เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนบางแห่ง

อนึ่ง พายุโซนร้อน "อุซางิ" (Usagi) บริเวณด้านตะวันออกของชายฝั่งประเทศเวียดนาม มีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 150 กิโลเมตร กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามในวันนี้ (25 พ.ย. 61) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ โดยจะเคลื่อนผ่านทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ในช่วงวันที่ 25-27 พ.ย. 61 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในวันที่ 25 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็น ส่วนภาคใต้มีฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 26-30 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ในภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 25-26 พ.ย. ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพก่อนออกเดินทาง และในช่วงวันที่ 26-28 พ.ย. ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณภาคตะวันออกเฉียงตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง ระมัดระวังพืชผลทางการเกษตรที่จะได้รับความเสียที่จะเกิดขึ้นเนื่องจากฝนที่ตกลงมาไว้ด้วย



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ "อุซางิ" (Usagi) " ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (25 พ.ย. 61) พายุโซนร้อน ?อุซางิ? (Usagi) บริเวณด้านตะวันออกของชายฝั่งประเทศเวียดนาม มีศูนย์กลางอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามประมาณ 150 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 9.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนามในวันนี้(25 พ.ย. 61) และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ โดยจะเคลื่อนผ่านทางตอนใต้ของประเทศเวียดนาม ในช่วงวันที่ 25-27 พ.ย.61 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (87.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (101.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (237.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


สารพัดพลาสติกนับพันชิ้น ในท้องวาฬที่ตายที่อินโดนีเซีย



นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ ตรวจพบในท้องวาฬสเปิร์มที่เพิ่งตายที่อินโดนีเซีย

"แก้วพลาสติก 115 ใบ ถุง 25 ถุง ขวด 4 ขวด รองเท้าแตะ 4 ข้าง หลอด ฝาขวด เศษเชือก ฯลฯ กว่า 1000 ชิ้น"

เพจ Thon Thamrongnawasawat โดย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม แจ้งความคืบหน้า กรณีวาฬสเปิร์มตายที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตัวที่ 3 ในรอบปีนี้ จากสาเหตุที่พบ คือขยะพลาสติกหนักร่วม 6 กิโลกรัมอยู่ในท้องวาฬ

วาฬสเปิร์มคือนักล่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อเต็มวัยตัวยาวกว่าฉลามขาว 4 เท่า หนักกว่าเสือโคร่ง 190 เท่า โดยอาหารหลักของวาฬสเปิร์มคือหมึกกล้วยยักษ์ อาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลลึก

การต่อสู้ระหว่างวาฬสเปิร์มกับหมึกกล้วยยักษ์ คือการต่อสู้แบบตัวต่อตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนดาวเคราะห์สีครามดวงนี้

แต่วันนี้การต่อสู้ไม่เกิด นักล่ายิ่งใหญ่ที่สุดในโลก กลับจบสิ้นชีวิตลงเพราะแก้วพลาสติก

วาฬสเปิร์มตัวนั้นเป็นแค่วัยรุ่น เธอยังไม่สมควรตาย แต่เธอตายเพราะขยะเต็มท้อง จากพลาสติกที่มาจากมือของพวกเรา

80% ของขยะทะเลมาจากแผ่นดิน ไหลตามแม่น้ำลำคลอง ก่อนลงสู่ท้องทะเล สัตว์ทะเลไม่ได้วิวัฒนาการมาเพื่อแยกขยะของมนุษย์ออกจากอาหารตามธรรมชาติ
นักวิทยาศาสตร์คาดว่าหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ภายในปี 2050 ในมหาสมุทรจะมีขยะพลาสติกน้ำหนักรวมกันมากกว่าปลา

พลาสติกสลายเป็นไมโครและนาโนพลาสติก เข้าสู่ห่วงโซ่อาหาร และปนเปื้อนเกลือ ซึ่งไม่มีใครหลีกเลี่ยงการกินเกลือจากทะเลได้ ทางองค์การอนามัยโลกเตือนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดจากไมโครพลาสติกปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกาย

เราไม่ใช่แค่กำลังฆ่าวาฬ แต่เรากำลังสร้างปัญหาใหญ่ที่แก้ไขไม่ได้กับตัวเราและลูกหลานเรา จนถึงปัจจุบัน ยังไม่มีวิธีการใดเก็บขยะจากทะเลหรือทำความสะอาดมหาสมุทรอย่างเห็นผลชัดเจนได้

คลิปในยูทูป เป็นการทดลอง การโชว์ มีอยู่มากมาย แต่ไหนล่ะสิ่งที่เกิดขึ้นจริง? ถ้ามีจริง ทำไมสหภาพยุโรปถึงต้องลงมติแบนพลาสติกใช้แล้วทิ้งในอีก 3 ปีข้างหน้า

ไม่มีฮีโร่คนไหน ในนิทาน นิยาย การ์ตูน หรือหนังเรื่องใด มาโชว์พาวเวอร์โดยเก็บขยะให้เรา ทุกอย่างอยู่ที่เรา และการตัดสินใจของเราในวันนี้

compassion or convenience ?

เมตตาสงสารสัตว์โลก หรือจะใช้ความสะดวกสบายของเราเป็นที่ตั้ง ?
เชื่อว่าเพื่อนธรณ์เลือกได้แน่นอน เลือกตัดสินใจที่จะรับผิดชอบต่อขยะที่เราจะทำให้เกิด ลด ละ เลิก เปลี่ยน เพื่อความสะอาดของทะเล เพื่อสุขภาพของเราและลูกหลาน เพื่อให้วาฬไม่ต้องตายอย่างทรมานและไร้ค่า

ทุกการกระทำมีความหมาย ทุกคนล้วนช่วยทะเลได้ เพราะ #everypiececounts


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9610000117398


*********************************************************************************************************************************************************


ตีแสกหน้าทรัมป์! รัฐบาลสหรัฐฯ ออกรายงานเตือน 'โลกร้อน' จะบั่นทอนศก.มะกันหลายแสนล้านดอลลาร์



รอยเตอร์ - รัฐบาลสหรัฐฯ ออกรายงานเตือนวานนี้ (23 พ.ย.) ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะทำให้สหรัฐฯ สูญเสียเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจหลายแสนล้านดอลลาร์ภายในปลายศตวรรษนี้ และส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนตั้งแต่สาธารณสุขเรื่อยไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

ผลการศึกษาซึ่งหลายหน่วยงานของสหรัฐฯ ร่วมกันจัดทำขึ้นตามคำสั่งของสภาคองเกรสได้ทำนายผลกระทบจากภาวะโลกร้อนต่อสังคมอเมริกันในทุกแง่มุม ซึ่งถือเป็นคำเตือนที่ขัดแย้งกับนโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงฟอสซิลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

รายงานประเมินสภาพอากาศแห่งชาติ (Fourth National Climate Assessment Volume II) ระบุว่า การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในสิ้นศตวรรษนี้ "ซึ่งมากกว่าจีดีพีของหลายๆ รัฐในอเมริกา"

ภาวะโลกร้อนจะส่งผลกระทบรุนแรงที่สุดต่อประชากรที่มีฐานะยากจน โดยบั่นทอนสุขภาวะ ทำลายสาธารณูปโภค จำกัดการเข้าถึงน้ำดื่มน้ำใช้ ก่อให้เกิดการแปรสภาพของชายฝั่งทะเล และเพิ่มต้นทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ตั้งแต่ฟาร์มเกษตร ประมง เรื่อยไปจนถึงภาคพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่คาดการณ์เอาไว้นี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากทุกภาคส่วนช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกลงอย่างมีนัยสำคัญ และแม้ว่าสัญญาณของปัญหาสภาพอากาศจะเกิดขึ้นแล้ว ทั้งพายุที่รุนแรง ภัยแล้ง และน้ำท่วมฉับพลันที่เกิดบ่อยขึ้น "แต่ระดับความเสี่ยงในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราในวันนี้" รายงานระบุ

รายงานฉบับนี้ให้ข้อมูลเสริมจากงานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งสรุปว่ามนุษย์คือตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน และเตือนถึงหายนะที่จะตามมา

ผลการศึกษาเหล่านี้สวนทางกับนโยบายของ ทรัมป์ ซึ่งยกเลิกมาตรการปกป้องสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้ริเริ่มไว้ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลภายในประเทศ รวมถึงน้ำมันดิบซึ่งเวลานี้สหรัฐฯ ผลิตได้มากเป็นอันดับ 1 ของโลก แซงหน้าทั้งซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย

ลินด์เซย์ วอลเตอร์ส โฆษกทำเนียบขาว วิจารณ์รายงานฉบับนี้ว่าเป็นการคาดเดา "สถานการณ์ขั้นเลวร้ายที่สุด และตั้งสมมติฐานว่าจะมีเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกิดขึ้นอย่างจำกัด ในขณะที่จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว"

เมื่อปีที่แล้ว ทรัมป์ ได้ประกาศความตั้งใจถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงภูมิอากาศปารีสปี 2015 ซึ่งรัฐบาลเกือบ 200 ประเทศทั่วโลกได้ร่วมลงนามเพื่อต่อสู้ปัญหาโลกร้อน โดยเขาให้เหตุผลว่าข้อตกลงฉบับนี้บั่นทอนเศรษฐกิจอเมริกัน และไม่ได้ช่วยให้สภาพแวดล้อมดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ทรัมป์ และคณะรัฐมนตรีหลายคนยังออกมาปฏิเสธทฤษฎีโลกร้อน โดยอ้างว่าสาเหตุและผลกระทบยังไม่อาจสรุปได้อย่างแน่ชัด

"แม้ประธานาธิบดี ทรัมป์ จะยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ แต่รัฐบาลของเขาเริ่มส่งสัญญาณเตือนแล้ว" อาบิเกล ดิลเลน ประธานองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมเอิร์ธจัสติส (Earthjustice) ระบุ "รายงานฉบับนี้เน้นย้ำถึงสิ่งที่เรากำลังสัมผัสได้ด้วยตัวเอง สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงคือเรื่องจริง มันกำลังเกิดขึ้นที่นี่และเดี๋ยวนี้"

รายงานชิ้นนี้จัดทำขึ้นหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ 13 แห่ง รวมถึงกระทรวงเกษตร และองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) โดยสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ www.globalchange.gov


https://mgronline.com/around/detail/9610000117297

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,149
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


เก็บกระทงคนกรุง ปี 61 กว่า 8 แสนใบ

กทม.23 พ.ย.-กทม.เผยยอดกระทงทั่วกรุงปี 61 กว่า 8 แสนใบ ทำจากวัสดุธรรมชาติร้อยละ 94.7 ลอยมากกว่าปี 60 เพียงร้อยละ 3.62



พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขต ได้ร่วมกันจัดเก็บกระทงที่ประชาชนนำมาลอยเพื่อขอขมาพระแม่คงคาในเทศกาลลอยกระทงเมื่อคืนที่ผ่านมา (22พ.ย.) โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการจัดงานลอยกระทงในหลายจุด ได้ระดมเจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการเก็บกระทงในแม่น้ำเจ้าพระยา ลำคลองต่างๆ และสวนสาธารณะ ที่เปิดให้ประชาชนลอยกระทงทั่วกรุง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นับ และคัดแยกกระทงเสร็จสิ้นในเวลาประมาณ 06.00 น. ของวันที่ 23 พ.ย. รวมจัดเก็บกระทงได้จำนวนทั้งสิ้น 841,327 ใบ กระทงส่วนใหญ่ทำจากวัสดุธรรมชาติและวัสดุที่ย่อยสลายได้ จำนวน 796,444 ใบ คิดเป็นร้อยละ 94.7 และกระทงที่ทำจากโฟม จำนวน 44,883 ใบ คิดเป็นร้อยละ 5.3

สำหรับปี 2561 จัดเก็บกระทงได้เพิ่มขึ้นกว่าปี 2560 ร้อยละ 3.62 โดยเป็นกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ และที่ย่อยสลายเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 93.6 เป็น 94.7 ทั้งนี้ พื้นที่เขตที่มีปริมาณกระทงมากที่สุด คือ เขตลาดกระบัง 33,257 ใบ และเขตที่มีปริมาณกระทงน้อยที่สุด คือ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย 230 ใบ

ทั้งนี้ กระทงที่จัดเก็บได้ กทม. ได้ดำเนินการคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง และนับจำนวนเพื่อเก็บสถิติ จากนั้นจะนำกระทงจากวัสดุธรรมชาติและย่อยสลายง่าย ส่งไปยังโรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ที่โรงงานขยะหนองแขม ส่วนกระทงโฟมและวัสดุที่ย่อยสลายยากจะถูกนำไปทำลายโดยการฝังกลบเพื่อรอการย่อยสลายต่อไป


https://tna.mcot.net/view/k9-ouRPeH

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:39


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger