เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 11 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 10 - 11 ก.ย. ประเทศไทยมีฟ้าคะนะองบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 12 - 15 ก.ย. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 11 - 16 ก.ย. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (102.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (218.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (101.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


น่าตกใจ พบ "ไมโครพลาสติก" ในท้อง "ปลาทูไทย" เฉลี่ยตัวละ 78 ชิ้น

น่าตกใจ พบไมโครพลาสติกในท้อง "ปลาทู" จากการเก็บตัวอย่างเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง ค่าเฉลี่ยสูงตัวละ 78 ชิ้น ชี้ คนกินเข้าไปเสี่ยงต่อหลายโรค



วันที่ 10 ก.ย.62 แฟนเพจ ReReef เผยแพร่การศึกษาไมโครพลาสติกใน "ปลาทู" ของศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ จ.ตรัง บริเวณเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

พบว่าปลาทูขนาดน้ำหนักเฉลี่ย 66.53 กรัม ความยาวมาตรฐานเฉลี่ย 17.46 เซนติเมตร มี "ไมโครพลาสติก" ในกระเพาะของปลาทูเฉลี่ย 78.04 ชิ้นต่อตัว ประกอบไปด้วยลักษณะที่เป็นเส้นใย แท่งสีดำ และกลิตเตอร์ ซึ่งลักษณะของไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดคือ ชิ้นสีดำ ด้วยค่าร้อยละ 33.96

ขณะที่ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า พลาสติกในท้องปลาทูมาจากถุงพลาสติกจากใต้ทะเล ถุงกร่อนแตกตัวเป็นไมโครพลาสติก ลอยขึ้นไปอยู่ในน้ำ ตราบใดที่ถุงยังอยู่ เศษพลาสติกก็หลุดออกมาเรื่อยๆ ดังนั้นการเก็บขยะทะเลจึงเป็นส่วนช่วยลดไมโครพลาสติกโดยตรง

ปลาทูกินแพลงก์ตอนในน้ำ ก็กินไมโครพลาสติกเข้าไปด้วย จากนั้นก็ไปอยู่ในท้อง บางส่วนสลายตัวกลายเป็นนาโนพลาสติก เข้าสู่กระแสเลือดและเนื้อเยื่อปลาได้ เรากินสัตว์น้ำเหล่านี้เข้าไป ก็อาจเป็นสาเหตุเสี่ยงต่อหลายโรค ตามที่องค์การอนามัยโลกเคยเตือนไว้.


https://www.thairath.co.th/news/society/1657491

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


รู้จัก "เกาะปอดะ" ที่เที่ยวดัง จ.กระบี่ ในวันกลับคืนสู่แผ่นดินแม่


เกาะปอดะ กับเอกลักษณ์อันโดดเด่น (ภาพ : เพจ หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ พพ.6 (เกาะปอดะ)/ อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี)

จบแล้ว คดีเกาะปอดะ ที่สู้กันจนถึงฎีกา ยืดเยื้อมากว่า 30 ปี โดยผลสิ้นสุดของคดีนั้น ศาลฎีกาจังหวัดกระบี่ ได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลย คือนายชวน ภูเก้าล้วน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.อุทยานฯ ลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน

อย่างไรก็ดีเนื่องจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เป็นความผิดไม่ได้รุนแรง จึงแก้คำพิพากษาให้รอลงอาญา 2 ปี ให้จำเลยบำเพ็ญประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเวลา 30 ชม. พร้อมชำระค่าปรับเป็นเงิน 80,000 บาท พร้อมให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่

ส่วนเกาะปอดะนั้น ศาลพิพากษาให้เป็นของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ผู้เป็นโจทย์ยื่นฟ้องในคดีนี้

สำหรับเกาะปอดะ ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ "อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี" ถือเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางทะเลของจังหวัดกระบี่

เกาะปอดะตั้งอยู่ในทะเลกระบี่ ฝั่งด้านหน้าอ่าวนาง อยู่ห่างจากฝั่งอ่าวนางประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อยืนอยู่บนฝั่งแผ่นดินกระบี่บริเวณ หาดพนรัตน์ธารา หรือ อ่าวนาง แล้วมองออกไปจะเห็น กลุ่มหมู่เกาะทะเลกระบี่ ซึ่งเกาะที่ใหญ่ที่สุดนั้นก็คือ "เกาะปอดะ"


แนวหาดทรายยาวขาวเนียนแห่งเกาะปอดะ (ภาพ : เพจ หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ พพ.6 (เกาะปอดะ)/ อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี)

บนเกาะปอดะ มีชายหาดขนาบทั้งสามด้าน เป็นแนวหาดทรายที่ขาวเนียน เนื้อทรายละเอียด เดินแน่นนุ่มเท้า เมื่อมองออกไปเห็นน้ำทะเลสวยใส โดยเฉพาะที่ด้านหน้าหาด เมื่อมองออกไปจะเห็นแนวหาดทราย ท้องทะเล และภูเขาหอินรูปใบเรือตั้งตระหง่าน ถือเป็นภาพจำอันโดดเด่นของเกาะปอดะแห่งนี้

ด้วยความสวยงามโดดเด่นของเกาะปอดะ เกาะแห่งนี้จึงถือเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของเส้นทางเที่ยวทะเลกระบี่ ทัวร์ 4 เกาะ ได้แก่ ทะเลแหวกของเกาะ 3 เส้า คือ เกาะไก่ เกาะหม้อ เกาะทับ และเกาะปอดะ

สำหรับเกาะปอดะหลังต่อสู้เป็นคดีความยืดเยื้อมายาวนานกว่า 30 ระหว่างเอกชนกับภาครัฐ วันนี้เกาะปอดะได้กลับสู่แผ่นดินแม่ เป็นพื้นที่สาธารณะ ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ไม่ได้เป็นของเอกชนคนใด ซึ่งก็ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดูแลรักษาเกาะปอดะ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเกะแห่งนี้เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนตลอดไป


https://mgronline.com/travel/detail/9620000086972


*********************************************************************************************************************************************************


"National Geographic" ตามติดภารกิจ "เฝ้าระวัง"น้ำแข็งขั้วโลกละลาย



"ภาวะโลกร้อน" และ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" เป็นเรื่องที่คนทั่วโลกกำลังให้ความสนใจมากขึ้น ยิ่งเมื่อได้รับรู้เรื่องราวและภาพการละลายของน้ำแข็งที่กรีนแลนด์เมื่อเร็วๆ นี้ ล่าสุด นิตยสาร National Geographic Thailand ประจำเดือน กันยายน 2562 นำเสนอสารคดีเรื่อง "เฝ้าระวังน้ำแข็ง" เขียนโดย "เจนนิเฟอร์ คิงสลีย์" และถ่ายภาพโดย "เอสเทอร์ ฮอร์แวท"

อากาศยามเย็นในฤดูร้อนวันนั้นอุ่นพอให้พวกทหารถอดเสื้อนั่งเล่นกลางแจ้งได้ คนหนึ่งเล่นกีตาร์ อีกคนอ่านหนังสือ บรรยากาศผ่อนคลายคล้ายพักร้อน แม้นี่จะเป็นค่ายทหารเดนมาร์กทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ เรียกว่าสถานีนอร์ (Station Nord) ซึ่งอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือ 925 กิโลเมตร เสียงหึ่งๆ ของเครื่องปั่นไฟแว่วมาแต่ไกล และบางครั้งบางคราวสุนัขกรีนแลนด์สองตัว จะส่งเสียงเห่า ดวงอาทิตย์วนรอบท้องฟ้าอาร์กติก

ภารกิจประจำวันของหน่วยทหารแห่งนี้ส่วนใหญ่เป็นงานด้านวิทยาศาสตร์ อาร์กติกอุ่นขึ้นเร็วกว่าพื้นที่อื่นใดในโลก และสำหรับนักวิจัยที่ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่นี่มีข้อดีจากทำเลที่อยู่ห่างไกล นั่นคือเกือบ 82 องศาเหนือ ภายในอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเข้าถึงได้เพราะมีลานบิน ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะบอกว่า อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นที่นี่ส่งผลกระทบต่อโลกทั้งใบ อาร์กติกเป็นส่วนหนึ่งของระบบทำความเย็นของโลก และเมื่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้น้ำแข็งทะเลละลายเร็วขึ้น ระบบที่ว่าก็กำลังพังลง ที่นี่นับว่าสมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักวิจัยผู้มาเยือนจากทั่วโลกจะได้เก็บข้อมูลจากน้ำแข็ง ทะเล และบรรยากาศ เพื่อวัดความเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งเป็นข้อมูลที่นักวิทยาศาสตร์ หวังว่าจะช่วยให้พวกเขาพยากรณ์ได้ว่ามีอะไรรออยู่ข้างหน้า

มีสถานที่ไม่กี่แห่งที่เราลืมตาตื่นในโรงนอนซึ่งมีเตียงเรียงเป็นตับ ดื่มกาแฟ แล้วก้าวออกไปสู่สภาพแวดล้อมสุดขั้วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทั้งหิมะขาวโพลน อากาศหนาวจับจิต หมอก และความมืดในฤดูหนาวที่ยาวนานหลายเดือน คือสิ่งปกติที่มีให้พบเจอ

สถานีนอร์ยังมีจุดประสงค์ทางการเมืองด้วย ถึงได้มีทหารเป็นผู้ดูแล เดนมาร์กอ้างอำนาจอธิปไตยที่นานาชาติยอมรับเหนือภูมิภาคแถบนี้ แต่จำต้องสำแดงตนเพื่อรักษาอำนาจนั้น สำหรับผู้เชี่ยวชาญหกคนที่พำนักอยู่ที่นี่ ซึ่งทั้งหมดเป็นทหารในกองทัพเดนมาร์กและแทบจะเป็นเพศชายเสมอ สถานีนอร์คือบ้านตลอดการประจำการนาน 26 เดือน

สถานีซึ่งแรกเริ่มเป็นศูนย์ตรวจวัดลมฟ้าอากาศเมื่อปี 1952 คือหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีสนามบินของตนเอง มีอาคารกว่า 25 หลัง รวมถึงโรงนอน ห้องประชุมเชิงปฏิบัติการ เพิงเก็บเครื่องปั่นไฟ ครัว และศูนย์ชุมชน

ที่นี่กว้างขวางพอจะจัดหาโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเพื่อสร้างงานวิทยาศาสตร์ระดับโลกท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่อันตรายแต่สวยงามได้ ทหารเก็บกวาดลานบิน เติมน้ำมันเครื่องบิน ทำความสะอาดโรงนอน เก็บเสบียงที่ส่งมาทางเครื่องบินบรรทุกสินค้า ตักน้ำจากทะเลสาบธารน้ำแข็งที่อยู่ใกล้ๆ และซ่อมแซมอุปกรณ์ ในฤดูหนาว ทหารหกนาย หรือแปดถ้านับสุนัขด้วย จะอยู่ตามลำพังหลายเดือน โดยมีสัญญาณดาวเทียมเอื้อให้ส่งอีเมลและข้อความง่ายๆ ได้ แต่ละคนจะได้สิทธิโทรศัพท์ประจำเดือน

ช่วงฤดูใบไม้ผลิถึงฤดูใบไม้ร่วง พวกเขาจะเปิดบ้านต้อนรับชุมชนนานาชาติที่ผลัดเปลี่ยนกัน มาเยือนมากถึง 60 คน ซึ่งมีทั้งทีมนักวิทยาศาสตร์ คนงานสนับสนุน นักบิน วิศวกร และเจ้าหน้าที่ทหาร



ทอมัส ครุมเพน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันอัลเฟรดเวเกเนอร์ของเยอรมนี เป็นผู้นำการบินสำรวจเพื่อวัดความหนาของน้ำแข็งทะเลช่วงฤดูร้อน ซึ่งคำนวณจากภาพถ่ายดาวเทียมได้ยากมาก นอกเหนือไปจากค่าอื่นๆ โดยนำอากาศยาน ดีซี-3 ที่ได้รับการปรับแต่งแล้ว ออกบินที่ระดับความสูง 60 เมตรเหนือน้ำแข็งและพ่วงเซ็นเซอร์ที่ผูกไว้กับเชือกให้ลอยเหนือผิวน้ำแข็งแค่ 15 เมตร

การบินเหล่านี้สะท้อนให้เห็นความวิริยอุตสาหะเพียงเพื่อตอบคำถามง่ายๆ ว่า น้ำแข็งทะเลหนาเท่าไร หิมะสะท้อนแสงแค่ไหน

ข้อสังเกตที่ได้จากการบินเหล่านี้จะป้อนเข้าสู่แบบจำลองสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สลับซับซ้อนที่ใช้สมการและข้อมูลหลายพันชิ้นเพื่อคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากสภาพภูมิอากาศยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไป ข้อมูลเกี่ยวกับอาร์กติกนับว่าสำคัญยิ่งต่อการพยากรณ์ผลกระทบระดับโลก เช่น การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและของระดับทะเล

"เราจำเป็นต้องมองไปยังอนาคตเพื่อบอกผู้คนว่า ผลกระทบอะไรที่พวกเราจะเผชิญ" ครุมเพนบอก นักวิจัยคนอื่นๆ ปล่อยบอลลูนตรวจลมฟ้าอากาศ ขุดหลุมเก็บตัวอย่างหิมะ หรือจับตามองอุปกรณ์ของตนเองทั้งคืนโดยมีสุนัขคอยเห่าเตือนภัยหมีขั้วโลกอยู่ใกล้ๆ พวกเขาค่อยๆ เก็บรวบรวมข้อมูลที่จะช่วยตอบคำถามสำคัญที่สุดแห่งยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นั่นคือจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา คำตอบนี้ทำให้เกิดข้อโต้แย้งทั้งทางการเมืองและวิทยาศาสตร์ และต้องใช้ข้อมูลที่สะสมมาหลายปีจากหลายสถานที่กว่าจะเริ่มได้เค้าคำตอบ

ในภูมิภาคนี้ของโลก เราไม่มีทางได้สิ่งเหล่านี้ ถ้าขาดผู้เชี่ยวชาญประจำสถานีอย่างเยสเปอร์ ยูล แฮนเซน ผู้อธิบายง่ายๆ ว่า "เราแค่ทำส่วนของเราเพื่อให้พวกเขาทำส่วนของพวกเขาครับ"

งานนี้ไม่ใช่ของง่าย นอรา ฟรีด ฉลองวันเกิดอายุ 25 ปีที่สถานีในฐานะผู้ช่วยวิจัยเมื่อปี 2018 สักวันหนึ่ง "ฉันต้องอธิบายให้ลูกฟังว่า เราไม่ได้ทำอะไรเลย แม้จะรู้ทั้งรู้ว่า อาร์กติกจะปราศจากน้ำแข็ง" เธอบอก "ฉันรู้สึกแย่แทนอาร์กติกค่ะ"


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000086670

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ปิดคดีประวัติศาสตร์! ฎีกาตัดสินจำคุก 3ปี 6เดือน 'ชวน ภูเก้าล้วน' บุกรุกเกาะปอดะ



ปิดคดีประวัติศาสตร์! ศาลฎีกาตัดสินจำคุก 'ชวน ภูเก้าล้วน' 3 ปี 6 เดือน บุกรุก เกาะปอดะ ครอบครัว-ประชาชนรุดมอบดอกไม้ให้กำลังใจเต็มหน้าศาล

จากกรณีที่เกิดคดีประวัติศาสตร์ ในการแย่งสิทธิ์ครอบครองที่ดินบนเกาะปอดะ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง ระหว่าง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับ นายชวน ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ วัย 83 ปี เศรษฐีที่ดินและนักธุรกิจชื่อดังใน จ.กระบี่ โดยกรมอุทยานฯ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชวน เมื่อปี พ.ศ.2559 ในข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และพ.ร.บ.อุทยานฯ กล่าวหาว่า นายชวน บุกรุกทำสิ่งปลูกสร้างในที่ดินบนเกาะปอดะ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เนื้อที่ 22 ไร่เศษ

โดยดำเนินการกั้นรั้วลวดหนาม และก่อสร้างศาลาแปดเหลี่ยม ซึ่งนายชวน อ้างว่าซื้อที่ดินดังกล่าวซึ่งมีเอกสารครอบครอง ส.ค.1 ต่อมาจากเจ้าของที่เดิมอีกที ต่อมาเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2560 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง กรมอุทยานฯ จึงยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ ภาค 8 แผนกสิ่งแวดล้อม และเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2561 ศาลอุทธรณ์ ภาค 8 มีคำพิพากษากลับ ให้นายชวน มีความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และพ.ร.บ.อุทยานฯ ตัดสินลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน นายชวน จึงต่อสู้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 ก.ย. ที่ศาลจังหวัดกระบี่ ส่งหมายเรียกให้ นายชวน ภูเก้าล้วน จำเลยในคดีนี้ มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา โดยศาลกำหนดใช้ห้องพิจารณาคดีที่ 3 ทั้งนี้ บรรยากาศก่อนการอ่านคำพิพากษา มีประชาชนและญาติ ๆ ของนายชวน กว่า 50 คน ต่างมายืนรอมอบดอกไม้ให้กำลังใจบริเวณด้านหน้าศาลอย่างคึกคัก แต่นายขวนปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ใด ๆ ก่อนเดินทางเข้าห้องพิจารณาคดี เพื่อรับฟังคำพิพากษา

ต่อมาศาลฎีกา แผนกสิ่งแวดล้อม อ่านคำพิพากษา ยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยมีความความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และพ.ร.บ.อุทยานฯ ลงโทษจำคุก 3 ปี 6 เดือน แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เป็นความผิดไม่ได้รุนแรง จึงแก้คำพิพากษาให้ จำคุก 3 ปี 6 เดือน แต่โทษจำให้รอลงอาญา 2 ปี ให้จำเลยบำเพ็ญประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเวลา 30 ชั่วโมง ชำระค่าปรับเป็นเงิน 80,000 บาท พร้อมให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น นายชวนมีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด


https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_2875550

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 11-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


มาเรียมกับมนุษย์...โดนเหมือนกัน พิษพลาสติกจิ๋ว เข้าท้อง



ภาพเศษถุงพลาสติกเต็มท้อง "น้องมาเรียม" สร้างความสะเทือนใจให้เหล่าสาวกออนไลน์เป็นอย่างมาก มีการกระหน่ำแชร์ตีโพยตีพายถึงอันตรายขยะพลาสติกในท้องทะเลไทยมากมาย...แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าอันตรายของพลาสติกไม่ได้มีแค่ในน้ำทะเล เพราะในขวดน้ำดื่มใสแจ๋วก็มีเช่นกัน เพียงแค่บิดฝาก็เจอพลาสติกจิ๋วปนเปื้อนทันที...

ผลชันสูตร "น้องมาเรียม" พะยูนน้อยกำพร้าแม่ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมานั้น ทีมสัตวแพทย์ยืนยันว่า "น้องจากไปเพราะขยะพลาสติกเล็กๆ เข้าไปขวางลำไส้" ส่งผลให้อุดตันและอักเสบจนติดเชื้อในกระแสเลือด เหตุการณ์นี้ทำให้นึกถึงรายงานผลสำรวจขององค์กร "ออร์บ มีเดีย" (Orb Media) เมื่อเดือนมีนาคม 2561 ที่นำน้ำดื่ม 250 ขวด ของ 11 ยี่ห้อ วางขายใน 9 ประเทศ คือ สหรัฐ จีน อินเดีย อินโดนีเซีย บราซิล เคนยา เลบานอน เม็กซิโก และ ไทยแลนด์ มาสุ่มตรวจจนพบอนุภาคพลาสติกถึงร้อยละ 93 โดยเป็นยี่ห้อน้ำดื่มมีชื่อเสียงระดับโลก เช่น Evian Aqua และ Nestle Pure Life หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อเนสท์เล่ เพียวไลฟ์

นักวิทยาศาสตร์ใช้สีย้อม "ไนล์เรด" ฉีดเข้าไปเพื่อให้ยึดเกาะและมองเห็นพลาสติกขนาดจิ๋วที่ล่องลอยเจือปนอยู่ในน้ำ พบว่าน้ำขนาด 1 ลิตร มีอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเฉลี่ยตั้งแต่ 100?1,000 ชิ้น หมายความว่าน้ำขวดที่เราซื้อดื่มกันทุกๆ วันนั้นมี ?ไมโครพลาสติก? แอบปนเปื้อนอยู่จำนวนไม่น้อยทีเดียว

"ไมโครพลาสติก" (Microplastics) คือเศษพลาสติกจิ๋วขนาดเล็กกว่า 0.5 มิลลิเมตร แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มที่ 1 เม็ดพลาสติกตั้งต้น ที่ตั้งใจผลิตขึ้นมาเป็นส่วนประกอบของสินค้าต่างๆ เช่น "เม็ดสครับ" (scrub) ในสบู่ล้างหน้า หรือ "คริสตัล บีดส์" (Crystal Beads) ในผงซักฟอก ส่วนกลุ่ม 2 คือ พลาสติกที่แตกหัก เป็นเศษหลุดลอกหรือเสื่อมสลายแตกตัวมาจากพลาสติกขนาดทั่วไป เช่น เศษถุงพลาสติก หรือกล่องพลาสติกที่เปื่อยหรือแตกแล้ว



ก่อนหน้าที่ไม่ค่อยมีใครกังวลใจกับขยะ "พลาสติกจิ๋ว" เหล่านี้มากนัก จนกระทั่งพบว่าพวกมันปนเปื้อนในน้ำดื่มเกือบทุกขวด กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก ทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ต่างพากันออกมาแสดงความคิดเห็น โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มที่เชื่อว่า "กลไกร่างกายมนุษย์จะขับออกไปได้เพราะเล็กจิ๋วมาก" ทำให้ไม่น่าเป็นห่วงมากนัก กับอีกกลุ่มที่เห็นตรงข้ามว่า "อนุภาคขนาดเล็กจะยิ่งเข้าไปเกาะติดในเนื้อเยื่อหรือผนังทางเดินอาหาร" ถ้าสะสมจำนวนมากอาจส่งผลให้การทำงานของอวัยวะในร่างกายผิดปกติได้

เช่น ดร.สเตฟานี ไรท์ จากสถาบันการศึกษาคิงส์คอลเลจ ของอังกฤษ เตือนว่าพวกมันอาจไปซ่อนตัวอยู่ในเซลล์ภูมิคุ้มกันในผนังกระเพาะ หรือแอบไปฝังตัวสะสมอยู่ที่ต่อมน้ำเหลือง หากโชคร้ายอาจเข้าสู่กระแสเลือดไปสะสมในตับก็ได้ จากนี้ไปคงต้องศึกษาวิจัยอย่างเร่งด่วนว่าไมโครพลาสติกที่ปนเปื้อนในน้ำและอาหารเหล่านี้เป็นอันตรายแค่ไหน นักวิทยาศาสตร์บางคนเตือนว่าอาจเพิ่มความเสี่ยงทำให้เป็นมะเร็งบางชนิด หรือทำให้จำนวนอสุจิลดลง

ปัจจุบันไทยผลิตน้ำดื่มแบบขวดขายปีละ 4,400 ล้านขวดต่อปี หมายความว่าพวกเราก็ไม่ต่างจาก "น้องมาเรียม" ที่รับ "พิษพลาสติก" เข้าท้องทุกวัน

นักวิจัยในสหรัฐอเมริกาประเมินว่าคนอเมริกันรับไมโครพลาสติกเข้าร่างกายปีละประมาณ 70,000 หน่วย ถ้าใครชอบซื้อน้ำขวดกินเป็นประจำก็จะรับเพิ่มเข้าไปอีกเป็น 90,000 หน่วย

ช่วงนั้น "นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์" เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาให้สัมภาษณ์ว่ายังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าการปนเปื้อนดังกล่าวเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ เชื่อว่าน้ำดื่มบรรจุขวดในไทยยังคงปลอดภัยต่อผู้บริโภค เพราะกำหนดคุณภาพตามมาตรฐานสากล ต้องสะอาดไม่มีสารหรือสีออกมาปนเปื้อน ไม่มีจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค และควบคุมปริมาณตะกั่วและแคดเมียมในพลาสติกได้ไม่เกิน 100 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม

ล่าสุดวันที่ 21 สิงหาคม 2562 องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกรายงานเกี่ยวกับ "ผลกระทบไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์" ถือเป็นฉบับแรกที่เน้นการปนเปื้อนในน้ำดื่ม โดยสรุปเนื้อหาได้ว่า "ไมโครพลาสติกที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.15 มิลลิเมตร จะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ แต่ถ้าขนาดเล็กกว่านั้นโดยเฉพาะนาโนพลาสติกจะก่อให้เกิดอันตรายได้มากกว่า นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการพบพลาสติกจิ๋วในขวดน้ำดื่มว่ามีจำนวนมากกว่าน้ำประปาเล็กน้อย โดยพบจาก ?ฝาปิด" และกระบวนการผลิตขวด !




ทำให้เกิดคำถามว่าพลาสติกจิ๋วเกี่ยวกับฝาปิดขวดน้ำอย่างไร?

"ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี" นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่าการปนเปื้อนไมโครพลาสติกในขวดน้ำดื่มนั้น ส่วนใหญ่มาจากขั้นตอน "การปิดฝา" และ "บิดฝาเพี่อเปิดดื่ม" ซึ่งทำให้เกิดเศษพลาสติกขนาดเล็กมากๆ แตกหักปนเปื้อนลงไปในน้ำภายในขวด พร้อมกล่าวต่อว่า

นอกจากในน้ำดื่มแล้วยังพบส่วนที่เป็นขยะตกค้างในสิ่งแวดล้อมอีกจำนวนมาก โดยวิธีการลดปริมาณขยะไมโครพลาสติกนั้นมี 2 รูปแบบคือ รูปแบบที่ 1 พลาสติกที่เกิดจากการตั้งใจผลิตขึ้นมา เช่น ส่วนผสมในโฟมล้างหน้า เครื่องสำอาง ฯลฯ ต้องมีการประกาศห้ามใช้ ซึ่งบางประเทศใช้วิธีการ "แบน" (Ban) หรือไม่ให้ผู้ผลิตใช้ไมโครพลาสติกเป็นส่วนประกอบ ส่วนรูปแบบที่ 2 ได้แก่ไมโครพลาสติกที่แตกตัวหรือย่อยสลายมาจากพลาสติกชิ้นใหญ่ต้องใช้การควบคุมหรือจัดการป้องกันไม่ให้กระจายหรือหลุดรอดลงสู่สิ่งแวดล้อม เช่น กำหนดให้บริษัทผลิตเครื่องซักผ้าคิดค้นวิธีดักกรองไมโครไฟเบอร์ หรือพวกเส้นใยขนาดเล็กๆ ที่หลุดออกมา

"ควรห้ามหรือลดการผลิตพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เช่น กล่องโฟม ฯลฯ เปลี่ยนมาใช้ถุงผ้า กล่องชานอ้อย หรือวัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน รวมถึงจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมถุงพลาสติก ร้านค้าไม่ควรแจกถุงฟรี ต้องเก็บเงิน นอกจากนี้ควรมีมาตรการควบคุมนักท่องเที่ยวตามอุทยานแห่งชาติต่างๆ ให้รับผิดชอบนำขยะของตัวเองออกมา ไม่ทิ้งลงสู่สิ่งแวดล้อม เช่น บางอุทยานมีการเก็บเงินมัดจำขยะ 100 บาท เมื่อนักท่องเที่ยวนำขยะออกมาโชว์ ก็จะคืนเงินมัดจำให้" ดร.สุจิตรา กล่าวแนะนำ



ทั้งนี้เมื่อปี 2560 เกาหลีใต้ไม่ให้เครื่องสำอางและยาสีฟันมีส่วนผสมของไมโครพลาสติก และในปี 2561 อังกฤษสั่งยกเลิกการใช้ไมโครพลาสติกในการผลิตสินค้าเกือบทุกชนิด

ส่วนประเทศไทยที่มีสถิติ โยนขยะทิ้งลงทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก และในแต่ละปีผลิตขยะพลาสติกมากกว่า 2 ล้านตันนั้น ก็ได้ประกาศ "โรดแม็พ" หรือ ร่างแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก พ.ศ.2561-2573 เช่นกัน

โดยกำหนดว่าภายในปี 2562 จะเลิกใช้ พลาสติกผสมไมโครบีดส์

ผ่านไปจนจะหมดปี 2562 แล้ว ก็ไม่เห็นว่า "รัฐบาล" มีประกาศหรือมาตรการอะไรบังคับใช้อย่างจริงจัง...หรือเป็นไปได้ว่า "คุณลุงบิ๊กตู่" ยังไม่ค่อยเข้าใจคำว่า "ไมโครพลาสติก"?

คงต้องรอผ่าท้องคนไทยแล้วเจอ "เศษพลาสติกจิ๋วเสียก่อน" หน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงจะเริ่มตื่นเต้น!?!


http://www.komchadluek.net/news/scoop/387634

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 11-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


จนท.อุทยานฯเร่งช่วยเต่ากระติดเศษอวนประมงปล่อยคืนสู่ทะเลสำเร็จ



10 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟสบุ๊คที่มีชื่อว่า "ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" ได้โพสต์ข้อความว่า...

เต่ากระรอดตาย!!!เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา? ช่วยชีวิตเต่ากระรอดตายหวุดหวิดจากเศษอวนประมง 10 ก.ย.62 เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่? ตต.? 7? (ตะโละปะเหลียน?) อุทยานแห่งชาติตะรุเตา? พบเจอเต่ากระ? ติดเศษอวน? ขณะออกลาดตระเวนเชิงคุณภาพ? บริเวณใกล้อ่าวราชา เกาะราวี ได้ทำการช่วยเหลือและปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ? ปัจจุบันเราพบสัตว์ทะเลติดเศษอวนประมงอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่สามารถช่วยไว้ได้และตายก่อนพบเจอ ในเมื่อเรารู้สาเหตุที่สร้างผลกระทบต่อสัตว์ทะเลเหล่านี้ เราจึงขอความร่วมมือจากทุกท่าน ร่วมด้วยช่วยกันไม่ทิ้งขยะอุปกรณ์ประมงลงในทะเลทั้งนี้เพื่อให้ธรรมชาติสวยงามอยู่เคียงข้างกับเราไปนานๆ ที่สำคัญให้โอกาสสัตว์ทะเลเหล่านี้ได้มีชีวิตอยู่คู่ทะเลที่สวยงามไปตลอดอายุขัยของพวกเขา อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล Tarutao National Park


https://www.naewna.com/likesara/439499
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:58


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger