เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 9 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ยังคงมีการกระจายของฝนน้อย โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ย. ประเทศไทยมีการกระจายของฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนมีมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอบน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตลอดช่วง

สำหรับพายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "เหล่งเหล่ง" ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณคาบสมุทรเกาหลี และอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 3 (โซนร้อน) "เหล่งเหล่ง" แล้ว ขอให้ผู้ที่ จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย พายุนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.ย. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok-Rain.jpg (223.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (106.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ได้ผล!! ทม.หัวหิน ติดตาข่ายดักขยะคลองสมอเรียงประสบผลสำเร็จเตรียมขยายไปจุดอื่น

ประจวบคีรีขันธ์ - หลังจากเทศบาลเมืองหัวหิน ทดลองติดตั้งตาข่ายดักขยะที่คลองสมอเรียง เพื่อป้องกันขยะไหลลงสู่ทะเลเพื่อลดภาวะสิ่งแวดล้อมและขยะในทะเลลง ล่าสุด พบว่า 4 วันที่ผ่านมา ขยะส่วนใหญ่เป็นกล่องโฟม ขวดน้ำ และพลาสติกต่างๆ ติดอยู่ในตาข่ายเพียบ เตรียมขยายพื้นที่ทำจุดอื่น



วันนี้ (8 ก.ย.) ที่คลองสมอเรียง สะพานปลาหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้สื่อข่าว พร้อมด้วยนายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน ได้เดินทางไปดูจุดที่มีการติดตั้งตาข่ายดักขยะเอาไว้เมื่อ 4 วันที่ผ่านมา พบว่า วันนี้มีเศษขยะที่ไหลออกจากคลองสมอเรียงที่รับน้ำมาจากท่อระบายน้ำต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน พบว่า มีเศษขยะทั้งที่เป็นกล่องโฟม ขวดน้ำดื่ม ถุงพลาสติก และขยะชนิดอื่นๆ ที่ติดอยู่ในถุงอวนตาข่ายเป็นจำนวนมาก

แต่ไม่พบว่ามีเศษขยะไหลออกสู่ทะเลบริเวณคลองสมอเรียง ทำให้เห็นได้ว่าการทดลองติดตั้งตาข่ายดักขยะของเทศบาลเมืองหัวหิน ค่อนข้างได้ผล แต่จะต้องมีการปรับปรุงตาข่ายดักขยะ โดยอาจต้องมีการเพิ่มความกว้างของช่องตาอวนให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เพื่อไม่ให้ตะไคร่น้ำเกาะบริเวณตาข่ายซึ่งอาจทำให้อวนตาข่ายแตกได้ ซึ่งจะส่งผลให้ขยะทั้งหมดไหลออกจากตาข่ายลงสู่ท้องทะเลทั้งหมดทันที

ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน กล่าวว่า ตั้งแต่ติดตั้งตาข่ายดักขยะบริเวณปลายคลองสมอเรียงที่ผ่านมา 4 วัน มีการเก็บขยะออกไป จำนวน 2 ครั้ง ปริมาณขยะส่วนใหญ่เป็นพลาสติก เฉลี่ยมีขยะที่ไหลออกมาตามคลองสมอเรียงวันละประมาณ 1 ตัน



โดยทางเทศบาลเมืองหัวหิน ได้จัดเจ้าหน้าที่ทำการเก็บขยะออกจากตาข่ายทุก 2 วัน อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้จะดำเนินการเก็บขยะออกจากตาข่ายอีกครั้งซึ่งดูสภาพแล้วมีปริมาณขยะเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ยังพบว่าเป็นขยะพลาสติกเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน กล่าวว่า จะมีการดำเนินการติดตั้งตาข่ายดักขยะในจุดอื่นที่มีคลองไหลลงสู่ทะเลในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นคลองตะเกียบ และบริเวณสวนสาธารณะ 19 ไร่ แต่ต้องมีการปรับปรุงทั้งตาข่ายและการติดตั้งเพื่อให้มีความสะดวกในการจัดเก็บของเจ้าหน้าที่ด้วย

อย่างไรก็ตาม คงต้องรณรงค์ขอให้ทุกภาคส่วนตระหนักในการทิ้งขยะเพื่อเป็นการแก้ปัญหาขยะอย่างยั่งยืน รวมทั้งการลดใช้ถุงพลาสติกและกล่องโฟมต่างๆ และขอให้ทิ้งลงในภาชนะที่เตรียมไว้ตามจุดต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ขยะไหลลงสู่คูคลอง และไหลลงสู่ทะเล ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์น้ำในท้องทะเล


https://mgronline.com/local/detail/9620000086284


*********************************************************************************************************************************************************


ป่าพรุนครศรีฯ สิ้นสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำหลังเกิดไฟป่านานกว่า 1 เดือน

นครศรีธรรมราช - ป่าพรุสิ้นสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำ คนเข้ายึดครองพื้นที่ทำการเกษตรปัจจัยเร่งเกิดไฟป่า ด้าน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติจี้คุมพื้นที่ห้ามบุกรุก พร้อมเตรียมสร้างแหล่งน้ำในพรุเพิ่ม



ภาพมุมสูงสภาพป่าพรุควนเคร็ง ในพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอชะอวด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอร่อนพิบูลย์ และอำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในลักษณะป่าพรุที่สิ้นสภาพพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ปรากฏการณ์สะเด็ดน้ำออกมาจากป่าพรุ ลงสู่คลองซอย และคลองแนวกันพื้นที่ป่าที่ถูกขุดขึ้นโดยทางราชการ ประกอบกับฝนทิ้งช่วงทำให้น้ำขาดไปจากป่าพรุอย่างสิ้นเชิง แนวไฟที่เกิดขึ้นตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมานั้น ข้อมูลของสถานีควบคุมไฟป่าพรุควนเคร็งได้รวบรวมพื้นที่ความเสียหายที่เกิดขึ้น พบว่า มีมากกว่า 15,000 ไร่แล้ว โดยมีปัจจัยสำคัญคือ พื้นที่แห้งแล้งและถูกลักลอบจุดไฟอย่างต่อเนื่อง

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์เข้าบินสำรวจพื้นที่ความเสียหาย และเรียกประชุมผู้รับผิดชอบพื้นที่ ทั้งในส่วนของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมทั้งหน่วยงานราชการในจังหวัดนครศรีธรรมราช เข้าร่วมหารือเพื่อกำหนดแผนการในการปลูกคืนพื้นที่ป่าในอีก 2 เดือนข้างหน้าครั้งใหญ่ที่สุด โดยการระดมจิตอาสาในหลายจังหวัดมาช่วยกันปลูกเพื่อให้ป่าฟื้นคืนตามธรรมชาติให้เร็วที่สุด

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าติดตามและควบคุมพื้นที่ทุกจุดหลังจากเกิดไฟป่าถือเป็นพื้นที่เสี่ยงในการบุกรุก ทุกพื้นที่จะต้องไม่มีการบุกรุกโดยเด็ดขาด จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

ต่อข้อถามจากข้อมูลของ สผ.ที่ชี้ถึงการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดในพื้นที่ป่าพรุ นายวราวุธ กล่าวว่า ต้องทบทวนการหาแหล่งน้ำในพื้นที่ป่าพรุ ป้องกันความเสียหายจากไฟป่า โดยมีข้อคิด เช่น ควรจัดหาบ่อบาดาล หรือไม่ ควรที่จะขุดสร้างอ่างพวงในพื้นที่ป่ากักเก็บน้ำเพื่อป้องกันควบคุมไฟป่าหรือไม่ โดยการกักเก็บน้ำฝนที่เข้ามาเติมพื้นที่ให้ได้ ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้สูบน้ำเข้ามาควบคุมพื้นที่ป่าพรุถึง 14 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ถ้ามีการกักเก็บน้ำในป่าพรุให้ได้ในระดับ 20-30 ซม. เห็นว่าใช้น้ำเพียงไม่กี่ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น


https://mgronline.com/south/detail/9620000086325

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


มาแล้ว!หมอกควันไฟป่าจากอินโดฯปกคลุมทั่วสงขลา



8 ก.ย. 2562 - มีรายงานในช่วงเช้าในตัวเมืองจังหวัดสงขลามีหมอกควันจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียเริ่มเข้ามาปกคลุมทั้งในทะเลและในตัวเมืองสงขลาโดยเฉพาะในทะเล เรือประมงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเดินเรือ เพราะอาจทำให้เรือชนกันได้ เนื่องจากทัศนะวิสัยในการมองเห็นต่ำมาก ในขณะเดียวกันในตัวเมืองสงขลาก็ปกคลุมไปด้วยหมอกควันเช่นเดียวกันเต็มทั้งในตัวเมือง สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณชายหาดสมิหลา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักของสงขลา หมอกควันได้ปกคลุมทะเลจนบดบังเกาะหนูเกาะแมว เห็นแต่ทะเลขาวโพลนไปหมด มีแต่นางเงือกทองนั่งเป็นสัญลักษณ์อย่างโดดเดี่ยวอยู่เพียงลำพังผู้เดียว

นายสุรเดช นิลอุบล นายกสมาคมประมงสงขลาระบุว่า ฝากเตือนชาวประมงในช่วงนี้จังหวัดสงขลาในทะเลมีหมอกควันปกคลุม เรือประมงและเรือพาณิชย์ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากทัศนะวิสัยในการมองเห็นในทะเลลดลง โดยเฉพาะเรือประมงที่ออกทำการประมงกลางทะเลในช่วงเย็นและกลับเข้าฝั่งในช่วงเช้า ควรที่จะต้องตรวจสอบสปอร์ตไลท์ส่องทางและตรวจสอบไฟสัญญาณเรือต่างๆให้พร้อม ขณะที่ทำการประมงในทะเลช่วงกลางคืน ซึ่งจะมีหมอกลงจัด ก็ขอให้เปิดไฟสัญญาณเรือตลอดเวลา และใช้สปอร์ตไลท์ส่อง เมื่อได้ยินเสียงเรือผ่านมา เพื่อส่งสัญญาณให้เรือที่วิ่งผ่านไปทราบตำแหน่งที่เราทำการประมงจับปลาอยู่ ป้องกันการเกิดอุบัติเหตุเรือชนกัน เรือทุกชนิดต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

"ฝากเตือนเรือประมงในช่วงที่มีหมอกหนาแน่นในทะเล ก็ขอให้ลดความเร็วลง เมื่อเห็นเรือใหญ่ผ่านไปผ่านมาก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังและหลบให้เรือใหญ่วิ่งไปก่อนเพราะเรือใหญ่มันหลบยาก โดยหยุดอยู่เฉยๆให้เรือใหญ่วิ่งตัดหน้าไปก็ไม่มีปัญหา"


https://www.thaipost.net/main/detail/45251
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


'อธิบดีป่าไม้'ยันสัปดาห์หน้าได้ข้อสรุป ปม'ร้านอาหารชื่อดัง'ทำทางไปจุดชมวิวพระยืน



เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2562 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองหลายพรรค เดินทางไปตรวจสอบพื้นที่ชายเขาติดชายทะเล บริเวณร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังเชิงเขาตะเกียบ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา หลังประชาชนร้องเรียนว่ามีการใช้เครื่องจักรกลหนักขุดถนน ถมดินลูกรังสร้างเส้นทางจากร้านอาหารไปจุดชมวิวพระยืน ริมหาดหัวหิน ยาวกว่า 100 เมตร และพบว่ากรมป่าไม้ได้อนุญาตให้บริษัทเอกชนเช่าใช้พื้นที่ 32 ไร่ กำหนด 3 ปี หมดสัญญาเช่าวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 ยืนยันว่าปัญหานี้จะมีข้อยุติภายในสัปดาห์หน้าอย่างแน่นอน ซึ่งมีแนวโน้มอาจจะต้องเพิกถอน แต่ยังไม่ขอฟันธงล่วงหน้า

"ต้องรอให้ ผอ.สำนักคนใหม่ตรวจสอบรายละเอียดว่าหน่วยงานในระดับจังหวัดหรือระดับเขต มีความบกพร่องจากการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วนตามกฎกระทรวงที่กำหนดตามที่หลายฝ่ายให้ความเห็นไว้หรือไม่ ส่วนตัวยืนยันว่าให้ความสำคัญกับการใช้พื้นที่ป่าเขาตะเกียบจะต้องมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ คำนึงถึงผลกระทบหลายด้าน และไม่กังวลหากมีการเพิกถอนสิทธิการเช่าแล้วผู้เช่าจะร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากมั่นใจว่าการเพิกถอนจะต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนและมีหลักฐานพียงพอ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทุกรายที่เข้าข่ายบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบ" อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว


https://www.naewna.com/local/439079

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก อสมท.


'เสวี่ยหลง 2' เรือตัดน้ำแข็งขั้วโลกฝีมือจีน เตรียมออกเดินทางครั้งแรกตุลาฯนี้



เซินเจิ้น, 5 ก.ย. , (ซินหัว) ? เรือตัดน้ำแข็งขั้วโลก "เสวี่ยหลง 2" ที่สร้างโดยจีน จะเริ่มออกเดินทางครั้งแรกในเดือนตุลาคม จากเมืองเซินเจิ้นทางตอนใต้ของจีน
หลี่อวี๋ชุน รองผู้อำนวยการสำนักวางแผนทรัพยากรธรรมชาติแห่งเซินเจิ้น ระบุว่า การเดินทางของ "เสวี่ยหลง 2" หรือ "มังกรน้ำแข็ง 2" จะเริ่มขึ้นในช่วงงานมหกรรมเศรษฐกิจการเดินเรือจีน ครั้งที่ 7 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-17 ตุลาคม 2019

งานมหกรรมนี้ได้รวบรวมบรรดาผู้จัดจากองค์กรต่างๆ มากกว่า 400 แห่งทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผู้นำในอุตสาหกรรมกว่า 100 รายหรือ องค์กรที่ติดอันดับ 500 บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งจัดอันดับโดยฟอร์จูน ไชน่า (Fortune China) นิตยสารธุรกิจจีน

ในการเดินทางครั้งแรก "เสวี่ยหลง 2" จะแล่นไปยังทวีปแอนตาร์กติกาพร้อมกับ "เสวี่ยหลง" เรือตัดน้ำแข็งลำแรกของจีนและเป็นเพียงลำเดียวที่ถูกใช้บริการอยู่ ในภารกิจวิจัยครั้งที่ 36 ของประเทศ



เรือลำใหม่นี้มีความยาว 122.5 เมตร ความกว้าง 22.3 เมตร ระวางขับน้ํา 13,996 ตัน และความสามารถในการเดินเรือ 20,000 ไมล์ทะเล

หูเค่อฉี ผู้อำนวยการด้านเทคนิคของบริษัทอู่ต่อเรือเจียงกล่าวว่า เสวี่ยหลง 2 สามารถเลี้ยวได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีความสามารถในการตัดน้ำแข็งสองทิศทางด้วยหัวเรือและท้ายเรือ และออกเดินเรือได้นานถึง 60 วันไปยังทุกภูมิภาคของโลก
"เสวี่ยหลง 2" จะกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการสำรวจสิ่งแวดล้อมในมหาสมุทรจีน และการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ขั้วโลกต่างๆ " ฉินเหวยเจีย ผู้นำด้านการวิจัยขั้วโลกจากสำนักงานบริหารกิจการทางทะเลแห่งรัฐกล่าว


https://www.mcot.net/view/5d733814e3f8e40ad735f658


*********************************************************************************************************************************************************


"เสือโคร่ง" ใน ห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร เพิ่มขึ้นกว่า 50%



นายสมโภชน์ ดวงจันทราศิริ หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้กล่าวถึงสถานการณ์ "เสือโคร่ง" ในประเทศไทย โดยระบุว่า ปัจจุบันประชากรเสือโคร่งของโลกมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าทั่วโลกมีจำนวนประชากรเสือโคร่งในป่าไม่เกิน 4,000 ตัว โดยปัจจัยคุกคามหลักต่อการอยู่รอดของประชากรเสือโคร่งมีสาเหตุจากการลดลงของพื้นที่ป่าไม้ การลักลอบล่าเสือโคร่งและสัตว์ป่าที่เป็นเหยื่อ

ประเทศไทยมีประชากรเสือโคร่งอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ประมาณ 150-200 ตัว โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในผืนป่าตะวันตกและผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ จากการติดตามตรวจวัดประชากรเสือโคร่งในพื้นที่มรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร ซึ่งเป็นใจกลางของผืนป่าตะวันตก

โดยการสำรวจด้วยกล้องดักถ่ายภาพอย่างเป็นระบบตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน พบว่า มีเสือโคร่งที่ถ่ายภาพได้ในผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 41 ตัว ในปี 2553 เป็น 77 ตัวในปี 2562 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 50% โดยมีประชากรเสือโคร่งที่ประเมินได้อยู่ที่ 80-100 ตัว ในผืนป่ามรดกโลกห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร

นอกจากนี้ ยังพบว่าเสือโคร่งในพื้นที่ มีการขยายพันธุ์ทุกปีและมีการกระจายพันธุ์ไปอาศัยอยู่ในพื้นที่คุ้มครองอื่นโดยรอบในป่าตะวันตก


https://www.mcot.net/view/5d72361ce3f8e40ad335d88e

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:32


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger