เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 6 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ โดยบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

วันที่ 5 - 6 ก.ย. ประเทศไทยยังคงมีฝนต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ส่วนในช่วงวันที่ 7 - 11 ก.ย. ประเทศไทยมีการกระจายของฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

สำหรับพายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "เหล่งเหล่ง" ปกคลุมบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกหรือด้านตะวันออกของไต้หวัน มีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้นไปทางประเทศเกาหลีในช่วงวันที่ 7 - 8 กันยนยน 2562 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5 - 6 ก.ย. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (97.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (103.4 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ฝูงหมาจรจัดไล่กัดกวางม้าวิ่งหนีลงทะเล ชาวบ้านวอนแก้ปัญหาก่อนสูญพันธุ์

พังงา - ฝูงหมาจรจัดไล่กัดกวางม้า วิ่งหนีลงทะเล ที่เกาะพระทอง วอนหน่วยงานเกี่ยวข้องและมูลนิธิฯ เข้าช่วยเหลือ ก่อนกวางม้าถูกทำร้ายสูญพันธุ์



นายอรรถพล มีเพียร นายก อบต.เกาะพระทอง อ.คุระบุรี จ.พังงา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว ว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (5 ก.ย.) ได้เกิดเหตุฝูงสุนัขจรจัดไล่กัดกวางม้า ซึ่งเป็นกวางธรรมชาติในป่าบนเกาะพระทอง จนต้องวิ่งหนีลงไปอยู่ในทะเล ที่บริเวณบ้านท่าแป๊ะโย้ย ม.2 ต.เกาะพระทอง หลังเกิดเหตุทางชาวบ้านต้องเข้าไปช่วยเหลือเพื่อผลักดันฝูงสุนัขจรจัด และช่วยเหลือกวางม้าให้กลับขึ้นมาบนฝั่งเนื่องจากเกรงว่ากวางม้าจะถูกคลื่นซัดสูญหาย

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และฝูงสุนัขจรจัดได้กัดกวางม้าตายมาแล้วหลายตัว จึงอยากให้หน่วยงานที่มีความชำนาญในเรื่องการจัดการสุนัขจรจัด เข้ามาสนับสนุนช่วยแก้ปัญหาโดยเร็ว

นายอรรถพล มีเพียร เปิดเผยว่า บนเกาะพระทองมีฝูงสุนัขจรจัด ที่อยู่ในป่ากว่า 100 ตัว ซึ่งเริ่มมีที่มาตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์สึนามิ ได้มีสุนัขถูกปล่อยทิ้งไว้ให้หากินเองอยู่บนเกาะ ซึ่งได้มีการผสมพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเริ่มเป็นสุนัขนักล่าหากินอยู่ในป่า จนสร้างปัญหาให้สัตว์ป่าตามธรรมชาติต่างๆ โดยเฉพาะกวางม้า ซึ่งเป็นสัตว์ป่าประจำถิ่นของเกาะพระทอง มีจำนวนที่สำรวจล่าสุดประมาณ 110 ตัว แต่ถูกฝูงสุนัขไล่กัดตายมาแล้วหลายตัว

ที่ผ่านมา ทาง อบต.เกาะพระทอง พยายามแก้ปัญหาด้วยการจับฉีดยาและทำหมัน แต่ก็ยังมีเหลืออยู่ในป่าอีกเป็นจำนวนมาก จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือมูลนิธิฯ ต่างๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือในด้านการจัดการสุนัขจรจัดโดยเร็ว โดยทาง อบต.เกาะพระทอง พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณและการอำนวยความสะดวกให้แก่ทุกหน่วยงานที่จะลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ


https://mgronline.com/south/detail/9620000085299


*********************************************************************************************************************************************************


ปล้ำจับได้แล้ว "ปลาช่อนแอมะซอน" ตัวมหึมา ชาวบ้านเห็นว่ายลงท่อเกือบหลุดลงน้ำวัง



ลำปาง - จับได้แล้ว "ปลาช่อนแอมะซอน" หลังมีคนปล่อยลงหนองกระทิงเมื่อต้นปี ผ่านไป 7 เดือน ตัวใหญ่-ยาวกว่า 2 เมตร หนักกว่า 100 กิโลกรัม โชคดีชาวบ้านเห็นกำลังว่ายลงท่อ เกือบลงถึงแม่น้ำวัง

หลังชาวบ้านรายหนึ่งได้นำปลาช่อนแอมะซอน ปลาต้องห้ามปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ ตัวขนาดประมาณ 1 เมตร น้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัมไปปล่อยลงหนองน้ำภายในสวนสาธารณะหนองกระทิง ต.บ่อแฮ้ว อ.เมืองลำปาง ซึ่งมีพื้นที่กว่า 40 ไร่ เมื่อ 6 ก.พ. 62 ที่ผ่านมาทางชาวบ้านและเจ้าหน้าที่พยายามเฝ้าติดตามหาแต่ก็ไม่พบนั้น

กระทั่งเกิดฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้น้ำในหนองน้ำดังกล่าวล้นลงสู่ท่อระบายน้ำไหลลงสู่ลำน้ำวัง ปลาช่อนแอมะซอนตัวดังกล่าวได้ว่ายออกมาทางท่อระบายน้ำ และเตรียมไหลตามน้ำลงแม่น้ำวัง ชาวบ้านซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ใกล้แหล่งน้ำดังกล่าวเห็นเป็นปลาขนาดใหญ่จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงนำอุปกรณ์ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันต้อนจับไว้ได้

ล่าสุดได้มีการนำปลาช่อนแอมะซอนตัวดังกล่าวส่งไปที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลำปาง ต.นิคมพัฒนา อ.เมืองลำปาง โดยพบว่าปลาอ่อนเพลียไม่มีแรง และได้รับบาดเจ็บมีแผลตามตัว คาดว่าเป็นเพราะปลาตกลงมาในท่อระบายน้ำล้นก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้การพยาบาลรักษาปลาตัวดังกล่าว



นายอรรถพล โลกิตสถาพร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลำปาง กล่าวว่า จากการวัดความยาวพบว่า ปลาช่อนแอมะซอนตัวนี้โตกว่าเดิมมาก คือ ลำตัวยาวถึง 202 เซนติเมตร น้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม เบื้องต้นทางศูนย์ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลำปางได้รับปลาช่อนตัวดังกล่าวมารักษาพยาบาลเนื่องจากปลามีอาการบาดเจ็บและเป็นแผลหลายแห่ง

"ปลาชนิดนี้เป็นปลานำเข้าจากต่างประเทศ เป็นปลากินเนื้อ ปลานักล่า และกินสัตว์น้ำทุกชนิดที่มีขนาดเล็กกว่าหรือตัวไล่เลี่ยกัน การที่นำไปปล่อยลงในสระ หรือห้วยหนองคลองบึง แหล่งน้ำสาธารณะทุกแห่ง ปลาชนิดนี้จะไปทำลายระบบนิเวศและอาจจะทำให้สัตว์น้ำสูญพันธุ์ได้ จึงฝากถึงประชาชนที่นิยมเลี้ยงปลาชนิดนี้ หากเบื่อหรือเลิกเลี้ยงปลา ให้ติดต่อกรมประมงใกล้บ้าน ห้ามนำปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะโดยเด็ดขาด"


https://mgronline.com/local/detail/9620000085473


*********************************************************************************************************************************************************


คลื่นแรงซัดขยะทะเลเกลื่อนชายหาดปอดะเจ้าหน้าที่เร่งเก็บกวาด

กระบี่ - คลื่นลมแรงซัด ขยะทะเล เกลื่อนชายหาด เกาะปอดะ เจ้าหน้าที่อุทยานฯเกาะพีพี เร่งเก็บ ทำลาย หลังถูกคลื่นซัดลากกลับลงทะเลอีกรอบ



วันนี้ ( 5 ก.ย.) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ประจำหน่วยพิทักษ์เกาะปอดะ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เร่งเก็บกวาดขยะจากทะเล มีทั้งขยะพลาสติก ขวดน้ำ ขวดแก้ว กิ่งไม้ และ เศษโฟม ที่ถูกคลื่นซัดมาติดอยู่ตามชายหาดเป็นจำนวนมาก หลังจากในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักและมีลมพายุพัดแรง สำหรับขยะที่เป็นเศษไม้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บไปใส่โคนต้นไม้ เพื่อให้เป็นปุ๋ย ส่วนขยะพลาสติก ทางเจ้าหน้าที่ได้นำกลับขึ้นมาบนฝั่ง

นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ กล่าวว่า หลังจากที่คลื่นลมสงบ ทางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยพิทักษ์เกาะปอดะ ได้เร่งทำการเก็บกวาดขยะ มีทั้งขยะพลาสติก ขวดน้ำ ขวดแก้ว กิ่งไม้ และ โฟม ที่ถูกคลื่นซัดมาติดอยู่ตามชายหาดเป็นจำนวนมาก ที่มีความยาวเกือบ 2 กิโลเมตร หากไม่จัดเก็บขยะอย่างเร่งด่วนเหล่านี้ก็จะถูกคลื่นซัดกลับลงไปในทะเลอีก จะเป็นอันตรายกับสัตว์ทะเล ได้

ส่วนขยะที่ถูกคลื่นซัดเข้ามายังชายหาดของเกาะปอดะ เป็นขยะที่ลอยมาตามกระแสคลื่นลมแรง เนื่องจากในช่วงนี้ ทะเลฝั่งอันดามัน จะอยู่ในหน้ามรสุม ซึ่งปีนี้นับว่าขยะมีเป็นจำนวนมาก หลังจัดเก็บเสร็จขยะที่ไม่สามารถย่อยสลายได้เจ้าหน้าที่ต้องนำลงเรือขนขึ้นมายังบนฝั่ง ที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราและหมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ เพื่อคัดแยกและทำลายต่อไป


https://mgronline.com/south/detail/9620000085468

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


หมอกควันอินโด ปกคลุมจังหวัดสงขลา



สภาพอากาศยามเช้าบริเวณท่าเรือน้ำลึกจังหวัดสงขลา และบริเวณใกล้เคียง เริ่มได้รับผลกระทบจากสถานการณ์หมอกควันจากไฟไหม้ป่าที่เกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย เข้ามาปกคลุม โดยเฉพาะสภาพอากาศกลางทะเลที่มีกลุ่มควันหนาแน่นเรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินเรือเนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง เช่นเดียวกับสภาพอากาศในย่านเขตเมืองที่มีลักษณะอึมครึมตลอดทั้งวัน ทำให้ประชาชนทั่วไปสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของกลุ่มควัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวในเกี่ยวกับทางเดินหายใจ

ล่าสุด(5 ก.ย.) กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณ อ.หาดใหญ่, สงขลา ในช่วงนี้พบจุดความร้อนและกลุ่มควันบริเวณเกาะสุมาตราและบอร์เนียวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างได้รับอิทธิพลจากลมทางทิศใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดผ่านเกาะสุมาตรา จึงส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจนบางพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งสถานกาณ์หมอกควันจากประเทศอินโดนีเซียในครั้งนี้เริ่มแผ่กระจายเข้าสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา


http://www.komchadluek.net/photo-gallery/815

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


ฝูงหมาจรจัดไล่กัด 'กวางม้า' สัตว์ประจำถิ่นหนีลงทะเลเกาะพระทอง วอนหน่วยงานช่วยเหลือ



5 ก.ย.62 - นายอรรถพล มีเพียร นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ได้แจ้งผู้สื่อข่าวว่าเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เกิดเหตุฝูงสุนัขจรจัดไล่กัดกวางม้า ซึ่งเป็นกวางธรรมชาติในป่าบนเกาะพระทอง จนต้องวิ่งหนีลงไปอยู่ในน้ำทะเลที่บริเวณบ้านท่าแป๊ะโย้ย ม.2 ต.เกาะพระทอง ชาวบ้านในพื้นที่กลัวว่ากวางจะถูกคลื่นซัดจมน้ำตายจึงได้นำเรือลงไปช่วยเหลือต้อนขึ้นจากทะเล จนวิ่งกลับเข้าป่าไปได้ ที่ผ่านมาพบว่าฝูงสุนัขจรจัดได้กัดกวางม้าตายมาแล้วหลายตัว จึงอยากให้หน่วยงานที่มีความชำนาญในเรื่องการจัดการสุนัขจรจัดเข้ามาสนับสนุนช่วยแก้ปัญหาโดยเร็ว

นายอรรถพล เปิดเผยว่า บนเกาะพระทองมีฝูงสุนัขจรจัดที่อยู่ในป่ากว่า 100 ตัว ซึ่งเริ่มมีที่มาตั้งแต่ช่วงหลังเหตุการณ์สึนามิ ได้มีสุนัขถูกปล่อยทิ้งไว้ให้หากินเองอยู่บนเกาะ ซึ่งได้มีการผสมพันธุ์เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเริ่มเป็นสุนัขนักล่าหากินอยู่ในป่า สร้างปัญหาให้สัตว์ป่าตามธรรมชาติต่างๆโดยเฉพาะกวางม้า ซึ่งเป็นสัตว์ป่าประจำถิ่นของเกาะพระทอง มีจำนวนที่สำรวจล่าสุดประมาณ 110 ตัว ถูกฝูงสุนัขไล่กัดตายมาแล้วหลายตัว ที่ผ่านมาทาง อบต.เกาะพระทองพยายามแก้ปัญหาด้วยการจับฉีดยาและทำหมัน แต่ก็ยังมีเหลืออยู่ในป่าอีกเป็นจำนวนมาก จึงอยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือมูลนิธิฯต่างๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือในด้านการจัดการสุนัขจรจัดโดยเร็ว โดยทาง อบต.เกาะพระทอง พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณและการอำนวยความสะดวกให้กับทุกหน่วยงานที่จะลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ


https://www.thaipost.net/main/detail/45060

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


สงขลาน่าห่วง! ควันอินโดฯปกคลุม ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่ง



สถานการณ์หมอกควันจากไฟไหม้ป่าที่เกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย เริ่มเข้ามาปกคลุมในพื้นที่จังหวัดสงขลาและส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะสภาพอากาศกลางทะเลที่มีกลุ่มควันหนาแน่นเรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินเรือเนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง เช่นเดียวกับสภาพอากาศในย่านเขตเมืองที่มีลักษณะอึมครึมตลอดทั้งวัน ไม่มีฝนตกและไม่มีแสงแดด จนทำให้ประชาชนทั่วไปสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของกลุ่มควัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มทางเดินหายใจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

สถานการณ์หมอกควันจากไฟไหม้ป่าที่เกาะสุมาตรา และเกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย เริ่มเข้ามาปกคลุมในพื้นที่จังหวัดสงขลาและส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสภาพอากาศกลางทะเลที่มีกลุ่มควันหนาแน่นเรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินเรือเนื่องจากทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง เช่นเดียวกับสภาพอากาศในย่านเขตเมืองที่มีลักษณะอึมครึมตลอดทั้งวัน ไม่มีฝนตกและไม่มีแสงแดด จนทำให้ประชาชนทั่วไปสัมผัสได้ถึงความหนาแน่นของกลุ่มควัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มทางเดินหายใจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

ล่าสุด (5 ก.ย.) กรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยข้อมูล การตรวจสอบคุณภาพอากาศบริเวณ อ.หาดใหญ่, สงขลา ในช่วงนี้พบจุดความร้อนและกลุ่มควันบริเวณเกาะสุมาตราและบอร์เนียวเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างได้รับอิทธิพลจากลมทางทิศใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งพัดผ่านเกาะสุมาตรา จึงส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นจนบางพื้นที่คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย ลดระยะเวลาในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง สวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นละออง และหากมีอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ให้รีบไปพบแพทย์

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กลุ่มควันที่เข้ามาปกคลุมภาคใต้ในรอบนี้มีข้อสังเกตุว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) เริ่มเกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.62ที่ผ่านมามีค่า PM2.5 เท่ากับ 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับวันที่ 5 ก.ย.62 พบว่าPM2.5 มีค่าเท่ากับ 56 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นบุคคลกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจและหลอดเลือดควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง


https://www.nationtv.tv/main/content/378738439/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


เวลากำลังนับถอยหลัง ยูเอ็นเตือนชาวโลกให้เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อนสาย


บรรยากาศเวทีประชุมโลกร้อน Asia Pacaific Climate Week ที่กรุงเทพ เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา

ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังกลายเป็นแนวหน้าสมรภูมิโลกร้อน นักวิชาการนานาชาติกล่าวย้ำให้ทุกประเทศขยับเป้าหมายลดโลกร้อนตามภาคีความตกลงปารีส (Paris Agreement) ก่อนกรุงเทพฯจะจมทะเล

นาย Ovais Sarmad รองเลขาธิการกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) กล่าวในที่ประชุม Asia Pacific Climate Week เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 ที่ผ่านมาว่าแม้ว่าประชาคมโลกกำลังเร่งดำเนินนโยบายตามกรอบเป้าหมายการควบคุมก๊าซเรือนกระจกอย่างเข้มแข็ง แต่จากการคาดการณ์ของ UNFCCC พบว่า แม้ทุกประเทศจะสามารถดำเนินการตามกรอบเป้าหมายลดโลกร้อนในปัจจุบันของตนได้ แต่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะยังพุ่งไปถึง 3 องศาเซลเซียส สูงเกินกว่าที่ระบบนิเวศของโลกจะรับไหว

ดังนั้นนาย Ovais จึงย้ำว่าประชาคมโลกจะต้องร่วมมือกันลดโลกร้อนให้เร็วที่สุด เพราะจากการประมาณการณ์ของ UNFCCC เมื่อปลายปีที่แล้วพบว่า เรามีเวลาในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรักษาเสถียรภาพของภูมิอากาศโลกเพียงราว 12 ปีเท่านั้น ก่อนที่อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะทะยานเกิน 1.5 องศาเซลเซียส

"เพราะฉะนั้น เราจะต้องดำเนินการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจโลกที่พึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปเป็นระบบเศรษฐกิจปลอดคาร์บอนอย่างเร่งด่วน เพื่อให้เราสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ทัน ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้" นาย Ovais กล่าวเน้น

จากการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) พบว่าหากอุณหภูมิของโลกพุ่งสูงเกินจุดแตกหัก (tipping point) ที่ 3 องศาเซลเซียส โลกจะเผชิญกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบกู่ไม่กลับ (runaway climate change) ที่อุณหภูมิของโลกจะยิ่งทะยานขึ้นโดยธรรมชาติ โดยแทบไม่มีทางที่มนุษย์จะกลับไปแก้ไขได้อีก

"เราไม่มีเวลาจะลังเลอีกแล้ว เพราะเราเหลือเวลาน้อยมาก ในการปกป้องอนาคตของลูกหลานจากภัยสภาวะโลกร้อน" นาย Ovais กล่าว

นาย Dirk Forrister ประธานองค์กร International Emissions Trading Association (IETA) ยังบอกว่าภัยพิบัติโลกร้อนไม่ใช่เรื่องไกลตัวในอนาคตอีกต่อไป เพราะจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพบว่า 5 ปีที่ผ่านมานี้เป็นช่วงเวลาที่โลกร้อนที่สุดเท่าที่เคยประสบในประวัติศาสตร์มนุษย์ นอกจากนี้เรายังพบว่าตลอดช่วงระยะเวลาดังกล่าว โลกก็เผชิญกับพิบัติภัยทางธรรมชาติที่รุนแรงและมีความถี่มากขึ้น

นาย Dirk ยังเน้นอีกว่าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคถือเป็นแนวหน้าของสมรภูมิโลกร้อน เพราะที่นี่จะเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหนักหนาที่สุดแห่งหนึ่ง

"นอกจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคจะเป็นจุดเสี่ยงภัยพิบัติโลกร้อนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกแล้ว ที่นี่ยังถือเป็นแนวหน้าในสมรภูมิการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเช่นกัน" นาย Dirk กล่าว

"อัตราการบริโภคเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะเชื้อเพลิงถ่านหินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับความเร่งด่วนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายยิ่งของรัฐบาลในภูมิภาคนี้ในการดำเนินการลดการปลดปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ และปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานไปสู่พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด"

การจัดประชุม Asia-Pacific Climate Week ที่สำนักงานส่วนภูมิภาคขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ กรุงเทพฯ จะดำเนินไปจนถึงวันพรุ่งนี้ (6 กันยายน 2562) โดยการประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมโหมโรงให้กับการประชุม COP 25 ที่จะจัดขึ้นที่ประเทศชิลีในเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้


https://greennews.agency/?p=19438

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:29


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger