เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 12-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 12 กันยายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุ ?บารีจัต? (BARIJAT) "
ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 12 กันยายน 2561

เมื่อเวลา 01.00 น. ของวันนี้ (12 ก.ย. 61) พายุโซนร้อน ?บารีจัต? (BARIJAT) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

สำหรับ พายุไต้ฝุ่น ?มังคุด? (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับภาคอื่นๆ มีปริมาณฝนลดลง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย
อนึ่ง พายุโซนร้อน ?บารีจัต? (BARIJAT) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 61 ซึ่งจะส่งผลทำให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร



กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11 ? 12 ก.ย. 61 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง ส่วนในช่วงวันที่ 13 ? 17 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 13 ? 17 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะฮ่องกงในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 61 และเกาะลูซอนประเทศฟิลิปปินส์และตอนใต้ของเกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. 61 ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุอยู่บริเวณดังกล่าว
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-09-11_DFTH1_2300.jpg (35.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest120918.jpg (31.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-09-12_TopChart_07.jpg (121.7 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 12-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ต้องรีบดู.. ซูเปอร์ไต้ฝุ่น "มังคุด" ไล่กวดพายุ "บารีจาต" ในทะเลจีนใต้


แผนภูมิของเวียดนามที่ออกเวลา 02:30 น.วันนี้ แสดงให้เห็นแนวเคลื่อนตัวของพายุที่ไปในทิศทางเดียวกัน กลายเป็นภาพการไล่กวดกันระหว่างซูเปอร์ไต้ฝุ่นมังคุดกับพายุโซนร้อนบารีจาต (โปรดชมภาพเคลื่อนไหวประกอบ) ทั้งสองลูกต่างหันหัวสู่ทะเลจีนใต้ ถึงแม้ปลายทางสุดท้ายจะอยู่คนละที่กันก็ตาม. "
MGR ออนไลน์ -- เกิดเหตุการณ์พายุใหญ่ 2 ลูกเคลื่อนตัวแบบแล่นไล่กวดกันให้เห็นอีกครั้งหนึ่งในย่านแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือวันอังคาร 11 ก.ย.ที่ผ่านมา -- ลูกหนึ่งคือพายุโซนร้อนบารีจาต (Barijat) กำลังหมุนคว้างอยู่ทางขอบตะวันออกของทะเลจีนใต้ อีกลูกหนึ่ง -- ไต้ฝุ่นมังคุด (Mangkhut) พัฒนาขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับแรงที่สุด ขณะฟาดงวงฟาดงาอยู่ในทะเลแปซิฟิก ทางทิศตะวันออกของเกาะเหนือฟิลิปปินส์ หันหัวสู่ทิศตะวันตกมุ่งหน้าทะเลจีนใต้เช่นเดียวกัน -- นักอุตุนิยมวิทยาในเวียดนามกล่าวว่า ปรากฏการณ์นี้ได้ยืนยันถึงการเปลี่ยนทิศทางของพายุรุนแรงประจำย่านนี้

หมายความว่าแต่นี้เป็นต้นไป พายุโซนร้อนกับไต้ฝุ่นจากทะเลแปซิฟิกตะวันตก/ตะวันตกเฉียงเหนือทั้งหมด จะหันหัวเข้าสู่อนุภูมิภาคแม่น้ำโขง อาจยกเว้นบางกรณีที่เกิดมีตัวแปรเฉพาะหน้าขึ้นมาเท่านั้น -- ปรากฏการณ์ล่าสุดในวันอังคารนี้ ช่วยยืนยันว่าทั่วทั้งอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง ได้ย่างเข้าสู่ฤดูไต้ฝุ่นอย่างจริงจัง ซึ่งจะดำเนินไปจนถึงเดือน ธ.ค. หรือในบางปีผ่านเลยถึงเดือน ม.ค.ปีถัดไป

นี่คือเหตุการณ์ที่ "ซูเปอร์ไต้ฝุ่น" ชื่อไทย กวดไล่หลังพายุโซนร้อนที่มีขนาดเล็กกว่า ที่เกิดขึ้นในย่านเดียวกันในเวลาไล่เรี่ยกัน -- ภาพถ่ายดาวเทียมของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นแสดงให้เห็นปรากฏการณ์นี้ และ หน่วยพยากรณ์อากาศหลายแห่งในภูมิภาค แสดงตำแหน่งพายุทั้งสองลูกพร้อมกันในแผนภูมิพยากรณ์

การเกิดพายุสองลูกพร้อมๆ กันในอาณาบริเวณใกล้เคียงกันในเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่ปรากฏการณ์ประหลาด แต่ก็ไม่ได้เกิดให้เห็นบ่อยๆ -- ปีนี้ต้องถือเป็นกรณีพิเศษเพราะเป็นครั้งที่สอง หลังจากไต้ฝุ่นโซลิค (Soulik) กับไต้ฝุ่นซีมารอน (Cimaron) พัดไล่ตามหลังกันมุ่งหน้าถล่มญี่ปุ่นกับเกาหลีสัปดาห์ปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อประมาณ 18 ชั่วโมงที่แล้ว บารีจาต (Barijat) ทวีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางขึ้นอย่างเต็มพิกัด กลายเป็นพายุโซนร้อนรุนแรง ขณะเคลื่อนตัวช้าๆ มุ่งหน้าผ่าใจกลางคาบสมุทรไหหลำของจีนในวันนี้ และ คาดว่าจะขึ้นฝั่งทะเลในภาคเหนือเวียดนามในวันถัดไป -- ส่วนไต้ฝุ่นมังคุด (Mangkhut) ที่ทวีความเร็วขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4 ในตอนค่ำวันอังคาร และ กลายเป็นระดับ 5 ในตอนเช้าตรู่วันพุธนี้ ขณะหมุนคว้างฟาดงวงฟาดงาอยู่กลางทะเลใหญ่ กำลังมุ่งหน้าผ่านตอนเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์


ในขณะที่พายุบารีจาตจะไปขึ้นฝั่งเวียดนาม ทะลุสู่ภาคเหนือลาวในช่วง 2-3 วันข้างหน้านี้ ปลายทางของไต้ฝุ่นมังคุดจะเป็นเกาะฮ่องกง กับมณฑลทางตอนใต้ของจีน ทั้งนี้เป็นข้อมูลพยากรณ์โดยสำนักต่างๆ ช่วงกลางคืนที่ผ่านมา

ช่วงข้ามวันมานี้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์เวียดนาม ได้ออกแผนภูมิแสดงให้เห็นตำแหน่งที่ตั้งของพายุรุนแรงทั้งสองลูกหลายครั้ง เกิดเป็นภาพอินโฟฟราฟิกสวยงาม ที่สามารถเข้าใจได้ไม่ยากเนื่องจากมีวันเวลากำกับเอาไว้ชัดเจนในทุกจุด

ตามระบบนับของเวียดนาม บารีจาตเป็นพายุลูกที่ 5 ที่พัดเข้าทะเลจีนใต้ในปีนี้ ซึ่งโดยปรกติทุกๆ ปีจะมีพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่น พัดเข้า 8-10 ลูก หรือ กว่านั้นอีกในบางปี สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่ในทางผ่าน -- เป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ

ตามข้อมูลดาวเทียมฮิมาวาริ (Himawari) ตอนเช้าตรู่วันพุธนี้ พายุบารีจาตจะยังอยู่ห่างจากเกาะไหหลำราว 700 กม. มีความเร็วลมหมุนใกล้ศูนย์กลาง 60-75 กม./ชม. และ คาดว่าจะทรงตัวอยู่ระดับนี้ ขณะเคลื่อนตัวช้าๆ มุ่งหน้าพัดผ่านตอนบนของเกาะใหญ่อีกหลายชั่วโมงข้างหน้า




แผนภูมิโดยศูนย์ร่วมแจ้งเตือนไต้ฝุ่น กองทัพเรือสหรัฐ JWTC ที่ออกในช่วงกลางวันแสดงแนวเคลื่อนตัวเกือบเป็นเส้นตรงของพายุโซนร้อนบารีจาต. "



แผนภูมิโดยศูนย์ร่วมแจ้งเตือนไต้ฝุ่น กองทัพเรือสหรัฐ JWTC แสดงแนวเคลื่อนตัวของไต้ฝุ่นมังคุด ปลายทางสุดท้ายในอีก 4 วันข้างหน้า คือฮ่องกง. ">

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฯ ในกรุงฮานอยระบุว่า บารีจาตจะรักษาระดับพายุโซนร้อนรุนแรงต่อไป ขณะเคลื่อนตัวช้าวๆ 10-15 กม./ชม.เข้าสู่น่านน้ำเวียดนาม แถบ จ.กว๋างนีง (Quang Ninh) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศในวันพฤหัสบดี และ อ่อนตัวลงเป็นระดับดีเปรสชั่นอีกครั้งหนึ่ง ขณะพัดเข้าสู่ดินแดนเวียดนาม

หน่วยพยากรณ์อากาศในกรุงฮานอย ทยอยออกคำเตือนมาเป็นลำดับ ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา ให้ทุกภาคส่วนเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงสุดสุปดาห์นี้ ตั้งแต่ตอนเหนือสุดของประเทศลงไปจนถึง ภาคกลางตอนบน -- จากอิทธิพลของดีเปรสชั่น

แผนภูมิที่ออกโดยหน่วยพยากรณ์อากาศหลายสำนักในตอนค่ำวันอังคาร ชี้ปลายทางของพายุโซนร้อนบารีจาตไปที่บริเวณตอนเหนือของ สปป.ลาวในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. เมื่ออ่อนตัวลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณกว้าง ตั้งแต่แขวงหัวพัน เชียงขวางลงไปจนถึงหลวงพระบาง -- อาณาบริเวณเหล่านี้เพิ่งผ่านพ้นอุทกภัยรุนแรงเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามข้อมูลปัจจุบัน ซีกตะวันออกสุดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็เป็นอีกอาณาบริเวณหนึ่ง ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนลูกล่าสุด ในช่วงสุดสัปดาห์นี้.
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 12-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


อากาศวิปริตในทุ่งหญ้าสะวันนา ทำช้าง,ยีราฟสัตว์เขตร้อนติดอยู่กลางหิมะ


เดอะซัน/รัสเซียทูเดย์ - เหล่าสัตว์ที่ปกติแล้วมีความเคยชินกับสภาพอากาศร้อนไหม้ ถูกพบกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ท่ามกลางหิมะ หลังจากสภาพอากาศแปลกประหลาดเล่นงานทุ่งหญ้าสะวันนา



ยีราฟ, แอนทิโลปและช้าง เป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์ที่ต้องเผชิญกับอากาศหนาวเหน็บผิดปกติ หลังจากหิมะสีขาวโพลนซัดลถ่มแอฟริกาใต้เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอที่หิมะปกคลุมเนื้อตัวของสัตว์เขตร้อนถูกส่งต่ออย่างกว้างขวางบนสื่อสังคมออนไลน์ ขณะที่ผู้ชมพากันพิศวงกับภาพอันประหลาดตาดังกล่าว



Kitty Viljoen ถ่ายภาพช้างกำลังสนุกสนานกับหิมะแถบเทือกเขา Sneeuberg ในจังหวัดเวสเทิร์น เคป ของแอฟริกาใต้ บริเวณที่ถูกหิมะถล่มเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว

Sneeuberg มีความหมายว่าภูเขาหิมะ และถือเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นหิมะปกคลุมพื้นที่ต่างๆของแอฟริกาใต้ในช่วงฤดูหนาว แต่สภาพอากาศหนาวเหน็บเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นเรื่องแปลกอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเกิดขึ้นในช่วงท้ายฤดูกาล



นอกจากนี้แล้ว Kitty Viljoen ยังได้ถ่ายภาพยีราฟอยู่ท่ามกลางหิมะในดินแดน Karoo พื้นที่กึ่งทะเลทราย เช่นเดียวกับภาพแอนทิโลปในเขตอนุรักษ์เกล็น แฮร์รี เกม ในอีสเทิร์น เคป ที่ต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆถูกปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวเช่นกัน

เหตุหิมะตกในหลายพื้นที่ของแอฟริกาใต้เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องปิดถนนหลายสายทั่วอีสเทิร์น เคป สืบเนื่องจากสภาพท้องถนนเป็นน้ำแข็ง ในขณะที่ทางเวสเทิร์น เคป อุณหภูมิก็ดำดิ่งต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียสในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นแถบเทือกขาเซเดอร์เบิร์ก, เทือกเขาเฮ็กซ์ ริเวอร์และเขตอนุรักษ์มาทรูสเบิร์ก


พยากรณ์กันว่าจะมีหิมะตกลงมาอีกทั้งในนอร์เทิร์น เคป, เวสเทิร์น เคปและอีสเทิร์น เคป เช่นเดียวกับในรัฐเควาซูลู-นาทาล ด้วยบางพื้นที่อาจเผชิญหิมะตกหนักมากกว่า 25 เซนติเมตร ในช่วงสุดสัปดาห์
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 12-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เกิดเหตุไฟไหม้ป่าพรุทะเลน้อย จ.พัทลุง นกบินหนีตายว่อน



พัทลุง - เกิดเหตุไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง หลังฝนทิ้งช่วงมานานหลายเดือน นกบินหนีตายว่อน

วันนี้ (11 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาวะฝนทิ้งช่วงมานานหลายเดือนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย อ.ควนขนุน ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ได้เกิดไฟไหม้พื้นที่ป่าพรุทะเลน้อย รอยต่อระหว่างป่าพรุควนขี้เสี้ยน พื้นที่แรมซาไซร์แห่งแรกของไทย กับสถานีพัฒนาทะเลน้อยพัทลุง ที่ห่างจากจุดไฟไหม้ป่าพรุเพียง 500 เมตร

โดยสภาพอากาศที่ร้อนและลมแรง ทำให้ไฟได้ลุกไหม้ต้นเสม็ด ต้นกง และหญ้า ป่าพรุเป็นบริเวณกว้างและขยายวงออกไปยังพื้นที่ทุ่งหญ้าด้านใน ริมเขตพื้นที่แรมซาไซร์ และพื้นที่อนุรักษ์ ทำให้นกน้ำจำนวนมากต้องบินหนีไฟไหม้กันอย่างอลหม่าน

ในขณะที่เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย และเจ้าหน้าที่ไฟป่าจังหวัดพัทลุง ได้แต่ยืนเฝ้ามองสถานการณ์ไฟไหม้เฉยๆ และยังไม่ดำเนินการทำอะไร แม้ไฟจะลุกลามกินเป็นวงกว้าง และมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง



ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 12-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เขื่อนวชิราลงกรณ เหลือพื้นที่รับน้ำเพียง 5 % ต้องปรับแผนพร่องน้ำออก




กาญจนบุรี - 2 เขื่อนหลักเมืองกาญจน์ เหลือเปอร์เซ็นต์รับน้ำตัวเลขเพียงตัวเดียว โดยเขื่อนวชิราลงกรณ เหลือเพียง 5% ด้าน ส่วนเขื่อนศรีนครินทร์ เหลือ8 % เตรียมปรับแผนพร่องน่้ำ ทั้งสองเขื่อน เริ่ม 14 ก.ย นี้

วันนี้ (12 ก.ย.) นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.)

ล่าสุดวันนี้ เวลา 07.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 8,381 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 95 % ซึ่งคณะอนุกรรมการวิเคราะห์ติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการทรัพยากรน้ำมีมติให้เร่งพร่องน้ำออกไป เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝน ในช่วงเดือนกันยายนนี้ จึงมีมติปรับแผนการระบายน้ำวันที่ 12-30 กันยายน 2561 ระบายน้ำเฉลี่ย 58 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้านลูกบาศก์เมตร และผ่านทางน้ำล้น (Spillway) วันละ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ยังสามารถรับน้ำได้อีก เพียง 5%

ทั้งนี้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ มีการรายงานแผนการระบายน้ำ ให้หน่วยงานราชการในจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดราชบุรี ทราบเป็นประจำทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ หากมีข้อสงสัย หรือได้รับข่าวต่างๆที่ผิดปกติ สอบถามข้อเท็จจริงโดยตรงที่ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ หมายเลข 02-4368739 หรือ 034-599077 ต่อ 3110 , 3111 และติดตามเหตุการณ์ทางกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงที่http://www.vrk.egat.com หรือ Application EGAT Water

ด้านนายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ วันนี้ เวลา 07.00 น. ระดับน้ำ176.43 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) ปริมาณที่กักเก็บ 16,286.53 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 91.78% ของปริมาณกักเก็บปกติ โดยวันนี้มีแผนการระบายน้ำ 28 ล้านลูกบาศก์เมตร

เมื่อวาน (วันที่ 11 กันยายน 2561) มีน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 36.14 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 176.43 ม.รทก. ซึ่งเท่ากับวันที่ 10 กันยายน 2561 (176.43 ม.รทก.) โดยมีการระบายน้ำตามแผนการระบายน้ำ 35.14 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 1,458.47 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 8.22%

สำหรับเขื่อนท่าทุ่งนา ได้ระบายน้ำสอดคล้องกับแผนระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ คือ ระบายน้ำวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. โดยไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อตัวเขื่อนเช่นเดียวกัน

แต่เนื่องจากปัจจุบันอยู่ในช่วงฤดูฝน ทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ยังไม่มีแนวโน้มลดลง เพื่อเป็นการรักษาระดับน้ำไม่ให้สูงเกินเกณฑ์ควบคุม กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ จึงขอเพิ่มปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา จากวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 32 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 14-30 กันยายน 2561

โดยในช่วงวันเวลาดังกล่าว จะมีการประเมินสถานการณ์น้ำ และหากมีการปรับแผนการระบายน้ำ จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย หรือได้รับข่าวต่าง ๆ ที่ผิดปกติ โปรดสอบถามข้อเท็จจริงโดยตรง ที่ กฟผ.เขื่อนศรีนครินทร์ โทรศัพท์ 034-574007, 034-574248และติดตามสถานการณ์น้ำทางกล้อง CCTV ตลอด 24 ชั่วโมงที่ http://water.egat.co.th หรือที่ Application EGAT Water

ด้านความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อน ทางเขื่อนศรีนครินทร์ได้เพิ่มการตรวจสอบเขื่อนให้มีความถี่มากขึ้นกว่าเดิม เช่น การตรวจอัตราการซึมของน้ำผ่านตัวเขื่อน การตรวจวัดระดับน้ำในหลุมวัดน้ำ เดิมตรวจสอบสัปดาห์ละครั้ง เป็นตรวจสอบทุกวัน ส่วนการตรวจสอบ การทรุดตัวและเคลื่อนตัวของเขื่อน จากเดิมไตรมาสละครั้ง เป็นเดือนละครั้ง ผลการตรวจสอบพบว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่มีแนวโน้มหรือบ่งชี้ว่ามีสิ่งผิดปกติแต่ประการใด เขื่อนยังมีความแข็งแรง มั่นคง ปลอดภัย จึงขอให้ประชาชน มีความมั่นใจ ในความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนศรีนครินทร์

ส่วน นายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผอ.ส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 13 อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่าวันนี้เขื่อนแม่กลอง ได้ระบายน้ำลงสู่แม่น้ำแม่กลอง เริ่มเวลา 06.00 น.จำนวน 856 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระบายผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 110 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมเป็น 966 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือเท่ากับระบายน้ำ 83.46 ล้าน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ริมน้ำแม่น้ำแม่กลอง ในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม แต่อย่างใด





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 12-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เรือตัดน้ำแข็ง ?มังกรหิมะ 2? ผลิตในจีนลำแรก พร้อมลุยวิจัยขั้วโลก



เจ้าหน้าที่และคนงานเข้าร่วมพิธีเปิดตัวและลงทะเลครั้งแรกของเรือตัดน้ำแข็งขั้วโลก ?เสี่ยหลง 2? หรือ ?มังกรหิมะ 2? ที่อู่ต่อเรือนครเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 10 ก.ย. 2018 ?เสี่ยหลง 2? เป็นเรือตัดน้ำแข็งลำแรกที่สร้างในประเทศจีน (ภาพ รอยเตอร์ส)
เจ้าหน้าที่และคนงานเข้าร่วมพิธีเปิดตัวและลงทะเลครั้งแรกของเรือตัดน้ำแข็งขั้วโลก ?เสี่ยหลง 2? หรือ ?มังกรหิมะ 2? ที่อู่ต่อเรือนครเซี่ยงไฮ้ในวันที่ 10 ก.ย. 2018 ?เสี่ยหลง 2? เป็นเรือตัดน้ำแข็งลำแรกที่สร้างในประเทศจีน (ภาพ รอยเตอร์ส)


ซินหวา?จีนเปิดตัวเรือตัดน้ำแข็งและเรือวิจัยแดนขั้วโลก ?เสวี่ยหลง 2? หรือ ?มังกรหิมะ? โดยเป็นเรือลำแรก ที่พัฒนาและสร้างในประเทศ พร้อมปฏิบัติการวิจัยขั้วโลกต้นปีหน้า

เรือตัดน้ำแข็งและการวิจัย ?เสวี่ยหลง 2? ประเดิมออกทะเลที่นครเซี่ยงไฮ้เมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) เพื่อทำการทดลองและเก็บงานตกแต่งภายในก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการอย่างเป็นทางการในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า (2019) จากการแถลงของ เจียงหนัน ชิปยาร์ด กรุ๊ป (Jiangnan Shipyard Group) บริษัทผู้ต่อเรือ ?เสวี่ยหลง 2?

เรือวิจัยและเรือตัดน้ำแข็ง ?เสวี่ยหลง 2? จะช่วยส่งเสริมการวิจัยแดนขั้วโลกก้าวหน้าไปไกล และความสามารถในการเดินทาง

เรือ ฯ ?เสวี่ยหลง 2? มีความยาว 122.5 เมตร กว้าง 22.3 เมตร ระวางขับน้ำ 13,990 ตัน และความสามารถในการเดินเรือ 20,000 ไมล์ทะเล และยังสามารถเดินเรือได้นาน 60 วัน พร้อมด้วยลูกเรือและนักวิจัย 90 คน

?เสวี่ยหลง 2? สามารถกลับเรือได้อย่างรวดเร็ว มีความปลอดภัยสูง ความสามารถในการตัดน้ำแข็งกล้าแกร่ง แนอกจากนี้ยังมีความสามารถตัดน้ำแข็งสองทิศทางทั้งจากหัวเรือและท้ายเรือ


?เสี่ยหลง 2? หรือ ?มังกรหิมะ 2? ที่อู่ต่อเรือนครเซี่ยงไฮ้ ประเดิมออกทะเลครั้งแรกในวันที่ 10 ก.ย. 2018 (ภาพ ซินหวา)

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 12-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

แยงซี, ฮวงโห, ไห่เหอ, เพิร์ล แม่น้ำ 4 สายของจีน นำขยะพลาสติกสู่มหาสมุทร



ภาพกราฟิกแสดงขยะพลาสติก ส่วนใหญ่พัดไหลตามแม่น้ำลงไปในมหาสมุทร จากผลการศึกษาพบว่า 90% ของจำนวนนี้มาจากแม่น้ำ 10 สาย โดยในจำนวนนั้น 8 สาย อยู่ในทวีปเอเชีย (ภาพจาก Statista)
ภาพกราฟิกแสดงขยะพลาสติก ส่วนใหญ่พัดไหลตามแม่น้ำลงไปในมหาสมุทร จากผลการศึกษาพบว่า 90% ของจำนวนนี้มาจากแม่น้ำ 10 สาย โดยในจำนวนนั้น 8 สาย อยู่ในทวีปเอเชีย (ภาพจาก Statista)


เว็บไซต์ World Economic Forum รายงานผลสำรวจปริมาณของพลาสติกในมหาสมุทร ในแต่ละปี ซึ่งมีมากกว่า 8 ล้านตัน ไหลออกจากแม่น้ำสายต่างๆ ไป สิ้นสุดลงในมหาสมุทร โดยชี้ว่า หากยังคงก่อมลพิษในอัตรานี้จะมีพลาสติกมากกว่าปลาในมหาสมุทรภายในปี 2050

รายงานสำรวจ เผยว่าขยะพลาสติกทั้งหมดนี้ ส่วนใหญ่พัดไหลตามแม่น้ำลงไปในมหาสมุทร จากผลการศึกษาพบว่า 90% ของจำนวนนี้มาจากแม่น้ำ 10 สาย โดยในจำนวนนั้น 8 สาย อยู่ในทวีปเอเชีย ได้แก่ แม่น้ำแยงซี, สินธุ, ฮวงโห, ไห่เหอ, คงคา, เพิร์ล, อามูร์, โขง ส่วนแม่น้ำอีก 2 สาย อยู่ในทวีปแอฟริกา ได้แก่ แม่น้ำไนล์ และไนเจอร์

ดร. คริสเตียน ชมิตท์ นักวิจัยคนหนึ่งของศูนย์วิจัยสิ่งแวดล้อมเฮลล์โฮลทซ์ กล่าวเมื่อวันที่ 8 เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ว่า "เราสามารถแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนว่าขยะที่มีมากขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ในที่สุดจะลงในแม่น้ำและใช้เส้นทางนี้ออกไปสู่ทะเล"

แม่น้ำขยะทั้งหมดมีสองสิ่งที่เหมือนกัน คือเป็นพื้นที่มีประชากรหนาแน่น บางแห่งมีประชากรเป็นจำนวนถึงหลายร้อยล้านคน และไม่มีกระบวนการจัดการของเสียที่เหมาะสม

แม่น้ำแยงซีเป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียและเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ลุ่มน้ำมีประชากรเกือบ 500 ล้านคน (มากกว่าหนึ่งในสามของประชากรจีน) นอกจากนี้ยังเป็นเส้นทางมลภาวะพลาสติกสู่มหาสมุทรที่ใหญ่ที่สุด

อย่างไรก็ตามเมื่อเร็ว ๆ นี้ จีนได้พยายามที่จะลดขยะ หลังจากหลายปีที่ผ่านมา ได้นำเข้าขยะรีไซเคิลนับล้านตันจากต่างประเทศ แต่ภาระการรีไซเคิลที่เพิ่มขึ้นในบ้านทำให้รัฐบาลต้องเปลี่ยนนโยบายของตน

ปีที่แล้ว จีนยุติการนำเข้า "ขยะต่างประเทศ" ซึ่งเหมือนเป็นนิมิตหมายใหม่สำหรับการสร้างอารยธรรมนิเวศวิทยาในประเทศจีน และในปีนี้ จีนได้ออกคำสั่งให้ 46 เมือง เริ่มการคัดแยกขยะ เพื่อให้สามารถรีไซเคิลได้ถึง 35% ภายในปี 2020

ตามที่หัวหน้าโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ อีริก โซลไฮม์ กล่าวในขณะที่ประเทศจีนเป็นผู้ผลิตขยะพลาสติกที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็พยายามที่จะลดปัญหาดังกล่าวด้วย

"ถ้ามีประเทศหนึ่ง ที่มุ่งมั่นเปลี่ยนแปลงมากกว่าประเทศอื่นในขณะนี้ นั่นคือจีน ... ความเร็วและความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องใหญ่มหาศาล" นายเฮลล์กล่าว

แม่น้ำสินธุและแม่น้ำคงคาซึ่งไหลผ่านประเทศอินเดีย ก็มีปริมาณเศษพลาสติกไหลสู่มหาสมุทรที่สูงที่สุดเป็นอันดับที่สองและอันดับหก ตามลำดับฯ

โดยหลายปีก่อน รัฐบาลอินเดียได้เปิดตัวโครงการแม่น้ำคงคง Namami Gange ในการเสนอราคาเพื่อทำความสะอาดแม่น้ำคงคา แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้หน่วยงาน ศาลสิ่งแวดล้อมของประเทศอินเดียได้กล่าวว่า "ยังไม่มีน้ำสักหยดในแม่น้ำคงคา ที่ได้รับการทำความสะอาดแล้ว"

นานาประเทศ 194 ชาติ ต่างได้ลงนามในมติสภาสิ่งแวดล้อม สหประชาชาติ เพื่อลดขยะพลาสติกทะเล เมื่อเดือนธันวาคมปี 2017

"การจะบรรลุเป้าหมายนี้จะต้องมีการปรับปรุงการจัดการขยะและสร้างความตระหนักรู้ในประเด็นนี้ เราหวังว่าการศึกษาของเราจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาในเชิงบวก เพื่อให้ปัญหาพลาสติกในมหาสมุทรของเราสามารถลดลงได้ในระยะยาว" ชมิดท์กล่าว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:44


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger