เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงอากาศเย็นในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

อนึ่ง สำหรับในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 12 - 13 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง

ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 16 พ.ย. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส และมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร หลังจากนั้น บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า

อนึ่ง พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) "นากรี" บริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง คาดว่า จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ทำให้ในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 62 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 14 - 17 พ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 13-15 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562

ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส เซลเซียส โดยมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 13-20 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภู มีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 7-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (93.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (224.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (100.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


2 รัฐออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉิน ไฟป่าเข้าขั้นหายนะจ่อเล่นงานซิดนีย์

2 รัฐในออสเตรเลียประกาศภาวะฉุกเฉิน ขณะที่สำนักงานดับเพลิงประกาศเตือนภัยขั้นสูงสุดในหลายพื้นที่รอบนครซิดนีย์



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐควีนส์แลนด์ในภาคตะวันออกของออสเตรเลีย ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้ว หลังจากเกิดไฟป่าเผาผลาญพื้นที่กว่า 120 จุด ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย ขณะที่พยากรณ์อากาศคาดว่า ไฟป่าจะส่งผลกระทบรุนแรงยิ่งกว่าเดิมในพื้นที่โดยรอบนครซิดนีย์ ในวันอังคารนี้

ทั้งนี้ สถานการณ์ในวันจันทร์ที่ 11 พ.ย. 2562 ทางการรัฐนิวเซาท์เวลส์ ตามรอยรัฐควีนส์แลนด์ ด้วยการประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับเหตุไฟป่า ซึ่งจะเป็นการมอบอำนาจหลายอย่างให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิง รวมถึงการควบคุมหน่วยงานของรัฐบาล หลังจากไฟป่าเผาพื้นที่ไปแล้ว 970,000 เฮคตาร์ (9,700 ตร.กม.)

นอกจากนี้ สำนักงานดับเพลิงยังประกาศเตือนภัยระดับ ?หายนะ? ซึ่งเป็นขั้นสูงสุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มใช้ระบบเตือนภัยแบบใหม่เมื่อ 10 ปีก่อน โดยเตือนภัยในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคซิดนีย์ รวมทั้งทางเหนือและใต้ของเมืองแห่งนี้ด้วย

ท้องฟ้าในนิวซีแลนด์เปลี่ยนสีเพราะผลกระทบจากไฟป่าที่ออสเตรเลีย
ขณะที่พยากรณ์อากาศคาดว่าในวันอังคารนี้ อุณหภูมิในภูมิภาคดังกล่าวจะพุ่งสูงถึง 37 องศาเซลเซียส และคาดว่าสถานการณ์ไฟป่าจะเลวร้ายกว่าในวันศุกร์ที่ 8 พ.ย. ซึ่งไฟเริ่มเผาไหม้ในภาคตะวันออกของออสเตรเลียเสียอีก

อนึ่ง เหตุไฟป่าในออสเตรเลียยังส่งผลให้เกิดควันไฟและฝุ่นจำนวนมากลายข้ามทะเลแทสมัน ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างนิวซีแลนด์ ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเลยทีเดียว


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1702331

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ฮือฮา! พบ "หอยมรกต" หนึ่งเดียวในโลก เติบโตได้ดี หลังปิดเกาะตาชัยกว่า 3 ปี


หอยมรกต เติบโตได้ดีหลังปิดเกาะตาชัยกว่า 3 ปี (ภาพ : เพจ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน)

อส. เผยพบสัตว์หายาก หอยมรกต หนึ่งเดียวในโลก เติบโตได้ดีบนเกาะตาชัย คาดอาจมาจากการปิดการท่องเที่ยวบนเกาะตาชัยเพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัว โดยวันนี้เกาะตาชัยยังไม่มีกำหนดเปิดการท่องเที่ยวบนเกาะ แต่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปทำกิจกรรมดำน้ำลึกบริเวณรอบเกาะได้ตามปกติ

เพจ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน - Mu Ko Similan National park" ของ "กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช" (อส.) เผยภาพ ?หอยมรกต? สัตว์หายากที่พบเพียงหนึ่งเดียวในโลกบนเกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน โดยข้อความบางส่วนจากโพสต์ของเพจดังกล่าวระบุว่า

...วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 เวลาประมาณ 19:00น. เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันทำการออกค้นหาหอยมรกตที่หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ สล.3 (เกาะตาชัย) ได้พบหอยมรกตตัวเต็มวัย ขนาดประมาณ 4-5 เซ็นติเมตร จำนวน 5 ตัว ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เป็นตัวบ่งชี้ได้เป็นอย่างดีว่าหอยมรกตมีการขยายพันธุ์และเติบโตได้ดีบนเกาะตาชัย แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศบนเกาะ ซึ่งอาจมีผลส่วนหนึ่งมาจากการปิดการท่องเที่ยวบนเกาะตาชัยเมื่อ 3 ปีที่แล้ว จึงทำให้ทรัพยากรมีการฟื้นตัวและกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งนี้ปัจจุบันเกาะตาชัยยังไม่มีกำหนดเปิดการท่องเที่ยวบนเกาะ แต่นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้ามาทำกิจกรรมดำน้ำลึกบริเวณรอบเกาะได้ตามปกติ...

สำหรับ "หอยมรกต" เป็นหอยสปีชีส์ใหม่ คือ แอมฟิโดรมัส แอตริคาโลสซัส คลาสซิอาเรียส (Amphidromus atricalossus classiarius) ซึ่งเป็นสปีชีส์ย่อยของหอยสปีชีส์ แอมฟิโดรมัส แอตริคาโลสซัส (Amphidromus atricalossus) ที่พบบนแผ่นดินใหญ่

ชื่อหอยมรกต ได้รับพระราชทานนามจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปัจจุบันหอยชนิดนี้พบได้ที่เกาะตาชัย ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันเท่านั้น

หอยมรกต วิวัฒนาการมาจาก จากสปีชีส์ดั่งเดิม คือ หอยทากแอมฟิโดรมัส อาลติคัลโลซัส (Amphidromus atricallosus) ที่มีเปลือกเวียนทั้งซ้ายและขวา เพื่อเอาตัวรอดจากสภาพแวดล้อมที่มีอาหารจำกัด หอยมรกตจึงมีการปรับตัวให้มีขนาดเล็กลง มีฟันเปลี่ยนไป มีอวัยวะเพศหดสั้นลงจนไม่สามารถสืบพันธุ์กับชนิดดั่งเดิมได้ และมีเปลือกเวียนซ้ายเพื่อเอาตัวรอดจากนักล่าอย่างงูกินทาก จนเกิดเป็นสปีชีส์ใหม่อย่างสมบูรณ์ (Speciation)


สีสันและขนาดของหอยมรกต (ภาพ : เพจ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน)

ทั้งนี้ ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านหอยมรกตของไทย ได้เคยให้ข้อมูลเกี่ยวกับหอยดังกล่าว กับ MGR Online ว่า

"ประชากรของหอยมรกต มีเปลือกเวียนซ้ายทั้งหมด ในขณะที่สปีชีส์เดิม มีทั้งเวียนขวาและเวียนซ้าย และยังมีขนาดเล็กกว่าสปีชีส์เดิมด้วย เมื่อศึกษาอวัยวะภายในก็พบว่ามีอวัยวะสืบพันธุ์สั้นลงและมีรายละเอียดต่างกัน จึงทำให้ไม่สามารถผสมพันธุ์กับสปีชีส์เดิมได้อีกต่อไป และฟันของหอยมรกตก็แตกต่างไปจากสปีชีส์เดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหอยมรกต เริ่มมีวิวัฒนาการแยกออกจากสปีชีส์เดิม"

ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หอยต้นไม้หรือหอยทากในสกุล แอมฟิโดรมัส (Amphidromus) มีเปลือกสวยงาม และพบเฉพาะในป่าแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น จึงได้รับสมญานามว่า "อัญมณีแห่งป่า" (Gems of the forest) ซึ่งหอยทากในสกุลนี้ มีอยู่ประมาณ 80 ชนิด ทั่วโลก โดยพบในประเทศไทยถึง 1 ใน 4 และจากการศึกษาวิจัยพบว่าหอยสกุลนี้มีมาตั้งเกือบ 35 ล้านปีมาแล้ว

"หอยทากสกุลนี้น่าสนใจมาก เพราะแม้อยู่ในสปีชีส์เดียวกัน ประชากรกลุ่มเดียวกัน แต่ก็มีความหลากหลายและแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งสี และการเวียนของเปลือกหอย โดยมีทั้งเวียนซ้ายและเวียนขวาอยู่ร่วมกัน ซึ่งเป็นลักษณะที่ถูกกำหนดโดยพันธุกรรม และเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้หอยชนิดนี้อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากความแตกต่างนี้ทำให้หอยบางส่วน สามารถรอดชีวิตจากผู้ล่าบางชนิดในบางพื้นที่ได้ และขยายพันธุ์ได้ต่อไป" ศ.ดร.สมศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ศ.ดร.สมศักดิ์ยังได้ยกตัวอย่างว่า งูบางชนิดเลือกกินเฉพาะหอยทากเวียนขวา ทั้งนี้เป็นเพราะความถี่ของซี่ฟันข้างขวามากกว่าข้างซ้าย จึงทำให้หอยทากเวียนซ้าย มีโอกาสรอดมากกว่า ส่วนในพื้นที่ที่ผู้ล่าถนัดล่าหอยเวียนซ้าย ก็จะทำให้มีประชากรหอยเวียนขวาอยู่มากว่าเช่นกัน


เกาะตาชัย แหล่งท่องเที่ยวน้องใหม่มาแรงจนได้รับการยกให้เป็นดังสวรรค์แห่งใหม่ในอันดามัน

สำหรับเกาะตาชัย ถิ่นที่อยู่อาศัยของหอยมรกต สัตว์หายากหนึ่งเดียวในโลกนั้น เป็นเกาะในน่านน้ำทะเลพังงา ตั้งอยู่ระหว่างหมู่เกาะสิมิลันกับหมู่เกาะสุรินทร์ ในปี พ.ศ. 2541 ห่างจากชายฝั่งจังหวัดพังงาประมาณ 70 กิโลเมตร

เกาะตาชัยถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของ "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน" จ.พังงา โดยจากบนฝั่งเกาะตาชัยสามารถเดินทางไปได้ทั้งจากจังหวัดพังงาและภูเก็ต ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชม.

แม้จะเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่เพียง 12 ตร.กม. และมีชายหาดเพียงแห่งเดียวอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเกาะยาวประมาณ 700 ม.(คนท้องถิ่นเรียกกันว่า "หาดหน้าเกาะ") แต่หลังจากที่เกาะตาชัยเปิดตัวให้โลกรับรู้ ในฐานะเกาะท่องเที่ยวน้องใหม่มาแรง จนได้ชื่อว่าเป็น "สวรรค์แห่งใหม่ของอันดามัน" ในเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา

หลังจากนั้นไม่นานเกาะตาชัยโด่งดังเพียงชั่วข้ามคืนกับสภาพธรรมชาติอันสวยงามของเกาะแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น แนวหาดทรายยาวขาวสะอาดและมีความละเอียดดุจแป้ง น้ำทะเลที่สวยใสราวกระจก ที่มีโลกใต้ทะเลอันสวยงามทั้งแนวปะการังและปลาหลากหลายชนิด สามารถเล่นน้ำ ดำน้ำตื้น รวมไปถึงสามารถดำน้ำลึกได้ที่บริเวณกองหินใต้น้ำใกล้หัวแหลมทางด้านใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นจุดที่นักดำน้ำมีโอกาสจะพบเห็นฉลามวาฬและปลากระเบนราหูได้มากที่สุดจุดหนึ่งของทะเลไทยฝั่งอันดามัน

นอกจากนี้บนเกาะตาชัยยังมีจุดชมวิวหลังเกาะที่สวยงาม มีพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นอย่าง สาหร่ายใบมะกรูด ปูเสฉวนยักษ์ ปูไก่ และ "หอยมรกต" หนึ่งเดียวในโลกที่พบเพียงแห่งเดียวบนเกาะตาชัยเท่านั้น


ปูไก่ ดาวดังแห่งเกาะตาชัยที่ถูกนักท่องเที่ยวรุกรานจนหายไปจำนวนมาก

อย่างไรก็ดีจากความสวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ทำให้เกาะตาชัยเติบโตแบบก้าวกระโดด มีนักท่องเที่ยวเดินทางขึ้นไปเที่ยวบนเกาะเป็นจำนวนมากจนยากที่จะควบคุม แถมผู้ประกอบเห็นแก่ตัวการบางรายก็ฉวยโอกาสนี้กอบโกยรายได้ นำนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวบนเกาะตาชัยจนล้นทะลักเกินกว่าศักยภาพที่เกาะตาชัยจะรับได้

ส่งผลเกาะตาชัยเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็น ปัญหาขยะ ทรัพยากรรธรรมชาติถูกทำลาย โดยเฉพาะแนวปะการังหน้าเกาะ ทั้งจากน้ำมันเรือ การทิ้งสมอเรือจากเรือจำนวนมากที่ไปทำให้ปะการังเสียหาย และ ปูไก่ ที่ถูกนักท่องเที่ยวบางชาติไปไล่จับปูมาถ่ายรูป รุกล้ำถิ่นที่อยู่อาศัยของปูไก่ รวมถึงทำให้ปูไก่ต้องบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก

ปัญหาต่าง ๆ ดังกล่าว ถูกนำมาตีแผ่เป็นข่าวใหญ่โตเมื่อช่วงต้นปี 2558 จนปรากฏเป็นข่าวโด่งดัง โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ ส่งผลกระเทือนต่อผู้ที่เกี่ยวข้องต่อการท่องเที่ยวบนเกาะตาชัย ทำให้ต้องมีการมาพูดคุยปัญหาสร้างข้อตกลงกันใหม่ ระหว่างอุทยานฯกับผู้ประกอบการ อันนำมาสู่มาตรการการแก้ปัญหา(เบื้องต้น) ของเกาะตาชัยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปี 2559 ด้วยการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ทางอุทยานฯออกมา จะไม่สามารถเยียวยาปัญหาผลกระทบต่างๆบนเกาะตาชัยได้ จนมีผลการวิจัยจากหลายที่ ชี้ชัดถึงความเสื่อมโทรมของแนวปะการังชายฝั่งรอบเกาะตาชัยขยายวงอย่างรวดเร็ว ทำให้สุดท้ายทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ต้องออกมาตรการเข้มด้วยการปิดเกาะตาชัย (ตั้งแต่ 15 พ.ค. 59) เพื่อให้ธรรมชาติบนเกาะพักฟื้น ซึ่งปัจจุบันเกาะตาชัยยังไม่มีกำหนดเปิดการท่องเที่ยวบนเกาะ แต่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปทำกิจกรรมดำน้ำลึกบริเวณรอบเกาะได้ตามปกติ

ทั้งนี้ผลจากการปิดเกาะตาชัยมากว่า 3 ปี นอกจากจะทำให้ธรรมชาติบนเกาะฟื้นตัวแล้ว ยังมีการค้นพบ หอยมรกต หนึ่งเดียวในโลก เติบโตได้ดีบนเกาะตาชัย ถือเป็นอีกหนึ่งผลพวงของการปิดเกาะ ซึ่งอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจผู้ประกอบการบางราย แต่กลับเป็นที่ถูกใจของประชาชนคนส่วนใหญ่


https://mgronline.com/travel/detail/9620000108110

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ปลากระเบนหนัก 108 กก.ติดเบ็ดพรานทะเลชาวสตูล หวังปล่อยคืนทะเลแต่ปลาน็อกตาย

สตูล - พรานทะเลชาวสตูล ตก "ปลากระเบน" หนัก 108 กก. หลังดึงเบ็ดสู้กว่า 4 ชั่วโมง จึงรู้ว่าเป็นกระเบนยักษ์ พยายามดึงขึ้นเรือหวังปล่อย แต่ปลาน็อกตาย ลากเข้าฝั่งนำขายแพปลา



วันนี้ (11 พ.ย.) นายสายัน ทำสวน อายุ 54 ปี หนึ่งในกลุ่มนักตกปลาในทะเล หรือเรียกว่าพรานทะเล ด้วยเรือประมงพื้นบ้าน พร้อมเพื่อนได้นำปลากระเบนหนักกว่า 108 กิโลกรัม มาขึ้นฝั่งที่แพรับซื้อปลา โดยวัดความยาวจากหัวจดปลายหางได้ 2.67 เมตร กว้าง 1.57 เมตร

นายสายัน กล่าวว่า ได้นำเรือออกตกปลาตามปกติบริเวณทะเลแถวเกาะลิดี ในพื้นที่ ต.ละงู อ.ละงู โดยใช้เหยื่อหมึกสดเกี่ยวตัวเบ็ดหย่อนลงไประดับน้ำที่ตกมีความลึกประมาณ 10 เมตร สักระยะหนึ่งก็มีปลามากินเบ็ด ดึงเบ็ดสู้อยู่กับเกือบ 4 ชั่วโมง จนเห็นเป็นปลากระเบนตัวใหญ่ลอยขึ้นมาอยู่ข้างเรือ โดยตนและเพื่อนพยายามดึงขึ้นเรือเพื่อที่จะแกะเบ็ดปลากระเบนออก เพื่อปล่อยคืนสู่ท้องทะเล

"ตลอดชีวิตที่ตกปลามาไม่เคยตกปลาได้ตัวใหญ่และใช้เวลาสู้กับปลานานขนาดนี้ ใจจริงแล้วไม่อยากได้ปลาตัวนี้สักเท่าไหร่ เพราะนึกเสียดายว่าปลาตัวนี้ต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะเจริญเติบโตได้ขนาดนี้ ผมต้องการจะช่วยเพื่อปล่อยคืนสู่ท้องทะเล แต่เพราะการสู้ดึงกับปลากระเบนครั้งนี้ใช้เวลานานจนเกินไปจนทำให้ปลาตกใจ น็อกตาย"

นายสายัน กล่าวว่า ตนและเพื่อนก็ไม่สามารถนำปลากระเบนดังกล่าวขึ้นเรือได้เพราะน้ำหนักที่มาก จึงตัดสินใจลากเข้าเกยหาดทรายใกล้เกาะ แล้วจึงนำกลับมาขึ้นฝั่งที่แพรับซื้อปลาบ้านบุโบย ต.แหลมสน อ.ละงู โดยชาวบ้านช่วยกันหามปลากระเบนยักษ์ขึ้นจากน้ำทะเลและดูกฎหมายว่าผิดไหม หากไม่ผิดกฎหมายก็จะนำไปขายต่อตามตลาดปลาต่อไป


https://mgronline.com/south/detail/9620000108037
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 17:07


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger