เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังจนถึงวันที่ 22 พ.ย. 61 สำหรับบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีปริมาณฝนลดลง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 22-25 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 20-21 พ.ย. ปรเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 22-25 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 20-21 พ.ย. ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบน ควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากฝนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 20-22 พ.ย. ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง



*********************************************************************************************************************************************************


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ ?โทราจี?(Toraji) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561) " ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2561

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (20 พ.ย. 61) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน ?โทราจี? (Toraji) ปกคลุมบริเวณอ่าวไทย คาดว่าจะเคลื่อนผ่านภาคใต้ในวันนี้ (20 พ.ย. 61) หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ย. 61) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย โดยมีผลกระทบดังนี้

วันที่ 20 พ.ย. 61 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 21 พ.ย. 61 จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังจนถึงวันที่ 22 พ.ย. 61

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (90.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (101.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


สุดสะพรึง! คลื่นยักษ์ซัดระเบียงชั้น 4 ตึกริมทะเลกระจุย

เกาะเตเนริเฟของสเปนกำลังเผชิญกับพายุรุนแรง ทำให้อาคารบ้านเรือนและร้านค้าจำนวนมากได้รับความเสียหาย จากคลื่นยักษ์ ซึ่งสูงจนซัดระเบียงตึกชั้น 4 จนพังด้วย...



สำนักข่าว เดอะ ซัน รายงานว่า เกาะเตเนริเฟ ของประเทศสเปน กำลังเผชิญกับพายุครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งทำให้ตำรวจต้องปิดแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมบนเกาะแห่งนี้หลายแห่ง เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการบุกปล้นสิ่งของในบ้านและโรงแรมต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากพายุและคลื่นสูง

พายุเริ่มเล่นงานเกาะท่องเที่ยวของสเปนแห่งนี้ตั้งแต่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 17 พ.ย. อิทธิพลของมันทำให้เกิดคลื่นสูงถึง 40 ฟุต (ราว 12 เมตร) ซัดเข้าใส่ชายฝั่งและดีดหินใหญ่เท่ารถยนต์ขึ้นมาบนท้องถนน ขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวหลายสิบคนอพยพออกจากบ้านเรือนหรือที่พัก ร้านอาหาร, บาร์ และร้านค้าอย่างน้อย 12 แห่งถูกทำลายย่อยยับ



ที่หมู่บ้านเล็กเมซา เดล มาร์ ในเมืองตาโกรอนเต ประชาชน 65 ครัวเรือนต้องอพยพหลังจากคลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่ตึกอพาร์ตเมนต์ จนทำให้ระเบียงที่หันหน้าออกฝั่งทะเลถูกทำลาย โดยเหตุการณ์นี้มีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอเก็บเอาไว้ได้ด้วย



ส่วนเมือง การาชิโก สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุมากที่สุด ประชาชนอย่างน้อย 39 คนต้องอพยพออกจากอาคาร 2 หลัง ขณะที่หน่วยดับเพลิงต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงเพื่อพังกำแพงเข้าไปช่วยผู้ประสบภัยที่ยังติดอยู่ในตึกออกมาได้อย่างปลอดภัย


https://www.thairath.co.th/content/1424898

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"จิก ประภาส" โพสต์วอนลดปริมาณกระทง หลังปีที่ผ่านมาแม่น้ำปิงมีซากกระทงจำนวนมหาศาล



"Prapas Cholsaranon" หรือ พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ บอสใหญ่แห่งเวิร์คพอยท์ โพสต์วอนรณรงค์ให้ลดจำนวนกระทง โดย 1 ครอบครัว ต่อ 1 กระทง เพื่อทำให้ปริมาณกระทงที่ใช้ลดน้อยลง เนื่องจากปีที่ผ่านมากระทงไหลกองรวมที่แม่น้ำปิงกว่า 120 ตัน

วันนี้ (19 พ.ย.) เพจ "Prapas Cholsaranon" หรือ พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ บอสใหญ่แห่งเวิร์คพอยท์ ได้โพสต์รูปภาพกระทงที่ลอยมาติดบริเวณประตูระบายน้ำ แม่น้ำปิง ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยปี 2560 แม่น้ำปิงมีซากกระทงหนักรวมกันกว่า 120 ตัน ลดลงจากปี 2559 ซึ่งมีซากกระทงถึง 180 ตัน โดยตนอยากให้รณรงค์ในเรื่องของ 1 ครอบครัว ต่อ 1 กระทง เพื่อทำให้ปริมาณกระทงที่ใช้ลดน้อยลง

ด้านผู้โพสค์ระบุว่า "ปี 60 แม่น้ำปิงมีซากกระทงหนักรวมกันราว120 ตัน ลดลงจากปี 59 ซึ่งมีซากกระทงถึง 180 ตัน ฟังดูแล้วเหมือนแนวโน้วน่าจะดีขึ้น ถ้าปีนี้เหลือไม่ถึง 50 ตัน แม่ปิงจะดีใจแค่ไหน ถ้ายังอยากลอยจริงๆ เหลือแค่ครอบครัวละกระทง โรงเรียนละกระทง ตำบลละกระทง ก็คงจะดีไม่น้อย หรือไม่ก็มาเดินเที่ยวชมแสงไฟ ชมกระทงที่เขานำมาประกวดกัน ฟังเพลง ดูฟ้อน จับจ่ายใช้สอยช่วยซื้อของพ่อค้าแม่ขายแค่นี้ก็ถือว่ามาขอขมาพระแม่คงคามากพอแล้ว อย่าเอาขยะไปใส่แม่น้ำลำธารเพิ่มอีกเลยชักชวนกันครับ"


https://mgronline.com/onlinesection/.../9610000115269


*********************************************************************************************************************************************************


สเตอร์เจี้ยนจีน "พันธุ์สุดล้ำค่า" ตายกว่า 6,000 ตัว เหตุเพราะโครงการเขตท่องเที่ยวเชิงนิเวศ


ปลาสเตอร์เจี้ยนที่เติบโตเต็มที่ "มีค่ามากที่สุด" เนื่องจากอุดมด้วยความหลากหลายทางพันธุกรรมจากแหล่งพันธุ์มากกว่ารุ่นลูกๆพวกมัน ภาพ ปลาสเตอร์เจี้ยนจีน วัยเติบโตเต็มที่ ที่ตายในเหิงเซิง (ภาพ เดอะ เปเปอร์)

สื่อจีน เดอะ เปเปอร์ เผยกลุ่มเจ้าหน้าที่กำลังไต่สวนกรณีการตายอย่างผิดธรรมชาติของปลาสเตอร์เจี้ยนในศูนย์เพาะเลี้ยง กว่า 6,000 ตัว ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานสาเหตุว่าน่าจะมาจากการก่อสร้างรีสอร์ทท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่อยู่ใกล้ฟาร์ม

จากต้นปี 2018 ปลาสเตอร์เจี้ยนที่เติบโตเต็มที่ อายุกว่า 20 ปี จำนวน 36 ตัว และปลารุ่นอายุ 1 ถึง 2 ปี จำนวน กว่า 6,000 ตัว ตายเกลื่อนในฟาร์มเพาะเลี้ยงของบริษัทเหิงเซิง ในเมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย จากรายงานข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (18 พ.ย.) ของสื่อท้องถิ่น เดอะ เปเปอร์

ทีมทำงานไต่สวนกรณีการตายของปลาสเตอร์เจี้ยนจีนของสำนักงานประมงประจำมณฑลหูเป่ย ชี้ว่าการตายของปลาสเตอร์เจี้ยนกว่า 6,000 ตัวนี้ เป็นเพราะอาการช็อคจากเสียงรบกวน การเปลี่ยนแปลงของแหล่งน้ำ จากการก่อสร้างเขตท่องเที่ยวเชิงนิเวศจี้หนัน (Jinan Eco-cultural Tourism Zone)

หลังรายงานสาเหตุการตายของปลาสแตอร์เจี้ยนจีน กระทรวงการเกษตรจีน เรียกร้องให้รัฐบาลท้องถิ่นระดมมาตรการทุกอย่างเพื่อปกป้องปลาสเตอร์เจี้ยนจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ปลาใกล้สูญพันธุ์

ทั้งนี้ ปลาสเตอร์เจี้ยนจีนตามธรรมชาติ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดในแม่น้ำแยงซีเกียง ใกล้สูญพันธุ์ไปจากโลกเนื่องจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ ทนมลพิษไม่ไหว การประมงที่มากเกิน และก่อสร้างเขื่อน ปลาสเตอร์เจี้ยนในปัจจุบันมาจากการเพาะเลี้ยง จีนได้ดำเนินโครงการเพาะเลี้ยงสเตอร์เจี้ยน มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1970

ทั้งนี้ สเตอร์เจี้ยนเป็นสายพันธุ์โบราณที่ปรากฏอยู่ในโลกมา ประมาณ 140 ล้านปี สเตอร์เจี้ยนจีนเป็น "สมบัติล้ำค่า" อย่างหนึ่งของประเทศจีน และเป็นสัตว์ในความคุ้มครองชั้นหนึ่ง

ปัญหาที่ทำลายล้างปลาสเตอร์เจี้ยนจีนครั้งล่าสุด อุบัติขึ้นเมื่อปี 2016 เมื่อมีการประกาศแผนพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศใกล้กับฟาร์มเพาะเลี้ยง


สเตอร์เจี้ยนเป็นสายพันธุ์โบราณที่ปรากฏอยู่ในโลกมาประมาณ 140 ล้านปี สเตอร์เจี้ยนจีนเป็น "สมบัติล้ำค่า" อย่างหนึ่งของประเทศจีน และเป็นสัตว์ในความคุ้มครองชั้นหนึ่ง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้ดำเนินโครงการย้ายที่ตั้งเขตท่องเที่ยวเชิงนิเวศ แต่ก็คว้าน้ำเหลว ทั้งไม่มีการตกลงเกี่ยวกับค่าชดเชยใดๆ ผู้ดำเนินโครงการเขตท่องเที่ยวเชิงนิเวศยังเดินหน้าการก่อสร้าง จนกระทั่งปลาสเตอร์เจี้ยนตายเป็นเบือเพิ่มขึ้นๆ

รายงานเดอะ เปเปอร์ ระบุว่า ปีที่ผ่านมา ทีมเจ้าหน้าที่ กว่า 10 คน ได้ไปตรวจโครงการก่อสร้างเขตท่องเที่ยวฯ และสั่งให้หยุดฯ แต่ก็ไร้ผล

ผู้บริหารฟาร์มเพาะเลี้ยงสเตอร์เจี้ยน กล่าวว่าเมื่อการก่อสร้างเขตท่องเที่ยวขยายเข้าใกล้ฟาร์ม ปลาสเตอร์เจี้ยน ซึ่งมีความอ่อนไหวมาก ยิ่งเครียดมากขึ้น บางครั้งพวกมันพยายามกระโดดหนีออกจากน้ำ

เหว่ย ฉีเว่ย นักวิทยาศาสตร์ประจำบัณฑิตยสภาด้านวิทยาศาสตร์การประมง กล่าวว่า ปลาสเตอร์เจี้ยน ที่เติบโตเต็มที่ 36 ตัว ที่ตายไปนั้น เป็นปลารุ่นแรกของการเพาะเลี้ยง โดยพ่อแม่ของปลาเหล่านี้ เป็นสเตอร์เจี้ยนธรรมชาติ ปลาสเตอร์เจี้ยนที่เติบโตเต็มที่ ?มีค่ามากที่สุด? เนื่องจากอุดมด้วยความหลากหลายทางพันธุกรรมจากแหล่งพันธุ์มากกว่ารุ่นลูกๆพวกมัน

รายงานของสื่อจีนระบุ ว่า ศูนย์เพาะเลี้ยงฯในประเทศจีนมีปลาเสตอร์เจี้ยนที่เติบโตเต็มที่ ที่พ่อแม่เป็นสเตอร์เจี้ยนธรรมชาติ ไม่ถึง 1,000 ตัว โดยกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ที่ฟาร์มเหิงเซิง


https://mgronline.com/china/detail/9610000115308

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ 04:43
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:02


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger