เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 14-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง เว้นแต่ภาคตะวันออกเฉียงตอนบนมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 20 กันยายน 2561 อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น ?มังคุด?( MANGKHUT) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้น ผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 และอ่อนกำลังลงตามลำดับ ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ เกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบน ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย



กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 13 ? 19 ก.ย. 61 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 13 ? 14 และ 17 ? 19 ก.ย. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะฮ่องกงในช่วงวันที่ 13-14 ก.ย. 61 และเกาะลูซอนประเทศฟิลิปปินส์ตอนใต้ของเกาะไต้หวัน และเกาะฮ่องกงในช่วงวันที่ 14-16 ก.ย. 61 ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุอยู่บริเวณดังกล่าว




*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"พายุ ?มังคุด? (MANGKHUT)"
ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 14 กันยายน 2561

เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (14 ก.ย. 61) พายุไต้ฝุ่น ?มังคุด? (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกหรือด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 126.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 204 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้น ผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน เข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 และอ่อนกำลังลงตามลำดับ ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 กันยายน 2561 ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 16-20 กันยายน 2561 จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งให้ระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-09-14_DFTH2_1200.jpg (20.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-09-14_DFTH1_1200.jpg (36.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest140918.jpg (33.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-09-14_TopChart_07.jpg (122.6 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 14-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ฟิลิปปินส์รับมือ ?ไต้ฝุ่นมังคุด? ซัดถล่มเสาร์นี้-คาดกระทบประชาชน 10 ล้านคน



ภาพถ่ายดาวเทียม NOAA/RAMMB แสดงให้เห็นกลุ่มเมฆหมุนขนาดใหญ่ของซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ?มังคุด? ที่กำลังเคลื่อนตัวสู่ชายฝั่งตะวันออกของฟิลิปปินส์ เมื่อเวลา 00.20 UTC ของวันที่ 13 ก.ย.
ภาพถ่ายดาวเทียม NOAA/RAMMB แสดงให้เห็นกลุ่มเมฆหมุนขนาดใหญ่ของซุปเปอร์ไต้ฝุ่น ?มังคุด? ที่กำลังเคลื่อนตัวสู่ชายฝั่งตะวันออกของฟิลิปปินส์ เมื่อเวลา 00.20 UTC ของวันที่ 13 ก.ย.


เอเอฟพี - ฟิลิปปินส์เริ่มอพยพประชาชนหลายพันคนก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่น ?มังคุด? ซึ่งเป็นพายุหมุนที่มีความแรงที่สุดของปีนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งในช่วงสุดสัปดาห์ โดยคาดว่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบมากถึง 10 ล้านคน

ไต้ฝุ่นลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้ามายังฟิลิปปินส์ด้วยความเร็วลมสูงถึง 255 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าพายุเฮอริเคนระดับ 5 หลังจากที่ซัดถล่มหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนาและเกาะกวมของสหรัฐฯ มาแล้ว

รัฐบาลฟิลิปปินส์เตือนว่ามีประชาชนราวๆ 10 ล้านคนอาศัยอยู่ในเส้นทางที่พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวผ่าน

เจ้าหน้าที่ได้อพยพชาวบ้านหลายพันคนออกจากชุมชนชายทะเลตอนเหนือสุดของเกาะลูซอน ก่อนที่ไต้ฝุ่นมังคุดจะซัดขึ้นฝั่งในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ (15)

โรงเรียนหลายแห่งถูกสั่งปิด ขณะที่ชาวนาและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดบางรายเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตล่วงหน้า เนื่องจากเกรงว่าไร่นาจะถูกน้ำท่วมเสียหาย

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ได้ประกาศเตือนฝนตกหนัก น้ำท่วม ดินถล่ม และลมกระโชกแรงบริเวณตอนเหนือและตอนกลางของเกาะลูซอนตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (14 ก.ย.) ส่วนผู้ที่อาศัยอยู่ตามชายทะเลให้ระมัดระวังอันตรายจากคลื่นพายุซัดฝั่งที่อาจสูงถึง 7 เมตร

สำนักงานป้องกันพลเรือนฟิลิปปินส์แถลงว่า เมืองต่างๆ ที่อยู่ในเส้นทางของไต้ฝุ่นมังคุดเตรียมเปิดสำนักงานของรัฐเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราว รวมถึงกักตุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของเครื่องใช้ในยามฉุกเฉินอื่นๆ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 14-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ดาวเทียม NASA เจาะนัยน์ตาไต้ฝุ่น "มังคุด" สุดกลมโบ๋ ภาพฟลุกๆแบบนี้นานๆทีจะมีให้เห็น



ภาพเดียวที่นำออกเผยแพร่ในช่วงข้ามวันมานี้ -- นาซ่ากล่าวในเว็บไซต์ว่าดาวเทียม Suomi สามารถถ่ายทะลุนัยน์ตาไต้ฝุ่นมังคุดจนมองเห็นผืนน้ำสีครามเบื้องล่าง -- แต่ยังไม่ได้นำออกแสดง -- วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ภาพอีกจำนวนหนึ่ง ที่ถ่ายไว้โดยดาวเทียมของหน่วยงานอื่นๆ ทำให้ได้เห็นนัยน์ตากลมโตของซูเปอร์ไต้ฝุ่นใกล้ชิดยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้มิใช่ภาพจากมุมตั้งฉากแบบเดียวกับของนาซ่า. ">

MGR ออนไลน์ -- ถึงแม้ว่าจะมีการถ่ายภาพจากอวกาศแสดงให้เห็นนัยน์ตาของพายุใหญ่มาหลายต่อหลายลูกก็ตาม แต่สำหรับครั้งนี้ต้องถือเป็นกรณีพิเศษในรอบ 5 หรือ 10 ปีก็ว่าได้ -- ดาวเทียมดวงหนึ่งขององค์การบริหารการบินและอวกาศสหรัฐ หรือ นาซ่า สามารถถ่ายภาพนัยน์ตาลึกโบ๋ของซูเปอร์ไต้ฝุ่นมังคุดไว้ได้ จากมุมตรงดิ่ง 90 องศา และ นำบางส่วนออกเผยแพร่ในช่วงข้ามวันมานี้ -- ต้องนับว่าเป็นความฟลุกอย่างยิ่ง

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อเวลา 03.54 น.พุธที่ 12 ก.ย. ตามเวลาในท้องถิ่น (09.00 น.เวลาในประเทศไทย) เมื่อดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) เคลื่อนผ่านพายุใหญ่ลูกนี้ ขณะอยู่ห่างจากเมืองวีรัก (Verak) จ.คาตันดัวนีส (Catanduanes) ซึ่งเป็นจังหวัดเกาะนอกชายฝั่งทางตอนใต้ของเกาะลูซอน -- ราว 1,005 กิโลเมตร ณ ตำแหน่งใกล้จุดตัดระหว่างเส้นรุ้ง 14.3 องศาเหนือ กับเส้นแวง 133.5 องศาตะวันออก

นาซ่ากล่าวว่า ณ เวลานั้นไต้ฝุ่นกำลังหมุนคว้าง ด้วยความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางเกือบ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นัยน์ตาของพายุมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 ไมล์ทะเล (56 กม.) -- เท่าๆ กับระยะทางที่รถตู้โดยสารแล่นจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ไปยัง อ.เมืองนครปฐมนั่นเอง

ภาพสำคัญในวินาทีอันสำคัญนั้น ถ่ายไว้ด้วยเครื่องมือถ่ายภาพ "เรดิโอมีเตอร์อินฟราเรดที่มองเห็นได้" หรือ VIIRS ขณะอยู่เหนือพายุใหญ่ลูกนี้ในตำแหน่งตั้งฉาก ทำให้สามารถจับภาพเป็นมุมตรงได้ จากความสูงราว 800 กิโลเมตรเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกซีกตะวันตก -- มองทะลุอุโมงค์นัยน์ตาแห่งพายุ (Eye of Storm) ลงไปจนมองเห็นสีครามของผืนน้ำที่อยู่เบื้องล่าง


อย่างไรก็ตามภาพที่นาซ่าเผยแพร่ชุดแรกนี้ ยังไม่มีภาพที่ถ่ายทะลุตลอดย่านใจกลางของไต้ฝุ่นมังคุดรสวมอยู่ด้วย และ ไม่มีคำอธิบายใดๆ อีกเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่านักวิทยาศาสตร์ของนาซ่า ต้องการศึกษาเพิ่มเติมก่อนจะเผยแพร่ข้อมูลต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง

ดาวเทียม Suomi ต่างไปจากดาวเทียมสำรวจทางธรณีวิทยา หรือ ดาวเทียมตรวจสภาพอากาศทั่วไป เนื่องจากสร้างขึ้นมาเพื่อภารกิจสำรวจขั้วโลก มีลักษณะการโคจรแบบสัมพัทธ์กับแสงแห่งดวงอาทิตย์ จะเห็นแสงสว่างอยู่ตลอดเวลาสามารถถ่ายภาพในเบื้องล่างได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ต่างจากดาวเทียมสอดแนมทางทหาร -- ซูโอมิโคจรตัดผ่านจุดต่างๆ ในเวลาเดียวกันทุกจุด ในรอบปี อย่างไม่ผิดเพี้ยน การโคจรไปอยู่เหนือไต้ฝุ่นมังคุดตอนเช้าตรู่วันพุธ จึงเป็นเรื่องบังเอิญในรอบ 365 วันของดาวเทียมดวงนี้ และ เป็นเหตุการณ์ในรอบ 7 ปีนับตั้งแต่ดาวเทียมดวงนี้ ขึ้นสู่วงโคจรในเดือน ต.ค.2554

อย่างไรก็ตามในวันถัดมา -- พฤหัสบดี 13 ก.ย. คือเมื่อวานนี้ ดาวเทียมอีกหลายดวง ของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งดาวเทียมอุตุนิยมวิทยาฮิมาวาริ (Himawari-8) ของญี่ปุ่น ได้ถ่ายภาพนัยน์ตาของไต้ฝุ่นมังคุดเอาไว้อีกหลายชุด แต่ไม่มีชุดใดที่สามารถถ่ายแบบเจาะทำมุมตรงดิ่งได้ แบบเดียวกับดาวเทียม Suomi

ย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว -- คืนวันที่ 7 พ.ย.2556 ดาวเทียมอะควา (Aqua) ของนาซ่า ได้ใช้อุปกรณ์ MODIS ถ่ายรูปเจาะทะลุนัยน์ตาไต้ฝุ่นไฮ่แอ้น (Haiyan) ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมหึมาอีกลูกหนึ่ง ขณะเคลื่อนเข้าใกล้ฟิลิปปินส์ ทำให้ได้ภาพสวยงามออกมาด้วยความบังเอิญ เนื่องจากเป็นจังหวะที่ดาวเทียมดวงนี้โคจรผ่านอยู่เหนือพายุใหญ่พอดิบพอดี -- ช่วงจังหวะเวลาผสมผสานอย่างลงตัวกับเทคโนโลยีเหนือชั้น ถ้าหาก 2 สิ่งนี้ไม่บรรจบพบกันในนาทีที่แน่นอน ก็จะไม่มีโอกาสแบบนี้



มังคุดยังเป็นไต้ฝุ่นระดับ 5 อันทรงพลัง เตรียมจะเข้าฝั่งในวันนี้. ">


นัยน์ตาแห่งพายุ โดยดาวเทียมฮิมาวารี-8 ถ่ายจากมุมเฉียง. ">


ใส่สีเข้าไปอีกหน่อย โดยดาวเทียมฮิมาวารี-8 ถ่ายจากมุมเฉียงเช่นเดียวกัน. ">
<FONT color=#00003>เกือบเป็นมุมตั้งฉาก โดยดาวเทียมคอเปอร์นิคัส เซ็นติเนล-3A ขององค์การอวกาศยุโรป 12 ก.ย. </a>
เกือบเป็นมุมตั้งฉาก โดยดาวเทียมคอเปอร์นิคัส เซ็นติเนล-3A ขององค์การอวกาศยุโรป 12 ก.ย.

ภาพจำลองบนกูเกิ้ลเอิร์ธเมื่อวันพฤหัสบดีนี้่ โดยหน่วยงานกองทัพเรือสหรัฐ -- มังคุดยังคงพยายามกลับถิ่นฐานอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงต่อไปอย่างไม่ลดละ.">
ภาพของดาวเทียมอะควาแสดงรายละเอียดให้เห็นพายุฝนฟ้าคะนองรอบๆ ?นัยน์ตา? (Eye of Storm) หรือช่วงวงกลมที่เป็นช่องว่าง มีเส้นผ่าศูนย์กลางหลายสิบกิโลเมตร ตรงแก่นกลางของซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้ -- กล้อง MODIS ยังส่องทะลุดวงตาของพายุทำให้มองเห็นท้องทะเลสีครามที่อยู่เบื้องล่าง ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ไม่ต่างกับกรณีไต้ฝุ่นมังคุดเมื่อสองวันที่แล้ว

ชาวโลกได้ประโยชน์อะไรจากการถ่ายภาพเจาะทะลุนัยน์ตาแห่งพายุ?

การถ่ายภาพเจาะทะลุทะลวงผ่าน "อุโมงค์แนวดิ่ง" แกนกลางของพายุหมุนลูกใหญ่ ที่เส้นผ่าศูนย์กลางกว้างไกลนั้น ทำให้สามารถเก็บข้อมูลที่มีประโยชน์ได้มากมาย นักวิทยาศาสตร์คาดหวังกันว่า สักวันหนึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยชีวิตมนุษย์ ในเขตที่พายุรุนแรงได้ หรือ ช่วยลดความเสียหายจากการทำลายล้างลงได้

เรื่องนี้แทบไม่ต่างอะไรกับกรณีที่นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐ ได้พยายามมาหลายสิบปี เพื่อจะเข้าไปอยู่ในใจกลางของทอร์นาโด ที่เกิดขึ้นปีละนับสิบๆ ลูกในหลายมลรัฐย่านตะวันตกกลางของประเทศ สร้างความเสียหายอย่างหนักหน่วง ทั้งนี้ก็เพื่อจะศึกษาธรรมชาติแห่งการเกิด และ หาทางลดทอนอำนาจการทำลายล้างของมัน.
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 14-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

กรมทรัพยากรทางทะเลฯ เตือนนักท่องเที่ยวหลังพบแมงกะพรุนกล่องชนิดพิษรุนแรง ที่เกาะพะงัน



เพจ ?กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง? ออกแจ้งเตือนนักท่องเที่ยวและชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง เพิ่มความระมัดระวัง หลังพบแมงกะพรุนกล่อง ชนิดพิษรุนแรงจำนวนมากในพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ด้านผู้เชี่ยวชาญ ชี้ น้ำส้มสายชูช่วยได้จริง

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. เพจ ?กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง? ได้ออกมาโพสต์ข้อความเตือนภัยสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อยู่อาศัยบริเวณพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังกรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนกลาง แจ้งพบแมงกะพรุนกล่อง ชนิดพิษรุนแรงจำนวนมาก หลายสาย Chironex indrasaksajiae 25 ตัว ในเขตชายฝั่งน้ำตื้น 1-2 เมตร ทั้งนี้ หากใครเผลอไปสัมผัสให้ใช้น้ำส้มสายชูราดต่อเนื่อง 30 วินาที ก่อนส่งแพทย์ต่อไป

โดยแมงกะพรุนกล่องชนิดหลายสาย พิษของมันทำให้คนตายได้ในเวลา 2-10 นาที จึงอยากจะเตือนนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวัง หากพบเห็นให้รีบออกห่าง และเตือนนักท่องเที่ยวห้ามเล่นน้ำตอนกลางคืน กรณีฉุกเฉิน โทร. 1669

อย่างไรก็ตาม ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม?เคยออกมาโพสต์วิธีรับมือกับแมงกะพรุน โดยระบุเป็นข้อๆ ไว้ถึง 11 ข้อ ว่า

1) ในปัจจุบัน แมงกะพรุนกล่องเริ่มมีมากขึ้น ตั้งแต่ภาคตะวันออกถึงภาคใต้ แม้ในบริเวณหาดทรายแหล่งท่องเที่ยว ทั้งในฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่มีรายงานผู้โดนในอ่าวไทยมากกว่า

แมงกะพรุนกลุ่มนี้มีขนาดเล็ก หัวใหญ่ประมาณกำปั้น แต่สายยืดยาวได้ถึง 3 เมตร แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ สายเดี่ยว (ในแต่ละมุม) และสายเป็นกลุ่ม ปกติสายเดี่ยวจะมีพิษน้อยกว่าพวกสายกลุ่ม พบในไทย 10-11 ชนิด

แมงกะพรุนกล่องมีพิษต่างกันไป ขึ้นกับชนิดและปริมาณที่โดน ยังขึ้นกับคนที่แพ้พิษระดับใด ไม่ขึ้นกับความแข็งแรงของร่างกาย

2) สาเหตุที่กะพรุนกล่องเพิ่มขึ้นจากอดีต อาจเกิดจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงหรือจากระบบนิเวศได้รับผลกระทบจากมนุษย์ แต่การแก้ที่ต้นเหตุยังทำไม่ได้ เราก็ต้องเรียนรู้หาทางเลี่ยงเองครับ

3) กะพรุนกล่องพบได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ในน้ำตื้นก็เป็นไปได้ พบในเขตชายฝั่งหรือเกาะใกล้ฝั่ง เช่น สมุย พงัน เกาะล้าน มากกว่าในเกาะไกลฝั่ง เช่น สิมิลัน

4) เนื่องจากมีขนาดเล็ก จึงเคลื่อนที่เร็ว ตัวใส และพบในน้ำขุ่น โอกาสที่คนเล่นน้ำมองเห็นก่อนเป็นเรื่องยากมาก แต่ถ้าเป็นนักดำน้ำ อาจมองเห็น นอกจากนี้ นักดำน้ำสวมเว็ทสูท โอกาสเป็นอันตรายน้อย เท่าที่มีรายงานผู้เสียชีวิตในประเทศไทย (นับจากปี 41 มากกว่า 10 ราย เท่าที่ทราบ ไม่เคยมีนักดำน้ำเสียชีวิต ทั้งหมดเป็นคนเล่นน้ำ)

5) หากโดนเฉียดๆ อาจบาดเจ็บ แต่ถ้าโดนอย่างจัง หนวดพันไปมาและแพ้พิษ มีโอกาสเสียชีวิต

6) ทางป้องกันคือใส่ชุดมิดชิดลงเล่นน้ำ นั่นก็เป็นไปได้ยากเหมือนกัน ในต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย มีชุด stinger suit สำหรับใส่เล่นน้ำ หนือมีจุดเล่นน้ำแบบมีตาข่ายกั้น ในเมืองที่ผมเคยอยู่ก็ต้องเล่นน้ำเฉพาะในที่กั้นครับ

7) หากโดนจะรู้ตัวทันที เพราะเหมือนโดนไฟฟ้าชอตหรือแส้ฟาด ให้ตะโกนบอกคนอื่นและขึ้นจากน้ำให้เร็วที่สุด อาการรุนแรงอาจเกิดภายใน 5-6 นาที

8) ใช้น้ำทะเลสาดหรือล้างบริเวณนั้นเพื่อกำจัดเศษหนวดที่อาจติดมา อย่าใช้มือแตะโดยเด็ดขาด อย่าใช้น้ำจืดล้าง เพราะน้ำจืดจะทำให้เข็มพิษทำงานมากขึ้น

9) ราดด้วยน้ำส้มสายชูปริมาณมาก และนำส่งแพทย์ให้เร็วที่สุด พร้อมบอกแพทย์ว่าโดนแมงกะพรุนกลุ่มนี้

หากผู้ป่วยมีอาการรุนแรง รีบนำส่งแพทย์เป็นอันดับแรก ควรแยกกันช่วย คนหนึ่งวิ่งไปหาถังมาตักน้ำทะเลสาด คนหนึ่งวิ่งเข้าครัวไปหาน้ำส้มสายชูมาเยอะๆ อีกคนรีบหารถและโทรหาแพทย์โดยด่วน ควรมีผู้ที่ปั๊มหัวใจเป็นอยู่ในรถด้วย

โดยปกติ หากผู้ป่วยรอดเกิน 10 นาที โอกาสเสียชีวิตมีน้อยมาก นี่เป็นสถิติจากออสเตรเลียครับ

10) หน่วยงานทางการแพทย์ในพื้นที่ชายฝั่ง โดยเฉพาะในอ่าวไทย ควรมีการอบรมเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยกรมทรัพยากรทางทะเล ควรเป็นหน่วยหลัก เพราะเมื่อดูจากสถิติร้ายแรงแล้ว เราเริ่มอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างมาก

11) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและหน่วยงานท้องถิ่น ควรพิจารณาการจัดทำแผ่นป้ายประชาสัมพันธ์และจัดเตรียมกล่องน้ำส้มสายชูสำหรับกรณีฉุกเฉินไว้ตามชายหาดแหล่งท่องเที่ยว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 14-09-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,794
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ผู้ว่าฯ อยุธยาเตือนเฝ้าระวัง เตรียมพร้อมรับมือพายุไต้ฝุ่นมังคุด


พระนครศรีอยุธยา - ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา เตือนทุกภาคส่วนเฝ้าระวังเตรียมพร้อมรับมือพายุไต้ฝุ่นมังคุด รวมถึงสถานการณ์ฝนตกหนักในช่วงนี้ หวั่นส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 ก.ย.) ที่ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือ เพื่อวางแนวทางในการป้องกันและรับมือสถานการณ์น้ำ หลังจากที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้เกิดน้ำขังในหลายพื้นที่ จึงหวั่นจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ กล่าวว่า จากการที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีฝนตกหนักต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้เกิดน้ำขังในหลายพื้นที่ ประกอบกับที่กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ของประเทศยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น รวมถึงอาจได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นมังคุด ดังนั้น จึงได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

โดยในส่วนของพื้นที่ตัวเมือง ได้ให้ท้องถิ่นเตรียมพร้อมในเรื่องการสูบน้ำ พร้อมกำชับให้เร่งระบายน้ำออกให้เร็วที่สุดเมื่อเกิดน้ำท่วมขัง ส่วนพื้นที่เกษตร ได้ย้ำให้เกษตรกรเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งในส่วนนี้คาดว่าจะทันต่อการรับมือพายุไต้ฝุ่นมังคุดได้ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมนั้น ได้สั่งการให้ลดระดับน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ลงอีกร้อยละ 10 ของพื้นที่จุน้ำ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจตกติดต่อกันหลายวันได้

?ในเรื่องของความสัมพันธ์ในการเดินน้ำออกนอกพื้นที่ เมื่อวันสองวันนี้ก็มีข่าวว่าจะมีน้ำเจิ่งนองนิดหน่อยในตัวนิคม แต่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรเสียหาย ประสิทธิภาพในการเดรนน้ำยังสมบูรณ์ เพียงแต่ว่าความสัมพันธ์อาจจะมีรอยต่อ ซึ่งจริงๆ ก่อนหน้านี้ เรามีประชุมไป 3 วันแล้ว ก็จะเห็นจิ๊กซอว์เล็กๆ ที่เป็นรอยต่อของการบริหารจัดการน้ำแต่ละประตู ขณะนี้ได้หารือแล้ว ชลประทานก็ได้ช่วยดูแลแต่ละประตูให้มีความพร้อมการระบายน้ำ ก็คิดว่าต้องให้เสียหายน้อยที่สุด?

นายสุจินต์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของพื้นที่ลุ่มต่ำนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถป้องกันได้อย่างถาวร อย่างไรก็ตาม ได้ให้ทางชลประทานเตรียมพร้อมพื้นที่ในเรื่องของทุ่งรับน้ำทั้ง 7 แห่ง ซึ่งสามารถรองรับปริมาณน้ำได้กว่า 1 พันล้านลูกบาศก์เมตร หากมีปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างฉับพลัน จะให้ระบายน้ำเข้าทุ่งได้ทันที





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:16


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger