เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนืออากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 28-29 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ โดยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 30 พ.ย. ? 3 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส และมีหมอกในตอนเช้า แต่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็น สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 28-29 พ.ย. ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ระมัดระวังพืชผลทางการเกษตรที่จะได้รับความเสียที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากฝนที่ตกลงมาไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือขอให้ดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 30 พ.ย. ? 3 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง สำหรับบริเวณประเทศไทยตอนบนให้ระมัดระวังสัญจรบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (79.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (93.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (219.7 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


พบซากเต่าหญ้าหนักกว่า 50 กก.ลอยตายใกล้ท่าเรือ เผยเป็นกลุ่มใกล้สูญพันธุ์

พบซากเต่าหญ้าขนาดใหญ่ ลอยตายใกล้ท่าเรือน้ำลึกแหลมสัก จ.กระบี่ ขนาดกระดองยาว 70 ซม. กว้าง 50 ซม. น้ำหนักตัวกว่า 50 กก.คาดตายมาแล้วกว่า 1 วัน ระบุเป็นสัตว์คุ้มครองใกล้สูญพันธ์ุ



เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 พ.ย.61 เจ้าหน้าที่ประมง อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ รับแจ้งจากทีมกู้ชีพ อบต.แหลมสัก พบซากเต่าทะเลขนาดใหญ่ บริเวณท่าเรือน้ำลึกแหลมสัก หมู่ 3 ต.แหลมสัก จึงนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบซากเต่าดังกล่าวเป็นเต่าหญ้า วัดขนาดกระดองยาว ประมาณ 70 ซม. กว้าง 50 ซม. น้ำหนักกว่า 50 กก. บริเวณลำคอมีแผลคล้ายถูกเหล็กแหลมแทง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วมากกว่า 1 วัน เจ้าหน้าที่ประมงเตรียมส่งซากไปตรวจสอบหาสาเหตุการตาย ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดต่อไป

ด้าน นายศักดา สุขเกษม หัวหน้ากลุ่มบริหารจัดการด้านการประมง สำนักงานประมง จ.กระบี่ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานเจ้าหน้าที่ประมง อ.อ่าวลึก ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างส่งตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตาย ที่ศูนย์วิจัยฯแล้ว เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการตายน่าจะเกิดจาก โดนใบพัดเรือฟันหรืออาจจะติดอวนประมง สำหรับเต่าหญ้าหรือเต่าสังกะสีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ่มครองสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ.2535 ที่ผ่านมาพบในฝั่งทะเลอันดามัน เช่น กระบี่ พังงา ภูเก็ต ปัจจุบันพบเต่าวางไข่น้อยมาก จนน่าจะใกล้สูญพันธุ์


https://www.thairath.co.th/content/1431480

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


มาตรการฟื้นฟูเกาะพีพีเริ่มเห็นผล ทะเลกลับมาสมบูรณ์ ฉลามโผล่อวดโฉมอีกครั้ง

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เริ่มมีความหวังทะเลหมู่พีพี กำลังจะกลับมามีความสมบูรณ์อีกครั้ง หลังถูกทำลายยับด้วยการท่องเที่ยวที่เติบโตจนขาดการควบคุม โลกโซเชียลแห่ชมหลัง ดร.ธรณ์โพสต์คลิปวิดีโอฉลามหูดำออกมาโชว์ตัวให้เห็นแบบเต็มๆ



เมื่อเร็วๆ นี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีการฟื้นฟูหมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ตามโครงการ พีพีโมเดล โดยเฉพาะภาพฝูงฉลามหูดำ ออกมาว่ายน้ำอวดโฉม และหากินบริเวณชายหาดรอบๆ เกาะพีพี จ.กระบี่ ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะอ่าวมาหยา เท่านั้น แต่เป็นการพบฉลามที่ว่ายน้ำอยู่บริเวณน้ำตื้นรอบๆ เกาะพีพี ซึ่งเป็นภาพที่หายาก และก่อนหน้านี้ ภาพดังกล่าวไม่มีใครเห็นมาเป็นเวลานานแล้ว

โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ระบุว่า "จะเชื่อไหมว่าที่นี่คือทะเลไทย จะเชื่อหรือไม่ว่าที่นี่คือหมู่เกาะพีพี ทะเลที่เมื่อ 4 ปีก่อน มีแต่ความหมดหวัง? เชื่อสิ...ว่าพีพีวันนี้ มีฝูงฉลามแหวกว่ายในน้ำตื้นแต่หัวเข่า ตามแนวปะการังหลายแห่งรอบอุทยาน ไม่ใช่แค่ที่อ่าวมาหยา ผมเองก็ไม่รู้ว่าผลสำเร็จของการปฏิรูปอยู่ที่ตรงไหน แต่ถ้าถามว่าทำงานนี้มา 4 ปี เห็นภาพเช่นนี้แล้วหายเหนื่อยไหม? คำตอบคือหายครับ แน่นอนว่ายังมีปัญหาอีกมากมายในทะเลไทย และเราต้องช่วยกันต่อไป

แต่เรากำลังมองเห็น #กระโดงแห่งความหวัง ยังมีฉลามอีกมากรอคอยวันกลับคืนถิ่น ยังมีคนทั่วโลกอีกมากรอคอยเพื่อจะได้เห็น #ทะเลสวยที่สุดในโลกอีกครั้ง #พีพีโมเดล บอกกับพวกเราแล้วว่าทุกอย่างเป็นไปได้ ฝูงฉลามหูดำ ราชาแห่งทะเล ผู้ล่าสูงสุดบนยอดพีระมิดอาหาร คือหลักฐานยืนยันดีกว่าตัวเลขใด ยังจะพยายามทำงานเช่นนี้ต่อไป

เพราะเห็นภาพเห็นคลิปพวกนี้ทีไรหัวใจมันพองโต นี่คือเป้าหมายที่ใฝ่ฝันของเด็กที่เลือกว่าตัวเองอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ความสำเร็จของอาชีพการงานไม่ได้ตอบที่ตำแหน่งผู้บริหาร หรือตัวเลขในสลิปเงินเดือน ความสำเร็จตอบด้วยภาพที่เห็นด้วยสายตา ภาพกระโดงแห่งความหวัง.. หมายเหตุ - คลิปส่งตรงจากเกาะพีพี โดยลูกศิษย์ผมที่เป็นเจ้าหน้าที่อุทยานอยู่ที่นั่นครับ "

อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการโพสต์ภาพดังกล่าวออกไป ปรากฏว่า มีชาวโลกโซเชียลแห่เข้าไปชื่นชมจำนวนมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ หลายๆ คนก็ทราบอยู่แล้วว่าหมู่เกาะพีพี โดยเฉพาะอ่าวมาหยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังต้องแบกรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในแต่ละวันจำนวนมากจนเกินขีดความสามารถที่จะรองรับนักท่องเที่ยว สิ่งที่ตามมากับการท่องเที่ยวที่ไร้การควบคุมคือ ทรัพยากรทางธรรมชาติ ปะการัง และอื่นๆ ถูกทำลายอย่างย่อยยับ หมดหวังที่จะเรียกกลับคืนมา

แต่ทางกรมอุทยานฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยการทำโครงการต่างๆ เพื่อฟื้นฟูปะการัง เช่น โครงการพีพีโมเดล การปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟู และอื่นๆ ผลปรากฏว่าหลังจากนั้นปะการังที่ถูกทำลายค่อยฟื้นตัวกลับมา ฝูงฉลามที่หายไปจากทะเลเกาะพีพีเป็นเวลานานเริ่มว่ายน้ำมาหากินให้เห็นมากขึ้น นับว่าขณะนี้การฟื้นฟูเกาะพีพีเริ่มเดินมาถูกทางแล้ว


https://mgronline.com/south/detail/9610000118178


*********************************************************************************************************************************************************


อุทยานฯ ปล่อยภาพแม่เสือโคร่งเดินนำหน้าลูกน้อย หวังปลุกจิตสำนึกการอนุรักษ์

อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ปล่อยคลิปแม่เสือโคร่งเดินนำลูกน้อยในป่า ทำให้ชาวเน็ตต่างพากันวิจารณ์ว่าไม่ควรเอาคลิปมาเผยแพร่ ชี้ มีคนใจบาปจ้องจะล่า โยงซ้ำไปถึงคดีเปรมชัยล่าเสือดำ



เมื่อวันที่ 26 พ.ย. เพจเฟซบุ๊ก "อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ Mae Wong National Park" ได้โพสต์คลิปวีดีโอแม่เสือโคร่งกำลังเดินนำหน้าลูกเสือทั้ง 2 ตัว อยู่ในป่า ซึ่งให้ความรู้สึกว่าป่าในประเทศไทยนั้นอุดมสมบูรณ์ โดยระบุว่า "พื้นที่แห่งความหวังในการอนุรักษ์เสือโคร่ง (Panthera tigris)" เมื่อเสือโคร่งโตเต็มวัย ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะอาศัยอยู่เพียงลำพัง จนกระทั่งถึงเวลาที่พร้อมจะผสมพันธุ์ โดยทั่วไป เสือโคร่งตัวเมียพร้อมที่จะผสมพันธุ์เมื่ออายุได้ 3 ปีขึ้นไป ในขณะที่ตัวผู้ที่อายุเท่ากันก็สามารถผสมพันธุ์ได้ เพียงแต่โอกาสมีน้อยกว่าตัวเมีย เนื่องจากเสือโคร่งตัวผู้ต้องหาอาณาเขตของตัวเองให้ได้ก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาอีก 1-2 ปี ดังนั้น เสือโคร่งตัวผู้อาจมีอายุถึง 4-5 ปี จึงจะสามารถหาตัวเมียเพื่อผสมพันธุ์ได้

เสือโคร่งตัวเมียอุ้มท้องประมาณ 3 เดือน ก่อนคลอดลูกจำนวน 2-7 ตัว แต่ส่วนใหญ่ลูกจะรอดชีวิตจนโตเต็มวัยประมาณ 2-3 ตัว เท่านั้น เสือโคร่งตัวเมียเท่านั้นที่ทำหน้าที่เลี้ยงลูก ในขณะที่ตัวผู้จะคอยปกป้องอาณาเขตไม่ให้เสือโคร่งตัวผู้อื่นๆ รุกล้ำ และอาจจะผสมพันธุ์กับเสือโคร่งตัวเมียอื่นๆ ที่อยู่ในอาณาเขตของตน เสือโคร่งตัวผู้ 1 ตัว อาจมีเสือตัวเมียได้ถึง 3 ตัว อาศัยอยู่ในอาณาเขตของตน อย่างไรก็ตาม เสือโคร่งตัวเมียเองก็ป้องกันอาณาเขตของตนไม่ให้ตัวเมียตัวอื่นๆ รุกล้ำกล้ำกรายได้เช่นเดียวกัน

เสือโคร่งตัวเมียจะเลี้ยงลูกประมาณ 2 ปี หากเป็นลูกเสือตัวผู้ มันจะเริ่มแยกตัวออกไปหาอาณาเขตของตัวเอง ในขณะที่ลูกเสือตัวเมียอาจอยู่กับแม่ต่อไปจนอายุประมาณ 2.5 ปี จึงแยกตัวออกไป การที่เสือจะเลี้ยงลูกได้ประสบความสำเร็จขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของสัตว์ที่เป็นเหยื่อเป็นสำคัญ โดยเฉลี่ยใน 1 ปี เสือโคร่ง 1 ตัวกินเนื้อประมาณ 3,000 กิโลกรัม แต่แม่เสือที่ต้องเลี้ยงลูก 2-3 ตัว ต้องการเนื้อถึง 4,000 กิโลกรัมต่อปี ลูกๆ จึงจะมีชีวิตรอด และเสือโคร่งมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 15 ปี ดังนั้น การจะมาเที่ยวในบ้านของสัตว์ป่าควรนึกเสมอว่าควรให้เกียรติเจ้าของบ้าน และมีจิตสำนึกในการเข้ามาเยี่ยมเยือน

ทั้งนี้ หลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่สู่โลกออนไลน์ ความคิดเห็นของชาวเน็ตกลับเป็นไปในทางลบ ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นโยงไปถึงกรณีของคุณเปรมชัยที่เคยยิงเสือดำ และแนะว่า ไม่ควรเอาคลิปนี้มาเผยแพร่ควรให้เสือโคร่งครอบครัวนี้อยู่อย่างสงบสุข เชื่อมีคนใจบาปจ้องจะล่าอีกเพียบ โดยคลิปวีดีโอนี้มีผู้คนให้ความสนใจรับชมกว่า 200,000 ครั้ง และแชร์กว่า 800 ครั้ง


https://mgronline.com/onlinesection/.../9610000118318

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อัพเดตบัญชีแดง



สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (ไอยูซีเอ็น) อัพเดตบัญชีแดงสัตว์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ล่าสุด ปรากฏว่า "วาฬฟิน" และ "กอริลลาภูเขา" เป็นสัตว์สองชนิดที่มีสถานภาพดีขึ้นอย่างน่าพอใจ หลังจากยกระดับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

สำหรับวาฬฟินนั้นเลื่อนสถานะจากสิ่งมีชีวิตใกล้การสูญพันธุ์ (อีเอ็น) มาเป็นสิ่งมีชีวิตที่เกือบอยู่ในข่ายใกล้การสูญพันธุ์ (วียู) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลจากการขึ้นบัญชีห้ามล่าวาฬฟินเพื่อการค้าในพื้นที่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ และซีกโลกใต้ วาฬฟินซึ่งเป็นวาฬใหญ่อันดับสองรองจากวาฬสีน้ำเงินถูกมนุษย์ล่าเกือบ 750,000 ตัว ระหว่างปี 2447-2522

จากนั้นประชากรก็ดิ่งลงอย่างต่อเนื่องจนเข้าขั้นอันตราย เลยเป็นจุดเริ่มต้นที่ชื่อของวาฬฟินถูกบรรจุในสัตว์ห้ามล่าเด็ดขาด และปัจจุบันวาฬฟินมีจำนวนราว 100,000 ตัว และจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหากเราเดินหน้าอนุรักษ์อย่างจริงจัง



ขณะที่กอริลลาภูเขาซึ่งมีถิ่นที่อยู่แค่ในเขตเทือกเขาวีรูงกาใน 3 ประเทศเท่านั้น ได้แก่ คองโก รวันดา และยูกันดา เลื่อนสถานะจากสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ (ซีอาร์) เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์ (อีเอ็น) มีประชากรเพิ่มขึ้นจากราวๆ 680 ตัวเป็นกว่า 1,000 ตัว

ทั้งนี้ แม้จำนวนสัตว์ในบัญชีแดงจะลดลงมาอยู่ที่ 96,951 ชนิด แต่ในจำนวนนี้มี 26,840 ชนิดที่เสี่ยงสูญพันธุ์

หากไม่เริ่มอนุรักษ์อย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ อนาคตเราอาจไม่ได้เห็นสัตว์เหล่านี้อีกเลย


https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_1877406

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


เสียภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว! ชาวบ้านร้องหน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไขหาดพัทยาเหนือ



27 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ที่บริเวณชายหาดพัทยาเหนือ ช่วงโค้งโรงแรมดุสิตพัทยา ซึ่งเป็นพื้นที่แรกในการดำเนินการตามโครงการเสริมทรายชายหาดพัทยาของกรมเจ้าท่าในงบประมาณกว่า 430 ล้านบาท ที่มีการขยายพื้นที่แนวชายหาดในขนาดความกว้าง 35 เมตร ตลอดความยาวกว่า 2.8 กม.ซึ่งใกล้แล้วเสร็จ พบว่าปัจจุบันหลังมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ของโครงการไปจนถึงโซนพัทยากลางและคืบหน้าไปกว่า 80 % จนใกล้แล้วเสร็จแล้วนั้น พื้นที่ของชายหาดพัทยาเหนือกลับมีสภาพเสื่อมโทรมเป็นอย่างมาก



เนื่องจากเป็นจุดพื้นที่ราบต่ำที่รับน้ำที่หลากมาจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก ทำให้น้ำไหลบ่าชะเอาหน้าชายหาดและทรายไหลลงทะเลไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ลักษณะชายหาดมีลักษณะเป็นร่องน้ำไหล ถุงบิ๊กแบ๊กขนาดไว้ที่วางฝังไว้ใต้ชายหาดเพื่อกันแนวทรายในระยะ 15 เมตรแรก ถูกน้ำซัดโผล่ขึ้นมาพ้นผิวชายหาดโดยมีเศษตะกอนและตะไคร่จับอยู่จนเต็มเนื่องจากมีน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลตลอดเวลา จนนักท่องเที่ยวไม่สามารถใช่เป็นจุดพักผ่อนหน่อยใจได้



ทั้งนี้ เมื่อประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน จึงลงพื้นที่สำรวจพบว่าบริเวณดังกล่าวกินพื้นที่ตลอดแนวความยาวของโค้งโรงแรมดุสิตมาทางพัทยากลางประมาณ 50-100 เมตร มีทั้งกอวัชพืช เศษสิ่งปฏิกูล และธารน้ำที่ไหลเซาะชายหาดจนเป็นร่องน้ำขนาดใหญ่ โดยมีถุงบิ๊กแบ๊คโผล่ขึ้นพ้นแนวชายหาดมีขยะและตะไคร่น้ำเกาะอยู่จนเต็ม สร้างภูมิทัศน์ที่ไม่สวยงามสมเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และศูนย์กลางของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC ซึ่งกรณีดังกล่าวผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้เคียงระบุว่ากรณีนี้ปล่อยทิ้งไว้นานแล้ว โดยเมืองพัทยาไม่นำบุคลากรและอุปกรณ์มาฝังกลบหรือปรับสภาพให้มีความสวยงาม ทั้งๆที่เป็นช่วงต้นของชายหาด ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเสียหาย จึงอยากให้ดำเนินการเร่งแก้ไขไม่ใช่ปล่อยให้มีสภาพแบบนี้


https://www.naewna.com/likesara/379515

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


เริ่มปฏิบัติการเก็บกู้ระเบิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ใต้สะพานรถไฟ 'จุฬาลงกรณ์'



ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์เริ่มเตรียมการเก็บกู้ระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ใต้สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ และสะพานธนะรัชต์แล้ว หลังพ่อเมืองราชบุรีประกาศจะนำขึ้นมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาวราชบุรี พร้อมแจ้งเตือนสื่อและชาวโซเชียลงดเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอันอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ สาธารณชนขอให้รับฟังข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น

27 พ.ย.61 ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเก็บกู้ เคลื่อนย้าย และทำลายวัตถุระเบิด ได้เริ่มปฏิบัติการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการชุดแรก นำเรือบรรทุกทุ่นลอยน้ำเพื่อกำหนดจุดที่จะมีการลงสำรวจใต้น้ำในการสำรวจหาตำแหน่งของระเบิดที่จมอยู่บริเวณใต้สะพานรถไฟจุฬาลงกรณ์ และสะพานธนะรัชต์ ข้ามแม่น้ำแม่กลอง อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี

ภายหลังกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี ได้มีหนังสือด่วนที่สุด ที่ รบ. 0021/28956 ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องจะดำเนินการเก็บกู้ เคลื่อนย้ายและทำลายวัตถุระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อยู่ใต้แม่น้ำแม่กลองบริเวณสะพานจุฬาลงกรณ์ และสะพานธนะรัชต์ อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นจุดบริเวณที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะดำเนินการโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม-หัวหิน เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยมีประสิทธิภาพ และเกิดความปลอดภัย

โดยได้มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การเก็บกู้ เคลื่อนย้าย และทำลายวัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลอง โดยมีนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดราชบุรี ตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ และรองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 16 ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 1 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นรองประธาน

นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนกรมสรรพวุธทหารอากาศ ผู้แทนกรมสรรพวุธทหารเรือ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ ซึ่งจะมีหน้าที่ดำเนินการวางแผน ควบคุม และอำนวยการปฏิบัติเก็บกู้ เคลื่อนย้าย และทำลายวัตถุระเบิดเพื่อให้มีประสิทธิภาพเกิดความปลอดภัย อีกทั้งจะประสานการปฏิบัติในทุกขั้นตอนตามแผนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งจัดเตรียมเครื่องมือ เครื่องใช้อุปกรณ์ ยานพาหนะ และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน ประสานงานเกี่ยวข้อง สนับสนุนให้ความช่วยเหลือแก่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ และดำเนินการอื่นๆตามความจำเป็น



ล่าสุด กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี ประชาสัมพันธ์การปฏิบัติงานการเก็บกู้วัตถุระเบิดในแม่น้ำแม่กลองด้านใต้สะพานธนะรัชต์ โดยหน่วยประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ ได้นำเรือลงไปสำรวจและกำหนดพื้นที่บริเวณสะพาน และจุดใกล้เคียงตามแนวที่คาดว่าระเบิดจมอยู่ โดยการปฏิบัติการในครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่หน่วยประดาน้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ เป็นการกำหนดลงสำรวจพื้นที่ใต้น้ำบริเวณสะพานธนะรัชต์และสะพานจุฬาลงกรณ์ เพื่อเก็บข้อมูลสภาพการณ์และตำแหน่งวัตถุต่างๆ ใต้น้ำอย่างละเอียด เพื่อใช้ประกอบการวางแผนเก็บกู้วัตถุระเบิด ซึ่งจะปฏิบัติการในวันนี้ 28 พ.ย.-4 ธ.ค.61

ส่วนทางด้านนางอังคณา ชิตะติตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์และการสื่อสาร ได้ออกประกาศของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดราชบุรี แจ้งให้ทราบว่าการลงพื้นที่สำรวจดังกล่าว เพื่อค้นหาจุดที่ตั้งตำแหน่ง จำนวน ชนิด ประเภทของวัตถุระเบิด เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนเก็บกู้เท่านั้น ยังไม่มีการเก็บกู้และเคลื่อนย้ายวัตถุระเบิดแต่อย่างใด ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ หากมีกำหนดการเก็บกู้วัตถุระเบิดจะมีประกาศแจ้งเตือนให้ทราบล่วงหน้าขอให้รับฟังข่าวสารจากทางราชการเท่านั้น กรุณางดเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนอันอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่สาธารณชน


https://www.naewna.com/likesara/379520

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:20


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger