เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ โดยภาคเหนือมีการกระจายของฝนมากกว่าภาคอื่นๆ ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนต่อเนื่อง สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 28 - 29 ก.ย. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกจะมีฝนบางแห่ง โดยจะมีอากาศเย็นในตอนเช้า ในตอนบนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 30 ก.ย. - 3 ต.ค. 62 บริเวณประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 28 -29 ก.ย. 62 ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคภาคใต้ ยังคงระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณทางตอนบนของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (95.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (233.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (181.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ทะเลสาบใต้น้ำแข็งส่งผลต่อน้ำแข็งแอนตาร์กติก


(Credit : Google Earth)

เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าการละลายบนพื้นผิวน้ำแข็งส่งผลกระทบต่อการไหลของธารน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา จากการใช้ภาพถ่าย และข้อมูลจากดาวเทียมหลายตัวควบคู่ไปกับการสร้างแบบจำลองสภาพภูมิอากาศในภูมิภาคนี้

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชฟฟิลด์ ในอังกฤษ พบว่าทะเลสาบใต้น้ำแข็งทำให้ธารน้ำแข็งแอนตาร์กติกาบางส่วนเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 100% เร็วกว่าค่าเฉลี่ยสูงถึง 400 เมตรต่อปี เป็นไปได้ว่าธารน้ำแข็งเคลื่อนตัวลงอันเป็นผลมาจากแรงโน้มถ่วง ที่เปลี่ยนรูปแบบของน้ำแข็งและการเลื่อนฐาน ความเชื่อมโยงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากทะเลสาบใต้พื้นผิวน้ำแข็งได้แทรกซึมเข้าไปในน้ำแข็งและช่วยให้เกิดการไหลของธารน้ำแข็ง

เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทวีปแอนตาร์กติกา การละลายบนพื้นผิวจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและทั่วพื้นที่กว้าง กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดความเร็วที่ธารน้ำแข็งเคลื่อนไปทางทะเล ซึ่งในที่สุดนักวิทยาศาสตร์จะพยากรณ์ได้ว่าธารน้ำแข็งบนคาบสมุทรแอนตาร์กติกาจะเหมือนในกรีนแลนด์และอลาสกาในปัจจุบัน ที่ทะเลสาบใต้น้ำแข็งจะควบคุมขนาดและช่วงเวลาการแปรผันของธารน้ำแข็งที่ไหลผ่านฤดูกาลในช่วงหลายปี อาจมีนัยสำคัญต่ออัตราการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในอนาคต.




https://www.thairath.co.th/news/fore...Pos=0#cxrecs_s


*********************************************************************************************************************************************************


อาลัยธารน้ำแข็ง



ภาวะโลกร้อน นับวันเป็นประเด็นร้อนขึ้นเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่ที่เห็นและเป็นอยู่ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. จัดประชุมสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นวาระฉุกเฉินวันแรก

สวิตเซอร์แลนด์ คืออีกหนึ่งประเทศพบเห็นผลกระทบคาตา ปล่อยผ่านคงหายหนาว

สวิตเซอร์แลนด์ หนึ่งในประเทศที่มีเกลเซอร์หรือกลาเซียร์ (Glacier) ธารน้ำแข็ง เป็นทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติหล่อเลี้ยงอุปโภคบริโภคและสถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศ

แต่เมื่อ 2-3 วันก่อน นักเคลื่อนไหว นักไต่เขาและคนทั่วไป ร่วมกิจกรรมเดินขึ้นเขาไว้อาลัย

เป็นขบวนไว้อาลัยเชิงสัญลักษณ์ให้กับการล้มหายตายจากของเกลเซอร์พิซอล (Pizol) บนเทือกเขาเกลรัส แอลป์ สูงเหนือระดับน้ำทะเลราว 2,700 เมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ใกล้พรมแดนลิกเตนสไตน์และออสเตรีย

มวลธารน้ำแข็งพิซอลละลายหายไม่เหลือหนาแน่นพอเรียกว่าเป็นเกลเซอร์อีกต่อไป

Pizol คือ หนึ่งในเกลเซอร์เทือกเขาแอลป์ถูกใช้เป็นสนามวิจัยผลกระทบจากภาวะโลกร้อนบ่อยครั้งที่สุด

ถูกยกเป็นโมเดลสร้างความตระหนักรู้รับมือภาวะโลกร้อน



งานนี้จัดโดย "สมาคมปกป้องสภาพอากาศสวิตเซอร์แลนด์" (SACP) ตัวตั้งตัวตีรณรงค์ให้ลดปล่อยคาร์บอนในสวิตเซอร์แลนด์ ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 หรืออีก 31 ปีข้างหน้า หลังผลวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า เกลเซอร์เทือกเขาแอลป์อาจหายไปเกือบ 90% ภายในปี 2643 หรืออีก 81 ปี ข้างหน้า ถ้าไม่แก้ปัญหาโลกร้อน

เดือนที่แล้ว ไอซ์แลนด์จัดไว้อาลัยให้ธารน้ำแข็ง "โอคโยคุล" (Okjokull) อายุ 700 ปี ตายไปกับภาวะโลกร้อน

เป็นวิกฤติไม่เงียบ...นับวันคืบคลานส่งผลกระทบต่อมนุษย์ต่อโลก.


https://www.thairath.co.th/news/fore...Pos=0#cxrecs_s
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


พบทวีปที่สาบสูญ


ภาพจากยูทูบ

เพลโต นักปราชญ์ชาวกรีก เคยเขียนถึงอาณาจักรแอตแลนติส (Atlantis) ว่าเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง ตั้งอยู่ในมหาสมุทร แอตแลนติก แต่จมหายไปเมื่อ 9,500 ปีก่อนคริสตกาล แม้ทุกวันนี้จะมีนักวิจัยและนักวิชาการมากมายพยายามค้นหาหลักฐานการมีอยู่จริงของดินแดนปริศนานี้ ทว่าก็ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้อย่างชัดแจ้ง

แต่ตอนนี้เราอาจต้องลืมแอตแลนติสไปก่อนสักพัก หลังจากเดาเวอ ฟาน ไฮน์สเบอร์เกน ผู้เชี่ยวชาญด้านเปลือกโลกและบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยยูเทรกต์ ในเนเธอร์แลนด์ รายงานในวารสารกอนด์วานา รีเสิร์ช (Gondwana Research) ว่าค้นพบทวีปที่สาบสูญอีกครั้งหนึ่ง มีชื่อว่า "เกรทเตอร์ แอนเดรีย" (Greater Adria) ระบุว่ามีขนาดเทียบเท่าได้กับเกาะกรีนแลนด์ โดยแยกตัวออกจากแอฟริกาเหนือ ต่อมาก็ฝังจมอยู่ทางใต้ของยุโรปใต้ เมื่อประมาณ 140 ล้านปีก่อน

เกรทเตอร์ แอนเดรีย เริ่มก่อตัวเป็นทวีปเมื่อประมาณ 240 ล้านปีก่อนในยุคไทรแอสสิก (Triassic) การค้นพบทวีปที่ซ่อนเร้นแห่งนี้มาจากการวิจัยวิวัฒนาการของเทือกเขาที่สามารถแสดงวิวัฒนาการของทวีป เพราะทิวหรือแนวเทือกเขาส่วนใหญ่ที่ถูกตรวจสอบนั้นมีต้นกำเนิดมาจากทวีปเดียวที่แยกออกจากแอฟริกาเหนือเมื่อกว่า 200 ล้านปีที่แล้ว สิ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ของทวีปเกรทเตอร์ แอนเดรีย ก็คือร่องรอยที่พาดผ่านจากนครตูรินมายังทะเลเอเดรียติกไปจนถึงปลายสุดของภูมิประเทศรูปทรงรองเท้าบูตของอิตาลี

การเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกเป็นทฤษฎีที่อยู่เบื้องหลังแนวคิดที่ว่ามหาสมุทรและทวีปก่อตัวอย่างไร ซึ่งดินแดนแถบเมดิเตอร์เรเนียนนั้น บรรดานักธรณีวิทยามีความเข้าใจที่แตกต่างกันของการแปรสัณฐานแผ่นเปลือกโลก ในกรณีของทวีปเกรทเตอร์ แอนเดรีย พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใต้น้ำที่ปกคลุมด้วยทะเลตื้น แนวปะการัง และตะกอนที่ก่อตัวเป็นหิน โดยส่วนที่เหลือของทวีปที่สูญหายดังกล่าวยังสามารถพบเห็นได้ที่เทือกเขาทอรัสในตุรกี

ฟาน ไฮน์สเบอร์เกน เผยว่า การมุดตัวลงไปในน้ำของแผ่นเปลือกโลกเป็นวิธีพื้นฐานที่แนวเทือกเขาก่อตัวขึ้น งานวิจัยของเขาได้ให้ข้อมูลเชิงลึกจำนวนมากเกี่ยวกับภูเขาไฟและแผ่นดินไหว ซึ่งจะสามารถใช้คาดการณ์ได้ในระดับหนึ่งว่าพื้นที่ใดจะเป็นอย่างไรในอนาคต.


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1669913
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"ดร.ธรณ์" ชื่นใจ อ่าวมาหยาฟื้นตัวหลังถูกสั่งปิด ชมเจ้าหน้าที่ช่วยกันดูแล



ดร.ธรณ์?ธำรงนาวาสวัสดิ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อัปเดตความคืบหน้าอ่าวมาหยา หลังถูกสั่งปิดเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ พบป่าชายหาดฟื้นตัว ปะการังเริ่มขึ้นตามจุดต่างๆ แต่ยังมีขยะทะเลปะปน

หลังจากที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มีมติเมื่อกลางปี 2561 ให้ปิดการท่องเที่ยวอ่าวมาหยา ตั้งอยู่บนเกาะพีพีเล จังหวัดกระบี่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายหาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูปะการังที่เสื่อมโทรมอย่างหนักจากการท่องเที่ยว และพบว่าเริ่มมีปะการังที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในบริเวณที่เสื่อมโทรมจากการเข้าออกของเรือเพิ่มมากขึ้น ส่วนปะการังที่ได้ทดลองปลูกกว่า 2 หมื่นชิ้น พบว่ามีการเจริญเติบโตดี โดยเบื้องต้นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังคงปิดอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอีก 2 ปี เพื่อให้ธรรมชาติฟื้นตัวกลับมาสมบูรณ์ดีที่สุด

โดยเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ดร.ธรณ์ธำรงนาวาสวัสดิ์หรือดร.ธรณ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อมผู้มีบทบาทสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับท้องทะเลมากมาย ได้โพสต์เรื่องราวน่าชื่นใจลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Thon Thamrongnawasawat" บอกกล่าวความคืบหน้าของอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ที่ได้รับการฟื้นฟู โดย ดร.ธรณ์ได้ระบุว่า

"ป่าชายหาดฟื้นตัว กำลังเติบโตมาปกคลุมพื้นที่ซึ่งเคยเสียหาย เห็นเป็นสีเขียวสดใสน่าดีใจเป็นยิ่งนัก ปะการังเริ่มขึ้นตามจุดต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่อุทยาน/อาสาสมัคร/ม.เกษตรศาสตร์/ภาคเอกชน ช่วยกันฟื้นฟู ดูแล้วสมบูรณ์โตดีครับ ปัญหาคือขยะทะเลลอยมาติดปะการังหลายกอ โชคดีที่เจ้าหน้าที่/อาสาสมัครช่วยกันทำงานต่อเนื่อง เก็บขยะที่ติดปะการัง ลองดูภาพได้ครับ



สำหรับมาตรการฟื้นฟูมาหยา 2 ปี ตอนนี้มีความคืบหน้า ท่าเรือและเส้นทางเดินให้ไม่ไปเหยียบย่ำป่าก็กำลังทำกัน รวมถึงระบบจองตั๋วกำหนดจำนวนคน ฯลฯ ที่จะช่วยทำให้มาหยาที่ฟื้นขึ้นมา สามารถคงอยู่ต่อไปได้ ไม่ใช่เปิดๆ ปิดๆ อยู่ร่ำไป

งานฟื้นฟูมาหยาก็เหมือนงานนำร่องอุทยาน หากประสบความสำเร็จ การท่องเที่ยวกับธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้จริง เราก็สามารถทำกับที่อื่นๆ เพื่อพลิกโฉมประเทศไทยในเรื่องนี้ จึงอยากให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกท่าน รวมถึงผู้บริหารกรมอุทยานและกระทรวงทรัพยากรฯ ว่าจะสามารถผลักดันให้เกิดผลได้ในเวลาที่กำหนดไว้ครับ"


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000093224

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


"สายตรวจซาเล้ง" บทบาทสำคัญ ลดปัญหาขยะอ่าวนาง


สองมือคัดแยกขยะเพื่อหาเงิน และช่วยรักษาความสะอาดบ้านเกิด

การเสียชีวิตของพะยูนมาเรียม ที่มีการตรวจพบเศษพลาสติกในท้อง กลายเป็นกระแสและสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาของขยะยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนออกมารณรงค์ แต่ก็มีอีกหลายคนเลือกที่จะเมินเฉย และสัตว์อีกมากมายที่อาศัยอยู่ในทะเลก็อาจจะมีชะตากรรมเดียวกับพะยูนมาเรียม หรือแม้แต่มนุษย์อย่างเราแม้จะไม่ต้องตายเพราะขยะ แต่ก็พบเจอขยะในชีวิตประจำวันซะจนชินชา ทั้งที่ทิ้งไม่เป็นที่ กลิ่นเน่าเหม็น โดยเฉพาะตามเมืองใหญ่ๆหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม

ก่อนหน้านี้ คณะสื่อมวลชนได้มีโอกาสเดินทางไปที่ ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ใน"กิจกรรม ธรรมนูญ เขยื้อนขยะ" ที่ได้ไปชมการจัดการแก้ไขปัญหาขยะ ในแนวคิด ธรรมนูญสุขภาพ ที่ใช้เป็นเครื่องมือสร้างกติกาหนุนเสริมการทำงานของท้องถิ่น ต่อยอดเป็นมาตรการ ในโครงการ "สายตรวจซาเล้ง" ที่จะช่วยคัดแยกขยะ และยังสามารถนำไปขายสร้างรายได้ด้วย

ตำบลอ่าวนาง นับว่ามีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลยอดนิยมและมีชื่อเสียง ที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างเดินทางมาจำนวนมาก อาทิ อ่าวนาง, หมู่เกาะพีพี, อ่าวโละซามะเกาะไก่ , เกาะหม้อ , เกาะปอดะ , เกาะทัพ หรือทะเลแหวก สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้าง รายได้ให้กับท้องถิ่น และประเทศชาติอย่างต่อเนื่องตลอดมา และสิ่งที่ต้องรับมือก็คือ ขยะ

ขยะจำนวนมหาศาลที่มากถึงวันละ 65-70 ตัน ทั้งจากนักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น ที่เป็นแหล่งรายได้ของซาเล้งเก็บขยะที่มีทั้งคนในและนอกพื้นที่ ที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยทำให้ขยะเกิดความสกปรกเพิ่มขึ้น จากการรื้อค้นขยะในถุงดำของชาวบ้าน และผู้ประกอบการที่นำมาวางไว้ข้างถนน นี่จึงเป็นสิ่งที่ทั้งภาครัฐ สถานประกอบการร้านอาหารและโรงแรม และชาวบ้าน จึงได้ร่วมมือกันในการสร้างข้อตกลง หรือกติกา ที่เรียกว่าธรรมนูญสุขภาพ นำมาใช้ในโครงการ สายตรวจซาเล้ง


ซาเล้งเก็บชยะ หนทางช่วยรักษาธรรมชาติอ่างนาง และทะเล

นายพันคำ กิตติธรกุล นกยก องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง (อบต.อ่าวนาง) กล่าวว่า ปัจจุบัน ต.อ่าวนาง มีปริมาณขยะมูลฝอยเฉลี่ยวันละประมาณ 65-70 ตัน คิดเป็นกว่า 50% ของขยะทั้งหมดในจังหวัดกระบี่ โดยในระหว่างปี 2558-2560 ต้องสูญเสียงบประมาณในการจัดการไม่ต่ำกว่าปีละ 27 ล้านบาท ซึ่งต้นทางของขยะก็มาจากนักท่องเที่ยวและคนในพื้นที่ โดยได้มีการดำเนินงานแก้ไข ทั้ง รณรงค์ให้เก็บกวาด แจกขยะตามครัวเรือน สร้างจุดทิ้งขยะ แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมขยะได้ เพราะประชาชนยังขาดจิตสำนึกและไม่ยอมทำตามกฎหมาย จึงได้มีความคิดที่จะนำทุกภาคส่วนมาร่วมแก้ไขปัญหา ตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2562 ภายใต้ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ ปี 2550 ในเรื่องของ ธรรมนูญสุขภาพตำบล

นายสุพจน์ ชดช้อย รักษาการผู้อำนวยการกองสาธารณสุข อบต.อ่าวนาง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในพื้นที่ต.อ่าวนาง มี 8 หมู่บ้าน มีประชากรประมาณ 13,000-14,000 คน ในส่วนนี้ยังมีประชากรแฝงที่เข้ามาประกอบธุรกิจอีกประมาณ 3 หมื่นคน ดังนั้นใน 100% ปริมาณขยะที่มาจากประชากรในพื้นที่ประมาณ 30-35% และจากการเจริญเติบโตทางด้านท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ธุรกิจ อื่นๆ ประมาณ 60-65% ทำให้ภาพที่ผู้คนพบเห็นตามท้องถนนหรือแหล่งท่องเที่ยวจึงมีแต่ขยะจำนวนมาก และถังขยะที่ได้แจกจ่ายให้กับครัวเรือนก็เพิ่มขึ้น รถเก็บขยะไม่ได้คัดแยกขยะ คนเก็บขยะรื้อค้นขยะเลอะเถอะ บ้างก็แอบขโมยของ

ต่อมาจึงได้ปรับแผนให้มีการเรียกเก็บถังขยะกลับคืน และหันมาใช้ถุงดำในการคัดแยกและเก็บขยะ ต้องผูกปากถุงให้มิดชิด และนำมาวางไว้ยังจุดที่กำหนดระหว่างเวลา 19.00-24.00 น. นอกจากที่จะมีรถไปเก็บขยะแล้ว การดึงกลุ่มซาเล้งเข้ามามีส่วนร่วมก็สำคัญ เพราะจำนวนซาเล้งมีจำนวนมาก โดยซาเล้งต้องเข้าร่วมโครงการ สายตรวจซาเล้ง ซึ่งจะมีการลงทะเบียน และสวมใส่เสื้อกั๊ก สีสะท้อนแสงมีหมายเลขกำกับส่วนตัว ในระหว่างเก็บขยะ และยังจำแนกจุดเก็บขยะเพื่อจะได้ไม่เป็นการขัดแย้งพื้นที่กัน และมีเจ้าหน้าที่เทศกิจคอยตรวจดูเพื่อไม่ให้คนที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการเข้ามาเก็บขยะ นอกจากนี้ในระหว่างการรื้อค้นขยะเมื่อแล้วเสร็จต้องจัดการมัดถุงให้เรียบร้อย ห้ามปล่อยให้เลอะเทอะ หากไม่ทำตามก็จะยึดเสื้อคืน เพราะนี่คือสิ่งที่เราได้ทำการตกลงกับครัวเรือน และสถานประกอบการ ที่ให้เฉพาะคนสวมเสื้อของโครงการและรถเก็บขยะของพื้นที่เท่านั้น



ปัจจุบันมีซาเล้งที่ลงทะเบียนแล้วนั้นมีอยู่ 52 คน ซึ่งมาช่วยคัดแยกขยะที่สามารถนำไปขายได้ เช่น กระดาษ กระป๋อง ขวดพลาสติก เหล็ก ทองแดง อื่นๆ ไปขายได้ประมาณ 50 กิโลกรัม/คัน และตั้งแต่เมษายนปี 2562 ได้ประมาณ 100 กว่าตัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในแต่ละช่วงด้วย แต่เป้าหมายที่คิดว่าจะต้องทำให้ได้คือ 50 ตัน/วัน นับว่ายากเหมือนกัน และคาดว่าจะมีซาเล้งเข้าร่วมโครงการอีกประมาณ 5-6 คน นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะเปลี่ยนการใช้ถุงดำ เพราะถุงดำเยอะมากๆ มาใช้ถุงกึ่งใส มีโลโก้เทศบาล เพื่อสามารถตรวจนับจำนวนถุงที่ใช้ในแต่ละวันด้วย ซึ่งอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งในอนาคตก็อยากที่จะลดขยะให้ได้มากที่สุด

อดิศักดิ์ แซ่หลี หรือพี่อี๊ด ชายวัยกลางคนสวมใส่เสื้อกั๊กเบอร์ 3 มีไฟฉายคาดศีรษะคอยให้แสงสว่าง กำลังวุ่นกับการคัดแยกขยะ หนึ่งใน 4 จุดของสถานีขยะของ ต.อ่าวนาง เล่าว่า ทำอาชีพเก็บขยะมาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนปีนี้อายุ 37 ปีแล้ว เพราะเราเป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อก่อนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการมีรถซาเล้งเยอะ บางคันก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ และเราก็ออกจากบ้านตั้งแต่บ่าย 2 ไปจนถึงเที่ยงคืน บางคืนก็ถึงเช้า ไล่เก็บไปตามถนน โรงแรม เก็บไม่เป็นที่ เพราะคนทิ้งขยะทุกที่เยอะไปหมด แต่บางคืนขยะเยอะเก็บก็ไม่ไหว เคยเก็บได้เยอะสุดคืนหนึ่งก็ 2 พันบาท รายได้ก็พอที่จะเลี้ยงครอบครัว ทำให้เราภูมิใจในอาชีพ และยังได้ช่วยดูแลความสะอาดให้บ้านเกิดอีกด้วย

นายชัย ลำพาย อายุ 57 ปี ใส่เสื้อกั๊กเบอร์ 15 และนางอัว ลำพาย อายุ 45 ปี สามีภรรยาพากันขับรถซาเล้งคู่ใจมาเก็บขยะบริเวณซอย 8 หาดอ่าวนาง- หาดนพรัตน์ธารา ซึ่งมีหลายโรงแรมในซอยนี้ บอกว่า เก็บขยะมา 7 ปี มาตั้งแต่ 2 ทุ่มไปถึงเที่ยงคืน ไม่เคยคิดจะหยุด เพราะเป็นเหมือนรายได้อีกทางหนึ่งจุนเจือครอบครัว แต่ก่อนใครก็สามารถเข้ามาเก็บได้ พอเข้าร่วมโครงการทำให้มีระเบียบมากขึ้น ทางโรงแรมก็จะดูก่อนว่าคนที่มาเก็บขยะสวมใส่เสื้อกั๊กรึป่าว และเราก็ต้องดูความสะอาดบริเวณด้านหน้าโรงแรมไม่ให้มีขยะ ส่วนอื่นๆบริเวณซอย 8 เราก็คอยเป็นหูเป็นตาดูแลความสะอาด


สุพจน์ ชดช้อย และถุงกึ่งใสที่จะพัฒนาใส่ขยะในอนาคต

นางอรพรรณ ศรีสุขวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ธรรมนูญสุขภาพ เป็นเครื่องมือที่ให้บทบาทแก่คนทุกคน ดังนั้นทุกคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นคนเล็กคนน้อยก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน เพราะปัญหาขยะไม่ใช่เพียงเรื่องเศษผงที่ทิ้งอยู่ข้างทาง แต่เป็นเรื่องการจัดการเชิงระบบที่ใหญ่มาก เห็นได้จากการให้ความสำคัญทั้งในส่วนของสมัชชาสุขภาพจังหวัดกระบี่ และยังถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์และนโยบายของจังหวัดด้วย และความท้าทายการทำให้พื้นที่ตำบลอ่าวนาง เป็นต้นแบบเรียนรู้และขยายผลเพื่อรับมือกับปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างไร


https://www.thaipost.net/main/detail/45687

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


คนกรุงป่วน "ภาษีเจริญ-บางพลัด" ค่า PM2.5 ยังเกินมาตรฐาน

คพ.เผยคุณภาพอากาศใน กทม. 'ภาษีเจริญ ? บางพลัด' ค่า PM2.5 ยังเกินมาตรฐาน ภาพรวมแนวโน้มฝุ่นลดลง เตรียมถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือ 2-3 ต.ค.นี้



นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า จากการติดตามตรวจสอบสถานการณ์คุณภาพอากาศประจำวันที่ 27 กันยายน 2562 พบว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 25-52 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) โดยค่า PM2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐาน 2 พื้นที่ (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) คือบริเวณเขตภาษีเจริญ มีค่า 52 มคก./ลบ.ม. และเขตบางพลัด มีค่า 51 มคก./ลบ.ม. โดยทั้ง 2แห่ง คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ แต่มีแนวโน้มลดลงจากวันก่อนหน้า

เนื่องจากยังคงได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศที่ปกคลุมประเทศไทย แต่เริ่มมีกำลังอ่อนลง ทั้งนี้ คาดว่าลักษณะเช่นนี้จะมีจนถึงวันที่ 28 กันยายน 2562 จึงขอความร่วมมือประชาชน งดเผาในที่โล่งทุกชนิด รวมทั้ง บำรุงดูแลรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้เกิดควันดำ

"คพ.จะติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิดและซักซ้อมแผนการจัดการเชิงพื้นที่ในช่วงวิกฤตตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายวราวุธ ศิลปอาชา)โดยในวันที่ 2 และ 3 ตุลาคม 2562 นี้ คพ.กำหนดให้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อซักซ้อมแผนการตอบโต้สถานการณ์เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์เข้าสู่ช่วงวิกฤต"

สำหรับคุณภาพอากาศในพื้นที่อื่นๆ ได้แก่ พื้นที่ตำบลหน้าพระลาน จ.สระบุรี พบปริมาณฝุ่นละออง PM10 ตรวจวัดได้ที่ 137 มคก./ลบ.ม. มีค่าเกินมาตรฐาน (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 120 มคก./ลบ.ม.) อยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ สาเหตุ เกิดจากมีฝุ่นสะสม เนื่องจากมีการประกอบกิจการโม่ บด ย่อยหิน เหมืองหิน โรงงานปูนซิเมนต์ และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมถึงการบรรทุกขนส่งหินตลอดวัน

ส่วนพื้นที่ภาคใต้ พบปริมาณฝุ่นละออง PM10 มีค่าระหว่าง 20-35 มคก./ลบ.ม. และ PM2.5 มีค่าระหว่าง มีค่าระหว่าง 8-20 มคก./ลบ.ม. ซึ่งมีแนวโน้มลดลงจากวันก่อนหน้า คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก เนื่องจากทิศทางลมเปลี่ยนแปลง ประกอบกับสถานการณ์จุดความร้อนในภูมิภาคอาเซียนตอนล่างมีแนวโน้มลดลง ทำให้ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่บรรเทาลง ทั้งนี้เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวที่อยู่อาศัยในบริเวณที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐานข้างต้น ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรม หรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก


https://www.prachachat.net/general/news-375640

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:38


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger