เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 8 กันยายน 2560

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง แต่ภาคเหนือและภาคใต้ฝั่งตะวันตกยังคงมีฝนมากกว่าภาค อื่นๆ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักแ ละฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 7 - 8 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนในช่วงวันที่ 9 - 12 ก.ย. ประเทศไทยจะมีฝนลดลง เว้นแต่ภาคเหนือ และภาคใต้ยังคงมีฝนมากกว่าภาคอื่นๆ


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 7-8 ก.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

.
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (94.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (103.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


หอยตัวจิ๋วในสารพัดรายการอาหารจีน ..................... โดย พชร ธนภัทรกุล


เนื้อหอยกะพงเปาะขักบี้ ภาพจาก https://wx.imspender.com/articles/re...-ai-xian-bo-ke

หอยตัวจิ๋วที่พูดถึงนี้ คือหอยกะพง ซึ่งเป็นหอยทะเลกาบคู่ตัวเล็ก เปลือกบางยาวรี สีเขียวมีลายเป็นเส้นสีน้ำตาล อาศัยอยู่ตามพื้นท้องทะเลที่เป็นเลนปนทราย มักเกาะกลุ่มอยู่กันเป็นกระจุกหรือแผ่เป็นปึกใหญ่ และเพราะความที่เป็นหอยเปลือกบางนี่เอง ชาวแต้จิ๋วจึงให้ชื่อว่า เปาะขัก (薄壳) ที่แปลว่าหอยเปลือกบาง
ชาวแต้จิ๋วรู้จักเอาหอยเกะพงมาแปรรูปกินกันมานานนมแล ้ว โดยต้มหอยกะพงในน้ำเดือดให้เนื้อหอยสุกร่อนหลุดจากเป ลือก จะได้เนื้อหอยอวบสดเนื้อนุ่ม หอมชวนกิน ให้คุณค่าทางอาหารสูง เรียกว่า “เปาะขักบี้” (薄壳米เสียงแต้จิ๋ว) และถือว่าเป็นอาหารโบราณอย่างหนึ่งของชาวแต้จิ๋ว เวลาต้ม ก็ต้องต้มกันคราวละมากๆ เพราะหอยกะพงเป็นหอยตัวเล็ก

ขั้นตอนการนำหอยไปต้ม ตัวกอยกะพงจะมี “ขน” ซึ่งเป็นท่อดูดอาหารลักษณะคล้ายขนเส้นเล็กๆ และเป็นส่วนที่หอยใช้ยึดตัวเองให้ติดกับหลัก เรียกว่า “เต่ง” (饤เสียงแต้จิ๋ว) ต้องดึงส่วนนี้ทิ้งก่อน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากมาก เพราะต้องเด็ดเต่งจากหอยกันทีละตัวจนกว่าจะหมด เรียกขั้นตอนที่แสนยุ่งยากนี้เรียกว่า “ถุกเต่ง” (脱磴เสียงแต้จิ๋ว) หรือ “เตียะเต่ง” (摘磴เสียงแต้จิ๋ว)

หลังจาก “ถุกเต่ง” แล้ว จึงเอาหอยไปแช่น้ำ เพื่อให้หอยคายดินเลนออกให้หมดก่อน ถึงจะเอาหอยไปต้มในน้ำเดือดจัด เนื้อหอยที่หลุดออกจากตัวหอยจะจมอยู่ที่ก้นภาชนะหรือ กระทะ ตักเปลือกหอยทิ้งไป จึงค่อยใช้กระชอนช้อนเนื้อหอยขึ้นมา เทหอยใส่ในน้ำต้มสุกละลายเกลือแกง ตั้งไว้สักพัก แล้วจึงกรองน้ำทิ้งให้แห้ง จะได้เนื้อหอยกะพงล้วนๆ หรือ “เปาะขักบี้” (薄壳米)

สรุป กว่าจะเป็น “เปาะขักบี้” ก็ต้องผ่านขั้นตอน ดึงขน แช่น้ำ ต้ม แช่น้ำเกลือ ช้อนเนื้อหอย และสุดท้ายใส่ภาชนะ ปรกติหอยกะพง 1 กิโลกรัม จะต้มได้ “เปาะขักบี้” แค่ประมาณราว 1 ขีดเท่านั้น ถ้าต้องการเป็นจำนวนมาก อาจต้องใช้หอยกะพง 5-10 กิโลกรัม จะได้ “เปาะขักบี้” ราว 0.5-1 กิโลกรัม ในอดีต โรงต้มปลาเข่งเคยทำเปาะขักบี้ใส่เข่งขาย ซึ่งทุกวันนี้ ยังพอหาซื้อได้ในรูปแบบแพ็คใส่ถาดโฟมหุ้มฟิล์มถนอมอา หารตามตลาดสดและห้างสรรพสินค้าทั่วไป

วิธีทาน “เปาะขักบี้” ที่ง่ายที่สุดคือ ราดด้วยเต้าเจี้ยว (ต้องระวังเรื่องเค็มด้วย เพราะเปาะขักบี้มักเค็มอยู่แล้ว) ทานกับข้าวต้มร้อนๆ อร่อยจนข้าวต้มหมดชามได้โดยไม่รู้ตัว หรือจะนำมาปรุงอาหารก็ได้ และทำได้อีกหลายตำรับทีเดียว เช่น

เปาะขักบี้น้ำมันงา ใช้เนื้อหอยกะพงที่เพิ่งต้มสุกใหม่ๆ (ยังไม่แช่น้ำละลายเกลือ) ใส่น้ำมันหมูที่เจียวสุกแล้วลงเคล้าด้วยน้ำตาลทรายแล ะน้ำมันงาเล็กน้อย โรยใบผักชี ได้หอยกะพงในน้ำมันงาหวานหอมอร่อย

หอยกะพงทอด คือจะทอดแบบหอยทอดทั่วไปก็ได้ ใส่แป้งมันละลายน้ำลงเคล้ากับหอยกะพงให้ทั่ว ตักทอดในน้ำมันร้อนจัด จนแป้งสุกทั้งสองด้าน ตอกไข่ไก่ใส่คนเคล้าให้ทั่ว ไข่สุกตักใส่จาน ได้หอยกะพงทอดที่หอมอร่อยไม่แพ้หอยนางรมทอดหรือหอยแม ลงภู่ทอด

หอยกะพงผัดดอกกุยช่าย เป็นสูตรที่ได้รสชาติอร่อยทีเดียว เพราะดอกกุยช่ายเข้ารสเข้าชาติกับพวกของทะเล ไม่ว่าจะเป็นกุ้งสดหรือปลาหมึกสดได้ดีอยู่แล้ว วิธีคือใช้เนื้อหอยกะพง 3 ขีด ดอกกุยช่ายซอยละเอียด 1 ขีด ซอยหั่นดอกกุยช่าย (ถ้าไม่มี ใช้ใบกุยช่ายในสัดส่วนเท่าเดิมแทนได้) อย่างเดียวกับซอยต้นหอม ตั้งกระทะใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว ใส่กระเทียมสับลงเจียวให้หอม ใส่เนื้อหอยกะพง ตามด้วยเต้าเจี้ยว น้ำตาลทราย พริกไทยป่น และน้ำมันงาเล็กน้อย คนผัดให้ทั่ว จากนั้นจึงใส่กุยช่ายซอยลงไปผัดเพียงครู่เดียว ก็ตักขึ้นได้ อย่าผัดกุยช่ายนานเกินไป เพียงให้กุยช่ายพอสุก ใบสลดก็พอ ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้รสชาติ จึงต้องใส่กุยช่ายเป็นอย่างสุดท้าย

ไข่เจียวหอยกะพง ไข่เจียวเป็นรายการอาหารที่ทำง่ายมาก และจะใส่อะไรในไข่ก็ได้ จะเป็นหมูสับ ไช้โป๊สับ ต้นหอมซอย ได้ทั้งนั้น ในที่นี้ เราจะใส่เนื้อหอยกะพงกัน ใช้ไข่ไก่ 2 ฟอง เนื้อหอยกะพงสัก 2 ขีด เพิ่มต้นหอมซอยกับกระเทียมสับเข้าไปด้วย ตอกและตีไข่ แล้วใส่ทุกอย่างลงในไข่ ใส่เกลือหรือน้ำปลา คนให้เข้ากัน เทไข่ลงเจียวในน้ำมันร้อนๆ เจียวให้สุกทั้งสองด้าน ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที ก็ได้ไข่เจียวหอยกะพงไว้ทานกับข้าวต้มมื้อเช้า อ้อ... เนื้อหอยกะพงที่ซื้อมา ควรล้างน้ำก่อน เพื่อลดความเค็มและเพื่อความสะอาด

นอกจากนี้ เนื้อหอยกะพงยังเอามาผัดข้าว ทำซุปเนื้อหอยกะพง หรือเป่าะขักส่วง (薄壳爽) หน้าตาคล้ายเต้าส่วน แต่เป็นอาหารคาว คือใส่เนื้อหอยในน้ำซุปเดือด ใส่แป้งมันละลายน้ำลงคนให้น้ำเหนียวข้น เวลาทานให้โรยต้นหอมซอยและพริกไทยด้วย


ผัดหอยกะพงใบโหระพา ภาพจาก https://www.douguo.com/cookbook/1416452.html

ส่วนหอยกะพงสดๆก็นำมาปรุงอาหารได้อร่อยเช่นกัน ง่ายที่สุดคือ หอยกะพงดอง เคล็ดลับคือ ห้ามดึง “ขน” หรือ “เต่ง” ออก เพราะจะทำให้หอยตายและเปลือกเปิดอ้า แค่ล้างหอยให้สะอาด แล้วเทหอยใส่ตะแกรงสะเด็ดน้ำให้แห้ง จึงเอามาเคล้ากับเกลือสมุทร ใส่ภาชนะ และใส่เกลือทับไว้หนาๆอีกชั้น ปิดฝาไว้ให้สนิท หมักทิ้งไว้ในที่ร่มและแห้งสัก 4-5 วัน ก็ใช้ได้ แต่ก่อนเอามาทานต้องดึง “ขน” ออกก่อน

อีกวิธีหนึ่งคือ เอาหอยที่ดองเกลือไว้แล้วออกมาล้างให้คราบเกลือออก ดึงขนทิ้ง แล้วเอาแช่ในน้ำปลา จะใส่พริกใส่กระทียมสดลงแช่ด้วยก็ได้ จะได้หอยกะพงดองแช่น้ำปลาที่อร่อยในอีกรสชาติหนึ่ง หอยกะพงดองทั้งสองสูตรนี้ ชาวแต้จิ๋วเรียกว่า เกี่ยมเปาะขัก (咸薄壳) หรือชื่อที่ค่อนข้างยาวว่า ห่งหงั่งเกี่ยมโก๊ย (鳯眼咸膎)

สูตรหอยกะพงที่ไม่ค่อยเห็นกันนัก แต่เมื่อก่อนที่บ้านทำกินกันบ่อยมาก คือ ข้าวต้มหอยกะพง ใช้หอยกะพงสด ก่อนอื่นต้องทีดึง “ขน” ออกให้หมด แล้วเอาหอยแช่น้ำ ซึ่งเป็นขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะต้องแช่จนมั่นใจว่าหอยคายดินเลนออกหมดแล้ว จึงเอาหอยใส่กระชอนสะเด็ดน้ำให้สนิท

ต้มข้าวต้มพอให้เม็ดข้าวบานเล็กน้อย ใส่หอยกะพงลงไปขณะข้าวต้มกำลังเดือด ตามด้วยใบโหระพา ปรุงรสด้วยน้ำปลาหรือซีอิ๊วขาวก็ได้ พอเนื้อหอยสุก ยกหม้อข้าวต้มลงจากเตา ตักข้าวต้มพร้อมหอยกะพงใส่ถ้วย เติมกระเทียมเจียว โรยพริกไทย ใบหอมซอย ได้ข้าวต้มเครื่องหอยกะพงรสชาติแปลกใหม่ไปจากข้าวต้ม เครื่องทั่วไป ข้าวต้มเครื่องหอยกะพงนี้ต้องทำกินกันสดๆเดี๋ยวนั้น และอร่อยตรงที่ต้องดูดตัวหอยสดใหม่ที่ชุ่มด้วยน้ำข้า ว

ตำรับสุดท้ายสำหรับรายการหอยกะพง คือผัดหอยกะพงใบโหระพา ใช้หอยกะพงสด ดึงขน แช่น้ำให้หอยคายเลนออก ล้างให้สะอาด พักสะเด็ดน้ำ เตรียมไว้ ตั้งกระทะน้ำมันให้ร้อน เอากระเทียมสับลงเจียวให้หอม ใส่เต้าเจี้ยว พริกชี้ฟ้าหั่นแฉลบ หรือพริกขี้หนูบุบ (ถ้าต้องการเผ็ดมากขึ้น) ตามด้วยใบโหระพา ผัดพอให้หอม ใส่หอยกะพงสดลงคนผัดให้ทั่วอย่างรวดเร็ว ปรุงรสด้วยน้ำปลา ซี่อิ๊ว น้ำตาลตามชอบ พอเปลือกหอยเริ่มอ้าออก ให้ดับไฟในเตาทันที ตักหอยใส่จานทันที ได้หอยกะพงผัดใบโหระพาที่ส่งกลิ่นหอมฉุย ทานกับข้าวสวยหรือข้าวต้มก็ได้

เคล็ดลับ การผัดหอยกะพง คือต้องใช้ไฟแรง ใช้น้ำมันมากหน่อย และสำคัญสุดคือน้ำปลากับใบโหระพา เพราะสองอย่างหลังนี่ เข้ากันได้ดีกับหอยกะพงทั้งกลิ่นและรส โดยเฉพาะใบโหระพาที่ชาวแต้จิ๋วเรียกว่า “กิมปุกห่วง” (金不换) อันมีความหมายว่า แม้เอาทองมาแลก ก็ไม่แลก ชื่อนี้จะสื่อว่า ชาวแต้จิ๋วมองพืชสมุนไพรชนิดนี้ว่า มีค่ามากกว่าทองหรือไม่ ผมไม่ทราบ ทราบแต่เพียง หากผัดหอยกะพง โดยไม่ใส่ใบโหระพา รสชาติของหอยกะพงนั้นก็คงกร่อยมิใช่น้อย และใบโหระพานี่ ยังให้กลิ่นรสเข้ากันได้ดีกับหอยทะเลอย่างหอยลาย และหอยแมลงภู่อีกด้วย

การกินหอยกะพงสดผัดหรือข้าวต้มหอยกะพงสดนั้น ไม่ได้มุ่งที่เนื้อหอยที่เล็กมาก แต่อยู่ที่รสชาติที่ดี และความเพลิดเพลินในขณะดูดเนื้อหอยกิน เอาตะเกียบคีบหอยขึ้นมา วางหลังหอยบนฟันล่าง แล้วใช้ฟันบนขบตัวหอยเบาๆให้เปลือกหอยอ้าออก จากนั้นใช้ลิ้นช่วยเขี่ยและดูดเอาเนื้อหอยเข้าไปในปา ก เสียงดูดหอยดังจ๊วบๆ ฟังเพลินจนลืมตัว กว่าจะรู้ตัวอีกที ก็เห็นเปลือกหอยกองโตเป็นภูเขาอยู่ข้างๆชามข้าวแล้ว นี่แหละความอร่อยและความเพลิดเพลินของการกินหอยกะพง


https://mgronline.com/china/detail/9600000092108
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


เริ่มแล้วฤดูกาลชมวาฬบรูด้า ปี 2560

ช่วงนี้จะพบวาฬบรูด้าเข้ามาหากินใกล้ๆกับหน้าหาดเจ้า สำราญ ซึ่งทางเทศบาลหาดเจ้าสำราญคาดว่าจะเปิดฤดูกาลชมวาฬใน ช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ไปจนถึงเดือนธันวาคม



เมื่อวันที่ (7 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายบุญยอด มาคล้าย นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ พาคณะสื่อมวลชนจังหวัดเพชรบุรี ลงเรือประมงชายฝั่งขนาดเล็กของชาวประมงในพื้นที่ เพื่อออกสำรวจวาฬบรูด้าในทะเล หลังจากรับทราบข้อมูลจากชาวประมงว่าพบเห็นวาฬบรูด้าม าหากินบริเวณใกล้ๆหน้าหาดเจ้าสำราญ โดยหลังจากออกไปประมาณ 4 ชั่วโมง ได้มีวิทยุแจ้งว่าพบวาฬบรูด้า อยู่ที่พิกัด เหนือ 7ตะวันออก 8 จึงได้เดินเรือไปยังจุดรับแจ้งและได้พบวาฬบรูด้าออกม าอวดโฉม ด้วยท่าทางปราดเปรียวที่โผล่สันหลังเหนือน้ำ

หลังจากนั้นไม่นานได้พบวาฬบรูด้า 2 ตัว แม่ลูก ว่ายน้ำเล่นไปมาอยู่ใกล้ๆกับเรือเป็นเวลานาน รวมถึงอ้าปากกินฝูงปลากระตัก และที่น่าตื่นเต้นและประทับใจที่สุดคือการได้เห็นวาฬ รูด้ากระโดดพุ่งขึ้นจากทะเล จำนวนหลายครั้งซึ่งเป็นภาพที่หาดูได้ยาก

ทั้งนี้จากการสอบถามข้อมูลจากชาวประมงที่ออกเรือหาปล าอยู่ในพื้นที่ทราบว่า ช่วงนี้เริ่มพบฝูงวาฬบรูด้าเข้ามาหากินในพื้นที่หน้า หาดเจ้าสำราญแล้ว ซึ่งพบเห็นมา 2-3 วันแล้ว นายกเทศมนตรีหาดเจ้าสำราญ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้เป็นช่วงที่พบวาฬบรูด้าเข้ามาหากินใกล้ๆกับ หน้าหาดเจ้าสำราญ ซึ่งทางเทศบาลหาดเจ้าสำราญคาดว่าจะเปิดฤดูกาลชมวาฬใน ช่วงกลางเดือนกันยายนนี้ ไปจนถึงเดือนธันวาคม


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/64290
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


มาเลย์ฮีโร่ บุกสกัดเรือบรรทุกน้ำมันไทยโดนปล้น จับ 10 โจรสลัดอินโดฯ



มาเลเซีย โชว์ฟอร์มเยี่ยม ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษหน่วยความมั่นคงทางทะเล บุกขัดขวางกลุ่มโจรสลัดปล้นเรือบรรทุกน้ำมันของไทย นอกชายฝั่งรัฐตรังกานูพร้อมจับกลุ่มโจรสลัดชาวอินโดฯ ได้ 10 คน ส่วน 14 ลูกเรือไทยปลอดภัยทั้งหมด

เมื่อ 7 ก.ย.60 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าชุดปฏิบัติการพิเศษของมาเลเซียสามารถขัดขวา งกลุ่มโจรสลัดลงมือปล้นเรือบรรทุกน้ำมันของไทย ‘MT Tanker MGT1’ นอกชายฝั่งรัฐตรังกานูได้สำเร็จและสามารถจับกุมผู้ต้ องสงสัยเป็นโจรสลัดชาวอินโดนีเซียได้ราว 10 คน บนเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าวของไทย หลังจากได้ขาดการติดต่อและสูญหายไปเมื่อวันพุธที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา

ผู้บัญชาการสำนักงานความมั่นคงทางทะเลของมาเลเซีย (MMEA) แถลงว่า ชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทางทะเ ลของมาเลเซีย ได้บุกจู่โจมขึ้นไปบนเรือบรรทุกน้ำมัน MT Tanker MGT1 นอกชายฝั่งรัฐตรังกานู หลังจากมีรายงานเรือลำนี้สูญหายไป10 ชั่วโมง โดยชุดปฏิบัติการพิเศษมาเลเซียสามารถจับกุมผู้ต้องสง สัยเป็นโจรสลัดได้ 10 คน ทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย ส่วนผู้ต้องสงสัยอีก 3 คนสามารถใช้เรือเล็กหลบหนีไปได้ และทาง MMEA ได้ส่งเรือไล่ล่าติดตาม

ผู้บัญชาการสำนักงานความมั่นคงทางทะเลของมาเลเซีย เผยว่าหลังจากขัดขวางการปล้นเรือบรรทุกน้ำมัน MT Tanker MGT1 ของไทยได้สำเร็จ โดยที่ลูกเรือชาวไทย 14 คนไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ทางเจ้าหน้าที่มาเลเซียได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน MT Tanker MGT1 ซึ่งบรรทุกน้ำมันดีเซลปริมาณ 2 ล้านลิตร มูลค่าประมาณ 1.66 ล้านดอลลาร์ (ราว 55 ล้านบาท) ไปยังเมืองกัวลา ตรังกานู เพื่อให้ลูกเรือไทยให้ข้อมูลในการสอบสวนที่โดนกลุ่มโ จรสลัดบุกปล้นเรือครั้งนี้.


https://www.thairath.co.th/content/1063004
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


"ไซเตส"ปลดไทยพ้นบัญชีค้างาช้าง-รณรงค์นทท.ยุติซื้อขายสัตว์ป่า



กรมอุทยาน เปิดสถติ 1 ปีผลงาน 40 ด่านตรวจร่วมบูรณาการ ยึดงาช้างแอฟริกา 422 ท่อน ตัวลิ่น นอแรดของกลางเพียบ พร้อมรณรงค์นักท่องเที่ยวงดซื้อ และลักลอบนำสัตว์ป่า

วันนี้ (7 ก.ย.2560)นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการกองคุ้ม ครองพันธุ์สัตว์ป่า เปิดกิจกรรมการรณรงค์การป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่า และพืชป่าตามอนุสัญญาไซเตส ที่อาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติงดการซื้อสินค้า และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าซึ่งผิดกฎหมาย



นายวิจารย์ กล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพ ยากรธรรมชาติและสิ่งแว ดล้อม ที่ได้กล่าวถ้อย แถลงในที่ประชุมจากเวทีการประชุมสุดยอดการพัฒนาอย่าง ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2559 โดยได้แสดงให้ที่ประชุมเห็นถึงความจริงใจของประเทศไท ยว่าให้ความสำคัญต่อการจัดการปัญหาอาชญากรรมด้านสัตว ์ป่าและพืชป่า โดยถือเป็นเรื่องเร่งด่วนในระดับนโยบายของชาติ และเป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ถูกถอดออกจากรายชื่อประเทศที่ต้องทบทวนม าตร การการค้าที่สำคัญของม้าน้ำ และการเสนอของประเทศไทยที่ขอแก้ไขคำอธิบายแนบท้ายของ ไม้พะยูงขึ้นบัญชี2ผ่านการพิจารณา นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับการเลื่อนสถานะที่ดีขึ้น จากกลุ่มสถานะน่ากังวลอย่างยิ่ง มาอยู่ในกลุ่มสถานะน่ากังวลลำดับรอง

ด้านนายปิ่นสักก์ บอกว่า จากการประสานความร่วมมือทั้งในด้านการข่าว การตรวจค้น การจับกุม และการจัดการของกลาง โดยสถิติทางคดีของ ด่านตรวจทั้ง 40 แห่ง ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 23 ก.ค.นี้ ตรวจจับได้ของกลางแยกเป็น ตัวลิ่น 127 ตัว เกล็ดลิ่น 1,093กิโลกรัม และนอแรดคละขนาด 21 นอ งาช้างแอฟริกา 422 ท่อน งาช้าง 73.9 กิโลกรัม ซากฟันช้าง 1 กิโลกรัม


http://news.thaipbs.or.th/content/265892
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:20


vBulletin รุ่น 3.8.9
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2017, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger