เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 18 - 19 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อยลง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 20 - 23 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 20 - 23 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (96.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (98.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (105.7 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


สื่อนอกตีข่าว "มาเรียม" พะยูนน้อยขวัญใจชาวไทย ตายเพราะกินขยะพลาสติก

สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รายงานข่าวการตายของ มาเรียม ลูกพะยูนขวัญใจชาวไทย ที่จากไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และผลชันสูตรพบเศษพลาสติกในท้องของมัน และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มันตาย



สำนักข่าวต่างประเทศทั้ง บีบีซี และ ซีเอ็นเอ็น สื่อใหญ่ของอังกฤษกับสหรัฐฯ ต่างรายงานข่าวการจากไปของ 'มาเรียม' ลูกพะยูนที่พลัดหลงกับแม่ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ หลังจากมันถูกพบเกยตื้นที่ จ.กระบี่ เมื่อเดือนเมษายน และถูกนำมาเลี้ยงในพื้นที่ธรรมชาติ เกาะลิบง จ.ตรัง

เจ้าหน้าที่คอยให้การดูแลอย่างใกล้ชิด และทดลองปรับพฤติกรรมของมาเรียมให้เข้ากับธรรมชาติ เพื่อเอาตัวรอดจากการเกยตื้น ในระหว่างนั้น พฤติกรรมความน่ารักของมาเรียม ที่ชอบเข้าไปคลอเคลียออดอ้อนเจ้าหน้าที่ ทำให้มันกลายเป็นขวัญใจของชาวเน็ตไทย และสัญลักษณ์ของการอนุรักษ์ท้องทะเล มีการถ่ายทอดสดติดตามชีวิตของมาเรียมและการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อสัปดาห์ก่อน มาเรียม ถูกพะยูนตัวเต็มวัยว่ายน้ำเข้ามาเผชิญหน้าแบบคุกคาม ทำให้มันตกใจกลัวจนอยู่ภาวะเครียด ปฏิเสธที่จะกินอาหาร ก่อนที่มันจะเกิดอาการช็อก เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดกับปอดอักเสบ กระทั้งเกิดอาการช็อกและตายลงเมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 17 ส.ค. 2562 สร้างความโศกเศร้าให้กับชาวไทยที่ติดตามข่าวของมาเรียมมาโดยตลอด

แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ เมื่อผลการชันสูตรศพของมาเรียมพบว่า มันเสียชีวิตจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยที่มีขยะพลาสติกอยู่ในท้องหลายชิ้นขวางลำไส้ ชิ้นหนึ่งยาวถึง 20 ซม. ซึ่งสะท้อนให้เห็นผลกระทบจากการทิ้งขยะและการทำลายธรรมชาติของมนุษย์ที่มีต่อสัตว์ทะเล

ดร.นันทริกา ชันซี่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มาช่วยดูแลมาเรียมกล่าวว่า ทุกคนต่างเสียใจกับความสูญเสียในครั้งนี้ แต่นี่ก็เป็นสิ่งเน้นย้ำว่า เราจำเป็นต้องช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยเหลือชีวิตจองสัตว์หายากเหล่านี้


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1639950

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ทำสัญญาไว้ทุกข์ให้ "มาเรียม" ดร.ธรณ์ ชวนใช้ความพยายามลดใช้พลาสติกในทุกทาง



ศูนย์ข่าวภาคใต้ - "ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์" โพสต์อีกเชิญชวนทุกคนร่วมทำสัญญากับฟากฟ้า และไว้ทุกข์ให้ "มาเรียม" โดยการลดใช้พลาสติกเหล่านี้ที่เป็นสาเหตุหนึ่งในการจากไปของพะยูนน้อย

จากเฟซบุ๊กของ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในชื่อ "Thon Thamrongnawasawat" ได้โพสต์เรื่องราวของเจ้าหน้าที่ที่ได้เดินเก็บขยะบนชายหาด และสามารถเก็บขยะพลาสติกใช้แล้วทิ้งได้มากมาย จึงขอทำสัญญา และไว้ทุกข์ให้แก่ ?มาเรียม? เพื่อให้ทุกคนได้เล็งเห็นถึงพิษภัยจากขยะเหล่านี้ โดยระบุว่า...

#ทำสัญญากับฟากฟ้า
#ไว้ทุกข์ให้มาเรียม


ทำไมมาเรียมถึงจากไป?



ภาพที่เห็นอยู่นี้คือชายหาดแห่งหนึ่งในอันดามัน ไม่ไกลจากจุดที่พะยูนฝูงใหญ่ที่สุดของไทยอาศัยอยู่ เป็นภาพที่เพิ่งถ่ายเมื่อเดือนก่อน เจ้าหน้าที่เดินเก็บขยะ 50 เมตร พบแก้วใช้แล้วทิ้งกว่า 1,800 ใบ พบหลอดเกือบ 1,200 หลอด 50 เมตร!!! เชื่อว่า 3 ภาพนี้คงตอบได้ทุกคำถาม และอย่าลืมว่า 80% ของขยะทะเลไม่ได้เกิดที่ทะเลและริมฝั่ง แต่มาจากแผ่นดิน มาตามแม่น้ำลำคลอง (ข้อมูลกรมทะเล)



หากเราเศร้าใจกับมาเรียม เป็นไปได้ไหมที่เราจะบอกกับตัวเอง ทำสัญญากับท้องฟ้า กระซิบบอกน้องมาเรียม ว่า ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ฉันจะไม่ใช้ถุงใบใหม่สักใบ จะไม่ใช้แก้วแล้วทิ้ง จะไม่ใช้หลอด ฯลฯ และจากนี้ต่อๆ ไป จะพยายามทำทุกทาง ลดทุกทางให้มากที่สุด จะข่มกลั้นความสะดวกเอาง่ายเข้าว่า จะให้ความรับผิดชอบต่อทะเลมาก่อนความสบายของเรา เพื่อเป็นคำขอโทษต่อมาเรียม พะยูนน้อยบนฟากฟ้า และเพื่อเพื่อนๆ ของมาเรียมอีกมหาศาล ที่วินาทีนี้อาจกำลังกินพลาสติกที่เคยอยู่ในมือเรา

กระซิบบอกมาเรียม
ทำสัญญากับท้องฟ้า
เพื่อไว้ทุกข์ให้การจากไปของเธอ...


https://mgronline.com/south/detail/9620000078683


*********************************************************************************************************************************************************


"พี่ศรี" ค้านถมทะเลสนองเอ็กซอนฯ ไม่สอดคล้องอีอีซี หวั่นเป็นฐานสอดแนม-ยิงขีปนาวุธ


ท่าเรือแหลมฉบัง (แฟ้มภาพ)

"ศรีสุวรรณ" แถลงค้านถมทะเลใกล้แหลมฉบัง สร้างท่าเรือ-โรงงานปิโตรเคมี 3.3 แสนล้านของเอ็กซอนโมบิลจากสหรัฐฯ ชี้เป็นเพียงอุตสาหกรรมต้นน้ำ ไม่สอดคล้องนโยบายอีอีซีที่ต้องการเทคโนโลยีขั้นสูง ซ้ำเกิดผลกระทบสภาพแวดล้อม การท่องเที่ยว และอาจปรับเป็นฐานยิงขีปนาวุธหรือฐานสอดแนมได้ จี้ระงับโครงการ ไม่งั้นเรื่องถึงศาลแน่

วันนี้(17 ส.ค.ป นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาะโลกร้อน ได้ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง คัดค้านการถมทะเลเอื้อประโยชน์ให้เอ็กซอน โมบิล ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยระบุว่า ตามที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ได้ออกมาเปิดเผยว่ากลุ่มบริษัท เอ็กซอน โมบิล คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นข้อเสนอที่จะลงทุนเพื่อก่อสร้างท่าเรือ-โรงงานปิโตรเคมีมูลค่า 3.3 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าภาครัฐจะต้องจัดหาพื้นที่ให้ได้ในรัศมี 5 กม.จากโรงกลั่นเอสโซ่แหลมฉบังโดย กนอ.มีแผนที่จะถมทะเลในพื้นที่แหลมฉบังเพื่อรองรับ 1-3 พันไร่ให้นั้น

การถมทะเลเพื่อประกอบการท่ารเรือ-โรงงานปิโตรเคมีซึ่งเป็นเพียงอุตสาหกรรมผลิตเม็ดพลาสติกในอุตสาหกรรมต้นน้ำไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ตามนโยบายของ EEC ที่ต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการสร้างนวัตกรรม หรือการถ่ายทอดเทคโนโลยี จึงขัดหรือแย้งต่อ พ.ร.บ.เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 โดยตรง

ทั้งนี้ การถมทะเลดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งผลกระทบต่อวิถีทางการประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวของชุมชนในบริเวณทะเลแหลมฉบัง อ่าวอุดม เกาะสีชัง อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น ซึ่งสังคมไทยมีบทเรียนที่เจ็บปวดในการถมทะเลที่มาบตาพุดมาแล้ว และอาจส่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติตามมาอีกด้วย เพราะท่าเรือสามารถปรับใช้เป็นฐานยิงขีปนาวุธได้ และเป็นฐานสอดแนมข่าวกรองสารสนเทศในพื้นที่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นพื้นที่นี้ก็จะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางทหาร ที่มีขอบเขตตลอดทั้งอ่าวไทยและทะเลจีนใต้รวมถึงฝั่งทะเลภาคใต้ทั้งหมดด้วย ซึ่งรัฐบาลจะต้องศึกษาใคร่ครวญให้จงดีด้วย มิฉะนั้นอาจกลับกลายเป็นการชักศึกเข้าบ้านที่อันตรายที่สุด ตามที่ ทปษ.รองนายกฯ เคยโพสต์ไว้ก็ได้

นอกจากนั้น การถมทะเลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทต่างชาติอาจเข้าข่ายการละเมิดสิทธิการจัดการ บำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุลและยั่งยืนตามกฎหมายไทยได้ อันเป็นการขัดต่อ ม.43(2) ประกอบ ม.50(2) (8) โดยชัดแจ้ง นอกจากนั้นยังถือว่าเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ ตาม ม.52 ม.53 ม.57 และ ม.58 ของรัฐธรรมนูญ 2560 อีกด้วย ซึ่งหากรัฐบาลและกระทรวงอุตสาหกรรม ยังคงเดินหน้าผลักดันการถมทะเลเพื่อตอบสนองทุนจากต่างชาติดังกล่าว ประชาชนคนไทยทุกคนก็สามารถใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.41(3) ในการฟ้องร้องต่อศาลเพื่อระงับการใช้อำนาจดังกล่าวได้ทันที ดังนั้น รัฐบาลและ กท.อุตสาหกรรมควรล้มเลิกการกระทำที่เสี่ยงต่อความมั่นคงและการสร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดังกล่าวเสีย ไม่เช่นนั้นคงต้องไปจบลงที่ศาลแน่นอน


https://mgronline.com/politics/detail/9620000078577

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก โพสต์ทูเดย์


พบเต่าทะเลถูกฉมวกยิงเข้าที่คอชาวประมงเกาะกูดพบช่วยเหลือปล่อยคืนธรรมชาติ

ตราด-น่าสงสารเต่าทะเลถูกฉมวกยิงที่คอชาวประมงเกาะกูดช่วยเหลือปล่อยลงทะเลยังไม่ชี้ชัดฝีมือใคร นายอำเภอเกาะกูดขู่ผิดกฎหมายเป็นสัตว์ทะเลหายากมีกฏหมายคุ้มครอง



นายฉัตรชัย ทองหลี นายอำเภอเกาะกูด จ.ตราด เปิดเผยว่า ได้รับทราบจากชาวประมงพื้นบ้านเกาะกูดว่า พบเต่าทะเลตัวขนาดใหญ่มีฉมวกติดอยู่ที่ลำคอด้านซ้าย จึงได้ช่วยเหลือด้วยการนำฉมวกออกมาและปล่อยลงทะเลไปแล้วเชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่ ส่วนผู้ที่ยิงเต่าทะเล ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่ไม่น่าจะใช้นักท่องเที่ยวน่าจะเป็นชาวประมงที่ยิงปลาในทะเลโดยการดำน้ำ แต่ไม่น่าจะต้องการยิงเต่าทะเล เพียงแต่ยิงไปแล้วเกิดพลาดไปถูกเต่ามากกว่า

นายอำเภอเกาะกูด กล่าวว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก จึงได้ประสานขอความร่วมมือกับกลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน และผู้นำท้องถิ่นเพื่อแจ้งเตือนและขอความร่วมมือไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เนื่องจากเต่าทะเลเป็นสัตว์ทะเลคุ้มครอง หากทำการล่าหรือจับจะผิดกฏหมายขณะเดียวกันปัจจุบันเกาะกูดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีสัตว์ทะเลหายาก และเป็นสัตว์ทะเลที่มีกฏหมายคุ้มครองอยู่มาก ทั้งโลมาและสัตว์ทะเลอื่นๆ

ด้านนายวิษณุพงศ์ วิเชียรรัตนกุล เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทรัพยากรทางทะเล.เขต 1 จ.ระยอง กล่าวว่า ได้รับทราบเรื่องนี้จากชาวประมงอ.เกาะกูด เพราะเดินทางมาทำงานที่เกาะกูด ซึ่งจากการตรวจสอบฉมวกแล้ว เป็นฉมวกที่ใช้ยิงจากปืนเท่านั้น ไม่ใช่เป็นฉมวกที่ชาวประมงพื้นบ้านหรือนักจับปลาใต้น้ำใช้หาปลากันน่าจะมีนักท่องเที่ยวที่ชอบดำน้ำและยิงปลามากกว่า แต่พื้นที่เกิดเหตุอาจจะเกิดในพื้นที่อ.เกาะกูดหรือในพื้นที่อื่นๆแล้วเต่าทะเลอาจจว่ายน้ำมาที่เกาะกูดก็ได้ ซึ่งจะได้ตรวจสอบต่อไป อย่างไรก็ตาม ไม่น่าจะเป็นการล่าเพื่อนำเนื้อมาบริโภคหรือนำกระดองเต่ามาทำเป็นของที่ระลึก เพราะเต่าเป็นสัตว์ทะเลคุ้มครอง


https://www.posttoday.com/social/local/597980

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


ถอดบทเรียน 'มาเรียม' ส่งต่อดูแล 'ยามีล'

ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำจุฬาฯ ชี้ถอดบทเรียน ?มาเรียม? ส่งต่อดูแลยามีล



รศ.สพญ.ดร.นันทริกา ซันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชี้กรณีมาเรียมป่วยตายเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ถือเป็นประโยชน์มาก ทำให้เห็นแนวทางที่จะปฏิบัติที่จะช่วยเหลือลูกสัตว์กำพร้า ลูกสัตว์ทะเลหายากกำพร้า ต่อการทำงานด้านการอนุบาลสัตว์น้ำที่กำพร้า ส่งต่อไปถึงการดูแลยามีลที่จะต้องให้หย่านมก่อน จะปล่อยคืนธรรมชาติ หากทดลองปล่อยแล้วไม่ได้ ก็ต้องเลี้ยงในอควอเลี่ยม เหมือนในต่างประเทศก็ได้

(17ส.ค.62) รศ.สพญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อาการก่อนที่มาเรียมจะเสียชีวิตนั้นมาเรียนมีอาการซึมมากๆ และเขาจะปวดท้องโก่งตัว และก็ไม่ยอมว่ายน้ำ หรือว่ายได้นิดหน่อย บางครั้งก็จะจมตัวลงไปและในตอนที่เราป้อนอาหาร ทุกครั้งที่ใส่ท่อเข้าไปก็จะมีการเรอ โดยมีแก๊สออกมาแสดงว่าข้างในเขาตอนนั้นอาการก็บ่งชี้ถึงการที่มีแก๊สสะสมอยู่ในลำไส้ในทางเดินอาหารแล้ว ในที่สุดพอข้างในแก๊สสะสมเยอะๆมากๆก็ทำให้เกิดการช็อกได้ เพราะว่าเขาปวดมากแล้ว จึงทำให้ความดันที่อยู่ข้างในเปลี่ยนแปลงไป สุดท้ายทำให้หัวใจวาย ในส่วนของผลการผ่าพิสูจน์นั้น น่าจะมีหลายสาเหตุเข้ามาร่วมกัน ที่สำคัญคือ พบมีพลาสติกเข้ามาอุดตันในลำไส้เล็ก ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลำไส้อักเสบ และเกิดการอุดตันและมีแก๊สเกิดขึ้นในลำไส้ เนื่องจากมันมีแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างพวกแก๊สต่างๆอยู่ เลยทำให้ทั้งระบบเกิดบวม และอักเสบทำงานไม่ได้ นอกจากนั้นปอดของเขาก็มีหนองอยู่มาก ทั้งหมดนี้ที่เกิดขึ้น อาจจะมีทั้งก่อนและหลัง สามารถเป็นไปได้หมดจึงทำให้มาเรียมมีอาการป่วยแบบนี้ นอกจากนั้นจากการผ่าพบว่า มาเรียมมีรอยช้ำที่บริเวณตรงท้องด้วย คาดเดาว่าเกิดจากการถูกพะยูนตัวผู้ที่ไล่ชน จึงทำให้เห็นกล้ามเนื้อช้ำ ทั้งหมดนี้ประมวลรวมกันแล้วก็เลยทำให้เป็นสาเหตุที่มาเรียมป่วยหนักมาก ในที่สุดก็ช็อกตาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีมาเรียมทำให้เกิดผลดีต่อการอนุรักษ์ และในแง่ข้อมูลทางวิชาการซึ่งถือได้ว่าเป็นห้องเรียนในธรรมชาติอย่างไรบ้าง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทำให้เราได้ประโยชน์เยอะมากจากน้อง ได้ทำให้เราเห็นว่าแนวทางที่จะปฏิบัติที่จะช่วยเหลือลูกสัตว์กำพร้า ลูกสัตว์ทะเลหายากกำพร้า ควรจะเป็นยังไง ก่อนที่เราจะปล่อยเขาคืนสู่ธรรมชาติเพราะว่าบางทีธรรมชาติก็ไม่ได้สวยงามและก็ดีอย่างที่เราคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีพวกมลภาวะต่างๆเกิดขึ้น หรือว่าขยะต่างๆเกิดขึ้น ดังนั้น เราก็ได้เรียนรู้ว่าถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้งเราจะจัดการยังไง และก็ในทางสัตวแพทย์เองก็ได้เรียนรู้ถึงการให้ยา การดูแลรักษาโรคของพะยูน และก็วิธีการเจาะเลือด วิธีการป้อนอาหารอะไรต่างๆจากมาเรียม ในส่วนของเรื่องขยะพลาสติกนั้นโดยรวมเราเห็นแต่ในโลมาเราเห็นในเต่าทะเลเพราะว่าเป็นสัตว์ที่กินอาหารเป็นก้อนๆ และเขาก็กินถุงพลาสติกได้ แต่เราไม่นึกว่าในพะยูนจะมีปัญหาอันนี้ด้วยกัน ปรากฏว่าพลาสติกที่เห็นนี้จะเป็นพลาสติกชิ้นเล็กๆคล้ายๆกับว่าเป็นชิ้นสะเก็ดแล้วก็เป็นแผ่นๆคิดว่าน่าจะเป็นพวกถุงพอสลายตัวออกเป็นชิ้นเล็กๆแล้วก็คงกระจายไปติดอยู่ตามหญ้าในแหล่งหญ้า พอมาเรียมไปเล็มกินหญ้าเองก็ปรากฏว่าขยะพลาสติกติดเข้าไปด้วย เพราะไม่ได้เป็นชิ้นใหญ่ๆที่เขาจะปฏิเสธ ก็เลยทำให้เข้าไปอุดตันบริเวณลำไส้แล้วเมื่อคืนสัตวแพทย์ทุกคนก็ร้องไห้ คือ อยู่ด้วยกันแบบ24ชั่วโมง โดยเฉพาะน้องๆ ที่อยู่แบบ24ชั่วโมงจริงๆ หลายวันแล้วก็มีความผูกพันมาก แต่ทุกคนก็พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว แล้วก็ต้องขอบคุณท่านผู้บริหาร ไม่ว่าจะเป็นท่าน รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งท่านปลัดและอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมอุทยาน แล้วก็ทหารเรือเองทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้องเลยรวมทั้ง อาสาต่างๆ ก็เข้ามาแล้วก็ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ตลอดมา

ส่วนจะส่งทอดต่อไปถึงการดูแลยามีลอย่างไรหลังจากนี้ รศ.สพญ.ดร.นันทริกา ชันซื่อ กล่าวว่า ในเรื่องของยามีล เนื่องจากว่ายามีลอยู่ในสภาพที่แตกต่างจากมาเรียมมาก ยามีลอยู่ในพื้นที่ที่ปกป้องอยู่แล้ว ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งดูแลอยู่แล้วก็มีการเสริมหมอ แล้วเจ้าหน้าที่จากทางกรมอุทยาน ทหารเรือแล้วก็ทางสัตวแพทย์จุฬาเข้าไปแล้วก็คงจะช่วยกันอย่างเต็มที่เหมือนกัน และคิดว่าตอนนี้เราก็คงจะปรับยามีลให้ไปอยู่ในพื้นที่กว้างขึ้น แล้วก็คงจะสบายขึ้นนิดนึงแล้วก็ หวังว่าน่าจะยังไม่มีปัญหา ส่วนในเรื่องที่จะนำยามีลมาไว้แนวทางตามธรรมชาตินั้นจะต้องให้ยามีลเลิกนมก่อน เพราะว่าในธรรมชาติไม่มีนมให้กิน แต่พวกเรามีนมให้กินเพราะฉะนั้นถ้าหย่านมเสร็จแล้ว เอาลองไปปล่อยดูก่อนในธรรมชาติ ถ้าค่อยๆปล่อยแล้วเขาดูแลตัวเองได้ ก็ปล่อยแต่ถ้าดูแลตัวเองไม่ได้ ก็จะต้องเอากลับมาอยู่ในอควาเรียม เหมือนในต่างประเทศเขาก็ทำกันแบบนี้ หลายแห่งเช่นที่ซิดนีย์ ก็คือ ถ้าสัตว์อยู่ได้เราก็ให้อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้แล้วก็กลับมาเลี้ยงต่อ ในส่วนกรณีสัตว์สัมผัสกับคนสามารถติดเชื้อได้หรือไม่นั้น สามารถติดเชื้อได้ เพราะฉะนั้นในการที่ทุกคน ผู้อาสาสมัครที่เขามาช่วยดูแล ก็จะต้องมีการคัดเลือกแล้วก็ห้ามป่วย แล้วก็ต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้ออะไรก่อนที่จะเข้าไป หรือดูแลสัตว์แล้วก็ไม่เปิดให้คนนอกเข้า เพราะเกรงว่าเชื้อโรคต่างๆจะเข้าไป


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/844240
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


ถอดบทเรียน "มาเรียม" วิกฤติขยะทะเลไทย

17 ส.ค. - การตายของพะยูนน้อยมาเรียม จากเศษพลาสติก ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งเอาจริงเร่งจัดการขยะในท้องทะเลไทย ติดตามจากรายงาน



นี่เป็นเศษพลาสติกที่พบอยู่ในลำไส้ของพะยูนน้อยมาเรียม หลังสัตวแพทย์ผ่าพิสูจน์ เศษพลาสติกแต่ละชิ้นมีขนาด 8-10 เซนติเมตร ที่เสื่อมสภาพ ลักษณะเปื่อยยุ่ย สัตวแพทย์คาดว่า เป็นไปได้ที่เศษพลาสติกเหล่านี้อาจติดอยู่ตามหญ้าทะเล เมื่อมาเรียมกินหญ้าทะเล อาจกินเศษพลาสติกปะปนเข้าไป กระทั่งลำไส้อุดตัน และอักเสบบางส่วน เกิดแก๊สสะสมเต็มทางเดินอาหาร ติดเชื้อในกระแสเลือด ปอดเป็นหนอง เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตในที่สุด

ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติออกมาระบุว่า ถึงเวลาต้องเอาจริงกับการเร่งรัดดำเนินการตามแผนลดปริมาณขยะทางทะเล



ข้อมูลจากอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ระบุว่าปริมาณขยะที่จัดเก็บได้ ในปี 61 มีมากกว่า 98 ตัน หรือ 98,000 กิโลกรัม จากนักท่องเที่ยวเกือบ 1.6 ล้านคน ขณะที่ในปี 62 ผ่านไป 10 เดือน นักท่องเที่ยวน้อยกว่าปีก่อนเกือบครึ่ง แต่ปริมาณขยะอยู่ที่ 95 ตัน 95,000 กิโลกรัม น้อยกว่าเพียง 3,000 กิโลกรัม ปริมาณขยะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น่าจับตาว่าอีก 2 เดือนที่เหลือ ตัวจะพุ่งขึ้นไปเท่าใด

ไม่เฉพาะทะเลที่นี่ ที่พบปัญหาสัตว์ทะเลหายากเสียชีวิตจากเศษพลาสติกที่ถูกทิ้งโดยฝีมือมนุษย์ ย้อนไป 1 เดือนก่อนหน้านี้ ชายหาดสวนสน จังหวัดระยอง พบเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ อายุประมาณ 10 ปี เกยตื้นตาย แม้สัตวแพทย์ระบุว่าน่าจะตายจากถูกใบพัดเรือ แต่เมื่อผ่าพิสูจน์กลับพบขยะพลาสติกถึง 9 ชิ้นในทางเดินอาหาร เป็นถุงพลาสติกเต็มใบ 2 ถุง ปากถุงขนาดใหญ่ 1 ชิ้น ถุงพลาสติกหุ้มขนมปัง 1 ชิ้น และเศษถุงพลาสติกอีก 5 ชิ้น ที่สำคัญไม่พบอาหารและอุจจาระตลอดทางเดินอาหาร ทำให้เชื่อได้ว่าเต่าน่าจะไม่ได้กินอาหารมาเป็นเวลานาน อาจเป็นผลกระทบที่ได้รับจากขยะในทะเลหรือเป็นเหตุให้เต่ามะเฟืองกินขยะพลาสติก



ไทยถูกจัดเป็นประเทศที่มีขยะในทะเลมากเป็นอันดับ 6 ของโลก ปีที่ผ่านมา ตัวเลขขยะในทะเลไทยอยู่ที่ 28 ล้านตัน ในจำนวนนี้เป็นขยะพลาสติก 2 ล้านตัน นำมารีไซเคิลได้ 500,000 ตัน อีก 1.5 ล้านตัน ต้องทิ้งไว้ในสิ่งแวดล้อม ซึ่งกว่าจะย่อยสลายใช้เวลา 400-500 ปี สร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในทะเลอย่างมหาศาล .




https://tna.mcot.net/view/5d57ef88e3f8e40af25b83da
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม แถลงสาเหตุการตายของ มาเรียม ลูกพะยูนน้อย



นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (ทช.) เผยว่า ทช.เป็นหน่วยงานดูแล รักษา ลูกพะยูนที่พัดหลงจากแม่และว่ายน้ำตามเรือเข้ามาในเขตจังหวัดกระบี่ เมื่อ 26 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจหาที่อยู่ที่เหมาะสมแก่มาเรียม แหล่งที่มีหญ้าทะแลมีกลุ่มพะยูนอาศัยอยู่มาก จึงนำตัวมาดูแลเพื่ออนุบาลแบบธรรมชาติบริเวณชมพะยูน ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง กระทั่งพบว่า เกาะลิบง มีความพร้อมทุกด้าน ภายใต้การดูแลของ ทช. เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ทีมสัตวแพทย์ ทีมพิทักษ์ดุหยง ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นและจิตอาสา

แม้ว่ามาเรียม จะกินหญ้าทะเลได้ แต่นมก็ยังเป็นอาหารหลักสำหรับมาเรียม จึงถือเป็นพะยูนตัวแรกของไทยและของโลกที่มนุษย์ให้นมในสภาวะธรรมชาติ

กระทั่งวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับการรายงานจากทีมสัตวแพทย์ ว่าหลังจากที่มีมาเรียมออกไปท้องทะเลกว้าง เจอพะยูนโตเต็มวัยไล่คุกคาม จนหนีกลับเข้าอ่าว และมีภาวะเครียด ไม่ค่อยดื่มนม มีอาการอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด ไม่ร่าเริง ไม่ค่อยว่ายน้ำ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วกว่าปกติเนื่องจากติดเชื้อในกระแสเลือด

ต่อมาวันที่ 11 สิงหาคม 2562 เจ้าหน้าที่มีการประชุมและตัดสินใจเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง และย้ายมาเรียมไปดูแลในบ่อชั่วคราว

วันที่ 17 สิงหาคม 2562 เวลา 00.09 น. มาเรียมได้จากไปอย่างสงบ จากอาการช็อค และพบเศษพลาสติกเล็กๆ หลายชิ้นขวางลำไส้ จนมีอาการอุดตันสะสม อยู่เต็มทางเดินอาหาร เกิดการอักเสบติดเชื้อในกระแสเลือด และปอดเป็นหนอง

ด้าน รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เมื่อเวลา 23.30 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2562 มาเรียมลอยนิ่ง จากนั้นทีมสัตวแพทย์ตรวจไม่พบชีพจรและการตอบสนอง จึงกู้ชีพและกระตุ้นการหายใจ จนเริ่มตรวจพบการตอบสนอง แต่ชีพจรได้หายไปอีกครั้งเมื่อเวลา 23.45 น. จึงต้องนำขึ้นจากน้ำอีกครั้งเพื่อทำการกู้ชีพ ด้วยตัวยากระตุ้นหัวใจ ยากระตุ้นการหายใจ แต่สุดท้ายไม่สามารถกู้ชีพกลับมาได้จึงตัดสินใจว่ามาเรียมเสียชีวิตเวลา 09.00 น. ของวันที่ 17 สิงหาคม 2562

ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำซากมาเรียมมาสตาฟ เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษาเรียนรู้และการอนุรักษ์ต่อไป และขอความร่วมมือให้ทุกภาคส่วนช่วยดูแลป้องกันและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน ชาวประมงในพื้นที่ เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก โดยจะเร่งรัดดำเนินการตามแผนการลดปริมาณขยะทะเลและจะจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนของประเทศไทยรวม ทั้งถอดบทเรียนเพื่อให้เป็น ?มาเรียมโปรเจค? ใช้เป็นประโยชน์ในการดูแลพะยูนเพื่อนำไปเป็นแนวทางการเปลี่ยนแปลงเรียนรู้ในการประชุมพะยูนโลกที่จะจัดในปีหน้าต่อไป


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...90817215954432


*********************************************************************************************************************************************************


ทช. เตรียมวางกรอบแผนพะยูนแห่งชาติวันจันทร์นี้ หลังลูกพะยูนมาเรียมตายจากการกินพลาสติกจากแหล่งหญ้าทะเล ขณะที่ทีมสัตวแพทย์วอนเพิ่มจำนวนสัตวแพทย์ด้านทรัพยากรทะเล



กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เตรียมวางกรอบแผนพะยูนแห่งชาติวันจันทร์นี้ หลังลูกพะยูนมาเรียมตายจากการกินพลาสติกจากแหล่งหญ้าทะเล ขณะที่ทีมสัตวแพทย์วอนเพิ่มจำนวนสัตวแพทย์ด้านทรัพยากรทะเลหรือผู้ที่ผ่านการอบรมด้านสัตว์ทะเล

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ต้องสูญเสียลูกพะยูน "มาเรียม" ไป โดยมาเรียมเป็นพะยูนตัวแรกของประเทศไทยและของโลกที่มนุษย์ให้นมในสภาวะธรรมชาติ โดยได้ Stuff ซากมาเรียมไว้ใช้เพื่อการศึกษาและการอนุรักษ์ต่อไป ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการหันกลับมาสร้างกระแสการอนุรักษ์ลดละเลิกทิ้งขยะลงทะเลทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งสาเหตุการตายของมาเรียมเกิดจากการกินหญ้าทะเลที่มีการปนเปื้อนของขยะพลาสติกที่เสื่อมสภาพและเปื่อยมีลักษณะเป็นชิ้นประมาณ 8- 10 เซนติเมตรเข้าไป เพราะคิดว่าเป็นหญ้าทะเลอาหารที่กินอยู่เป็นประจำ จึงจะวางแผนและบริหารจัดการแหล่งอาหารของพะยูนอย่างจริงจัง โดยจะหยิบยกขึ้นมาหารือในการประชุมวางกรอบแผนพะยูนแห่งชาติในวันจันทร์นี้ เมื่อได้ข้อสรุปจะส่งคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลแห่งชาติแล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยในปีหน้าไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมพะยูนโลก ณ จังหวัดตรัง เนื่องจากตรังเป็นจังหวัดที่มีพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลจำนวนมากที่สุด เพื่อเป็นต้นแบบการดูแลพะยูนของโลกและจะยกระดับการดูแลพะยูนในอนาคตด้วย ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะนำมาเรียมมาเป็นสัญลักษณ์การเดินแผนลดปริมาณขยะทะเลและทำแผนอนุรักษพะยูนของไทย ด้วยการถอดบทเรียนเป็น "มาเรียมโปรเจค" ใช้เป็นประโยชน์ดูแลพะยูนในท้องทะเลของไทยต่อไป พร้อมผลักดันขยะทะเลให้เป็นวาระของอาเซียนด้วยเช่นกัน

ขณะที่ รองศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ขอให้มาเรียมเป็นบทเรียนในการบริหารจัดการดูแลสัตว์ทะเลหายาก โดยปัจจุบันนี้ไทยมีสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลหายากน้อยมากและไม่เพียงพอในการดูแลสัตว์ทะเล อย่างการดูแลมาเรียมใช้ทีมสัตวแพทย์จากทั้งประเทศมาดูแล 6 คนต่อวัน ที่ต้องลงไปดูแลมาเรียมในน้ำ 5-6 ชั่วโมงต่อคน จึงอยากให้เริ่มฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลสัตว์ทะเลให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อเพิ่มจำนวนสัตวแพทย์และเพิ่มความเชี่ยวชาญด้านสัตว์ทะเลหายากของประเทศ


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...90817173739379

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 18-08-2019 เมื่อ 06:52
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


"ธรณ์" กร้าวแบนถุงพลาสติก วอน "มาเรียม" เหยื่อตัวสุดท้าย

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเล จากม.เกษตรศาสตร์ ระบุช็อก ข่าวเจอพลาสติกในท้องมาเรียม ระบุเป็นสัตว์สงวนตัวที่ 2 ของปีที่เจอภัยเงียบขยะทะเลคร่าชีวิต จี้ ทส.บังคับเก็บค่าถุงพลาสติกและแบนการใช้ภายในปี 63 ขอเป็นเหยื่อตัวสุดท้าย



วันนี้ (17 ส.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาณ์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า กรณีพบถุงพลาสติกในท้องมาเรียม พะยูนน้อยที่เกาะลิบงที่ ถือเป็นเรื่องช็อกในวงการสัตว์ทะเลหายาก เพราะไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่ามาเรียมที่เจ็บป่วยส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากกินขยะ หรือมีเศษถุงพลาสติกอุดตันในท้องจนกระทั่งแสดงอาการ และตายลง

"ถือว่าเป็นเรื่องน่าเศร้ามาเรียมเป็นสัตว์สงวนตัวที่ 2 ที่ตายและพบพลาสติกในท้อง หลังจากเมื่อเดือนก.ค.เคยเจอเต่ามะเฟืองตายที่ จ.ระยอง และมีถุงใบใหญ่อยู่ในท้องเช่นกัน"



ดร.ธรณ์ ระบุว่า ในรอบปีนี้ยังมีข้อมูลที่น่าตกใจว่ามีเต่าทะเล และสัตว์ทะเลที่พบติดอวนทะเล บางตัวมีคนช่วยรอดตาย บางตัวไม่รอด ขณะที่การณรงค์การใช้ถุงพลาสติกยังคงทำต่อเนื่องกระทั่งสามารถลดได้ประมาณ 100 ล้านใบจากขยะพลาสติกที่มีการใช้งาน 45,000 ล้านใบ

เคยมีเคสวาฬนำร่องครีบสั้นตายจากการกินถุงพลาสติกแล้วในท้อง 85 ชิ้น แต่จนถึงปีนี้ยังมีสัตว์ทะเลที่ตายปีละ 10 กว่าตัวจากการกินขยะ และติดอวน แสดงว่าการรณรงค์อย่างเดียวคงไม่ได้ผล และมาเรียมควรเป็นเหยื่อตัวสุดท้ายจากปัญหาขยะทะเล



หนุนเก็บภาษีถุงพลาสติก-แบนถุงพลาสติก

นักวิชาการ กล่าวอีกว่า จากการเก็บข้อมูลขยะที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จ.พังงาในปี 2561 มีขยะ 82 ตัน ส่วนปีนี้เพียง 10 เดือนมีสถิติ 95 ตัน ดังนั้นไม่มีคำตอบอื่นๆที่จะสรุปว่าที่เราทำทั้งหมดยังไม่พอแม้จะลดการใช้ถุงพลาสติกได้ 100 ล้านใบจาก 45,000 ล้านใบ

นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีโรดแมปว่าด้วยเรื่องขยะทะเลแห่งชาติแล้ว วางแผนที่จะลดการใช้ถุงพลาสติกหลอดพลาสติกที่ใช้แบบครั้งเดียวทิ้งภายในปี 2565 ซึ่งมองว่าอย่างช้าไป แต่ควรจะเริ่มต้นทันทีตั้งแต่ปี 2563 โดยเริ่มต้นจากการเก็บค่าใช้ถุงพลาสติก และแบนการใช้ถุงพลาสติกอย่างสิ้นเชิง ซึ่งล่าสุดประเทศนิวซีแลนด์ ก็แบนถุงพลาสติกเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19 ส.ค.นี้ ทางคณะทำงานจะมีการประชุมพิจารณาจัดทำแผนพะยูนแห่งชาติ โดยแผนนี้เดิมมาจากการที่มีมาเรียมเป็นโมเดล และจะเน้นการคุ้มครองพะยูน การจัดการพื้นที่แหล่งหญ้าและบ้านของพะยูน รวมทั้งข้อเสนอในการเลือกเครื่องมือประมงบางชนิด

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ก.ค. เคยมีเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ตายที่ จ.ระยอง โดยผลชันสูตร พบขยะพลาสติกจำนวน 9 ชิ้น เป็นถุงพลาสติกเต็มใบ 2 ถุง ปากถุงขนาดใหญ่ 1 ชิ้น ถุงพลาสติกหุ้มขนมปัง 1 ชิ้น และเศษถุงพลาสติกอีก 5 ชิ้น นอกจากนี้ ยังมีแมงกะพรุนในหลอดอาหารจำนวนหนึ่งอุดตันบริเวณลำไส้เล็กส่วนต้น แต่ไม่พบอาหารและอุจจาระเลยตลอดทางเดินอาหาร แสดงว่าเต่าไม่กินอาหารมาเป็นเวลานาน ซึ่งอาจจะเป็นผลกระทบที่ได้รับจากขยะในทะเล หรือเป็นเหตุให้เต่ามะเฟืองกินขยะพลาสติก จากนั้น เจ้าหน้าที่ ทช. จึงทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ และตัวอย่างเนื้อเยื่อผิวหนังเพื่อตรวจสอบพันธุกรรมต่อ


https://news.thaipbs.or.th/content/283018

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 18-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


"ปริญญา" วอนเลิกใช้พลาสติก หวั่นซ้ำรอย "มาเรียม"

รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ขอความร่วมมือคนไทย เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และทิ้งขยะให้ถูกที่เพื่อไม่ให้สัตว์น้ำต้องมาตายเพิ่มอีก



วันนี้ (17 ส.ค.62) ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก Prinya Thaewanarumitkul ขอความร่วมมือคนไทยเลิกทิ้งขยะพลาสติก และทิ้งขยะให้ถูกที่เพื่อไม่ให้สัตว์น้ำต้องมาตายจากความมักง่าย โดยมีเนื้อหาดังนี้

เช้ามาผมเจอข่าวมาเรียมพะยูนน้อยเสียชีวิต ชั่วขณะแรกผมคิดว่าผมอ่านผิด พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริง ผมก็คิดในใจว่า อย่านะ อย่าตายเพราะกินถุงพลาสติกนะ ..

ปรากฎว่ามาเรียมตายเพราะกินถุงพลาสติก ! พะยูนอีกตัวที่ต้องตายเพราะปัญหาขยะทะเลไทย ! เธอแยกไม่ออกระหว่างหญ้าทะเลกับถุงพลาสติก เช่นเดียวกับปลาวาฬและเต่าที่ตายกันอย่างต่อเนื่องเพราะแยกไม่ออกระหว่างแมงกระพรุนกับถุงหูหิ้ว !

ถึงเวลาหรือยังครับ ที่คนไทยต้องแก้ปัญหาขยะทะเลกันอย่างจริงจัง แล้วเรื่องนี้ไม่ได้มีสาเหตุมาจากคนที่อยู่ริมฝั่งทะเลหรือชาวประมงที่ทิ้งขยะลงทะเลเท่านั้น เพราะขยะของประเทศไทยที่ลงทะเลวันละ 2,000 ตันนั้น 80 % มาจากแม่น้ำครับ!
#เราต้องทำให้คนที่ทิ้งขยะลงแม่น้ำและทิ้งลงทะเลเลิกทิ้งให้ได้ครับ !

แล้วถุงพลาสติกและขยะพลาสติกครั้งเดียวทิ้งทั้งหลายก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องเลิกใช้ครับ ท่านอาจจะบอกว่าใช้ก็ไม่เห็นเป็นไรถ้าทิ้งลงถัง แต่ท่านมั่นใจหรือครับว่า
#ถุงพลาสติกหรือหลอดพลาสติกที่ท่านทิ้งลงถังไปจะได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธี ?
ท่านทราบหรือไม่ว่ากว่า 80% ของขยะในประเทศไทยกำจัดด้วยการทิ้งในที่เปิดโล่ง ! ซึ่งเมื่อฝนตกหรือน้ำท่วมมันจะไหลออกสู่ทะเล !

เลิกใช้ถุงพลาสติก หลอดพลาสติก และพลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งทุกประเภทกันเถอะครับ แล้วขยะทั้งหลายก็ต้องทิ้งลงถังให้ถูกที่ และเลิกทิ้งลงแม่น้ำและเลิกทิ้งลงทะเลกันนะครับ

อย่าให้พะยูนตัวต่อไป หรือปลาวาฬ และเต่าปลาทั้งหลายต้องมาตายเพราะความมักง่ายของพวกเราอีกเลยครับ !




https://news.thaipbs.or.th/content/283027


*********************************************************************************************************************************************************


ขยะเกลื่อนชายหาดแม่รำพึง จ.ประจวบคีรีขันธ์

ผงะ! พบฟูกที่นอน - ล้อยางรถยนต์ขนาดใหญ่ เกยชายหาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะที่ชาวประมงและชาวบ้านแนะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาถังขยะและจัดการระบบบำบัดก่อนปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล



วันนี้ (17 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพชายหาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วงบริเวณใกล้ปากอ่าว และมีท่อน้ำ ทีมข่าวพบขยะหลายประเภทลอยตามแนวชายทะเล และเกยตื้นบนชายหาด เป็นระยะตามเส้นทางที่เดินสำรวจกว่า 500 เมตร โดยพบฟูกขนาดใหญ่ ลอยอยู่กับน้ำทะเล โดยมีสภาพยังไม่เก่านัก

ซึ่งบริเวณนี้ อยู่ใกล้กับท่อน้ำ จำนวน 4 ท่อ ซึ่งปากท่อหันลงสู่ทะเล โดยพบขยะหลายประเภท ลอยเกยชายหาดเช่นกัน จำพวกขวดพลาสติก กล่องนม ขวดน้ำดื่ม กางเกงขาสั้น และท่อยาง

เมื่อเดินสำรวจต่อไปอีกประมาณ 300 เมตร พบล้อยางรถยนต์ขนาดใหญ่ 2 ล้อ ผูกติดกัน อยู่ในน้ำเกยตื้น รวมถึงเศษขวดพลาสติก และกล่องนมโรงเรียน ตามแนวชายหาด

จากการสอบถามชาวประมง ชาวบ้าน รวมถึงผู้ประกอบการ ต่างตั้งข้อสังเกตว่า ขยะเหล่านี้ ไม่น่ามาจากทะเล แต่อาจเกิดจาการขุดลอกคลองใน อ.บางสะพาน ที่ผลจากการขุดลอก ทำให้ขยะเหล่านี้ไหลมาตามทางน้ำหลากก่อนลงทะเล โดยเฉพาะบริเวณปากอ่าวแม่รำพึง จะพบว่ามีขยะปนมากับพวกทางมะพร้าว ซึ่งจากตัวเมือง อ.บางสะพาน ประมาณ 5 กิโลเมตร


เมื่อเดินสำรวจบริเวณปากอ่าวแม่รำพึง พบขยะจำพวกแก้วน้ำพลาสติก ขวดแชมพู แก้วบิ๊กกัฟ กล่องนม รองเท้าแตะ ฯลฯ มีข้อสังเกตจากกลุ่มชาวประมง และผู้ประกอบการเพิ่มเติมว่า แนวชายหาดแม่รำพึง ไม่มีถังขยะ จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ขยะเกยชายหาดแม่รำพึงเป็นระยะๆ ในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงวันนี้ด้วยหรือไม่ และจากการสังเกตของทีมข่าว พบว่าตามแนวชายหาดไม่มีถังขยะจริงตามข้อมูลที่ชาวบ้านและชาวประมงตั้งข้อสังเกตจริง

ขณะที่ชาวประมงที่รับทราบข่าว พะยูนมาเรียมตาย โดยพบขยะพลาสติกในท้องจำนวนมาก ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นไปได้ว่า เมื่อมาเรียมเห็นพวกแพลงตอน หรือตะไคร่น้ำสีเขียวๆ ที่จับตัวอยู่กับถุงพลาสติก จึงคิดว่าเป็นอาหาร เหมือนปลาประเภทอื่น ที่เคยเห็นตอนออกทะเล เข้ามาตอดกิน แล้วจังหวะหายใจ จึงดูดเอาพลาสติกเหล่านี้เข้าไปด้วย ซึ่งอยากรณรงค์ช่วยกันขอให้ประชาชนร่วมมือกันไม่ทิ้งขยะลงทะเล รวมถึงตามแนวชายหาด เพื่อช่วยสัตว์ทะเลให้อยู่รอดแล้ว และทัศนียภาพชายฝั่งที่สวยงามด้วย


https://news.thaipbs.or.th/content/283021

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:24


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger