เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,805
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 4 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้ากับมีหมอกหนาบางพื้นที่ และมีฝนบางแห่ง ส่วนภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 4 ? 6 ธ.ค. ประเทศไทยตอนบนมีหมอกบางในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น กับอากาศหนาวเย็นลงและมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเชลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเชลเซียส สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 4 ? 6 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนา สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-12-04_DFTH1_1200.jpg (140.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest041218.jpg (31.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-12-04_TopChart_07.jpg (119.8 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

ข่าวสด

ช้างป่าชิว! ออกเดินเล่นตามถนนรับอากาศเย็นๆ




ช้างป่าในอุทยานฯเขาใหญ่ออกมาเดินเล่นรับลมชิวๆ เจ้าหน้าที่ฝากเตือนนักท่องเที่ยวขอให้ปฏิบัติตามกฎ


วันนี้( 4 ธ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อากาศดีเย็นสบาย ประกอบกับเป็นช่วงฤดูหนาว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปท่องเที่ยวบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางขึ้นทางด่านเนินหอม อ.เมืองปราจีนบุรี เป็นเส้นทางหนึ่งที่ีนักท่องเที่ยว นิยมใช้เนื่องจากเป็นเส้นทางที่สะดวก และจะพบช้างป่า ออกมาเดินเล่นและหาอาหารกินตามเส้นทางตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงเช้าและช่วงเย็น จะมีช้างออกมาเดินเล่นตั้งแต่บริเวณหลัก กม.ที่ 14 ไปจนถึงบริเวณทางเข้าน้ำตกเหวนรก ทำให้นักท่องเที่ยวได้พบช้างบนถนนตลอดเวลา



ทั้งนี้ ทางอุทยานแงชาติเขาใหญ่ ฝากเตือนนักท่องเที่ยวที่ หากพบเห็นช้างขอให้ปฏิบัติตามกฎของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ คือ หยุดรถให้ห่างจากช้างอย่างน้อย 30 เมตร หากช้างเดินเข้าหา ให้เคลื่อนรถหนีด้วยการถอยหลังอย่างมีสติ รอจนกว่าช้างจะหลบจากถนน จึงเคลื่อนรถผ่านไป อย่าใช้แตรรถ หรือ ส่งเสียงดังรบกวนช้างหรือไล่ช้าง เพราะอาจทำให้ช้างโกรธ และตรงเข้ามาหาเราได้ เนื่องจากช้างป่า ประสาทหูจะดีมาก เสียงแตรแหลมๆจะทำให้ช้างตกใจและโกรธ



วันนี้! งดรับ-งดใช้-งดให้ถุงพลาสติก



ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อทั่วไทยรณรงค์งดใช้ งดให้ ถุงพลาสติกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย ตั้งเป้าลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว 3,600 ล้านใบในปี 2562


วันนี้ (4 ธ.ค. 61) วันนี้เป็นวันแรกที่ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านสะดวกซื้อทั่วไทยรณรงค์งดใช้ งดให้ ถุงพลาสติก เนื่องใน ?วันสิ่งแวดล้อมไทย? โดยนายวิจารณ์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า ความร่วมมือกับผู้ประกอบการห้างรวมถึงตลาดสดทั่วประเทศลดใช้ถุงพลาสติกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากข้อมูลเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2561 สามารถลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกได้ถึง 244 ล้านใบ หรือ 73.8 ตัน โดยในปี2562 ตั้งเป้าลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว 3,600 ล้านใบ และทุกวันที่ 4 ของเดือนจะมีการรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนลดการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว พร้อมขอให้ประชาชนปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติกและนำถุงผ้ามาใช้



อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้มีการตั้งอนุกรรมการการจัดการพลาสติกเพื่อหารือพูดคุยแก้ไขประเด็นระยะยาวเพื่อควบคุมการใช้ถุงพลาสติกในประเทศ อาจมีการออกกฎหมาย หรือมาตรการทางภาษีในการงดการใช้พลาสติกและโฟม ซึ่งอยู่ระหว่างการดูศึกษาและข้อมูลทางกฎหมาย



ขณะที่วันนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังจัดงานเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทย 4 ธ.ค. ภายใต้แนวคิด ?ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม? ซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการจัดงานวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2561 เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อสร้างความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกพร้อมกันทั่วประเทศ



ทั้งนี้ สถิติพบว่าประเทศไทยมีปริมาณขยะพลาสติกและโฟมมากถึง 2.7 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 7,000 ตันต่อวัน แบ่งเป็นถุงพลาสติกร้อยละ 80 หรือ 5,300 ตันต่อวัน หรือประมาณ 2 ล้านตัน ส่วนที่เหลือเป็นขยะโฟมประมาณ 700,000 ตัน โดยขยะพลาสติกร้อยละ 50 ถูกนำไปกำจัดแบบไม่ถูกวิธี ซึ่งถุงพลาสติกเพียง 1 ใบใช้เวลาย่อยสลายถึง 450 ปี


ประชุมโลกร้อนในโปแลนด์ ผู้นำพูดถึงผลกระทบ

ประชุมโลกร้อนในโปแลนด์ ผู้นำหลายประเทศพูดถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ
ประชุมโลกร้อนในโปแลนด์ ผู้นำหลายประเทศพูดถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

ประชุมโลกร้อนในโปแลนด์ ผู้นำพูดถึงผลกระทบ

ประชุมโลกร้อนในโปแลนด์ ผู้นำหลายประเทศพูดถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในแต่ละประเทศ




ภาวะโลกร้อน: เตรียมทดลองฉีดสเปรย์ลดโลกร้อนในชั้นบรรยากาศปีหน้า



ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ เผยว่าได้เตรียมการจะทดลองฉีดพ่นสารเคมีในชั้นบรรยากาศโลกในปีหน้า (2019) เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการใช้สารบางชนิดสะท้อนแสงอาทิตย์ให้กลับคืนสู่อวกาศ ซึ่งคาดว่าจะทำให้โลกเย็นลงและบรรเทาความรุนแรงของภาวะโลกร้อน

มีการเปิดเผยถึงโครงการวิจัยดังกล่าวในวารสาร Environmental Research Letters เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทีมนักวิทยาศาสตร์ของฮาร์วาร์ดเสนอให้ฉีดพ่นสารจำพวกละอองลอยซัลเฟต (Sulfate aerosol) ปริมาณหลายล้านตันในบรรยากาศชั้นสตาร์โตสเฟียร์ (Stratosphere) เพื่อให้ลดความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ลงได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับความจำเป็นของมนุษย์ที่ต้องเร่งแก้ไขภาวะโลกร้อนในขั้นวิกฤตให้ได้อย่างเร่งด่วน

การทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ SCoPEx ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งมุ่งหาหนทางยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ตามหลักการ "วิศวกรรมโลก" (Geoengineering) โดยมนุษย์ใช้เทคโนโลยีเข้าแทรกแซงและควบคุมระบบภูมิอากาศของโลกในวงกว้าง เพื่อหยุดยั้งภัยพิบัติที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกในทุกปี

ทีมผู้วิจัยอ้างว่า การใช้ฝูงบินของเครื่องบินที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ออกปฏิบัติการฉีดพ่นสารเคมีสะท้อนแสงอาทิตย์เป็นระยะนับหลายพันครั้งต่อปีนั้น มีความเป็นไปได้สูงในทางปฏิบัติ และมีต้นทุนต่ำพอที่ชาติต่าง ๆ จะร่วมกันแบกรับภาระทางการเงินนี้ได้ โดยประมานการว่ามีค่าใช้จ่ายตกปีละ 3,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ทั่วโลกใช้พัฒนาพลังงานสีเขียวอยู่แล้วถึงปีละ 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

โลกจะเผชิญอุณหภูมิร้อนสุดขั้วตลอด 4 ปีข้างหน้า
โลกเสี่ยงภาวะเรือนกระจกแบบถาวร หากปล่อยให้ร้อนอีก 2 องศาเซลเซียส

หากไม่มีการแก้ไขอย่างเร่งด่วน โลกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียสภายในสิ้นศตวรรษนี้

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญยังไม่อาจแน่ใจได้ว่า วิธีลดโลกร้อนแบบแหวกแนวนี้จะมีความปลอดภัย และไม่ส่งผลกระทบทางลบที่ร้ายแรงในระยะยาว เพราะการใช้สารเคมีสะท้อนแสงอาทิตย์นั้น ไม่ต่างอะไรกับการสร้างชั้นบรรยากาศที่เลียนแบบโลกยุคโบราณ ซึ่งท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านภูเขาไฟเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความแปรปรวนฉับพลันของสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตจำนวนมากทั้งพืชและสัตว์ต้องตายลง

สำหรับการทดลองขั้นต้นนี้ จะใช้บอลลูนนำสารแคลเซียมคาร์บอเนตหรือหินปูนที่อยู่ในรูปของควันละอองลอย ขึ้นไปฉีดพ่นที่ระดับความสูงราว 20 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก โดยจะยังใช้สารดังกล่าวในปริมาณไม่มากนัก จากนั้นบอลลูนจะบินตรวจตราภายในกลุ่มควันละอองลอยดังกล่าวเป็นเวลา 24 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมของอนุภาคละอองลอยและความเปลี่ยนแปลงในชั้นบรรยากาศที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น

นักวิทยาศาสตร์บางส่วนมองว่า แม้ในอนาคตจะพบว่าวิธีการนี้ใช้ได้ผลและไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ก็เป็นเพียงทางเลือกเสริมในการลดโลกร้อนเท่านั้น เพราะมนุษย์ยังคงต้องจัดการกับต้นเหตุของปัญหาที่ยังไม่ถูกขจัดไป นั่นก็คือการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศที่ไม่มีวี่แววว่าจะลดลง นอกจากนี้ การฉีดพ่นสารเคมีลดโลกร้อนยังไม่ช่วยแก้ไขผลพวงจากการปล่อยคาร์บอน เช่นการที่น้ำทะเลมีสภาพเป็นกรดได้


เซอร์ เดวิด แอตเทนบะระ : การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศคือ 'ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา'





เซอร์ เดวิด แอตเทนบะระ นักธรรมชาติวิทยา ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติในรอบหลายพันปี

เซอร์ เดวิด กล่าวด้วยว่า มันอาจนำไปสู่การล่มสลายของอารยธรรมต่าง ๆ และการสูญพันธุ์ของ "สิ่งมีชีวิตจำนวนมากในโลก"

เขากล่าวที่พิธีเปิดการประชุมสภาพภูมิอากาศที่สหประชาชาติสนับสนุนซึ่งจัดขึ้นที่เมืองคาโทวิเซอ ประเทศโปแลนด์

การประชุมนี้เป็นการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญที่สุด นับตั้งแต่มีการบรรลุความตกลงปารีส 2015

เซอร์ เดวิด กล่าวว่า "ตอนนี้เรากำลังเผชิญกับหายนะระดับโลกที่มนุษย์สร้างขึ้น ภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายพันปีก็คือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ"

"ถ้าเราไม่ลงมือทำ การล่มสลายของอารยธรรมต่าง ๆ และการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากในโลกก็กำลังใกล้เข้ามา"

นักธรรมชาติวิทยาผู้นี้ เป็นตัวแทนของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเข้าร่วมการประชุมที่เรียกว่า COP24 โดยเขาจะทำหน้าที่ในการเป็นตัวกลางระหว่างประชาชนและผู้กำหนดนโยบายที่การประชุมนี้

"ผู้คนในโลกพากันเปล่งเสียงแล้ว สิ่งที่พวกเขาบอกชัดเจน เวลากำลังหมดลง พวกเขาต้องการคุณ ผู้มีหน้าที่ตัดสินใจต้องลงมือทำในตอนนี้" เขากล่าว

ส่วนนายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวที่พิธีเปิดการประชุมว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเป็น "เรื่องของความเป็นความตาย" สำหรับหลายประเทศแล้วในขณะนี้

เขาอธิบายว่า โลก "ยังไม่เข้าใกล้จุดที่ต้องไปให้ถึง" ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (low-carbon economy)

แต่เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวว่า การประชุมนี้เป็นความพยายามในการ "ควบคุมสถานการณ์ที่เลวร้ายให้กลับคืนสู่สภาพปกติ" และเขาจะจัดประชุมสุดยอดสภาพอากาศในปีหน้าเพื่อหารือเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ธนาคารโลกได้ประกาศว่าจะสนับสนุนประเทศต่าง ๆ ที่ดำเนินการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกด้วยเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 6.6 ล้านล้านบาท ในช่วงเวลา 5 ปี

อุณหภูมิโลก 4 ปีที่ผ่านมาร้อนสูงสุดทำลายสถิติ
เขื่อนพลังน้ำขนาดใหญ่ ?ไม่สร้างความยั่งยืน? ให้โลกกำลังพัฒนา

การประชุมนี้ มีอะไรที่แตกต่าง?
การประชุมรัฐภาคี (Conference of the Parties - COP) ครั้งนี้เป็นการประชุมแรกที่จัดขึ้นนับตั้งแต่คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change - IPCC) ออกรายงานเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกที่ 1.5 องศาเซลเซียส

IPCC ระบุว่า การรักษาเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียสนี้ไว้ รัฐบาลต่าง ๆ จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 45% ภายในปี 2030

แต่จากการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่า การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังจากหยุดไปเป็นเวลา 4 ปี

อดีตประธานการเจรจาสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ 4 คน ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน

พวกเขาระบุว่า "การดำเนินการอย่างเด็ดขาดในช่วง 2 ปีข้างหน้าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง"

ขณะที่ ช่องว่างระหว่างสิ่งที่ประเทศต่าง ๆ กำลังทำอยู่ และสิ่งที่จำเป็นต้องทำยังกว้างในระดับเดิม

ดังนั้นผู้เจรจาบางส่วนจึงได้เริ่มหารือกันตั้งแต่วันอาทิตย์ หนึ่งวันก่อนที่การประชุมอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้น

ผู้นำโลกจะเข้าร่วมหรือไม่?

ประมุขแห่งรัฐและหัวหน้ารัฐบาลราว 29 ประเทศ มีกำหนดกล่าวที่พิธีเปิดการประชุม แต่มีจำนวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการประชุมในกรุงปารีสปี 2015 ซึ่งอาจบ่งชี้ว่าผู้นำหลายประเทศกำลังเห็นว่า การประชุมนี้เป็นขั้นตอนทางเทคนิคของการก้าวไปสู่การจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มากกว่าที่จะเป็นการประชุมที่สำคัญ

แต่การประชุมนี้มีความสำคัญสำหรับจีนและสหภาพยุโรป พวกเขาจะต้องแสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือระหว่างประเทศยังคงได้ผล แม้ในสมัยที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐฯ

การตัดลดคาร์บอนจะเป็นสิ่งที่การประชุมนี้ให้ความสำคัญเป็นหลักหรือไม่?
แทนที่จะใช้เวลาในการหาวิธีเพิ่มความมุ่งมั่นในการตัดลดคาร์บอนลง ผู้เข้าร่วมการประชุมดูเหมือนจะมุ่งเน้นไปที่การพยายามหาข้อสรุปของกฎเกณฑ์ที่จะทำให้ความตกลงปารีสใช้ได้ผลมากกว่า

Image FABRICE COFFRINI



แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อ 06:22
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

ขณะที่ความตกลงนี้มีประเทศต่าง ๆ กว่า 180 ประเทศให้สัตยาบันมากเป็นประวัติการณ์ในปี 2016 แต่มันจะยังไม่ถูกนำไปปฏิบัติจนกว่าจะถึงปี 2020

ก่อนที่จะถึงเวลานั้น ผู้เข้าร่วมต้องกำหนดกฎเกณฑ์ร่วมกันในการประเมิน, รายงาน และตรวจสอบ (เพื่อหลีกเลี่ยงการรายงานที่ผิดพลาด) ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และวิธีการจัดสรรเงินที่ใช้ในการต่อสู้กับปัญหาสภาพภูมิอากาศ

"เอกสารระเบียบกฎเกณฑ์เป็นเรื่องที่ต้องใช้ขีดความสามารถส่วนใหญ่ของผู้เจรจาในการประชุม COP ปีนี้" คามิลลา บอร์น จาก E3G องค์กรวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กล่าว

"ไม่มีมีอะไรน่าประหลาดใจเลย เพราะการตกลงกฎเกณฑ์ปารีสเป็นงานที่ยากทั้งในทางการเมืองและทางเทคนิค แต่มันคุ้มค่าที่จะทำ"

มะม่วง: ทำไมไทยส่งออกมะม่วงได้น้อยลงเมื่อโลกร้อนขึ้น
มหาสมุทรดูดซับความร้อนของโลกไว้มากกว่าที่คาดถึง 60%
ปัจจุบัน เอกสารที่ระบุถึงระเบียบกฎเกณฑ์มีความยาวหลายร้อยหน้า และมีหลายพันวงเล็บ ที่แสดงให้เห็นถึงข้อพิพาทในเรื่องต่าง ๆ

แล้วการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกล่ะ?
ตามความตกลงปารีส แต่ละประเทศต้องตัดสินใจเองว่าจะดำเนินการอย่างไร เมื่อถึงเวลาที่จะต้องตัดลดคาร์บอนลง ผู้สังเกตการณ์บางส่วนเชื่อว่า สภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และความจำเป็นเร่งด่วนในด้านวิทยาศาสตร์จะทำให้เกิดการลงมือทำขึ้น

"เรากำลังหวังว่า ที่การประชุม COP24 นี้ ประเทศต่าง ๆ จะประกาศวิธีที่พวกเขาจะเพิ่มความมุ่งมั่นก่อนถึงปี 2020 นี่คือช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง" เฟอร์นันดา คาร์วาลโฮ จากกลุ่ม WWF กล่าว

"2 ปีเป็นช่วงเวลาที่สั้นในการทำให้เกิดขึ้น ประเทศต่าง ๆ ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว"

ทำไมกระบวนการของสหประชาชาติจึงล่าช้า?

ความล่าช้าทำให้ผู้รณรงค์บางส่วนรู้สึกไม่พอใจ พวกเขารู้สึกว่า บรรดานักการเมืองยังไม่เข้าใจถึงระดับภัยคุกคามจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิ"

Image copyrightHANNA FRANZEN
คำบรรยาย
"รัฐบาลต่าง ๆ ทั่วโลก คงจะไม่สามารถปกป้องพลเมืองของตัวเองได้" โฆษกของกลุ่มเอ็กซ์ติงก์ชัน รีเบลเลียน (Extinction Rebellion) กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมที่ผลักดันให้มีการแก้ปัญหาสภาพอากาศ ระบุ

"พวกเขากลับหากำไรและธุรกิจขนาดใหญ่ เราต้องเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ เราต้องการมั่นใจว่า ที่การประชุม COP24 จะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การกำหนดระเบียบกฎเกณฑ์ความตกลงปารีสในทางหลักการเท่านั้น แต่รัฐบาลต่าง ๆ จะต้องมองเห็นภาพที่กว้างกว่านั้น"

ผู้ที่เข้าร่วมกับกระบวนการของสหประชาชาติอื่น ๆ ระบุว่า ความก้าวหน้าที่แท้จริงกำลังเกิดขึ้นในการรับมือกับหนึ่งในปัญหาที่ซับซ้อนที่สุดที่โลกเคยเผชิญ

อาชิม สไตเนอร์ ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme) กล่าวว่า "วันนี้ เรามีเศรษฐกิจพลังงานหมุนเวียน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 9.8 ล้านล้านบาท) มันเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการปฏิวัติด้านพลังงานที่เกิดจากกระบวนการเจรจาสภาพภูมิอากาศที่เป็นปัญหา"

เงินจะมีบทบาทมากแค่ไหนในการทำให้เกิดความก้าวหน้าขึ้นในโปแลนด์?

ประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ เห็นว่า เรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการเงิน เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดความก้าวหน้าขึ้น พวกเขาได้รับคำมั่นว่า จะได้รับเงินสนับสนุนปีละ 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.3 ล้านล้านบาท ตั้งแต่ปี 2020 ตามความตกลงปารีส

บางประเทศยังไม่มั่นใจในประเทศที่รำร่วย เมื่อถึงเวลาที่ต้องส่งมอบเงิน ผู้เจรจาระบุว่า การผลักดันเรื่องการเงินเป็นความสำคัญของความก้าวหน้าในการประชุมนี้

"การค้นพบที่สำคัญในรายงานของ IPCC เมื่อไม่นานนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่มักถูกมองข้ามอยู่บ่อย ๆ คือ ถ้าไม่มีการเพิ่มการจัดการด้านการเงินเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ การจำกัดอุณหภูมิที่ 2 องศาเซลเซียส (ยังไม่ต้องพูดถึงเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส) ก็จะเป็นไปไม่ได้" อัมจาด อับดุลลา หัวหน้าผู้เจรจาสำหรับกลุ่มประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็ก (Alliance of Small Island States) กล่าว

ที่ประชุมมีความกังวลเกี่ยวกับประเทศที่พึ่งพาถ่านหินหรือไม่?
บรรดาผู้เจรจาของรัฐบาล และผู้สังเกตการณ์ มีความกังวลเรื่องนี้ การที่การประชุมนี้จัดขึ้นในภูมิภาคที่มีการใช้ถ่านหินมาก จัดขึ้นในเมืองที่เป็นที่ตั้งของบริษัทถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในสหภาพยุโรป เป็นปัญหาสำหรับหลายฝ่าย

รัฐบาลโปแลนด์ ระบุว่า ยังคงใช้ถ่านหิน และได้ประกาศว่า มีแผนการจะลงทุนสร้างเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ในเมืองไซลีเซีย (Silesia) ปีหน้าด้วย ทำให้มีคนออกมาประณาม

เซบาสเตียน ดุยก์ ทนายอาวุโสที่ศูนย์กฎหมายสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศ (Centre for International Environmental Law) กล่าวว่า "โชคร้าย โปแลนด์ ประธานการประชุม ประกาศในสัปดาห์นี้ว่า จะให้บริษัทถ่านหินหลายแห่งร่วมเป็นผู้สนับสนุนการจัดประชุม COP ด้วย ทำให้เกิดความกังวลก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นเสียอีก"

ประธานาธิบดีทรัมป์ และสหรัฐฯ จะมีบทบาทหรือไม่?
แม้ว่า สหรัฐฯ ได้ถอนตัวจากความตกลงปารีสไปแล้ว แต่จะยังไม่สามารถถอนตัวได้จนกว่าจะถึงปี 2020 ดังนั้นบรรดาผู้เจรจาของสหรัฐฯ จึงได้เข้าร่วมการประชุมต่าง ๆ และไม่ได้ขัดขวางกระบวนการนี้ อเมริกาได้รับการคาดหมายว่าจะเข้าร่วม COP24 ด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ชื่นชอบถ่านหินมาก ได้มีรายงานว่า ทำเนียบขาวจะจัดงานในระหว่างการประชุมนี้เพื่อสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล งานคล้ายกันนี้ที่จัดขึ้นในการประชุม COP คราวที่แล้ว ทำให้ผู้เข้าร่วมการประชุมจากหลายชาติไม่พอใจ

การประชุมสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ 3-14 ธ.ค. 2018
การประชุมสุดยอดนี้จัดขึ้น 3 ปี หลังจากเกิดความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศปี 2015 ซึ่งทุกประเทศเห็นชอบที่จะวางแผนลดการปล่อยคาร์บอนลง ปัจจุบันคือช่วงเวลาที่รัฐบาลต่าง ๆ ต้องเริ่มตัดสินใจว่า จะต้องทำอะไรเพื่อทำให้แผนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง


ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:24


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger