เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ โดยเฉพาะด้านรับลมมรสุมทางด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 16 - 21 ก.ค. 62 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก สำหรับคลื่นลมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 16 - 21 ก.ค. 62 ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 16 - 21 ก.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน เดินเรือด้วยความระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16-21 กรกฎาคม 2562) " ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2562

ในช่วงวันที่ 16-21 กรกฎาคม 2562 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยภาคใต้และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซี่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้


ในช่วงวันที่ 16-19 กรกฎาคม 2562

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล


ในช่วงวันที่ 20-21 กรกฎาคม 2562

ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: จังหวัดระนองและพังงา

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ ทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และจะเคลื่อนตัวผ่านหัวเกาะฟิลิปปินส์ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2562

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (100.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (99.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (193.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ประทับใจ! โลมาปากขวดฝูงใหญ่กว่า 100 ตัว ว่ายน้ำเล่นรอบหมู่เกาะสิมิลัน



พังงา - สุดแทนประทับใจ พบฝูงโลมาปากขวด แม่ลูก กว่า 100 ตัว แหวกว่ายเล่นน้ำรอบๆหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา สร้างความประจับใจและตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง

นายรวมสิน มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อ.คุระบุรี จ.พังงา เปิดเผยว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำเกาะออกลาดตระเวรตรวจดูความเรียบร้อยทางน้ำ รอบหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา เมื่อมาถึงบริเวณเกาะ 6 พบฝูงโลมาปากขวดฝูงใหญ่กว่า 100 ตัว ว่ายน้ำจากทิศเหนือไปทิศใต้ มุ่งหน้าไปยังเกาะ3 สังเกต เห็นโลมาแม่ลูก ว่ายเคียงคู่กันไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ปีนี้มีสัตว์ทะเลหายาก ฝูงใหญ่ๆ เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น โลมา วาฬ ชนิดต่างๆ ว่ายเข้ามาหากินในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จนทำให้นักท่องเที่ยวได้เกิดความประทับใจหลายครั้ง



การกลับมาให้เห็นกันบ่อยครั้ง น่าจะเกิดจากทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมถึงการเข้มงวดการทำประมงผิดกฎหมายในเขตอุทยานฯ จนทำให้แนวปะการัง เริ่มกลับคืนฟื้นตัว กลายเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ตามระบบนิเวศอีกครั้ง พร้อมฝากถึงประชาชนทุกคน ช่วยลดการใช้พลาสติก ซึ่งถือเป็นปัญหาหลักที่ทำให้การสัตว์ทะเลหายากเสียชีวิตจากการกินพลาสติกเข้าไป


https://mgronline.com/south/detail/9620000067478


*********************************************************************************************************************************************************


ชาวเน็ตร่วมใจรีพอร์ตสินค้า "น้ำตาพะยูน" หลังพบขายออนไลน์เว็บดัง ผุดแฮชแท็ก "Savepayoon"

พบสินค้า "น้ำตาพะยูน" วางขายบนเว็บไซต์ขายของชื่อดัง อวดอ้างสรรพคุณมากมาย ชาวเน็ตร่วมใจกดรีพอร์ตสินค้า หวังช่วยชีวิตพะยูน



เมื่อวันที่ 14 ก.ค. เพจ "Street Hero Project" ได้โพสต์รูปภาพการซื้อขายน้ำตาพะยูน ที่มีขายอยู่ในเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดัง ในราคากว่า 1,000 บาท พร้อมบอกสรรพคุณของ น้ำตาพะยูน และวิธีการได้มาของน้ำตาพะยูนว่า

"ผู้ใดมีน้ำตาดุหยงครอบครองผู้นั่นจักมีเสน่ห์ แม้ ต้องการหญิงใด ชายใดก็มักสมหวังดังใจที่ปรารถนา ด้วยแรงแห่งความอาถรรพ์ในน้ําตาดุหยงนี้ จึงเป็น เครื่องรางที่ต่างคนต่างหวงแหนยิ่งนัก

1.การได้มากของน้พตาดุหยง มีหลายกระแส หลายวิธี การ แต่วิธีการที่หลายครูบาอาจารย์รู้ดีคือ การเรียกด้วย อาคม และต้องเรียกขณะที่ดุหยง มีลูกอ่อน เมื่อเรียก มาด้วยอาคมจนดุหยง มาเกยตื่นแล้ว ก็ทําพิธีขอขมา แล้วแล้วจับมัดตัวแม่ และตัวลูกไว้ ใช้ก้านมะยม ตีน้ําข้างๆลําตัวของลูกดุหยง แม่ดุหยงจะคิดว่าลูถูกตีจะกลั่นน้ําตาออกมา ทางหมอผู้ทําพิธีจะร่ายคาถา พร้อมใช้สําลีซับน้ําตามาซึ่งเป็นเมือกน้ําตาจะได้มากน้อยขึ้นอยู่ที่อาคมของหมอผู้ทําพิธี เมื่อเห็นว่า ได้สมควรแล้ว ก็จะปล่อย ดุหยงกลับลงท้อง ทะเล นําน้ําตาที่ได้มาหุงกับน้ํามันขัน หรือน้ํามันจัน เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ที่ร่วมพิธีกรรม การหุงต้องหุงเย็น คือไม่หุงแบบตั้งไฟ แต่จะใช้ไฟสุรกาฬแทน(ไฟจากแสงอาทิตย์) พอเป็นพิธี เสกกํากับด้วย อาคม จนได้น้ําตาดุหยงแบบสําเร็จ น้อยนักที่จะใช้ น้ําตาดหยงแบบ 100% เพราะน้ําตาจะแห้งระเหย หมด จึงต้องผสมน้ํามันขัน (เป็นน้ํามันที่มีความร้อน เย็นอย่างสมดุล ไม่เสียคุณสมบัติของน้ําตาดหยง)"

อย่างไรก็ตาม เพจ "Street Hero Project" ได้วอนขอให้ชาวเน็ตช่วยกันรีพอร์ตสินค้าดังกล่าว เพื่อเป็นการช่วยเหลือพะยูนให้อยู่รอดอย่างปลอดภัย


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000067239

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ผวาสารเคมี.. พบก้อนสีดำขนาดใหญ่เท่ากำปั้นกลิ่นเหม็นรุนแรงถูกคลื่นซัดเกลื่อนหาดแม่รำพึง

ระยอง? -? ผวาสารเคมี.. ชาวประมงพื้นบ้านใน? จ.ระยอง? ร้องสื่อฯตรวจสอบ? หลังพบก้อนสีดำประหลาดขนาดใหญ่เท่ากำปั้นมีไขมันเคลือบห่อหุ้ม และยังส่งกลิ่นเหม็นคล้ายตะกอนน้ำเสียโรงงานถูกคลื่นซัดเกลื่อนหาดแม่รำพึง? จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ



วันนี้? (15 ก.ค.)? ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก? นายวีระศักดิ์ คงณรงค์ กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กบางกระเฌอ หาดแม่รำพึง ต.ตะพง อ.เมืองระยอง ว่าพบก้อนประหลาดลักษณะกลมขนาดเล็กและขนาดใหญ่เท่ากำปั้น? และก้อนทาร์บอลสีดำกระจัดกระจายปะปนถูกคลื่นซัดปนกับเศษขยะเกลื่อนหาดแม่รำพึง บริเวณโค้งร่วมใจรวมระยะทาง 5 กิโลเมตร?

โดย? นายวีระศักดิ์ บอกว่าช่วงเย็นวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมาได้เห็นคราบน้ำมันลอยอยู่ในทะเล กระทั่งรุ่งเช้าที่ผ่านมาได้พบก้อนทาร์บอลสีดำถูกคลื่นซัดเข้าชายหาดปะปนมากับเศษขยะและมีก้อนลักษณะกลมมีสีขาวคล้ายไขมันเคลือบอยู่ จึงใช้ไม้เขี่ยให้แตกจนมีกลิ่นเหม็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนและไม่ทราบว่าเป็นก้อนอะไรและมีสารเคมีปนเปื้อนหรือไม่? ซึ่งในเบื้องต้นได้เก็บใส่ถุงส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ



ด้าน? นายวรพงษ์? เรืองนรินทร์ กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กบางกระเฌอ กล่าวว่าครั้งแรกที่พบก้อนประหลาดดังกล่าวคิดว่าเป็นอ๊วกปลาวาฬ จึงใช้มือแกะออกดูจนพบว่าด้านในของก้อนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงคล้ายกลิ่นตะกอนน้ำเสียในบ่อบำบัดน้ำเสียของโรงงาน? จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นตะกอนบ่อบำบัดน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงทะเลและถูกคลื่นซัดจับตัวเป็นก้อนลอยเข้าฝั่ง

แต่อย่างไรก็ดีจะรอให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบก่อนจะแจ้งผลให้กลุ่มประมงในพื้นที่ทราบว่ามีอันตรายต่อสัตว์น้ำหรือไม่ เพื่อป้องกันเรื่องไม่ให้เงียบหายคล้ายคลื่นกระทบฝั่งอย่างที่ผ่านมา

ขณะที่? นายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด กล่าวว่าหลังรับแจ้งจากผู้สื่อข่าว? ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที?ส่วนจะเป็นอะไรคงต้องรอผลการตรวจอย่างละเอียดก่อน


https://mgronline.com/local/detail/9620000067441


*********************************************************************************************************************************************************


รักพะยูน! สมาคมคนรักเลกระบี่ เรียกร้องภาครัฐเร่งหามาตรการช่วยพะยูนก่อนสูญพันธุ์ หลังพบตายต่อเนื่อง

กระบี่ - คนรักเล กระบี่ เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งหามาตรการช่วยพะยูนเร่งด่วน ก่อนสูญพันธุ์ หลังพบ 3 วัน ตาย 2 ตัว ในทะเลกระบี่ เชื่อเขี้ยวพะยูนที่ถูกตัดนั้นนำไปทำเครื่องประดับ ไม่ใช่ของขลัง และตัดหลังจากพะยูนตายแล้ว



จากกรณีที่มีการพบซากพะยูน สัตว์ทะเลหายากใกล้สูญพันธุ์ ลอยตายในทะเลกระบี่อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทราบสาเหตุ ในช่วงเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 12-14 ก.ค.ที่ผ่านมา พบพะยูนลอยตายในทะเลกระบี่ ถึง 2 ตัว โดยผลผ่าพิสูจน์ซากพะยูนบางตัว พบถูกลักลอบตัดเขี้ยว หวังนำไปทำเครื่องประดับและเครื่องรางของขลังตามความเชื่อ ส่งผลให้ประชากรพะยูนในทะเลกระบี่ ที่เคยสำรวจพบจำนวน 12 ตัว เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา คาดว่าเริ่มลดลง ขณะที่นักอนุรักษ์มีความเป็นห่วงพะยูน จะสูญพันธุ์ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหามาตรการแก้ปัญหาโดยเร็ว

ความคืบหน้ล่าสุดา วันนี้ (15 ก.ค.) นายอาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเลกระบี่ กล่าวว่า จากสถานการณ์พะยูนตายในพื้นที่ฝั่งอันดามันท้องที่ทะเล จ.กระบี่ อย่างต่อเนื่อง เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ซึ่งทางสมาคนคนรักเล ได้มีการประชุมเครือข่ายคนรักเล เพื่อหามาตรการเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้พะยูนถูกทำร้าย โดยได้มีการจัดตั้งเครือข่าย ?อาสาสมัครพิทักษ์พะยูน? ขึ้น พร้อมนำเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อจะได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในการเฝ้าระวังดูแลพะยูนในพื้นที่



ส่วนกรณีที่มีการตัดเขี้ยวของซากพะยูนออกไปนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติในกลุ่มนักเล่นเครื่องประดับที่ทำจากเขี้ยวพะยูน โดยส่วนใหญ่จะนำไปทำเป็นหัวแหวน เมื่อชาวบ้านไปพบก็จะตัดเขี้ยวออกไปขาย เนื่องจากเขี้ยวพะยูนมีราคาค่อนข้างแพงมาก เขี้ยวพะยูน 1 คู่ ราคาหลักแสนบาท ทำให้เป็นที่ล่อตาล่อใจ ส่วนกรณีที่นำไปทำเป็นเครื่องรางของขลังนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นความเชื่อที่ผิด มีเพียงนำไปทำเป็นเครื่องประดับเท่านั้น

นายอาหลี ยังกล่าวด้วยว่า พะยูน ที่พบเป็นซากลอยตายในทะเลกระบี่ เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา รวม 2 ตัว และมี 1 ตัวเขี้ยวถูกตัดหายไป เชื่อว่ามีการตัดออกไปหลังจากที่พะยูนตายแล้ว ไม่ใช่เป็นการล่าเพื่อเอาเขี้ยวอย่างแน่นอน เพราะหากว่าเป็นการล่าพะยูน จริงคนที่ล่าจะไม่มีการทิ้งตัวพะยูนไว้อย่างแน่นอน คงจะเอาไปทั้งตัว เพราะเชื่อกันว่า ตัวพะยูนทั้งตัวสามารถนำไปทำเครื่องรางของขลัง แม้แต่กระดูก ก็ยังมีค่าตามความเชื่อของคนโบราณ


https://mgronline.com/south/detail/9620000067293

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ธรรมชาติน่าทึ่ง! ยูเนสโกประกาศล่าสุด 4 แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ 2019


Fl?aj?kull ? Thorvardur Arnason

"แหล่งมรดกโลก 2019" หรือ "World Heritage Sites2019" โดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) หรือยูเนสโก (UNESCO) ในการพิจารณาครั้งที่ 43 ซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการประกาศ "มรดกโลกทางธรรมชาติ" จำนวน 4 แห่ง ดังนี้


Vatnajokull National Park - dynamic nature of fire and ice ประเทศไอซ์แลนด์

"อุทยานแห่งชาติวัตนาเยอคูลล์" ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไอซ์แลนด์ มีลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาไฟ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,400,000 เฮกตาร์ หรือประมาณ 14% ของเกาะไอซ์แลนด์ มีภูเขาไฟ 10 ลูก ซึ่ง 8 ใน 10 ลูกนี้เป็นภูเขาไฟกึ่งธารน้ำแข็ง ซึ่งทำให้กลายเป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยครอบคลุมพื้นที่ถึง 8% ของไอซ์แลนด์ และยังมีแหล่งธรรมชาติที่น่าทึ่งอื่นๆ เช่น ทุ่งลาวา และซากดึกดำบรรพ์


French Austral Lands and Seas ? Lucia Simion / Lucia Simion

French Austral Lands and Seas ประเทศฝรั่งเศส

หมู่เกาะและท้องทะเลทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองของประเทศฝรั่งเศส ประกอบไปด้วย หมู่เกาะโครเซตต์, หมู่เกาะแกร์เกแลน, เกาะเซนต์พอล, เกาะอัมสเตอร์ดัม และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกกว่า 60 เกาะทางฝั่งแอนตาร์กติก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 67 ล้านเฮกเตอร์ ถูกขนานนามว่า "โอเอซิส" กลางมหาสมุทรใต้ เป็นแหล่งหลบพักอาศัยที่สำคัญของนกทะเลและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในบริเวณท้องทะเลแถบนี้ โดยเฉพาะเพนกวินราชา (King penguin) เป็นนกเพนกวินขนาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากเพนกวินจักรพรรดิ และนกอัลบาทรอสจมูกเหลือง และด้วยความที่อยู่ห่างไกลจากดินแดนแผ่นดินใหญ่ ทำให้พื้นที่เหล่านี้ควรได้รับการอนุรักษ์เพื่อการศึกษาเกี่ยวกับวิวัฒนาการทางชีวภาพและภูมิประเทศ


Overlook of properties ? Yancheng Broadcasting Television

Migratory Bird Sanctuaries along the Coast of Yellow Sea-Bohai Gulf of China (Phase I) ประเทศจีน

ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลเหลืองในมณฑลเจียงซู ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ของ Jiangsu Dafeng National Nature Reserve, โซน Dongsha Experimental และบริเวณตอนกลางของ Jiangsu Yancheng National Nature Reserve มีลักษณะเป็นเขตอนุรักษ์นกอพยพ โดยบริเวณดังกล่าวเป็นหาดโคลนขนาดกว้างใหญ่ มีทั้งหนองน้ำและสันดอน จึงทำให้มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอนุบาลของปลาและสัตว์น้ำเปลือกแข็งหลากหลายชนิด อันนำพาให้มีนกสายพันธุ์ต่าง ๆ ที่อพยพไปมาในพื้นที่ทางเอเชียตะวันออกและออสเตรเลียเข้ามาพักอาศัย กลายเป็นสถานที่ชุมนุมขนาดใหญ่ของนก


? Behzad Farahanchi

Hyrcanian Forests ประเทศอิหร่าน

ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทางใต้ของทะเลแคสเปียนของประเทศอิหร่าน ทอดยาวไปตลอดชายฝั่งทะเลมากกว่า 850 กิโลเมตร ป่าไม้บริเวณนี้มีอายุมากถึง 25-50 ล้านปี มีความหลากหลายทางชีวภาพ มีพืชพรรณนานาชนิด และมีนกในเขตป่าอบอุ่น สัตว์ป่าเลี้ยงลูกด้วยนมนานาชนิด รวมถึงเสือดาวเปอร์เซียอันโด่งดัง และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000066493

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


แมงกะพรุนยักษ์ ตัวใหญ่เท่าคน นักชีววิทยาหญิงทึ่งตะลึงงัน



แมงกะพรุนยักษ์ ? ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ลิซซี ดาลี ผู้เชี่ยวชาญชีววิทยา เผยประสบการณ์พร้อมภาพน่าตะลึงงัน แทบหยุดหายใจ ขณะดำน้ำอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เมื่อมีแมงกะพรุนยักษ์ขนาดตัวใหญ่เท่ามนุษย์ ว่ายเข้ามาใกล้ให้เห็นจะจะตา

"นี่เป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง ฉันเห็นแมงกะพรุนบาร์เรล ตัวใหญ่อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เคยพบมา" นักชีววิทยาหญิง กล่าว



แมงกะพรุนบาร์เรล เป็นแมงกะพรุนชนิดที่ใหญ่ที่สุดในน่านน้ำอังกฤษ แต่แทบจะหาได้ยากมากที่จะมีใครพบเห็นแบบน.ส.ดาลี ซึ่งพบมันขณะเข้าร่วมรณรงค์สัปดาห์มหาสมุทร "Wild Ocean Week" แมงกะพรุนชนิดนี้มีขนาดยาวได้ 1 เมตร หนัก 25 ก.ก. ช่วงฤดูร้อน มักมีซากมันมาเกยตามชายหาดอังกฤษ


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2713214


*********************************************************************************************************************************************************


โตแล้วเปลี่ยนเพศเองได้ นักวิจัยพบพฤติกรรมปลาสีสวย ตัวผู้ตัวเมียปรับฉับไว


A dominant male bluehead wrasse, upper left, defends its spawning territory and a group of females, yellow, off the coast of Florida. (Kevin Bryant via AP)

เอพี รายงานผลการศึกษาของนักวิจัยนิวซีแลนด์ เปลี่ยนเพศได้เมื่อมันโตแล้วและพบสถานการณ์จำเป็น ปลาตัวเมียเปลี่ยนเป็นตัวผู้ได้และตัวผู้ก็เปลี่ยนเป็นตัวเมียได้ แม้เป็นเรื่องที่นักวิทยาศาสตร์ทราบกันมานานหลายสิบปีแล้ว แต่ครั้งนี้ได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้น

งานวิจัยของเอริกา ทอดด์ นักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยโอตาโกของนิวซีแลนด์ที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร ไซแอนซ์ แอดวานซ์ ศึกษาปลาเกือบ 500 ชนิด รวมทั้งปลาการ์ตูนอย่างตัวเอกในเรื่อง "ไฟน์ดิง นีโม่" ซึ่งพบว่าโมเลกุลเป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาโตเต็มวัยเปลี่ยนเพศได้

เอริกาทดลองกับปลาบลูเฮดราสส์ ซึ่งเป็นปลาที่อาศัยตามแนวปะการังรวมกันเป็นฝูงที่บริเวณหมู่เกาะฟลอริดาคีย์ส ทางใต้ของรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ปลาชนิดนี้มีปลาตัวผู้หัวสีฟ้าเป็นจ่าฝูงและมีปลาตัวเมียขนาดเล็กกว่าและมีสีเหลืองเป็นสมาชิกในฝูง



ตามปกติ ปลาตัวเมียและปลาตัวผู้จะผสมพันธุ์กัน แต่ถ้ามีสัตว์นักล่าสังหารปลาจ่าฝูงตัวผู้ไป จะส่งผลให้ปลาตัวเมียที่โดดเด่นที่สุดในฝูงกลายเพศเป็นตัวผู้ เพื่อรักษาการแทนทันที โดยใช้เวลาไม่กี่นาที

แต่กว่าที่ปลาตัวเมียที่เปลี่ยนเพศจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมือนตัวผู้ เช่น หวงถิ่นหรือก้าวร้าว ก็อาจใช้เวลาหลายชั่วโมง จากนั้น จะใช้เวลาอีก 8-10 วันกว่าจะเปลี่ยนเพศเป็นตัวผู้อย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อนำดีเอ็นเอจากเซลล์ในสมองและอวัยวะสืบพันธุ์ของปลามาศึกษาก็พบว่าสาเหตุทีทำให้เปลี่ยนเพศในภาวะที่ไม่มีตัวผู้ในฝูง เกิดจากความเครียดของตัวเมียที่ส่งผลต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งมีผลต่อยีน ทำให้เซลล์รังไข่หยุดทำงาน ขณะเดียวกัน ก็จะผลิตฮอร์โมนเพศชายและสร้างอัณฑะในที่สุด

เอริกาสรุปว่าสัตว์มีกระดูกสันหลัง รวมทั้งมนุษย์ มียีนชนิดนี้ ซึ่งปรากฏการณ์เปลี่ยนเพศเป็นกลไกการรักษาความสมดุลเหมือนกับไม้กระดานหกนั้นเอง


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2706219

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


ดร. ธรณ์ เรียกร้องกรมประมงตามหาเรือประมงจับปลาโลมา สัตว์คุ้มครอง

ระบุการติดอวนของสัตว์ทะเลเป็นปัญหาระดับโลก และประเทศไทยพยายามแก้ปัญหาผ่านกฏหมายคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับใหม่ที่มีโทษสูงขึ้น



ดร. ธรณ์ ธำรงค์นาวาสวัสดิ์ รองคณะบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเล ได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวเรียกร้องให้กรมประมงทำการสืบเสาะหาเรือประมงที่จับปลาโลมานับฝูง หลังมีการเผยแพร่คลิปผ่านเฟสบุ๊คของผู้ประกาศข่าวชื่อดัง โดยกล่าวว่า กรมประมงคงต้องเริ่มจากการตามหาว่า เป็นเรือลำไหน และเกิดเหตุการณ์เมื่อใด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศน์ทางทะเลเชื่อว่าระบบที่มีอยู่หลังจากมีการแก้ปัฐหา IUU น่าจะช่วยได้

จากนั้น กรมควรพิจารณาดำเนินการต่อไปตามกฏหมาย ทั้งนี้ มีการสันนิษฐานว่าเรือประมงลำดังกล่าวอาจเป็นเรือประมงไทย

"เป็นคลิปที่ดูแล้วสงสารโลมาใจจะขาด เมื่อโลมาทั้งฝูงติดอวนปลาโอ" ดร.ธรณ์กล่าว

ดร. ธรณ์กล่าวว่า เมื่อดูจากคลิปในเบื้องต้น ไม่คิดว่า เป็นการตั้งใจจับโลมา แต่ปลาอาจจะติดมากับอวนมากกว่า

โดย ดร.ธรณ์กล่าวว่า ปกติแล้ว โลมามักมาไล่กินปลาตามอวนเป็นประจำ โดยเฉพาะอวนล้อมจับปลาผิวน้ำ เช่น ปลาโอ ทูน่า จนกลายเป็นปัญหาระดับโลก โดยป้ายปลากระป๋องที่วางขายต่างประเทศ จะเขียนไว้ว่า dolphin safe เพื่อยืนยันว่า เป็นการจับปลาภายใต้การควบคุมดูแลขององค์กรอิสระ ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่า จะไม่ทำอันตรายโลมาเลย แต่เป็นการบรรเทาและมีการควบคุม)

โดยปกติ เมื่อมีโลมาติดอวนขึ้นมา จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทางเรือ ซึ่ง

หากให้ความสำคัญกับสัตว์ ก็จะรีบปล่อย แต่ถ้าในกรณีที่ยังเป็นห่วงปลาที่จับได้ ก็อาจค่อยหาทางภายหลัง

ซึ่งในคลิปที่เห็น โลมาหลายตัวอยู่ในสภาพที่บอบช้ำ หรือบางตัวอาจใกล้ตาย หรือตายแล้ว ดร. ธรณ์กล่าว

ดร. ธรณ์กล่าวว่า ในทางกฎหมาย โลมาทุกชนิดถือเป็นสัตว์คุ้มครอง และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับใหม่ ปี พ.ศ. 2562 มีบทลงโทษที่รุนแรงมากกว่าเดิม

กรมประมงเองก็มีการออกประกาศ "สัตว์ห้ามนำขึ้นเรือประมง" ซึ่งรวมโลมาอยู่ด้วย ซึ่งมีข้อยกเว้นในกรณีจำเป็นเพื่อการช่วยชีวิต ดร. ธรณ์กล่าว

"มีชาวประมงมากมายที่พร้อมดูแลทะเลไทย พวกพี่ๆ เหล่านั้นช่วยเราได้เยอะมากจริงๆและยังอยากบอกชาวประมงส่วนน้อยว่า ตอนนี้ในเมืองไทยผิดไปจากเดิม คนไทยให้ความสำคัญกับทะเลมากมาย กฎหมายรุนแรง ระบบตรวจสอบดีขึ้น รวมถึงกระแสสังคม อยากให้มาช่วยกันดูแลทะเล เมื่อถึงเวลาต้องเลือก บางครั้งการเลือกปลาก่อนสัตว์หายาก อาจทำให้เกิดผลอย่างคาดไม่ถึง" ดร. ธรณ์กล่าว

การติดอวนของสัตว์ทะเลและการนำสัตว์ขึ้นเรือประมงมีรายงานอยู่เป็นระยะ โดยในปีที่แล้ว เกิดกรณีเรือประมงจังหวัดภูเก็ตได้นำฉลามวาฬที่จับได้ขึ้นเรือ ก้อนถูกถ่ายภาพวีดีโอเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียก่อนถูกตามจับและแจ้งความดำเนินคดีโดยกรมประมงในที่สุด

ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ระบุว่า ข้อมูลและการศึกษาเกี่ยวกับปลาในอันดับวาฬและโลมาในประเทศไทยยังมีอยู่น้อยมาก ในขณะที่มีการทำประมงเข้มข้น และกำลังถูกวิจารณ์อย่างมากว่ากิจกรรมดังกล่าวและสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์ทะเล ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศ "จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนมเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สมบูรณ์ถูกต้องในการนำไปวิเคราะห์ถึงปัญหาและผลกระทบอันเกิดจากการประมงหรือการอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ"

จากข้อมูล ทช. ที่มีอยู่ย้อนหลังประมาณ 10 ปี พบว่า พบปลาวาฬและโลมาทางฝั่งอ่าวไทยรวม 19 ชนิด และทางฝั่งอันดามัน 22 ชนิด จากทั้งสิ้น 25 ชนิด โดยจำนวนประชากรที่สำรวจพบมีตั้งแต่ 100-300 ตัว

ล่าสุด ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงปัตตานี ได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า เรือลำดังกล่าว เป็นเรือประมงไทยที่ได้ขอยกเลิกทะเบียนเรือและเพิกถอนทะเบียนเรือไทย เมื่อปี พ.ศ. 2560 เพื่อทำการซื้อขายให้กับประเทศมาเลเซีย โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ให้เจ้าของใหม่ประเทศมาเลเซียเรียบร้อยแล้ว ตามหลักฐานจากกรมเจ้าท่าภูมิภาค สาขาปัตตานี และได้เดินทางออกจากท่าปัตตานี และได้รับหมายเลขทะเบียนเรือมาเลเซียเป็นที่เรียบร้อย

ข้อมูลเรือเข้าออกจากท่าและทำการประมงในน่านนำ้ไทยหรือ Port In Port Out ที่รายงานไว้กับศูนย์ฯ ระบุว่า การเข้าออกจากท่าของเรือดังกล่าวครั้งหลังสุดเกิดขึ้นใน ปี พ.ศ 2559

กรมประมงยังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการ


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/840762

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


อีกด้านหนึ่งของนักล่าแห่งท้องทะเล ..................... บทความโดย ฉันท์ชนก หิรัญ นักศึกษาฝึกงาน กรีนพีซ

"เบบี้ชาร์ค จึด จือ ดือ ดึ๊ด ดือ ดึ๊ด เบบี้ชาร์ค จึด จือ ดือ ดึ๊ด ดือ ดึ๊ด เบบี้ชาร์ค"

เนื่องด้วยในวันอาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม เป็นวัน Shark Awareness Day เราเลยอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมท่องโลกทะเลไปกับเรา มาเห็นอีกด้านหนึ่งของเจ้านักล่าใต้น้ำที่เป็นที่น่าเกรงขามของคนบนบกทั่วโลก


เมื่อนักล่ากลายเป็นผู้ถูกล่า


. ? Will Rose / Greenpeace

"ฉลาม" ในภาพจำของทุกคนคือนักล่าที่โหดเหี้ยมและแสนดุร้าย ภาพจำเหล่านี้มาจากภาพยนตร์ต่าง ๆ ที่สร้างให้ฉลามเป็นสัตว์ร้ายกระหายเลือด ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัว และมองว่าสัตว์เหล่านี้เป็นสัตว์อันตราย ชอบไล่กัดกินคนแบบในหนัง จริงอยู่ที่ฉลามนั้นเป็นนักล่าที่น่าประทับใจ แต่ความเป็นจริงที่น่าเศร้ายังคงย้ำเตือนว่าเจ้าสิ่งมีชีวิตที่งดงามเหล่านี้ ถูกคุกคามโดยมนุษย์มากกว่าที่มนุษย์จะเป็นฝ่ายถูกคุมคามเสียอีก ในแต่ละปีมีปลาฉลามเกือบ 100 ล้านตัวถูกฆ่าตายเพียงเพราะมีคนอยากกินหูฉลาม


. ? Alex Hofford / Greenpeace

ถึงแม้ว่าฉลามบางตัวจะเป็นนักล่า แต่ก็มีหลายตัวที่กินอาหารโดยการกรอง เช่น ฉลามวาฬ และฉลามพยาบาล ในความเป็นจริงการโจมตีของฉลามนั้นพบไม่บ่อยนัก จำนวนการโจมตีเฉลี่ยในสหรัฐอเมริกาคือ 19 ครั้ง/ปี


ปลาฉลามวาฬ สัตว์ทะเลในบัญชีสัตว์สงวนชุดใหม่


. ? Paul Hilton / Greenpeace

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ปลาฉลามวาฬได้ถูกบรรจุให้เข้าบัญชีสัตว์สงวน ตามประกาศของราชกิจจานุเบกษา พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฉลามวาฬ ได้ชื่อว่าเป็นปลาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากหัวที่มีขนาดใหญ่มาก และความยาวลำตัวอยู่ที่ประมาณ 5.5 ? 12 เมตร สามารถหนักได้ถึง 20 ตัน พวกมันใช้เหงือกในการหายใจ มีช่องเหงือก 5 ช่อง หางของมันอยู่ในแนวตั้งฉาก โดยแต่ละตัวจะมีจุดสีขาวและสีเหลืองอ่อนที่แตกต่างกันออกไป สามารถพบได้ในทะเลเขตร้อนทั่วโลก บริเวณชายฝั่งทะเล แนวปะการัง จนถึงมหาสมุทรที่ระดับความลึก 1,928 เมตร

ข้อมูลอ้างอิง : https://www.dmcr.go.th//upload/nws/r...735713-439.jpg

ภัยที่มองไม่เห็นของฉลามวาฬ คือ ปริมาณไมโครพลาสติกในทะเลที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารพิษที่สะสมอยู่ในไมโครพลาสติกส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางชีวภาพ และส่งผลเสียต่อชีววิทยาการสืบพันธุ์?ของกลุ่มสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้ช้า และมีอัตราการตกลูกต่ำอยู่แล้วอย่างฉลามวาฬ


มหาสมุทรที่น่ากลัว คือมหาสมุทรที่ปราศจากฉลาม



ทะเลที่มีฉลามอาจน่ากลัวน้อยกว่าทะเลที่ไม่มีฉลาม ในฐานะนักล่าสูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร ฉลามมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสมดุลของทะเล หากไม่มีฉลามแล้ว ระบบนิเวศในทะเลทั้งหมดอาจได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมประมง การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยของฉลาม รวมถึงปัญหาขยะพลาสติกล้นโลกเป็นปัจจัยคุกคามที่ทำให้ฉลามตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์มากที่สุด

เห็นหรือยังคะว่าฉลามไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แต่กลับเป็นพวกมันต่างหากที่ต้องกลัวเรา เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลก ก็คือความต้องการครอบครองของมนุษย์นี่แหละ


https://www.greenpeace.org/thailand/...awareness-day/
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 16-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


"เขี้ยวพะยูน" ทำเครื่องรางของขลัง

แม้การตายของพะยูนจะมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับการติดเครื่องมือประมง แต่การที่มีอวัยวะบางชิ้น โดยเฉพาะเขี้ยวหายไป 2 จาก 5 ตัว ก็ทำให้เรื่องนี้ถูกเชื่อมโยงกับความเชื่อเดิมเรื่องเครื่องรางของขลัง ทีมข่าวลงพื้นที่พูดคุยกับในแวดวงนี้ พบข้อมูลที่น่าสนใจ



เราใช้เวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง เดินสำรวจ และถามข้อมูลจากพ่อค้าแม่ค้า ในตลาดพระ และเครื่องรางของขลังขนาดใหญ่ เขตบางกะปิ ที่มีมากกว่า 100 ร้าน แต่ก็ยังไม่พบเครื่องราง ที่ถูกกล่าวอ้าง ว่าทำมาจากอวัยวะพะยูน

เท่าที่สำรวจ พบว่า เครื่องรางของขลังส่วนใหญ่ในตลาดแห่งนี้ จะถูกทำมาจากเสือ ช้าง กวาง หรือไม้ แต่ยังไม่พบว่า มีเขี้ยวพะยูนวางขายอยู่

หนึ่งในพ่อค้าพระ จากจังหวัดพัทลุง อ้างว่า มีกลุ่มที่นำอวัยวะของพะยูน ไปทำเครื่องรางของขลังจริง ส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ทางภาคใต้ แม้ไม่เคยเห็น แต่ทราบว่า ของขลังที่มาจากพะยูน โดยเฉพาะเขี้ยว มีราคาซื้อขายกันในกลุ่มตั้งแต่หลักพัน ถึงหลักแสนบาท

ไม่ต่างจากความเห็นของจักรพงศ์ การสมพรต หรือจิลล์ อดีตนักร้องที่ชื่นชอบ และสะสมเครื่องรางของขลัง บอกว่า คนที่เดินทางในทะเล จะชอบนำเขี้ยวพะยูนไปใช้เป็นเครื่องรางนำโชค และป้องกันภัย

โดยอวัยวะส่วนใหญ่ ที่ถูกนำไปทำเครื่องราง มี เขี้ยว หนัง ดวงตา และในสมัยก่อนทราบว่า มีการจับพะยูนมาทรมานเพื่อเอาน้ำตา

ขณะที่การซื้อขาย ส่วนมากจะขายทางออนไลน์ เป็นไปได้ยาก ที่จะพบตามพระ หรือร้านขายเครื่องรางทั่วไป เพราะเป็นของผิดกฎหมาย

เมื่อลองค้นหาในเว็บไซต์ เมื่อพิมพ์คำว่า เขี้ยวพะยูน ทีมข่าวพบว่า มีประกาศให้ร่วมประมูลราคาเขี้ยวพะยูน เพื่อนำไปเป็นเครื่องรางป้องกันภัย เมื่อปี 2556 แม้ข้อมูลนี้ ยังไม่ถูกยืนยันว่าเป็นเขี้ยวของพะยูนจริงหรือไม่ แต่ทำให้เห็นว่ามีการซื้อขายผ่านโลกออนไลน์จริง

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กำลังตรวจสอบว่า การตายของพะยูนช่วง 5 เดือน ที่ผ่านมา เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้หรือไม่ วันพรุ่งนี้ จะเดินทางไป จ.กระบี่ เพื่อหารือวางมาตราดูแลพะยูนอย่างรัดกุม เบื้องต้นจะเสนอแผนกำหนดพื้นที่ ที่มีหญ้าทะเลขึ้นเยอะซึ่งเป็นจุดที่พะยูนชอบไปกิน เป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/106797

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:03


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger