เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 16-04-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,879
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 16 เมษายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออกจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ ซึ่งมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่า และลูกเห็บตกบางพื้นที่ สำหรับภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันนี้ (16 เม.ย 61) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 16-18 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 19-21 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อน โดยฝนฟ้าคะนองลดลง สำหรับภาคใต้จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 17-19 เม.ย. ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 16-18 เม.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย ส่วนเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย และในช่วงวันที่ 17-19 เม.ย. ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 16-18 เมษายน 2561)" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 16 เมษายน 2561

บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก จะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในวันนี้ (16 เมษายน 2561) จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยมีผลกระทบดังนี้


ในช่วงวันที่ 16-17 เมษายน 2561

ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร ตาก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด


ในวันที่ 18 เมษายน 2561

ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก

ภาคกลาง : จังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว คาดว่าจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนในวันนี้ (16 เมษายน 2561) ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ทำให้บริเวณดังกล่าวจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่

สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 17-19 เมษายน 2561 ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (90.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (102.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (85.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 16-04-2018 เมื่อ 04:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 16-04-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,879
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ทีมอนุรักษ์ช่วย 2 เต่ากระป่วย-บาดเจ็บ คลื่นซัดมาเกยหาดเกาะหมาก



เครือข่ายอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ที่เกาะหมากช่วยเต่ากระขนาดใหญ่ถูกคลื่นซัดมาเกยตื้นคาดป่วยกหนัก ขณะที่ตัวเล็กอีกตัวติดอวนบาดเจ็บใบพายข้างซ้ายหน้าขาด ก่อนจะช่วยส่งไปรักษาต่อ...

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.61 ด.ต.ศราวุธ บรรพต เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ส.ทท.6 (ตราด) ที่ดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่ ต.เกาะหมาก อ.เกาะกูด จ.ตราด เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจาก เครือข่ายในพื้นที่ ต.เกาะหมากได้พบเต่ากระขนาดใหญ่ มีสภาพได้รับบาดเจ็บ ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยที่บริเวณชายหาด อ่าวมะกะธานี 1 ตัว หลังจากได้รับแจ้งก็เดินทางไปตรวจสอบทันทีร่วมกับเครือข่ายอนุรักษ์ เมื่อไปถึงพบเต่ากระตัวขนาดใหญ่อยู่บนชายหาด มีขนาดความยาวของกระดอง 90 ซม.ความกว้างของกระดอง 65 ซม. น้ำหนักประมาณ 60 กก. อายุประมาณ 10 ปี มีอาการคล้ายๆกับอ่อนเพลีย ไม่อยากจะเคลื่อนไหว โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติพากันมายืนมุงดูด้วยความสนใจ

และในเวลาใกล้เคียงกันนั้น ก็ได้รับแจ้งว่ามีผู้พบ เต่าติดอวนถูกคลื่นซัดมาเกยที่ชายหาดใกล้เกาะหมากรีสอร์ตอีก 1 ตัว เมื่อไปตรวจสอบสอบพบว่า เป็นเต่ากระตัวไม่ใหญ่มากนัก อายุประมาณ 5-6 ปี ขนาดความยาวของกระดอง 40 ซม.ความกว้างของกระดอง 25 ซม. น้ำหนักประมาณ 40 กก.มีสภาพได้รับบาดเจ็บใบพายข้างซ้ายขาด ทางเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่เป็นเครือข่ายอนุรักษ์พนักงานรีสอร์ตได้ช่วยกัน เคลื่อนย้ายเต่ากระที่บาดเจ็บที่พบบนชายหาดทั้ง 2 ตัวดังกล่าว ไปอนุบาลไว้ในถังพลาสติก เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ และรับไปทำการรักษา

ด.ต.ศราวุธ บรรพต กล่าวว่า เต่ากระ เป็นสัตว์อนุรักษ์ จัดอยู่ในประเภทสัตว์ทะเลหายาก ซึ่งชาวเกาะหมากจะร่วมมือกันกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรณรงค์ให้มีการอนุรักษ์ไว้ เนื่องจากในปัจจุบันกำลังใกล้จะสูญพันธุ์ ในเบื้องต้นทางเครือข่ายในพื้นที่ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 4 จ.ตราด เดินทางมานำเต่ากระที่บาดเจ็บทั้ง 2 ตัวดังกล่าวไปแล้ว เพื่อส่งต่อไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ระยอง) ทำการรักษา และหาสาเหตุของการบาดเจ็บของเต่ากระตัวใหญ่ต่อไป.


https://www.thairath.co.th/content/1257082

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 16-04-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,879
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


"ญี่ปุ่น" เฮ! ค้นพบขุมทรัพย์ แร่ธาตุหายากใต้ทะลลึก

ญี่ปุ่นเผยการค้นพบแหล่งแร่ธาตุหายากปริมาณมหาศาล ใต้ทะเลใกล้เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก จุดความหวังประเทศเศรษฐกิจอันดับ 2 ของเอเชียจะสามารถลดการพึ่งพาแร่ธาตุจากจีนได้



สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 15 เม.ย. ว่า ผลการศึกษาของทางการญี่ปุ่น ตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เผยว่า คณะนักสำรวจของญี่ปุ่น ประกอบด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ร่วมกับภาคเอกชนและเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ค้นพบแหล่งแร่ธาตุหายาก ในชั้นโคลนใต้ทะเล ใกล้ดับเกาะมินามิโตะริ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากกรุงโตเกียวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 1,950 กม. จากการประเมินมีปริมาณแร่ธาตุหายากรวมกันประมาณ 16 ล้านตัน มากเพียงพอป้อนความต้องการของทั่วโลกได้ "กึ่งไม่มีที่สิ้นสุด" สามารถขุดขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้ "หลายร้อยปี"

แต่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญกล่าวเตือนว่า การขุดแร่ธาตุหายากเหล่านี้ ซึ่งใช้ในเทคโนโลยีหลากหลาย จากโทรศัพท์มือถือถือไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า จะเสียค่าใช้จ่ายสูงมากและยากลำบาก เนื่องจากอยู่ลึกมากใต้ทะเล

การค้นพบกลายเป็นข่าวใหญ่ระหว่างประเทศและในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคแร่ธาตุหายากเหล่านี้รายใหญ่สุดอับดับ 2 ของโลก แต่ต้องพึ่งพาอย่างหนักในการนำเข้าจากจีน ซึ่งควบคุม 90 % ของตลาดยุทธศาสตร์ระดับสูง



จีนขุดแร่ธาตุหายากขึ้นมาใช้ประมาณ 150,000 ตัน ในปี พ.ศ. 2559 แต่ในอดีตจำกัดการส่งออกให้ประเทศอื่นๆ ผลพวงจากความตึงเครียดทางการเมือง ด้วยเหตุดังกล่าวญี่ปุ่นจึงมองหาหลายแนวทาง เพื่อให้หลุดพ้นจากการพึ่่งพาแร่ธาตุของจีน

หลายบริษัทในญี่ปุ่นกำลังทำการวิจัย ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลที่มีส่วนประกอบของแร่ธาตุหายาก เพื่อนำส่วนประกอบกลับมาใช้ใหม่ พัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่ต้องใช้แร่ธาตุหายาก และลงทุนในเหมืองแร่ต่างแดน เพื่อแลกกับแร่ธาตุ

ยูทาโระ ทาคายะ ผู้เขียนรายงานผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวาเซดะ ในกรุงโตเกียว กล่าวว่า ทีมงานวิจัยของเขาคาดหวังว่าจะสามารถพัฒนาแนวทาง ขุดแร่ธาตุหายากที่ค้นพบ ขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่าเชิงพานิชย์ ภายในเวลา 5 ปี

จากการประเมินเมื่อปีที่แล้วของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐ (ยูเอสจีเอส) มีแร่ธาตุหายากอยู่ในโลกประมาณ 120 ล้านตัน โดย 44 ล้านตันอยู่ในประเทศจีน 22 ล้านตันในบราซิล และ 18 ล้านตันในรัสเซีย


https://www.dailynews.co.th/foreign/638352

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 16-04-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,879
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


หมดช่วงห้ามเผาเอาทันที ไฟป่าตากปะทุหนัก ฮอตสปอตโผล่พรึบ 9 อำเภอ

ตาก - ทหารคาดโทษหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังสิ้นสุดมาตรการห้ามเผา ไฟป่าเมืองตากปะทุหนักทันที ล่าสุดพบจุดฮอตสปอตโผล่พรึบกระจายทั่ว 9 อำเภอ ชี้ชายแดนพม่าหนักสุด



วันนี้ (15 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดตากได้กลับมารุนแรงอีกครั้งหลังจากสิ้นสุดมาตรการห้ามเผาตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดภาพถ่ายดาวเทียมตรวจพบจุดความร้อน หรือ HOT SPOT เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดตากมากถึง 96 จุด โดย 85 จุดเป็นไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 5 อำเภอชายแดนฝั่งตะวันตก ติดฝั่งพม่า และ 9 จุดเกิดในพื้นที่ 4 อำเภอ ฝั่งตะวันออกของเทือกเขาถนนธงชัย สาเหตุหลักเกิดจากประชาชนจุดไฟเผากำจัดวัชพืชในพื้นที่การเกษตรจนลุกลามไหม้พื้นที่ป่าและขยายวงกว้างอย่างรวดเร็ว ทำให้จังหวัดตาก เกิด HOT SPOT สะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-ปัจจุบัน มากถึง 1,096 จุด มากที่สุดในภาคเหนือ รองลงมา คือ แม่ฮ่องสอน 791 จุด, เชียงใหม่ 507 จุด, ลำปาง 409 จุด, น่าน 318 จุด, ลำพูน 250 จุด, แพร่ 175 จุด, เชียงราย 136 จุด และพะเยา 50 จุด รวมทั้งหมด 3,732 จุด

ล่าสุด จังหวัดตากได้ระดมเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานเข้าพื้นที่ตามรายงานจุดความร้อนเพื่อสกัดไฟป่าอย่างต่อเนื่องซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภูเขาสูง



ด้าน พล.ต.ณรัช สิงห์ปภาภร ผบ.มทบ.310 ตาก ได้คาดโทษเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยไม่วางแผนบริหารการเผากำจัดวัชพืชของชาวบ้านในลักษณะเกียร์ว่าง ทำให้ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดตากเกิดขึ้นรุนแรงมากกว่าช่วงมาตรการห้ามเผา พร้อมระบุว่าความเสียหายที่เกิดขึ้น หากหน่วยงานต่างๆ ที่มีหน้าที่โดยตรงไม่เป็นเอกภาพในการบริหารจัดการปัญหาไฟป่า หัวหน้าหน่วยงานนั้นจะต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังเล็งขยายห้วงเวลาห้ามเผาออกไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายด้วย


https://mgronline.com/local/detail/9610000037266

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 16-04-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,879
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


สุดเอือม! เปิดภาพน่าเศร้าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ต้องมานั่งเก็บขยะกองโตบนหาดชื่อดัง



15 เม.ย. 61 ศ.ดร. ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ได้มีการเปิดเผยภาพขยะกองโตจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง อุทยานหมู่เกาะช้าง

โดยระบุข้อความว่า คนไปทะเลเยอะ ขยะยิ่งเยอะ เจ้าหน้าที่อุทยานก็เหน็ดเหนื่อยมากขึ้น เก็บกันทุกวันเก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมด ทั้งที่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานคือดูแลรักษาธรรมชาติ ห้ามปรามจับกุมนักท่องเที่ยวเหยียบปะการังเก็บปลาดาว ฯลฯ ไม่ใช่มาเก็บขยะให้พวกเรา

จึงอยากให้พวกเราช่วยน้องน่ารักคนนี้ ลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว (single use) ใช้ถุงผ้า ใช้ขวดน้ำแบบติดตัว พยายามเก็บทุกอย่างกลับมา หากมีใจก็ช่วยเก็บขยะแถวนั้นด้วย คนละชิ้นสองชิ้น ลดภาระเจ้าหน้าที่ ช่วยเพิ่มรอยยิ้มให้ทะเลครับ

ภาพจากอุทยานหมู่เกาะช้าง ขอบคุณน้องๆ ที่ช่วยกันเต็มที่ครับ




http://www.naewna.com/likesara/333112

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 16-04-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,879
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


รายงานพิเศษ : การแก้ปัญหาน้ำเสียชายหาดแหล่งท่องเที่ยว



ปัจจุบันประเทศไทย ยังเจอปัญหาน้ำเสียชายหาดแหล่งท่องเที่ยวอยู่หลายพื้นที่ จนอาจสร้างความเสียหายให้กับการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศด้านการท่องเที่ยวได้ จึงจำเป็นเร่งปรับปรุงให้ชายหาดสะอาดไร้มลพิษ

โครงการ "ประชารัฐร่วมใจ แก้ไขปัญหาน้ำเสีย ชายหาดท่องเที่ยว" เน้นประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ ความเข้าใจการมีส่วนร่วมจัดการน้ำเสียจากกิจกรรมของตนเอง การให้คำแนะนำแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมกับแหล่งกำเนิดมลพิษ เพื่อปรับปรุงแก้ระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ และการบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่เข้าข่ายต้องถูกควบคุมการระบายน้ำทิ้ง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ได้เปิดตัวโครงการประชารัฐร่วมใจฯ ใน 2 พื้นทื่ คือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ร่วมมือกันแก้ปัญหาน้ำเสียชายหาดท่องเที่ยว และเทศบาลเมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุมเข้มและควบคุมการระบายน้ำเสียจากสถานประกอบการบริเวณชายหาดท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียในแหล่งท่องเที่ยวชายหาด รักษาสภาพแวดล้อมและคุณภาพน้ำทะเลให้มีคุณภาพที่ดี และมีภูมิทัศน์สวยงามเหมาะต่อการเป็นแหล่งท่องเที่ยวยั่งยืน เบื้องต้นคัดเลือกพื้นที่ 4 พื้นที่ คือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมืองหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ซึ่งจะอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และการสนับสนุนจากส่วนกลางและในพื้นที่ จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่ง พบว่า คุณภาพน้ำทะเลมีแนวโน้มดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยชายหาดที่มีคุณภาพน้ำดีที่สุด 5 อันดับ คือ หาดทุ่งวัวแล่น จังหวัดชุมพร ทะเลแหวก หาดต้นไทร (บริเวณเกาะพีพี) จังหวัดกระบี่ หาดในหาน จังหวัดภูเก็ต อ่าวไผ่ (บริเวณเกาะเสม็ด) จังหวัดระยอง แต่กลับยังพบปัญหาคุณภาพน้ำชายหาดท่องเที่ยวในหลายพื้นที่

นางสุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า ได้เร่งแก้ปัญหาน้ำเสียในพื้นที่ชายหาดท่องเที่ยว ด้วยการให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ชายหาดเห็นความสำคัญและตื่นตัวในการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาน้ำเน่าเสีย ส่งเสริมให้แหล่งกำเนิดมลพิษดูแลระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพและเดินระบบอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่ชายหาด ที่สำคัญซักซ้อมแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ชายหาดท่องเที่ยว เพื่อกำกับดูแลแหล่งกำเนิดมลพิษระบายน้ำทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในอนาคต

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) จะขยายผลไปอีก 2 พื้นที่นำร่อง คือ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ควบคู่กับตรวจบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษที่เข้าข่ายต้องถูกควบคุมการระบายน้ำทิ้ง ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 โดยเริ่มในพื้นที่เขตเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี แล้วจะขยายไปยังพื้นที่นำร่องอื่น ๆ ต่อไป


http://thainews.prd.go.th/website_th...T6104150010001

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:21


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger