเวณริมทะเลหน้าเรือหลวงชุมพร ศาลพระตำหนัก พลเรือเอกพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตำบลหาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร นายวิบูลย์ รัตน์ภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร นาวาตรีภากร ศุภชลาสัย ราชสกุลอาภากร พลเรือเอกจุลพล ลุมพิกานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม นางจันทร์เพ็ญ รัตนาภรณ์วงศ์ นายกเหล่ากาชาด จ.ชุมพร นางสาวสิส์ภรัฎฐ์ เจริญโอสถ คลังจังหวัดชุมพร นางวิไล พรหมณี วัฒนธรรมจังหวัดชุมพร ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานเทิดพระเกียรติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์และงานกาชาด ประจำปี 2561 ระหว่างวันที่ 19-27 ธันวาคม 61 ณ พื้นที่โครงการพัฒนาหนองใหญ่ตามพระราชดำริ หมู่ 1 ตำบลบางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร

นายวิบูลย์ รัตน์ภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพรกล่าวว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2423 และทรงสิ้นพระชนม์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2466 ณ พระตำหนักตำบลหาดทรายรี อำเภอเมืองชุมพร เพื่อระลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงสร้างคุณประโยชน์ให้กับกองทัพเรือและประเทศไทย ทุกๆปีจังหวัดชุมพรจึงได้จัดงานเทิดพระเกียรติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ติดต่อกันมาสืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน สำหรับปีนี้ได้จัดอย่างยิ่งใหญ่มีพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณพระองค์ท่าน ณ พระตำหนักหาดทรายรี มีขบวนรถอัญเชิญพระรูปเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ให้ประชาชนได้ร่วมถวายดอกกุหลาบแดงสักการะ ขบวนรำเทิดพระเกียรติจากกลุ่มสตรีนับพันชีวิต ขบวนเชิดสิงโตแห่มังกรชื่อดังจาก จ.นครสวรรค์

นายวิบูลย์ กล่าวว่า การจัดงานเน้นกิจกรรมการเทิดพระเกียรติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งพระองค์ทรงได้รับการเชิดชูจากประชาชนชาวไทยทั้งประเทศและในหมู่ทหารเรือว่าพระองค์เป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย" หรือ "เสด็จเตี่ย" และ "หมอพร" ซึ่งพระองค์ได้ทรงศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณจากตำราไทยทรงมีพระอัจฉริยภาพด้านสมุนไพร นอกจากนั้นภายในงานยังมีกิจกรรมแสดงแสงสีเสียง และผลิตภัณฑ์ของดีชุมชน สินค้าโอทอป จากทั้ง 8 อำเภอ รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆของงานกาชาดด้วย



ด้าน พลเรือเอกจุลพล ลุมพิกานนท์ อดีตรองปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ศาลพระตำหนักเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ณ ศาลพระตำหนักหาดทรายรีแห่งนี้ ได้มีเรือหลวงชุมพรซึ่งเป็นเรือตอร์ปิโดใหญ่ผลิตในประเทศอิตาลี หลังปลดประจำการแล้วนำมาไว้ เพื่อเทิดพระเกียติรำลึกถึงพระองค์ท่าน และถือเป็นเรือตอร์ปิโดใหญ่ลำเดียวของโลกที่ปลดประจำการแล้วยังเหลือให้เห็นเป็นประวัติศาสตร์อยู่ เนื่องจากหลวงชุมพรเป็น 1 ใน 9 ลำ ขึ้นประจำการเมื่อปี 2481 ปัจจุบันครบอายุ 80 ปีแล้ว ซึ่งเมื่ออดีตเรือหลวงชุมพรได้มีส่วนร่วมรบในสงครามอินโดจีน หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 ร่วมกับเรือพี่เรือน้องคือเรือหลวงชลบุรี เรือหลวงสงขลา เข้าต่อสู้รบประจัญบานกับเรือรบฝรั่งเศส ที่เกาะช้าง จ.ตราด กระทั่งวันที่ 17 มกราคม 2484 เรือรบหลวงชลบุรี เรือรบหลวงสงขลา ถูกโจมตีจมลงสู่ก้นทะเล แต่เรือรบหลวงชุมพรปลอดภัยไม่เป็นอะไร

พลเรือเอกจุลพล กล่าวต่อว่า หลังเรือหลวงชุมพรปลดประจำการ จังหวัดชุมพรได้ทำเรื่องไปยังกองทัพเรือเพื่อขออัญเชิญมาเทิดพระเกียรติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ ณ ศาลพระตำหนักหาดทรายรีแห่งนี้ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ปี พ.ศ.2523 จนถึงปัจจุบัน 30 ปีแล้ว และได้ชำรุดทรุดโทรมไปมาก จนทางมูลนิธิกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยนาวาตรีภากร ศุภชลาสัย ราชสกุลอาภากร ร่วมกับกรมอู่ทหารเรือและจังหวัดชุมพรจัดบูรณะใหญ่ซึ่งขณะนี้ตัวเรือเสร็จแล้วแต่ยังเหลือส่วนอื่นๆอีกไม่มากนัก โดยอนาคตจะใช้เรือหลวงชุมพรซึ่งเหลืออยู่ลำเดียวของโลก เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ศึกษาชีวประวัติของเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักด์ต่อไป.


https://www.thairath.co.th/content/1430475


*********************************************************************************************************************************************************


น้ำตาจะไหล วาฬนำร่อง เกยตื้น ตายหมู่สลด 145 ตัว ริมหาดนิวซีแลนด์

สะเทือนใจ วาฬนำร่อง ว่ายมาเกยตื้น ตายสลด 145 ตัว ริมชายหาดของนิวซีแลนด์ ขณะที่ ช่วงสุดสัปดาห์เดียวกัน ก็มีวาฬอีกถึง 12 ตัว ว่ายมาเกยตื้น ริมหาดอื่นของแดนกีวี



เมื่อ 26 พ.ย.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดเหตุสะเทือนใจ วาฬจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นวาฬนำร่อง (pilot whale) พากันมาเกยตื้น ตายหมู่สุดสลดถึง 145 ตัว อยู่ที่บริเวณริมชายหาดเมสันเบย์ บนเกาะ Rakiura หรือเกาะสจวร์ต นอกชายฝั่งเกาะใต้ ของประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา

บีบีซี แจ้งว่า มีคนเดินผ่านมาพบวาฬเหล่านี้มาเกยตื้นอย่างน่าสะเทือนใจ และเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงหลังได้รับแจ้ง วาฬเหล่านี้ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่พยายามช่วยวาฬอีกครึ่งหนึ่งกลับสู่ท้องทะเล แม้จะเป็นเรื่องยากลำบากที่จะช่วยให้พวกมันรอดชีวิตก็ตาม

ขณะเดียวกัน ยังพบเหตุการณ์สลดแบบเดียวกันนี้ มีวาฬสเปิร์มเล็ก (pygmy whales) 12 ตัว และวาฬสเปิร์มอีก 1 ตัว ว่ายมาเกยตื้นริมชายหาดไนน์ตี้ ไมล์ บริเวณปลายเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน และในจำนวนนี้ตายไปแล้ว 4 ตัว โดยกลุ่มช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล 'Project Jonah' ยังคงมีความหวังว่าวาฬอีก 8 ตัวจะได้รับความช่วยเหลือ จึงอยากขอแรงจากอาสาสมัครมาช่วยกันพาวาฬเหล่านี้กลับสู่ท้องทะเลในวันอังคารที่ 27 พ.ย.

เจ้าหน้าที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช ในพื้นที่ ออกแถลงการณ์ว่า เหตุการณ์วาฬเกยตื้นเป็นเรื่องผิดปกติในนิวซีแลนด์ และปีนี้ มีวาฬเกยตื้นในประเทศแล้วประมาณ 85 ครั้ง


https://www.thairath.co.th/content/1430396

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


"ฝูงวาฬ" นำร่อง 145 ตัว เกยตื้นที่ชายหาด "นิวซีแลนด์"

"วาฬนำร่อง" ประมาณ 145 ตายลอยมาเกยตื้น และตายบนชายหาดทางตอนใต้ของ"นิวซีแลนด์" เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา


เครดิตภาพ : AFP.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ว่ากระทรวงสิ่งแวดล้อมของนิวซีแลนด์รายงานเมื่อวันจันทร์ เรื่องการพบวาฬนำร่องประมาณ 145 ตัว ลอยมาเกยตื้นที่ชายหาดเมสัน บนเกาะสจวร์ต ?ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับ 3 ตั้งอยู่ทางใต้สุดของนิวซีแลนด์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าประมาณครึ่งหนึ่งของวาฬทั้งหมดตายแล้ว ขณะที่วาฬที่เหลือลอยขึ้นมาเกยตื้นในพื้นที่ห่างไกลซึ่งยากแก่การเข้าไปให้ความช่วยเหลือ และการลำเลียงออกมา ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ประเมินเรื่องการทำการุณยฆาตแก่วาฬกลุ่มนั้นแล้ว "ซึ่งเป็นความจำเป็น"
?
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเลาไล่เลี่ยกับที่มีผู้พบวาฬหัวทุยเล็ก หรือวาฬสเปิร์มเล็ก 12 ตัว ลอยมาเกยตื้นที่ชายหาดแห่งหนึ่งของนิวซีแลนด์เช่นกัน ทั้งนี้ โดยปกตินิวซีแลนด์มักพบเหตุการณ์วาฬเกยตื้นเช่นนี้เฉลี่ยปีละ 85 ครั้ง แม้สาเหตุของปรากฏการณ์วาฬเกยตื้นลักษณะนี้ยังคงเป็นปริศนาในทางวิทยาศาสตร์ แต่เริ่มมีการตั้งสมมติฐานมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงให้น้ำหนักไปที่การเกิดโรค การหลงทาง หรือการถูกไล่ล่าจากสัตว์อื่นร่วมด้วย.


https://www.dailynews.co.th/foreign/679289

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


หัวหินสะอาดแล้ว! เจ้าหน้าที่ปูพรมเก็บขยะกระทงเกลี้ยงหาด ชวนนักท่องเที่ยวเล่นน้ำได้

ประจวบคีรีขันธ์ - หลังโซเชียลแชร์ภาพปัญหาตะปูจากกระทงเกลื่อนหาดเขาตะเกียบ ล่าสุด เทศบาลเมืองหัวหิน จัดเจ้าหน้าที่ปูพรมเก็บขยะกระทงออกจากหาดหัวหิน และหาดเขาตะเกียบแล้ว นักท่องเที่ยวสามารถลงเล่นน้ำได้ตามปกติ



จากกรณีเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Fon Vorapan โพสต์ภาพขยะกระทงบริเวณเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบตะปูจำนวนมาก หวั่นคนที่เดินมาตามชายหาดได้รับอันตราย โดยระบุว่า

"ปัญหาตะปูจากกระทงเต็มหน้าหาด เพื่อนๆ คงต้องรบกวนให้ช่วยแชร์กันด้วยนะ เมื่อวานฝนกับน้องสาวหลังจากเก็บขยะจนสะอาด เช้านี้ตั้งใจว่าจะได้ลงเล่นน้ำซักที พบว่าขยะเยอะกว่าเมื่อวานค่ะ มองเผินๆ ไม่มีอะไร พอดูใกล้ๆ ตะปูทั้งนั้นเลย วันนี้ฝนไม่มีเวลาเก็บซะด้วย ทำได้แต่แจ้งเพื่อนบ้านพักข้างๆ ให้ระวัง และแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านพัก ดีที่เช้านี้น้ำทะเลขึ้น พระเลยงดบิณฑบาตทางหน้าหาด ไม่งั้นท่านเดินเท้าเปล่าซะด้วย"

ซึ่งภายหลังมีเพจชื่อดังหลายเพจนำไปแชร์ต่อจนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นถึงการนำกระทงไปลอยทะเลว่าเหมาะสมหรือไม่ เป็นการเพิ่มขยะ สงสารคนเก็บขยะ และการใช้ตะปูเข็มในการทำกระทง เป็นปัญหาที่กลับมาทำร้ายมนุษย์กันเอง

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพชายหาดเขาตะเกียบ และชายหาดหัวดอน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่พบเจอขยะกระทงและตะปูเข็ม พบว่า ตลอดแนวชายหาดไม่มีขยะกระทงหลงเหลืออยู่ เนื่องจากเทศบาลเมืองหัวหิน ได้ระดมเจ้าหน้าที่กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ลงปูพรมเก็บขยะตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 22 พฤศจิกายน เป็นต้นมา



โดยที่บริเวณชายหาดหัวดอน ซึ่งเป็นจุดลงเล่นน้ำหลัก พบว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างพาครอบครัว เดินทางมาเล่นน้ำทะเล และพักผ่อนหย่อนใจกันตามปกติ เมื่อสำรวจตามแนวชายหาดไม่พบตะปูเข็ม หรือไม้กลัด ไม้จิ้มฟันที่ใช้ทำกระทง นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นชายหาดด้วยเท้าเปล่าได้โดยไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด พบนักท่องเที่ยวต่างก็เล่นน้ำ และจูงลูกหลานเดินเล่นกันตามปกติ

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน เปิดเผยว่า ปีนี้จัดเก็บขยะกระทงที่ชายทะเลตลอดแนวได้ประมาณ 3 ตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีการจัดงานลอยกระทงในหลายพื้นที่ แต่การจัดเก็บขยะกระทงค่อนข้างใช้เวลามากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากความแปรปรวนของคลื่นลมทะเล ทำให้จะมีขยะกระทงในอ่าวไทยถูกซัดเข้ามาอีก

โดยเมื่อวานนี้ (24 พ.ย.) พบว่าตอนเช้ายังมีขยะกระทงหลงเหลือตามชายหาดบ้าง และพบว่าในกองขยะกระทงมีทั้งไม้กลัด ตะปูเข็ม และไม้จิ้มฟันจริง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งปูพรมเก็บขยะกระทงออกจากชายหาดโดยเร็ว ไม่ให้เป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตระเวนตรวจสอบตลอดแนวชายหาดหัวหิน ชายหาดหัวดอน พบว่าไม่มีขยะกระทงถูกซัดเข้ามาอีก คาดว่าขยะกระทงในทะเลน่าจะหมดแล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกสำรวจและรายงานด้วยรูปภาพต่อเนื่องอีก หรือหากประชาชนพบเห็นขยะก็สามารถแจ้งมายังเทศบาลเมืองหัวหินได้ทันที


https://mgronline.com/local/detail/9610000117638


*********************************************************************************************************************************************************


ทางการยืนยันสารเคมีพิษที่รั่วไหลปนเปื้อนทะเลในภาคใต้จีน มากกว่าที่รายงานก่อนหน้า 10 เท่า


เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยกำลังทำความสะอาดน้ำทะเลปนเปื้อน อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน C9 ที่รั่วไหลสู่บริเวณท่าเรือเฉวียนโจวในมณฑลฝูเจี้ยน ภาพวันที่ 9 พ.ย. (ภาพ ไอซี)

เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์--สื่อจีนเผยเหตุสารเคมีรั่วไหลแพร่กระจายในภาคใต้จีน มีความรุนแรงกว่า 10 เท่า ของระดับที่รายงานก่อนหน้านี้ โดยขณะนี้ประชาชนที่ได้รับพิษจนต้องเข้าโรงพยาบาล 52 คน หมู่บ้านประมงได้รับความเสียหายโดยสูญเสียรายได้นับล้านเหรียญสหรัฐ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเขตที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีรั่วไหลในเมืองเฉวียนโจว ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์(25 พ.ย.) สารปิโตรเคมี อะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน C9 ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการกลั่นน้ำมัน 69 ตัน ได้รั่วไหลลงในน้ำทะเล ซึ่งเป็นปริมาณที่มากกว่าตัวเลขในรายงานก่อนหน้า ซึ่งระบุสารเคมีรั่วไหลลงทะเล 7 ตัน

ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ที่เกี่ยวกับเหตุสารเคมีรั่วไหล 7 คน และล่าสุด เจ้าหน้าที่ 2 คน ถูกไล่ออกจากงานโทษฐานละเลยหน้าที่รับผิดชอบ

ทั้งนี้สารเคมีพิษจากโรงงานปิโตรเคมี เริ่มรั่วไหลออกถังที่มีปัญหาเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา กลุ่มชาวประมงในหมู่บ้านเซียวชั่วซึ่งตั้งอยู่ชายฝั่งทะเล ได้ติดตามถามข้อเท็จจริงกับทางการมาตลอด

สี่วันหลังจากที่ชาวบ้านได้กลิ่นรุนแรงของสารเคมี เจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่ามีสารที่มีส่วนผสมของสารเคมี C9 ปริมาณ 7 ตัน รั่วไหลออกมา

ผู้อาศัยในบริเวณที่ได้รับผลกระทบ มีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อได้กลิ่นสารเคมี นอกจากนี้ชาวประมงบางคนมีรอยไหม้ที่ผิวหนังเมื่อจับสัมผัสอุปกรณ์การประมงที่โดนน้ำทะเลที่มีสารเคมีปนเปื้อน

ตอนแรกเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยืนยันว่าสารเคมีที่รั่วไหลออกมาไม่ถึงระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และเจ้าหน้าที่ได้กวาดล้างเรียบร้อยในวันที่ 9 พ.ย. ห้าวันหลังเกิดเหตุ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่นเฉวียนโจวบอกว่าเจ้าหน้าที่อาวุโสของบริษัทปิโตรเคมีฝูเจี้ยน ตงกั่ง (Fujian Donggang) ได้หลอกเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับปริมาณการรั่วไหลและขอบเขตของการปนเปื้อน

ทั้งนี้ หมู่บ้านชาวประมงที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีรั่วไหลครั้งนี้อยู่ในเมืองเฉวียนโจวของมณฑลฝูเจี้ยน มีประชากรมากที่สุดเมืองหนึ่งในภาคใต้จีน และเขตเฉวียนกั่งในเมืองเฉวียนโจวซึ่งมีชื่อเสียงด้านอุตสาหกรรมประมง แวดล้อมด้วยโรงงานปิโตรเคมีหลายแห่ง


https://mgronline.com/china/detail/9610000118031
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


สิงโตทะเลถูกยิงตาย 13 ตัว ซากกระจายเกลื่อนหาดวอชิงตัน


ภาพจากสำนักงานประมงสหรัฐ เผยซากสิงโตทะเลถูกยิงตายเกลื่อนหาดที่เกาะอัตตู รัฐแอลาสกา ซึ่งศาลเพิ่งตัดสินจำคุกผู้ก่อเหตุ ชื่อนายจอน นิโคลส์ อายุ 31 ปี เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2561 โดยให้รอลงอาญา 5 ปี พร้อมปรับ 20,000 ดอลลาร์ หรือราว 660,000 บาท ถูกกักบริเวณในบ้านพัก 3 เดือน และทำงานบำเพ็ญประโยชน์ให้สังคมอีก 400 ชั่วโมง (NOAA Fisheries via AP, File)

สิงโตทะเลถูกยิงตาย ? เมื่อวันที่ 26 พ.ย. เอ็นบีซี รายงานถึงความโหดร้ายของมนุษย์ในการล่าสัตว์ เมื่อมีผู้พบซากสิงโตทะเลเกยหาดหลายแห่งในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา 13 ตัว สภาพถูกยิงด้วยปืน 6 ตัว อีก 7 ตัวตายเพราะช็อก คาดว่าหวาดกลัวสุดขีดกับการถูกมนุษย์ล้อมล่า

หาดที่พบซากตัวสิงโตทะเล นับตั้งแต่เดือนกันยายน มีทั้งที่อยู่ในเขตซีแอตเทิลตะวันตก เขตคิตซัป และเขตพูเจต์ซาวด์ มีตัวหนึ่งที่ซากเน่าเปื่อยแล้ว คดีดังกล่าวอยู่ในการสอบสวนของสำนักงานประมง ชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรแห่งชาติ หรือ NOAA



สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล รวมถึงสิงโตทะเล เป็นสัตว์คุ้มครองตามบัญญัติคุ้มครองสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมของสหรัฐอเมริกา ห้ามผู้ใดรบกวน ล่า จับ หรือฆ่า หรือพยายามฆ่า หากฝ่าฝืน มีบทลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 28,520 ดอลลาร์ หรือ 940,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กลุ่มอนุรักษ์สัตว์ ซีล ซิสเตอร์ ระบุว่า ช่วงไม่นานมานี้สังเกตได้ว่า ยอดสิงโตทะเลถูกฆ่าเพิ่มจำนวนขึ้นในช่วงประมง เพราะชาวประมงและสิงโตทะเลต่างล่าสัตว์น้ำชนิดเดียวกัน เป็นไปได้ว่ามันถูกฆ่าเพื่อปีดกันการแย่งชิงสัตว์ทะเล

"เราวิตกมากกับรายงานเมื่อเร็วๆ นี้ที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลถูกปืนยิงตายในแถบพื้นที่ซีแอตเทิล ทั้งที่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย" นายเกรก บุสช์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบังคับกฎหมายของ NOAA กล่าว


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_1878944

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


กู้เรือ 'ฟีนิกซ์'..กู้วิกฤติคืนศรัทธานักท่องเที่ยว(จีน)!? ..................... เจาะประเด็นร้อน



เหตุการณ์เรือล่มกลางทะเลที่ จ.ภูเก็ต ถือเป็น "โศกนาฏกรรม" ครั้งใหญ่ในปีนี้ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะมีผู้เสียชีวิตถึง 47 คน ทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความเชื่อมั่น ภาพลักษณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเลในพื้นที่ภาคใต้ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเที่ยวโลก

ย้อนไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 กรกฎาคม ในทะเลอันดามัน บริเวณเกาะราชากับเกาะเฮ อ.เมือง จ.ภูเก็ต มีเรือนำเที่ยวที่ชื่อว่า "ฟีนิกซ์ พีซีไดวิ่ง" ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารเป็นนักท่องเที่ยวจีน 89 ชีวิต ออกสู่ท้องทะเลไปประสบกับลมมรสุม ความคลุ้มคลั่งของท้องทะเลที่ซัดคลื่นสูง 4 เมตร ทำให้เรือนำเที่ยวจมลงใต้ท้องทะเลที่ความลึกราว 45 เมตร กลายเป็น "เรือมรณะ" คร่าชีวิตคนบนเรือไป 47 คน

แม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนจะทราบดีว่าเกิดจาก "ภัยธรรมชาติ" แต่ไม่วายต้องหาคนรับผิดชอบ เพราะก่อนเกิดเหตุสลดได้มีการแจ้งเตือนให้เรืองดออกจากฝั่ง ก็ยังประมาทฝ่าฝืนนำเรือพานักท่องเที่ยวออกจากฝั่งไป "ผจญภัย" จนเกิด "โศกนาฏกรรม" ที่ยากจะให้อภัย นำซ้ำหลังเกิดเหตุ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียด กระทั่งพบว่า ความประมาทของไต้ก๋ง คนออกเรือยังไม่พอ เพราะมีข้อมูลเส้นทางการเงินของเจ้าของเรือฟีนิกซ์ ได้ใช้ชื่อคนไทยเป็นนอมินีให้แก่นายทุนคนจีนที่มาทำธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ต ไม่ต่างอะไรจาก "ทัวร์ศูนย์เหรียญ"...!

สิ่งที่เกิดขึ้นนอกจากผลกระทบความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ยังมีข้อมูลที่ตรวจสอบพบนอมินี รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่าง "ไทย-จีน" อาจสะเทือนถึงความมั่นคง โดยข้อมูลทั้งหมดถูกรายงานมายัง ?บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ควบคุมดูแลด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องนอมินี ที่มีประโยค "หลุดปาก" ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า "จีนฆ่าจีน" จนส่งผลให้ทางการจีนไม่พอใจ ต้องออกมาเคลียร์แก้ต่างกันยกใหญ่ ที่สำคัญต้องให้ความกระจ่างเป็นธรรมเรื่องเรือฟีนิกซ์ที่คร่าชีวิตพลเมืองของจีนอย่างเร็วที่สุด

ทางการไทยได้ดำเนินการเยียวยาทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ประสบเหตุได้รับบาดเจ็บอย่างดีที่สุด ส่วนการดำเนินคดีกับคนผิดก็ต้องเดินหน้า โดยมี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เป็นหนึ่งในหัวเรือใหญ่สำหรับการสืบสวนสอบสวน โดยวัตถุพยานที่สำคัญ คือ "เรือฟีนิกซ์" ที่จมอยู่ก้นทะเลอันดามัน เป็นพยานหลักฐานชิ้นเอกแนบสำนวนสั่งฟ้องผู้กระทำผิดได้เลย



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ อธิบายว่า ทางการไทยไม่ได้นิ่งนอนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องทำความจริงให้ปรากฏ ให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียชีวิต และเอาคนผิดมาลงโทษ สร้างความเชื่อมั่น ก่อนหน้านี้ "กรมเจ้าท่า" ได้ใช้ความพยายามในการกู้เรือขึ้นมา แต่มีอุปสรรคปัญหาเยอะ เพราะยังเป็นช่วงมรสุม สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย มีคลื่นลมแรง ประกอบกับอุปกรณ์ที่จะสามารถยกเรือฟีนิกซ์ที่จมอยู่ลึกประมาณ 45 เมตร ในประเทศมีไม่เพียงพอ ต้องใช้เรือเครนที่มีขนาดใหญ่

ว่ากันว่าก่อนหน้านี้ทางกรมเจ้าท่า ได้งัดงบประมาณ 9 ล้านบาท สำหรับการกู้เรือฟีนิกซ์ขึ้นมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะใช้อุปกรณ์และวิธีการแบบท้องถิ่น อาทิ การใช้ "บอลลูน" ในการยกเรือ แต่ด้วยน้ำหนักเรือที่ 200 ตัน ทำให้ยกไม่ขึ้น สุดท้ายต้องล้มเลิกภารกิจไป เพราะการยกเรือขนาด 200 ตัน ที่จมน้ำลึกต้องใช้เรือเครนขนาด 1,000 ตันขึ้นไป มายกถึงจะสำเร็จ ซึ่งในประเทศไทยไม่มีเรือเครนขนาดนี้ จึงต้องมองไปที่ต่างประเทศ

เวลาล่วงเลยไปกว่า 4 เดือนเศษ หลังเกิดโศกนาฏกรรมเรือฟีนิกซ์ล่ม มีหลายเหตุการณ์ที่การดำเนินการของทางการไทยกระทบกับนักท่องเที่ยวจีน ไล่มาตั้งแต่ ถูกโจมตีเรื่องมารยาทในการเที่ยวชมวัด โบราณสถาน การใช้ห้องน้ำที่ไม่คำนึงถึงความสะอาด ชนิดที่เรียกว่า ทัวร์จีนลงที่ไหนวอดวายที่นั่น แต่จนแล้วจนรอด นักท่องเที่ยวจีนก็ยังหลั่งไทยมาเที่ยวไม่ขาดสาย ต่อมาก็เป็นเรื่องของการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่นายทุนคนจีนใช้นอมินีคนไทยทำธุรกิจท่องเที่ยว หรือสวมบัตรประชาชนคนไทยมาดำเนินธุรกิจ ดูเหมือนจะมีกระแสถูกแบนแต่ก็ไม่กระทบจนนักท่องเที่ยวจีนลดลง จากนั้นก็มาเจอเหตุการณ์เรือล่ม ก่อนที่จะมีเรื่องเจ้าหน้าที่ รปภ.สนามบินดอนเมืองทำร้ายนักท่องเที่ยวจีน แต่ทั้ง 3 เหตุการณ์ที่ว่ามา เรื่องเรือฟีนิกซ์ ส่งผลกระทบมากที่สุด ยอดลดฮวบ 40%! กระทบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการโอดครวญ สิ่งที่รัฐบาลไทยหวังจะช่วยฟื้นได้คือการกู้ซากเรือฟีนิกซ์ แล้วคืนความเป็นธรรมให้คนจีน

ในที่สุดภารกิจกู้เรือฟีนิกซ์ เพื่อเร่งกู้วิกฤติการท่องเที่ยว คืนศรัทธาความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวจีนก็เกิดขึ้น โดยรัฐบาลจัดงบประมาณกว่า 39 ล้านบาท ในการดำเนินการกู้เรือให้สำเร็จ ก่อนไปว่าจ้างเรือเครนขนาด 1,200 ตัน ของประเทศสิงคโปร์ เข้ามาดำเนินงาน ใช้เวลา 2 วันในการยกเรือขึ้นเหนือน้ำ โดยทำสำเร็จในวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งไทยและจีนร่วมสังเกตการณ์ อาทิ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายหลี่ ชุนหลิน ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่สถานทูตจีนประจำประเทศไทย, นายหลี ชุ่น ฝู รองกงสุลใหญ่จีนประจำสงขลาและผู้อำนวยการสำนักงานกงสุลจีนประจำภูเก็ต, นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ฯลฯ



นายวีระศักดิ์ บอกว่า รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับการสืบสวน เพื่อหาสาเหตุจากเหตุการณ์เรือล่มในครั้งนี้ เมื่อทำการกู้ซากเรือได้แล้ว รัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนจึงจะให้ความสำคัญและหวงแหนซากเรือฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นวัตถุพยานหลักฐานที่สำคัญในการสืบสวนคดี จะทำการกั้นพื้นที่ ติดกล้องซีซีทีวี จัดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง และมอบหมายให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานกับพนักงานสอบสวนเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดร่วมกันในการที่จะอนุญาตให้ หรือไม่อนุญาตให้ผู้ใด เข้าไปดำเนินการกับเรือ

"ข้อมูลจากการสืบสวนคดีจะเป็นอำนาจของรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีน ทุกความคืบหน้าของการดำเนินการและทุกข้อมูล ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับชั้นจะไม่นำข้อมูลไปเผยแพร่สู่สาธารณชนก่อนโดยเด็ดขาด เมื่อได้รับข้อมูลใดๆ ก็ตามจะต้องรายงานตรงไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และให้รัฐบาลจีนได้รับทราบข้อมูลเป็นลำดับแรก เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารมีความเป็นเอกภาพ ถูกต้อง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่รัฐบาลจีนในกระบวนการทำงานของไทย" นายวีระศักดิ์ กล่าวย้ำ

การแสดงความจริงใจและจริงจังของรัฐบาลไทยในการกู้เรือฟีนิกซ์เพื่อพิสูจน์ความจริง และเอาคนผิดมาลงโทษครั้งนี้ นายหลี่ ชุนหลิน ที่ปรึกษาและกงสุลใหญ่สถานทูตจีนประจำประเทศไทย ระบุว่า รัฐบาลจีนมีความพึงพอใจในการดำเนินการของรัฐบาลไทย ที่มีความจริงใจและทุ่มเทในการสืบสวนหาสาเหตุของการเกิดเรือล่ม โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อการคลี่คลายคดีสิ้นสุดและทราบสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว และขอขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญในการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเพิ่มมาตรการยกระดับการดูแลความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยว เป็นการส่งเสริมสร้างบรรยากาศภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับจีนอีกด้วย

โศกนาฏกรรมเรือฟีนิกซ์ จะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนราคาแพง เพื่อวางแผนป้องปรามไม่ให้เกิดซ้ำอีก ส่วนความเชื่อมั่นดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยกระหึ่มเหมือนเดิม คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ จะช้าหรือเร็วต้องรอชม และต้องติดตามต่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐของกรมเจ้าท่าจะโดนคดีอาญากี่คน..!?


http://www.komchadluek.net/news/scoop/353586#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง


เทศบาลเร่งซ่อมตาข่ายกันฉลามหาดทรายน้อยจากคลื่นลมแรง



วันที่ 26 พ.ย.61 นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากนายเพรียวพันธ์ คชพลายุกต์ ผู้จัดการฝ่ายบุคคลโรงแรมเสน่ห์ บีช คลับ หาดทรายน้อย หมู่บ้านเขาเต่า อ.หัวหิน ว่าพบเห็นตาข่ายกันฉลามบริเวณหาดทรายน้อยได้หลุดออกจากทุ่นเนื่องจากมีคลื่นลมแรงจึงได้เดินไปตรวจสอบพบว่าตาข่ายได้หลุดออกห่างจากทุ่นประมาณ 50 เมตร แต่ยังคงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติลงเล่นน้ำกันตามปกติ



นายจีรวัฒน์ กล่าวว่าครั้งแรกที่ได้ติดตั้งตาข่ายเสร็จก็ได้มีการซ่อมแซมไปครั้งหนึ่งแล้วเนื่องจากตาข่ายได้หลุดออกจากทุ่นเพราะคลื่นลมแรง วันนี้ก็ได้รับแจ้งจากทางโรงแรมอีกว่าตาข่ายได้มีการหลุดอีก ขณะนี้ได้แจ้งผู้เหมาให้รีบมาซ่อมแซมโดยรอเรือที่มีอุปกรณ์ในการดึงตาข่ายมาเพื่อดึงตาข่ายให้กลับเข้าที่เหมือนเดิม จะพยายามเร่งให้ติดตั้งตาข่ายกลับให้เร็วที่สุดคาดว่าภายในอาทิตย์หน้าก็จะเรียบร้อย.


http://www.banmuang.co.th/news/region/132958

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ฝูงวาฬเกือบ 150 ตัวเกยตื้นตายบนหาดในนิวซีแลนด์

พบฝูงวาฬนำร่องเกือบ 150 ตัว เกยตื้นตายหมู่บนชายหาดของเกาะห่างไกลในประเทศนิวซีแลนด์



หน่วยงานอนุรักษ์ของนิวซีแลนด์ ได้รับแจ้งจากประชาชนที่ไปตั้งแคมป์ว่า พบฝูงวาฬนำร่อง 2 ฝูง รวมทั้งสิ้นกว่า 145 ตัว เกยตื้นอยู่บนชายหาดของเกาะสตวร์ต (Stewart) ห่างจากเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ไปประมาณ 30 กิโลเมตร เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อไปถึงพบว่า วาฬราวครึ่งหนึ่งตายหมดแล้ว จึงจำเป็นต้องทำการุณยฆาตวาฬที่เหลือ เนื่องจากพวกมันอยู่ในสภาพร่อแร่ใกล้ตาย อีกทั้งยังอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนกำลังคน และอุปกรณ์ จึงยากต่อการช่วยพากลับลงทะเล

ขณะเดียวกัน เมื่อวานนี้ ก็มีรายงานว่าพบวาฬกลุ่มหนึ่งเกยตื้นที่ชายหาดบนเกาะเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยพวกมันกลับลงทะเลได้จำนวนหนึ่ง ตามปกติ นิวซีแลนด์จะพบเหตุวาฬเกยตื้นเฉลี่ย 85 ครั้ง ต่อปี แต่ส่วนใหญ่เป็นวาฬตัวเดียว ไม่ได้เกยตื้นเป็นฝูง ส่วนสาเหตุ ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีความเป็นไปได้หลายอย่าง อาทิ อาการป่วย ความผิดพลาดในการนำทาง หรือพลัดหลงจากฝูง กระแสน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว หรือถูกไล่ล่า


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/93861

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:36


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger