เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 27 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 27 - 29 ก.ย. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง โดยจะมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสในภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ย. - 2 ต.ค. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 27 -29 ก.ย. 62 ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคภาคใต้ ยังคงระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลงไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (96.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (94.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (232.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (105.0 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ฝุ่นควันกรุงเทพฯ พุ่งสูง 151 ติดอันดับ 1 ใน 15 เมืองคุณภาพอากาศแย่

ผลการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษวันนี้ อันดับ 1 ได้แก่ จาการ์ตา อินโดนีเซีย ขณะที่กรุงเทพฯ ติด 1 ใน 15 หลายพื้นที่วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งสูงถึง 151



วันที่ 25 ก.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ aqicn.org รายงานคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 09.00 น. พบว่ามีหลายจุดที่น่าเป็นห่วง อาทิ จุดตรวจวัดการเคหะชุมชนดินแดง วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศสูงถึง 151, จุดตรวจกรมประชาสัมพันธ์ วัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศสูง 129 และจุดตรวจสะพานควายวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศได้ 91 เป็นต้น



ขณะที่เว็บไซต์ airvisual.com เผยการจัดอันดับคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษ ตามมาตรฐาน US AQI เมื่อเวลา 12.17 น. พบว่า อันดับ 1 ได้แก่ จาการ์ตา อินโดนีเซีย 2. ฮานอย เวียดนาม ขณะที่ อันดับ 15 ได้แก่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย.




https://www.thairath.co.th/news/society/1668401


*********************************************************************************************************************************************************


ฌาปนกิจธารน้ำแข็ง



ก้อนหินถูกนำไปเรียงเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า "RIP" (rest in peace) หน้าธารน้ำแข็งพิซอล (Pizol) ที่เปรียบเหมือนกำลังจะตายบนภูเขาพิซอล ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งผลการวิจัยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสมาพันธรัฐสวิสในนครซูริก ระบุว่ากว่า 90% ของธารน้ำแข็งอัลไพน์จะหายไปในปี พ.ศ.2643 หากยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทิ้งโดยไม่ได้รับการตรวจสอบ.


https://www.thairath.co.th/news/society/1668401

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


พิษหมอกควันไฟป่าอินโด-มาเลย์ถล่ม 10 จ.ใต้ รัฐสุดห่วยได้แค่ตั้งรับ-ปชช.ตื่นแก้ปัญหาเอง



กลับมาอีกครั้งเป็นประจำทุกปี สำหรับหมอกควันจากไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ครั้งนี้มาหนักกว่าทุกปี สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.หาดใหญ่) รายงานว่า หนักสุดในรอบ 3 ปี

สถานการณ์เข้าขั้นวิกฤติในครั้งนี้ สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพเริ่มเตือนมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย. โดยแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเฝ้าระวังสุขภาพ และควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งและใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เนื่องจากตรวจพบค่าปริมาณตวามเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมีค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย. ซึ่งค่าความเข้มข้นอยู่ในระดับส่งผลกระทบต่อสุขภาพและมีค่าเกินค่ามาตรฐานคือ 50 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ ระบุด้วยว่า สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ของไทยในปีนี้ได้รับผลกระทบจากหมอกควันข้ามแดนเป็นระยะเวลาต่อเนื่องหลายเดือนตั้งแต่ช่วงต้นเดือน มิ.ย. 2562 แล้ว โดยก่อนหน้านี้ สถานการณ์โดยรวมถือว่าไม่รุนแรงมากนัก แต่ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.เริ่มมีค่าปริมาณความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่สังเกตเห็นได้ชัดว่ามีหมอกควันปกคลุมทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง

ผลของหมอกควันจากอินโดนีเซียและมาเลเซียส่งผลให้ในช่วงแรก พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ทั้ง จ.สงขลา สตูล ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน ประหนึ่งว่าเป็นเมืองในหมอก แต่มันไม่ใช่หมอกที่ทำให้เย็นสบาย หากเป็นหมอกที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 ที่สร้างผลกระทบต่อสุขภาพของคนเราอย่างร้ายแรง!



แม้ว่าในวันที่ 14 ก.ย.สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้น เนื่องจากมีฝนตกลงมาทำให้ปริมาณฝุ่นเจือจางลง ปริมาณ PM2.5 ต่ำกว่าค่ามาตรฐานไปอยู่ที่ 24 ไมโครกรัม/ลบ.ม. แต่ก็เป็นเหมือนการเว้นวรรคให้หายใจคล่องคอกันเพียงชั่วคราว

18 ก.ย. ฝุ่นละออง PM2.5 กลับมาอีกครั้งอย่างไม่มีความปราณี สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่หลังตรวจพบค่าความเข้มข้น PM2.5 เฉลี่ยรายชั่วโมงอยู่ที่ 146 ไมโครกรัม/ลบ.ม.

ค่าปริมาณความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 ที่กลับมามีค่าสูงขึ้นเป็นไปตามการคาดการณ์ โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของทิศทางลมเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งลมดังกล่าวจะพัดผ่านแหล่งกำเนิดฝุ่นควันในหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งยังคงมีความรุนแรงอยู่เข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง

ค่า PM2.5 ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น 16.44 น. วันเดียวกันนั้น สถานีวัดอากาศ ม.อ.หาดใหญ่วัดค่าเฉลี่ยรายชั่วโมงได้ที่ 239 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ซึ่งเป็นค่า PM2.5 ที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี มลพิษฝุ่นควันปกคลุมทั่วทั้งพื้นที่ อ.หาดใหญ่และบริเวณใกล้เคียง สถานวิจัยมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสุขภาพต้องรีบแจ้งเตือนให้ประชาชนทุกคนงดทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด สวมใส่หน้ากาก N95 เมื่อออกนอกอาคาร และเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการทางสุขภาพ เช่น ไอ หายใจลำบาก ตาอักเสบ แน่นหน้าอก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นไม่เป็นปกติ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ควรปรึกษาแพทย์ทันที

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นอีก เมื่อหมอกควันเริ่มขยายวงกว้างลามไปถึง จ.พัทลุง และล่าสุด วันที่ 23 ก.ย.ได้เริ่มมีผลกระทบไปถึง จ.กระบี่ พังงา และภูเก็ต รวมมีทั้งสิ้น 10 จังหวัดจากทั้งหมด 14 จังหวัดในภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน ทั้งด้านสุขภาพ มีรายงานจากหลายจังหวัดว่ามีประชาชนจำนวนมากเริ่มเจ็บป่วย เช่น ที่ จ.สตูล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสตูล (สสจ.สตูล) สรุปรายงานผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนจากประเทศอินโดนีเซีย มีผู้ป่วยรวมแล้วทั้งสิ้น 11,837 คน จากจำนวนกลุ่มเสี่ยงทั้งสิ้น 105,000 คน มากที่สุดคือ ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ 7,584 ราย โรคหัวใจและหลอดเลือด 3,113 ราย โรคผิวหนัง 679 ราย และตาอักเสบ 461 ราย

ผลกระทบด้านการท่องเที่ยว ที่ อ.หาดใหญ่ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง โดยเฉพาะบนยอดเขาคอหงส์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ซึ่งเป็นจุดชมวิวมุมสูงของเมืองหาดใหญ่ จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมาก เพราะหมอกควันบดบังทัศนียภาพและส่งผลกระทบต่อสุขภาพด้วย หรือที่ จ.สตูล แม้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวในป่า ที่น่าจะสดชื่น แต่กลับได้รับผลกระทบทั้งแสบตา เจ็บคอ และไม่สบายตัว โดยที่แก่งบ้านวังสายทอง ที่เปิดบริการล่องแก่ง ได้รับผลกระทบจนนักท่องเที่ยวพากันบ่นเป็นเสียงเดียวกัน



นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการประกอบอาชีพ โดยบรรดาแม่ค้าพ่อค้าตามตลาดและริมถนน โดยเฉพาะในหาดใหญ่ เริ่มมีอาการเจ็บป่วย และผลกระทบต่อชาวประมงชายฝั่ง ที่ต้องหยุดออกหาปลา ไม่กล้าออกจากฝั่ง เนื่องจากเรือประมงเหล่านี้ไม่มีเข็มทิศหรือจีพีเอสนำทาง ที่ผ่านมา ชาวประมงหลงทางหลายราย

ปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ก็ใช่ว่าจะนิ่งดูดาย นั่งบ่นอยู่แต่ที่บ้าน 20 ก.ย. กลุ่มพลเมืองผู้ได้รับความเดือดร้อนจากฝุ่นควันจากอินโดนีเซียในจังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันชุมนุมด้านหน้าสถานกุงสุลอินโดนีเซีย ประจำ จ.สงขลา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียเร่งแก้ปัญหาหมอกควัน โดยมีการชูป้ายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษสะท้อนให้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวสงขลา จากผลกระทบของควันพิษที่พัดมาจากอินโดนีเซียทุกปี

ล่าสุด มีผู้ใหญ่ใจดีนำเอาหน้ากาก N95 ไปแจกให้เด็กๆ ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หาดใหญ่ หรือแม้แต่เด็กนักเรียนใน จ.สตูล ก็ออกมาเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ให้หยุดเผาป่า หยุดเผาขยะ และขอร้องให้ช่วยทำฝนเทียมเพื่อช่วยให้หมอกควันที่หนาแน่นให้เบาบางลง ส่วนในโซเชียลก็ทำภาพ ?นางเงือก? อ่าวสมิหลาใส่หน้ากากอนามัย

นั่นคือบางส่วนของการพยายามแก้ปัญหาของภาคประชาชน แต่เมื่อหันดูภาครัฐ ที่เป็นหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ในการแก้ปัญหาและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เรากลับพบว่า ไม่ได้ทำหน้าที่เท่าที่ควร

ก่อนหน้านี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเคยประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันภาคเหนือ ปี 2561 เพื่อเป็นการถอดบทเรียนการแก้ปัญหาหมอกควัน โดยมีแม่ทัพภาคที่ 3 ผวจ.พิษณุโลก ผวจ.พะเยา ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงคมนาคม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงบประมาณ และผู้แทนหน่วยงานใน 9 จังหวัดภาคเหนือ เข้าร่วม

และเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และสำนักงานสิ่งแวดล้อม ภาคที่ 16 สงขลา ก็ได้ร่วมกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง วางแผนเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ ปี 2562 สิ่งที่หน่วยงานราชการไทยเตรียมการคือ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ด้วยการซักซ้อมทำความเข้าใจแนวทางการดำเนินงาน การเผยแพร่ข้อมูล แจ้งเตือนสถานการณ์หมอกควันด้วยการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน ให้คำแนะนำต่อประชาชนในการป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพ การประสานการทำงานร่วมกันระหว่างส่วนราชการ การสนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือ

การแก้สถานการณ์เพื่อบรรเทาผลกระทบผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ขั้น คือ (1) ขั้นเตรียมการ (2) ขั้นรับมือ และ (3) ขั้นฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืน รวมถึงมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด



ส่วนในระดับภูมิภาคในกลุ่มประเทศอาเซียนตอนใต้ คพ.เป็นผู้แทนประเทศไทยในการประสานงานตามข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน และการให้ความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกในการแก้ปัญหา

แต่เมื่อดูการปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่เกิดปัญหาหมอกควันเข้าปกคลุม จนกระทั่งเข้าขั้นวิกฤติ ค่า PM2.5 สูง 239 ไมโครกรัม/ลบ.ม. สิ่งที่หน่วยงานของรัฐดำเนินการคือ แจ้งเตือนประชาชน แจกหน้ากากอนามัย และเตรียมสถานพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วย โดยในส่วนของหน้ากากอนามัยที่แจกกันนั้น สำนักงานสาธารสุขจังหวัดที่แจก เขาไม่รู้กันหรือว่า ใช้กรองฝุ่น PM2.5 ไม่ได้ เพราะเป็นแบบทั่วไปที่ป้องกันฝุ่นขนาด 3 ไมครอน ในขณะที่ PM2.5 มีขนาด 2.5 ไมครอน

ส่วนการดำเนินการอื่นๆ เช่น การตรวจวัดควันดำของรถยนต์ การควบคุมการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดฝุ่น การเข้มงวดโรงงานอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าในพื้นที่ หรือการฉีดพ่นน้ำก็มีเพียงสวนสัตว์สงชลาที่เข้าไปฉีดน้ำชะล้างฝุ่นเพื่อช่วยสัตว์ในพื้นที่ แต่ก็ไม่เห็นมีรถฉีดน้ำจากหน่วยงานราชการอื่นมาช่วยชะล้างฝุ่นให้ประชาชน

หรือแม้กระทั่งเรื่องการเผาในพื้นที่ หน่วยงานของรัฐต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อมก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่เคยสนใจเรื่องการเผาป่าเผาขยะ ไม่ว่าจะในเมืองนอกเมือง ใครใคร่เผาก็เผา แม้แต่เจ้าหน้าที่เทศบาลบางแห่งเวลาไปจัดการขยะริมถนน ก็ใช้วิธีเผาแทนที่จะจัดเก็บให้เรียบร้อย

ใช่ว่าเราจะไม่เคยผ่านปัญหาหมอกควันกันมา แต่เราอยู่กับปัญหานี้มาหลายครั้งหลายปีและหลายสถานที่แล้ว ทั้งที่กรุงเทพฯ พื้นที่ภาคเหนือ และแม้กระทั่งในพื้นที่ภาคใต้เองก็เจอกันทุกปี หรือเป็นเพราะเจอหมอกควันจนเกิดความเคยชิน

หรือเพราะที่นี่ ภาคใต้ ไม่ใช่กรุงเทพมหานคร จึงไม่มีใครสนใจ ปล่อยให้ประชนชนหาทางเอาตัวรอดกันเอง ปล่อยให้ประชาชนไปยืนตะโกนเรียกร้องรัฐบาลอินโดนีเซียกันเอง อย่างนั้นหรือ?


https://mgronline.com/south/detail/9620000092997

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


นักท่องเที่ยวผงะ!! แพขยะถูกซัดเข้าชายหาดหัวหินตลอดแนวเกือบ 10 กม.

ประจวบคีรีขันธ์ - มาอีกแล้วแพขยะอ่าวไทย ถูกซัดเข้าชายหาดหัวหินตลอดแนวเกือบ 10 กิโลเมตร หลังลมเปลี่ยนทิศในช่วงปลายฝนต้นหนาว นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเล



วันนี้ (26 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดปรากฏการณ์แพขยะถูกซัดเข้ามาเกยชายหาดหัวหิน ตลอดแนวตั้งแต่ชายหาดบ่อฝ้ายจนถึงชายหาดเขาตะเกียบ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางเกือบ 10 กิโลเมตร ทั้งนี้ คาดว่าน่าจะเกิดจากลมเปลี่ยนทิศมาเป็นทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เดือนกันยายน-พฤศจิกายน

ซึ่งเป็นช่วงฤดูมรสุมของทะเลฝั่งตะวันตก ทำให้ขยะที่ลอยอยู่ในอ่าวไทย ถูกซัดเข้ามาเกยที่ชายหาดหัวหิน เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปริมาณขยะจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการระบายน้ำลงอ่าวไทย เช่น บางปีเกิดน้ำท่วมจะมีการระบายน้ำลงทะเลเยอะทำให้มีขยะปะปนออกสู่ทะเลจำนวนมากเช่นกัน

สำหรับขยะที่ถูกซัดเข้ามาเกยหาดหัวหินวันนี้เป็นวันแรก ยังมีปริมาณไม่มาก บางส่วนยังลอยอยู่ทะเล ทำให้ชายหาดหัวหินไม่สวยงาม ขยะที่ลอยเข้ามาเกยหาดหัวหินมีทั้งขยะตามธรรมชาติ จากการระบายน้ำของแม่น้ำและคลองต่างๆ ลงสู่อ่าวไทย มีทั้งเศษกิ่งไม้ ทางมะพร้าว ลูกมะพร้าว ลูกจาก ซากผักตบชวา และขยะจากน้ำมือมนุษย์ซึ่งมีทั้งพลาสติก โฟม ขวดแก้ว ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านเรือน ตุ๊กตา



นายชวลิต โสภณ อายุ 32 ปี ผู้ประกอบการเจ็ตสกีชายหาดหัวหิน กล่าวว่า ขยะเหล่านี้น่าจะเริ่มลอยเข้ามาตั้งแต่เมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) ทะเลหัวหินคลื่นลมแรง น้ำขึ้นสูงจนเกือบถึงฝั่ง ตอนเช้าตนเอาเจ็ตสกีมาจอดที่ชายหาดหัวหิน รู้สึกตกใจเพราะเห็นขยะเกลื่อนหาดเป็นแนวยาว เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูมรสุมหรือมีน้ำท่วมมีการระบายน้ำลงทะเล จะมีขยะถูกทิ้งลงทะเลอ่าวไทย

จากนั้นขยะเหล่านี้จะถูกคลื่นลมม้วนรวมกันและจะลอยเข้ามาเกยที่ชายหาดหัวหิน นักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนชายหาดพอเห็นขยะเกลื่อนชายหาด และในทะเลก็ไม่กล้าลงเล่นน้ำทะเล เพราะจะสกปรกและอาจจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งที่ผ่านมา ชายหาดหัวหิน เคยเกิดเหตุการณ์แพขยะอ่าวไทยลอยเข้ามา และเคยเกิดเหตุคราบน้ำมันที่ชายหาดและในทะเล ทั้งนี้ ยังไม่แน่ใจว่าจะมีขยะเข้ามาอีกมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ เทศบาลเมืองหัวหิน จะระดมเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์และเครื่องจักรลงพื้นที่ตลอดแนวชายหาดเพื่อเก็บขยะและเร่งฟื้นฟูชายหาดหัวหิน ให้กลับมาสวยงามไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว


https://mgronline.com/local/detail/9620000093000

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


ไทย พบรอยเลื่อนใหม่แห่งที่ 16 "รอยเลื่อนเวียงแหง" ถือเป็นรอยเลื่อนมีพลังและมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้สูงสุดอยู่ที่ระดับ 6.7

ไทย พบรอยเลื่อนใหม่แห่งที่ 16 "รอยเลื่อนเวียงแหง" ถือเป็นรอยเลื่อนมีพลังและมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวได้สูงสุดอยู่ที่ระดับ 6.7 ในรอบ 2,000 ปี



นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า กรมทรัพยากรธรณี ค้นพบรอยเลื่อนมีพลังแห่งใหม่ "รอยเลื่อนเวียงแหง" นับเป็นรอยเลื่อนที่ 16 ของประเทศไทย ที่วางตัวตามแนวเหนือ-ใต้ บริเวณใกล้ชายแดนประเทศเมียนมา จากอำเภอเวียงแหงถึง อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ มีอัตราการเลื่อนตัวระยะทางยาว 0.11 มิลลิเมตรต่อปี จัดเป็นชนิดรอยเลื่อนปกติที่มีการเลื่อนตัวลงในแนวดิ่งเป็นหลัก ภาพรวมรอยเลื่อนใหม่นี้จะไม่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเหมือนกับรอยเลื่อนสกายของเมียนมา แต่อาจจะได้รับผลกระทบหากรอยเลื่อนสกายขยับ หรือเคลื่อนตัวรุนแรง

รอยเลื่อนเวียงแหง หากมีการขยับตัวแผ่นดินจะไหวจะอยู่ที่ระดับ 2-3 และมีโอกาสขยับตัวแผ่นดินจะไหวสูงสุดอยู่ที่ระดับ 6.7 เท่ากับที่รอยเลื่อนนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 2,000 ปีที่ผ่านมา จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แนวรอยเลื่อนใหม่ไม่ต้องกังวล ในส่วนของอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนที่อยู่ใกล้แนวรอยเลื่อนเวียงแหงไม่ต้องกังวล คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และเขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพราะตัวเขื่อนต่างๆ สามารถรองรับแผ่นดินไหวได้ถึงระดับ 7 ขณะเดียวกันกรมโยธาธิการและผังเมืองจะเร่งวิจัยรอยเลื่อนใหม่นี้เพื่อออกแบบโครงสร้างอาคารบ้านเรือนให้สามารถรับแผ่นดินไหวให้ได้มั่นคงที่สุด ในเบื้องต้นกรมทรัพยากรธรณีได้ทำการสำรวจพื้นที่เสี่ยงพบรอยเลื่อนใหม่ๆ อยู่ 200 แห่ง พบรอยเลื่อนใหม่กว่าร้อยละ 90

นายสุวิทย์ โคสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนธรณีภัยพิบัติ กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ได้ประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สร้างการรับรู้เกี่ยวกับรอยเลื่อนใหม่ "รอยเลื่อนเวียงแหง" เพื่อพร้อมรับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ที่สำคัญให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติไม่กังวลและแตกตื่น


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...90926161826439
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


ดันนกชนหินขึ้นทะเบียนสัตว์สงวนก่อนสูญพันธุ์ หลังพบถูกยิงเอาโหนกถึง 4 ตัวที่นราธิวาส

พบเครือข่ายลักลอบล่านกชนหินลามถึงไทย พรานป่าเหิมบุกล่านกชนหินถึงในเขตอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี ในจ.นราธิวาส เพื่อนำโหนกส่งขายต่อในกลุ่มนักสะสมเครื่องประดับจากชิ้นส่วนสัตว์ป่า ด้านเครือข่ายนักอนุรักษ์เรียกร้องรัฐเร่งยกระดับการคุ้มครองนกชนหินให้เป็นสัตว์สงวน ก่อนนกเงือกหายากชนิดนี้จะสูญพันธุ์ไปตลอดกาล

ปรีดา เทียนส่งรัศมี เจ้าหน้าที่โครงการศึกษานิเวศวิทยาของนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล รายงานเมื่อวันที่ 25 กันยายน ผ่านทางเฟสบุค preeda budo ว่า ตนได้ข่าวว่ามีพรานจากอ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และจ.ยะลากำลังขึ้นเขามาล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี โดยเป้าหมายของพรานกลุ่มนี้คือ นกชนหิน ซึ่งมีตลาดรับซื้ออยู่ในเมืองนราธิวาสให้ราคาถึงหัวละ 10,000 บาท

โดยปรีดาได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวในพื้นที่ว่ามีนกชนหินถูกยิงตายไปแล้วถึง 4 ตัวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

"ใจหายและรู้สึกโกรธจะทำอย่างไรกันดี สิ่งที่เราช่วยกันดูแลรักษากำลังถูกทำลาย และผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เพียงแค่บันทึกบอกกล่าวและได้ระบายอะไรบ้าง ชาวบ้านที่ให้ข้อมูลเขาก็กลัวเพราะพวกมันมีปืน ชาวบ้านคนหนึ่งบอกว่า ผมเคยเตือนเขาแล้วว่าอย่ายิงนกเงือก เขาอนุรักษ์กัน มันกลับท้ายิงผมอีก" ปรีดากล่าว


นกชนหินกำลังคาบอาหารกลับโพรง //ขอบคุณภาพจาก: THAILAND HORNBILL PROJECT

จากการเปิดเผยการลักลอบล่านกชนหินอย่างอุจอาจในเขตอุทยานแห่งชาติดังกล่าว นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ รองประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า นกชนหิน เป็นนกเงือกสายพันธุ์โบราณ มีลักษณะโดดเด่นต่างกับนกเงือกอื่น คือมีโหนกตันคล้ายงาช้าง มีความสวยงามเป็นที่ต้องการของนักสะสมเครื่องประดับจากชิ้นส่วนสัตว์ป่า ทำให้โหนกของนกชนหินมีมูลค่ามากและมีความต้องการจากตลาดซื้อขายชิ้นส่วนสัตว์ป่าสูง จนนกเงือกหายากชนิดนี้ถูกล่าจนใกล้สูญพันธุ์

"ในประเทศไทยเหลือนกชนหินดำรงเผ่าพันธุ์อยู่เพียงประปรายในป่าดิบภาคใต้ ที่ผ่านมาใบ order ยังมาไม่ถึงเมืองไทยเพราะการล่าที่ อินโดนีเซีย ทำได้ง่ายกว่า แต่ปัจจุบัน นกชนหิน แทบจะหมดไปจาก บอร์เนียว และพื้นที่อื่นๆทีเคยพบชุกชุม ความต้องการทางตลาดจึงพุ่งเป้ามาที่ นกชนหิน บ้านเรา" นพ.รังสฤษฎ์กล่าว

"ขณะนี้เริ่มมีการขบวนการล่านกชนหินอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่อุทยานแห่งชาติบูโดสุไหงปาดี จ.นราธิวาส แต่ด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่เพียงน้อยนิด จึงอาจไม่สามารถป้องปรามภัยคุกคามนี้ได้"

ดังนั้น นพ.รังสฤษฎ์ จึงเรียกร้องต่อผู้บริหารระดับสูงของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ยกระดับการคุ้มครองนกชนหินให้ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่ รวมถึงเร่งระดมกำลังและทรัพยากรในการเข้าปรามปรามขบวนการล่าค้านกชนหินอย่างเด็ดขาด ครบวงจร ทั้งในพื้นที่จนถึงเครือข่ายออนไลน์ใต้ดิน ก่อนที่เราจะสูญเสียเผ่าพันธุ์นกชนหิน อันเป็นนกเงือกสายพันธุ์โบราณหายาก ที่ถือเป็นมรดกล้ำค่าของทั้งประเทศไทยและนานาชาติไปตลอดกาล

ด้านนักวิจัยจากองค์กรติดตามการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมธินีย์ ภัสสราอุดมศักด์ เปิดเผยว่า แม้ว่านกชนหินจะมีสถานะการคุ้มครองเป็นสัตว์คุ้มครองในประเทศไทย และอยู่ในบัญชี 1 ของ CITES ซึ่งทำให้การค้าชิ้นส่วนของนกชนหินผิดกฎหมายทั้งในไทยและทั่วโลก อย่างไรก็ดีจากการติดตามการลักลอบซื้อขายชิ้นส่วนและเครื่องประดับจากโหนกนกชนหินในโลกออนไลน์ในประเทศไทยเป็นเวลา 6 เดือน ระหว่างเดือนตุลาคม 2561 ? เมษายน 2562 พบว่า การลักลอบค้าโหนกนกชนหินยังคงคึกคัก


ตัวอย่างโพสต์การลักลอบซื้อขายสินค้าจากโหนกนกชนหินในโซเชียลมีเดีย //ขอบคุณภาพจาก: TRAFFIC

โดยรายงานของ TRAFFIC พบว่าในช่วงเวลา 6 เดือนดังกล่าวพบโพสต์ซื้อขายสินค้าจากนกเงือกถึงอย่างน้อย 236 โพสต์ เสนอขายชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์จากนกเงือกมากกว่า 546 ชิ้น โดย 173 โพสต์ หรือ 73% ของการซื้อขายสินค้าจากนกเงือกเป็นสินค้าจากโหนกนกชนหิน แสดงให้เห็นถึงความนิยมและความต้องการในตลาดที่สูงมากของโหนกนกชนหิน

แม้ว่า เมธินีย์ กล่าวว่า การศึกษาชิ้นนี้ไม่สามารถระบุได้ถึงที่มาของโหนกนกชนหินที่นำมาขายในตลาดออนไลน์ไทยได้ แต่จากข้อมูลวิชาการหลายๆแหล่งระบุตรงกันว่า นกส่วนมากจะถูกล่าเอาโหนกมาจากป่าในมาเลเซียและอินโดนีเซีย เพื่อส่งต่อนำไปขายในตลาดนักสะสมชิ้นส่วนสัตว์ป่าในจีน ไทย และลาว โดยราคาของเครื่องประดับจากโหนกนกชนหินจะมีมูลค่าสูงถึง 20,000 ? 30,000 บาท เมื่อถึงมือผู้บริโภค

"การล่านกชนหินขนานใหญ่เพื่อป้อนตลาดการค้าชิ้นส่วนและเครื่องประดับจากสัตว์ป่า ทำให้นกชนหินตกอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่งทั้งในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะเร่งขึ้นทะเบียนนกชนหินเป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่ เพราะเรามีช่องทางตามกฎหมายสามารถทำได้อยู่แล้ว" เมธินีย์กล่าว

นกชนหิน หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rhinoplax vigil เป็นนกขนาดใหญ่ในวงศืนกเงือก มีถิ่นอาศัยกระจายในพื้นที่ป่าดิบชื้นทางตอนใต้ของคาบสมุทรมาเลย์ ไปจนถึงเกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว โดยมีเขตกระจายพันธุ์เหนือสุดบริเวณภาคใต้ตอนล่างของไทย

จากการล่าเพื่อเอาโหนกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) จัดให้นกชนหินอยู่ในสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered)


https://greennews.agency/?p=19595

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:48


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger