เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,805
Default วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง สำหรับบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็น ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยอุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อย อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 1 ? 7 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 1 ? 6 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนให้ระมัดระวังสัญจรบริเวณที่มีหมอกหนา และสำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-11-30_DFTH1_2300.jpg (43.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest011218.jpg (28.8 KB, 2 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-12-01_TopChart_07.jpg (114.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 011218.jpg (55.2 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,805
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews



รายงานชวนช็อค! พบมหันตภัยโลกร้อนซ่อนใต้มหาสมุทร ปรากฏการณ์สัตว์อพยพครั้งมโหฬาร

แม้ที่ผ่านมาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสภาวะโลกร้อนจะปรากฏจนเป็นที่รับรู้โดยทั่วไป แต่สิ่งที่ตาเราเห็นและสัมผัสได้ในขณะนี้ อาจเทียบไม่ได้กับขนาดของอภิมหาผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น และถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำที่มองไม่เห็น

มหาสมุทร ถือเป็นแหล่งอาศัยขนาดใหญ่ที่สุดของสิ่งมีชีวิตบนโลก เป็นบ้านของพืชและสัตว์หลายพันล้านชีวิต คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดท่ามกลางบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลก อย่างไรก็ตามด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้กำลังกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ภายใต้มหาสมุทร และผู้คนที่ต้องพึ่งพามันก็ต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงด้วยเช่นกัน

ข้อมูลอันน่าตกใจได้รับการเปิดเผยผ่านรายงานสืบสวนชิ้นล่าสุด ?Ocean Shock: The planet?s hidden climate change? โดย ทอมสัน รอยเตอร์ส ซึ่งผู้สื่อข่าวและช่างภาพของรอยเตอร์ส ได้ทำการรวบรวมข้อมูลเป็นเวลากว่า 1 ปี เพื่อเปิดเผยมหันตภัยใต้ผืนน้ำครั้งนี้

รายงานชิ้นนี้ระบุว่า ในช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา มหาสมุทรมีอุณหภูมิอุ่นขึ้นอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กระแสน้ำเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเห็นได้จากส่วนที่ปรากฏอยู่บนผิวน้ำ ในส่วนที่ตาเราเห็น แต่ปรากฏการณ์โลกร้อนที่ซ่อนอยู่ใต้ผื้นน้ำ ได้สร้างผลกระทบอันมหาศาลกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายใต้ นั่นคือ ?ปรากฏการณ์อพยพย้ายถิ่นฐานใต้น้ำครั้งมโหฬาร?

รายงานระบุว่า เมื่อน้ำทะเลอุ่นขึ้น เหล่าปลาและสัตว์ทะเลอื่นๆ ได้อพยพย้ายถิ่นฐานจากจุดเส้นศูนย์สูตร ไปยังส่วนที่ใกล้ขั้วโลกมากขึ้น เพื่อเสาะหาอุณหภูมิที่เหมาะสมในการอยู่อาศัย ซึ่งจำนวนสิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการอพยพอันมหึมาในครั้งนี้ อาจทำให้ผลกระทบจากโลกร้อนที่เราเห็นบนผืนดินดูจะลีบเล็กลงไปเลยทีเดียว

ข้อค้นพบอันสำคัญที่รายงานชิ้นนี้ได้ทำการรวบรวม อาทิ การที่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า โดยทั่วไปแล้วการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ จะทำให้ปลามีการอพยพย้ายถิ่นฐาน มากกว่าสัตว์บนผืนดิน ถึง 10 เท่า

ขณะเดียวกันจากสถิติภาคการประมง ในพื้นที่บริเวณแอตแลนติกเหนือของสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่าช่วงปีที่ผ่านมา ในจำนวนปลากว่า 70 สายพันธุ์ที่ทำการติดตาม พบว่ามีอย่างน้อย 85% ที่ได้มุ่งหน้าไปสู่จุดที่เหนือขึ้นไป หรือจุดที่ใต้ลงมา เมื่อเทียบกับจุดดั้งเดิมที่มันจะอยู่อาศัย



หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ล็อบสเตอร์ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีให้จับอย่างมากมายใน รัฐคอนเนตทิคัต โรดไอแลนด์ และแมสซาชูเซตส์ ปัจจุบันความชุกชุมนั้นได้หายไป กลายเป็น รัฐเมน ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของทั้ง 3 รัฐขึ้นไป สามารถจับได้มากขึ้นถึง 85% อย่างไรก็ตามมีความกังวลว่าสัตว์จะยังคงเดินหน้าขึ้นเหนือไปทางแคนาดาต่อไป

อีกกรณีหนึ่ง ตั้งแต่ช่วงยุคปี 1980 เป็นต้นมา ชาวประมงโปรตุเกสสามารถจับปลาซาร์ดีน ซึ่งเป็นอาหารทะเลยอดนิยมของประเทศ ได้มากถึง 110,000 ตันต่อปี แต่ปัจจุบันสามารถจับได้เพียง 14,000 ตันต่อปีเท่านั้น และคาดว่าเมนูเอกลักษณ์ท้องถิ่นจานนี้จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่มากขึ้นต่อไป

ในญี่ปุ่น การประมงเกินขนาดและความผันผวนของอุณหภูมิ ได้ทำให้ปริมาณหมึกบินญี่ปุ่น (Japanese flying squid) ของว่างอันเป็นที่โปรดปรานมีปริมาณหดหายลง และสัตว์ก็ขยับตัวขึ้นไปทางเหนือด้วยเช่นเดียวกัน นั่นทำให้การจับสัตว์สายพันธุ์นี้ในปัจจุบันแทบจะเป็นไปไม่ได้มากขึ้นเรื่อยๆ จากในปี 2011 ที่ชาวประมงเคยจับได้มากกว่า 2 แสนตันต่อปี ปัจจุบันลดลงมาถึง 3 ใน 4 โดยเหลือเพียง 53,000 ตันเท่านั้นในปีที่ผ่านมา

นอกจากน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นกำลังสร้างผลกระทบต่อประเทศในเขตร้อนแล้ว ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ที่ถูกมองว่าเป็นหนทางยั่งยืนเพื่อรักษาระดับปริมาณอาหารทะเล ทั้งหมดนี้ล้วนผสมโรงสร้างแรงกดดันต่อชาวประมงในประเทศเหล่านี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ สัตว์น้ำที่ถูกจับในธรรมชาติประมาณ 20% ไม่ได้มุ่งหน้าไปสู่โต๊ะอาหาร ในทางกลับกันมันถูกเกี่ยวร่างแหขึ้นมาโดยชาวประมง ในบริเวณอย่างแอฟริกาตะวันตก ซึ่งจะถูกลากขึ้นมาและนำไปทำเป็นปลาป่น ส่งไปเป็นอาหารปลายังฟาร์มสัตว์น้ำอันห่างไกล เพื่อนำไปผลิตอาหารทะเลส่งขายแก่ประเทศที่ร่ำรวยอีกที

สำหรับเอกสารทั้งหมดของรายงานชุด Ocean Shock ชิ้นนี้ สามารถอ่านฉบับเต็มได้ที่ https://www.reuters.com/investigates...-shock-warming
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,805
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ระทึก!!แผ่นดินไหวรุนแรง7.0เขย่าอะแลสกา ก่อความเสียหาย,เตือนสึนามิช่วงสั้นๆ

เอเอฟพี - แผ่นดินไหวรุนแรงระดับ 7.0 สั่นสะเทือนเมืองแองเคอเรจ ในรัฐอะแลสกาในวันศุกร์(30พ.ย.) ก่อความเสียหายแก่บ้านเรือนประชาชนและแหล่งธุรกิจ รวมถึงกระตุ้นให้มีการประกาศเตือนภัยสึนามิช่วงสั้นๆ ก่อนยกเลิกในเวลาต่อมา

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯระบุว่าแผ่นดินไหวระดับ 7.0 ครั้งนี้มีศูนย์กลางห่างจากเมืองแองเคอเรจ ไปทางเหนือราว 13 กิโลเมตร และเกิดขึ้นตอนเวลาประมาณ 8.29น.(ตรงกับเมืองไทย 00.29น.เช้ามืดวันเสาร์)



ชาวบ้านในแองเคอเรจ เมืองใหญ่ที่สุดของรัฐ โพส์ภาพถ่ายและวิดีโอบนทวิเตอร์ เผยให้เห็นภาพความเสียหายที่บ้านพักของพวกเขาและร้านค้าต่างๆ

แผ่นดินไหวและอฟเตอร์ช็อกที่ตามมาอีกหลายระลอก ทำหน้าต่างแตกกระจัดกระจาย, สินค้าตามร้านค้าต่างๆร่วงหล่นจากชั้นวาง และทำบ้านเรือนประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้จำนวนมาก

เบื้องต้นมีการประกาศเตือนภัยสึนามิที่เกาะคุ๊กและแหลมไคไน แต่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิกไม่คาดหมายว่าจะเกิดสึนามิทำร้ายล้างในวงกว้างและบอกว่าไม่มีภัยคุกคามกับเกาะฮาวาย ก่อนที่จะมีการยกเลิกประกาศเตือนภัยในเวลาต่อมา



"ทุกคนพากันวิ่งออกจากร้านกาแฟ ฉันอยู่ในแองเคอเรจ ใจกลางของแผ่นดินไหวรุนแรง" แนท เฮิร์ซ ผู้สื่อข่าวของสื่อท้องถิ่นโพสต์บนทวิตเตอร์ "สัญญาณกันขโมยรถยนต์ดังระงม แต่ไม่พบเห็นความเสียหายร้ายแรงยกเว้นแต่มีข้าวของร่วงลงมากระจัดกตะจาย ทุกคนกลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ บางส่วนก็กลับไปประชุม"

ด้าน Anchorage Daily New รายงานว่าแผ่นดินไหวสร้างความเสียหายแก่สำนักงานของหนังสือพิมพ์บางส่วน โดยมันทำให้กำแพงร้าวและเพดานได้รับตวามเสียหาย ส่วนมหาวิทยาลัยอะแลสกาประกาศปิดทำการในวันศุกร์(30พ.ย.) "บุคคลที่ไม่มีธุระจำเป็นใดๆควรกลับบ้าน" ทวิตเตอร์ของมหาวิทยาลัยระบุ

สนามบินแองเคอเรจต้องระงับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและออกเป็นการชั่วคราว หลังมีการอพยพที่หอควบคุมการสัญจรทางอากาศ ขณะที่วิดีโอหนึ่งที่โพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์พบเห็นรอยแยกขนาดใหญ่บนถนนที่มุ่งหน้าสู่สนามบิน และมีรถยนต์คันหนึ่งตกลงไปในนั้น
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

ข่าวสดออนไลน์


อลาสการะทึก ?ดินไหว? 7.0 แม็กนิจูด อาฟเตอร์ช็อกถล่มต่อเนื่อง 40 ครั้ง


อลาสการะทึก ?ดินไหว? ? วันที่ 1 ธ.ค. เอ็นบีซีนิวส์ และ บีบีซี รายงานว่า เมื่อเวลา 08.29 น. ของวันที่ 30 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่นของ รัฐอลาสกา สำนักธรณีวิทยาสหรัฐอเมริกาพบ แผ่นดินไหว ขนาด 7.0 แม็กนิจูด มีจุดศูนย์กลางราว 11 ก.ม. ทางตอนเหนือของ เมืองแองเคอเรจ และลึกลงไปใต้ดิน 40.9 ก.ม. เบื้องต้นยังไม่พบผู้เสียชีวิต หรือบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม หลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย ทั้งอาคารบ้านเรือน ร้านค้า และถนนใกล้สนามบินท้องถิ่นที่เกิดรอยแยกและทรุดตัวเป็นทางยาว



ศูนย์แผ่นดินไหวรัฐอลาสการะบุว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง เมืองแองเคอเรจเผชิญกับอาฟเตอร์ช็อกอย่างน้อย 40 ครั้ง รวมถึงอาฟเตอร์ช็อกขนาด 5.7 แม็กนิจูดที่สั่นสะเทือนในไม่กี่นาทีต่อมา นอกจากนี้ยังมีอาฟเตอร์ช็อกสูงกว่า 5.0 แม็กนิจูดอีก 2 ครั้ง สูงกว่า 4.0 แม็กนิจูด 10 ครั้ง และแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ไกลถึงนครบอสตัน รัฐแมสซาชูเซ็ตส์ ซึ่งอยู่ห่างมากกว่า 7,300 ก.ม. พร้อมแถลงเตือนภัยสึนามิในบริเวณคุ๊กอินเล็ท และคาบสมุทรคีไน แต่ต่อมายกเลิก

ขณะที่ นายบิล วอล์เกอร์ ผู้ว่าการรัฐอลาสกา ประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ และสั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมถนน รวมทั้งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ เมืองแองเคอเรจเคยเผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้วเมื่อปี 2507 ที่แรงสั่นสะเทือน 9.2 แม็กนิจูด ซึ่งรุนแรงเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์โลก



ฟ้าเจาะรู ปรากฏการณ์น่าดูชม เกี่ยวข้องกับ ?เบียร์วุ้น? อย่างไร?




?ฟอลล์สตรีคโฮล? เกี่ยวข้องกับ ?เบียร์วุ้น? อย่างไร?
คอลัมน์ : Weather Wisdom โดย บัญชา ธนบุญสมบัติ
ช่วงหน้าหนาวนี่ บ้านเราอาจมีปรากฏการณ์แปลกๆ บนฟ้าให้ชมด้วยเช่นกัน อย่างถ้าย้อนเวลากลับไปวันขึ้นปีใหม่ของปี 2559 ก็มีเมฆรูปร่างประหลาดเหนือฟ้าเมืองแพร่ ลองดูภาพที่ 1 ของ คุณเจน ปิยะรัตน์ มณีกาศ สิครับ



ฟอลล์สตรีคโฮล?1 ม.ค. 2559 เวลา 12.49 น. ต.บ้านเหล่า อ.สูงเม่น จ.แพร่?ภาพ: ปิยะรัตน์ มณีกาศ
คุณเจนเป็นคนรักเมฆพันธุ์แท้ ทำให้เก็บภาพท้องฟ้าสวยงามแปลกตาได้อยู่เรื่อยๆ เธอเล่าว่า

?1 ม.ค. 2559 ฤกษ์งามยามดี วันนี้ใกล้บ้านมีงานแต่ง หลังจากไปร่วมจัดเตรียมงานและทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งเสวนาเรื่องสัพเพเหระกับเพื่อนบ้านไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นมีคนทักขึ้นมาว่า ทำไมวันนี้บรรยากาศอึมครึมเหมือนฝนจะตกหรือเปล่า เราก็แหงนมองขึ้นไปดูบนท้องฟ้า?แว่บแรก ว้าว! เจอวงแหวนสีรุ้ง (ซันโคโรนา) ด้วย แต่พอกวาดสายตาไปด้านขวาอีกนิด ก็แอบกรี๊ดในใจ เพราะเจอเมฆอะไรก็ไม่รู้ รูปร่างแปลกๆ จะช้าอยู่ใย รีบบอกลาเจ้าภาพ แล้วชิ่งกลับไปเอากล้องที่บ้าน เพื่อเก็บภาพอันแสนตื่นตาตื่นใจ นำมาฝากเพื่อนๆ คนรักเมฆรักฟ้าในชมรมคนรักมวลเมฆดีกว่า?

เรื่องน่าบังเอิญก็คือ สมาชิกชมรมคนรักมวลเมฆอีกคนหนึ่ง คือ คุณอ๊าต กิตติศักดิ์ นวลวิไล ได้เดินทางมาที่จังหวัดแพร่ในช่วงเวลาเดียวกัน และก็เก็บภาพเมฆพิสดารนี้ได้ด้วยเช่นกัน คุณอ๊าตบอกว่าตอนนั้นอยู่ใกล้ๆ ปั๊มน้ำมันเชลล์ แยกเด่นชัย จ.แพร่



ฟอลล์สตรีคโฮล ?1 ม.ค. 2559 เวลา 12.30 น. แยกเด่นชัย จ.แพร่?ภาพ: กิตติศักดิ์ นวลวิไล
คุณอ๊าตเล่าเสริมว่า

?ถือเป็นโชคดีรับปีใหม่เลยครับที่ผมมีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์บนท้องฟ้า 2 อย่างพร้อมกัน คือ ฟอลล์สตรีคโฮลและซันโคโรนา ระหว่างเดินทางจากอุตรดิตถ์มาจังหวัดแพร่ โดยเฉพาะฟอลล์สตรีคโฮลนี่ผมเพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกในชีวิต เสียดายที่อยู่ไกลไปหน่อย? แต่ก็ยังโชคดีที่ผมพกเลนส์ TelePhoto (55-210) ไปด้วย เลยดูดภาพมาได้เท่าที่มันสามารถ วันนั้น..ฟ้าสวยตลอดเส้นทางจริงๆ นี่ถ้าผมขับรถมาคนเดียว คงจอดยิงกระต่าย เอ้ย! จอดถ่ายเมฆตลอดทางแน่ๆ 5555?

ชื่อของเมฆพิสดารนี้ที่คุณอ๊าตพูดถึงคือ ฟอลล์สตรีคโฮล (fallstreak hole) นั้นถูกต้อง จึงอยากชวนคุณผู้อ่านมาเรียนรู้เพิ่มเติมกันครับ

ก่อนอื่น ควรรู้ด้วยว่าการเกิดฟอลล์สตรีคโฮลมีแง่มุมที่เกี่ยวข้องกับ ?เบียร์วุ้น? อยู่ด้วย ส่วนจะเกี่ยวกันยังไงนั้น ก็ต้องรู้จัก ?น้ำเย็นยิ่งยวด (supercooled water)? ก่อน


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ 14:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

การทดลองย่อย แต่เริ่มต้นเหมือนกันคือแช่ขวดน้ำซึ่งมีน้ำบรรจุอยู่เกือบเต็มไว้ในช่องฟรีซเซอร์จนน้ำมีอุณหภูมิติดลบ (ต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส) แต่ยังคงเป็นของเหลวอยู่ น้ำที่มีลักษณะเช่นนี้เรียกว่า ?น้ำเย็นยิ่งยวด? หรือ ?supercooled water? นั่นคือน้ำที่ยังไม่กลายเป็นน้ำแข็งแม้ว่ามีอุณหภูมิติดลบ

การทดลองแรก ซึ่งในคลิปเรียกว่า Nucleation by shaking (การก่อผลึกเริ่มต้นโดยการเขย่าขวด) เริ่มจากค่อยๆ ประคองขวดตั้งขึ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็กระแทกก้นขวดบนพื้นโต๊ะ ผลก็คือ น้ำเย็นยิ่งยวดกลายเป็นน้ำแข็งเริ่มจากผิวด้านบน (ซึ่งกระเพื่อมอย่างแรงเนื่องจากการกระแทก) ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงด้านล่าง

การทดลองที่สอง ซึ่งในคลิปเรียกว่า Nucleation by seeding with ice crystal (การก่อผลึกเริ่มต้นโดยการเติมผลึกน้ำแข็ง) มีการหยอดน้ำแข็งเม็ดเล็กๆ ลงไป ผลก็คือ น้ำเย็นยิ่งยวดกลายเป็นน้ำแข็งเริ่มจากผิวด้านบน (ซึ่งโดนเม็ดน้ำแข็งตกกระทบ) ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงด้านล่างอีกเช่นกัน

โดยสรุปจะเห็นว่า น้ำเย็นยิ่งยวดจะยังคงสภาพเป็นของเหลวไหลไปมาได้ ตราบเท่าที่ไม่เกิดการกระเพื่อมแรงๆ แต่หากเกิดการกระทบกระเทือน น้ำในบริเวณที่กระเพื่อมจะเปลี่ยนจากน้ำ(เหลวๆ) ไปเป็นน้ำแข็ง และขยายลุกลามออกไป

แล้ว ?เบียร์วุ้น? ทำยังไง?

วิธีหนึ่งคือแช่เบียร์จนเย็นจัดแต่ต้องระวังไม่ให้เบียร์กลายเป็นน้ำแข็งจากนั้นก็เคาะปากขวดเบาๆซึ่งจะทำให้เบียร์ในบางบริเวณกลายเป็นผลึกน้ำแข็งแล้วขยายลามออกไป

พูดแบบวิทยาศาสตร์ เบียร์วุ้นก็คือ ?เบียร์เย็นยิ่งยวด? นั่นเอง!

ย้อนกลับมาที่ฟอลล์สตรีคโฮลกันอีกครั้ง เริ่มต้นจากเมฆที่ประกอบด้วยหยดน้ำเย็นยิ่งยวดจำนวนมหาศาล และเมฆก็แผ่ครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างกว้างบนฟ้า เมฆซึ่งมีลักษณะเช่นนี้ที่น่ารู้จัก ได้แก่ แอลโตคิวมูลัส สแตรติฟอร์มิส (Altocumulus stratiformis) และ ซีร์โรคิวมูลัส สแตรติฟอร์มิส (Cirrocumulus stratiformis) แต่นานๆ ครั้งก็อาจเกิดกับ สเตรโตคิวมูลัส (Stratocumulus) ได้ด้วย

ทีนี้หากมีบางบริเวณของเมฆถูกกระทบกระเทือน (เช่น มีเครื่องบินบินทะลุผ่านเมฆ) ก็จะทำให้หยดน้ำเย็นยิ่งยวดตรงบริเวณดังกล่าวกลายเป็นน้ำแข็งโดยน้ำแข็งจะเกิดลุกลามออกไปโดยรอบอย่างต่อเนื่อง

ช่องเปิดที่เกิดขึ้นอาจมีรูปร่างค่อนข้างกลม หรือเป็นแนวยาวก็ได้ เรียกง่ายๆ ว่า ช่องเปิด (hole)

ส่วนน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมักจะตกลงมาเป็นสาย แต่เมื่อน้ำแข็งพบอากาศด้านล่างซึ่งอุ่นกว่า ก็จะละลายกลายเป็นน้ำแล้วระเหยหมดไป เรียกว่า ฟอลล์สตรีค (fallstreak) แปลว่า แถบเส้นที่ตกลงมา เพราะคำว่า fall แปลว่า ตกลงมา + streak แปลว่า แถบสายซึ่งมีสีสันแตกต่างจากบริเวณใกล้เคียง

ดังนั้นปรากฏการณ์นี้จึงได้ชื่อว่า ฟอลล์สตรีคโฮล (fallstreak hole) ด้วยเหตุนี้

เส้นฟอลล์สตรีคที่ตกลงมา หากถูกลมใต้ฐานเมฆพัด ก็จะเอียงปัดไปตามทิศทางลม ลองย้อนกลับไปดูภาพของคุณเจนและคุณอาร์ตอีกครั้งสิครับ

ฟอลล์สตรีคโฮล ยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีกหลายอย่าง เพราะหลังจากน้ำแข็งตกลงมาแล้ว ก็มักเหลือช่องว่างขนาดใหญ่ในเมฆ ปรากฏการณ์นี้จึงอาจเรียกว่า cloud hole (ช่องเปิดในเมฆ) skypunch (ฟ้าเจาะรู) punch hole cloud หรือ hole punch cloud (เมฆเจาะรู) หรือ canal cloud (เมฆคลอง) ได้ด้วยเช่นกัน ดูภาพที่ 3 สิครับ



ฟอลล์สตรีคโฮลขนาดใหญ่
12 ธันวาคม 2559 เวลาประมาณ 11:30 น.
ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
ภาพ: วรภพ กาญจนพายัพ
ส่วน International Cloud Atlas ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ได้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า cavum (เควุม) เป็นภาษาละติน แปลว่า ช่องว่าง จัดเป็นลักษณะเสริมรูปแบบหนึ่งของเมฆ

สุดท้าย ทีวีของไทยบางช่อง เช่น รายการข่าวข้นรับอรุณ Nation TV เคยนำเสนอฟอลล์สตรีคโฮลด้วยเช่นกัน ลองตามไปชมกันได้ที่นี่ครับ

บัญชา ธนบุญสมบัติ
www.facebook.com/buncha2509

แนะนำแหล่งข้อมูล
หากสนในน้ำแข็งในธรรมชาติอีกกว่า 20 แบบ ขอแนะนำหนังสือ Cloud Guide คู่มือเมฆและปรากฏการณ์ในชั้นบรรยากาศ ติดต่อ สนพ.สารคดี


ไทยรัฐ

แผนพ่นสารลดโลกร้อนตั้งเป้าใช้งานได้ภายใน 15 ปี



การรับมือกับภาวะโลกเป็นสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามหาหนทางที่มีประสิทธิภาพที่สุด วิธีหนึ่งที่คิดค้นได้ก็คือการใช้เครื่องบินขึ้นไปฉีดละอองฝอยคล้ายพ่นหมอกส่งสารซัลเฟตให้ลอยเข้าไปในบรรยากาศชั้นสตราโทสเฟียร์ (stratosphere) ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศของโลกชั้นที่ 2 มีระยะความสูงตั้งแต่ 10-50 กิโลเมตรและเป็นชั้นที่มีก๊าซโอโซนอยู่เพื่อทำหน้าที่ดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์ แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งว่าวิธีการนี้จะก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อมในโลกเช่นกัน

ในวารสารการวิจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Research Letters) นักวิจัยจากวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ จอห์น เอ.พอลสัน แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในสหรัฐอเมริกา ได้รายงานความสามารถและต้นทุนของโครงการฉีดสารซัลเฟตไปที่ชั้นล่างของชั้นบรรยากาศ สตราโทสเฟียร์ (stratos phere aerosol injection-SAI) ว่ามีการพัฒนาข้อกำหนดต่างๆ สำหรับโครงการนี้ โดยอาศัยการศึกษาข้อมูลจากบริษัทการบินและอวกาศหลายแห่ง ข้อมูลเบื้องต้นเผยว่าเครื่องบินที่จะใช้จะต้องมีน้ำหนักเทียบเท่ากับเครื่องบินโดยสารที่ขนาดลำแคบ และเพื่อรักษาระดับการบินไว้ที่ 20 กิโลเมตร ก็จะต้องใช้พื้นที่ปีกเป็น 2 เท่าของเครื่องบินโดยสารที่มีขนาดเท่ากัน พร้อมทั้งใช้แรงขับ 2 ครั้งด้วยเครื่องยนต์ 4 ตัว แทนที่จะเป็นเครื่องยนต์ 2 ตัว

ทีมวิจัยประเมินค่าใช้จ่ายในการพัฒนาทั้งหมดนี้ไม่น้อยกว่า 66,000 ล้านบาท ซึ่งวางแผนโครงการเป็นระยะเวลา 15 ปี โดยปีแรกเครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะมีฝูงบิน 8 ลำ หลังจากนั้นจะเพิ่มเป็น 100 ลำภายใน 15 ปี นอกจากนี้ในปีแรกกำหนดว่าจะบินประมาณ 4,000 ครั้งต่อปี และภายใน 15 ปีจะมีเที่ยวบินขึ้นทำงานราวๆ 60,000 ครั้ง.






แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ 14:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:47


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger