เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 19-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซี่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ยังคงมีปริมาณฝนน้อย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ค. 62 ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่างมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 24 ก.ค. 62 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 19 ? 20 ก.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน เดินเรือด้วยความระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ก.ค. 62



*********************************************************************************************************************************************************


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ภาคตะวันออก และคลื่นลมแรง (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม 2562)" ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2562

บริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซี่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562 โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้


ในวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 มีฝนตกหนักดังนี้

ภาคตะวันออก: จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง

อนึ่ง พายุโซนร้อน "ดานัส" บริเวณ ด้านตะวันออกของเกาะไต้หวัน จะเคลื่อนผ่านเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลีต่อไป ในช่วงวันที่ 19-20 ก.ค. 62 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย


รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (98.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (99.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (108.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 19-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


"วราวุธ"ดัน"แผนพะยูนแห่งชาติ" หวังเพิ่มเป็น2เท่า?

"วราวุธ" ลุยดัน "แผนพะยูนแห่งชาติ" ประสานมท.-นักวิชาการ-ปชช.ดูแลพะยูนทั่วประเทศ หวังเพิ่มจาก 200 เป็น 400 ตัว เล็งติดแท็กไมโครชิพพะยูนนำร่อง "มาเรียม-ยามีล" ติดตามพฤติกรรม?



เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่ ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในพื้นที่จ.ตรัง โดยมีนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม นายโสภณ ทองดี ผู้ตรวจราชการทส. ในฐานะโฆษก ทส. และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ข้าราชการสังกัด ทส. ตลอดจนผู้แทนกรมการปกครอง ผู้นำชุมชนเกาะลิบง กลุ่มอาสาสมัครผู้พิทักษ์ดูหยง และอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล ร่วมให้การต้อนรับกันอย่างอบอุ่น บริเวณ อ่าวดูหยง บ้านบาตูปูเต๊ะ เกาะลิบง

นายวราวุธ กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการอนุบาลลูกพะยูนน้อย แบบธรรมชาติ และร่วมหารือเกี่ยวกับมาตรการในการดูแลสัตว์ทะเลหายาก ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของกรม ทช. จากการรายงานสถานการณ์ของพะยูนเบื้องต้นทราบว่าปัจจุบันประเทศไทยพบพะยูนจำนวน 200 - 250 ตัว โดยพะยูนเป็นสัตว์สงวนตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 อีกทั้งยังพบการเกยตื้นของพะยูนส่วนใหญ่มักเกิดจากภัยคุกคามทางด้านการประมง 89% ป่วยตาย 10% และอื่นๆ 1% โดยในช่วงที่ผ่านมา ได้มีการพบลูกพะยูนขึ้นมาเกยตื้นในพื้นที่ จ.กระบี่ โดยเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ได้ทำการขนย้ายมาอนุบาลในพื้นที่อ่าวดูหยง เกาะลิบง เพราะว่าในพื้นที่แห่งนี้มีทรัพยากรของหญ้าทะเลหลากหลายสายพันธุ์ที่อุดมสมบูรณ์ รวมถึงมีพะยูนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย พร้อมกับมีการตั้งชื่อว่า "เจ้ามาเรียม" ซึ่งแปลว่าหญิงสาวผู้มีความสง่างามแห่งท้องทะเล โดยในขณะนี้ ทีมสัตวแพทย์ ทช. และอาสาสมัครผู้พิทักษ์ดูหยงได้ทำการดูแล มาเรียมแบบธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ตลอดจนมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ทั้ง 6 จุด เพื่อถ่ายทอดสดสัญญาณผ่านทางเพจเฟซบุ๊กและเว็บไซต์ของ ทช. ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้หากเจ้ามาเรียมแข็งแรงและสามารถปรับสภาพได้ดีแล้ว ก็จะปล่อยเจ้ามาเรียมกลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติ และในอนาคตข้างหน้านี้ทช. จะทำการฝังชิพและติดแท็กเพื่อระบุตัวตนของเจ้ามาเรียมอีกด้วย

นายวราวุธ กล่าวว่า หลังจากนี้จะจัดทำแผนพะยูนแห่งชาติ โดยร่วมมือกับภาควิชาการ ภาคประชาชน และกระทรวงมหาดไทย โดยเร่งสำรวจพะยูนทั้งฝั่งอ่าวไทย และอันดามัน โดยต้องการจะเพิ่มพะยูน จาก 200 ตัว เป็น 300-400 ตัว วันนี้เพียงหน่วยงานราชการยังไม่สามารถดูแลพะยูนทั่วถึง แต่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งที่มีพะยูนช่วยกันดูแล ซึ่งตั้งแต่มาเรียมมาอยู่ ผู้นำท้องถิ่นบอกว่าชาวบ้านในพื้นที่มีความเป็นอยู่ดีขึ้นการท่องเที่ยวคึกคัก เรื่องนี้ต้องทำให้สมดุลกันให้ทั้งพะยูนอยู่ได้ และชาวบ้านชาวประมงก็มีความสุข ไม่ใช่ทำให้พะยูนถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามของชาวประมง นอกจากนี้ก็ต้องดูแลสัตว์ทะเลหายากอย่างอื่นด้วย



นายวราวุธ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทช.ทำการติดแทร็ก กับไมโครชิป ให้กับมาเรียม และยามีลเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวและระบุตัวตน เป็นการนำร่องเพื่อจะติดพะยูนตัวอื่นๆ โดยเฉพาะในทะเลตรังมี 185 ตัว การติดแท็กกับไมโครชิปไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่ผ่านมาจะใช้วิธีบินสำรวจ และนับจำนวนประชาการ การติดแท็กกับชิปช่วยในการอนุรักษ์พะยูน และเพิ่มประชากรพะยูนให้มากขึ้นที่สำคัญหลังมรสุม ได้สั่งการให้ทช.ย้ายยามีลมาอยู่กับมาเรียมที่นี่

เมื่อถามว่าในพื้นที่มีขบวนการล่าพะยูนหรือไม่นายวราวุธ กล่าวว่า คาดว่าไม่มี แต่ที่เราพบว่าซากพะยูน เขี้ยวมักจะหายไป เพราะคนบางกลุ่มที่พบซากพะยูน เห็นว่าไหนๆ ก็ตายแล้วจึงตัดมา ทั้งนี้น้ำตาและเขี้ยวพะยูน ที่เชื่อว่าทำให้คนหลงรักเป็นความเชื่อผิดๆ ต่อให้ใช้น้ำตาพะยูนเป็นร้อยตัวก็ไม่สามารถทำให้คนหลงรักได้ ดังนั้นทั้งคนซื้อและคนขายถือว่าสติปัญญาพอๆกัน ส่วนผู้ที่ครอบครองเขี้ยวพะยูนถือว่ามีความผิดทางกฎหมายด้วยเช่นกัน

จากนั้น รมว.ทรัพยากร ได้รับฟังการสรุปแนวทางในการช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายากจากผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ทีมสัตวแพทย์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่ดูแลเจ้ามาเรียม พร้อมกับร่วมพบปะพูดคุยกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล จ.ตรัง จำนวน 200 คน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน อีกทั้งให้โอวาทและให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แก่เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล พร้อมทั้งฝากให้ทุกคนเป็นหูเป็นตาในการปกป้อง ดูแลและช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก เหล่านี้ หากพบการเกยตื้นให้รีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ทำการรักษาและดูแลได้ทันท่วงที

ทั้งนี้นายวราวุธ เตรียมเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเข้าทำงานที่กระทรวงทรัพยากรฯ เป็นวันแรกในเวลา 09.00 น.วันที่ 22 ก.ค.นี้


https://www.dailynews.co.th/politics/721079

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 19-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


อินเดีย จัดใหญ่! สร้างถนน 246 กม.จากขยะพลาสติก



รัฐ kerala ที่ประเทศอินเดีย แก้ปัญหาขยะพลาสติกล้นเมืองด้วยการใช้ขยะพลาสติกจำนวน 9,700 ตัน เพื่อสร้างถนนความยาวถึง 246 กิโลเมตร ถือว่าไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก แต่ยังเป็นวิธีสร้างงานให้กับชาวบ้าน แถมได้ถนนที่มีคุณภาพ สร้างความสะดวกสบายแก่ทุกคน

อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรสูงเป็นอันดับสองของโลก หนึ่งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ตามมาเหมือนในหลายประเทศก็คือ ปริมาณขยะพลาสติกแต่ละวันจนมีกองเป็นภูเขาขยะใหญ่โตมากขึ้นทุกวัน

รัฐต่างๆ ในอินเดียจึงเริ่มคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆในการจัดการภัยพิบัตินี้ ตัวอย่างเช่น เมือง Panchayat ในรัฐ kerala ได้ก่อตั้งโปรเจคในการรีไซเคิลขยะ โดยการนำพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้มา "สร้างถนน"

อดีตนายกเมือง Panchayat ที่กำลังมองหาวิธีกำจัดขยะพลาสติก พร้อมคณะเทศบาลเมืองได้เข้าไปหากรมโยธาธิการ public works department (PWD) เพื่อหารือเรื่องเทคนิคการทำถนนจากขยะพลาสติก และแนวความคิดที่ดีนี้ต่อมาได้รับการอนุมัติ และก็เริ่มทันทีโดยใช้ขยะพลาสติกชิ้นเล็กชิ้นน้อยผสมกับยาน้ำมันดินมาสร้างถนน



การขับเคลื่อนของรัฐ kerela ก่อให้เกิดหน่วยงานที่ชื่อว่า Kudumbashree พนักงานของหน่วยงานนี้จะไปตามบ้านต่างๆ ทุกสัปดาห์เพื่อเก็บขยะพลาสติกที่รีไซเคิลไม่ได้ เช่น กล่องใส่อาหาร โฟม ผ้าอ้อมเด็กใช้แล้วทิ้ง ฝาขวด ถุงหูหิ้ว หรือแม้แต่ท่อพีวีซี

หน่วยงานดังกล่าวนำขยะพลาสติกที่เก็บได้มาหั่นด้วยเครื่องจักรหั่นพลาสติก ซึ่งสามารถหั่นและบีบอัดพลาสติกได้ 500 กิโลกรัมต่อวัน และนำไปจำหน่ายให้กับ PWD เมื่อนำมาทำถนนต่อไป

จากผลการศึกษาถนนจากพลาสติก พบว่าการใช้พลาสติกไม่ทำให้คุณภาพของถนนลดลง ในทางตรงกันข้าม พลาสติกที่ละลายจะเชื่อมหินกับกรวดได้ดีกว่า และเพิ่มอายุการใช้งานของถนนได้อีกต่างหาก

ทั้งนี้การใช้พลาสติกยังช่วยลดผลกระทบถนนจากน้ำที่มากัดเซาะ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของถนนเพื่อรับมือกับการจราจรคับคั่งได้ดี ส่วนยางมะตอยที่ได้จากน้ำมันดิบเพื่อนำมาใช้คลุมถนนอีกทีก็ใช้น้อยลงจึงช่วยลดค่าใช้จ่าย และลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากการทำถนนลาดยางนั้นต้องอาศัยน้ำมันดิบในปริมาณมหาศาล

ปัจจุบันการใช้ขยะพลาสติกมาสร้างถนน ทำให้หน่วยงานของรัฐ kerala นำมาเป็นหนึ่งของระบบการทำงานเพื่อจัดการขยะพลาสติกแล้ว



สำหรับรัฐ Kerela ที่เป็นเมืองเล็กๆ แต่มีจำนวนประชากรสูง และมีปัญหาด้านการจัดการพื้นที่ ทางการของรัฐจึงเห็นพ้องว่าอีกหนึ่งวิธีเพื่อจะจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกก็คือทำตามหลักการ 3R คือ reduce reuse recycle ซึ่งเขาได้พิสูจน์แล้วว่าจัดการกับขยะพลาสติกได้ดีขึ้น

ข้อมูลการทำถนนโดยใช้ขยะพลาสติกโดยทางรัฐ Kerela ที่เป็นแกนหลักขับเคลื่อน เริ่มดำเนินการก่อสร้างถนนมาตั้งแต่ต้นปี แต่ถือว่าเป็นวิธีการรีไซเคิลที่นำไปใช้หลายประเทศ แม้กระทั่งประเทศไทยก็นำมาใช้แล้ว แม้จะยังไม่ยิ่งใหญ่เท่า แต่ก็นับเป็นวิธีช่วยแก้ไขสองปัญหาใหญ่ให้กับภาครัฐพร้อมกันทีเดียว ทั้งการจัดการปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเพิ่มขึ้น และก่อให้เกิดการสร้างนวัตกรรมซึ่งสร้างงานแก่คนในท้องถิ่นจำนวนมาก

ข้อมูลอ้างอิง Environman, https://www.thebetterindia.com/18393...t-women-india/


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000068210

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 19-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ทช.ชี้พะยูน 5 ตัวตายทะเลกระบี่-ตรัง เจอรอยเครื่องมือประมง

ผลการทำแบบจำลองทางอุทกศาสตร์ ยืนยันพะยูนทั้ง 5 ตัวตายในพื้นที่ห่างจากรัศมีที่เกยตื้นตายเพียง 200 เมตรถึง 1 กิโลเมตร ชี้ตายก่อนถูกตัดเขี้ยว และมีรอยแผลที่บ่งชี้มาจากเครื่องมือประมง เร่งทำความเข้าใจและแก้ปัญหา เพื่อลดการสูญเสีย



วันนี้ (18 ก.ค.62) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงกรณีพะยูนตาย 5 ตัว ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.กระบี่ และ จ.ตรัง และพบถูกตัดเขี้ยว 2 ตัว ว่า การชันสูตรยืนยันว่า พะยูนไม่ได้ถูกตัดเขี้ยวก่อนที่จะตาย ส่วนสาเหตุการตายนั้น สัตวแพทย์ระบุว่า ตายอย่างเฉียบพลัน แต่ไม่ได้หมายถึงพะยูนป่วยตายเอง เนื่องจากพบร่องรอยบาดแผลที่บ่งชี้ว่ามาจากเครื่องมือประมง

แม้สาเหตุการตายจะไม่ใช่การถูกล่า แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ ยังมีการใช้เครื่องมือประมงที่เสี่ยงอันตรายกับพะยูนและสัตว์ทะเลอื่น ๆ ซึ่ง ทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำแบบจำลองทางอุทกศาสตร์ 3 มิติ มาประเมินช่วงเวลา กระแสน้ำ และจุดที่พบพะยูนตายทั้ง 5 ตัว พบว่าพะยูนมีรัศมีการตายอยู่ที่ระยะทาง 200 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร ส่วนใหญ่มักจะพบซากหลังการตายแล้ว 2-3 วัน



ข้อมูลนี้ยืนยันว่าพะยูนตายในพื้นที่ จ.กระบี่ และตรัง ไม่ได้ลอยมาจากที่อื่น และร่องรอยบาดแผล เช่น รอยเชือกรัด บ่งชี้ว่าตายจากเครื่องมือประมงที่อยู่ในพื้นที่ แม้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่ควรต้องบริหารจัดการเรื่องดังกล่าว เพื่อลดความสูญเสียพะยูนที่เหลืออยู่

"ทช. ไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้เลิกใช้เครื่องมือประมงในทะเลทั้งหมด แต่ต้องขอความร่วมทำประมงที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพะยูน"

ส่วนกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่เกาะลิบง เพื่อหารือแผนดูแลมาเรียม ที่ขณะนี้อยู่ในโครงการพระราชดำรินั้น ต้องดูแลร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทช. กรมอุทยานฯ ทหารเรือ อส. และกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่

โดยวันนี้จะเสนอแผนย้ายมาเรียมไปอยู่ในจุดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากมรสุม ช่วง 2 เดือน รวมทั้งหารือแผนรองรับพะยูนยามีล ซึ่งอยู่ในศูนย์อนุบาลภูเก็ต หากร่างกายแข็งแรงขึ้น คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้ อาจจะย้ายมาอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ เช่นเดียวกับพะยูนมาเรียม เพื่อปรับตัวให้อยู่ในธรรมชาติได้



ทำแผนอนุรักษ์พะยูนระยะยาว

?ก่อนหน้านี้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)ลงพื้นที่หารือร่วมกับทางจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปสถานการณ์พะยูนว่า มีประชากรพะยูน 200?-250? ตัว? โดยพะยูนเป็นสัตว์สงวนตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า? พ.ศ.2535 พะยูนทั้งประเทศพบที่? จ.ตรัง? 70% จากการสำรวจการเกยตื้นของพะยูนในช่วงต้นปี? 2562? ?พบการเกยตื้นตาย? 5? ตัว? และมีลูกพะยูนเกยตื้น? 2? ตัว? คือมาเรียม? และยามีล? ซึ่งทช.?ได้รับไปอนุบาลดูแลเพื่อเตรียมปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ? โดยการเกยตื้นเกิดจากภัยคุกคามทางด้านการประมง? 89% ป่วยตาย? 10% และอื่นๆ? 1%


ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ทั้งนี้ทช.จัดเตรียมทำแผนและกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหา?การเกยตื้นของพะยูน แบ่งออกเป็น? มาตรการเร่งด่วน? มาตรการระยะสั้น? และมาตรการระยะยาว? อีกทั้งสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนและชาวประมงในพื้นที่? ให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก? รวมถึงช่วยกันดูแล? ปกป้อง? และทำประมงอย่างถูกกฎหมาย? พร้อมกับจัดตั้งศูยน์เฝ้าระวังทั้ง? 4? จุดในการดูแลพะยูน?

"มาตรการระยะยาวควบคุมปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่อันตรายต่อพะยูน ประกาศพื้นที่คุ้มครองพะยูน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน"

นอกจากนี้ ในอนาคต? ทช.?จะร่วมมือกับกองทัพเรือ? กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช? และหน่วยงานทุกภาคส่วนในการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน? เพื่อสนับสนุนกองกำลังพล? อุปกรณ์? เรือลาดตระเวน และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อใช้ปฏิบัติงาน ในการปกป้อง? ดูแลทรัพยากรพะยูนและสัตว์ทะเลหายาก


https://news.thaipbs.or.th/content/281814

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 19-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


'เขื่อนไซยะบุรี'? ปิดตำนาน? 'ทางผ่านพญานาค' เมื่อแม่น้ำโขงเหือดแห้ง?



'เขื่อนไซยะบุรี'? ปิดตำนาน? 'ทางผ่านพญานาค'? เมื่อแม่น้ำโขงเหือดแห้ง?
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทุนเบียดบังคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทุนทำลายทรัพยากรธรรมชาติ มันอาจไม่มี นรก หรือ สวรรค์ ไม่มี บุญ หรือ บาป สำหรับ ทุน แต่เวรกรรม มีจริง!

ผืนทรายใต้ท้องน้ำปรากฎในเห็น นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แต่มนุษย์กำหนดความเป็นไปของสายน้ำ ทำลายวิถีชีวิต ความเชื่อจนหมดสิ้น

นี่คือภาพมุมสูงของแม่น้ำโขงบริเวณท้าย 'เขื่อนไซยะบุรี' ในเขต สปป.ลาว หลังเริ่มทดลองปั่นไฟ ในช่วงวันที่ 15-29 กรกฎาคม นี้ ทำให้น้ำในแม่น้ำโขงขึ้น-ลง ผิดปกติ ทางการลาวเตือนคนที่อยู่ในเมืองปากลาย ซึ่งอยู่ท้ายเขื่อนให้ระมัดระวัง และให้เก็บของขึ้นที่สูง

ภาพนี้เปิดเผยโดย ดร.ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา (สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน) คณะมนุษยศาสาตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

สะท้อนให้เห็นว่า 'เขื่อนไซยะบุรี' ที่ทดลองปั่นไฟนำมาสู่หายนะของแม่น้ำโขง ไม่เพียงแต่กีดขวางการอพยพของปลาเพื่อไปหากินและวางไข่ แต่ลิฟท์ปลาที่เขื่อนก็ไม่อาจช่วยให้ปลาอพยพได้ ระดับน้ำโขงที่ขึ้นลงผิดปกติทำให้ปลาสับสน หลงฤดู ส่งผลสะเทือนต่อวงจรชีวิตของปลา

อาจารย์บอกว่าเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ชาวบ้านยังจับปลาบึกจากแม่น้ำโขงได้มาก แต่ 10 ปี ให้หลัง ประชากรลดลงถึง 90% ทำให้ถูกจัดให้เป็นสัตว์ชนิดพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์

วันนี้ ถิ่นอาศัย และแหล่งวางไข่ยังถูกคุกคามด้วยเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงจากจีนลงมาจนถึงหลวงพระบาง และไซยะบุรี เป็นไปได้ว่าเราอาจจะไม่ได้เห็นปลาบึกธรรมชาติในแม่น้ำโขงอีกแล้ว

และในมิติวัฒนธรรม ความเชื่อ ตามตำนานที่เล่าสืบทอดกันมา 'พญานาค' มีถิ่นอาศัยอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นดินแดนที่มีความเชื่อว่าเป็น 'วังบาดาล' ของเหล่านาคา พื้นที่บริเวณนี้จึงมีเรื่องราวและความศรัทธาเกี่ยวกับพญานาคอย่างแรงกล้าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่วังบาดาล จะเป็นวังบาดาลได้อย่างไรเมื่อน้ำแห้งเหือดหายไป จะลบเลือนความเชื่อความศรัทธาของพญานาค ผู้อาศัยในแม่น้ำโขงไปด้วยหรือไม่ ? เพราะหากมีจริง เหตุใดจึงปล่อยให้มนุษย์คุกคาม ลบหลู่ได้ถึงเพียงนี้

หรือไม่เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่มองไม่เห็นก็อาจลงทัณฑ์ มนุษย์ผู้โง่เขล่าด้วยภัยธรรมชาติ ที่ไม่อาจกำหนดได้เหมือนเขื่อนที่ขวางกั้นลำน้ำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความเสียหายทางนิเวศน์นี้คือความรุนแรงทางสิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นอย่างแช่มช้า และคนจนจำนวนมากต้องแบกรับภาระอีกเช่นเคย

ข้อมูลจาก 'ดร.ไชยณรงค์' ระบุว่า แม่น้ำโขงมีปลามากกว่า 1,000 สายพันธุ์ รวมถึงปลาบึก ปลาน้ำจืดชนิดไม่มีเกล็ดที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่พบที่เดียวในแม่น้ำโขง กล่าวกันว่าหากเทียบจำนวนชนิดพันธุ์กับพื้นที่ลุ่มน้ำแล้ว ลุ่มน้ำโขงคือลุ่มน้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์น้ำมากที่สุดในโลก เพราะแม่น้ำอะเมซอนและซาอีร์แม้ว่ามีชนิดพันธุ์เยอะกว่า แต่พื้นที่ลุ่มน้ำมากกว่าลุ่มน้ำโขงมาก ถือว่าแม่น้ำโขงคือราชาแห่งสายน้ำ

ปลาในแม่น้ำโขงคือสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้ให้เรา และเป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก หลายชนิดเป็นปลาเศรษฐกิจและเป็นที่มารายได้ของคนจน

ประมาณกันว่ามีคนใช้ประโยชน์จากแม่น้ำโขงกว่า 60 ล้านคน ตัวเลขนี้เข้าใจว่าเก่ามากๆ "ถ้ามีอะไรสักสิ่งที่เราควรจะทำในชีวิตนี้เพื่อลูกหลานของเรา การรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้เขื่อนแห่งนี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำ เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำโขงกลับคืนมา"

สำหรับ 'เขื่อนไซยะบุรี' เป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงตอนล่างแห่งแรก สร้างกั้นแม่น้ำโขงในประเทศลาว แต่ลงทุนโดยทุนไทยภายใต้การสนับสนุนเงินทุนของสถาบันการเงิน 6 แห่งของไทย และไฟฟ้าส่วนใหญ่ส่งมาขายไทย จนได้ชื่อว่า 'เขื่อนลาวสัญชาติไทย' แม้มีการประท้วงจากคนลุ่มน้ำโขงทางฝั่งไทย และรัฐบาลกัมพูชาและเวียดนาม แต่เขื่อนแห่งนี้ก็เกิดขึ้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทุนเบียดบังคนตัวเล็กตัวน้อย ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทุนทำลายทรัพยากรธรรมชาติ มันอาจไม่มี นรก หรือ สวรรค์ ไม่มี บุญ หรือ บาป สำหรับ ทุน แต่เวรกรรม มีจริง!


https://www.nationtv.tv/main/content/378726252/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:35


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger