เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม 2561

กรมอุตุนิยมวิทยา

ลักษณะอากาศทั่วไป
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นกับมีลมกระโชกแรง อากาศจะเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ขอให้เกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังความเสียหายจากผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล
มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

คาดหมาย
การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เว้นแต่ภาคเหนือตอนบนยีงคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 7-12 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะที่ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 7-9 ธ.ค. นี้ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ได้ และขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตลอดสัปดาห์นี้ไว้ด้วย
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

ผู้จัดการออนไลน์

พบแล้ว 1 ศพยังสูญหาย 5 เครื่องบินทหารสหรัฐฯ 2 ลำดิ่งทะเลตอนเติมเชื้อเพลิง คาดชนกันกลางอากาศ!



เรือของยามชายฝั่งญี่ปุ่นกำลังค้นหาในบริเวณที่เชื่อว่าเป็นจุดที่เครื่องบินของกองทัพอเมริกา 2 ลำ เกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝันระหว่างปฏิบัติการเติมน้ำมันนอกชายฝั่งญี่ปุ่น

เอเอฟพี - พบแล้ว 1 ศพนาวิกโยธินสหรัฐฯ แต่ยังสูญหายอีก 5 นายในวันพฤหัสบดี (6 ธ.ค.) หลังเครื่องบินของกองทัพอเมริกา 2 ลำ เกิดอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝันระหว่างปฏิบัติการเติมน้ำมันนอกชายฝั่งญี่ปุ่น

ก่อนหน้านี้โฆษกกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นและเจ้าหน้าที่กองทัพสหรัฐฯ เผยว่าพบตัวลูกเรือ 2 จากทั้งหมด 7 ราย แต่ยังไม่เปิดเผยว่าอาการของพวกเขาเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในช่วงค่ำวันพฤหัสบดี (6 ธ.ค.) นาวิกโยธินสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ?หนึ่งนายอาการทรงตัว ส่วนอีกคนถูกระบุโดยบุคลากรทางการแพทย์ว่าเสียชีวิตแล้ว?

ด้าน ทาเคชิ อิวายะ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นบอกว่า ?เครื่องบินและกองเรือของกองทัพสหรัฐฯและกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นกำลังเร่งค้นหาผู้ที่ยังสูญหาย เราหวังว่าทุกคนจะได้รับความช่วยเหลือขึ้นมาอย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้?

สำนักข่าวเกียวโดนิวส์รายงานว่าปฏิบัติการค้นหาจะเดินหน้าไปตลอดทั้งคืน

หน่วยนาวิกโยธินปฏิบัติการนอกประเทศที่ 3 ของสหรัฐฯ (3rd Marine Expeditionary Force) แถลงว่า เครื่องบินขับไล่ F/A-18 ฮอร์เน็ต และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-130 เฮอร์คิวลิส ได้เดินทางออกจากฐานทัพอากาศอิวาคุนิเพื่อปฏิบัติภารกิจฝึกซ้อมตามวงรอบปกติ แต่มาเกิดอุบัติเหตุขึ้นเมื่อเวลา 2.00 น. ตามเวลาในญี่ปุ่น

อิวายะ ให้ข้อมูลเสริมว่าเครื่องบิน F/A-18 ฮอร์เน็ต ซึ่งมีนักบิน 2 คน และเครื่องบินเติมเชื้อเพลิง KC-130 เฮอร์คิวลิส ซึ่งบรรทุกลูกเรือทั้งสิ้น 5 คน ดิ่งลงสู่ทะเลห่างจากแหลมมุโรโตะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ไปราวๆ 100 กิโลเมตร ขณะที่ลูกเรือ 2 คนที่ได้รับช่วยเหลือขึ้นมานั้นเป็นนักบินของ F/A-18



กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นส่งอากาศยาน 9 ลำและเรือ 3 ลำเข้าค้นหาลูกเรือที่สูญหาย ?เราขอขอบคุณความพยายามของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น ในขณะที่พวกเขาขานรับอย่างทันทีทันใดในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย? นาวิกโยธินสหรัฐฯ ระบุ

โฆษกยามชายฝั่งเผยว่าเรือ 6 ลำและอากาศยานอีกลำของพวกเขาถูกส่งไปช่วยเหลือปฏิบัติการกู้ภัยด้วยเช่นกัน

ยังมีรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับกรณีแวดล้อมของเหตุการณ์ที่ทางนาวิกโยธินสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นอุบัติเหตุไม่คาดฝันและมันยังอยู่ระหว่างการสืบสวน ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคของญี่ปุ่น รายงานว่าได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งออกไปทำข่าวในความพยายามค้นพาจุดที่เครื่องบินประสบอุบัติเหตุ แต่ก็หาไม่พบเนื่องจากในทะเลมีหมอกหนาและมีฝนตกลงมา

กองทัพสหรัฐฯ มีทหารประจำการในญี่ปุ่นราว 50,000 นาย และอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง โดยก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน เครื่องบินรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ ลำหนึ่งดิ่งลงสู่ทะเลนอกชายฝั่งเกาะโอกินาวา ทางใต้ของญี่ปุ่น แต่เคราะห์ดีที่สามารถช่วยเหลือลูกเรือ 2 คนขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

ก่อนหน้านั้นในเดือนพฤศจิกายน 2017 เครื่องบิน C-2A เกรย์ฮาวนด์ พร้อมลูกเรือ 11 คนได้ประสบอุบัติเหตุตกในทะเลฟิลิปปินส์ โดยสามารถช่วยชีวิตไว้ได้เพียง 8 นาย ก่อนที่ปฏิบัติการค้นหาจะถูกยกเลิกเมื่อผ่านไป 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐฯ ยังเคยประสบปัญหายุ่งยากกับฝูงบินเฮลิคอปเตอร์ออสเปรย์ของพวกเขา หลังมันมีปัญหาต้องลงจอดฉุกเฉินหลายครั้ง, เคยประสบอุบัติเหตุถึงขั้นมีผู้เสียชีวิต 1 ครั้ง และเคยเกิดเหตุเศษชิ้นส่วนเฮลิคอปเตอร์ร่วงใส่สนามของโรงเรียนญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง

เหตุการณ์เหล่านั้นกระพือความตึงเครียดระหว่างกองทัพวอชิงตันและญี่ปุ่น และนำมาซึ่งการประท้วงต่อต้านการประจำการเฮลิคอปเตอร์ออสเปรย์โดยพวกชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ใกล้ฐานทัพต่างๆ ของสหรัฐฯ เนื่องจากไม่มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของอากาศยานประเภทนี้


คลองท่าลาดวิกฤต น้ำขาดออกซิเจนทำปลานับ 10 ตันลอยตาย พระ-โยมเร่งเก็บซากวุ่น




ฉะเชิงเทรา - คลองท่าลาดวิกฤต ปลาหลาย 10 ตัน ลอยตายเหนือผิวน้ำทำ ทั้งพระ เณร และผู้ปฏิบัติธรรมในวัดหนองรี จ.ฉะเชิงเทรา ต้องช่วยกันพายเรือเก็บซากเหตุส่งกลิ่นเหม็นทั่วคุ้งน้ำ เบื้องต้น คาดน้ำขาดออกซิเจนหลังน้ำในคลองลดต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (7 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ว่า มีปลาเน่าหลาย 10 ตัน ลอยตายบริเวณหน้าวัดวัดหนองรี จนทำให้ทั้งพระ เณร และชาวบ้าน ตลอดจนผู้ที่มาถือศีลปฏิบัติธรรม ต้องพากันพายเรือช่วยเก็บซากปลาตายขึ้นจากน้ำ เนื่องจากได้ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนไปทั่วบริเวณคุ้งน้ำเป็นระยะทางไกลหลายกิโลเมตร และยังทำให้น้ำในคลองท่าลาด ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาต้นน้ำบางปะกงเกิดวิกฤตอย่างหนัก

พระปิติภูมิ อากิยวงศ์ อายุ 37 ปี พระลูกวัดหนองรี กล่าวว่า ปลาได้เริ่มลอยตายมาตามลำน้ำในคลองท่าลาด ผ่านบริเวณหน้าวัด ตั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อน จากนั้นจึงได้เริ่มเห็นซากปลาลอยตายอืดไหลตามน้ำเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีทั้งปลายี่สก ปลาตะเพียน ปลาสวาย ปลาดุก และปลาเค้าตัวขนาดใหญ่รวมปริมาณหลาย 10 ตัน

?ซึ่งในครั้งแรกนั้นได้มีชาวบ้านพายเรือเข้ามาเก็บปลาที่ลอยตายเพื่อนำไปบริโภค และทำปลาร้า แต่ต่อมาปลาที่ลอยตายเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นจึงไม่มีใครกล้าเก็บซากปลาขึ้นจากน้ำ ทำให้พระสงฆ์ พร้อมญาติโยมที่เดินทางมาปฏิบัติธรรม ต้องช่วยกันเก็บซากปลาแต่เก็บเท่าไหร่ก็ยังไม่หมด เพราะยังคงมีซากปลาลอยตายเข้ามาเรื่อยๆ?

พระปิติภูมิ ยังบอกอีกว่า ตลอด 2 วันที่ผ่านมา สามารถเก็บซากปลาตายจากบริเวณหน้าวัดได้จำนวนมากจนต้องใช้รถบรรทุก 10 ล้อเข้ามาขนออกไปโดยคาดว่าน่าจะมีจำนวนหลาย 10 ตัน และขณะนี้ชาวบ้านบางส่วนได้เริ่มนำซากปลาเน่าไปหมักเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ และหลังเกิดเหตุได้มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบแล้ว เบื้องต้น ระบุเพียงว่าน้ำในคลองมีค่าออกซิเจนต่ำจึงทำให้ปลาขาดอากาศหายใจ แต่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด อย่างไรก็ดี เชื่อว่าสาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากปริมาณน้ำในคลองที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้น้ำไม่ไหลเวียนจนเกิดปัญหาเรื่องออกซิเจน




แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อ 14:19
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

ทรัพยากรทางทะเลฯ สุราษฎร์ฯ ลุยจับ 2 ชาวประมงใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย แต่หนีไปได้ขณะนำเข้าฝั่ง


สุราษฎร์ธานี - ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งสุราษฎร์ฯ นำกำลังบุกจับเรือประมงพื้นบ้านใช้เครื่องมือผิดกฎหมายได้ 2 ลำ แต่ขณะนำเข้าฝั่งฝนตกคลื่นสูง ผู้ต้องหาเร่งเครื่องเรือหลบหนี ล่าสุด เจ้าหน้าที่ทราบชื่อแล้ว



วานนี้ (6 ธ.ค.) นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 สุราษฎร์ธานี ได้ส่งเรือตรวจการณ์ 203 เข้าทำการตรวจจับกุมชาวประมงพื้นบ้านที่ลักลอบใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย เข้าลากคราดในพื้นที่ดอนทรายเกาะเส็ด หมู่ที่ 5 ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี หลังจากได้รับการร้องเรียนว่ามีผู้ฝ่าฝืนคำสั่งลักลอบใช้เรือหางยาวทำการประมงผิดกฎหมาย ในพื้นที่มานานนับเดือน หลังจากเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ก็เข้าถึงเป้าหมาย สามารถควบคุมเรือประมงพื้นบ้านที่ลักลอบใช้เครื่องมือผิดกฎหมายลากคราดจับสัตว์น้ำในพื้นที่ดังกล่าว ได้จำนวน 2 ลำ พร้อมผู้ขับเรือ จำนวน 2 คน

จึงควบคุมเรือจากทะเลเข้ามายังท่าเรือบ้านพุมเรียง แต่ขณะเรือกำลังวิ่งเข้าปากร่องน้ำพุมเรียง ได้เกิดพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก และมีคลื่นลมแรง ระยะการมองเห็นไม่ดี มองไกลได้ไม่เกิน 5 เมตร ทำให้เรือผู้ต้องหา จำนวน 2 ลำ ได้ฉวยโอกาสเร่งเครื่องหลบหนีออกจากร่องน้ำเข้าไปยังเขตน้ำตื้น ทำให้เรือตรวจการณ์ที่กินน้ำลึกประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร ไม่สามารถติดตามไปได้จึงทำให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนสามารถขับเรือหลบไปได้อย่างลอยนวล

หลังเกิดเหตุ นายวิชัย ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นาย ออกค้นหาจนได้เบาะแสว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงบ้านพุมเรียง จึงนำกำลังเข้าติดตามจับกุม แต่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้นำเรือของกลางหลบหนีไปซ่อนตัว แต่ได้ประสานไปยังญาติผู้ต้องหาให้ผู้ต้องหาเดินทางไปมอบตัวสู้คดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไชยา ได้ในวันเวลาราชการ

นายวิชัย กล่าวว่า หลังจากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 สุราษฎร์ธานี ได้มีการจับมือร่วมกับชาวบ้านให้มีการดูแล อนุรักษ์พื้นที่ที่เป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำ พร้อมทั้งมีการเฝ้าระวังและขอความร่วมมือกับชาวประมงไม่ให้ทำการประมงผิดกฎหมาย จึงทำให้พื้นที่ทางทะเล บริเวณอ่าวพุมเรียงมีสัตว์ต่างๆ เกิดขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์

แต่ก็มีคนบางกลุ่มที่เห็นแก่ตัวลักลอบใช้เครื่องมือทำการประมงที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ดังกล่าว จนส่งผลกระทบให้สัตว์น้ำวัยอ่อนตายไปจำนวนมาก จนส่งผลให้ทรัพยากรทางทะเลลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว จนอาจส่งผลกระทบเป็นระยะยาวได้ จึงขอให้ชาวประมงทำประมงให้ถูกต้องเพื่อให้อาชีพประมงพื้นบ้านอยู่ได้อย่างมั่นคง


ปิดฉากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา หลังร่าง PDP2018 ให้ กฟผ. สร้างโรงไฟฟ้าก๊าซฯ ทดแทน


ศูนย์ข่าวภาคใต้ - สนพ.เปิดประชาพิจารณ์ร่างแผน PDP ฉบับใหม่ หรือ PD2018 กำหนดให้ กฟผ. สร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โรงที่สุราษฎร์ฯ เพื่อเข้าระบบในปี 2570 และปี 2572 รวมกำลังผลิต 1,400 เมกะวัตต์ แทนโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ และเทพา เพื่อความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2561 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้เปิดรับฟังความเห็น ?การจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ฉบับใหม่ (PDP ฉบับใหม่)? ในพื้นที่ภาคใต้ขึ้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี โดยตามร่างแผน PDP ฉบับใหม่หรือ PDP2018 ภาคใต้ ได้กำหนดให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นผู้ดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2 โรง ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อความมั่นคงไฟฟ้าภาคใต้ โดยกำหนดให้สร้างขึ้นในปี 2570 ขนาด 700 เมกะวัตต์ และสร้างอีกโรงในปี 2572 ขนาด 700 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ ตามแผน PDP ฉบับใหม่ ยังกำหนดเปิดให้มีการแข่งขันสร้างโรงไฟฟ้า จำนวน 2 โรง สำหรับเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ (IPP) และ กฟผ. โดยโรงแรกกำหนดให้แข่งขันเพื่อเข้าระบบในปี 2577 ขนาดกำลังผลิต 1,000 เมกะวัตต์ ซึ่งกำหนดประเภทเชื้อเพลิงให้เป็นการแข่งขันสร้างโรงไฟฟ้าประเภทถ่านหิน หากผลการศึกษาของ ?คณะกรรมการกำกับการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) สำหรับพื้นที่จัดตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้? เห็นควรให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ภาคใต้ได้ ส่วนโรงที่ 2 จะเปิดให้แข่งขันให้สร้างในปี 2578 ขนาดกำลังผลิต 700 เมกะวัตต์ เบื้องต้นเป็นการแข่งขันสร้างโรงไฟฟ้าประเภทก๊าซธรรมชาติ

ด้านแหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในระยะยาวพื้นที่ภาคใต้ ควรมีโรงไฟฟ้าถ่านหินอย่างน้อย 1 โรง เพื่อเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่ราคาต้นทุนการผลิตไฟฟ้าไม่แพง ที่จะช่วยสร้างความมั่นคงไฟฟ้าในพื้นที่ได้ จึงมีการกำหนดไว้ให้สร้างช่วงปลายแผน PDP ฉบับใหม่

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้กำหนดให้กระทรวงพลังงาน ต้องจัดทำแผน PDP ใหม่อีกครั้งในปี 2563 เนื่องจากสถานการณ์พลังงานจะเกิดการเปลี่ยนจากการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ และการเปิดเสรีการผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) และอาจทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าของประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วย จึงต้องปรับแผน PDP ประเทศใหม่อีกครั้ง ดังนั้น การสร้างโรงไฟฟ้าที่กำหนดไว้ในปลายแผนของ PDP ฉบับใหม่ที่กำลังจัดทำอยู่ในขณะนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

สำหรับการประชาพิจารณ์แผน PDP ฉบับใหม่ ใน จ.สุราษฎร์ธานี ครั้งนี้ ตัวแทนจาก กฟผ.ได้อภิปราย เรียกร้องให้กระทรวงพลังงาน เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. กลับมาอยู่ระดับ 50% ของกำลังการผลิตทั้งประเทศ จากปัจจุบันที่ลดเหลือเพียงแค่ 37% เท่านั้น ซึ่งการเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวสามารถทำได้ ซึ่งอยู่กับความสามารถของ กฟผ. ในการเข้าไปประมูลแข่งสร้างโรงไฟฟ้ากับผู้ผลิตไฟฟ้า IPP ในอนาคต

แหล่งข่าวกล่าวว่า การเปิดรับฟังความเห็นแผน PDP ฉบับใหม่นี้ ยังเหลือการรับฟังความเห็นอีก 2 ครั้ง ได้แก่ การรับฟังความเห็นของประชาชนในภาคตะวันออก ซึ่งจะจัดขึ้นที่ จ.ชลบุรี เร็วๆ นี้ และครั้งสุดท้ายจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประมาณกลางเดือนธันวาคม 2561 นี้ จากนั้นจะนำแผน PDP ฉบับใหม่ที่เสร็จสมบูรณ์ เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยเร็วที่สุด ซึ่งฉบับสมบูรณ์จะระบุอัตราค่าไฟฟ้าปลายแผน PDP ไว้ด้วย ซึ่งจะต้องเป็นราคาที่ไม่สูงไปกว่าแผน PDP2015 ฉบับปัจจุบันที่อัตราค่าไฟฟ้าปลายแผนไว้ที่ 5.55 บาทต่อหน่วย

ปิดฉากโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่เทพาPDP2018กฟผ.โรงไฟฟ้าก๊าซ
35URL
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

อยากชวนไปโดด ?น้ำตกร้อยชั้นพันวัง? ที่สุดของความสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ




โดย...เมธี เมืองแก้ว

?น้ำตกร้อยชั้นพันวัง? เป็นน้ำตกหินปูน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าใส-ป่าแก่ หมู่ที่ 11 บ้านร้อยชั้นพันวัง ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง โดยมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม เป็นผู้ดูแล ซึ่งจะมีลักษณะเป็นธารน้ำตกหลายชั้นที่ทอดตัวลดหลั่นกันมาจาก ?เขานอจู้จี้? จนกลายเป็นวังน้ำหลายๆ วัง และเป็นที่มาของชื่อน้ำตกแห่งนี้

ทั้งนี้ นอกจากการเดินทางมาเพื่อเล่นน้ำที่สวยใสไหลเย็นแล้ว ยังเหมาะต่อการพักผ่อนหย่อนใจ หรือนั่งรับประทานอาหารร่วมกันกับครอบครัว ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวยังสามารถเดินชมความสวยงามของน้ำตก และความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ตามแนวเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่กำหนดไว้ได้อีกด้วย



สำหรับน้ำตกร้อยชั้นพันวัง มีแหล่งตาน้ำผุดอยู่ที่บริเวณบ้านแผ่นดินเสมอ จึงเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่ไหลลงสู่แม่น้ำตรัง และเป็นแหล่งธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของ จ.ตรัง เนื่องจากมีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาสูง และมีศักยภาพในการใช้ประโยชน์ในทางการท่องเที่ยว

อีกทั้งบริเวณโดยรอบน้ำตกแห่งนี้ยังร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ และสัตว์ป่าหลายชนิด โดยเฉพาะ ?นกแต้วแล้วท้องดำ? ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ ที่พบได้ในบริเวณป่าที่ราบต่ำใกล้น้ำตก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดในการเข้าใช้พื้นที่ของนักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว เพื่อป้องกันการรบกวนถิ่นที่อยู่อาศัย และความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า



นอกจากนั้น เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ความสะอาด และความปลอดภัย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม จึงได้ออกมาตรการควบคุมพื้นที่ โดยจะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำรถจักรยานยนต์ หรือรถยนต์ เข้าไปในบริเวณน้ำตกร้อยชั้นพันวัง พร้อมทั้งไม่อนุญาตให้นำอาหาร หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เข้าไปในบริเวณน้ำตกอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้จัดโซนพื้นที่ไว้สำหรับจอดรถ และโซนพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ไว้บริการตรงลานทางเข้า เพื่อความสะดวกของนักท่องเที่ยว แต่ทั้งนี้บางครั้งก็จำเป็นต้องปิดพื้นที่ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าเล่นน้ำบริเวณน้ำตก ในช่วงเวลาที่ฝนตกหนักอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดจากดินสไลด์ และน้ำป่าไหลหลาก ถือเป็นมาตรการดูแลความปลอดภัยในบางช่วง



ขณะที่ ?สาคร ชูจิตรชื่น? ช่างภาพอิสระมากฝีมือชาว อ.วังวิเศษ บอกว่า ตนเองรู้สึกหลงใหลในน้ำตกแห่งนี้ และมักจะเดินทางไปเก็บภาพสวยๆ อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ซึ่งมีน้ำปริมาณมาก และธรรมชาติรอบด้านก็สมบูรณ์เต็มที่ จึงเหมาะต่อการถ่ายทอดออกมาให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้ในสิ่งดีๆ ของ ต.อ่าวตง

สำหรับการเดินทางมายังน้ำตกแห่งนี้จากตัวเมืองตรัง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 ผ่าน อ.ห้วยยอด ตรงไปยัง อ.วังวิเศษ เมื่อถึงบ้านคลองชี ให้เลี้ยวขวาเข้าทางถนนเส้นบ้านอ่าวตง-บ้านบางคราม อีกประมาณ 29 กิโลเมตร ก็จะถึงตัวน้ำตกร้อยชั้นพันวัง หรือสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม หมายเลขโทรศัพท์ 08-7477-1105
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,400
Default

แนวหน้า


ไอเดียเก๋ลดโลกร้อน! ชาวเมืองเลยผลิตถ้วย-จานจากธรรมชาติแทนการใช้กล่องโฟม




7 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านท่าดีหมี ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย ชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันทำภาชนะบรรจุอาหารจากกาบต้นหมาก/กาบต้นกล้วย และใบไม้ชนิดต่างๆ ที่อยู่ในท้องถิ่นโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้านเครื่องจักรจากภาคเอกชนและนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เพื่อให้เป็นชุมชนต้นแบบในการผลิตภาชนะจากวัสดุธรรมชาติแทนการใช้โฟม ซึ่งจังหวัดเลยขณะนี้ ประสบกับปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มมากขึ้นจนสถานที่กำจัดขยะมีไม่เพียงพอ



นางจิตรา ผดุงศักดิ์ ที่ปรึกษากลุ่มผลิตภาชนะกาบหมากบ้านท่าดีหมี กล่าวว่า โครงการนี้เริ่มจากเมื่อปีที่แล้ว ตนได้มีโอกาสพบกับนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ท่านคุยกันเรื่องปัญหาขยะจะหาวิธีการอย่างไรจะลดปริมาณขยะในจังหวัดเลยตนจึงได้นำรูปภาพถ้วยจานที่ทำจากกาบต้นหมากในประเทศอินเดียให้ท่านชัยวัฒน์ดู ปรากฏว่าท่านให้ความสนใจและมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.เลย เป็นผู้ดำเนินโครงการโดยก็ได้เลือกเอาหมู่บ้านท่าดีหมี เป็นแหล่งผลิตเนื่องจากชาวบ้านมีความพร้อมและในอนาคตที่หมู่บ้านแห่งนี้จะมีแหล่งท่องเที่ยวสกายวอล์คปากแม่น้ำเหือง ซึ่งตนก็ได้รู้จักกับเพื่อนชาวเนปาลจึงให้เขาพาไปดูแหล่งผลิตที่ประเทศอินเดียและติดต่อขอซื้อเครื่องจักรมาด้วย ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยโดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณเบื้องต้นจากนักธุรกิจร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในอำเภอวังสะพุงและเป็นความโชคดีที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเดินทางมาเป็นวิทยากรอบรมการผลิตให้ชาวบ้านด้วย เป็นเวลา 7 วันซึ่งพวกเขาไม่เคยออกไปทำเช่นนี้ในประเทศไหนเลย

นางจิตรา กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตามจากการทดลองผลิตถ้วยจานจากกาบต้นหมากที่นี่ 7 วันที่ผ่านมาพบปัญหาวัตถุดิบในจังหวัดเลยมีไม่เพียงพอต้องออกไปซื้อมาจากจังหวัดตาก ในราคาใบละ 2.5 บาทรวมต้นทุนการผลิตแล้วอยู่ที่ใบละ 4.5 บาท จึงถือว่าราคาค่อนข้างสูงเราจึงนำเอาใบไม้หรือกาบกล้วยที่มีในท้องถิ่นมากมายมาทำด้วยซึ่งก็ใช้ดีพอสมควร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน สำหรับการเรียนรู้และเตรียมความพร้อมของชาวบ้าน ทั้งด้านการตลาด การผลิต โดยในต้นเดือนธันวาคมนี้ก็จะนำออกไปจำหน่ายได้โดยพัฒนาให้สามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้ง โดยในช่วงแรกนี้จะเน้นไปที่ถนนคนเดินเชียงคานแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวซึ่งหากทุกร้านอาหารบนถนนเส้นนี้พร้อมใจกันนำถ้วยจานไปใช้ก็จะเป็นภาพที่สวยงาม เข้ากับบรรยากาศบ้านไม้เก่าเป็นอย่างดีและที่สำคัญจะสามารถลดปริมาณขยะได้มากขึ้นด้วย

นางสาวภูษณิศา โฉสูงเนิน ตัวแทนกลุ่มผลิตจานกาบหมากบ้านท่าดีหมี กล่าวว่า เดิมกลุ่มชาวบ้านได้รวมตัวกันอยู่แล้วในนามกลุ่มโอท็อปเมื่อมีโครงการนี้เข้ามา ชาวบ้านก็ตื่นตัว เป็นอย่างมากมีสมาชิกที่ร่วมงานกันอย่างจริงจังตอนนี้ 20 คน โดยรวมหุ้นกันเตรียมทำกันในลักษณะของวิสาหกิจชุมชนซึ่งทุกคนมีความคาดหวังว่าถ้วยจานจากวัสดุธรรมชาติจะลดปริมาณขยะลงไปได้มาก เพราะในไม่ช้านี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมสกายวอล์คที่บ้านท่าดีหมีมากขึ้นปัญหาขยะก็จะตามมา ชาวบ้านทุกคนจึงตระหนักถึงปัญหานี้เข้าร่วมโครงการด้วยความยินดี พร้อมจะช่วยกันดูแลดำเนินกิจการให้เจริญก้าวหน้า สร้างรายได้ให้ชุมชนต่อไปอย่างยั่งยืน

นายบาบู เสทุมา นักวิชาการนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจากรัฐมทิฬนาทู ประเทศอินเดียหัวหน้าคณะวิทยาการ กล่าวว่า จากการที่มาอยู่ที่บ้านท่าดีหมี 7 วันต้องชื่นชมชาวบ้านที่มีความตั้งใจเรียนรู้ ในระยะเวลาที่จำกัดแต่พวกเขาพัฒนาได้เร็วมากจึงเชื่อว่าจะสามารถประสบความสำเร็จในการทำภาชนะจากธรรมชาติแต่ปัญหาคือ คุณภาพของกาบหมากที่นำมาผลิต ยังไม่ดีพอเมื่อเทียบกับที่ผลิตในอินเดีย ที่นั่นต้องไปซื้อไกลถึง 600 กิโลเมตรถ้วยจานสามารถใช้ได้หลายครั้ง เพราะหนากว่า อย่างไรก็ตามที่ประเทศไทยมีวัตถุดิบอื่นๆ ที่น่าจะนำมาผลิตทดแทนได้หลายชนิดซึ่งจะทำให้ต้นทุนถูกลงด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาเรียนรู้หรือซื้อผลิตภัณฑ์ถ้วยจานกาบหมากของชาวบ้านท่าดีหมีสามารถติดต่อได้ที่คุณเรียน หัวหน้ากลุ่ม หมายเลขโทรศัพท์ 098-6126237



'ชาวท่าแลง' โวยได้รับผลกระทบจาก รง.ขยะ เคยร้องไปหลายหน่วยงานแล้วเรื่องเงียบ



6 ธ.ค.61 เมื่อเวลา 11.00 น. นายอนุวัตร เวชสว่าง อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 9 ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ในฐานตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 6 บ้านท่าแลง หมู่ 7 บ้านเขาปากช่อง หมู่ 8 บ้านหนองน้ำถ่าย และหมู่ 9 บ้านลุ่มสมอ ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้ออกมาเรียกร้องผ่านผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดเพชรบุรี เพื่อขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปิดบ่อขยะของบริษัทปห่งหนึ่งที่กำลังดำเนินการก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะเป็นพลังงานไฟฟ้า ในพื้นที่บริเวณเชิงเขา หมู่ 7 บ้านเขาปากช่อง ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง เนื่องจากได้ก่อมลภาวะเป็นพิษ ส่งกลิ่นเหม็น น้ำเน่าเสียซึงลงใต้ดินเข้าสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ และบ่อขยะแห่งนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื่อโรค สร้างความเดือนร้อนให้แก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก

นายอนุวัตร กล่าวว่า บ่อขยะแห่งนี้เดิมมีอยู่ 2 บ่อเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าแลง 1 บ่อ และเทศบาลตำบลท่ายาง เช่าพื้นที่ทิ้งขยะอีก 1 บ่อ มานานนับ 10 ปี และได้ถูกปิดลงเนื่องจากมีชาวบ้านร้องเรียน กระทั่งในปี 2552 หลังจาก อบต.ท่าแลง ยกฐานะเป็นเทศบาลฯ ได้มีการอนุญาตให้บริษัทดังกล่าว เข้ามาดำเนินงานก่อตั้งโรงงานกำจัดขยะเป็นพลังงานไฟฟ้าที่บริเวณดังกล่าว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง แต่มีการนำขยะเข้ามาทิ้งเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้พื้นที่บ่อขยะเดิมมีการสะสมปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงได้รับผลกระทบ มีมลพิษมากเป็นทวีคูณ ขยะเน่าเสียหมักหมมส่งกลิ่นเน่าเหม็น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค น้ำเสียจากขยะซึมลงใต้ดินไปยังแหล่งน้ำธรรมชาติ นาข้าวเริ่มตาย และน้ำซึมลงบ่อน้ำบาดาลที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ทางการเกษตร ปริมาณขยะที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ก็จะยิ่งทำให้ปัญหาขยายวงกว้างบานปลายไปเรื่อยๆ และอาจจะก่อให้เกิดปัญหาไปสู่ลูกหลานในอนาคตได้

"ที่ผ่านมาชาวบ้านได้รวมตัวกันคัดค้านไม่เอาโรงงานขยะและยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรมสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจการแผ่นดิน ป.ป.ช. และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดเพชรบุรี แต่ยังไม่มีการแก้ไข และก่อนหน้านี้ชาวบ้านพบว่ามีการลักลอบนำขยะจากพื้นที่จังหวัดชุมพร และจังหวัดใกล้เคียงมาทิ้งที่บ่อขยะดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจจับได้ แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ขณะนี้ชาวบ้านไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครแล้ว จึงขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยประสานผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนด้วย" นายอนุวัตร กล่าว




ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:18


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger