เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีการกระจายของฝนลดลง โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8 - 9 ก.ย. ประเทศไทยมีฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 10 - 13 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอบน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตลอดช่วง

สำหรับพายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) ?เหล่งเหล่ง? บริเวณทะเลจีนตะวันออก มีแนวโน้มเคลื่อนตัวขึ้นไปทางประเทศเกาหลีในช่วงวันที่ 7 - 8 กันยนยน 2562 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10 - 13 ก.ย. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (88.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave02.jpg (104.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (199.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


บ้านใหม่ใต้ท้องทะเล



หลายคนอาจไม่ทราบว่าการสร้างแหล่งดำน้ำใหม่โดยมนุษย์นั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล แต่ละท้องที่ทั่วโลกมีความนิยมใช้วัสดุแตกต่างกันไป ตั้งแต่ โบกี้รถไฟ เครื่องบิน รถถัง แต่ที่นิยมมากที่สุด คือ เรือ

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2553 เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลมีอุณหภูมิสูงเกิน 30.5 องศาเซลเซียสติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน เมื่อน้ำทะเลร้อนขึ้นส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ "ปะการังฟอกขาว" (coral bleaching) ปะการังที่ทนต่อการฟอกขาวไม่ไหวก็จะตายไป ส่งผลกระทบต่อเป็นลูกโซ่แก่ชีวิตอื่นๆ ในทะเล เพราะแนวปะการังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และแหล่งหลบภัยของสัตว์ทะเล ซึ่งเกี่ยวพันกันอย่างยิ่งกับความอุดมสมบูรณ์และระบบนิเวศของธรรมชาติใต้ท้องทะเลมาจนถึงมนุษย์ ซึ่งอาศัยพึ่งพาทะเลทั้งการประมงและการท่องเที่ยว เป็นอาหาร อาชีพ และรายได้ของคนจำนวนมาก

หนึ่งในแนวคิดที่นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลได้ประชุมร่วมกันที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในปีนั้น คือ "การสร้างแหล่งดำน้ำโดยมนุษย์" (man?made dive site) เพราะจากการศึกษาพบว่า หากแนวปะการังบริเวณใดได้รับความนิยมมาก ผลกระทบต่อปะการังย่อมสูงตามไปด้วย ขณะที่การปิดจุดดำน้ำหรือประกาศห้ามการท่องเที่ยวตามแนวปะการังไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของคนในท้องถิ่นและธุรกิจท่องเที่ยวด้วย การสร้างแหล่งดำน้ำทดแทนจะช่วยลดผลกระทบของมนุษย์ที่ซ้ำเติมต่อแนวปะการังธรรมชาติ ซึ่งกำลังฟอกขาวให้มีโอกาสฟื้นฟูตัวเอง

ในอดีต เมื่อปี พ.ศ.2546 กองทัพเรือเคยวางเรือหลวงคราม และเรือหลวงกูดลงสู่ใต้ท้องทะเล ที่ จ.ชลบุรี ต่อมาในปี พ.ศ.2553 ปตท.สผ. ในฐานะองค์กรหนึ่งที่ดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในทะเลไทยได้เข้ามาร่วมสนับสนุนให้มีการนำเรือรบหลวงมาใช้เพื่อจัดทำแหล่งท่องเที่ยวใต้ทะเล ในจังหวัดชุมพรและจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กองทัพเรือ, จังหวัดชุมพร, จังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตัวแทนผู้ประกอบการและชุมชนในพื้นที่ และ ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ในการนี้กองทัพเรือได้สนับสนุนเรือรบหลวง 2 ลำ คือ เรือหลวงปราบ และ เรือหลวงสัตกูด สำหรับการสร้างแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ ซึ่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งใหม่ใต้ทะเลไทยทุกวันนี้.


https://www.thairath.co.th/news/loca...Pos=3#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


พลังแห่งรัก! โลมาไม่ทราบเพศว่ายน้ำตามซากลูกโลมาที่ลอยตายกลางทะเลไม่หนีหาย

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - "ดร.ธรณ์" โพสต์ เศร้าหนักมาก! ด้วยรักและผูกพัน โลมาไม่ทราบเพศ ว่ายน้ำตามซากลูกโลมาที่ลอยตายอยู่ในทะเล หน้าเกาะไม้ท่อน จ.ภูเก็ต



วันนี้ (7 ก.ย.) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม?โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมภาพนิ่ง ซึ่งเป็นภาพซากลูกโลมาถูกคลื่นซัดลอยอยู่ในทะเล โดยมีโลมาขนาดใหญ่กำลังว่ายน้ำตามซากโลมาตัวดังกล่าวตลอดเวลาโดยไม่หนีห่างไปไหนแม้ว่าจะมีเรือแล่นเข้ามาใกล้ๆ ก็ตาม พร้อมข้อความสุดเศร้า

ระบุว่า "ภาพนี้มาจากทะเลภูเก็ตเมื่อเช้านี้ เมื่อพี่เขาแล่นเรือผ่านร่างลูกโลมาที่จากไป แน่นอนว่าผมไม่ทราบหรอก โลมาตัวใหญ่ที่วนเวียนอยู่รอบๆ เป็นแม่ของเธอหรือเปล่า อาจเป็นพ่อ เป็นป้า เป็นน้า เป็นลุงเป็นอา แต่แน่นอนอีกเช่นกันว่า โลมาเป็นสัตว์สังคม ความสัมพันธ์ของทุกตัวในฝูงเป็นดังเช่นญาติสนิท สนิทจนว่ายเวียนรอบๆ ตื่นสิๆ มาว่ายน้ำด้วยกันนะ ร่างตัวน้อยกลับนิ่งสงบ ไม่ไหวติง ได้แต่ลอยกระเพื่อมตามแรงริ้วคลื่น ลอยกระเพื่อมมานานเท่าไร ไม่มีใครรู้ ที่รู้คือความรักยังไม่จืดจาง ตัวใหญ่ยังเฝ้าดูแลตัวเล็ก เฝ้าจนกว่าจะลอยไปถึงฝั่ง หรือมีใครช่วยเก็บร่างเธอขึ้นไป

เพื่อนธรณ์ครับ นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำไมผมเขียนเรื่องขยะทะเลมายาวนาน สาเหตุว่าทำไมถึงดีใจหนักหนา เมื่อท่านรัฐมนตรี "วราวุธ" บอกว่า จะแบนถุงพลาสติก ตั้งแต่ 1 ม.ค.63 แม้ว่าสาเหตุการจากไปของลูกโลมาตัวนี้ยังต้องพิสูจน์ แต่ก่อนหน้านี้ มีโลมากี่ตัวแล้วที่จากไปเพราะขยะทะเล? ยังจำวาฬนำร่องที่กินถุงไป 85 ใบได้ใช่ไหม? ในทะเลมีความรัก แต่เรากำลังทำร้ายความรักสายสัมพันธ์อย่างแสนสาหัส ทำร้ายด้วยขยะทะเลที่เกิดจากพลาสติกใช้แล้วทิ้งจากมือเรา

เพราะฉะนั้น วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนมะเรื่อง ก่อนออกจากบ้าน อย่าลืมถุงติดมือ อย่าลืมของต่างๆ ที่ช่วยลดขยะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้ หมายถึงเรื่องใหญ่ๆ ในทะเล เรื่องที่รุนแรงถึงชีวิต สะบั้นความรัก จึงนำภาพหดหู่มาให้เพื่อนธรณ์ ดูตั้งแต่เช้าวันหยุด ดูแล้วเศร้าครับ แต่ความรักบางทีมีจุดเริ่มต้นจากความเศร้า ความรักที่จะทำให้เราอยากเข้าใจทะเลมากกว่านี้ และทำร้ายทะเลน้อยลงกว่านี้"



อย่างไรก็ตาม หลังจากมีการโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวทำให้ชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยภาพดังกล่าวเกิดขึ้นที่บริเวณหน้าเกาะไม้ท่อน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเรือท่องเที่ยวได้ช่วยลากโลมากลับเข้าฝั่ง ในขณะที่ลากกลับมานั้นโลมาตัวใหญ่ก็ยังคงว่ายน้ำตามมาเรื่อยๆ สร้างความโศกเศร้าให้แก่คนที่พบเห็นและดูคลิปเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรักและความสัมพันธ์ของสัตว์ทะเล ที่ไม่มีให้เห็นได้บ่อยนัก


https://mgronline.com/south/detail/9620000086088


*********************************************************************************************************************************************************


พบครอบครัวเสือดาวในพื้นป่าแก่งกระจาน เตรียมนำข้อมูลนำเสนอกับตัวแทน iucn



เพชรบุรี - อุทยานแห่งชาติ แก่งกระจานเร่งจัดทำข้อมูลวิชาการนำเสนอคณะกรรมการมรดกโลก บริเวณบ้านช้างเหยียบ ติดตั้งกล้องถ่ายภาพสัตว์ป่า พบครอบครัวเสือดาวอีก 1 ครอบครัว เตรียมนำข้อมูลนำเสนอกับตัวแทน iucn จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย

นายมานะ เพิ่มพูน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแกงกระจาน เปิดเผยว่า อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เตรียมจัดทำข้อมูลวิชาการนำเสนอคณะกรรมการมรดกโลกที่ได้ทำการติดตั้งกล้องถ่ายภาพสัตว์ป่าบริเวณบ้านช้างเหยียบ ซึ่งเป็นพื้นที่ปิดไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปดำเนินการถ่ายรูปสัตว์ป่าหรือนก

ซึ่งจากการตั้งกล้องพบมีครอบครัวเสือดาวอีก 1 ครอบครัว ออกมาหากินบริเวณดังกล่าว โดยข้อมูลนี้จะนำไปเสนอกับตัวแทน iucn โดยความร่วมมือของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าโลก wcs แสดงผลข้อมูลที่เราทำการวิจัยว่าใน 1 พื้นที่กี่ตารางกิโลเมตรจะพบเสือโคร่ง เสือดาว



จากข้อมูลเบื้องต้นขณะนี้มีรายงานว่า พบเสือดาวประมาณ 5-6 ตัวต่อพื้นที่ 16 ตารางกิโลเมตร อีกทั้งยังพบเสือดำ ที่มีสภาพสมบูรณ์ออกมาหากิน และใช้ชีวิตในพื้นที่ดังกล่าวด้วยซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีที่มีประชากรสัตว์ป่าที่เกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอด แสดงให้ถึงความสมบูรณ์ของป่าแก่งกระจาน


https://mgronline.com/local/detail/9620000086093
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


ปลาบิน นักร่อนเวหาเหนือท้องทะเลไทย


ภาพ จรูญ ทองนวล ( Charoon Thongnual )

ใต้ท้องทะเลอ่าวไทยภาคใต้ตั้งแต่ตอนบนเรื่อยลงมาจนถึงปลายด้ามขวาน หลายจุดปักหมุดคือสวรรค์ของนักดำน้ำหลายคนอยากจะลงไปสัมผัสด้วยตัวเองสักหลายๆครั้งในชีวิต การไม่สามารถดำน้ำลงไปถ่ายภาพความมหัศจรรย์ของสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์ใต้ท้องทะเลได้ นับเป็นทุกข์อย่างยิ่งของช่างภาพบางคน เพราะเหตุปัจจัยไม่เคยได้ศึกษาเรียนรุ้วิชาฝืนกฎแห่งธรรมชาติให้ลงไปอยู่ใต้น้ำได้นานๆพร้อมอุปกรณ์บันทึกภาพแต่ยังมีปลาบางชนิดที่พลอยเป็นเพื่อนคลายเหงาได้ ในยามที่คนอื่นกระโดดลงน้ำหายไปอยู่ท่ามกลางฝูงปลา แนวปะการัง รวมทั้งดอกไม้ทะเลนานาชนิด

คือ ปลานกกระจอกหรือปลาบิน ( Flying fish ) ที่กระโดดขึ้นเหนือน้ำบินร่อนด้วยคลีบที่คล้ายปีกทั้งสองข้างก่อนจะดิ่งหายลงไปลงในผืนน้ำ บางครั้งสามารถพบปลาบินเหล่านี้บินร่อนพร้อมกันที่ละหลายตัว แต่มีปัญหาอุปสรรคในการถ่ายภาพพอสมควร เนื่องจากมันมีความเร็วคล่องตัวและสัญชาติญาณในระวังภัยสูงมาก ส่วนใหญ่จะมักพบเจอขณะที่เรือกำลังแล่นฝ่าคลื่นลมอยู่เท่านั้น ดังนั้นการที่จะถ่ายภาพปลาบินเหล่านี้ ต้องใช้ความพยายามอย่างสูง เพราะจังหวะที่จะกดชัตเตอร์ได้มีเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น และถึงแม้จะถ่ายได้แต่ก็ใช่ว่าจะออกมาดี แต่ก็ยังดีกว่าเก็บไว้ดูคนเดียว


http://www.komchadluek.net/photo-gallery/817

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,786
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


บีบีซี กลับไปที่ธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์ เพื่อดูความเปลี่ยนแปลงหลังผ่านไป 15 ปี



เดวิด ชุกแมน บรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์ของบีบีซี เดินทางกลับไปยังจุดเดิมบนธารน้ำแข็งเซอร์มิลิก ทางใต้ของกรีนแลนด์ ซึ่งเขาเคยไปเยือนเมื่อปี 2004 โดยพบว่า ธารน้ำแข็งนี้บางลง 100 เมตรในช่วงเวลา 15 ปี

ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ในกรีนแลนด์ละลายมากเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ และมีสภาพต่างไปจากปี 2004 อย่างมาก

เดวิด ชุกแมน บรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์ อธิบายในการเดินทางเยือนเมื่อปี 2004 ว่า กำแพงน้ำแข็งมหึมาบริเวณธารน้ำแข็งที่เขายืนอยู่ กำลังมีความสูงลดลงที่อัตรา 1 เมตรต่อเดือน

เดวิด กลับไปที่จุดเดิมบนธารน้ำแข็งเซอร์มิลิก และพบว่า มัน "สกปรกอย่างไม่น่าเชื่อ"

"มีรอยขนาดใหญ่แบบนี้หลายรอยดูเหมือนจะเป็นฝุ่น แต่ความจริงมันคือตะกอน มันเป็นมลพิษที่ถูกพัดพามาที่นี่จากโรงไฟฟ้าที่อยู่ห่างไกลออกไป" เขากล่าว

นอกจากนี้ ยังมีสาหร่ายที่เป็นพืชขนาดเล็ก ที่เติบโตในน้ำแข็งช่วงที่น้ำแข็งละลาย พวกมันทำให้พื้นผิวน้ำแข็งเป็นสีดำ และทำให้น้ำแข็งละลายเร็วขึ้น

เดวิด เล่าว่า "ย้อนกลับไปในปี 2004 แผ่นน้ำแข็งน่าจะหนากว่าตอนนี้ 100 เมตรได้ มันเหมือนกับตึกสูง 30 ชั้น ตั้งอยู่บนนั้น ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว หายไปรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ"

ถ้าแผ่นน้ำแข็งทั้งหมดละลายระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้น 7 เมตร การที่ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นจะทำให้หลายประเทศ อย่าง อินโดนีเซีย บังกลาเทศและจีน อาจเสียพื้นที่ขนาดใหญ่เพราะจมอยู่ใต้น้ำ

"มันน่าตกใจมากที่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ และทำให้เกิดคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับธารน้ำแข็งนี้ และธารน้ำแข็งอื่น ๆ ในอีก 15 ปีข้างหน้า และนั่นจะส่งผลกระทบต่อระดับน้ำทะเลทั่วโลก" เดวิด กล่าว


https://www.bbc.com/thai/international-49621498

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:15


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger