เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 17 สิงหาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 17 - 19 ส.ค. 62 บริเวณประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนบน สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 22 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 20 - 22 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (96.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (100.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (105.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"มาเรียม" จากไปแล้วอย่างสงบ หลังป่วยมาหลายวัน

"มาเรียม" พะยูนน้อยจากไปแล้วอย่างสงบ หลังป่วยมาหลายวันจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดอักเสบ



วันนี้ (17 ส.ค.) ทางเพจ "กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง" ได้เปิดเผยว่า มาเรียม พะยูนน้อยได้จากไปแล้วอย่างสงบ

มีรายละเอียดว่า "หลับให้สบายนะ น้องมาเรียม เจ้านางฟ้าตัวน้อย"

วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ กรม ทช. ขอแจ้งข่าวร้ายว่า น้องมาเรียม ได้จากพวกเราไปแล้ว ทีมแพทย์พบว่าน้องมาเรียม หยุดหายใจ และไม่เจอชีพจร จึงรีบนำขึ้นจากน้ำรอบแรก กระตุ้นหายใจ พบมีการตอบสนอง ตายังตอบสนอง จึงเอาลงบ่อ จากนั้นตรวจชีพจรซ้ำ แต่ไม่เจอชีพจรอีก จึงฉีดยาช่วยชีวิต และเอาขึ้นจากบ่อรอบที่ ๒ จนกระทั่งเวลา ๐๐.๐๙ น. น้องได้จากพวกเราไปอย่างสงบแล้วครับ


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000078521


*********************************************************************************************************************************************************


สุดเศร้า...รำลึก "มาเรียม" กับ 9 เรื่องแห่งความทรงจำของนางฟ้าตัวน้อย


มาเรียมกายจากไป แต่ชื่อของเธอยังคงอยู่ (ภาพ : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช)

"หลับให้สบายนะ น้องมาเรียม เจ้านางฟ้าตัวน้อย"

การจากไปของน้องมาเรียม ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าของบ้านเรา เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ความน่ารักน่าเอ็นดูของน้องมาเรียมได้สร้างเรื่องราว สีสัน ความประทับให้กับคนไทยได้เป็นอย่างดี ถือเป็นสิ่งประโลมโลกที่ทำให้คนไทยมีรอยยิ้มในท่ามกลางปัญหาหลากหลายที่รุมเร้าประเทศของเรา

วันนี้น้องมาเรียมจากพวกเราไปอย่างไม่มีวันหวนคืน แต่เรื่องราวของน้องมาเรียมยังคงอยู่ และนี่ก็คือ 10 เรื่องราวแห่งความทรงจำของลูกพะยูนน้อยที่ชื่อมาเรียม ซึ่งเธอนอกจากจะสร้างปรากฏการณ์มาเรียมฟีเวอร์แล้ว ยังสามารถเข้าไปประทับอยู่ในดวงใจของคนไทยจำนวนมากอีกด้วย


1. เกยตื้น : เมื่อ 29 เม.ย. 62 ที่ผ่านมา มีการพบเจอลูกพะยูนน้อย มาเกยตื้นตัวเดี่ยวโดด ๆ ที่อ่าวทึง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อมีการตรวจสอบทราบว่าเป็นพะยูนเพศเมีย อายุประมาณ 4-5 เดือน แม้ชาวบ้านที่กระบี่จะนำลูกพะยูนน้อยตัวนี้ไปปล่อยคืนทะเล แต่ก็เห็นมันกลับมาว่ายเวียนป้วนเปี้ยนที่เดิมอีก จึงคาดว่าคงผลัดหลงจากแม่มาอยู่ที่บริเวณทะเลแถบนี้


2. พะยูนน้อยกับทางที่ต้องเลือก : เมื่อพะยูนน้อยผลัดหลงกับแม่ จากประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เห็นว่าหากปล่อยมันไปตามธรรมชาติคงจะไม่รอดแน่ ทางเจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจนำพะยูนน้อยมาอนุบาล ซึ่งมี 2 แนวทางให้เลือก หนึ่งนั้นเลี้ยงอนุบาลในบ่อ และมันจะต้องอาศัยอยู่ในบ่อตลอดไปจนตาย เพราะไม่สามารถออกทะเลใหญ่ได้ กับอีกแนวทางหนึ่งคือเลี้ยงดูในสภาพธรรมชาติ ท่ามกลางการเฝ้าดูแลประคบประหงมของเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยงานนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เลือกใช้แนวทางที่สองในการวิธีอนุบาลเจ้าพะยูนน้อยตัวนี้


3. ย้ายสำมะโนครัว : ทางเจ้าหน้าที่จึงได้นำลูกพะยูนตัวนี้ไปอนุบาล บริเวณบ้านแหลมจูโหย เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เนื่องจากเป็นแหล่งหญ้าทะเลอาหารของพะยูน และเป็นแหล่งอยู่อาศัยของพะยูนมากที่สุดในเมืองไทย


4. ชีวิตใหม่ในชื่อมาเรียม : หลังเจ้าหน้าที่ย้ายพะยูนน้อยมาอยู่ที่เกาะลิบงก็ได้ตั้งชื่อให้ลูกพะยูนตัวนี้ว่า "มาเรียม" ที่แปลว่า "หญิงสาวที่มีความสง่างามแห่งท้องทะเล"


5. มาเรียมฟีเวอร์ : หลังลูกพะยูนน้อยมีชื่อเรียกขาน เรื่องราวของชีวิตเธอ (และพี่เลี้ยง) ก็ได้ปรากฏให้คนทั่วไปได้รับรู้ ก่อนจะโด่งดังไปทั่วฟ้าเมืองไทย จนน้องมาเรียมกลายเป็นขวัญใจชาวเน็ตที่มีแฟนคลับจำนวนมากมาดูความน่ารักของน้องไม่ว่าจะเป็นว่ายน้ำ กินนม เกยตื้น หรือหลับปุ๋ยในอ้อมอกของมนุษย์

นอกจากนี้หลาย ๆ คนยังเดินทางไปชมความน่ารักของน้องมาเรียมถึงสถานที่จริงกันเลยทีเดียว ซึ่งทั้งแฟนคลับและกองเชียร์ต่างเอาใจให้น้องมาเรียมมีสุขภาพแข็งแรง พร้อมกับหวังว่าอีกไม่นานลูกพะยูนน้อยตัวนี้จะได้มีโอกาสกลับสู่ท้องทะเลใหญ่ ไปแหวกว่ายร่วมกับบรรดาฝูงพี่ ป้า น้า อา เหล่าพะยูนเหล่านี้ หรือหากโชคดีอาจมีโอกาสได้พบหน้ากับแม่หรือครอบครัวของน้องก็เป็นได้


6. ลูกพะยูน-แม่เป็นคน : ในการอนุบาลน้องมาเรียมก่อนปล่อยคืนสู่ทะเลใหญ่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ลูกพะยูนตัวนี้จะต้องมีคนมาคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชม. คอยป้อนนมทุกวัน (1-2 ลิตร/วัน) พร้อมพาฝึกว่ายน้ำออกกำลังกาย รวมถึงต้องช่วยนำน้องกลับลงน้ำยามเมื่อว่ายน้ำมาเกยตื้นที่ชายหาด (น้องชอบว่ายน้ำมาเกยตื้นที่ชายหาด เนื่องจากไม่มีแม่ว่ายนำทาง)

นั่นจึงทำให้มีคนกลุ่มหนึ่งต้องเสียสละตัว (อย่างมาก) เพื่อมาคอยดูแลน้องมาเรียม ไม่ว่าจะเป็น เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ฯลิบง สัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มพิทักษ์ดุหยง รวมถึงอาสาสมัครต่าง ๆ ต่างพากันอุทิศตนมาเป็น "แม่" ของน้องมาเรียม ทั้งแม่นม แม่บุญธรรม และ พี่เลี้ยง นับเป็นลูกพะยูนตัวแรกในเมืองไทย ที่มีแม่เป็นคนคอยดูแลเลี้ยงจริงในทะเล ซึ่งต้องขอคารวะในหัวใจของเหล่าบรรดาผู้เสียสละเหล่านี้


7. แม่ส้ม : นอกจากแม่ที่เป็นมนุษย์แล้ว น้องมาเรียมยังติดเรือแคนูสีส้มที่พี่เลี้ยงคอยพาย ฝึกมาเรียมให้ว่ายน้ำให้แข็ง และเฝ้าดูแลมาเรียมอย่างใกล้ชิด ซึ่งมาเรียมมีความผูกพันกับเรือแคนูลำนี้เป็นอย่างยิ่ง และเป็นที่มาของ "แม่ส้ม" อีกหนึ่งแม่ที่น้องมาเรียมผูกพันเป็นอย่างยิ่ง

ภาพน้องมาเรียมว่ายน้ำไปคลอเคล้าใต้ท้อง (เรือ) แม่ส้ม ไปซุกนอนหลับ ไปแอบ ไปเล่น ด้วยเข้าใจว่านี่คือแม่ของตนเองนั้น คือภาพความประทับใจที่เรียกน้ำตาให้กับผู้พบเห็นได้เป็นอย่างมาก

นอกจากนี้เรื่องราวของมาเรียม-แม่ส้มยังทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องทึ่งกับสายใยความรักระหว่างแม่-ลูกคู่นี้ ที่ถือเป็นอีกหนึ่งการฉีกปรากฏการณ์ความรักแห่งบรรณพิภพ

เป็นความรักฉันท์แม่-ลูกที่เกิดขึ้นระหว่าง "สิ่งมีชีวิต" กับ "สิ่งไม่มีชีวิต" ที่ผูกพันลึกซึ้ง และบริสุทธิ์งดงามกระไรปานนั้น


8. เจ็บป่วย : ท่ามกลางสีสันเรื่องราวความน่ารักของน้องมาเรียมที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จู่ ๆ ก็มีสัญญาณไม่ดีเกิดขึ้นเมื่อมีพะยูนจากภายนอกเข้ามาคุกคามน้องมาเรียม จนลูกพะยูนน้อยช็อคและเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. 62 ทำให้น้องมาเรียมมีอาการซึมไป ไม่กินอาหาร มีอาการอ่อนเพลีย ไม่เริงร่าว่ายน้ำแข็งขันกับแม่ส้มเหมือนแต่ก่อน ซึ่งเหล่าบรรดาพี่เลี้ยงก็หาได้นิ่งนอนใจไม่ เฝ้าดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยของมาเรียมอย่างใกล้ชิด

กระทั่งสุดท้ายแล้วต้องทำการ ย้ายน้องมาเรียมจากทะเลขึ้นมาบนฝั่ง เพื่อนำขึ้นไปรักษาอาการป่วยในบ่ออนุบาลชั่วคราวบนเกาะลิบง พร้อมมีทีมแพทย์และพี่เลี้ยงดูแลอย่างใกล้ชิด

ขณะที่คนไทยจำนวนมากก็เฝ้าติดตามอาการป่วยของน้องมาเรียมผ่านทางโซเชียล พร้อมกับภาวนาให้ลูกพะยูนน้อยหายป่วยโดยไว เพื่อที่จะได้กลับลงทะเลไปแหวกว่ายสร้างความน่ารักเรียกรอยยิ้มให้ผู้ที่พบเห็นเหมือนเช่นดังเดิมอีก


9. หลับให้สบายนะมาเรียม : 00.09 น. ของค่ำคืนวันที่ 17 ส.ค. 62 (รอยต่อคืน 16-17 ส.ค.) มีข่าวร้าย ข่าวเศร้า ที่ช็อกความรู้ของใครหลาย ๆ คน เมื่อทางเพจ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้โพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจว่า

..."หลับให้สบายนะ น้องมาเรียม เจ้านางฟ้าตัวน้อย?

วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ กรม ทช. ขอแจ้งข่าวร้ายว่า น้องมาเรียม ได้จากพวกเราไปแล้ว ทีมแพทย์พบว่าน้องมาเรียม หยุดหายใจ และไม่เจอชีพจร จึงรีบนำขึ้นจากน้ำรอบแรก กระตุ้นหายใจ พบมีการตอบสนอง ตายังตอบสนอง จึงเอาลงบ่อ จากนั้นตรวจชีพจรซ้ำ แต่ไม่เจอชีพจรอีก จึงฉีดยาช่วยชีวิต และเอาขึ้นจากบ่อรอบที่ ๒ จนกระทั่งเวลา ๐๐.๐๙ น. น้องได้จากพวกเราไปอย่างสงบแล้วครับ...

การจากไปของน้องมาเรียมถือเป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าอย่างยิ่งของเมืองไทย ซึ่งตลอดเวลาหลังจากลูกพะยูนน้อยได้เข้ามาเกยตื้นจนนำมาสู่การกำเนิดใหม่ในชื่อมาเรียมนั้น ลูกพะยูนน้อยตัวนี้ได้ได้สร้างเรื่องราว สีสัน ความประทับให้กับคนไทยได้เป็นอย่างมาก จนเกิดเป็นกระแสมาเรียมฟีเวอร์ที่คนติดตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง

วันนี้แม้กายหยาบของลูกพะยูนน้อยจะจากไป แต่เรื่องราวของเธอยังดำรงคงอยู่ และชื่อ "มาเรียม" ก็ยังคงเป็นที่จดจำและอยู่ในดวงใจของใครหลาย ๆ คนไปอีกนานเท่านาน


https://mgronline.com/travel/detail/9620000078530

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


มาเรียมจากไปแล้ว ทีมแพทย์สุดยื้อ โซเชียลแห่ไว้อาลัย

มาเรียมจากไปแล้ว ? จากกรณี มาเรียม ถูกพะยูนตัวผู้ไล่บริเวณแหลมปันหยังจนช็อก ไม่กินนม กินแต่หญ้าได้เพียงนิดหน่อย และวันที่ 10 ส.ค. เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น สัตวแพทย์ต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจและเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง



ต่อมาวันที่ 14 ส.ค. ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ ตัดสินใจย้ายมาเรียมจากทะเลขึ้นมาในบ่ออนุบาลชั่วคราวริมฝั่งบนเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เนื่องจากร่างกายพะยูนน้อยยังอ่อนแอ แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด มีการขึ้นป้ายที่บริเวณท่าเรือหาดยาว และท่าเรือบ้านพร้าว ต.เกาะลิบง เพื่อแจ้งประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้งดการเยี่ยมชมชั่วคราว เนื่องจากมาเรียมป่วยและเครียดมาก จึงไม่อยากให้มีการรบกวนพะยูนน้อย

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แจ้งข่าวร้าย ว่า

"หลับให้สบายนะ น้องมาเรียม เจ้านางฟ้าตัวน้อย"

วันที่ 17 ส.ค. กรม ทช. ขอแจ้งข่าวร้ายว่า น้องมาเรียมได้จากพวกเราไปแล้ว ทีมแพทย์พบว่าน้องมาเรียมหยุดหายใจ และไม่เจอชีพจร จึงรีบนำขึ้นจากน้ำรอบแรกกระตุ้นหายใจ พบมีการตอบสนอง ตายังตอบสนอง จึงเอาลงบ่อ จากนั้นตรวจชีพจรซ้ำแต่ไม่เจอชีพจรอีก จึงฉีดยาช่วยชีวิต และเอาขึ้นจากบ่อรอบที่ 2 จนกระทั่งเวลา 00.09 น. น้องได้จากพวกเราไปอย่างสงบแล้วครับ

พร้อมกับโพสต์ภาพ และข้อความ R.I.P มาเรียม หลับให้สบายนะ เจ้านางฟ้าตัวน้อย

ขณะที่ผู้คนพากันเข้าไปเขียนข้อความแสดงความเสียใจและไว้อาลัยให้กับพะยูนน้อยตัวนี้อย่างไม่ขาดสาย


https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_2808208

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


สุดเศร้า!!! พะยูนน้อย 'มาเรียม'ตายแล้ว ทีมแพทย์พยายามกระตุ้นหายใจแต่ไม่สำเร็จ



เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2562 เฟชบุ๊ก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้โพสต์แจ้งข่าวร้ายว่า น้องมาเรียม ได้จากพวกเราไปแล้ว ทีมแพทย์พบว่าน้องมาเรียม หยุดหายใจ และไม่เจอชีพจร จึงรีบนำขึ้นจากน้ำรอบแรก กระตุ้นหายใจ พบมีการตอบสนอง ตายังตอบสนอง จึงเอาลงบ่อ จากนั้นตรวจชีพจรซ้ำ แต่ไม่เจอชีพจรอีก จึงฉีดยาช่วยชีวิต และเอาขึ้นจากบ่อรอบที่ 2 จนกระทั่งเวลา 00.09 น้องได้จากพวกเราไปอย่างสงบแล้วครับ

พร้อมกันนี้ทางกรมฯ ยังได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทีมสัตวแพทย์ ทีมพี่เลี้ยง จิตอาสา ทีมกล้อง ทีม TOT ผู้นำชุมชน ทีมพิทักษ์ดุหยง ชุมชนชาวเกาะลิบง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแม่ๆ พี่ๆ ของน้องมาเรียมทุกคน พวกเราอยู่ด้วยกันเพื่อน้องมาเรียมมาอย่างต่อเนื่องหลายร้อยวัน ทุกคนช่วยกันอย่างเต็มกำลัง ทั้งแรงกาย แรงใจ และขอขอบคุณน้องมาเรียม ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก บทเรียนอันล้ำค่านี้จะเป็นข้อมูลที่ดีที่น้องมาเรียม มอบไว้ให้กับพวกเราทุกคนครับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้พะยูนน้อยมาเรียม ถูกพะยูนตัวผู้ไล่บริเวณแหลมปันหยังซึ่งเป็นช่วงน้ำลง และช่วงนี้อยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ทำให้มาเรียมเกิดอาการตกใจจนตัวสั่น ช็อคไม่กินนม กินแต่หญ้านิดหน่อย กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา มาเรียมเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น ทีมสัตวแพทย์ต้องฉีดยากระตุ้นหัวใจ และเฝ้าระวังอาการตลอด 24 ชั่วโมง

ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่ ได้ตัดสินใจย้ายมาเรียมจากทะเลขึ้นมาในบ่ออนุบาลชั่วคราวริมฝั่งบนเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เนื่องจากร่างกายพะยูนน้อยยังอ่อนแอ แพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิดในการรักษาอาการ พร้อมจัดเตรียมแผนในการรักษาขั้นต่อไป แต่ในที่สุดพะยูนน้อยมาเรียมก็มาด่วนจากไปอย่างน่าเศร้าใจ




https://www.naewna.com/likesara/433869

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


ไม่เหลือซาก! กรมประมงทำลายซากสัตว์ป่า มูลค่ากว่า 5.5 ล้านหลังคดีสิ้นสุด



"กรมประมง ทำลายของกลางซากของสัตว์ป่า ครั้งใหญ่หลังคดีสิ้นสุด มูลค่า 5.5 ล้านบาท ทั้งซากม้าน้ำแห้ง ปลาจิ้มฟันจระเข้แห้ง ปะการัง กัลปังหา จระเข้ เต่า ตะพาบน้ำไทย ดาวทะเล เปลือกหอย หอยงวงช้างตากแห้ง จากผู้ลักลอบขายทำยา ทำเครื่องประดับ ตกแต่งอควาเรียม"

16 สิงหาคม 2562 นายคณิศร์ นาคสังข์ ผู้อำนวยการกองควบคุมการค้าสัตว์น้ำและปัจจัยการผลิต กล่าวหลังเป็นประธานในพิธีการทำลายของกลางซากของสัตว์ป่าซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่คดีสิ้นสุดและตกเป็นของแผ่นดิน ว่าการทำลายของกลางในครั้งนี้ ดำเนินการตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่ตกเป็นของแผ่นดิน และมีสภาพชำรุดไม่สามารถใช้งานและเก็บรักษาไว้ได้



โดยของกลางที่นำมาทำลายในวันนี้ กรมประมงได้รับมอบมาจากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ จากกรมศุลการกร 5 คดี จากการจับกุมผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักร 1 คดี จากการตรวจยึดบนอาคารผู้โดยสาร 10 คดี และจากการจับกุมการลักลอบค้าและครอบครองสัตว์ป่าภายในประเทศ 24 คดี ซึ่งกรมประมงมีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในการลักลอบนำเข้า ส่งออก ค้า หรือครอบครองสัตว์ป่าหรือซากของสัตว์ป่าคุ้มครองที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการลักลอบนำเข้าส่งออกสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าที่ปรากฎตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดชนิดของสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าที่ห้ามนำเข้าหรือส่งออกที่ไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมประมง และการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 โดยคดีสิ้นสุดแล้ว

สำหรับของกลางที่นำมาทำลายด้วยวิธีการบดและฝังกลบในครั้งนี้ เป็นของกลาง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ? 2561 ซึ่งคดีสิ้นสุดแล้วตกเป็นของแผ่นดิน และมีสภาพชำรุดผุพังและเสื่อมสภาพ โดยเป็นการทำลายตามระเบียบกรมประมงว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับสัตว์ป่าหรือซากสัตว์ป่าซึ่งเป็นสัตว์น้ำที่ตกเป็นของแผ่นดิน พ.ศ.2541 ซึ่งประกอบด้วยของกลางที่มีการกระทำความผิด จำนวน 40 คดี จำนวน 10 รายการมีมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 5,500,000 บาท ได้แก่


1. ซากม้าน้ำแห้ง น้ำหนัก 130.6 กิโลกรัม
2. ซากปลาจิ้มฟันจระเข้แห้ง น้ำหนัก 7.2 กิโลกรัม
3. ซากปะการัง น้ำหนัก 155 กิโลกรัม และอีก 57 ชิ้น
4. ซากกัลปังหา จำนวน 204 ชิ้น
5. ซากจระเข้ จำนวน 98 ชิ้น
6. ซากเต่า จำนวน 312 ชิ้น
7. ซากตะพาบน้ำไทย จำนวน 2 ชิ้น
8. ซากดาวทะเล จำนวน 9 ชิ้น
9. ซากเปลือกหอย จำนวน 2,225 ชิ้น
10. ซากหอยงวงช้างตากแห้ง น้ำหนัก 9 กิโลกรัม



ซึ่งส่วนใหญ่ของกลางเหล่านี้จะมีการลักลอบนำไปขายทำยา ทำเครื่องประดับ หรือนำไปตกแต่งอควาเรียม เรื่องมูลค่าความเสียหายก็ส่วนหนึ่ง แต่คุณค่าของทรัพยากรเหล่านี้ บางชนิดอยู่ในสภาวะที่ใกล้สูญพันธุ์ บางชนิดกว่าจะเจริญเติบโตขึ้นมาใช้เวลาเป็นร้อยปี มันจึงเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจที่จะประเมินค่าได้

โดยปัจจุบันปัญหาดังกล่าวทวีความรุนแรงมากขึ้น มีการลักลอบการนำเข้าด้วยวิธีการที่หลากหลาย และหลายช่องทางเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งการกระทำความผิดนี้ถือว่าเป็นอาชญากรรม มีโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี ปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่งผลการลักลอบในแต่ละครั้งส่งผลต่อภาพลักษณ์ในด้านการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมายของประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง


https://www.naewna.com/local/433801

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:27


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger