เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 27-05-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 27 ? 30 พฤษภาคม 2562)"

ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562
ในช่วงวันที่ 27-30 พฤษภาคม 2562 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน


จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้

ในช่วงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562

ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคตะวันออก: ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ในช่วงวันที่ 28 - 29 พฤษภาคม 2562

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2562

ภาคเหนือ: เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก

พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา



สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุม

ทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น



จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ประกาศ ณ วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนเดินเรือด้วยความระมัดระวัง อนึ่ง ในช่วงวันที่ 27-30 พฤษภาคม 2562 ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 27 พ.ค. - 1 มิ.ย. 62 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 27 พ.ค. ? 1 มิ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-05-26_DFTH1_2300.jpg (75.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest270519.jpg (32.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-05-27_TopChart_01.jpg (120.3 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 27-05-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews

คพ.เปลี่ยนมาตรฐานควบคุมน้ำเสีย ?โรงไฟฟ้า? กำหนดเกณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องมลพิษฟอสซิล



คพ.เตรียมจัดทำมาตรฐานควบคุมน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมพลังงานไฟฟ้าเป็นการเฉพาะ สอดคล้องแหล่งกำเนิดมลพิษสูง

นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงไฟฟ้าในประเทศไทยถูกควบคุมการระบายน้ำทิ้งที่ระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม ด้วยมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรม และเขตประกอบการอุตสาหกรรม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานกลางที่บังคับใช้กับอุตสาหกรรมทุกประเภท ทำให้ไม่สามารถควบคุมอุตสาหกรรมบางประเภทที่มีมลพิษสูงอย่างโรงไฟฟ้าได้ คพ.จึงจัดทำมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมการผลิต ส่ง หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า เพื่อให้เหมาะสมกับกระบวนการผลิต วัตถุดิบ และลักษณะสมบัติของน้ำเสียที่แท้จริง

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษที่มีการระบายมลพิษทางน้ำออกมาเป็นจำนวนมาก โดยฐานข้อมูลการระบายมลพิษจากแหล่งกำเนิด และระบบอนุญาตการระบายมลพิษ ขององค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (US.EPA.) เมื่อปี 2556 ได้แสดงให้เห็นว่าโรงไฟฟ้ามีการระบายปริมาณมลพิษทางน้ำ ได้แก่ ปรอท สารหนู และตะกั่ว ลงสู่แหล่งน้ำมากที่สุด ซึ่งโลหะหนักดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตอย่างรุนแรง อีกทั้งยังไม่สามารถย่อยสลายได้ในสิ่งแวดล้อมแต่จะสะสมอยู่ในตะกอนดิน แหล่งน้ำ และสัตว์น้ำ และเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ตามห่วงโซ่อาหารในที่สุด

นายประลอง กล่าวว่า คพ.ได้จัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อกำหนดขอบเขตของพารามิเตอร์และค่าควบคุมในมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมการผลิต ส่ง หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า รวมทั้งมาตรการป้องกันผลกระทบต่อแหล่งน้ำ แผนการดำเนินงาน และแบบฟอร์มที่ใช้กรอกข้อมูลของโรงไฟฟ้า โดยเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากอุตสาหกรรมการผลิต ส่ง หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า ที่ใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติ ก๊าซชีวภาพ และถ่านหิน ในการผลิตไฟฟ้า เพื่อเป็นข้อมูลในการกำหนดมาตรฐาน พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเพื่อกำหนดพารามิเตอร์และกำหนดค่ามาตรฐาน

?คณะอนุกรรมการกำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษทางน้ำ ได้มีมติเห็นชอบกับกรอบการกำหนดมาตรฐานฯ พร้อมให้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการจัดทำมาตรฐานฯ ต่อไป? นายประลอง กล่าว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 27-05-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ทช.ระยอง แจ้งยกเลิกคำสั่งรื้อถอนโครงการธนาคารปูสลัดไข่ ตั้งแต่ ก.พ.ที่ผ่านมา



ระยอง - ทช.ระยอง แจ้งเหตุถูกร้องออกคำสั่งรื้อถอนโครงการธนาคารปูสลัดไข่ในเขต ต.เพ อ.เมืองระยอง ยันยกเลิกคำสั่งตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา หลังตรวจพบดำเนินการถูกต้อง เผยที่ผ่านมา เป็นการออกคำสั่งรื้อแพกระชังลอบดัดแปลงเป็นโฮมเสตย์

จากกรณีที่ นายวิสุทธิ์ สุขจันทร์ หัวหน้าโครงการธนาคารปูสลัดไข่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.เพ อ.เมืองระยอง และอยู่ด้านหลังเขื่อนกั้นคลื่นห่างจากฝั่งท่าเรือบ้านเพ ประมาณ 400 เมตร ได้ออกมาเปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ระยอง ให้ทำการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะแพกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำปูและปลา โดยระบุว่า เป็นการดำเนินงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และไม่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย ขณะที่นายสุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง ก็เตรียมทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เพื่อให้พิจารณาผลกระทบที่จะเกิดจากคำสั่งดังกล่าวนั้น

ล่าสุด วันนี้ (26 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายภุชงค์ สฤษฏีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ว่า หลังจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือ ทช.ระยอง ได้ออกคำสั่งดังกล่าวทำให้ นายวิสุทธิ์ สุขจันทร์ หัวหน้าโครงการธนาคารปูสลัดไข่ ได้ขออุทธรณ์คำสั่งเรื่องการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างแพกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำปูและปลา โครงการธนาคารปูสลัดไข่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาคำอุทธรณ์ รวมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่า โครงการดังกล่าวดำเนินการแบบกระชังเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เลี้ยงปู ปลา และกระชังอนุรักษ์หมึกหอมแบบธรรมชาติบำบัด

รวมทั้งยังได้มีการจัดทำห้องสุขาแบบห้องสุขาเคลื่อนที่มีถังรองรับสิ่งปฏิกูลไม่ให้ถูกปล่อยลงสู่ทะเล ทำให้ ทช.ระยอง ได้ทำการเพิกถอนคำสั่งและส่งคำสั่งเพิกถอนไปยัง นายวิสุทธิ์ ตามที่อยู่เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาแล้ว

?แต่ยังพบว่ามีแพกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณหลังเขื่อนกั้นคลื่นอีกกว่า 10 กระชังที่ดัดแปลงทำเป็นโฮมสเตย์ ทช.ระยอง จึงมีคำสั่งให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทุกรายและให้เจ้าของสามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ พร้อมนำเอกสารเข้าชี้แจงรายละเอียดในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้หมดเป็นรุ่นๆ ไป? ผู้ช่วยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ระยอง กล่าว

ขณะที่ นายวิสุทธิ์ สุขจันทร์ หัวหน้าโครงการธนาคารปูสลัดไข่ กล่าวว่า ยืนยันว่าขณะนี้ตนเองยังไม่ได้รับหนังสือเพิกถอนคำสั่งแต่อย่างใด แต่เมื่อทราบว่ากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.ระยอง ได้มีการเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวแล้วก็รู้สึกดีใจ และฝากขอบคุณไปยัง ทช.ระยอง ด้วย

ด้าน นายสงกรานต์ แสงจันทร์ ประมงจังหวัดระยอง กล่าวว่า โครงการธนาคารปูสลัดไข่ ซึ่งเป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์ปูธรรมชาติถือเป็นโครงการที่ดีและสามารถส่งเสริมการขยายพันธุ์ปูไข่ได้เพิ่มมากขึ้น แต่เนื่องจากแพกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นพื้นที่สาธารณะ จึงต้องมีการจัดทำโครงการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียเพื่อนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการประมงระดับจังหวัดต่อไป และเมื่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบ ก็จะประกาศให้เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์ ตาม พ.ร.ก.ประมง ปี 2558 มาตรา 175 และกำหนดให้มาจดแจ้งภายใน 180 วัน มาตรา 175 ถึงจะดำเนินการได้






ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 27-05-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

กรมป่าไม้เตรียมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง หาดนุ้ย ? ฟรีดอม มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้าน ใน 2 เดือน นำพื้นที่คืน




นนี้ (26 พ.ค.62) ที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก. 2 (ภูเก็ต) ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วย นายวีระพงษ์ พลธิรักษา ผู้ตรวจราชการสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.),พันเอกพงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดศูนย์ประสานการปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4) กอ.รมน, นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ,นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร , นาวาเอกบวร พรมแก้วงาม รองผอ.รมน.ภูเก็ต, นายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต, ชุดปฏิบัติการศูนย์ประสานการปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4), กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.), เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม่ที่ 12 สาขากระบี่, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ภก.2 (ภูเก็ต) กอ.กรมน.ภูเก็ต, ส.ป.ก.ภูเก็ต,ตำรวจ กก.5บก.ปทส., เจ้าหน้าที่ทหารเรือ, ทหารบก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีหาดนุ้ย ต.กะรน จ.ภูเก็ต หลังหน่วยล่วงหน้าได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังมีการร้องเรียนว่ามีการบุกรุก



หลังจากนั้นทั้งหมดได้เดินทางด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 7 กิโลเมตร โดยในวันนี้ ได้มีการลงตรวจสอบพื้นที่ทั้งหมด 3 จุด ซึ่งสองจุดแรกเป็นจุดที่ ส.ป.ก..ภูเก็ตได้มีการพิจารณาและยกเลิกสิทธิ์ทำกินในที่ดินดังกล่าวมาแล้วเนื่องจากพบว่าไม่มีการทำประโยชน์และผู้แจ้งสิทธิ์ ส.ป.ก.ขาดคุณสมบัติ โดยหนึ่งในนั้นเป็นที่รู้จักกันในชื่อ ผาหินดำ และจุดที่ 3 คือ บริเวณที่เรียกว่า Dragon cape ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 142 ไร่ มีการปลูกพืช เช่น ปาล์มนำมัน กล้วย และ กวาง ซึ่งจุดดังกล่าว อยู่ระหว่างการดำเนินคดีและเตรียมบังคับใช้มาตรา 25 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ



นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวภาย หลังการลงตรวจสอบพื้นที่ ว่า กรมป่าไม้ได้รับการร้องเรียนจากกำนันในพื้นที่ ว่า มีผู้เข้ามาบุกรุกใช้ประโยชน์ในพื้นที่เขานาคเกิด ซึ่งค่อนข้างมีความสลับซับซ้อน ตั้งแต่มีการประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ และ ประกาศเขตพื้นที่ ส.ป.ก. กระทั่งมีการประกาศเพิกถอน รวมถึงการครอบครองพื้นที่ต่อเนื่องมา ก่อนที่จะลงมาตรวจสอบในครั้งนี้ได้มีการ จับกุมรถแบ็คโฮที่เข้ามาปรับที่ดินในเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่ แต่ในรายละเอียดของการยึดถือครอบครองจะมีจำนวนมากกว่านั้น และได้มีการร้องเรียนไปยังศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า กรมป่าไม้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ส่งชุดพยัคฆ์ไพรลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งทหารบก ทหารเรือ และตำรวจ รวมถึง ส.ป.ก.ภูเก็ต



ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี ทั้งฝ่ายปกครอง กำนัน หน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝ่ายทหารและตำรวจมาช่วยกันตรวจสอบ ถือเป็นการทวงคืนพื้นที่ป่านอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งถือเป็นพื้นป่าที่มีมูลค่ามหาศาล และทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ซึ่งในอนาคตมองว่าเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการประกาศเป็นพื้นที่ป่าชุมชน ที่จะต้องมีการบริหารจัดการเป็นป่าอนุรักษ์โดยชุมชนเอง มีระเบียบแบแผนและไม่เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อม เชื่อว่าจะเกิดความยั่งยืนในการประโยชน์ในพื้นที่

เบื้องต้นในส่วนที่เป็นคดีแล้วจะเร่งรัดติดตาม และ ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาช่วยตรวจสอบ เพราะถือเป็นคดีใหญ่ เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างมาก ส่วนที่เหลือที่จะต้องมีการขยายผลในส่วนที่เป็นพื้นที่ ส.ป.ก.ได้มีการพูดคุยกับทางผู้ตรวจฯ ส.ป.ก. ว่า จะต้องมีการคัดกรองและตรวจสอบคุณสมบัติเพิ่มเติมในเรื่องการใช้ประโยชน์ รวมไปถึงการพิสูจน์การครอบครองตามสิทธิ์ของ ส.ป.ก. ในแต่ละแปลง โดยมีคณะทำงาน ซึ่งมีผู้ว่าฯ เป็นประธาน ก็จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมในเรื่องของแนวทางการคัดกรองและแก้ไขปัญหา รวมถึงแนวทางในการกำหนดพื้นที่บริเวณดังกล่าวเป็นป่าชุมชนในอนาคต นายอรรถพล กล่าว

ขณะที่นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ชุดพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า พื้นที่ ที่มีปัญหาบุกรุกครอบครองและข้อพิพาทมีประมาณ 600 - 700 ไร่ ซึ่งเป็นจุดที่มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และ มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามมาก มีประวัติศาสตร์การแย่งชิงกันมานาน โดยเฉพาะเรื่องของการร้องเรียน ซึ่งการทำงานในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จในการบูรณาการความร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะใครก็แล้วแต่ที่จะมายึดถือครอบครองโดยไม่มีอะไรรองรับหรือผิดก็ต้องถอยออกไป

โดยขณะนี้มีคดีที่เกี่ยวข้องหลายคดี ตั้งแต่คลับเฮ้าส์ บริเวณหาดนุ้ย จำนวน 1 คดี, คดีบุกรุก 2 ไร่ และ สามารถจับกุมรถแบ็คโฮได้ และ ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ประมาณ 140 ไร่ ซึ่งต้องดำเนินการให้ถึงที่สุด และมีการขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะไม่เช่นนั้นปัญหาก็ไม่จบ เนื่องจากที่ดินบริเวณนี้มีมูลค่าค่อนข้างมากนับเป็นหมื่นล้านบาท จึงไม่ควรตกเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง

นายชีวะภาพ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการในพื้นที่ ที่เป็นข้อพิพาทในบริเวณนี้ที่จะเห็นผลในเร็วๆนี้ มี 2 พื้นที่ ซึ่งอธิบดีฯ ได้สั่งการให้ดำเนินการให้จบ คือ หาดฟรีด้อมกับหาดนุ้ย โดยอธิบดีฯ จะมีการลงนามในมาตรา 25 ตามระเบียบป่าสงวนแห่งชาติรื้อถอนสิ่งปลูกที่อยู่ใน 2 พื้นที่ดังกล่าว และนำพื้นที่กลับมาให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยไม่มีใครแสดงตนเป็นเจ้าของหรือมีการเรียกเก็บเงินหรือมีการนำผู้มีอิทธิพลมาข่มขู่เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หากจะต้องเสียเงินก็ต้องมีระเบียบที่ถูกต้อง รอไม่เกิน 2 เดือนจะเห็นผลแน่นอน

ด้านนายวีระพงษ์ พลธิรักษา ผู้ตรวจราชการสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) กล่าวว่า เลขา ส.ป.ก.ได้ให้นโยบายมาแล้วว่าให้มาร่วมตรวจสอบและหากพบว่า พื้นที่ใดไม่ปฏิบัติตามระเบียบ มีคุณสมบัติไม่ถูกต้อง หรือให้สิทธิ์ไปแล้วไม่ทำประโยชน์ จะมีการนำเสนอคณะกรรมการฯ จังหวัด เพื่อพิจารณา และหากพบว่า ยังมีพื้นที่เป็นป่าก็จะกันคืนให้กับกรมป่าไม้ ซึ่งในส่วนของ ส.ป.ก.ในบริเวณนี้ที่เกี่ยวข้องมีประมาณ 43 ไร่ ซึ่งมีบางส่วนที่มีการถอน ส.ป.ก.ไปบ้างแล้ว

ขณะที่นายวินัย ชิดเชี่ยว กำนันตำบลกะรน กล่าวว่า ตนเป็นคนในพื้นที่ จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน และ จากการร้องเรียนที่ผ่านมาการปฏิบัติงานของคนในพื้นที่ก็ค่อนข้างหนักใจ ซึ่งถือว่าโชคดีที่อธิบดีกรมป่าไม้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงานในการรักษาพื้นที่ป่า การให้แนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน รวมถึงแนวทางในการอนาคตที่ให้พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามแนวทางของป่าชุมชนตามระเบียบกฎหมาย

โดยพื้นที่ทั้งหมดถูกบุกรุกจากคนภายในนอก โดยเฉพาะพื้นที่หาดนุ้ย นับเป็นพื้นที่ที่มีปัญหามานาน ทั้งการยิงข่มขู่ การทำร้ายร่างกาย การเรียกเก็บเงิน จนเป็นที่หวาดกลัวของคนในพื้นที่ ซึ่งการบูรณาการความร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการคืนพื้นที่ให้กับประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งแม้เราต้องการให้แล้วเสร็จโดยเร็วแต่ก็ต้องใช้เวลา เพราะมีเรื่องของข้อกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง หากสำเร็จก็จะเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวของภูเก็ตให้สูงยิ่งๆ ขึ้น
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 27-05-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

คพ. พบสาร 2 ชนิด ไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือแหลมฉบัง เตือนสารฟุ้งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ



กรมควบคุมมลพิษ เตือนมลพิษทางอากาศ จากไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์แหลมฉบัง อำเภอศรีราชา ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สั่งอพยพประชาชนที่อยู่ใต้ลมไปยังจุดที่ปลอดภัย

วันนี้ (25 พ.ค.) กรมควบคุมมลพิษ ได้รูปภาพพร้อมระบุข้อความจากการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณจุดเกิเหตุไฟไหม้ตู้คอนเทนเนอร์ ท่าเรือแลมฉบัง จังหวัดชลบุรี โดยกรมควบคุมมลพิษ พร้อมสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 13 และสำนักงานทรัพยากรกรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง และปภ.ชลบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีเหตุเพลิงไหม้ตู้คอนเนอร์ ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อเวลา 11.00 น. พบว่า ขณะตรวจสอบควบคุมเพลิงได้แล้วแต่ยังมีเขม่าควันค่อนข้างมาก เนื่องจากมีตู้คอนเทนเนอร์หลายร้อยใบที่ถูกเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงฉีดน้ำเลี้ยงอยู่ และจากการตรวจวัดคุณภาพอากาศในเบื้องต้น พบว่ามีค่าสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Total VOCs) อยู่ในช่วง1.2-2.4 ppm ค่าสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) อยู่ในช่วง 0.92-1.96 ppm ซึ่งมีค่าเกินกว่าค่าขีดจำกัดการรับสัมผัสสารเคมีทางการหายใจแบบเฉียบพลัน ระดับที่ 1 กำหนดค่า 0.9 ppm ซึ่งเกินค่ามาตรฐานเล็กน้อย ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ผิวหนังอักเสบ และระคายเคืองตา

ทั้งนี้ เนื่องจากเกิดกลุ่มควันจำนวนมาก อำเภอศรีราชาได้สั่งการให้อพยพประชาชนที่อยู่ใต้ลมไปยังจุดที่ปลอดภัย และ คพ. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้วยแล้ว หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

สาร VOCs ย่อมาจาก Volatile Organic Compounds คือ สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย ส่วนใหญ่มักใช้เป็นสารประกอบและสารตัวทำละลายในงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ส่วนสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) เป็นก๊าซไม่มีสี จัดเป็นพิษที่ปนเปื้อนในอากาศที่เป็นปัญหาสุขภาพของมนุษย์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยทั่วไปสารชนิดนี้นิยมใช้ในอุตสาหกรรมสี กาว และสารเคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม้ ไม้อัด และไม้แปรรูปอื่น ๆ หรือเกิดจากการเผาไหม้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:01


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger