เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 01-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 30 มิ.ย. - 1 ก.ค. 62 ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 2 ? 6 ก.ค. 62 บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 2 ? 5 ก.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ตลอดสัปดาห์นี้

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (103.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (102.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (107.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 01-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


อาเซียนร่วมตั้งสมาคมโบราณคดีใต้น้ำ

กลุ่มอาเซียนตั้งองค์กรหรือสมาคมเกี่ยวกับโบราณคดีใต้น้ำของอาเซียน เพื่อร่วมกันทำงานใกล้ชิด หวังองค์กรด้านโบรณคดีฯเข้มแข็งขึ้น มีอำนาจต่อรองเรื่องกฎหมาย



วันนี้(1ก.ค.))ร.อ.บุณยฤทธิ์ ฉายสุวรรณ ผู้อำนวยการกองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการประชุมโบราณคดีใต้น้ำอาเซียน เรื่อง การคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมใต้น้ำและความร่วมมือทางโบราณคดีใต้น้ำอาเซียน ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลป กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมซึ่งมีประเทศสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศเข้าร่วมยกเว้นบรูไน แต่ก็มี ติมอร์-เลสเต เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย โดยที่ประชุมได้มีข้อสรุปให้มีการตั้งองค์กรหรือสมาคมเกี่ยวกับโบราณคดีใต้น้ำของอาเซียน เพื่อให้สามารถร่วมมือกันทำงานอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านวิชาการ การแลกเปลี่ยนบุคลากร และยังสามารถเข้าไปช่วยเหลือประเทศที่ยังไม่มีโบราณคดีใต้น้ำได้ด้วย ทั้งในแง่วิชาการและการฝึกอบรม โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ประเทศฟิลิปปินส์เป็นประธานชั่วคราวเรื่องการจัดตั้งเป็นสมาคมโดยสมบูรณ์อย่างถูกต้อง ทั้งนี้คาดว่าภายใน 1 เดือนนี้ แต่ละประเทศจะได้รับเอกสารและจัดส่งไปยังหน่วยงานที่ดูแลของแต่ละประเทศต่อไป นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติให้มีการฝึกอบรมร่วมทุก 2 ปี โดยเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพด้วย

"ที่ประชุมยังได้หารือถึงปัญหากรณีเดิม ๆ ด้วย เช่น ปัญหาประมงที่มีผลกระทบกับงานโบราณคดีบ้าง ซึ่งเป็นรายละเอียดที่แก้ไขเองไม่ได้ ดังนั้นเมื่อมีองค์กรด้านโบราณคดีใต้น้ำของอาเซียนที่เข้มแข็งขึ้น น่าจะทำให้มีอำนาจต่อรองในเรื่องกฎหมายและความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมายได้? เพราะปัจจุบันยังมีความละเลยในการบังคับใช้ จึงต้องสร้างจิตสำนึกร่วมกันในระดับนโยบาย ซึ่งสมาคมจะส่งสัญญาณไปยังรัฐบาลตนเองได้มากขึ้นว่า เรื่องนี้ต้องร่วมกันคุ้มครองไม่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น" ผอ.กองโบราณคดีใต้น้ำกล่าว


https://www.dailynews.co.th/education/717703
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 01-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เศร้า! พบซากเต่าตนุขนาดใหญ่ ลอยเกยตื้นบนหาดแหลมสน คาดตายจาการติดอวนชาวประมง


เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน r[:kdเต่าตนุขนาดใหญ่เพศเมีย เกยตื้นบนชาดหาดแหลมสน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคาดว่าเต่าตายจาการติดอวน ของชาวประมง

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "อช.ธารเสด็จ- เกาะพะงัน" ได้โพสต์รูปภาพ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติธารเสด็จ-เกาะพะงัน และกลุ่มดอกไม้ทะเลเพื่อการอนุรักษ์เกาะพะงันโดยนายภัทรชัย เรืองศรี ประธานกลุ่มและนายสิทธิโรจน์ แก้วหนองเสม็ดตรวจสอบซากเต่าตนุขนาดใหญ่เพศเมีย น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม ที่ถูกคลื่นซัดมาเกยชาดหาดแหลมสน บ้านศรีธนู หมูที่ 8 ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการผ่าพิสูจน์พบบริเวณลำคอคล้ายถูกเชือกรัด ในกระเพาะอาหารพบว่ามีอาหารตามปกติ ไม่พบการบาดเจ็บอื่นๆ คาดว่าเต่าตายจาการติดอวนเพราะพบร่องรอยของเครื่องมือประมงบริเวณคอ นอกจากนี้ยังพบว่า ซากเต่าตนุตัวดังกล่าวนับเป็นซากเต่าตัวแรกในรอบหลายสิบปีที่มีขนาดใหญ่เช่นนี้


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000062056


*********************************************************************************************************************************************************


ออกแล้ว! ผลผ่าซากพะยูนน้อย ระบุเกยตื้นตายเพราะถูกคลื่นซัด

ตรัง - ผลการผ่าพิสูจน์ซากพะยูนน้อยอายุไล่เลี่ย "เจ้ามาเรียม" หลังพบลอยเกยตื้นที่บริเวณหลังเกาะเม็ง อ.สิเกา จ.ตรัง คาดสาเหตุมาจากการตายแบบเฉียบพลัน หลังจากถูกคลื่นซัดจนหาแม่ไม่พบ



วันนี้ (30 มิ.ย.) จากกรณีที่ได้มีชาวประมงพื้นบ้านพบเห็นซากพะยูนน้อย เพศผู้ ลอยเกยตื้นตายบริเวณหลังเกาะเม็ง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่เขตอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเล ของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นได้นำซากไปที่สถาบันทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง เพื่อให้ทางทีมสัตวแพทย์ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ได้มาทำการผ่าพิสูจน์ซาก ซึ่งเป็นทีมเดียวกันกับที่เดินทางมาปฏิบัติภารกิจดูแลอนุบาลเจ้ามาเรียม พะยูนน้อยไร้แม่ ที่กำลังนำมาอนุบาลบริเวณอ่าวดุหยง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง

ล่าสุด ทางทีมสัตวแพทย์ได้รายงานผลการผ่าพิสูจน์ซากพะยูนน้อยตัวนี้แล้ว เป็นลูกพะยูนเพศผู้ ขนาดความยาว 110 ซม. น้ำหนักประมาณ 20 กก. อายุไม่เกิน 6 เดือน ขณะพบมีสภาพซากเน่ามาก แต่สภาพร่างกายของลูกพะยูนตัวนี้แข็งแรงสมบูรณ์ปกติ ส่วนด้านหลังมีรอยถลอกที่เกิดจากการเกยตื้น ขณะที่บริเวณโคนหางและหาง มีรอยรัดจากการที่ชาวประมงผูกแล้วลากกลับเข้าหาฝั่ง และภายในกระเพาะอาหารพบว่า มีหญ้าทะเลอัดแน่นอยู่ภายใน จึงสันนิษฐานสาเหตุว่า คงมาจากการตายแบบเฉียบพลัน เนื่องจากไม่มีร่องรอยที่บ่งชี้ถึงการป่วย และก่อนตายมันยังสามารถกินอาหารได้เป็นปกติ

ทั้งนี้ เชื่อว่าพะยูนน้อยตัวนี้คงพลัดหลงกับแม่ในช่วงที่เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรง เมื่อประมาณต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้หาแม่ตัวเองไม่พบและช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงต้องเกยตื้นตายขณะน้ำลงต่ำสุด นับเป็นข่าวเศร้าของชาวประมงพื้นบ้าน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่ทราบข่าว เนื่องจากพะยูนน้อยตัวนี้มีขนาดเท่ากับเจ้ามาเรียม และหากพบขณะเกยตื้นก็สามารถนำมาเลี้ยงร่วมกันได้


https://mgronline.com/south/detail/9620000062119
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 01-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


จวกยับประมงญี่ปุ่นหวน "ล่าวาฬ" เพื่อการค้า กลุ่มอนุรักษ์วอน-หวั่นสูญพันธุ์



จวกยับประมงญี่ปุ่นหวน "ล่าวาฬ" ? วันที่ 30 มิ.ย. สเตรตส์ไทมส์ รายงานกระแสวิพากษ์วิจารณ์ญี่ปุ่น หลังจากเดินหน้านโยบายหวนล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ โดยชาวประมงจะเริ่มนำเรือออกล่าวาฬในวันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป


This undated picture shows a mother whale and her calf being dragged on board a Japanese ship at Taiji. File photo: Reuters

ภายหลังรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศถอนตัวจากสมาชิกคณะกรรมาธิการวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยยูซี) กลุ่มความร่วมมือนานาชาติที่มีมติระงับการล่าวาฬเชิงการค้ามานานกว่า 3 ทศวรรษ แต่อนุญาตให้ล่าวาฬเพื่อการค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ได้ ซึ่งญี่ปุ่นใช้ข้อยกเว้นนี้ในการล่าวาฬมาโดยตลอด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้กลุ่มพิทักษ์วาฬ และองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม เรียกร้องให้ทางการญี่ปุ่นเห็นแก่วิกฤตเสี่ยงสูญพันธุ์ของวาฬหลายชนิด และเร่งระงับการล่าวาฬเพื่อการค้าโดยเร็ว


Hvalur hf whaling station in Hvalfjordur documented the slaughter of an endangered Blue whale, the 22nd endangered whale killed for export to Japan since 2018. Source:Supplied

ขณะที่ชาวญี่ปุ่นบางส่วนชื่นชมที่รัฐบาลถอนตัวจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการวาฬ และหวนกลับมาล่าวาฬเช่นเคย โดยหลายคนแสดงความเห็นว่าการล่าวาฬ และการรับประทานเนื้อวาฬ เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเก่าแก่ของประเทศซึ่งต่างชาติไม่ควรแทรกแซง


Canned whale meat at a shop in Minamiboso, east of Tokyo. Photo: Reuters

ทั้งนี้ การหวนล่าวาฬเชิงการค้าของญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อวาฬที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยพบในน่านน้ำญี่ปุ่น ครอบคลุมถึงวาฬ?สีน้ำเงิน วาฬหลังค่อม วาฬบรูด้า และวาฬหัวทุย


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2666358

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 01-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


จ.สงขลา เฝ้าระวังหมอกควันในภาคใต้



จังหวัดสงขลา เฝ้าระวังหมอกควันในภาคใต้ มีรายงานว่า ขณะนี้พบว่าความเข้มข้น PM 2.5 สูงขึ้นทั้งในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง มีค่าประมาณ 26-38 ug/m3 (กรมควบคุมมลพิษ) และค่าเฉลี่ยจากสถานีวิจัยตรวจวัดค่าฝุ่นของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่อำเภอเทพา และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จำนวน 5 สถานี มีค่าประมาณ 31-50 ug/m3 ซึ่งสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ http://airsouth.things.in.th/d/E0_QQlGWk/home?orgId=1

ทั้งนี้ค่าความเข้นข้น PM 2.5 อยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มส่งกระทบต่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามค่าดังกล่าวยังไม่เกินมาตรฐานของประเทศไทย (>50 ug/m3) แต่เกินค่ามาตรฐานองต์การอนามัยโลก(WHO) คือ (>25 ug/m3)

เมื่อดูจากข้อมูลจำนวนจุดเผาไหม้ในประเทศอินโดนีเซียโดยเฉพาะบนเกาะสุมาตราสะสมใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา (จากดาวเทียม VIIRS) พบว่าเริ่มมีจำนวนจุดเผาไหม้เพิ่มขึ้น ซึ่งกำลังเข้าสู่ช่วงฤดูการเผา ประกอบกับทิศทางลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดผ่านแหล่งกำเนิดหมอกควันในประเทศอินโดนีเซีย เคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศไทย และมาเลเซีย จึงอาจจะส่งผลกระทบต่อค่าฝุ่นละอองที่สูงขึ้น สอดคล้องกับผลแบบจำลองการเคลื่อนที่ของมวลอากาศจากแหล่งกำเนิดแบบย้อนกลับ (Backward Trajectory) เป็นระยะเวลา 48 ชั่วโมงย้อนหลัง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามสถานการณ์หมอกควันในภาคใต้อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวรับมือ


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...90630113110515

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 01-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


เมินเสียงต้าน! ญี่ปุ่นเตรียมออกล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์อีกครั้ง 1 ก.ค.นี้


(Photo by JIJI PRESS / JIJI PRESS / AFP)

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ชาวประมงญี่ปุ่นเตรียมออกเดินเรือเพื่อล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์อีกครั้ง เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี หลังจากญี่ปุ่นถอนตัวออกจากคณะกรรมการการล่าวาฬระหว่างประเทศ (ไอดับเบิลยูซี) จนจุดกระแสความไม่พอใจให้แก่บรรดากลุ่มอนุรักษ์สัตว์

ข่าวระบุว่า การเริ่มล่าวาฬครั้งใหม่ จะมีขึ้นในพื้นที่วงแคบและอยู่ห่างจากน่านน้ำที่ได้รับความคุ้มครองจากสากล แต่ก็ยังสร้างความโกรธเคืองจากหลายประเทศที่มองว่าการล่าวาฬเป็นเรื่องที่ล้าสมัยและเป็นเรื่องร้ายแรง แต่สำหรับในประเทศญี่ปุ่น ชุมชนผู้ล่าวาฬต่างออกมายกย่องการเปิดทางให้กลับไปล่าวาฬอีกครั้ง ซึ่งรัฐบาลโตเกียวเองยืนยันว่า การล่าวาฬเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา และไม่ใช่เรื่องที่ภายนอกจะเข้าไปแทรกแซง

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นถูกกล่าวหาว่าลักลอบล่าวาฬแม้จะอยู่ในไอดับเบิลยูซี โดยเป็นการล่าที่ไม่ได้มีคุณค่าด้านวิทยาศาสตร์แต่อย่างใด กระทั่งเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา รัฐบาลโตเกียวได้ประกาศจะถอนตัวออกจากไอดับเบิลยูซี และจะไม่ทำตามข้อห้ามการล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์จากมหาสมุทรใหญ่ที่มีมานานหลายสิบปี

โดยการตัดสินใจดังกล่าวก็จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป และมีการออกเรือเล็กที่เคยออกเรือล่าวาฬเพื่องานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ออกไปล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ จากท่าเรือชิโมโนเซกิ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังมีเรือล่าวาฬลำเล็กอีก 5 ลำ ทั่วประเทศ ที่จะเริ่มออกเดินเรือเพื่อการล่าวาฬอีกครั้ง ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น


https://www.prachachat.net/world-news/news-344607

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 01-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ชื่นชมชาวเลราไวย์ ช่วยชีวิต "เต่าทะเล" พ้นติดอวนกลางทะเล

โซเชียล เผยแพร่เรื่องราวดีๆของชาวเลราไวย์ เจอเต่าทะเลติดอวนลอยกลางทะเล จึงได้ช่วยกันนำขึ้นมาบนเรือตัดอวนแล้วปล่อยลงทะเล ระบุที่ผ่านมาเคยเจอหลายครั้งแต่ไม่ได้ถ่ายภาพไว้



วันนี้ (30 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียลได้เผยแพร่คลิปจากเฟซบุ๊ก ชาวเลอันดามัน มอแกน มอแกลน อูรักลาโว้ย เป็นคลิปความยาวประมาณ 2 นาทีในระหว่างที่ชาวเล กำลังช่วยตัดอวนที่รัดขาเต่าทะเลให้รอดพ้นจากความตาย

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (29 มิ.ย.) ชาวเลราไวย์ ออกเรือจากหาดราไวย์ มุ่งหน้าไปทางเกาะพีพี เพื่อหาปลา จำนวน 3 ลำ ระหว่างที่แล่นเรือถึงบริเวณระหว่างเกาะพีพี กับเกาะลันตา ช่วงเวลาประมาณบ่ายสองโมง เรือลำหนึ่งได้สังเกตเห็นเต่าลอยติดอวนอยู่กลางทะเล จึงได้ช่วยกันนำขึ้นมาแล้วตัดอวนที่พันรอบตัวเต่าออก

จากนั้นจึงได้ปล่อยลงสู่ทะเล ด้วยความดีใจที่ได้ช่วยชีวิตเต่าทะเลไว้ได้ จึงลืมเก็บอวนขึ้นเรือ แต่ชาวเลบอกว่าเป็นอวนเก่า มีซากหอยและปะการังเกาะจำนวนมาก พอหลุดจากเต่าทำให้จมลงทะเล หากพบเจออีกก็จะได้นำไปทิ้งบนฝั่งต่อไป

"ที่ผ่านมาชาวเลได้พบเจอเหตุการณ์เช่นนี้อยู่บ้าง และก็ได้ช่วยชีวิตเต่าทะเลอยู่หลายครั้ง เพียงแต่ไม่ได้บันทึกภาพไว้"

นับว่าวันนี้เป็นเรื่องดีที่ได้บันทึกภาพไว้และนำมาเล่าสู่กันฟัง #ทะเลคือชีวิต

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เคยมีเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่แท่นขุดเจาะบงกชเหนือ เคยโรยตัวช่วยชีวิตเต่า 2 ตัวติดขยะทะเลลอยมาที่แท่นผลิตบงกชเหนือบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) จ.สงขลา เจ้าหน้าที่บนแท่น จึงตัดสินใจโรยตัวลงไปจนสามารถช่วยชีวิตได้สำเร็จ


https://news.thaipbs.or.th/content/281291

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:57


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger