เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ ส่วนภาคใต้มีปริมาณฝนน้อยในระยะนี้

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 14 - 17 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ส่วนในช่วงวันที่ 18 - 19 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 14 - 17 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (96.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (106.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ผลสำรวจ ชี้ นักท่องเที่ยวพอใจ หลังปิดอ่าวมาหยาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมนาน 1 ปี

ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล เผยผลสำรวจหลังปิดอ่าวมาหยา 1 ปีเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ พบว่านักท่องเที่ยวพึงพอใจ ขณะที่ สิ่งมีชีวิตต่างๆ ฟื้นตัวดีทั้งปะการัง สัตว์ทะเล และ พืชตามชายหาด



ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 นำเสนอข้อมูลสรุปผลการทำแบบสอบถาม นักท่องเที่ยวต่อกรณีการปิดอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ โดยเปิดให้ผู้คนได้โหวตผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ของศูนย์ปฏิบัติการฯ ตั้งแต่ วันที่ 1 มิ.ย.61 - 1 มิ.ย.62 เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยมี นทท.ที่เคยเดินทางมาเที่ยวอ่าวมาหยา เข้ามาตอบแบบสอบถาม จำนวน 419 คน ปรากฎว่า นทท.ส่วนใหญ่ เห็นด้วยกับการปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ 406 คน ไม่เห็นด้วย 13 คน หัวข้อย่อยในแบบสำรวจ ระบุคำถามระยะเวลาที่อยากให้ปิดอ่าว นทท.จำนวน 110 คน ต้องการให้ปิดถาวร กิจกรรมที่ นทท.อยากทำที่อ่าวมาหยา คือ ฟื้นฟูปะการัง จำนวน 233 คน ถ่ายรูป 186 คน ศึกษาธรรมชาติ 171 คน ความพึงพอใจของ นทท.ที่ถ่ายรูปอ่าวมาหยาจากบนเรือ โดยไม่ต้องเข้ามาในพื้นที่บนชายหาด


จากแบบสอบถาม พบว่า นทท.พึงพอใจวิธีการดังกล่าวสำรวจ 187 คน พึงพอใจ 125 คน เฉยๆ 89 คน ไม่พอใจ 14 คน ไม่พอใจมาก 4 คน นอกจากนี้แบบสำรวจ ยังสอบถามว่า หากอ่าวมาหยายังคงปิดเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นทท.จะยังคงมาท่องเที่ยวที่หมู่เกาะพีพี หรือไม่ ปรากฎว่า นทท.จำนวน 375 คนบอกว่าจะกลับมาเที่ยวอีก นทท.จำนวน 44 คน จะไม่กลับมาเที่ยวที่นี่อีก โดยให้เหตุผลว่ายังมีที่เที่ยวที่อื่นๆ ที่สามารถไปเที่ยวได้

ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ระบุอีกว่า ตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ปิดอ่าวมาหยา จนท.ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 ร่วมกับ อาสาสมัคร ทั้งในและนอกพื้นที่ นักวิชาการ ร่วมกันทำการการปลูกปะการังเขากวาง โดยวิธี Coral propagation ด้วยการนำกิ่งปะการังมาติดกับก้อนหินโดยใช้กาวที่สกัดจากปะการัง ก่อนนำไปวางในทะเล รวม จำนวน ประมาณ 20,000 ชิ้น พบว่า ส่วนใหญ่มีการแตกหน่อ มีการเจริญเติบโตดี แต่มีบางส่วนที่ตายช่วงที่อุณหภูมิน้ำทะเลสูงกว่า 31 องศา บางส่วนหลุดจากก้อนหินที่เป็นฐาน เนื่องจากช่วงหน้ามรสุม มีคลื่นใต้น้ำ ทำให้ก้อนหิน เคลื่อนที่



ส่วนสภาพพบชายฝั่ง มีต้นกล้าของพืชชายหาดเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากไม่ถูกเหยียบย่ำ โดยพบต้นกล้าไม้ที่ขึ้นตามธรรมชาติ ได้แก่ ผักบุ้งทะเล ปอทะเล รักทะเล หูกวาง เป็นต้น โดยเฉพาะผักบุ้งทะเล เพิ่งพบหลังจากการปิดอ่าวมาหยาพบปูลม ปูปั้นทราย บริเวณชายหาดจำนวนมาก ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนในช่วงก่อนปิดอ่าวมาหยา และที่สำคัญ มีฝูงฉลามหูดำ เข้ามาหากินในบริเวณอ่าวมาหยา บ่งบอกว่าบริเวณอ่าวมาหยาน่าจะเป็นแหล่งสืบพันธุ์และออกลูกของฉลามหูดำ สรุปโดยรวมระบบนิเวศบริเวณอ่าวมาหยาดีขึ้นหลังจากการปิดอ่าว ยกเว้นสถานภาพปะการังที่ยังคงมีสภาพเสื่อมโทรมมาก จากการท่องเที่ยว ที่ผ่านมา ก่อนปิดอ่าวมาหยา

ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศปิดอ่าวมาหยา อีก 2 ปี แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าก่อนจะเปิดอีกครั้ง คณะกรรมการที่ปรึกษา จะเข้าไปตรวจสอบครั้งสุดท้ายว่ามีความพร้อมของระบบนิเวศที่จะให้บริการกับ นทท.ได้หรือไม่ หลังเปิดให้เข้าเที่ยวจะต้องมีการติดตามตรวจสอบสถานภาพของทรัพยากรทุกๆ 3 เดือน เพื่อใช้เป็นตัวกำหนดจำนวน นทท.ที่เหมาะสมในแต่ละวันหรือในแต่ละรอบของการเข้าชม เพื่อรักษาทรัพยากรที่มีให้คงอยู่ เพื่อป้องกันความเสียหายของระบบนิเวศทั้งในน้ำและบนบกของอ่าวมาหยา.


https://www.thairath.co.th/news/local/south/1637101
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"ดีเจภูมิ"งานเข้า! ทำคลิปตกปลา ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร โดยไม่ได้รับอนุญาต

เพจ "ทีมพญาเสือ" เผย พฤติกรรมของ นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ กับพวก 7 คน ได้ทำคลิปเข้ามาล่าสัตว์เพื่อประกอบอาหาร ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่ได้จัดทำบันทึกตรวจสอบ/แจ้งความกล่าวโทษ



วันนี้ (13 ส.ค.) เพจ "ทีมพญาเสือ" ได้โพสต์กรณีคลิปวิดีโอช่องทาง DJPOOM CHANNEL หรือ นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ ได้ร่วม ล่าสัตว์ (ตกปลา) ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร โดยไม่ได้รับอนุญาต ทางคณะเจ้าหน้าที่นำเรื่องราวเข้าดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน ซึ่งคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย 1.เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) 2.เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบคลิปวีดีโอที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ดังกล่าวแล้ว ปรากฏพบว่า มีกลุ่มบุคคล จำนวน 7 คน ทั้งหมดโดยสารอยู่บนเรือสปีดโบ๊ท (speed boat) ร่วมกันตกปลาและชำแหละเนื้อปลาที่ได้มาจากล่า (ตกเบ็ด) บนเรือลำดังกล่าวเพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร ซึ่งคลิปดังกล่าวได้โพสต์ลงในสื่อโซเชียล (YouTube) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 (ปัจจุบันคลิปดังกล่าวถูกลบออกจากสื่อออนไลน์ออกไปแล้วเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2562)

สำหรับ พฤติกรรมของ นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ กับพวก เป็นพฤติกรรมที่มีเจตนาเข้ามาล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำความผิดกฏหมายตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ฐานความผิด ดังนี้

1.ฐานเก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (2) และมาตรา 24

2.นำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (3) และมาตรา 24

3.ฐานนำยานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (9) และมาตรา 25

4.นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (15) และมาตรา 27

5.ฐานบุคคลซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติของรัฐมนตรี และตามมาตรา 18 และมาตรา 25

อย่างไรก็ตาม คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงได้จัดทำบันทึกตรวจสอบ/แจ้งความกล่าวโทษ ไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามตัว นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันกระทำผิด/ให้การสนับสนุนการกระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000077170
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


เข้าใจผิดถุงพลาสติก! คนเล่นน้ำทะเลตะลึง ที่แท้ซากวาฬเน่าเกยตื้น

เข้าใจผิดถุงพลาสติก! ? วันที่ 13 ส.ค. มิร์เรอร์ รายงานว่า ซากวาฬเน่าเปื่อยเกยตื้นขึ้นมาบนชายหาดในเมืองมาตาโร จังหวัดบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ถือเป็นวาฬตัวที่ 2 ที่เกยตื้นตายใกล้หาดในเมืองดังกล่าวในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา



คลิปวิดีโอเผยซากวาฬลอยนอกหาดวาราดอร์ เจ้าหน้าที่สั่งปิดจุดท่องเที่ยวชายฝั่งและห้ามนักท่องเที่ยวว่ายน้ำหลังพบว่าซากวาฬดังกล่าวอยู่ในขั้นเน่าเปื่อยขั้นรุนแรงแล้ว

รายงานระบุว่า ซากวาฬตัวดังกล่าวถูกพบครั้งแรกเมื่อ 11 ส.ค. ราว 15.56 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่หาดเต็มไปด้วยทั้งครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนวันหยุด มีการปักธงแดงเพื่อเตือนนักท่องเที่ยว ทว่าในตอนแรกนักท่องเที่ยวยังว่ายน้ำต่อไปเนื่องจากคิดว่าซากวาฬเป็นถุงพลาสติกใบใหญ่



เจ้าหน้าที่คุ้มครองพลเรือนและเจ้าหน้าที่ตำรวจรุดมาถึงที่เกิดเหตุเพื่อจัดการสถานการณ์ ขณะนี้ซากวาฬถูกเคลื่อนย้ายออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นปิดล้อมบริเวณที่พบซากวาฬ และกำลังทดสอบน้ำทะเลและทรายว่ามีการปนเปื้อนเชื้อโรคหรือไม่


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2798782

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


'ดีเจภูมิ' แจงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตกปลาเขตอุทยานฯ

"ชุดพญาเสือ" แจ้งความ ?ดีเจภูมิ? พร้อมพวกรวม 7 คน ในคดีล่าสัตว์ (ตกปลา) ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพรโดยไม่ได้รับอนุญาตผิด 5 ข้อหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504



เมื่อวันที่ 13 ส.ค.62 นายพนัชกร โพธิบัญฑิต นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ เจ้าหน้าที่หน่วยพญาเสือ เปิดเผยว่า "หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยฯ พญาเสือ) ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร ตามนโยบายและข้อสั่งการของ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชภายใต้การอำนวยการของ ผอ.ศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ หน.หน่วยพญาเสือ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ที่ปรึกษาหน่วยพญาเสือ มีรายละเอียด ดังนี้

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบข้อมูลตามที่ได้รับการร้องเรียน ว่ามีการโพสต์คลิปวิดีโอการตกปลาใกล้เกาะภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ลงบนสื่อออนไลน์ (YouTube)โดยมีนายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ เป็นผู้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวลงสื่อออนไลน์ช่องทาง DJPOOM CHANNELคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบคลิปวีดีโอที่ปรากฏบนสื่อออนไลน์ดังกล่าวแล้ว



ปรากฏพบว่า มีกลุ่มบุคคล จำนวน 7 คน ทั้งหมดโดยสารอยู่บนเรือสปีดโบ๊ท (speed boat) ร่วมกันตกปลาและชำแหละเนื้อปลาที่ได้มาจากล่า (ตกเบ็ด) บนเรือลำดังกล่าวเพื่อนำมาปรุงเป็นอาหาร ซึ่งคลิปดังกล่าวได้โพสต์ลงในสื่อโซเชียล (YouTube)เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม2561 (ปัจจุบันคลิปดังกล่าวถูกลบออกจากสื่อออนไลน์ออกไปแล้วเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม2562) รายละเอียด ปรากฏดังนี้

คณะพนักงานเจ้าหน้าทีได้ร่วมกันลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสถานที่นำมาเปรียบเทียบกับคลิปวีดีโอดังกล่าวโดยละเอียด ได้ปรากฏเห็นทิวทัศน์ มีลักษณะเป็นเกาะซึ่งแต่ละเกาะมีลักษณะที่เด่นชัดเป็นจุดเด่นเฉพาะตัว ซึ่งบริเวณสถานที่ที่กลุ่มบุคคล จำนวน 7 คน โดยสารอยู่บนเรือสปีดโบ๊ท (speed boat) ร่วมกันตกปลาและชำแหละเนื้อปลาที่ได้มาจากล่า (ตกเบ็ด) นั้น อยู่ในบริเวณเกาะแรด เกาะกะโหลก เกาะหลักง่าม และเกาะละวะ ซึ่งทั้ง 4 เกาะอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร



คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบบุคคลที่ปรากฏในคลิป พบว่ามีด้วยกันทั้งหมด 7 คน โดยพฤติกรรมของ นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ กับพวก เป็นพฤติกรรมที่มีเจตนาเข้ามาล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำความผิดกฏหมายตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504ฐานความผิด ดังนี้

1. ฐานเก็บหา นำออกไป ทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายซึ่งทรัพยากรธรรมชาติอื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา16 (2)และมาตรา24
2. นำสัตว์ออกไป หรือทำด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (3)และมาตรา 24
3. ฐานนำยานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (9) และมาตรา 25
4. นำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรืออาวุธใดๆ เข้าไป เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 (15) และมาตรา 27
5. ฐานบุคคลซึ่งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติของรัฐมนตรี และตามมาตรา 18 และมาตรา 25

คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงได้จัดทำบันทึกตรวจสอบ/แจ้งความกล่าวโทษ ไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสืบสวนสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปากน้ำชุมพร จังหวัดชุมพร เพื่อติดตามตัว นายภูมิใจ ตั้งสง่า หรือดีเจภูมิ และ/หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ร่วมกันกระทำผิดให้การสนับสนุนการกระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/843751

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ผลชันสูตร "โฮป" ไม่พบเลือดเลี้ยงหัวใจ-ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน



สัตวแพทย์ ทช.ชันสูตร "โฮป" ลูกวาฬหัวทุยแคระ พบว่าไม่มีเลือดในเส้นเลือดมาเลี้ยงหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด บ่งชี้ถึงภาวะช็อก ลำไส้อักเสบเฉียบพลันและมีเลือดคั่งในสมอง ซึ่งสร้างความเสียใจให้กับทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่? ทช.?หลังพยายามยื้อชีวิตมา 9 วันเต็ม

นายจตุพร? บุรุษพัฒน์? อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง? (ทช.) กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก?เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันว่า? "โฮป" มีอาการตัวลอย ตัวเอียง ว่ายน้ำหลังคด ทีมสัตวแพทย์ได้ระบุว่าเป็นสัญญาณไม่ค่อยดี จึงให้ยาปฏิชีวนะ กระทั่งโฮปได้ตายลงในเวลา 23.23 น. ถือเป็นความสูญเสีย เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมา เป็นวาฬหัวทุยแคระตัวแรกที่พบและมีชีวิตอยู่ได้? ซึ่งการสูญเสียโฮปสร้างความโศกเศร้า?เสียใจ?ให้แก่ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่? ทช.?เป็นอย่างมาก? เพราะก่อนหน้านี้ทีมสัตวแพทย์ได้ทำการเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24? ชั่วโมง และพยายามยื้อชีวิตมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 9 วันเต็ม

ทีมสัตวแพทย์ทำการชันสูตรหาสาเหตุการตาย พบว่าลูกวาฬหัวทุยแคระมีสภาพความสมบูรณ์ของร่างกายระดับผอม พบรอยแผลจากการเกยตื้นที่บริเวณส่วนหัว? ซึ่งมีการสมานแผลแล้ว โดยพบน้ำในถุงหุ้มหัวใจ ไม่พบเลือดในเส้นเลือดที่มาเลี้ยงหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะช็อก พบน้ำคั่งในช่องอกและช่องท้อง มีภาวะปอดอักเสบเรื้อรัง กระเพาะอาหารอักเสบรุนแรง พบแผลหลุมและเนื้อตาย มีพยาธิอัดแน่นในกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน เยื่อหุ้มสมองอักเสบและมีเลือดคั่งในสมอง

ซึ่งทีมสัตวแพทย์ได้สรุปสาเหตุการตายมาจากภาวะช็อกและการติดเชื้อในร่างกายเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน จึงทำให้ตัวสัตว์อ่อนแอและเสียชีวิตในที่สุด หลังจากนี้?เจ้าหน้าที่จะเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ เพื่อนำไปตรวจทางจุลพยาธิวิทยาต่อไป? อธิบดี ทช.เน้นย้ำว่า?ยังมีสัตว์ทะเลอีกหลายชีวิตที่ทางทีมแพทย์จะต้องดูแลรักษา จึงอยากให้ประชาชนเป็นกำลังใจให้กับทีมแพทย์ที่ดูแลสัตว์ทะเลด้วย

ทั้งนี้ ลูกวาฬหัวทุยแคระตัวดังกล่าวถูกพบเกยตื้นพร้อมแม่วาฬ บริเวณชายหาดบ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่แม่วาฬได้ตายไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ ทช.จะเข้าช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงได้เคลื่อนย้ายลูกวาฬที่รอดชีวิตมาอนุบาลเลี้ยงดูและพักฟื้นที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ขณะนั้น?ลูกวาฬมีสภาพร่างกายอ่อนแรง ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับที่ถือว่าผอมกว่าปกติ มีรอยแผลถลอกที่เกิดจากการเกยตื้นหลายแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งชื่อให้ลูกวาฬหัวทุยแคะตัวดังกล่าวว่า? "โฮป" เพื่อเป็นความหวังให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติต่อไป


https://news.thaipbs.or.th/content/282834

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


ระเบิดเวลา! ดินถล่มไร้สัญญาณเตือนภัย



หากดูจากแผนที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มของกรมทรัพยากรธรณี คาดว่าน่าจะมีถึง 100 หมู่บ้านในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่บริเวณเชิงเขา ภัยดินถล่มจึงเป็นเหมือนระเบิดเวลา ที่รอวันถล่มลงมา เท่านั้นเอง!

ระเบิดเวลา! ดินถล่มไร้สัญญาณเตือนภัย13 AUG 2019พลันที่ได้ยินเสียงดังมาจากบนภูเขา ก็สายเกินไปที่จะเก็บข้าวของหนีออกมาจากบ้าน นอกจากวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

ไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ดินจำนวนมหาศาล ถล่มลงมา ท่ามกลางฝนที่ตกๆหยุดๆ ติดต่อกันมาเป็นสัปดาห์ บางคนกระเด็นออกไปอยู่นอกบ้าน บางคนก็ถูกหลังคาบ้านทับ บางครอบครัวมีคนตาย

นี่เป็นอีกครั้งที่ผมมาทำข่าวดินถล่มแต่คราวนี้เป็นพื้นที่ของอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วผมไปทำข่าวดินถล่ม บ้านห้วยขาบ อำเภอบ่อเกลือจังหวัดน่าน แต่เมื่อเปรียบเทียบกันลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดตาก และจังหวัดน่าน ก็มีความคล้ายคลึงกัน และเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มเหมือนกัน

ผู้ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูง ในการลงพื้นที่ครั้งนี้มีประเด็นที่ทำให้เราขบคิด ชาวบ้านที่บ้านวาแหมะคี ตำบลท่าสองยางอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เพิ่งย้ายถิ่นฐานจากที่อยู่อาศัยเดิมในป่าลึก ลงมาอยู่บริเวณเชิงเขาข้างถนนเมื่อประมาณ ปี 2530 กว่าๆ ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่เป็นคนพาลงมา และจัดสรรพื้นที่บริเวณนี้ให้อยู่อาศัยและทำกิน

ชาวบ้านบอกกับผมว่า ถ้ายังอยู่ที่เดิมที่เคยอยู่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พื้นที่บริเวณนั้นจะไม่เกิดดินถล่ม ด้วยภูมิปัญญาของชาวบ้านรู้ดีว่าตรงไหนอยู่อาศัยได้หรือไม่ได้ เสี่ยงหรือไม่เสี่ยง แต่เมื่อไม่มีทางเลือก รัฐจัดสรรให้อยู่บริเวณนี้ก็ต้องอยู่ และสิ่งที่กลัวกันมากที่สุดก็เกิดขึ้น ฝันร้ายในวันนั้นทำให้คนทั้งหมู่บ้านตัดสินใจขออพยพ

ในบรรดาภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแล้ง หรือน้ำท่วม อาจยังไม่สร้างความเสียหายกับทรัพย์สินได้มากเท่ากับดินถล่ม ซึ่งพอๆกับแผ่นดินไหว และเป็นที่น่าคิดว่าในช่วงระยะหลัง ภัยดินถล่มเกิดขึ้นเกิดบ่อยขึ้น นักธรณีวิทยาให้สาเหตุว่าอาจมาจากอายุของชั้นหินที่เสื่อมสภาพ

แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ เช่น ความแข็งแรงของดิน ขึ้นอยู่กับส่วนประกอบของดิน (Soil composition) ว่าเป็น หินหรือ ดิน ประเภทใด มีโครงสร้างหรือมีต้นไม้ประกอบยึดเกาะกันแข็งแรงแค่ไหน มีชั้นดินดานตื้นหรือลึกในลักษณะใด

บริเวณที่เกิดดินถล่มเป็นพื้นที่ที่มีความลาดเอียงมาก (Steep slope)มีฝนตกมากนานๆ (Prolong heavy rain)

โครงสร้างของแผ่นดิน (Structure of soil) ความแตกต่างกันของชั้นดินที่น้ำซืมผ่านได้ กับชั้นที่น้ำซึมผ่านไม่ได้ ที่จะทำให้น้ำขังใต้ดินมากจนดินเหลวบนที่ลาดเอียง ทำให้เกิดการไหลได้

ฤดูกาล (Glacial erosion, rain, drought), ต้นไม้ถูกทำลายโดยไฟป่าหรือความแล้ง (Vegetation removal by fire or drought) และการเปลี่ยนแปลงของน้ำใต้ดิน (Change in underground water)

เมื่อไม่มีสัญญาณเตือนว่าดินถล่มจะเกิดขึ้นเมื่อใด เราก็ทำได้เพียงแต่วิเคราะห์สาเหตุและความน่าจะเป็น และกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มเพื่อให้เกิดการเฝ้าระวัง ซึ่งหากดูจากแผนที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มของกรมทรัพยากรธรณี คาดว่าน่าจะมีถึง 100 หมู่บ้านในประเทศไทย ส่วนใหญ่อยู่บริเวณเชิงเขา ภัยดินถล่มจึงเป็นเหมือนระเบิดเวลา ที่รอวันถล่มลงมา เท่านั้นเอง!


https://www.nationtv.tv/main/content/378732317/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 14-08-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ช็อกตาย !! "เจ้าโฮป" ลูกวาฬทุยหัวแคระ

"เจ้าโฮป" ลูกวาฬทุยหัวแคระ ที่ถูกพบเกยตื้น ในจ.พังงา ช็อกตาย ด้าน ?มาเรียม? อาการดีขึ้น หลัง เกิดภาวะช็อก



หลังการพบลูกวาฬแคระหัวทุยเกยตื้นหาดบ้านในไร่ จ.พังงา ตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม คณะสัตวแพทย์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ช่วยกันฟื้นฟูสุขภาพ แต่ด้วยอาการป่วยตั้งแต่วันแรกจากการติดเชื้อในกระแสเลือด ล่าสุด เจ้าโฮป ช็อกตาย เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่าน

นี่เป็นภาพที่ทีมข่าว พีพีทีวีบันทึกไว้เมื่อวานนี้ ขณะที่สัตวแพทย์ ช่วยกันดูแล เจ้าโฮป ลูกวาฬทุยหัวแคระ ที่ถูกพบเกยตื้น ในจังหวัดพังงา เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนถูกนำตัวไปรักษา ที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ต
แต่ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าโฮป ตาย ช่วงเวลาประมาณ 23.23 น. ของเมื่อวานนี้ โดยผลการตรวจทางโลหิตวิทยา พบภาวะการติดเชื้อในร่างกาย มีภาวะการแห้งน้ำรุนแรง ค่าการทำงานของตับและไตสูง และมีภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ

ขณะที่ผลอัลตราซาวด์ พบแก๊สสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้จำนวนมาก และมีการเคลื่อนไหวของลำไส้มากกว่าปกติ

สำหรับภาวะช็อก ติดเชื้อในร่างกาย และภาวะการแห้งน้ำอย่างรุนแรง ของเจ้าโฮป ทีมสัตวแพทย์ได้ตรววจพบตั้งแต่วันแรก จึงช่วยกันดูแลตลอด 9 วัน ให้ยาปฏิชีวนะ และเปลี่ยนเวรกันลงไปป้อนนมตรวจอาการตลอด 24 ชั่วโมง สัตวแพทย์พยายามยื้อชีวิตกันเต็มที่

ขณะที่อาการหัวใจเต้นแรงที่เกิดจากภาวะตกใจของ มาเรียม ลูกพะยูนเพศเมีย ล่าสุดอาการของมาเรียมดีขึ้นตามลำดับ เมื่ออยู่ในการดูแลของคณะสัตวแพทย์ แต่สิ่งที่น่าห่วงคือ มาเรียม อาจไม่สามารถปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ เพราะจากเหตุการณ์ที่มันถูกพะยูนเพศผู้โตเต็มวัยไล่จนเกิดภาวะช็อก

สัตวแพทย์หญิง นันทริกา ชันซื่อ หรือหมอหนิ่ง เปิดเผยว่า พฤติกรรมของมาเรียมอาจติดคนเกินไป ซึ่งอันตรายต่อการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ แต่การย้ายขึ้นมาเลี้ยงในบ่อเลี้ยง ที่ศูนย์วิจัย ทช. จ.ภูเก็ตก็เป็นเรื่องอันตราย ที่อาจทำมันเครียดจนตายได้เหมือนกัน ตอนนี้จึงต้องเลี้ยงในทะเลธรรมชาติที่เดิมแต่กำลังศึกษาสถานที่ปล่อย เพราะคณะวิจัยสัตว์ทะเลของ ทช. พบว่าพะยูนมีการแบ่งเขตอาศัยตามเพศลักษณะ

เช่นเดียวกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า การย้าย มาเรียม เข้าไปดูแลในบ่อนั้น ทำได้ยาก เพราะจะทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น ซึ่งพะยูนเป็นสัตว์ที่เครียดง่าย การให้อยู่ตามทะเลธรรมชาติ มาเรียม จะได้มีโอกาสเล่นโคลน หรือไปหาหญ้าทะเลกินได้ดีกว่า และขอให้ประชาชนช่วยกันให้กำลังใจทั้งมาเรียม และทีมงาน แพทย์ เจ้าหน้าที่ ที่คอยเฝ้าดูแลอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งตัวเองก็ขอชื่นชม

ส่วนสุขภาพของยามีล พะยูนเด็กเพศผู้อีกตัว ที่อยู่ในบ่อเลี้ยงศูนยวิจัยฯ ทช. จ.ภูเก็ต ตอนนี้สุขภาพทั่วไปแข็งแรงขึ้น ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับปกติ รอยด่างขาวบนร่างกาย ที่เกิดจากภาวะเครียดลดลง การขับถ่ายและการหายใจปกติ สามารถว่ายน้ำได้ดี


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/108502

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:21


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger