เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่าง มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปควรงดออกจากฝั่งอีก 1 วัน (14 ธ.ค. 57) สำหรับ ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 21-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 13-14 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเป็นแห่งๆถึงกระจาย ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร หลังจากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง

ส่วนในช่วงวันที่ 16-19 ธ.ค. จะมีบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง และบริเวณอ่าวไทยยังคงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 14–19 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพที่หนาวเย็นลง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-14 และ 16-19 ธันวาคม 2557 ไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2_01.jpg (34.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg SEch2.jpg (88.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Rain.jpg (82.7 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default

ไทยรัฐ


ยอดเหยื่อดินถล่มอิเหนาพุ่ง 17 ศพ หายอีก 91 คน


(ภาพ: AP Photo)

เกิดดินถล่มที่หมู่บ้านบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซียเมื่อวันศุกร์ ล่าสุดทำให้มีผู้เสียชีวิต 17 รายแล้ว และยังมีผู้สูญหายอีกกว่า 91 คน...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดดินถล่มหมู่บ้านในจังหวัดชวากลาง ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ผ่านมา โดยล่าสุดในวันเสาร์ (13 ธ.ค.) จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 17 รายแล้ว และยังสูญหายอีกกว่า 91 คน

สุโตโป พูร์โว นูโกรโฮ โฆษกของสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติห่งชาติ (เอ็นกีเอ็มเอ) ระบุว่า บ้านเรือนประมาณ 105 หลัง ในหมู่บ้านเชมบลัง ในเขตบันจาร์เนการา เพื่อค้นหาผู้สูญหายที่เชื่อว่ามีไม่น้อยกว่า 91 คน ขณะที่พบผู้บาดเจ็บแล้ว 15 คน ในจำนวนนี้ 11 คนบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ประชาชนราว 420 คน ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์หลบภัยชั่วคราว


หน่วยกู้ภัยขนย้ายศพผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ประสบภัยดินถล่ม (ภาพ: AFP PHOTO)

ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่กู้ภัย, ทหาร, ตำรวจรวมทั้งอาสาสมัครจำนวนหลายร้อยคน ประสบปัญหาในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เนื่องจากไม่มีเครื่องจักรขนาดใหญ่ จนต้องใช้มือเปล่า, พลั่วและจอบ ขุดหาผู้ที่อาจถูกฝังอยู่ใต้โคลน หรือซากปรักหักพัง และต้องใช้ไม้ไผ่ในการขนย้ายศพผู้เสียชีวิต ก่อนที่รถแทรกเตอร์จะถูกส่งเข้ามาในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ นี่นับเป็นเหตุดิลถล่มบนเกาะชวาซึ่งมีประชากรหนาแน่นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ โดยเมื่อวันพฤหัสบดี เกิดดินถล่มที่เขต โวโนโซโบ ในจังหวัดชวากลางเช่นกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default

เดลินิวส์


อินเดียรับมือน้ำมันรั่วเข้าประเทศ



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่13ธ.ค.ว่า เหตุเรือบรรทุกน้ำมันโอที เซาเทิร์น สตาร์ เซเว่น ที่บรรทุกน้ำมันมาเป็นจำนวน357,000ลิตร อับปางในแม่น้ำชีลาหลังชนเข้ากับเรือขนสินค้าในบังกลาเทศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำมันหลายพันลิตรรั่วไหลเข้าไปในเขตป่าโกงกางซันดาร์บันส์ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ระหว่างพรมแดนบังกลาเทศกับอินเดีย และเป็นพื้นที่ที่ยูเนสโกประกาศให้เป็นมรดกโลก รวมทั้งเป็นถิ่นที่อยู่ของโลมาอิรวดี และโลมาคงคา

ขณะที่นายประดิป วยาส ผู้อำนวยการศูนย์ชีวมณฑลป่าโกงกางซันดาร์บันส์ของอินเดียแถลงว่า ทางการอินเดียยังไม่ได้รับรายงานว่ามีน้ำมันรั่วไหลเข้ามาในเขตอินเดีย แต่ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่พิพักษ์สัตว์ป่าลงพื้นที่ที่ติดกับพรมแดนบังกลาเทศแล้ว เพื่อสำรวจคราบน้ำมันที่อาจรั่วไหลเข้ามา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนเฝ้าระวัง



หลังเกิดเหตุชาวบ้านบังกลาเทศต่างพากันนำฟองน้ำ พลั่ว ไปจนถึงช้อน มาตักคราบน้ำมันที่รั่วไหล ซึ่งได้ขยายเข้าไปในแม่น้ำอีกสายหนึ่งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำที่เกิดเหตุเรืออับปาง ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่รายงานว่า พบตัวนากหลายตัวเสียชีวิตในพื้นที่แม่น้ำที่เกิดน้ำมันรั่วไหล

ป่าโกงกางซันดาร์บันส์เป็นป่าชายเลนมีพื้นที่กว่า10,000ตร.กม. โดยในปี2554 สำนักขนส่งทางน้ำภายในประเทศบังกลาเทศได้เปิดให้เรือสินค้าเดินเรือเข้ามาในแม่น้ำชีลา แม้มีเสียงคัดค้านจากนักสิ่งแวดล้อม


***************************************************************************************


สุดยอดไลฟ์การ์ด



ไลฟ์การ์ด หรือเจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตคนทางน้ำ ถือเป็นอาชีพที่เสี่ยงตาย แต่ได้รับการยกย่องชื่นชมจากสังคม ไลฟ์การ์ดที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักกันดีอยู่ในออสเตรเลีย นามว่า บรูซ “ฮอปโป” ฮอป กินส์ หัวหน้าไลฟ์การ์ดแห่งชายหาดบอนได อันมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองซิดนีย์ งานของเขาคือการใช้ตาเปล่าสอดส่องมองหาอันตรายจากการเล่นกระดาน โต้คลื่น รวมถึงคลื่นยักษ์และฉลาม แม้ทางการท้องถิ่นติดกล้องหลายตัวเพื่อช่วยสอดส่องสิ่งผิดปกติในทะเลก็ตาม

ฮอปกินส์ ซึ่งประจำอยู่ตรงกลางหาดบอนได บอกว่า ไม่มีสิ่งใดจะเอาชนะสายตาของเราไปได้ สำหรับไลฟ์การ์ดที่ประจำอยู่บนหอสูง และเตรียมพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดออกตรวจตราความเรียบร้อยบนหาดบอนไดทุกวัน และบางครั้งต้องสอดส่องความเรียบร้อยบนหาดบรอนเต กับหาดทามารามาไปด้วย แต่กล้องใหม่ที่ติดบนหาดบรอนเตกับหาดทามารามาเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ช่วยให้ไลฟ์การ์ดที่หาดบอนไดมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามชายหาดต่าง ๆ ในเวลาจริง ทำให้ไลฟ์การ์ดสามารถขี่เจ็ตสกีไปถึงเป้าหมายในเวลาหนึ่งหรือสองนาที

ฮอปกินส์ กล่าวว่า ช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา เราคุ้นเคยกับการว่ายน้ำอย่างระมัดระวังในหาดต่าง ๆ ของเมืองซิดนีย์ เนื่องจากอันตรายของฉลามและปลากระเบน แต่ทุกวันนี้ไม่มีอันตรายที่น่ากลัว ผู้คนหลายพันแห่กันมาเที่ยวหาดบอนไดทุกปี และเพลิดเพลินกับแสงแดด ผืนทราย ตลอดจนเล่นกระดานโต้คลื่น โดยมีไลฟ์การ์ดบอนไดคอยดูแล ซึ่งพวกเขาสามารถช่วยนักท่องเที่ยวได้ถึงปีละ 1,500 คน ทั้งการลากคนเล่นน้ำและช่วยนำนักเล่นกระดานโต้คลื่นเข้าฝั่ง หรือบางครั้งพบศพคนฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ดี ฮอปกินส์ ซึ่งเป็นไลฟ์การ์ดมานานถึง 23 ปี และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เพราะออกรายการโทรทัศน์อยู่บ่อย ๆ จากรายการเรียลิตี้ โชว์ “บอนได เรสคิว” ทว่าเมื่อไม่นานนี้ พบฉลามขาวยักษ์ 2 ตัวตายคาตาข่ายที่ทำดักไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าไปทำร้ายผู้คนในหาดบอนได ซึ่งแสดงให้เห็นว่า คนเล่นน้ำและนักเล่นกระดานโต้ คลื่นไม่ได้อยู่เพียงลำพังในทะเล นอกจากนั้น มีการใช้โดรน เครื่องบินไร้คนขับติดกล้องวิดีโอ เพื่อมองหาฉลาม แซลลี เบ็ตต์ส นายกเทศมนตรีเมืองเวฟเวอร์ลีย์ บอกว่า ทางการได้แรงบันดาลใจจากการใช้กล้องถ่ายหนังเรียลิตี้ “บอนได เรสคิว” มาเฝ้าดูคนเล่นน้ำที่พลัดเข้าไปในเขตอันตราย รวมทั้งเฝ้าจับตาคนที่อาจเข้าใกล้ริมหน้าผามากเกินไป และจับหัวขโมยฉกสิ่งของและกระเป๋าสัมภาระของนักท่องเที่ยวบนชายหาด

เบ็ตต์ส กล่าวว่า การให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของชายหาดยังจำเป็น เพราะมีการสูญเสียหนุ่มนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว เธออธิบายว่า ชายชาวญี่ปุ่นกับเพื่อนคนหนึ่งได้เข้าไปในบริเวณผืนน้ำที่ติดป้ายเตือนถึงอันตรายของสันดอนทราย ไลฟ์การ์ดเห็นทั้งสองจึงเร่งรีบเข้ามาแจ้งเตือน แต่ไม่ทันเวลา เพราะสันดอนทรายยุบตัวอย่างไม่คาดฝัน ทั้งคู่ถูกดูดเข้าไป เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตได้เพียงคนเดียว ซึ่งเบ็ตต์ส กล่าวทิ้งท้ายว่า เราไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default

ผู้จัดการออนไลน์


5 เรื่อง อึ้ง ทึ่ง เสียว เกี่ยวกับเครื่องบินโดยสาร

นับวันเครื่องบินจะได้รับความสนใจในการใช้โดยสารมากขึ้นทุกวัน เนื่องจากหลายสายการบินผุดแคมเปญลดราคาเพื่อกระตุ้นให้มีการใช้บริการมากขึ้น กระนั้นปัญหาความปลอดภัยของเจ้านกเหล็กก็ยังมีออกมาให้เห็นบ่อยครั้ง สะท้อนเป็นข่าวคราวที่มีทั้งระเบิดกลางอากาศ เครื่องดับจนโหม่งโลก ทัศนวิสัยแย่ทำให้ประสบอุบัติเหตุ กลายเป็นความกลัวฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก จนบางคนไม่กล้าโดยสารเครื่องบินกันเลยทีเดียว

mars จึงขอนำข้อมูลบางส่วนที่อาจทำให้ท่านยิ่งผวากว่าเดิมซึ่งเคยเกิดขึ้นจริงมาบอกเล่ากัน แต่อย่ากลัวไป เพราะอย่างไรสถิติความปลอดภัย ‘เครื่องบิน’ ยังเป็นยานพาหนะติดอันดับมีความปลอดภัยที่สุดในโลกอยู่ดี



ภาพจาก imgarcade.com

1. นักบินของีบกับเขาเหมือนกัน

มีข้อมูลระบุว่า 50% ของการเดินทางที่มีชั่วโมงบินยาวๆ นักบินขอเล่นเกมซ่อนตาดำกันเสียเฉยๆ โดยพึ่งระบบ Auto Pilot ให้นำพาเครื่องบินไปยังจุดหมาย ซึ่งเรื่องนี้อาจดูเหมือนเกินจริง แต่เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อหลายปีก่อน ได้รับการเปิดเผยโดย หนังสือพิมพ์ Nguoi Lao Dong ว่าสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ ภายหลังเที่ยวบิน VN545 เส้นทางกรุงฮานอย-นครแฟร็งก์เฟิร์ต ขาดการติดต่อกับภาคพื้นเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง ขณะบินอยู่ในน่านฟ้าของ 3 ประเทศกลุ่มยุโรปตะวันออก และตรงดิ่งเข้าไปยังน่านฟ้าสาธารณรัฐเช็ค ทำเอาปั่นป่วนถึงขั้นหอบังคับการบินท่าอากาศยานกรุงปราก ต้องส่งเครื่องบินรบขึ้นไปประกบ เพื่อส่งสัญญาณสักพักก่อนนักบินจะตื่นและนำเครื่องลงจอด \


ภาพจาก mattsko.wordpress.com

2. ฟ้าผ่าลงเครื่องบินบ่อยมาก

ผู้โดยสารอาจตื่นตระหนก เมื่อเห็นสภาพอากาศแปรปรวน มีฟ้าผ่า ทำเอาลุ้นระทึกว่าจะผ่าลงเครื่องบินหรือไม่ ข้อนี้ต้องบอกเสียก่อนว่าโอกาสถูกฟ้าผ่าจะพบได้บ่อยที่สุดในระดับต่ำกว่า 5 กม.ลงมา จากสถิติพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วเครื่องบินไอพ่นจะถูกฟ้าผ่าราว 10,000 ชั่วโมงบินต่อครั้ง แต่อย่ากังวลไปเนื่องจากขณะถูกฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าอาจวิ่งจากเมฆมายังส่วนหัวของเครื่องบิน ผ่านด้านนอกของลำตัวเครื่องบินไปยังส่วนหาง แล้วลงสู่พื้นดิน หรืออาจผ่านมาที่ปีกด้านหนึ่งไหลผ่านตัวเครื่องบินไปยังปีกอีกด้านหนึ่งแล้วเคลื่อนที่เลยไป เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านเปลือกนอกของเครื่องบินจึงไม่ทำอันตรายต่อผู้โดยสารภายในเครื่องบิน (ข้อมูลจาก www.rmutphysics.com )



ภาพจาก billandginarogers.com

3. เหตุผลที่ผู้ใหญ่ต้องสวมหน้ากากออกซิเจนก่อน

จากเหตุผลที่พอทราบกันมาว่า ผู้ใหญ่ต้องสวมหน้ากากก่อน เผื่อกรณีสติแล้วจะไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้นั้น มีการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่หน้ากากออกซิเจนร่วงลงมามีเวลาเพียง 15-20 วินาที ก่อนจะสลบ (กรณีระบบอากาศขัดข้อง) ฉะนั้นจึงต้องสวมให้คุณเองก่อนสวมให้เด็ก เพราะเด็กสลบไป 2-3 วินาที จะยังไม่เป็นอันตรายต่างจากผู้ใหญ่ หากสลบไปเด็กจะไม่มีคนช่วยเหลือ ซึ่งเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันหน้ากากจะหล่นลงมาด้วย 3 วิธีคือ นักบินเป็นผู้กดสวิตช์, หล่นอัตโนมัติเมื่อความดันอากาศในเครื่องเปลี่ยนมาถึง 13000 ft. และลูกเรือใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า MRT



ภาพจาก Youtube A350 XWB completes water ingestion tests

4. บางครั้งเวลา Landing นักบินก็ตั้งใจกระแทก Runway แรงๆ

ขณะเครื่องกำลังลงจอดนับเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของความกลัว ผู้โดยสารบางท่านหลับตาปี๋เพราะจินตนาการไปต่างๆ นานา หรือภาวนาให้ไม่เกิดความผิดพลาด แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าบ่อยครั้งของการ Landing นักบินเองต่างหากเป็นฝ่ายบังคับเครื่องให้ร่อนลงกระแทกรันเวย์อย่างแรง เรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงที่สนามบินมีลักษณะเปียก ทั้งนี้ก็เพื่อให้ล้อสามารถรีดน้ำออกจากจุดตกกระทบให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดการลื่นไถล


5. เปิดมือถือไม่ได้ทำให้เครื่องบินตก ?

ก่อนอื่นต้องแยกเรื่องนี้ออกเป็น 2 ประเด็น เริ่มจากโทรศัพท์มือถือไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ต่อระบบขับเคลื่อน สูญเสียการควบคุม หรือเป็นตัวจุดประกายไฟทำให้เครื่องบินระเบิดใดๆ ทั้งสิ้น แต่มันเป็นเรื่องของสัญญาณรบกวนเสียมากกว่ามีผลโดยตรงต่อการสื่อสารระหว่างนักบิน และหอบังคับการ เช่นหากสังเกตเวลามีสายเข้า หรือโทรออก วิทยุที่กำลังเปิดใช้งานอยู่จะมีเสียงแกว่งดังอืดๆ ยาวๆ และนั่นคือการรบกวนของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั่นเอง


ขอบคุณข้อมูลจาก kiitdoo.com

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default

ผู้จัดการออนไลน์




__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default

ข่าวสด


2 อำเภอริมฝั่งทะเลเมืองคอนถูกคลื่นซัดถล่ม-ชาวบ้านผวาย้ายหนี



เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมชายทะเลบ้านท่าพญา ไปจนถึงบ้านหน้าโกฏิ ตำบลขนาบนาค อำเภอปากพนัง ตลอดไปจนถึงตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวนหลายสิบครัวเรือน กำลังเผชิญกับคลื่นลมแรง ที่พัดเข้าฝั่งและเริ่มกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชาวบ้านหลายหลังต่างหวาดผวา ผู้ที่อยู่อาศัยต้องหลบออกไปอาศัยยังบ้านญาติ บางหลังได้เริ่มรื้อถอนวัสดุที่สามารถนำไปสร้างใหม่ เช่น หลังคาไม้ หรือกรอบประตูหน้าต่าง หลังจากที่การกัดเซาะได้รุนแรงมากขึ้นจนถึงตัวบ้าน



ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนแนวกันคลื่นริมถนนสายบ้านหน้าโกฎิ-หัวไทร ตำบลขนาบนาค อ.ปากพนัง ที่ถูกสร้างด้วยคอนกรีตอย่างดี ถูกคลื่นซัดจนพังเสียหลายจุด เพราะความรุนแรงจากการกระแทกแนวกันคลื่น ส่งให้ยอดคลื่นลอยสูงจากพื้นดินกว่า 10 เมตร และยังพัดเอาขยะจากทะเลเข้ามาตลอดแนวชายฝั่งบางช่วงรถยนต์ไม่สามารถสัญจรได้ เนื่องจากมีคลื่นซัดข้ามถนนอย่างรุนแรง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default

คม ชัด ลึก


เมื่อแคลิฟอร์เนียแล้งสุดใน 1,200 ปี ................... เวิลด์วาไรตี้



ภัยแล้งไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวคนไทย แต่เมืองไทยก็ไม่เคยเกิดภัยแล้งรุนแรงระดับทำสถิติใหม่ในรอบ 1,200 ปี ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับรัฐแคลิฟอร์เนีย ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา เช่นที่เกิดขึ้นในปี 2557 นี้

นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบันมหาสมุทรศาสตร์วู้ดโฮลส์ และมหาวิทยาลัยมินเนโซตา ค้นหาหลักฐานจากวงปีของต้นไม้ในแคลิฟอร์เนีย ย้อนกลับไปได้ถึงปีคริสตศักราช 800 และสามารถสร้างแผนภูมิระดับความแล้งในพื้นที่แห่งนี้ได้ถึงเวลานั้น พวกเขาพบความลับที่ซ่อนอยู่ในวงปีของต้นไม้ ที่ชี้ชัดว่าตลอด 1,200 ปีที่ผ่านมาเคยเกิดช่วงเวลาแห่งความแห้งแล้งในรัฐแคลิฟอร์เนียมาแล้วถึง 66 ครั้ง กินเวลาแต่ละครั้งนานระหว่าง 3-9 ปี



แต่มีเพียง 3 ครั้งในประวัติศาสตร์กว่า 1,200 ปี ที่พบความแห้งแล้งในระดับรุนแรงในรัฐที่มีหมีสีน้ำตาลเป็นสัญลักษณ์บนธง แม้แคลิฟอร์เนียจะเผชิญความแห้งแล้งรุนแรงมาแล้ว 3 ครั้งในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายทศวรรษ 1970 และ 1980 รวมทั้งเมื่อปี 2012 ที่ผ่านมา

และมีเพียงปี 2014 นี้ ที่ความแห้งแล้งในแคลิฟอร์เนียถึงระดับเลวร้ายที่สุดเป็นสถิติใหม่ในรอบ 1,200 ปี และไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายของนักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาสภาพอากาศแต่อย่างใด เพราะปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรงมาบรรจบลงตัวกันในปีนี้พอดิบพอดี

ทั้งปริมาณหิมะที่ตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย อุณหภูมิพื้นผิวสูงเป็นสถิติ เพียงแค่ปัจจัยอุณหภูมิสูงก็เพิ่มระดับความร้อนแล้งให้มากขึ้นอีก 36% ขณะที่ค่าเฉลี่ยของปริมาณฝนในเดือนธันวาคมทั้งเดือนเคยอยู่ที่ 4.03 แต่ดูเหมือนว่าในเดือนธันวาคมปีนี้ จะอยู่ที่ระดับต่ำเตี้ยเพียง 2.05 เท่านั้น



ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา 55% ของพื้นที่ทั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย อยู่ในภาวะที่เรียกว่า "แล้งอย่างน่าประหลาดใจ" ขณะที่แหล่งน้ำสำรองยางแห่งก็ลดลงอย่างน่าใจหายอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับต่ำสุดในประวัติศาสตร์

แต่ข่าวดีก็คือ ในช่วงสัปดาห์หน้านี้จะมีฝนตกในแคลิฟอร์เนีย ขณะที่คำถามคือปริมาณฝนจะมากเพียงพอที่จะขจัดภัยแล้งระดับรุนแรงที่สุดในรอบ 1,200 ปี ในดินแดนอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ได้หรือไม่

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 14-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,292
Default

Nation TV


สงขลา - จับเรือประมงเวียดนาม 5 ลำ ลอบเข้ามาทำประมงในอ่าวไทย



เรือหลวงภูเก็ต ในสังกัดทัพเรือภาคที่ 2 จับกุมเรือประมงเวียดนามจำนวน 5 ลำพร้อมลูกเรือ 30 คน ขณะลักลอบเข้ามาทำการประมงในอ่าวไทย พบมีเอกสารของกรมเจ้าท่าอยู่บนเรือประมงที่ถูกจับกุม เตรียมสอบถึงที่มา

08.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. เรือหลวงภูเก็ต ในสังกัดทัพเรือภาคที่ 2 ได้ควบคุมเรือประมงเวียดนาม จำนวน 5 ลำ พร้อมลูกเรือ จำนวน 30 คน เข้าเทียบท่าเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 แล้ว หลังจากเรือหลวงภูเก็ตได้เข้าทำการจับกุมเรือประมงทั้ง 5 ลำ ขณะลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตน่านน้ำอ่าวไทยใกล้เคียงเกาะกระ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตต่อเนื่องของประเทศไทย

พลเรือโทนริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 กล่าวว่า ได้สั่งการให้เรือหลวงภูเก็ตและเครื่องบินดอเนียร์ ออกลาดตระเวนตรวจพื้นที่ที่ได้รับแจ้งและพบเรือประมงสัญชาติเวียดนาม กำลังทำการประมงอยู่ในพื้นที่บริเวณเกาะกระ จึงได้เข้าทำการจับกุมและควบคุมเรือทั้ง 5 ลำ พร้อมลูกเรือ จำนวน 30 คน เดินทางกลับเข้าฝั่งมายังท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2

เบื้องต้น จากการตรวจค้นเรือประมงเวียดนาม เจ้าหน้าที่พบเอกสารเป็นทะเบียนเรือไทย ของกรมเจ้าท่า เลขทะเบียนเรือ 943122 เล่มที่ 7610 อยู่ในเรือประมงเวียดนาม โดยลูกเรือประมงเวียดนาม อ้างว่า ถ้ามีเอกสารนี้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ หากมีการตรวจสอบจะไม่ถูกจับกุม ซึ่งทางทหารเรือจะทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่า เป็นทะเบียนเรือจริงหรือทะเบียนเรือปลอมและมาอยู่ในเรือประมงเวียดนามได้อย่างไร

เบื้องต้นจากการสอบสวนไตก๋งเรือ ทราบว่าเรือทั้ง 5 ลำเดินทางมาจากเมืองเกียนยางและเมืองกาเมา ประเทศเวียดนาม และรุกล้ำเข้ามาทำการประมงในเขตทะเลอ่าวไทย เบื้องต้นได้ควบคุมตัวลูกเรือทั้งหมดดำเนินคดีตาม พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และพรบ.ว่าด้วยสิทธิการประมงและการประกอบการเรือประมงไทย พ.ศ.2482 และจะประสานไปยังสถานทูตเวียดนามประจำประเทศไทย เพื่อทราบและส่งตัวไปยัง สภ.เมืองสงขลาดำเนินคดีและผลักดันกลับประเทศ ต่อไป

สำหรับการจับกุมเรือประมงสัญชาติเวียดนามตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 เป็นต้นมา รวม 7 ครั้ง รวมครั้งนี้ด้วย มีเรือที่ถูกจับกุมแล้ว จำนวน 29 ลำ ส่วนการจับกุมเรือประมงเวียดนามที่รุกล้ำเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 4 เดือน ( ก.ย. - ธ.ค.) มีเรือที่ถูกจับกุมแล้ว จำนวน 29 ลำ รวมครั้งนี้ด้วย

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:44


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger