เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีการกระจายของฝนมากกว่าบริเวณอื่น สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 20 - 23 ส.ค. 62 ร่องมรสุมพาดจะผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 20 - 23 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 24 - 25 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีฝนน้อยลง ส่วนภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนมากกว่าภาคอื่นๆ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 20 - 23 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (93.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


สุดระทึก ไฟป่าเผาเกาะดัง แกรนคานาเรีย ยังคุมไม่อยู่ อพยพแล้วเกือบหมื่น

ไฟไหม้ป่าที่เกาะแกรน คานาเรีย น่าวิตก เจ้าหน้าที่ยังคุมเพลิงไม่อยู่ ต้องอพยพประชาชนแล้ว 8 พันคน พระเพลิงเผาป่าวอดแล้วกว่า 3.7 หมื่นไร่



เมื่อ 19 ส.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศ และเว็บไซต์ เดอะ มิร์เรอร์ รายงานสถานการณ์ไฟไหม้ป่าอย่างรุนแรง บนเกาะแกรน คานาเรีย เกาะท่องเที่ยวยอดนิยม ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะคะแนรี ในมหาสมุทรแอตแลนติก แคว้นปกครองตนเองของสเปน ว่า ทางการได้สั่งอพยพประชาชนเพิ่มขึ้นสองเท่า เป็นนับ 8,000 คนแล้ว จนถึงช่วงเช้าวันที่ 19 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากไฟป่ายังโหมไหม้รุนแรงและเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ หลังจากไฟป่าได้เริ่มลุกไหม้มาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา เผาผลาญป่าไปแล้วกว่า 37,500 ไร่ และพระเพลิงได้ลุกลามเข้ามาใกล้เขตที่อยู่อาศัยของประชาชนมากขึ้น จนสามารถมองเห็นเปลวเพลิงแดงฉานสุดน่ากลัว

นาย ?ngel V?ctor Torres นักการเมืองชาวสเปน เลขาธิการพรรคสังคมนิยมของคะแนรี ซึ่งได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งหมู่เกาะคะแนรี่ กล่าวด้วยความกังวลใจว่า พวกเรากำลังเผชิญกับไฟไหม้ป่าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ และภารกิจหลักของเราคือการทำให้ประชาชนปลอดภัย โดยมีผู้ที่เห็นเหตุการณ์ กล่าวถึงความน่ากลัวของไฟไหม้ป่าที่เกาะแกรน คานาเรีย ว่านับเป็นหนึ่งในภาพที่สร้างความเจ็บปวดที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา



ทั้งนี้ ทางการอาจมีการอพยพประชาชนเพิ่ม ขณะที่ทีมดับเพลิงที่มีความชำนาญ นับ 700 คน ได้พยายามดับไฟป่าที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง นอกจากนั้นยังมีการใช้เครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ ราดน้ำนับ 8 แสนลิตรแล้วในการควบคุมไฟป่าครั้งนี้


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1641191


__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


เปิดผลผ่าพะยูนอ่าวไร่เลย์ พบเงี่ยงกระเบนแทงจนติดเชื้อ

ทช.เผยผลชันสูตรพะยูนเกยตื้นตายอ่าวไร่เลย์พีพีตัวล่าสุด เหตุเงี่ยงกระเบนแทงจนเกิดภาวะติดเชื้อ



เมื่อวันที่ 19 ส.ค. เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต ได้รายงานผลการชันสูตรซากพะยูนเกยตื้นจาก จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ผลการชันสูตรพบลักษณะของฝีหนอง ที่มีช่องเปิดอยู่บริเวณท้อง เมื่อผ่าชันสูตรใต้ฝีหนองพบเงี่ยงกระเบนขนาดยาว 15 ซม. ทะลุผ่านผิวหนังเข้าไปถึงส่วนของลำไส้เล็กและกระเพาะ โดยลำไส้เล็กบริเวณดังกล่าวพบการอักเสบและมีผังผืดยึดเกาะกับเยื่อแขวนลำไส้ นำมาสู่การติดเชื้อภายในช่องท้อง



นอกจากนี้ ยังพบของเหลวสะสมอยู่ในช่องท้อง โดยของเหลวมีลักษณะเป็นสีแดงขุ่นปนสีขาวขุ่น และยังพบว่าต่อมน้ำเหลืองทั่วร่างกายมีการตอบสนองต่อการติดเชื้อ ในส่วนของกระเพาะอาหารยังพบว่ามีอาหารอยู่เต็มกระเพาะแต่มีลักษณะของภาวะท้องอืดร่วมด้วย สันนิษฐานการตายเกิดจากป่วยตามธรรมชาติ จากภาวะการติดเชื้อเรื้อรังในช่องท้อง โดยมีสาเหตุมาจากเงี่ยงกระเบนแทง และทำให้ตายในเวลาต่อมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการเก็บตัวอย่างผิวหนัง เพื่อนำไปตรวจทางพันธุกรรม และเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อตรวจทางจุลพยาธิวิทยา รวมถึงเก็บตัวอย่างแบคทีเรียเพื่อตรวจสอบชนิดของเชื้อต่อไป


https://www.dailynews.co.th/politics/726787


*********************************************************************************************************************************************************


อินโดนีเซียรณรงค์กำจัดขยะตามชายหาด

ชาวอินโดนีเซียจำนวนมากร่วมค้นหาเพื่อกำจัดเศษขยะที่กระจายเกลื่อนตามชายหาดทั่วประเทศเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการรณรงค์เพื่อแก้ปัญหาใหญ่ขยะในทะเลปริมาณมหาศาล



สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ว่า เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบปีที่ 74ของวันคล้ายวันประกาศเอกราชของอินโดนีเซียเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนั้นอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนหลายพันคนจึงช่วยกันกำจัดขยะพลาสติกและอื่นๆตามชายหาดและเกาะต่างๆของอินโดนีเซียประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะมากถึง 17,000 เก่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ตัวเลขอาสาสมัครซึ่งยังไม่สามารถนับจำนวนได้แท้จริง แต่ประเมินว่าคงจะมีจำนวนมากที่เข้าร่วมกิจกรรมเก็บขยะ ซึ่งก็ได้ขยะหลายร้อยตันด้วยกันตามรายงานของปันดู ลาอุต นาซิอองนัล ผู้ประสานงานการจัดกิจกรรม



อินโดนีเซียเป็นประเทศใหญ่อันดับสองของโลกที่มีส่วนทำให้เกิดขยะในทะเลรองจากจีน และให้คำมั่นว่าจะลดขยะในทะเลลงให้ได้ร้อยละ 70 ภายในปี 2568 และยังมีแนวคิดริเริ่มอื่นๆที่จะหาทางกำจัดขยะในทะเล เช่น รถโดยสารที่ให้บริการในเมืองสุราบายาเมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย สามารถนำขวดพลาสติกใช้แล้วไปแลกตั๋วโดยสารได้ นอกจากนั้นเมืองบาหลีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของอินโดนีเซียยังออกคำสั่งห้ามใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง


https://www.dailynews.co.th/foreign/726808

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


จ่อติดคุก ข้อหาขโมย คู่รักฝรั่งเศสเก็บทราย 40 ก.ก. หาดดังเกาะอิตาลี


Getty Images / Sardegna rubata e depredata

จ่อติดคุก? วันที่ 19 ส.ค. บีบีซี และ ดากอสเปีย รายงานว่า ศุลกากรอิตาลีจับกุมนักท่องเที่ยวคู่รักชาวฝรั่งเศส พร้อมทรายน้ำหนักรวม 40 กิโลกรัม ซึ่งเก็บมาจากชายหาดบนเกาะซาร์ดีเนีย ทางตะวันตกของคาบสมุทรอิตาลี

นักท่องเที่ยวคู่รักถูกจับเมื่อ 15 ส.ค. ระหว่างขับรถเอสยูวีไปขึ้นเรือข้ามฟากจากเขตเมืองปอร์โต ตอร์เรส ของเกาะซาร์ดีเนีย มุ่งหน้าไปเมืองตูลง ทางใต้ของฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบทรายบรรจุขวดพลาสติก 14 ใบ ในกระโปรงหลังรถเอสยูวีของทั้งคู่



สื่ออิตาลีรายงานว่า คู่รักชาวฝรั่งเศสอาจอาจรับโทษจำคุกระหว่าง 1-6 ปี ในข้อหาลักทรัพย์อุกฉกรรจ์ (Theft with aggravating circumstances) จากการขโมยสมบัติสาธารณะ ขณะที่ทั้งคู่บอกว่า เก็บทรายมาจากชายหาดเชีย (Chia) ทางเหนือเกาะซาร์ดีเนีย เป็นของที่ระลึกกลับบ้าน และไม่รู้ว่าเป็นการทำผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ หาดทรายขาวบนเกาะซาร์ดีเนียมีชื่อเสียงและดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา ผู้อยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้ร้องเรียนนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่มาจากยุโรปรวมถึงอิตาลี มาขโมยทรายริมหาดมากขึ้น บางส่วนนำประมูลในอินเตอร์เน็ต หรือขายในราคาสูงถึง 10 ยูโร ต่อ ทราย 1 กรัม (ราว 350 บาท ต่อ ทราย 1 กรัม)



ทางการท้องถิ่นจึงออกกฎหมายซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ 1 ส.ค. 2561 ห้ามซื้อขายและนำ หาดทราย หินกรวด และเปลือกหอยบนเกาะซาร์ดีเนีย ออกจากพื้นที่ ซึ่งถูกจัดเป็นมรดกธรรมชาติ เป็นสมบัติสาธารณะ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกหรือปรับ แต่ปกติแล้วมักลงโทษปรับเป็นเงินสูงสุดถึง 3,000 ยูโร (ราว 100,000 บาท)

นอกจากนี้ เกาะบูเดลลี เกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะซาร์ดีเนีย ซึ่งมีชื่อเสียงจากหาดทรายสีชมพู ถูกห้ามเข้าตั้งแต่ปี 2537 เนื่องจากทรายมีค่าบนเกาะแห่งนี้ลดหายในปริมาณหลายตันทุกปี


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2815338

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


สิงคโปร์เตรียมทุ่มงบระยะยาวแสนล้าน ป้องกันประเทศจากระดับน้ำทะเลสูง

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์เปิดเผยแผนระยะยาว 10 ปีเพื่อป้องกันประเทศจากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น โดยคาดว่าต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์


แฟ้มภาพ นักท่องเที่ยวถ่ายภาพที่เมอร์ไลออนพาร์คของสิงคโปร์ / AFP

นายกรัฐมนตรีลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ กล่าวเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 18 สิงหาคม ระหว่างการแถลงนโยบายสำคัญของประเทศว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน เป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ สิงคโปร์ได้รับผลกระทบแล้วทั้งจากสภาพอากาศที่ร้อนขึ้นและพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรงขึ้น สิงคโปร์เป็นประเทศที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ความเสี่ยงที่คุกคามประเทศอย่างมากก็คือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นทุกที

ตามกฎหมายเดิมของสิงคโปร์กำหนดให้ผู้ก่อสร้างอาคารจะต้องสร้างอยู่เหนือระดับน้ำทะเลเฉลี่ยอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อเหลือพื้นที่ 1 เมตรไว้รับน้ำท่วมในเวลาน้ำขึ้น แต่ถ้าระดับน้ำทะเลสูงขึ้น 1 เมตรจากภาวะโลกร้อน ทำให้คันกั้นน้ำทะเลอาจแตกถ้าเกิดฝนตกหนักและน้ำขึ้น รัฐบาลสิงคโปร์ออกกฎหมายใหม่ให้อาคารที่จะสร้างใหม่จะต้องสูงเหนือระดับน้ำทะเล 4 เมตร โดยอาคารผู้โดยสารหมายเลข 5 หลังใหม่ของสนามบินชางงี จะสร้างสูงเหนือระดับน้ำทะเล 5 เมตร

ผู้นำสิงคโปร์เผยว่า มาตรการสำคัญในการป้องกันระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นคือ เรียนรู้จากประสบการณ์ของเนเธอร์แลนด์ ที่รอดจากน้ำทะเลท่วมด้วยการสร้างกำแพงทะเล จากนั้นระบายน้ำเพื่อให้เกิด "ที่ลุ่ม" อีกทางเลือกหนึ่งคือ สร้างเกาะต่างๆ อยู่นอกชายฝั่งและเชื่อมต่อเกาะต่างๆ ด้วยทำนบเพื่อสร้างเป็นอ่างเก็บน้ำจืด ซึ่งใช้ระบายน้ำฝน โครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันชายฝั่งสิงคโปร์ต้องใช้งบอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ตามแผนแก้ไขปัญหา 100 ปี การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องจริงจังไม่ต่างกับการสร้างกองทัพป้องกันประเทศ เพราะเป็นเรื่องของชีวิตและความตายเช่นกัน.


https://www.thaipost.net/main/detail/43809

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ตะลึง! ขยะเกลื่อนแปลงหญ้าทะเลจุด "มาเรียม" ตาย

ผลักดันแผนพะยูนแห่งชาติ เพิ่มประชากรอีก 50%ใน 10 ปี นำร่องร่วม 12 ชุมชนร่วมอนุรักษ์ เดินหน้ามาเรียมโปรเจ็กต์ ต้นแบบลดขยะลงทะเล นักวิชาการเรียกร้องแบนถุงพลาสติกทันที ทีมอาสาสมัครเก็บหญ้าทะเล ตะลึง เจอขยะพลาสติกในแปลงหญ้าทะเลตกค้างเกาะลิบง จ.ตรัง



วันนี้ (19 ส.ค.2562) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ประธานคณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก เรียกประชุมคณะทำงานครั้งแรก หลังกรณีมาเรียม ลูกพะยูนอายุ 8 เดือนตายหลังจากนำมาเลี้ยงดูได้แค่ 4 เดือน และผลชันสูตรเจอเศษถุงพลาสติกขนาดเล็กๆ รวม 8 ชิ้นซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มาเรียมตาย

ทั้งนี้สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลง กรณ์มหาวิทยาลัย ทีมสัตวแพทย์ที่ดูแลมาเรียม ได้นำภาพถ่ายที่ยังพบว่าแปลงหญ้าทะเลที่หมู่เกาะลิบง จ.ตรัง ที่เป็นพื้นที่มาเรียมไปหากินหญ้าทะเล ที่ถ่ายโดยน.ส.ณัฐนิช พานิชภักดิ์ อาสาสมัคร เก็บหญ้าทะเล มาโชว์ให้สื่อมวลชนดูว่าจากการเข้าไปเก็บหญ้าทะเลที่หมู่เกาะลิบง จ.ตรัง เพื่อนำไปให้ยามีลกิน กลับพบว่ามีขยะตกค้างในแปลงหญ้าทะเลจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ยังเป็นถุงพลาสติกปะปนอยู่

"ทีมอาสาสมัครไปเก็บหญ้าทะเลให้ยามีลหลังจากมาเรียมไม่อยู่ และสังเกตว่าแหล่งหญ้าทะเลที่เกาะลิบง มีพลาสติกปะปนอยู่ ซึ่งก่อนหน้าไม่ได้สังเกตมาก่อน บ่งชี้ว่ามีขยะพัดไปถึงจุดหากินของพะยูน จากนี้จะต้องลงไปเก็บออกจากแปลงหญ้าทะเลไม่ให้เป็นอันตรายกับพะยูนตัวอื่น"


แผนเพิ่มพะยูน-นำร่องเลิกเครื่องมือประมง

ด้านนายปิ่นสักก์ กล่าวว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม (ทส.) มอบหมายให้ ทช.จัดทำแผนการอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ มีเป้าหมายเพิ่มพะยูนในไทยให้ได้อีก 50% ภายใน 10 ปีจากข้อมูลรายงานทะเลไทย มีประชากรพะยูน 250 ตัวกระจายในพื้นที่เกาะลิบง จ.ตรัง กระบี่ พังงา รวมทั้ง จ.ระยอง หรือเพิ่มเป็น 375 ตัว โดยให้ใช้บทเรียนจากมาเรียมที่คนทั้งประเทศได้ให้ความรัก ความหวังกับการเลี้ยงดูมาเรียม และตายจากการกินขยะพลาสติกจะต้องไม่ตายฟรี



นอกจากนี้จะผลักดันให้ถอดบทเรียนลิบงโมเดล ไปใช้ในพื้นที่อืนอีก 12 แห่ง เพื่ออนุรักษ์พะยูนร่วมกับชุมชน ได้แก่เกาะพระทอง จ.พังงา อ่าวพังงา เกาะศรีบอยา จ.กระบี่ เกาะลิบง เกาะมุกต์ จ.ตรัง เกาะลิดี เกาะสาหร่าย จ.สตูล เกาะกูด เกาะหมาก เกาะกระดาน จ.ตราด อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี ปากน้ำประแส จ.ระยอง อ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี อ่าวสัตหีบ จ.ระยอง อ่าวปัตตานี จ.ปัตตานี

สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือการดึงชุมชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ การเลิกเครื่องมือประมงที่ทำให้สัตว์ทะเลหายากเสี่ยงตาย โดยมีเป้าหมายที่จะลดการตายของพะยูนจากเครื่องมือประมงให้ไม่เกินร้อยละ 45 ทำแผนที่พะยูนโมเดล อนุรักษ์แหล่งหญ้าทะเล


ผลักดันมาเรียมโปรเจ็กต์ แก้ขยะทะเล

ด้าน ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า หนึ่งในแผนที่สำคัญคือมาเรียมโปรเจ็กต์ เพื่อใช้เป็นตัวขับเคลื่อนการแก้ปัญหาขยะลงทะเล ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้สัตว์ทะเลหายากตาย ซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เก็บข้อมูลด้วยในการเดินเก็บขยะ 50 เมตร พบแก้วใช้แล้วทิ้งกว่า 1,800 ใบ พบหลอดเกือบ 1,200 ชิ้น แน่นอนว่าร้อยละ 80 ของขยะทะเลไม่ได้เกิดที่ทะเลและริมฝั่ง แต่มาจากแผ่นดินไหลตามแม่น้ำลำคลองลงสู่ลงทะเล

"ไม่อยากทำให้มาเรียมตายฟรี เป้าหมายผลักดันให้มีวันพะยูนแห่งชาติวันที่ 17 ส.ค.ของทุกปี โดยจะเป็นจุดเริ่มต้นในการต่อต้านขยะทะเล และสร้างความรักของเด็กๆ และพะยูน และการตั้งกองทุนมาเรียม เพื่อระดมทุนในการใช้วิจัย และการอนุรักษ์ในพื้นที่ "


ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า พะยูนโมเดลจะมี จ.ตรังเป็นหัวหอก และกำลังทำให้พะยูนตายจากเครื่องมือประมงลดลงจาก ร้อยละ 90 เป็นแค่ร้อยละ 45 ในเขตอุทยานแห่งชาติจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 โดยชาวบ้านอยู่ได้ พะยูนอยู่รอด ทั้งนี้แผนพะยูนแห่งชาติ หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการสัตว์ทะเลหายาก ทำเสน็จแล้วจะนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานตามขั้นตอน

"นอกจากนี้ยังเสนอว่าต้องก้าวไปในการผลักดันเร่งรัดการแบนพลาสติก จากเดิมที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ตั้งเป้าหมายในปี 2565 โดยเห็นว่าควรต้องเริมทำได้ทันที เพราะหลายประเทศก็ทำสำเร็จแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ที่ประชุมได้สรุปสถานการณ์สัตว์ทะเลเกยตื้นตายของปี 2562 รวมแค่ 10 เดือนมีสัตว์ทะเลเกยตื้นรวมกัน 738 ตัว โดยจำนวนนี้มีพะยูน 16 ตัว ซึ่งรวมมาเรียม อายุ 8 เดือน และพะยูนตัวเมียความยาวกว่า 2 เมตรตัวล่าสุดที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ส่วนเต่าทะเลตายจำนวน 488 ตัว ซึ่งถือว่ามีจำนวนมากกว่าทุกปี

"ขณะที่การเก็บสถิติเฉพาะโลมาและวาฬเกยตื้น มีจำนวน 250 ตัว จำนวนนี้ตาย 238 ตัว หรือร้อยละ 98 ส่วนอีก 12 ตัวรอดตายหรือร้อยละ 2 เท่านั้น สาเหตุอันดับแรกมาจากการติดเครื่องมือประมงร้อยละ 55 ขยะทะเล ร้อยละ 21 และป่วยตายตามธรรมชาติร้อยละ 14"




https://news.thaipbs.or.th/content/283072

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


5 เหตุผลที่โลกไม่ควรมี "การทำเหมืองแร่ใต้ทะเล" .................. โดย Louisa Casson

ลึกลงไปในมหาสมุทรของเรานั้น ยังมีสิ่งมีชีวิตที่มีความพิเศษและไม่เป็นที่รู้จักซุกซ่อนแฝงกายอยู่ แต่ความลึกลับเหล่านี้กำลังตกอยู่ภายใต้การคุกคามจาก "การทำเหมืองแร่ใต้ทะเล" ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่


Lion?s Mane Jellyfish in the Arctic. ? Alexander Semenovแมงกระพรุนแผงคอสิงโต (Lion?s Mane) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อาศัยอยู่ลึกลงไปในมหาสมุทรแถบอาร์กติก ? Alexander Semenov

แม้ว่าการทำเหมืองใต้ทะเลลึกนั้นจะยังไม่เกิดขึ้น แต่รัฐบาลและบริษัทหลายแห่งกำลังวางแผนที่จะส่งเครื่องจักรขนาดมหึมา ที่ทนทานต่อคลื่นลมลงไปใต้ทะเล ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล ที่มีลักษณะเฉพาะ เป้าหมายของเครื่องจักรยักษ์ที่จะถูกส่งมาคือเพื่อสกัดแร่โลหะหายาก ยิ่งไปกว่านั้น ใบอนุญาตในการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลยังจะเอื้อให้กลุ่มอุตสาหกรรม ขยายการสำรวจใต้ทะเลลึกได้มากกว่าหนึ่งล้านตารางกิโลเมตรของมหาสมุทร


เพราะอะไรเครื่องขุดเจาะเหมืองใต้ทะเลจึงเป็นหายนะของท้องทะเล และนี่คือ 5 เหตุผลหลักๆที่เราไม่ควรทำเหมืองใต้ทะเล


Almoco Jacks - Deep Sea Life in the Azores. ? Greenpeace / Gavin Newmanฝูงปลามง (Almoco Jacks) บริเวณภูเขาใต้ทะเล Dom Jo?o de Castro แทบหมู่เกาะ Azores ในมหาสมุทรแอตแลนติก ? Greenpeace / Gavin Newman


ข้อ 1: การทำเหมืองใต้ทะเลคือข่าวร้ายทางสิ่งแวดล้อม

นักวิทยาศาสตร์ออกมาเตือนว่าการแสวงหาผลประโยชน์จากทะเล ด้วยเครื่องจักรขนาดยักษ์นี้มีความเสี่ยง ที่จะก่อให้เกิดความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงและไม่สามารถฟื้นฟูมหาสมุทรและทรัพยากรใต้น้ำให้กลับมาให้ดีเหมือนเดิมได้ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่รายงาน 'การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลที่ไม่ส่งผลต่อระบบนิเวศใต้ทะเลไม่มีอยู่จริง'

ลึกลงไปใต้ทะเล เราพบภูเขาใต้ทะเลที่เปรียบเสมือน "โอเอซิส" ของทั้งสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล แนวปะการังโบราณ และฉลามสายพันธุ์ที่มีชีวิตยืนยาวถึงหลายพันปี เพราะระดับการเจริญเติบโตของฉลามสายพันธุ์นี้ค่อนข้างช้า จึงทำให้พวกมันมีลักษณะทางกายภาพเปราะบางเป็นพิเศษ ซึ่งนักวิจัยประเมินว่า การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลจะทำลายความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์ในทะเลให้สูญหายไปตลอดกาล

ทั้งนี้ ยังมีผลกระทบจากการทำลายล้างที่รุนแรงกว่านั่นคือ การเปิดหน้าดินใต้ทะเลจะทำให้เกิดตะกอนลอยฟุ้งและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของสัตว์ทะเลเป็นบริเวณกว้างหลายกิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีเรือที่อยู่บนผิวน้ำซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำเหมือง เรือที่ว่านี้สามารถปล่อยสารระเหยลงสู่น้ำและจะกลายเป็นภัยต่อสายพันธุ์สัตว์ทะเลครอบคลุมพื้นที่หลายร้อย หลายพันกิโลเมตร

ไม่ใช่แค่สารพิษเท่านั้นที่จะเข้าไปรบกวนการใช้ชีวิตของเหล่าสัตว์ทะเล แต่เสียงจากเครื่องจักรในการขุดเหมืองก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นภัยคุกคามต่อสัตว์ใต้ทะเลเช่นกัน เช่น วาฬ เป็นต้น นอกเหนือไปจากเสียงแล้ว แสง ที่จะใช้ทำงานใต้ทะเลก็จะรบกวนส่วนลึกของใต้ทะเลที่มืด การเกิดแสงสว่างนั้นอาจสร้างความปั่นป่วนกับการใช้ชีวิตของสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในทะเลที่มีแสงสว่างน้อย


Spiral Tube Worm - Deep Sea Life in the Azores. ? Greenpeace / Gavin Newmanสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล หนอนเกลียว หรือ Sabella Spallanzanii อาศัยอยู่ในเยื่อบางคล้ายหลอด พบได้มากในบริเวณพื้นใต้ทะเลที่เป็นโคลน พวกมันจะหดตัวเข้าไปในหลอดเมื่อมีอันตราย ? Greenpeace / Gavin Newman


ข้อ 2 : การสูญสิ้นของสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถพบได้ที่ไหนในโลก

สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก ส่วนใหญ่มักเป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวให้อยู่รอดกับสภาพแวดล้อมที่แทบไม่สามารถเอาชีวิตอยู่รอดได้ เรียกง่ายๆ ว่าเหมือนอาศัยอยู่ในอวกาศ หลังจากการค้นพบสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "หนอนซอมบี้" ในปี พ.ศ.2555 ไปจนถึงดอกไม้ทะเลโปร่งใสที่สามารถกินหนอนได้ 6 เท่าของขนาดตัวมันเอง ใต้ทะเลลึกแห่งนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวสิ่งมีชีวิตที่ประหลาดและน่าอัศจรรย์ ถึงร้อยละ 85 ของสัตว์ที่มีชีวิตอันน่าอัศจรรย์นี้อาศัยอยู่ใกล้กับบริเวณแหล่งน้ำพุร้อนใต้ทะเลแหล่งเดียวในโลก และพื้นที่แห่งนี้อยู่ในพื้นที่เป้าหมายของการทำเหมืองแร่ใต้ทะเล

แม้ว่าจะมีการคาดการณ์ถึงผลกระทบของการทำเหมืองแร่ใต้ทะเล ว่าการที่มีเครื่องจักรลงไปจะทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ แต่กลุ่มอุตสาหกรรมก็ได้รับอนุญาตให้ลงไปสำรวจความเป็นไปได้ในการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลแล้ว โดยพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตนั้นรวมถึง Lost City พื้นที่ใต้ทะเลอันเป็นเอกลักษณ์แห่งเดียวในมหาสมุทรแอตแลนติก


Scyphozoan Jellyfish in the Arctic. ? Alexander Semenovภาพถ่ายแมงกะพรุนในทะเลอาร์กติก ? Alexander Semenov


ข้อ 3 : การทำเหมืองแร่ใต้ทะเล เท่ากับการทำลายมหาสมุทร ปราการปกป้องมนุษย์จากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ลึกลงไปใต้มหาสมุทรนั้นเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนที่สำคัญมาก เพราะโดยธรรมชาติแล้ว คาร์บอนจะถูกดูดซึมโดยสัตว์ใต้ทะเล เพราะเมื่อสัตว์เหล่านั้นตายลง ซากของพวกมันก็จะจมลงสู่ก้นมหาสมุทรพร้อมกับคาร์บอน โดยคาร์บอนนั้นก็ถูกกักเก็บไว้มานานหลายพันปี กระบวนการนี้คือการชะลอการเกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

แต่การทำเหมืองแร่ใต้ทะเลที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า จะสร้างความปั่นป่วนให้กับระบบการกักเก็บคาร์บอนโดยธรรมชาติ หรืออาจมีส่วนที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศรุนแรงยิ่งขึ้น เพราะการขุดเหมืองจะทำลายระบบกักเก็บคาร์บอนใต้ท้องทะเล และส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลกให้เลวร้ายยิ่งขึ้น

ในเมื่อมนุษย์เราต่างรู้ดีว่าเรากำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แล้วทำไมเรายังคงทำให้มันแย่ลงกว่าเดิมอีก?


(มีต่อ)

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


5 เหตุผลที่โลกไม่ควรมี "การทำเหมืองแร่ใต้ทะเล" ........ (ต่อ)




ข้อ 4 : เหมืองแร่ใต้ทะเลผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหาร

ผลกระทบในวงกว้างที่อาจเกิดจากอุตสาหกรรมนี้คือ ห่วงโซ่อาหารของสัตว์ใต้ทะเลจะถูกรบกวนไปทั่วทั้งมหาสมุทร จากข้อมูล กรีนพีซพบว่ากลุ่มบริษัทที่ต้องการลงทุนทำเหมืองทราบดีเกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ เนื่องจากหลักฐานเอกสารที่แจกในที่ประชุมของผู้ถือหุ้น ระบุไว้ชัดเจนว่า "มีความเป็นไปได้ที่จะทำให้สายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะที่เป็นสัตว์ชั้นแรกในห่วงโซ่อาหารสูญพันธุ์"


Aerial of Open Pit Mining Garzweiler II near Hambach Forest. ? Greenpeaceเครื่องจักรขุดเหมืองถ่านหินในป่า Hambach ลองจินตนาการว่าเครื่องจักรในลักษนะนี้กำลังขุดเหมืองใต้ทะเลดูสิคะ ? Greenpeace


ข้อ 5 : เราต้องการทำลาย "สิ่งมหัศจรรย์" ที่โลกสร้างสรรค์ไว้ให้เราเรียนรู้ ?

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เราสำรวจใต้มหาสมุทรเพื่อจะได้รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอะไรบ้างใต้ผืนน้ำสีน้ำเงินนี้ไปได้เพียงแค่ 0.0001% เท่านั้น ยังมีเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลและระบบนิเวศที่รอคอยเราไม่รู้จักอีกมากมาย แต่ทั้งที่เรายังไม่เข้าใจความเป็นไปของมหาสมุทร แต่กลุ่มอุตสาหกรรมเหมืองแร่ กลับเพิกเฉยต่อความมหัศจรรย์ของโลก และวางแผนจะทำเหมืองบนพื้นที่ที่มีระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุด หากไม่มีการยับยั้ง ป้องกันการทำลายล้าง ความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจะมีมูลค่ามหาศาลเท่าไรก็ไม่อาจคาดเดาได้

ไม่มีแร่ธาตุชนิดไหนมีค่าถ้าพวกมันถูกขุดขึ้นมาด้วยการทำลายทรัพยากรที่เรายังไม่เข้าใจ กลุ่มอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้แร่ธาตุเหล่านี้ควรหาวิธีในการลงทุนกับระบบการรีไซเคิลอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีใหม่ๆแทนที่การคุกคามสัตว์ทะเลเพื่อแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง

ชัดแล้วว่าการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลคือข่าวร้ายของมหาสมุทรโลก

ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าการทำเหมืองใต้ทะเลนั้นมีความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมขนาดไหน แต่กลุ่มบริษัทบางกลุ่มก็ยังเลือกที่วิธีนี้ด้วยการโน้มน้าวกับนักการเมืองว่าวิธีนี้ "เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ซึ่งมันไม่จริงเลยแม้แต่น้อย

วิกฤตสภาพภูมิอากาศและการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่กำลังเป็นหายนะที่เรากำลังเผชิญอยู่ อย่าปล่อยให้อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงทำลายสิ่งแวดล้อมเช่นนี้เกิดขึ้นอีก สิ่งที่เราควรทำคือวางแผนฟื้นฟูมหาสมุทรให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ดังเดิมต่างหาก

ทั้งนี้ สิ่งที่เราทำได้คือ เรียกร้องต่อผู้นำทั่วโลกเพื่อการลงนามร่วมกันในสนธิสัญญาทะเลหลวงที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า สนธิสัญญาฉบับนี้จะมีอาณาเขตในการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ในมหาสมุทรเป็นบริเวณกว้างถึง 1 ใน 3 ส่วนของมหาสมุทรโลก และแนวทางการฟื้นฟูก็คือ ยกมาตรฐานการอนุรักษ์ทะเลในระดับสากล การห้ามทำอุตสาหกรรมทุกรูปแบบในท้องทะเล ซึ่งรวมถึงการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลด้วย


https://www.greenpeace.org/thailand/...ep-sea-mining/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


"วงจรขยะพลาสติก" จากบนฝั่งลงทะเล สู่ร่าง "มาเรียม"

อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า "ขยะพลาสติก" ที่ติดอยู่ใน "หญ้าทะเล" แหล่งอาหารของพะยูน เป็นหนึ่งในสาเหตุการตายของ พะยูน มาเรียม เพราะมีเศษพลาสติก 8 ชิ้น อยู่ที่ลำไส้ เมื่อทีมแพทย์เข้าไปสำรวจก็พบด้วยว่า แหล่งหญ้าทะเลที่เกาะลิบง จ.ตรัง ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ดูแลมาเรียม ยังมีพลาสติกติดอยู่จำนวนมาก ขยะพลาสติกที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลเหล่านี้ไปอยู่ในแหล่งอาหารของสัตว์ทะเลได้อย่างไร ติดตามกับทีมข่าว PPTV ในช่วง "หมดเวลา ขยะพลาสติก"



นี่เป็นภาพจากนางสาวณัฐนิช พานิชภักดิ์ อาสาสมัครที่เข้าไปเก็บหญ้าทะเลในแหล่งหากินเดิมของมาเรียม ซึ่งกลุ่มอาสาสมัครพบขยะเหล่านี้ปะปนอยู่ในกอหญ้าทะเลจำนวนมาก ขณะกำลังเดินเก็บหญ้าไปให้ "ญามีล" พะยูนเพศผู้วัยเด็กที่ยังอนุบาลอยู่ในศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต

สัตวแพทย์หญิงนันทริกา ชันซื่อ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่ามาเรียม น่าจะกินขยะพลาสติกจากบริเวณนี้ไปประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนตาย

ช่วงเวลานั้นทีมสัตวแพทย์ ไม่สามารถระบุสาเหตุการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ว่า เกิดจากขยะพลาสติก ซึ่งสัตวแพทย์หญิงนันทริกา ระบุว่า ไม่สามารถนำมาเรียมมาเข้าเครื่องสแกน หรือเครื่องเอ็กซเรย์ได้ เพราะการเอ็กซเรย์สัตว์ต้องวางยาสลบ แต่มาเรียมร่างกายอ่อนแอเกินไป หากวางยาสลบอาจทำให้ตายได้ อีกหนึ่งอุปสรรคคือพลาสติกเป็นวัตถุโปร่งแสง การสแกนภายในจะพบได้ยาก จึงต้องใช้สารทึบแสงฉีดเข้าไปในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งตำแหน่งที่พบขญะพลาสติกในตัวมมาเรียม อยู่ตรงปลายลำไส้ หากฉีดสารทึบแสงไปจะไปติดอยู่ในกระเพาะอาหาร ไม่ถึงตำแหน่งปลายลำไส้



จากการพบพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไปติดอยู่กับหญ้าทะเล ผู้ช่วยศาสตราจารย์เพ็ญใจ สมพงษ์ชัยกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายงานวิเคราะห์วิจัยและฝึกอบรมการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จำแนกขนาดพลาสติกหลังจากการย่อยสลายให้ดู

พลาสติกที่พบในท้องของมาเรียม เรียกว่า แม็กโครพาสติก (macro) มีขนาดใหญ่กว่า 1 นิ้วขึ้นไป เช่น ถุงหูหิ้ว ตะกร้า พลาสติกที่เราใช้ทั่วไป หลังจากพลาสติกเหล่านี้ ไหลลงสู่ทะเลตามแม่น้ำลำคลอง เมื่ออยู่ในน้ำทะเล โดนแสงแดดที่เป็นตัวช่วยย่อยสลายได้เร็ว ก็จะแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่าสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของพลาสติก ที่มีทั้งย่อยเร็วและย่อยช้า

ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่พลาสติกลอยอยู่ในทะเล จะมีแพลงก์ตอน พืช และสารอินทรีย์ ไปเกาะที่พลาสติก ทำให้มีน้ำหนักเพิ่ม และอาจทำให้มีกลิ่นคล้ายพืชทะเล ก่อนจะค่อยๆจมลงในน้ำทะเล และไปติดอยู่ตามบริเวณต่างๆ รวมถึงมีโอกาสไปอยู่จุดหญ้าทะเลที่มาเรียมกินเข้าไปด้วย นั่นคือเหตุผลที่สัตว์ทะเลขนาดใหญ่กินพลาสติกเข้าไป จนไปอุดตันทางเดินอาหารถึงขั้นตาย



จานทดลอง 8 จานนี้ ถูกอธิบายโดย ผศ.เพ็ญใจ ว่า สิ่งที่อยู่ในนั้นคือ "ไมโครพลาสติก" (micro) ซึ่งถูกเก็บตัวอย่างมาจากหลายจุดของแม่น้ำตาปี จ.สุราษฎร์ธานี รวมทั้งจุดปากแม่น้ำที่จะไหลออกสู่ทะเล

"ไมโครพลาสติก" แปลงรูปมาจาก "แมกโครพลาสติก" ที่ผ่านการย่อยสลายในระยะเวลานาน จนมีขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายหรืออาจถึงขั้นมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์มาส่อง จากงานวิจัยเก็บตัวอย่างในแม่น้ำและทะเล รวมทั้งการเก็บตัวอย่างในตัวปลาและหอย พบไมโครพลาสติกอยู่ทุกที่ จนทำให้สัตว์กินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว หรือแม้กระทั่งมนุษย์ก็มีโอกาสได้รับไมโครพลาสติกด้วย แต่ยังไม่มีผลวิจัยออกมาว่า เมื่อ "ไมโครพลาสติก" เข้าไปอยู่ในร่างกายมนุษย์จะมีอันตรายมากน้อยแค่ไหน



จากข้อมูลของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวกดล้อมที่ระบุว่า ขยะในทะเล ส่วนใหญ่เป็น พลาสติก และ 80% มีที่มาจากบนฝั่ง ทำให้เห็นว่า การใช้พลาสติกอย่างมากมายของมนุษย์ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ทางทะเลและสัคตว์ทะเล ล่าสุดมีนวัตกรรมขวดบรรจุน้ำ Choose Water จากสกอตแลนด์ เป็นขวดน้ำที่ไม่มีส่วนผสมของพลาสติกอยู่เลย ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ไม่เป็นพิษ ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในกระบวนการผลิต สามารถย่อยสลายได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน ต่าจากพลาสติกที่ต้องใช้เวลาย่อยสลาย 450 ปี


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/108847

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #10  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,816
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ผู้ว่าฯ ตรัง สั่งเพิ่มความเข้มข้นจัดการขยะต้นน้ำถึงทะเล

การตายของพะยูนน้อย 'มาเรียม' ทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังประกาศเพิ่มความเข้มข้นในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นน้ำถึงทะเล



เมื่อวันที่ (18 ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราช การจังหวัดตรัง นำเจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ ภาคประชาชน นักเรียน นักศึกษา กว่า 200 คน ไปช่วยกันเก็บขยะที่หาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พบสิ่งของในครัวเรือน ขวดพลาสติก ถุงพลาสติก อวน ตาข่าย และเครื่องมือประมง โดนคลื่นซัดมากองบนชายหาดเป็นจำนวนมาก ขยะส่วนใหญ่ที่พบเชื่อว่าโดนคลื่นซัดขึ้นมาจากท้องทะเล หรือที่ชาวเลเรียกว่า คลื่นล้างท้องทะเล มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณขยะที่ถูกทิ้งในใต้ท้องทะเล

นายลือชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวว่า การแก้ปัญหาขยะทะเล โดยเฉพาะขยะพลาสติกว่า จังหวัดตรังได้ทำมาก่อนหน้านี้แล้ว ว่าปลอดโฟม ปลอดพลาสติก เป็นวาระของจังหวัดอยู่แล้ว แต่ก็จะต้องเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ติดทะเลจะเป็นจุดสำคัญที่ต้องเข้มข้นกว่านี้ ส่วนคนที่มาใช้บริการทางทะเลก็ต้องมีสำนึกในเรื่องนี้เช่นกัน

โดยจังหวัดตรังกำลังทำอีกอย่างนอกจากปลอดโฟม ปลอดพลาสติก คือ ปลอดหลอดพลาสติก ต้องขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวเตรียมกระป๋องน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และวันนี้เราพยายามสื่อสารกับผู้ประกอบการเรื่องกำจัดขยะที่จะนำลงทะเล เราต้องเริ่มต้นที่เราก่อน คือ การปลูกจิตสำนึกต้องมีความเข้มข้น

ด้านจังหวัดกระบี่ เครือข่ายสมาคมคนรักเล กระบี่ เปิดเผยข้อมูลการทำงานของ อาสาสมัครคุ้มครองเฝ้าระวัง และพัฒนาพื้นที่และเขตอนุรักษ์พะยูนและระบบนิเวศชายฝั่งโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในช่วงที่ผ่านมา ยังพบการลักลอบใช้เครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูน ได้แก่ อวนทับหิน อวนจมปลากระเบน และเบ็ดราไวย์ ในพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล จึงต้องรณรงค์เรื่องการปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูนต่อไป


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/108807

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:36


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger