เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 20-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคใต้ และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ยังคงมีปริมาณฝนน้อย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2562


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 19 - 20 ก.ค. 62 ภาคใต้และภาคตะวันออก มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีฝนน้อย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 21 - 25 ก.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกของประเทศ ส่วนภาคใต้และภาคตะวันออกจะมีปริมาณฝนลดลง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2 ? 3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 19 ? 20 ก.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน เดินเรือด้วยความระมัดระวัง ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ก.ค. 62

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (95.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (107.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 20-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศคุกคามแหล่งโบราณคดี



การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เพียงเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยต่อสถานที่แหล่งประวัติศาสตร์ เนื่องจากภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่มรดกโลก และซากโบราณคดีหลายแห่ง ซึ่งแห่งหนึ่งที่นักวิจัยกังวลก็คือแหล่งโบราณคดีในเขตอาร์กติก

มีรายงานวิจัยในวารสารเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ (Scientific Reports) ของทีมวิจัยจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติในเดนมาร์ก เผยว่า ในยุโรปมีแหล่งโบราณคดีมากกว่า 180,000 แห่ง และบางแห่งมีอายุย้อนหลังไปหลายพันปี โดยซากและสิ่งของโบราณเหล่านี้ได้รับการปกป้องจากลักษณะของดิน นักวิจัยอธิบายว่าอัตราการย่อยสลายถูกควบคุมโดยตรงจากอุณหภูมิดินและปริมาณความชื้น ดังนั้น อุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงของการตกตะกอนในช่วงฤดูหนาวที่หนาวจัด จะนำไปสู่การสูญเสียองค์ประกอบอินทรีย์ที่สำคัญ เช่น ซากไม้เก่าแก่ ซากโครงกระดูก รวมถึงดีเอ็นเอโบราณ

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 นักวิจัยได้ตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ 7 แห่งรอบเมืองนุก ที่เป็นเมืองหลวงใหญ่ของกรีนแลนด์ในเขตอาร์กติก การวิจัยชี้ว่าจุลินทรีย์อาจเร่งการสูญเสียชั้นดินแข็งถาวร (permafrost) ในกรีนแลนด์ และยังทำนายว่าหากอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 2.6 องศาเซลเซียส ก็จะทำให้อุณหภูมิดินสูงขึ้น เป็นไปได้ว่า 30-70% ของส่วนที่เป็นแหล่งกำเนิดอินทรีย์คาร์บอนก็อาจหายไปภายใน 80 ปีข้างหน้า.


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1617918


*********************************************************************************************************************************************************


เผยผลวิจัย ภาวะโลกร้อน กระทบประวัติศาสตร์ที่กรีนแลนด์



ผลการศึกษาวิจัย พบภาวะโลกร้อน ใช่แต่เพียงจะเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศที่กรีนแลนด์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อโบราณสถานทางประวัติศาสตร์บนเกาะกรีนแลนด์ ดินแดนเหนือสุดของโลกแห่งนี้ด้วย

เมื่อ 19 ก.ค.62 สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานผลการศึกษาค้นคว้าที่ตีพิมพ์ลงในวารสารวิทยาศาสตร์ ?เนเจอร์? พบว่า สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงโลกที่กรีนแลนด์ ดินแดนทางเหนือสุดของโลก ซึ่งเป็นเกาะในมหาสมุทรอาร์กติก ไม่เพียงแต่เป็นอันตรายกับระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังเป็นภัยคุกคามต่อประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อโบราณสถานที่ยังคงอยู่กว่า 180,000 แห่งทั่วกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก โดยโบราณสถานบางแห่ง อายุเก่าแก่หลายพันปี

ก่อนหน้านี้ โบราณสถานต่างๆ จะมีลักษณะของดินช่วยดูแลปกป้อง แต่เพราะคุณภาพดินลดด้อยลงจากสภาพอากาศ อุณหภูมิ และความชื้น ส่งผลให้เกิดความสูญเสียองค์ประกอบสำคัญของสารอินทรีย์ เช่น ไม้โบราณ กระดูกและพันธุกรรม หรือดีเอ็นเอเก่าแก่ นอกจากนี้ องค์ประกอบอินทรีย์วัตถุ เช่น ผม ขนนก เปลือกหอย และร่องรอยสิ่งมีชีวิต บางแห่งพบว่ามีีความเสียหาย โดยตั้งบนพื้นฐานสภาพอากาศอุ่นขึ้นที่แตกต่างกัน

คาดว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอาจเพิ่มสูงสุด 2.6 องศาเซลเซียส จนนำไปสู่อุณหภูมิดินร้อนขึ้น ช่วงฤดูหิมะละลายยาวนานขึ้น และเชื้อโรคก่อตัวภายในชั้นวัตถุอินทรีย์มากขึ้น ผลการค้นพบว่าแสดงให้เห็นว่า 30-70 % ของอินทรีย์คาร์บอน (OC) ทางโบราณคดีอาจจะหายไปภายในอีก 80 ข้างหน้าได้ นั่นหมายถึง โบราณสถานที่ยังอยู่ ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นอยู่บรรพบุรุษที่อาศัยกลุ่มแรกของกรีนแลนด์ตั้งแต่ช่วงราวก่อนคริสตจักร 2,500 ตกอยู่ภาวะอันตราย


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1618671

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 20-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


เปิดรายงานใหม่ของกรีนพีซ "เหมืองแร่ใต้ทะเล" ภัยคุกคามใหม่ของมหาสมุทร



ปัจจุบัน มหาสมุทรต้องเผชิญภัยคุกคามที่อันตรายและเสี่ยงต่อการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพนานับประการ เว้นเสียแต่ว่าเราจะกำหนดมาตรการปกป้องผืนน้ำสีฟ้านี้อย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จากรายงานล่าสุด "ลึกลงไปใต้มหาสมุทร" (In Deep Water) ของกรีนพีซ ระบุชัดเจน ถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นใหม่กับมหาสมุทรจากการทำอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในทะเลลึก ซึ่งอาจส่งผลให้สัตว์น้ำพิเศษเฉพาะถิ่นต้องสูญพันธุ์ไป รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ร่วมสนับสนุน สนธิสัญญาทะเลหลวง (Global Ocean Treaty) ในที่ประชุมสหประชาชาติ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรในท้องทะเล

ลุยซา แคสสัน ผู้ประสานงานรณรงค์ปกป้องมหาสมุทร ของกรีนพีซ กล่าวว่า "สุขภาพของมหาสมุทรเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับการอยู่รอดของมนุษย์ การทำเหมืองในทะเลลึกอาจส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลรวมถึงมนุษยชาติ เพราะทะเลน้ำลึกเป็นระบบนิเวศที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ที่มีลักษณะพิเศษที่เรายังไม่เคยศึกษา แต่อุตสาหกรรมการทำเหมืองสามารถทำลายสิ่งมหัศจรรย์เหล่านี้ให้หายไปได้ในพริบตา ก่อนที่เราจะมีโอกาสได้ศึกษาและความทำความรู้จักกับมัน" ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาระบบนิเวศใต้ท้องทะเลลึกได้เพียง 0.0001% เท่านั้น

ในรายงานของกรีนพีซ อ้างอิงถึงความคิดเห็นของนักวิทยาศาสตร์ ภาครัฐ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และตัวแทนของอุตสาหกรรมการประมง ซึ่งหวั่นเกรงต่อผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศในท้องทะเล จากการใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในการทำเหมือง รวมถึงมลพิษที่จะปนเปื้อนลงไปในมหาสมุทร รายงานยังอธิบายถึงผลกระทบของการทำเหมืองในทะเลลึก ต่อวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะจะไปรบกวน บลูคาร์บอน (Blue Carbon) ซึ่งเป็นกระบวนการที่คาร์บอนไดออกไซด์ถูกดูดซับโดยมหาสมุทร ซึ่งมหาสมุทรสามารถช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าต้นไม้ถึง 4 เท่า เนื่องจากมหาสมุทรสามารถดึงคาร์บอนลงไปเก็บไว้ใต้ทะเลลึกได้มากกว่า

แม้ว่า การทำเหมืองในทะเลลึกเชิงพาณิชย์อาจจะยังไม่เริ่มขึ้น แต่ก็มีการออกใบอนุญาตสำรวจ จำนวน 29 ฉบับให้กับประเทศต่าง ๆ เช่น ประเทศจีน เกาหลี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนีและรัสเซีย ซึ่งต่างอ้างสิทธิในพื้นที่ขนาดใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก มหาสมุทรแอตแลนติก และอินเดีย รวมกันกว่า 1 ล้านกิโลเมตร หรือคิดเป็นเกือบสองเท่าของประเทศสเปน ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัท Lockheed Martin ซึ่งเป็นบริษัทด้านอากาศยาน อวกาศ และการป้องกันประเทศรายใหญ่ของโลกสัญชาติอเมริกา ได้รับใบอนุญาตสำรวจความเป็นไปได้ในการทำเหมืองแร่ใต้ทะเลสองแห่งจากสหราชอาณาจักร

รายงานฉบับนี้ยังเน้นย้ำถึง ความอ่อนแอของการกำกับดูแลมหาสมุทรที่ไม่เป็นระบบในปัจจุบันขององค์กรพื้นดินท้องทะเลระหว่างประเทศ (International Seabed Authority: ISA) ซึ่งอยู่ภายใต้องค์กรสหประชาชาติ โดยมีหน้าทรับผิดชอบกำกับดูแลอุตสาหกรรมการทำเหมืองทะเลน้ำลึก

"บทบาทขององค์กรพื้นดินท้องทะเลระหว่างประเทศ หรือ ISA นั้นยังไม่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ด้านการปกป้องมหาสมุทร เนื่องจากไปส่งเสริมผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในทะเลลึกและการต่อต้านสนธิสัญญาทะเลหลวง" ลุยซา แคสสันกล่าว

"เป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลจะต้องเห็นชอบกับสนธิสัญญาทะเลหลวง เพื่อปูทางที่มั่นคงไปสู่การสร้างเครือข่ายเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลที่จะปราศจากการแสวงหาผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมทุกรูปแบบรวมถึงการทำเหมืองในทะเลลึก นอกจากนี้ยังจำเป็นต้องกำหนดและบังคับใช้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับกิจกรรมที่เกิดขึ้นนอกเขตคุ้มครองเช่นกัน" ลุยซากล่าว

รายงาน "ลึกลงไปใต้มหาสมุทร" (In Deep Water) ตีพิมพ์ในช่วงเวลาเดียวกับที่ เรือเอสเพอรันซา ของกรีนพีซ กำลังเดินทางไปกลางมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อทำการศึกษาในพื้นที่ที่เรียกว่า "ลอส ซิตี้" (Lost City) โดยที่แห่งนี้มีลักษณะพิเศษคือ เป็นปล่องระบายน้ำพุร้อนซึ่งสร้างอยู่เหนือพื้นทะเล และอาจมีความเชื่อมโยงกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตในโลก แม้องค์การยูเนสโก จะประกาศรับรองให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกแล้วก็ตาม แต่สถานที่แห่งนี้กลับตกอยู่ภายใต้การคุกคาม หลังจากถูกรวมอยู่ในส่วนหนึ่งของแผนการสำรวจความเป็นไปได้ในการทำเหมืองแร่ในทะเลลึก ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กร ISA ที่ให้รัฐบาลโปแลนด์เข้าไปสำรวจได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา


https://www.greenpeace.org/thailand/...press-release/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 20-07-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


ไทยติดโผ 'ขยะพลาสติก' ตกค้างอันดับ 6 ของโลก



ขยะพลาสติก เป็นเรื่องที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญและยกเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ประเทศไทยมีขยะมากถึง 27 ล้านตันต่อปี ในจำนวนนี้เป็นขยะพลาสติกมากถึง 2 ล้านตัน ส่งผลทำให้การจัดอันดับล่าสุด ไทยติดโผประเทศที่มีขยะพลาสติกสะสมมากเป็นอันดับ 6 ของโลก

รัฐบาลจึงหยิบยกปัญหาขยะพลาสติกเป็นวาระเเห่งชาติ ภายใต้โรดเเมปที่มีทั้งเเผนระยะสั้นระยะยาว

เเต่จะสำเร็จหรือทำให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงเป็นรูปธรรมได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่คนไทยทุกภาคส่วนต้องตื่นตัวเเละขับเคลื่อนนโยบายนี้ไปพร้อมๆ กัน


https://greennews.agency/?p=19242


*********************************************************************************************************************************************************


"ก้นบุหรี่" ขยะวายร้ายตัวจิ๋วแห่งท้องทะเลไทย



เหรียญย่อมมีสองด้านฉันใด ท้องทะเลไทยก็ย่อมมีสองด้านฉันนั้น ?

ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีชายหาดสวยงามที่สุดเป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยจอร์เจีย เมื่อปี 2558 ระบุว่า ไทยถูกจัดให้อยู่ลำดับที่ 6 ของประเทศที่ทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดในโลกเช่นกัน

ท่ามกลางจำนวนขยะมหาศาลเหล่านั้น "ก้นกรองบุหรี่" ถือว่าเป็นหนึ่งในขยะที่สร้างความเสียหายให้แก่ท้องทะเลไทยอย่างแสนสาหัส

ใครจะเชื่อว่า บุหรี่ นอกจากจะมีผลร้ายต่อสุขภาพ ยังมีสามารถทำลายสิ่งแวดล้อมได้อย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง

ติดตามได้จากสารคดีเรื่อง "ก้นบุหรี่" ขยะวายร้ายตัวจิ๋วแห่งท้องทะเลไทย


https://greennews.agency/?p=19200

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:09


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger