เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันที่อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออก ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 20-21 ก.ค. 62 ภาคใต้และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีฝนน้อย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 22 - 26 ก.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกของประเทศ ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีปริมาณฝนลดลง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 ? 3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน เดินเรือด้วยความระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ก.ค. 62

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (97.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (105.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


มิ.ย.2019 เฉลี่ยโลกร้อนสุดในรอบ 140 ปี



สำนักงานบริหารด้านสมุทรศาสตร์และชั้นบรรยากาศโลกของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานบันทึกข้อมูลอุณหภูมิค่าเฉลี่ยของโลกในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าร้อนที่สุดในรอบ 140 ปี โดยอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเดือน มิ.ย.ในช่วงศตวรรษที่ 20 หรือกว่า 100 ปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 15.5 องศาเซลเซียส หรือราว 59.9 องศาฟาเรนไฮต์ โดยค่าเฉลี่ยสภาพอากาศโลกช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา สูงขึ้นเฉลี่ย 1.71 องศาฟาเรนไฮต์ หรือราว 0.16 องศาเซลเซียส

พื้นที่ได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศโลกร้อน รวมถึงภูมิภาคยุโรป แอฟริกา และเอเชีย เช่นเดียวกับแถบฮาวายและอ่าวเม็กซิโก ส่วนทวีปยุโรป รวมถึงฝรั่งเศส เยอรมนี และพื้นที่ตอนเหนือสเปนต่างเผชิญสภาพอากาศคลื่นร้อน ทำให้อุณหภูมิบางพื้นที่พุ่งสูงถึง 46 องศาเซลเซียส

นักวิทยาศาสตร์ระบุข้อมูลค่าเฉลี่ยอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นนี้ คือหลักฐานชัดเจนล่าสุดว่าเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากขึ้น ทำให้เชื่อได้ว่าเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็น 1 ใน 5 ของช่วงเดือน มิ.ย.ที่สภาพอากาศเฉลี่ยร้อนที่สุดของโลก.


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1618988

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ไม่เคยพบไม่เคยเห็น น้ำทะเลในแอ่งน้ำตลอดแนวชายหาดแม่รำพึง? จ.ระยอง? กลายเป็นสีเขียวและแดง

ระยอง- ไม่เคยพบไม่เคยเห็น น้ำทะเลที่ขังในแอ่งน้ำตลอดแนวชายหาดแม่รำพึง? จ.ระยอง? กลายเป็นสีเขียวและแดง ชาวประมงพื้นที่เผยออกทะเลมา 30 ปี เพิ่งได้เห็น? คาดเกิดจากแพลงก์ตอนชนิดที่เป็นพืชเติบโตอย่างรวดเร็วจากน้ำทิ้งที่ไหลลงทะเล



วันนี้? (20 ก.ค.)?ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก? นายสมพงษ์ บุษชัยยา กลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กบ้านก้นอ่าว (หาดแม่รำพึง) ต.เพ อ.เมืองระยอง? ว่า พบเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในการทำประมงกว่า? 30? ปี โดยพบแอ่งน้ำที่มีน้ำทะเลขังตลอดแนวชายหาดแม่รำพึง (โค้งก้นอ่าว) มีสีเขียวและแดงคล้ายตะไคร่อย่างเห็นได้ชัดเจน ? และเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า จุดที่พบน้ำทะเลเปลี่ยนเป็นช่วงน้ำลงห่างจากฝั่งประมาณ? 30 เมตร และเมื่อใช้นิ้วมือจิ้มดูรู้สึกได้ถึงความลื่นและมีกลิ่นเหม็น

ขณะที่? นายสุรินทร์ สินรัตน์ ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จ.ระยอง กล่าวว่า ลักษณะน้ำทะเลที่ขังเป็นแอ่งบริเวณชายหาดแม่รำพึง บริเวณโค้งก้นอ่าว และน้ำทะเลได้เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ายตะไคร่น้ำ และสีแดงอมชมพู สันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากแพลงก์ตอนชนิดที่เป็นพืชที่มีจำนวนมาก ประกอบกับในช่วงฤดูฝน? น้ำฝนได้ชะล้างสิ่งสกปรกปนเปื้อนจากแม่น้ำลำคลองที่ไหลผ่านชุมชน และแหล่งอุตสาหกรรมปลาการเกษตรลงสู่ทะเล

จึงทำให้มีสารอาหาร? รวมทั้งอุณหภูมิของน้ำและความเค็มของน้ำทะเลที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช จึงทำให้เกิดการกระจายตัวอย่างรวดเร็วจนมีผลกระทบต่อคุณภาพน้ำชายฝั่งทะเล ทำให้เกิดการเน่าเสียของสาหร่าย หรือแพลงก์ตอน และยังทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง

"ลักษณะเช่นนี้จะทำให้สัตว์น้ำวัยอ่อน สัตว์น้ำหน้าดินบริเวณชายฝั่งทะเลขาดออกซิเจนจนเกิดการสูญเสียได้ ส่วนสัตว์ขนาดใหญ่เมื่ออกซิเจนในน้ำลดลงก็จะหนีออกสู่น้ำลึกมากขึ้น สิ่งที่ควรพึงระวัง และหามาตรการป้องกัน คือ การจัดการน้ำทิ้งชุมชน เกษตรอุตสาหกรรม ประมงชายฝั่ง จากการชะล้างน้ำเสียจากระบบสาธารณูปโภค ห้องส้วมควรผ่านการบำบัดจากคลองสาขาต่างๆ ก่อนไหลลงสู่คลองรวม และออกสู่ปากแม่น้ำ? เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม เพราะหากเกิดซ้ำซากก็จะทำให้สูญเสียทรัพยากรชายฝั่ง การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของจังหวัดระยองได้"



นายสุรินทร์ ยังกล่าวอีกว่า สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้น้ำทะเลในแอ่งเปลี่ยนเป็นสีเขียวและแดง? อาจเกิดจากปรากฏการณ์แห่งต้นพืชที่อยู่ในทะเลลึกเกิดการตายสะสมและพัดเข้าสู่ชายฝั่ง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เป็นบริเวณอ่าว

"อย่างกรณีนี้ พื้นที่ก้นอ่าวของหาดแม่รำพึง เป็นพื้นที่อับน้ำหมุนเวียนน้อยจึงทำให้เกิดการสะสมของของเสียและธาตุอาหาร? รวมทั้งสิ่งที่ถูกพัดพามาจากใต้ท้องทะเลจึงมารวมกันที่บริเวณโค้งก้นอ่าว" นายสุรินทร์? กล่าว


https://mgronline.com/local/detail/9620000069038


*********************************************************************************************************************************************************


เที่ยวฟรี 28 ก.ค.!! ทื่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ



เนื่องด้วยวันที่ 28 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดมบรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

ดังนั้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมถวายความจงรักภักดีสนองต่อพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตลอดจนสนับสนุนครอบครัวส่งเสริมให้เกิดความรักความผูกพันของบุคคลในครอบครัวปลูกจิตสำนึก และตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 6และข้อ 8 แห่งระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป้า และพันธุ์พืชว่าด้วยการอนุญาตให้เข้าไปดำเนินกิจการท่องเที่ยวและพักอาศัยในอุทยานแห่งชาติพ.ศ. 2547 จึงยกเว้นค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติสำหรับบุคคลชาวไทยและยานพาหนะในวันที่ 28 กรกฎาคม ของทุกปี


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000069126

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


พะยูน ? วาฬ ? เลียงผา ตาย(ผิด)ธรรมชาติ สังเวยกิเลสมนุษย์?



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - นับตั้งแต่ต้นปี 2562 มีรายงานสัตว์ทะเลหายากในแถบทะเลอันดามันตายต่อเนื่อง เริ่มจาก พะยูน ตายแล้ว 15 ตัว โดยในจำนวนนี้พบความผิดปกติคือถูกถอดเขี้ยวออกไป ซึ่ง เป็นไปได้สูงว่าเป็นการลักลอบนำไปทำเครื่องรางของขลังมหาเสน่ห์ ด้วยเหตุที่มีการซื้อขาย "เขี้ยวพะยูน" และ "น้ำตาพะยูน" อยู่ที่หลักหมื่นหลักแสนบาท

เช่นเดียวกับ กรณีสัตว์คุ้มครองอย่าง "วาฬหัวทุย" ที่พบเกยตื้นตายฟันกรามหายเกลี้ยง ซึ่งฟันกรามของวาฬหัวทุยมีความเชื่อทางไสยศาสตร์ไม่ต่างจากเขี้ยวพะยูน รวมทั้ง กรณีเรือประมงโอนสัญชาติจากไทยไปเป็นมาเลเซีย จับ "ฝูงโลมา" นับ 10 ตัวที่ติดอวนขึ้นเรือ และกรณีการล่า "เลียงผา" พบซากถูกยิงบริเวณเชิงเขาถ้ำเขาพลูสถานที่ตั้งบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดชุมพร

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้วงเวลานี้ ต้องบอกว่าเป็นวาระเร่งด่วนท้าทายฝีมือรัฐมนตรีใหม่ถอดด้าม อย่าง นายวราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ซึ่งได้เผยความรู้สึกเอาไว้ว่า "...ผมเห็นแล้วรู้สึกสะเทือนใจมาก"

ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่าตั้งแต่ต้นปี 2562 มีพะยูนตายถึง 15 ตัว ซึ่งอัตราการตายสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ไม่เกิน 12 ตัวต่อปี ที่สำคัญคือมีรายงานว่า พบซากพะยูน 5 ตัวในเวลาที่ไม่ห่างกันเท่าใดนัก

27 มิ.ย. 2562 ลูกพะยูน อายุไม่ถึง 3 เดือน ตาย บริเวณเกาะเม็ง ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง

5 ก.ค. 2562 พะยูน อายุประมาณ70 ปี ตาย บริเวณอ่าวสิเกา พบความผิดปกติถูกถอดเขี้ยว
12 ก.ค. 2562 พะยูนตัวผู้ ตาย บริเวณบ้านคลองนิน เกาะลันตาใหญ่ จ.กระบี่ พบความผิดปกติถูกถอดเขี้ยว

14 ก.ค. 2562 พะยูน น้ำหนักกว่า 400 กก. ตาย บริเวณเกาะปู อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่

14 ก.ค. 2562 ลูกพะยูน อายุ 6 เดือน ตาย บริเวณแหลมจูโหยกับเกาะนก จ.ตรัง

มีการพิสูจน์ซากพะยูนพบว่า พะยูน 4 ตัวมีการตายแบบเฉียบพลัน เนื่องจากมีการดำรงชีวิตและกินอาหารตามปกติ แต่มีร่องรอยของเชือกที่ผิวภายนอก และพะยูนอีก 1 ตัว มีการเจ็บป่วยจากการติดเชื้อก่อนตาย แต่ไม่พบค่าโลหะหนักที่แตกต่างไปจากปกติ

สำหรับซากพะยูนตัวที่ถูกถอดเขี้ยวออกไปนั้น ผลการผ่าจากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลภูเก็ต - กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก พบว่าร่างกายสมบูรณ์ ผ่าท้องดูกระเพาะและลำไส้ พบสารอาหารสมบูรณ์ ไม่พบรอยช้ำหรือการถูกทำร้าย สภาพซาก สะดือแตก และลำไส้ทะลัก แต่ไม่สามารถตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์ได้ เพราะซากพะยูนเริ่มเน่าเปื่อย

ส่วนเขี้ยวที่ถูกตัดไป สันนิษฐานว่าเป็นการตัดไปภายหลังการตาย เพราะหากโดนทำร้ายหรือล่า และหรือตัดเขี้ยวก่อนตายจะต้องมีร่องรอยบอบช้ำ หรือร่องรอยอุปกรณ์จับปลาปรากฏอยู่ จึงลงความเห็นว่าเป็นการตายอย่างเฉียบพลันโดยผิดธรรมชาติ

ทั้งนี้ สถานการณ์พะยูนในปัจจุบันอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ โดยมีประชากรจากการสำรวจประมาณ 250 ตัว อาศัยอยู่บริเวณทะเลตรังและทะเลกระบี่ สำหรับสาเหตุการตายของพะยูนพุ่งเป้าไปที่ 3 ประเด็นหลัก คือ

1. การทำประมงผิดกฎหมาย ที่อาจจะไปกระทบการเป็นอยู่ของพะยูน เช่นการลักลอบระเบิดปลาในทะเล

2. อุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นทุกปี ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความเป็นอยู่ของพะยูน เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหากินในบริเวณน้ำตื้น

3. การล่าเพื่อต้องการอวัยวะบางส่วนไปครอบครองตามความเชื่อทางไสยศาสตร์

อย่างไรก็ตาม มีความเชื่อผิดเพี้ยนในทางไสยศาสตร์ว่า เขี้ยว - น้ำตาพะยูน มีคุณสมบัติทางเมตตามหานิยม รวมทั้ง มีกลุ่มคนเชื่อว่านำไปทำยาโป๊ว แม้กระทั่ง รักษาโรคมะเร็ง ซึ่งแพทย์ยืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง

ส่วนจะมีขบวนการไล่ล่าพะยูนเพื่อเอาอวัยวะทำตามใบสั่งลูกค้าหรือไม่นั้น อาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเลกระบี่ เปิดเผยว่าคงไม่มีขบวนการไล่ล่าพะยูน เพราะหากเป็นเช่นนั้นจะไม่เห็นซากเห็นตัว ที่เห็นเป็นซากพะยูนตายจากถูกอวนเรือประมง หรือพะยูนไล่กันเองจนมีบาดแผลถูกคลื่นซัดเกยหาดจนเสียชีวิต เมื่อตายแล้วคนเข้าไปพบเห็นแต่ช่วยไม่ทันก็จะลอบตัดเขี้ยวออกไป

"ส่วนใหญ่เป็นฝีมือของพวกกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัดเอาไปให้เจ้านาย ก็ให้คิดกันเอาเองว่าเป็นพวกไหน เพราะคนพวกนี้ชอบมากเขี้ยวพะยูน เอาไปทำหัวแหวนสีเหลืองอร่ามเป็นเงามัน ที่ผ่านมาในท้องตลาดมีการรับซื้อ ยิ่งเขี้ยวพะยูนอายุมากยิ่งแพง เพราะเขี้ยวใหญ่" นายกสมาคมคนรักเลกระบี่ เปิดเผย

ขณะที่ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ความเห็นเอาไว้ว่า "ความเชื่อในคนบางกลุ่มห้ามไม่ได้ แต่อย่าเอาความเชื่อมาทำลายทรัพย์สมบัติของประเทศ และของโลก สัตว์ทะเลหายาก พะยูน วาฬ มีความสำคัญมากกว่าการนำไปครอบครอง เหมือนคนบางกลุ่มที่อยากมีเขี้ยวเสือ ก็ไม่เห็นมีใครอยู่รอด"

ส่วนถามว่ามีขบวนการล่าพะยูนลับลอบตัดเขี้ยวพะยูน - น้ำตาพะยูนตามใบสั่งหรือไม่ ต้องบอกว่ามีหลายประเด็นต้องตรวจสอบ เพราะนอกจากประเด็นปัญหาลักลอบล่าเขี้ยวพะยูน การตายของพะยูนอาจมาจากปัจจัยอื่นๆ ด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาสารพิษในน้ำ แม้กระทั่งการป่วยล้มตายตามธรรมชาติ การตายที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องของพะยูนยังคงอยู่ระหว่างการหาสาเหตุที่แน่ชัด

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานความร่วมมือในมาตรการดูแลสัตว์ทะเลหายาก "พะยูน" เบื้องต้นดำเนินการเป็น 3 ระยะ คือระยะสั้น มีการดูแลพื้นที่แหล่งอาหาร การลาดตระเวน ประชาสัมพันธ์ผ่านทางประมง และผู้นำท้องถิ่นให้ประชาชนได้เข้าใจและมีส่วนร่วมในการดูแล ระยะกลาง จะมีการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งจะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และระยะยาว จะกำหนดมาตรการที่เข้มข้นการอนุรักษ์พะยูน ซึ่งจะดำเนินการประกาศเขตคุ้มครองที่ชัดเจนในระยะไม่เกิน 5 ปี

กล่าวสำหรับการล่าสัตว์ป่า กรณี "เลียงผา" สัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์ถูกยิงตาย บริเวณเชิงเขาหลังวัดถ้ำเขาพลู หมู่ 3 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร เมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมานั้น เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามี "เบื้องหน้า-เบื้องหลัง" อะไรหรือไม่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้ตัดแยกเอาหัวออกไป ขณะที่ส่วนลำตัวขุดหลุมฝังกลบไว้ รวมทั้งห้ามไม่ให้ชาวบ้านห้ามเข้าไปดูและห้ามถ่ายภาพอย่างเด็ดขาด เป็นเหตุให้ชาวบ้านเกิดข้อสงสัยถึงความไม่ชอบมาพากล กระทั่ง มีการประสานเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

นายพรชัย สิทธิเกษตร หัวหน้าสายตรวจคุ้มครองสัตว์ป่าประจำ จ.ชุมพร อธิบายถึงข้อกฎหมายเกี่ยวกับเลียงผา สัตว์สงวนคุ้มครองใกล้สูญพันธุ์ 1 ใน 15 ชนิดของประเทศไทย ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2535 ผู้ใดจะมีไว้ในครอบครองไม่ได้โดยเด็ดขาด ซึ่งตามขั้นตอนจะต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงเพื่อลงมาตรวจสอบและร้องทุกข์กล่าวโทษ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าทำผิดระเบียบตามขั้นตอนของกฎหมาย

ขณะที่เจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวพยายามชี้แจงอ้างว่าไม่ทราบขั้นตอนดังกล่าว ทำไปโดยเจตนาบริสุทธิ์ ส่วนการตัดหัวเลียงผาไปเก็บไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ก็จะรอส่งไปชันสูตรกับหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุการตายเป็นหลักฐานในการสืบสวนของตำรวจ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นถกเถียงถึงเบื้องลึกเบื้องหลังที่อาจมีความไม่ชอบมาพากลอย่างเผ็ดร้อน ส่วนพรานใจโหดมือสังหารเลียผายังคงอยู่ระหว่างติดตัวตามมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 กำหนดบทลงโทษไว้รุนแรง ตามมาตรา 12 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมีโทษจำคุก 3 - 15 ปี ปรับ 300,000-1,500,000 บาทสำหรับสัตว์คุ้มครอง และโทษสำหรับการล่าสัตว์คุ้มครองคือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท ส่วนในกรณีครอบครองโทษครอบครองคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ปัจจุบันสัตว์ทะเลที่เป็นสัตว์สงวน ได้แก่ พะยูน, วาฬบรูด้า, วาฬโอมูระ, ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง

สัตว์ทะเลที่เป็นสัตว์คุ้มครอง ได้แก่ เต่าทะเลที่เหลือทุกชนิด โลมา-วาฬที่เหลือทุกชนิด กระเบน, แมนต้าปีศาจ, โรนิน, ฉนาก, กระเบนเจ้าพระยา, ปะการัง, กัลปังหา, หอยมือเสือ ฯลฯ

สัตว์ป่าที่เป็นสัตว์สงวน ได้แก่ แรด, กระซู่, กูปรี, ควายป่า, ละองหรือละมั่ง, สมัน, เนื้อทราย, เลียงผา, กวางผา ฯลฯ


https://mgronline.com/daily/detail/9620000068524
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง


ทช.เร่งช่วยเหลือโลมาหัวบาตร 2 แม่ลูก ติดคอกหอยคาดไล่กินลูกปลาเข้ามาในเขตเลี้ยงหอย



ทช. เร่งช่วยเหลือโลมาหัวบาตรขนาดใหญ่ 2 แม่ลูกติดคอกเลี้ยงหอยแครงและหอยนางรมในพื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี สันนิษฐานเกิดจากไล่กินลูกปลาเข้ามาในเขตเลี้ยงหอยในเวลาน้ำขึ้นสูง ล่าสุดพบตายไปอีก 3 ตัวที่เกาะพะงัน 2 ตัวและพบซากลอยเกยตื้นชายหาดในพื้นที่อำเภอดอนสักอีก 1 ตัว

นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทะเลและชายฝั่งที่ 5 สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจากชาวประมงพื้นบ้านว่า พบโลมา หัวบาตร ขนาดใหญ่ จำนวน 2 ตัวติดอยู่ ในแปลงเลี้ยงหอยแครงและหอยนางรม ในพื้นที่หมู่ที่7ต.กะแดะ อ.กาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี ห่างจากชายฝั่งมาประมาณ 500 เมตรจึงรีบนำกำลังเข้าไปตรวจสอบในแปลงเลี้ยงหอยแครงดังกล่าว พบโลมาหัวบาตรสีดำหลังมีครีบลำตัวยาวประมาณ 2 เมตร 1 ตัวและโลมาขนาด 1 เมตร 50เซนติเมตร ซึ่งคาดว่า เป็นโลมา 2 แม่ลูก ที่ไล่กินลูกปลาเข้ามาอยู่ในแปลงเลี้ยงหอยขณะที่น้ำขึ้นเต็มที่ในเวลากลางคืน และในช่วงกลางวันน้ำทะเลจะลดลงไปมากจึงทำให้โลมาทั้งคู่ไม่สามมารถว่ายน้ำออกทะเลได้ เนื่องจากคอกหอยแครงมีไม้ไผ่ปักเป็นแนวรั้วแบ่งกันเขตกันอย่างแน่นหนา



ประกอบกับในพื้นที่บริเวณดังกล่าวยังมีแปลงเลี้ยงหอยนางรมอยู่จำนวนมาก และแปลงเลี้ยงหอยนางรมนั้นจะมีแท่งปูนวางปักอยู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าคอยระวังไม่ให้เรือวิ่งเข้าไปใกล้กับโลมาอาจทำให้โลมาตื่นตกใจจนว่ายน้ำไปชนกระแทกกับเสาปูนอาจทำให้โลมาได้รับอันตรายถึงตายได้

นายวิชัยกล่าวว่าในช่วงนี้เป็นฤดูน้ำทะเลจะลดระดับลงจนจนผิวดินโผล่ และจะเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่อาจพลัดหลงเข้าไปเกยตื้นจนตายได้ ซึ่งจากการสำรวจพบโลมาชนิดต่างๆอาศัยอยู่ในอ่าวบ้านดอนจำนวน 160 กว่า ตัวและล่าสุดได้ตายไปอีก 3 ตัว โดยเกิดที่เกาะพะงันและที่อำเภอดอนสัก ซึ่งคาดว่าเกิดจากการเกยตื้นในช่วงน้ำลง


https://www.banmuang.co.th/news/region/157579

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:04


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger