เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังจนถึงวันที่ 22 พ.ย. 61 สำหรับบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกมีปริมาณฝนลดลง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 22-25 พ.ย. 61 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง หลังจากนั้นจะมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในวันที่ 21 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 22-26 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่อง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 21 พ.ย. ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบน ควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากฝนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากสภาวะฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 21-22 พ.ย. ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ ?โทราจี?(Toraji) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561) " ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (21 พ.ย. 61) หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชัน ?โทราจี? (Toraji) ปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ (21 พ.ย. 61) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยมีผลกระทบดังนี้

วันที่ 21 พ.ย. 61 จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังจนถึงวันที่ 22 พ.ย. 61

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (86.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (99.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ช็อก พบแก้ว-ถุงพลาสติก 140 ชิ้นในซากวาฬ





หัวหน้าอุทยานแห่งชาติวากาโตบิของอินโดนีเซีย แถลงข่าวพบและกู้ซากวาฬหัวทุย (sperm whale) เพศผู้ เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ย. นอกชายฝั่งเกาะวากา-โตบิ จังหวัดสุลาเวสี โดยยังพบขยะหนักเกือบ 6 กิโลกรัมในท้องวาฬ ซึ่งรวมทั้งถ้วยแก้วพลาสติก 115 ใบ และถุงพลาสติก 25 ใบ แต่ไม่แน่ชัดว่าจะเป็นสาเหตุการตายของวาฬก่อนถูกคลื่นซัดเกยชายเกาะวากาโตบิหรือไม่ เจ้าหน้าที่จะฝังซากวาฬและไม่ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการตาย เพราะซากวาฬเน่าเปื่อยแล้ว.


https://www.thairath.co.th/content/1425701


*********************************************************************************************************************************************************


อากาศอุ่นขึ้นปานกลางก็เสี่ยงสูญเสียธารน้ำแข็ง


ภาพ : www.phys.org

นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษามานานหลายสิบปีเกี่ยวกับธารน้ำแข็งที่เกาะกรีนแลนด์และดินแดนแอนตาร์กติกา ซึ่งพบว่าพื้นที่น้ำแข็งเหล่านี้กำลังหดตัว รวมทั้งมีข้อสันนิษฐานว่าธารน้ำแข็งทั้ง 2 แห่งน่าจะอยู่รอดได้แม้อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้น 1.5-2 องศาเซลเซียส

แต่จากการวิเคราะห์ล่าสุดที่รายงานลงในวารสารเนเจอร์ ไคลเมท เชนจ์ (Nature Climate Change) ทีมนักธรณีวิทยาจากมหาวิทยาลัยฟรีในกรุงบรัสเซลส์ (Free University of Brussels) ประเทศเบลเยียม เผยว่าภาวะโลกร้อนที่ไม่รุนแรงก็อาจก่อความเสียหายต่อน้ำแข็งขั้วโลกแบบที่ไม่สามารถย้อนกลับคืนสู่สภาวะปกติได้ พร้อมกับเตือนว่าสิ่งเหล่านี้จะส่งผล ให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจนกลายเป็นภัยพิบัติ เพราะลำพังแค่ธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์เพียงแห่งเดียวก็มีส่วนร่วมถึง 0.7 มิลลิเมตรต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลก และระดับน้ำก็เพิ่มขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 หากมนุษย์ยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอัตราตามที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความร้อนของโลกก็จะขยับสูงถึง 4 องศาเซลเซียส

นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ว่าอาจต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการละลายของน้ำแข็ง แม้จะมีการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกก็ตาม แต่สำหรับกรีนแลนด์ขณะนี้มีความมั่นใจถึง 95% ว่าการหดตัวลงของธารน้ำแข็งที่สำคัญจะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น 1.8 องศาเซลเซียส การวิจัยครั้งใหม่นี้ จึงก่อความกังวลต่อแผนการลดภาวะโลกร้อนอย่างข้อตกลงปารีสที่มุ่งจะลดอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียสหรือต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียสถ้าเป็นไปได้.




__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ 07:35
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ตะลึง! น้ำท่วมทะเลทรายซาอุฯ ฝนถล่มดับแล้ว 35 ศพ

ซาอุดีอาระเบียเผชิญฝนตกหนักและนำ้ท่วมฉับพลันหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้ทะเลทรายบางจุดกลายสภาพเป็นบึง ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 35 ราย...



สำนักข่าว อานาโดลู รายงานว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาซาอุดีอาระเบียเผชิญฝนตกหนักจนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหลายครั้งในหลายพื้นที่ 2 ประเทศ ซึ่งสำนักงานป้องกันพลเรือนออกมาเปิดเผยในวันอังคารที่ 20 พ.ย. ว่า เหตุน้ำท่วมที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 35 ราย



แถลงการณ์ของสำนักงานป้องกันพลเรือนระบุว่า เมืองเมกกะเป็นเมืองที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดที่ 11 ราย ขณะที่ทั่วประเทศมีประชาชนต้องอพยพหนีน้ำท่วมแล้วทั้งสิ้น 4,038 คน มีผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลือ 2,517 คน และเข้าหลบภัยในที่พักชั่วคราวอีก 2,536 คน



ขณะเดียวกันสื่อต่างๆ ได้เผยแพร่ภาพชวนตะลึงของทะเลทรายซาอุฯ ที่ถูกน้ำท่วมจนมีสภาพเป็นบึง โดยคลิปหนึ่งแสดงให้เห็นชาย 2 คนกำลังพาฝูงอูฐเดินฝ่าพายุฝนและพื้นทะเลทรายที่เจิ่งนองด้วยน้ำใกล้ถนนทูเมียร์ ทางเหนือของกรุงริยาด เมื่อสัปดาห์ก่อน ถ่ายโดย นายฟาฮัด อัล-โอไซมี ช่างภาพอิสระ


https://www.thairath.co.th/content/1425628

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ผงะ! เจอขยะเกือบ 6 กก. ในท้องวาฬหัวทุยตัวยักษ์เกยตื้นตายที่อินโดฯ



รอยเตอร์ - วาฬหัวทุยตัวหนึ่งถูกพบเกยตื้นตายที่อุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ด้วยภายในท้องมีขยะพลาสติกเกือบ 6 กิโลกรัม ในนั้นรวมถึงด้วยพลสติก 115 ใบ จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่อุทยานฯในวันอังคาร(20พ.ย.)

วาฬความยาว 9.5 เมตร ถูกพบในน่านน้ำใกล้กับเกาะคาโพตา ส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติวาคาโทบี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุลาเวสี ตามคำแถลงของอุทยานฯ

อุทยานแห่งชาติแห่งนี้มีชื่อเสียงในหมู่นักประดาน้ำด้านพื้นที่แนวปะการังขนาดใหญ่และชีวิตสัตว์ทะเลที่หลากหลาย ในนั้นรวมถึงปลากระเบนและวาฬ

สาเหตุการตายของมันยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่อุทยานพบขวดพลาสติก, ถุงพลาสติก, รองเท้าแตะและกระสอบ อยู่ภายในกระเพาะของวาฬรวมๆกันแล้วมากกว่า 1,000 ชิ้น

เหตุการณ์นี้มีขึ้นไม่กี่เดือน หลังจากเมื่อเดือนมิถุนายน พบวาฬนำร่องเกยตื้นตายในไทย และพบขยะพลาสติกราว 80 ชิ้นอยู่ในกระเพาะของมัน โดยเรื่องราวดังกล่าวกลายข่าวพาดหัวของสื่อมวลชนท้องถิ่น แต่ดูเหมือนมันจะได้รับความสนใจจากนานาชาติมากกว่า



ตามรายงานปี 2015 ของกลุ่มรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม โอเชียน คอนเซอร์เวซี และ ศูนย์แมคคินซีเพื่อธุรกิจและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า 5 ชาติในเอเชียประกอบด้วยจีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนามและไทย เป็นต้นตอขยะพลาสติก 60% ของโลกที่รั่วไหลลงมหาสมุทร

ด้วย อินโดนีเซีย รั้งอันดับ 2 รองจากจีน จากทั้งหมด 192 ประเทศ ในผลการศึกษาเมื่อปี 2015 ด้านการบริหารจัดการผิดพลาดขยะพลาสติกของพลเมืองที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่ง ดังนั้นพวกเขาจึงให้คำมั่นจัดสรรงบประมาณปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อลดขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 70% ภายในปี 2025


https://mgronline.com/around/detail/9610000115971


*********************************************************************************************************************************************************


วาฬตัวที่ 3 ตาย! เพราะขยะพลาสติก แล้วฝีมือใคร?


ขอบคุณภาพจากกลุ่มรักษ์วาฬ Whale Standing Indonesia

ข่าววาฬสเปิร์มตายที่อินโดนีเซีย กำลังดังไปทั่วโลก เพราะในท้องพบขยะพลาสติก 6 กิโลกรัม

เพจ Thon Thamrongnawasawat โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม บอกว่าเหตุการณ์นี้ถูกนำมาเชื่อมโยงกับวาฬนำร่องที่ตายในเมืองไทย ผมขอสรุปให้เพื่อนธรณ์ทราบ

หากนับเฉพาะข่าวดังเรื่องวาฬกับขยะพลาสติก วาฬตัวนี้ถือเป็นกรณีที่สามในรอบปี เริ่มจากวาฬที่สเปนตอนต้นปี วาฬนำร่องของไทยตอนกลางปี และวาฬที่อินโดนีเซีย

วาฬตายใกล้เกาะ Sulawasi อินโดนีเซีย ซึ่งก็อยู่ในทะเลในเขตเชื่อมต่อกับทะเลไทย ที่วาฬนำร่องตายแถวสงขลา บริเวณนี้ถือเป็นเขตที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตทางทะเลสูงที่สุดในโลก ยังเป็นเขตอยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหายากจำนวนมาก

แต่บริเวณนี้เป็นเขตที่ได้รับผลกระทบจากขยะทะเลสูงมาก เพราะ 4 ใน 10 ประเทศของอาเซียน ปล่อยขยะพลาสติกลงทะเลติดอันดับ 1-10 ของโลก

อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟีลิปปินส์ และไทย คือประเทศเหล่านั้น

ยังหมายถึงแม่น้ำโขงถูกระบุว่าเป็นแม่น้ำปล่อยขยะลงทะเลมากที่สุด 1 ใน 10 แม่น้ำของโลก

ขยะที่พบในท้องน้องวาฬมีหลากหลาย ทั้งถุงพลาสติก รองเท้าแตะ แก้วและขวดพลาสติก เศษอวน ฯลฯ

นักวิทยาศาสตร์พบว่า วาฬตัวนี้ผอมกว่าปรกติมากจึงคาดว่าสาเหตุการตายอาจเกิดจากปัญหาที่ระบบทางเดินอาหาร เพราะไม่สามารถย่อยขยะพลาสติกในท้องได้



ปัจจุบัน น่าจะมีขยะพลาสติกอยู่ในทะเลมากกว่า 150 ล้านตัน ในแต่ละปี มนุษย์ปล่อยขยะลงทะเลมากกว่า 8 ล้านตัน และตัวเลขอาจเพิ่ม 3 เท่าใน 10 ปีต่อจากนี้ (world economic forum)

การตายของน้องวาฬสเปิร์มที่อินโดนีเซีย ถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของมนุษย์ไม่ว่าประเทศไหน

แต่แน่นอนว่าสายตาคนทั้งโลกย่อมมองมาที่ประเทศในเขตอาเซียน จึงเชื่อได้ว่า รัฐบาลอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และอีกหลายชาติ จะเร่งเครื่องมาตรการจัดการพลาสติกใช้แล้วทิ้ง

และขยะทะเลในเมืองไทยมีการดำเนินงานที่รุดหน้าไปหลายเรื่อง เช่น การห้ามนำพลาสติกบางประเภทเข้าไปในเขตอุทยาน การยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวด การประกาศห้ามนำเข้าขยะพลาสติกจากต่างประเทศของคณะกรรมการปฏิรูป ฯลฯ

กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ได้ศึกษาจนสามารถระบุแม่น้ำสายสำคัญที่ปล่อยขยะลงสู่ท้องทะเล โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาปล่อยขยะลงมากที่สุด คิดแล้วมากกว่า 50% (จากแม่น้ำที่ศึกษา 5 สาย)

กรมทะเลกำลังเตรียมติดตั้งข่ายดักขยะ 10 แห่ง ตามแม่น้ำสำคัญ เพื่อลดขยะลงสู่ทะเล

ภาคเอกชนมีบทบาทอย่างยิ่งในการจัดการปัญหาขยะพลาสติก เราเริ่มเห็นการดำเนินงานมาโดยตลอด เช่น การประกาศของห้างร้านต่างๆ ที่จะไม่แจกถุง ลดการใช้ถุง ฯลฯ

ยังรวมถึงการผลักดัน Circular Economy ของ GC และ SCG ที่จะช่วยรีไซเคิลพลาสติกได้เป็นจำนวนมาก

แม้แต่ไอคอนสยามก็มีศูนย์นวัตกรรมรีไซเคิลขยะพลาสติกของอาจารย์สิงห์ อินทรชูโต

วันศุกร์นี้ (23 พฤศจิกายน 2561) มีงานเกี่ยวกับการลดขยะ 2 แห่งรวด เขาเชิญผมไปทั้งสองแห่ง ตอนเช้าและตอนบ่าย ผมจะนำมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง

แต่ตอนนี้ มองแก้วพลาสติกที่เรากำลังจะถือ...หลอดพลาสติกที่เรากำลังจะดูด...ถุงพลาสติกที่เรากำลังจะหิ้ว...

จากนั้นมองภาพน้องวาฬสเปิร์มที่เพิ่งตายไป...

ทุกคนช่วยวาฬ ช่วยเต่า ช่วยโลมา ช่วยปะการัง ช่วยสรรพสัตว์ทั้งท้องทะเลได้ นับตั้งแต่วินาทีนี้ครับ


https://mgronline.com/around/detail/9610000115971

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:10


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger