เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2558

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือระมัดระวังอันตรายจากน้ำท่วมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมายังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 23-26 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนไปพาดผ่านประเทศพม่า และประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 21-22 ก.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 23-26 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนไปพาดผ่านประเทศพม่า และประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนลดลง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 20-21 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ยังคงมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2_02.jpg (101.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (96.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave.jpg (92.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

ไทยรัฐ


พายุคลื่นลมแรง ซัดเรือจับแมงกะพรุนล่ม 24 ลำ ที่กระบี่



เกิดพายุคลื่นลมแรงบริเวณชายฝั่ง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ซัดเรือประมงที่ออกจับแมงกะพรุนล่มบริเวณท่าเรือ และในทะเลทั้งหมดถึง 24 ลำ แต่คนเรือสามารถว่ายขึ้นฝั่งและถูกช่วยขณะลอยคอได้หมด ไม่มีใครจมน้ำเสียชีวิต...


เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 20 ก.ค.58 นายเศวตฉัตร สุวรรณรัตน์ ปลัดอาวุโสอำเภอเหนือคลอง จ.กระบี่ รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านแหลมกรวด ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง ว่า มีเหตุเรือหางยาวของชาวประมงพื้นบ้าน ที่ออกไปจับแมงกะพรุนในทะเลล่มจำนวน 12 ลำ เหตุเกิดที่บริเวณท่าเรือขึ้นแมงกะพรุน หลังทราบเรื่องจึงไปตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขเหนือคลอง และชาวบ้านในพื้นที่

พบว่าจุดเกิดเหตุ จุดแรกอยู่บริเวณท่าเรือห่างจากฝั่งไปประมาณ 30 เมตร มีเรือล่มทั้งหมด 10 ลำ คนเรือได้กู้ขึ้นมาหมดแล้ว ส่วนจุดที่ 2 ห่างจากฝั่งประมาณ 300 เมตร เรือล่ม 2 ลำ เรือยังลอยอยู่ในทะเล ส่วนคนเรือทั้ง 2 ลำ รวม 4 คน ได้ว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งอย่างปลอดภัย



นอกจากนั้น ยังพบว่ามีเรือหางยาวที่ออกไปจับแมงกะพรุนไม่กลับเข้าฝั่ง และติดต่อไม่ได้อีก 2 ลำ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อ แต่เบื้องต้นไม่สามารถออกไปค้นหาได้ เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง

จากการสอบถามทราบว่า ขณะเกิดเหตุเรือประมงกำลังกลับเข้าฝั่งเพื่อนำแมงกะพรุนที่จับได้มาส่งที่ท่าเรือ แต่ระหว่างที่รออยู่นั้น ได้มีลมพายุพัดอย่างแรง ส่งผลให้เรือในจุดดังกล่าวล่มลง 10 ลำ ส่วนอีก 2 ลำ กำลังกลับเข้าฝั่ง แต่ไม่สามารถต้านทานคลื่นลมได้ ทำให้เรือล่ม แต่โชคดีที่คนเรือทั้ง 2 ลำ ว่ายน้ำกลับเข้าฝั่งได้

ล่าสุด เวลา 19.00 น. มีรายงานหลังพายุกระหน่ำ ในพื้นที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ชาวประมงได้พบลูกเรือหางยาวที่ออกไปจับแมงกะพรุนลอยคออยู่ในทะเลไม่ห่างจากฝั่งมากนัก ในพื้นที่ ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง รวม 4 คน จากเรือ 2 ลำ และนำกลับเข้าฝั่งส่งบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว

ขณะที่สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทางอำเภอเหนือคลอง สรุปเหตุมีเรือล่มรวม 24 ลำ ประกอบด้วย หมู่ 1 ต.เกาะศรีบอยา ล่ม 7 ลำ หมู่ 2 ต.เกาะศรีบอยา 5 ลำ และหมู่ 8 ต.คลองขนาน 12 ลำ ทั้งหมดเป็นเรือหางยาว ที่ออกไปจับแมงกะพรุน.


*********************************************************************************************************************************************************


พบตัวไต๋เรือใหญ่พุ่งขึ้นหาดพัทยา ลงโทษพัก-ยึดใบนายท้าย 6 เดือน



คืบหน้า ไต๋เรือเมาขับเรือใหญ่ พุ่งขึ้นเกยตื้นบนฝั่งหาดพัทยา พบตัวไต๋เรือดังกล่าวแล้ว ทราบว่าเป็นความผิดครั้งแรกลงโทษพักและยึดใบประกาศนายท้ายเรือ 6 เดือน หากทำผิดซ้ำต้องถูกถอนใบนายเรือ-ห้ามเดือนเรือตลอดชีวิต...

จากกรณี เรือรับนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่ 2 ชั้น สามารถบรรจุผู้โดยสารได้ 47 ที่นั่ง ชื่อ อิตทีอันเดอร์4 ขับพุ่งขึ้นมาเกยตื้นบนชายหาดพัทยา สร้างความแตกตื่นให้กับนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก ซึ่งเรือลำดังกล่าวจอดนิ่งนานกว่า 3 ชั่วโมง โดยไม่มีคนขับลงมาทั้งยังไม่ยอมดับเครื่องเรือ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งคนขึ้นไปตรวจสอบบนเรือ จึงพบไต๋เรือ ทราบชื่อต่อมา นายคำพา หรืออ๋อง อาจมาลา อายุ 50 ปี สภาพอยู่ในอาการมึนเมาอย่างหนักให้การไม่รู้เรื่อง



เรือรับส่งนักท่องเที่ยว อิตทีอันเดอร์4 เกยหาดพัทยา
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 20 ก.ค.58 เจ้าหน้าที่สำนักงานกรมเจ้าท่าภูมิภาค 6 สาขาพัทยา เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายคำพา อาจมาลา ไต๋ผู้ขับขี่เรือลำดังกล่าว ทราบว่ากระทำความผิดเป็นครั้งแรก เจ้าหน้าที่จึงได้ลงโทษตามความผิด พรบ.การเดินเรือน่านนำไทย โดยการพักและยึดใบประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเล หรือใบนายท้ายเรือเป็นเวลา 6 เดือน และหาก นายคำพา ยังทำความผิดซ้ำซ้อนอีก จะลงโทษขั้นสูงสุดโดยทำการเพิกถอนใบนายเรือ และห้ามเดินเรือตลอดชีวิต

ส่วนเรือลำดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะยึดไว้เพื่อทำการตรวจสอบความเสียหาย โดยอนุญาตให้สามารถนำเรือออกจากฝั่งไปจอดในทะเลเพียงเท่านั้น ห้ามนำไปใช้ประกอบการ หรือรับผู้โดยสารแต่อย่างใด หากตรวจสอบเรียบร้อยจะส่งคืนเจ้าของเรือต่อไป.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

เดลินิวส์


มิ.ย.2558 เดือน มิ.ย.ที่ร้อนที่สุดในรอบ 135 ปี



นักวิทยาศาสตร์สหรัฐเผย เดือน มิ.ย. 2558 เป็นเดือน มิ.ย.ที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกร้อนอบบ้าวที่สุดในรอบ 135 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่า โลกมนุษย์เพิ่งทำสถิติใหม่ด้านภูมิอากาศ โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา เป็นเดือน มิ.ย. ที่อากาศร้อนที่สุดในรอบ 135 ปี และในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ยังทำสถิติใหม่ด้านความอบอุ่นด้วย

รายงานรายเดือนของ สำนักงานสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นโอเอเอ) เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ ระบุว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยทั่วโลก เหนือผิวดินและผิวน้ำมหาสมุทร ในเดือน มิ.ย. 2558 สูงกว่าทุกเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เริ่มมีกาบันทึกการรตรวจวัดอุณหภูมิในปี พ.ศ. 2423 และสูงกว่า 1.88 องศาเซลเซียส ของค่าเฉลี่ยของศตวรรษที่ 20 โดยเดือน มิ.ย. ที่ครองสถิติอุณหภูมิสูงสุดก่อนหน้านี้คือในปี 2557 นอกจากนั้น ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 ยังทำลายสถิติอากาศร้อนที่สุดของครึ่งแรกปี 2553 ด้วย

การสำรวจของ เอ็นโอเอเอ ยังพบอีกว่า พื้นที่ทะเลน้ำแข็งรอบขั้วโลกเหนืออยู่ที่ 350,000 ตารางไมล์ น้อยกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2524 - 2553 ร้อยละ 7.7 “

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

ผู้จัดการออนไลน์


พบเขาใหญ่มี “หมีหมา” ไม่ถึงร้อย


หมีหมา

มจธ.- ครั้งแรกที่นักวิจัยไทยสามารถคิดค้นวิธีการในการนับจำนวนประชากรหมีในป่าสำเร็จ ระบุที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เคยสำรวจจำนวนหมี ใช้เขาใหญ่เป็นพื้นที่นำร่อง พบหมีหมาไม่ถึง 100 ตัว และหมีควายประมาณ 300 ตัว ชี้เป็นข้อมูลสำคัญอันเป็นต้นทางแก้ไขปัญหาขบวนการค้าอวัยวะสัตว์ป่า

ดร.ดุสิต งอประเสริฐ นักวิจัยดาวรุ่ง ประจำปี 2557 จากสถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ (สรบ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เจ้าของผลงานการศึกษาประชากรและความหลากหลายของยีนในหมีควาย และหมีหมา ณ ผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่ เปิดเผยถึงความสำคัญของงานศึกษาวิจัยครั้งนี้ว่า เป็นงานวิจัยที่ทำให้ประเทศไทยมีความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับประชากรหมีในประเทศ

เนื่องจากที่ผ่านมาไทยไม่เคยมีวีธีการประเมินประชากรสัตว์ประเภทนี้มาก่อน ส่งผลให้ไทยไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพของหมีในป่าว่ามีอยู่จริงจำนวนเท่าไร ท่ามกลางสถานการณ์การค้าสัตว์ป่าทำให้หมีตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงอย่างมากต่อขบวนการค้าสัตว์ป่า

จากปัญหาดังกล่าว ดร.ดุสิตพร้อมทั้งทีมงานจึงทำการศึกษาประชากรหมีในป่าขึ้น และด้วยความชำนาญที่คลุกคลีกับงานวิจัยหมีมากว่าห้าปีทำให้ ดร.ดุสิต ค้นพบวิธีการจำแนกประชากรหมีจากลายที่หน้าอกของทั้งหมีหมาและหมีควายในป่า ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าหมีควายในพื้นที่เขาใหญ่มีอยู่ประมาณ 300 ตัว หมีหมาประมาณต่ำกว่า 100 กว่าตัว

ทั้งนี้ หมีเป็นตัวช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์ในป่า เพราะ 90% ของอาหารที่หมีกินเป็นผลไม้ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ดร.ดุสิตระบุว่า หน้าที่ในระบบนิเวศของหมีสำคัญไม่แพ้สัตว์ที่ช่วยกระจายเมล็ดพืชอื่นๆ แม้เราจะจำแนกหมีควายและหมีหมาได้ไม่ยาก แต่การนับจำนวนประชากรหมีแต่ละชนิดก็ไม่ง่าย โดยการจำแนกจะต้องเก็บภาพลวดลายหน้าอกหมี ซึ่งพบว่าหมีแต่ละตัวจะมีลายสีขาวที่หน้าอกแตกต่างกันออกไปเล็กน้อยต้องอาศัยการถ่ายภาพและระบุรูปแบบเฉพาะตัวให้ได้



“ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีข้อมูลเรื่องนี้มาก่อน ขณะที่ขบวนการค้าอวัยวะสัตว์ป่ายังคงดำเนินอยู่ ตรงนี้จึงเป็นจุดเสี่ยงที่ทำให้เราต้องเร่งทำการศึกษาประชากรหมี เพราะวันหนึ่งอาจจะเหมือนเสือโคร่งก็ได้ที่ในวันที่เราลุกขึ้นมาศึกษาจริงจังก็พบว่ามันใกล้สูญพันธุ์ไปมากแล้ว” ดร.ดุสิตกล่าว

ดร.ดุสิต เปิดเผยในตอนท้ายว่า เร็วๆ นี้กำลังจะเปิดพื้นที่การศึกษาประชากรหมีหมาและหมีควายแห่งใหม่ที่บริเวณผืนป่าคลองแสง-เขาสก เนื่องจากมีรายงานว่า การกระจายตัวของหมีควายมีจุดใต้สุดอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชของประเทศไทย โดยเขตการกระจายตัวของหมีควายโดยธรรมชาติของหมีควายเริ่มต้นที่เทือกเขาหิมาลัย

“คาดว่าหากลงไปใต้กว่านี้จะไม่พบเจอหมีควายอีกแล้ว ที่คลองแสงเรียกว่าเป็นป่าใหญ่ของหมีหมา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 6,000 กว่าตารางกิโลเมตร เป็นผืนป่าใหญ่สุดท้ายของภาคใต้ หากเราศึกษาประชากรหมีทั้งสองชนิดคือทั้งหมีหมา และหมีควาย เราน่าจะรู้ว่าหากที่นี่มีหมีหมามากกว่าพฤติกรรมของหมีควายจะเป็นอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับหมีที่เขาใหญ่ที่มีประชากรหมีควายมากกว่า” ดร.ดุสิตสรุป


*********************************************************************************************************************************************************


ทำประมงผิดกฎหมาย : เหตุทำลายธุรกิจประมง

หลังจากที่รัฐบาลได้ผ่อนผันให้เรือประมงผิดกฎหมายทำการประมงได้ระยะหนึ่ง และในระหว่างที่มีการผ่อนผันได้เปิดโอกาสให้เจ้าของเรือประมงผิดกฎหมายดำเนินการแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งนี้ด้วยเหตุปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การปล่อยให้เรือประมงผิดกฎหมายดำเนินกิจการต่อไป จะส่งผลร้ายต่อกิจการประมงของประเทศไทยในอนาคต เช่น ทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำลดลง และจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประกอบการประมงเอง เนื่องจากจำนวนสัตว์น้ำลดลงเมื่อเทียบกับจำนวนเรือประมงที่เพิ่มขึ้น ทำให้จับสัตว์น้ำได้น้อยลงไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน

2. เรือประมงที่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่จะหลีกเลี่ยงการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำ บุคลากรประจำเรือ รวมไปถึงการลักลอบจับปลาในเขตและฤดูกาลห้ามทำการประมง จึงเป็นตัวการทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำโดยตรง จะเห็นได้จากการลักลอบจับปลาในฤดูที่ปลาวางไข่ และการใช้อวนเล็กกว่าที่กฎหมายกำหนด ทำให้ลูกปลาถูกจับก่อนที่จะโตมีค่าทางเศรษฐกิจมากกว่าที่จะนำไปเป็นปลาป่น เพื่อเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า ซึ่งเกิดจากเรืออวนจากอวนรุน และอวนล้อมจับปลากะตักซึ่งเป็นการทำประมงน้ำตื้นหรือประมงชายฝั่ง อันเป็นแหล่งอาศัยของลูกปลาก่อนที่จะเติบโต และออกไปสู่ทะเลลึก

3. กลุ่มประเทศยุโรปหรืออียู ซึ่งเป็นตลาดอาหารทะเลขนาดใหญ่ของไทย และในแต่ละปีประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกอาหารทะเลนับแสนล้านบาท ได้ให้ใบเหลืองประเทศไทย โดยกำหนดเงื่อนไขให้ประเทศไทยปรับปรุงกิจการประมงให้เป็นไปตามมาตรการที่อียูกำหนดในด้านบุคลากรประจำเรือ เครื่องมือจับสัตว์น้ำ และอุปกรณ์ประจำเรือ และเวลานี้ใกล้จะถึงเส้นตายที่อียูกำหนดแล้วแต่ประเทศไทยยังแก้ไขปัญหาได้ไม่ครบถ้วน จึงทำให้เกิดอาการหวั่นวิตกว่าถ้าถึงเวลานั้นแล้วประเทศไทยยังแก้ปัญหาไม่ได้ อียูอาจปฏิเสธการนำเข้าสัตว์น้ำจากประเทศไทย และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ประเทศไทยก็เสียตลาดสัตว์น้ำทางทะเลไป และนั่นหมายถึงรายได้จากการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำไปอียูได้สูญเสียไปด้วยโดยปริยาย

แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ยังโชคดีที่รัฐบาลภายใต้การนำของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศจุดยืนแน่วแน่ที่จะทำให้เรือประมงผิดกฎหมายหมดไป ถึงแม้ว่าจะเสี่ยงต่อการเกิดขึ้นของปัญหาดังต่อไปนี้

1. ผู้ประกอบการเรือประมงทั้งที่ถูกกฎหมาย และผิดกฎหมายได้รวมตัวกันหยุดออกทะเลจับปลาเพื่อต่อรองกับรัฐบาล โดยใช้ความเดือดร้อนของประชาชน อันเกิดจากการขาดแคลนอาหารทะเล และทำให้ราคาแพงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนของผู้ประกอบธุรกิจซึ่งต้องใช้สัตว์น้ำจากทะเล เช่น โรงแรม ภัตตาคาร หรือแม้กระทั่งร้านอาหารขนาดเล็กต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น จำเป็นต้องขึ้นราคาหรือไม่ก็ได้กำไรน้อยลง ถ้าไม่ยอมปรับราคา ถ้าปรับราคาผู้ที่รับภาระคนสุดท้ายก็คือผู้บริโภค เมื่อเป็นเช่นนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะตกเป็นภาระรับผิดชอบของรัฐบาล ถ้าไม่ยอมตามข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการที่ต้องการให้รัฐบาลผ่อนผันต่อไปอีกระยะหนึ่ง

2. ถ้ารัฐบาลยอมทำตามเงื่อนไข โดยการผ่อนผันให้ผู้ประกอบการประมงทำผิดกฎหมายต่อไป ก็จะเสี่ยงต่อการยกเลิกการนำเข้าสัตว์น้ำจากประเทศไทยของอียู และจะทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้นับแสนล้านบาทต่อปี

แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านี้ ถ้าการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการทำประมงไม่มีผลในทางปฏิบัติ ก็จะนำไปสู่การทำลายทรัพยากรทางทะเลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดท้องทะเลไทยก็จะมีสัตว์น้ำเหลือไว้ให้ลูกหลานในอนาคต

ด้วยเหตุ 3 ประการดังกล่าวข้างต้น การทำประมงผิดกฎหมายจึงเป็นปัญหาท้าทายอำนาจรัฐอยู่ในขณะนี้

เรือประมงผิดกฎหมายเกิดขึ้นและดำเนินการอยู่ได้อย่างไร และถ้าจะแก้ไขให้ได้ผลจริงจังจะใช้วิธีไหน

ก่อนที่จะตอบปัญหาข้างต้น ขอให้ท่านผู้อ่านลองย้อนไปดูธุรกิจการประมงของไทยก็จะพบว่า เรือประมงผิดกฎหมายมีลักษณะการเกิดขึ้น และดำรงอยู่ไม่แตกต่างไปจากรถทัวร์เถื่อน และรถตู้เถื่อน ซึ่งมีอยู่ส่วนหนึ่งและอาจเป็นส่วนใหญ่ ด้วยที่อยู่ในความเป็นเจ้าของเดียวกับรถถูกกฎหมาย หรือพูดง่ายๆ ก็คือ เรือประมงผิดกฎหมายส่วนหนึ่งเป็นของผู้ประกอบการที่มีประมงถูกกฎหมายนั่นเอง และผู้ประกอบการต้องทำเช่นนี้ ก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ คือเรือประมงผิดกฎหมายหารายได้มากกว่าเรือถูกกฎหมาย ทั้งนี้อนุมานได้ด้วยเหตุปัจจัยในเชิงตรรกะดังต่อไปนี้

1. มีต้นทุนดำเนินการต่ำกว่าเรือที่ถูกกฎหมาย เนื่องจากไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้รัฐในส่วนที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนเรือ ค่าขออาชญาบัตร รวมไปถึงค่าจ้างแรงงานบุคลากรประจำเรือก็น้อยกว่าเรือที่ถูกกฎหมาย และที่สำคัญกว่าอื่นใดก็คือ การใช้เครื่องมือจับปลาที่มิได้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ตาอวนที่เล็กกว่า เป็นต้น ย่อมง่ายต่อการทำประมง เพราะสามารถจับได้ตั้งแต่ขนาดเล็กไปถึงขนาดใหญ่ โอกาสที่จะคุ้มค่าย่อมมีมากกว่า

2. เรือประมงผิดกฎหมาย ย่อมหลบหลีกการควบคุมและสามารถนำไปประกอบธุรกิจเถื่อนอย่างอื่น เช่น ขนแรงงานเถื่อน ค้าน้ำมันเถื่อนได้ด้วย

ด้วยเหตุนี้ ถ้าปล่อยให้มีเรือประมงเถื่อนต่อไป ย่อมทำความหายนะให้แก่ประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนประเด็นว่า เรือประมงผิดกฎหมายหรือประมงเถื่อนเกิดขึ้น และดำเนินการอยู่ได้อย่างไรนั้น ตอบได้โดยดูตัวอย่างจากรถทัวร์เถื่อน และรถตู้เถื่อนคือ เจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการควบคุม ได้ปล่อยปละละเลยเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ ไม่จับกุม และปราบปรามอย่างจริงจัง จะด้วยเหตุที่กำลังไม่เพียงพอ หรือจะด้วยมีผลประโยชน์แอบแฝงก็เหลือจะคาดเดา

แต่ที่พอจะคาดเดาได้ก็คือ จำนวนเรือเป็นร้อยเป็นพันลำ ทั้งขนาดของเรือก็ใช่ว่าจะเล็กจนมองเห็นได้ยาก จึงไม่น่าจะรอดพ้นจากสายตาเจ้าหน้าที่รัฐผู้ที่อุทิศเวลา และสติปัญญาให้แก่การทำงาน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ปัญหาการหยุดออกเรือจับปลาของบรรดาผู้ประกอบการประมงได้เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น ทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ก็คือ จะต้องแยกเรือประมงที่ถูกกฎหมายออกจากเรือที่ทำผิดกฎหมายแล้วให้เรือที่ถูกกฎหมายจับปลาต่อไป เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนอาหารทะเล ส่วนเรือที่ผิดกฎหมายก็เอื้ออำนวยให้ความสะดวกในการแก้ซึ่งดำเนินการได้เป็นขั้นตอนดังนี้

1. จัดตั้งสหกรณ์ผู้ประกอบการเรือประมง และให้เรือที่ถูกกฎหมายมารวมกันทำการจับปลา โดยรัฐเข้าไปแก้ไขและป้องกันความขัดแย้งอันอาจเกิดขึ้นจากผู้มีอิทธิพลในวงการประมง

2. เร่งรัดการแก้ไขปรับปรุงเรือที่ผิดกฎหมายให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเร่งด่วน โดยไม่ต้องผ่อนผัน

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

ผู้จัดการออนไลน์


จีนลงมือสร้าง ‘เขื่อนสูงที่สุดในโลก’ ต่อขยายแผนไฟฟ้าพลังน้ำ


ซันสยาต้าป้า หรือเขื่อนสามผา ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก (ภาพ เอเอฟพี)

เอเจนซี - จีนเริ่มก่อสร้างเขื่อนเก็บน้ำสูง 314 เมตร ซึ่งจะกลายเป็นเขื่อนที่มีความสูงที่สุดในโลก ขณะเร่งขยับขยายแผล่งผลิต ‘ไฟฟ้าพลังน้ำ’ เปลี่ยนเป็นมังกรหัวใจสีเขียว

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของจีนประกาศผ่านเว็บไซต์เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนเก็บน้ำ “ซวงเจียงโข่ว” (双江口) ที่ตั้งอยู่ในแม่น้ำสาขาของแม่น้ำแยงซีเกียง แคว้นปกครองตนเองชนชาติทิเบตอาป้า มณฑลเสฉวนทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2565 หรืออีกเจ็ดปีข้างหน้า

เขื่อนซวงเจียงโข่วซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการปลูกสร้างกว่า 36,000 ล้านหยวน หรือราวหนึ่งแสนแปดหมื่นล้านบาท จะเอาชนะเขื่อนจิ่นผิง-1 (錦屏一級) ที่มีความสูง 305 เมตร ในเมืองเลี่ยงซันของเสฉวน ซึ่งครองตำแหน่งเขื่อนที่สูงที่สุดของโลกอยู่ในปัจจุบัน

ความพยายามขยับขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำหรือไฮโดรเพาเวอร์ (Hydropower) ของจีน เป็นไปเพื่อบรรลุเป้าหมายการสร้างพลังงานทางเลือกใหม่ที่ไม่ใช่พลังงานจากฟอสซิลให้ได้ร้อยละ 20 ภายในปี 2573 ซึ่งจีนชี้ว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเป็นต้นเหตุหนึ่งของสภาพอากาศโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

นอกเหนือจากเขื่อนที่สูงที่สุดในโลกแห่งใหม่นั้น จีนยังเป็นบ้านของ “ซันสยาต้าป้า” (三峡大坝) หรือเขื่อนสามผา ซึ่งเป็นเขื่อนเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงแหล่งกักเก็บน้ำอื่นๆ ที่ช่วยผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำอีกกว่า 85,000 แห่งอีกด้วย

อย่างไรก็ดี มหกรรมการสร้างเขื่อนในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมาของจีน ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายล้านคน ที่ต้องถูกบังคับย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยโดยได้รับการชดเชยดูแลอย่างไม่เป็นธรรม

ขณะเดียวกันนักสิ่งแวดล้อมก็เตือนว่าเขื่อนเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนปลาและสัตว์น้ำชนิดอื่นๆ ลดลงอย่างฮวบฮาบ โดยองค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ ติงว่า จีนประเมินผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของโรงไฟฟ้าพลังน้ำต่ำเกินไป

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

มติชน


เฝ้าจับตารอยเลื่อนภาคเหนือ หลังรอยเลื่อนด่านเจดีย์สามองค์ขยับ



นายทินกร ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 ลำปาง เปิดเผยว่า ในพื้นที่ภาคเหนือถือว่ามีรอยเลื่อนขนาดเล็ก ที่ยังคงมีพลังพาดผ่านอยู่หลายแห่งกระจายในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ ทั้ง 17 จังหวัด จากรอยเลื่อนดังกล่าวแล้ว ยังมีรอยเลื่อนที่แตกแขนงออกไปอีกมากตามแนวเปลือกโลกในแถบภูมิภาคนี้ สำหรับในพื้นที่ภาคเหนือถือว่ามีรอยเลื่อนพาดผ่านอยู่มากกว่าทุกภาคของประเทศไทย ทำให้ในพื้นที่ภาคเหนือจึงเกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง ถือว่าเป็นผลดีในการปล่อยพลังออกมา ไม่เก็บพลังไว้นานแล้วปล่อยออกมาในคราวเดียว ซึ่งขนาดที่สูงในการเฝ้าระวังแผ่นดินไหว จะอยู่ที่ขนาด 3.0 ริกเตอร์เป็นต้นไป หากจุดศูนย์กลางเกิดขึ้นในย่านที่มีบ้านเรือนราษฎรตั้งอยู่ อาจจะกระทบต่อบ้านเรือนให้เกิดความเสียหายขึ้นได้

หลังจากเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 4.8 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา จุดศูนย์กลางใน อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และยังเกิดอาฟเตอร์ช็อคตามมาอีก 4 ครั้ง ระหว่าง 2.0 - 2.4 ริกเตอร์ จุดศูนย์กลางใน อ.สังขละบุรี และ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ทำให้ทางสำนักงานฯ ต้องมีการเฝ้าระวัง และจับตามองรอยเลื่อนต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ 8 แห่ง ว่าจะเกิดการขยับตามจากการเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าวหรือไม่ ซึ่งถือว่าการเกิดแผ่นดินไหว 4.8 ริกเตอร์ ใน จ.กาญจนบุรี นั้น เป็นขนาดที่สูง และเกิดขึ้นจากรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ คาดว่าจะมีความสัมพันธ์กัน ที่จะทำให้รอยเลื่อนในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยเกิดขยับตามได้ และมีการทยอยปล่อยพลังออกมาจากรอยเลื่อนที่ขยับตามกัน

ทั้งนี้ หลังจากเกิดแผ่นดินไหวใน จ.กาญจนบุรี จนถึงขณะนี้ผ่านไปกว่า 1 สัปดาห์ ยังไม่เกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือ

สำหรับสถิติการเกิดแผ่นดินไหวในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยนั้น ขนาดที่รุนแรงมากเคยเกิดขึ้นใน อ.พาน จ.เชียงราย ขนาดสูงกว่า 6 ริกเตอร์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 และจากแผ่นดินไหวขนาดที่สูงในครั้งนั้น จึงทำให้เกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกกว่า 2,000 ครั้ง ในห้วงระยะเวลากว่า 1 ปี ที่ผ่านมา สำหรับในปี 2558 นี้ จากการเฝ้าระวังการเกิดแผ่นดินไหวพบว่า ภาคเหนือของประเทศไทยเกิดแผ่นดินไหวไปแล้ว 101 ครั้ง โดยขนาดที่วัดได้สูงสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2558 จุดศูนย์กลางใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ขนาด 3.6 ริกเตอร์

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

ข่าวสด


‘กรมวิทย์’ ตรวจปลาแซลมอน ปนเปื้อนโลหะหนักต่ำ เตือนระวังเชื้อจุลินทรีย์ก่ออาหารเป็นพิษ




เมื่อวันที่ 20 ก.ค. นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยนิยมบริโภคเนื้อปลา โดยเฉพาะเนื้อปลาแซลมอน ทั้งในรูปนำมาปรุงให้สุกและในรูปของปลาดิบ หรือ ซาซิมิ ซึ่งพบว่ามีการแชร์ข้อมูลว่า เนื้อปลาดังกล่าวมีความไม่ปลอดภัย กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร จึงร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เฝ้าระวังความปลอดภัยมาตลอด โดยการตรวจวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนัก 3 ชนิด ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะมีการปนเปื้อน คือ ปรอท ตะกั่ว และแคดเมียม ในเนื้อปลาแซลมอนที่นำเข้าตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน

โดยตรวจพบการปนเปื้อน โลหะหนักทั้ง 3 ชนิด ที่ตรวจพบมีปริมาณต่ำมากและไม่เกินค่าที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 98 แบ่งเป็น ปรอท 78 ตัวอย่าง ตรวจพบ 46 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 59 ปริมาณที่พบตั้งแต่น้อยกว่า 0.01-0.04 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และตรวจหาปริมาณตะกั่ว 62 ตัวอย่าง ตรวจพบ 5 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 8 ปริมาณที่พบน้อยกว่า 0.10 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมทุกตัวอย่าง ในส่วนของการตรวจหาปริมาณแคดเมียม 153 ตัวอย่าง ตรวจพบ 3 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 2 โดยปริมาณที่พบตั้งแต่น้อยกว่า 0.02-0.12 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม

นพ.อภิชัย กล่าวว่า ในส่วนของซาซิมินั้น ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2556 ได้สุ่มเก็บตัวอย่างอาหารญี่ปุ่นเมนูซาชิมิ ที่ทำจากปลาทะเลดิบจากภัตตาคาร/ร้านอาหารญี่ปุ่น จำนวน 32 ร้าน จากซูเปอร์มาร์เก็ต 10 แห่งและมินิมาร์ท 1 แห่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) รวมทั้งหมด 52 ตัวอย่าง แยกเป็นตัวอย่าง ที่เก็บจากภัตตาคาร/ร้านอาหารญี่ปุ่น จำนวน 34 ตัวอย่าง และจากซูเปอร์มาร์เก็ตและมินิมาร์ท จำนวน 18 ตัวอย่าง นำมาตรวจวิเคราะห์หาการปนเปื้อนของจุลินทรีย์และพยาธิตัวกลม โดยตรวจหาจุลินทรีย์ 2 กลุ่ม คือ จุลินทรีย์ที่บ่งชี้สุขลักษณะการผลิต ได้แก่ จำนวนจุลินทรีย์รวม และอีโคไล (E. coli) และจุลินทรีย์ที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ 5 ชนิด ได้แก่ เชื้อวิบริโอ พาราฮีโมไลติคัส (Vibrio parahaemolyticus), วิบริโอ คอเลอเร (Vibrio cholerae), ซาลโมเนลล่า (Salmonella spp.) ลิสทีเรีย โมโนไซโตจีเนส (Listeria monocytogenes) และสแตปฟิโลคอคคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) และพยาธิตัวกลมกลุ่มอนิสซาคิส (Anisakidae)


*********************************************************************************************************************************************************


คุณพระช่วย! กุ้งมังกรยักษ์ตัวเป็นๆ หนัก 10 กว่ากิโล อายุเกือบ 100 ปี



คออาหารทะเลทั้งหลายคงไม่อยากจะพลาดภาพต่อไปนี้เว็บไซต์ MyFoxNY ของสหรัฐเอามานำเสนอ เพราะมันเป็นภาพกุ้งมังกรตัวใหญ่ยักษ์มากๆ

ร้านจอร์แดนส์ ล็อบสเตอร์ ฟาร์ม ที่อยู่บนเกาะลองไอซ์แลนด์ในมลรัฐนิวยอร์คนี่แหละที่เป็นเจ้าของ โดยร้านนี้เป็นร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเล ทั้งแบบสดที่แช่แข็งไว้เรียบร้อย แล้วก็แบบสำเร็จรูป เป็นธุรกิจที่ดำเนินมากันเองภายในครอบครัวของบิล จอร์แดน ผู้ก่อตั้ง มานานถึง 50 ปีแล้ว

แล้วเจ้าดาวเด่นตัวล่าสุดของร้านที่จับมาได้ก็คือกุ้งมังกรยักษ์ตัวนี้ หนักประมาณ 10 กว่ากิโล อายุน่าจะราว 95 ปีได้ นักท่องเที่ยวเอย แขกไปใครมาต่างก็พากันสนใจเจ้ากุ้งยักษ์ตัวนี้ใหญ่ เป็นเหมือนการเพิ่มดีกรีการท่องเที่ยวได้ทางหนึ่งเลยก็ว่าได้

แต่จริงๆแล้วคออาหารทะเลอาจจะต้องผิดหวังกันซะแล้ว เพราะสตีเฟ่น จอร์แดน เจ้าของร้านคนปัจจุบันบอกว่าตัวนี้จะไม่ขาย แต่จะเอาไปเลี้ยงไว้ที่สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำของเกาะลองไอซ์แลนด์แทน

"ผมแค่คิดว่ากุ้งมันแก่มากแล้ว มันสมควรจะมีชีวิตอยู่ต่ออีก แล้วความจริงก่อนหน้านี้เราก็เคยส่งกุ้งไปที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมาก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่เขาจะดูแลมันอย่างดีแน่ๆครับ" สตีเฟ่นกล่าว

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

คม ชัด ลึก


กวาดล้างเครื่องมือประมงทำลายสัตว์น้ำ เสียงสะท้อนบวก-ลบ ต่อนโยบายรัฐ ............................ โดย ทีมข่าวภูมิภาค



ผลจากการประชุมติดตามความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหา ตามข้อสังเกตในการตรวจเยี่ยมของคณะสหภาพยุโรป ของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ที่มี พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการ ผบ.ศปมผ. เป็นประธาน ณ ห้องประชุมกองทัพเรือ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ตัวแทนจากกองทัพเรือ, จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง, ธงชัย พงษ์วิชัย ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานเรือ กรมเจ้าท่า รวมทั้งผู้แทนจากสมาคมประมงต่างๆ รวมทั้งตัวแทนกลุ่มประมงพื้นบ้าน

ในมติที่ออกมารวม 5 เรื่อง น่าสนใจว่า มีการพาดพิงไปถึงเรื่องการควบคุมเครื่องมือการทำประมงประกอบด้วย ให้ส่วนกฎหมายและจัดระเบียบเรือประมง ในสังกัด ศปมผ. ออกประกาศยกเลิกเครื่องมือทำการประมงที่ทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำได้แก่ อวนรุน (ยกเว้นอวนรุนเคย), ไอ้โง่, อวนล้อมปลากระตักปั่นไฟ และโพงพาง, ให้กรมประมงกำหนดจำนวน และขนาดเครื่องมือทำการประมง ที่ใช้กับเรือประมงแต่ละประเภท โดยรายงานให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาในการกระชุมครั้งต่อไป ให้สำนักงานเลขานุการ ศปมผ. ร่วมกับกรมประมง และกรมเจ้าท่า ดำเนินการกำหนดพื้นที่ทำการประมงของเรือประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ให้มีความชัดเจน และรายงานให้ที่ประชุมร่วมพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

ทั้งนี้ โพงพาง, ลอบไอ้โง่ หรือลอบรถไฟ, อวนล้อมปลากะตัก และอวนรุน เครื่องมือเหล่านี้ ถือเป็นอุปกรณ์ประมงที่มีส่วนต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ชายฝั่งอย่างรุนแรง ส่งผลให้สัตว์น้ำชายฝั่งลดจำนวนลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากลักษณะของการจับสัตว์น้ำ คือการจับเอาตัวอ่อนหรือตัวเจริญพันธุ์ไปด้วย ทั้งนี้ปัญหาการทำลายล้างทรัพยากรทางธรรมชาติ โดยไร้การควบคุม จากการลักลอบใช้เครื่ิองมือทำประมง ที่่ไม่ได้รับอนุญาต เป็นอีกประเด็นที่รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญ ต่อการที่จะดำเนินการอย่างจริงจัง ดังนั้นการยกเลิกเครื่องมือทำประมงข้างต้น หากบังคับใช้ได้จริง จึงหมายถึงการที่จะฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ เอื้ิอต่อการทำประมงทุกส่วน ทั้งประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ เป็นการลดความขัดแย้งระหว่างประมง 2 ฝ่ายที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนาน ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว "อำนาจ ศิริเพชร นักวิชาการประมง สำนักงานประมง นครศรีธรรมราช แสดงความคิดเห็นว่า หากยุติเครื่องมือทำลายล้างเหล่านี้ จะมีส่วนต่อการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนไทยในภาคประมงพื้นบ้านได้มากกว่า 2 แสนคน กระจายไปทั้ง 22 จังหวัดชายฝั่ง เป็นการกลับมาสร้างความมั่นคงให้แก่ภาคการประมงได้ทันที และถ้ายกเลิกอวนลากได้ ปะการังเทียมที่ทำมาแล้ว 37 ปี จะกลับมาทำหน้าที่ฟื้นฟูทรัพยากรให้แหล่งประมงชายฝั่งทันที ทุกวันนี้ อวนลากและปั่นไฟล่อปลาออกมาจากปะการังเทียมแล้วล้อมจับ มีส่วนต่อการทำลายพันธุ์สัตว์น้ำแบบล้างผลาญ

ขณะที่ สุกิจ รัตนวินิจกุล ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ที่ผ่านมาเครื่องมือทำลายล้างที่เป็นปัญหาของนครศรีธรรมราชมากที่สุดคือ “ไอ้โง่” ที่ระบาดอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในแถบอ่าวปากพนัง และอ่าวท่าซัก สำหรับ “ไอ้โง่” หรือ “คอนโดดักปลา” เป็นอุปกรณ์ดักปลา ใช้วางดักปลา มีลักษณะเป็นโครงเหล็ก หุ้มด้วยตาข่ายไนลอนคล้ายๆ ลอบดักปลา แต่เอาหลายๆ อันมาวางเรียงกลับหัวกลับหาง ความยาวของ “ไอ้โง่” หรือ “คอนโดดักปลา” อยู่ที่ขนาดและจำนวนลอบที่ใช้ทำ โดย “ไอ้โง่” จะใช้วางตามร่องน้ำ สามารถดักสัตว์น้ำได้ทุกชนิด ที่ผ่านมาการใช้ “ไอ้โง่”ได้รับความนิยม เพราะลงทุนและใช้แรงงานน้อย เพียงเอาไปวางไว้ตามร่องน้ำ ถึงเวลาก็ไปเก็บกู้ เช่นเดียวกับโพงพาง ที่มีปัญหาอยู่ในร่องน้ำที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ก็จะนำเรือออกไปรื้อถอน แต่ชาวประมงก็จะกลับมาติดตั้งใหม่ แต่หลังจากนี้ไป หากมีบทลงโทษที่ชัดเจน ก็น่าจะควบคุมได้

สุพร โต๊ะเส็น นายกสมาคมเครือข่ายประมงพื้นบ้านท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราข กล่าวว่า เห็นด้วยกับการประกาศควบคุมเครื่องมือประมงทำลายล้าง ประมงพื้นบ้าน พร้อมที่จะส่งเสริมแนวทางนี้ของกรมประมงอย่าง "ผมอยากให้กลุ่มประมงพาณิชย์เปิดใจ ยอมรับว่า ที่ผ่านมาการจับสัตว์น้ำด้วยเครื่ิองมือเหล่านี้ สัตว์น้ำที่ได้ไปนั้นล้วนเป็นสัตว์วัยอ่อน วัยเจริญพันธุ์ ทั้งที่ควรจะอนุรักษ์และจับเมื่อถึงเวลาที่แท้จริง ที่ผ่านมาภาครัฐมีความอ่อนแอในเรื่องเวลาและกำลังคน ขณะที่กฎหมายล้าสมัยไม่ทันกับวิธีการประมง การพัฒนาเครื่องมือแบบทำลายล้างจึงเกิดขึ้น การที่รัฐจะมาบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จึงเป็นความหวังว่าจะทำให้ทรัพยากรธรรมชาติกลับมาอุดมสมบูรณ์เกิดการกระจายทรัพยากรในรูปของการแบ่งปัน" สุพร กล่าว

ขณะเดียวกันในส่วนของประมงพาณิชย์ กลับมองต่างมุมกันอย่างสิ้นเชิง

พงศธร ชัยวัฒน์ นายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม กล่าวว่า การยกเลิกเครื่องมือทำประมงประเภทอวนรุน อวนล้อมปลากะตักปั่นไฟ ไอ้โง่ และโพงพาง แนวทางนี้ ไม่เห็นด้วยเพราะในทางปฏิบัติแล้ว มีวิธีบริหารจัดการที่ชาวประมงไม่ต้องเดือดร้อนได้ เช่นการขยายขนาดตาอวน การจำกัดพื้นที่ทำการประมง หรือจำกัดโควตาการจับปลา โดยเฉพาะปลากะตัก เพราะต่างประเทศก็จับปลากะตักเหมือนกัน ทั้งนี้ เครื่องมือทำประมง 4 ประเภท ประกอบด้วยอวนลากคู่ อวนลากเดี่ยว อวนรุน และอวนล้อมปลากะตักปั่นไฟ ควรให้อยู่เหมือนเดิมเพียงแต่ต้องมีการบริหารจัดการว่าเครื่องมือประมงทั้ง 4 ประเภทจะจัดการอย่างไร เช่นอวนปลากะตัก กำหนดให้ว่าทั่วประเทศสามารถจับได้เท่าไรต่อปี เมื่อจับได้ครบก็หยุดจับ การไม่ให้จับปลากะตักคงทำไม่ได้เพราะอย่างไรคนไทยก็ยังบริโภคปลากะตักอยู่ ส่วนเรืออวนรุนควรไปบริหารจัดการตาอวน ระยะเวลาการทำประมง หรือพื้นที่การทำประมง

"หากยกเลิกชาวประมงคงเดือดร้อน และอุตสาหกรรมต่อเนื่องประมงตั้งหลักไม่ทัน ต่างประเทศไม่ได้หักดิบอย่างนี้ เขาเอาวิธีบริหารจัดการมาแก้ปัญหา เพื่อให้ทรัพยากรคงอยู่ คนคงอยู่ และวิถีชีวิตคงอยู่ การยกเลิกเลย ภาครัฐมีแผนรองรับแก้ไขความเดือดร้อนให้เขาหรือยัง ที่สำคัญกลุ่มประเทศยุโรปไม่ได้บอกให้ยกเลิกเครื่องมือประมง แต่ให้บริหารจัดการทรัพยากรให้ดี” นายกสมาคมประมงสมุทรสงคราม กล่าว

บุญยืน ศิริธรรม ที่ปรึกษาเครือข่ายอนุรักษ์พิทักษ์ดอนหอยหลอด ต.บางแก้ว จ.สมุทรสงคราม กล่าวว่า คำถามที่ต้องการคำตอบคือ เมื่อมีการยกเลิกเครื่องมือทำการประมงแล้วจะเยียวยาชาวประมงที่ได้รับผลกระทบอย่างไร "อวนรุนใน จ.สมุทรสงคราม ส่วนใหญ่ถูกกฎหมาย มีใบอนุญาตถูกต้อง มีอาชญาบัตร เท่าที่ฟังมาจะมีการยกเลิกกลุ่มที่ผิดกฎหมายก่อน แต่ต้องมาดูกลุ่มที่ถูกกฎหมายว่ายกเลิกแล้วจะเยียวยาอย่างไร ที่คิดว่าจะเลิกเครื่องมือประมง คิดอย่างไรก็ได้เพราะนั่งในห้องแอร์ ในฐานะนักอนุรักษ์คิดว่าต้องให้คนอยู่ได้ และปลาอยู่ได้” บุญยืน กล่าว

บุญยง นิ่วบุตร นายกสมาคมชาวประมง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี กล่าวว่า การเลิกเครื่องมือทำประมงแบบล้างผลาญเป็นการดี เพราะทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างรุนแรง “การยกเลิกเครื่องมือประมงบางประเภทมีทั้งผลดี และผลเสีย ซึ่งหากเป็นเครื่องมือล้างผลาญทรัพยากรสัตว์น้ำก็ต้องเลิก แต่ภาครัฐต้องมาช่วยเหลือเยียวยาแก้ปัญหาความเดือดร้อนผู้ได้รับผลกระทบ เพราะชาวประมงบางคนไม่ใช่คนรวย ทำประมงแล้วเป็นหนี้ บางรายเป็นหนี้เยอะมาก เพราะการทำประมงลงทุนสูง ทั้งเรือประมง เครื่องมือทำประมง ค่าน้ำมัน ค่าแรงงาน ต้องใช้เงินทุนทั้งนั้น" บุญยง กล่าว

สุชาติ เสือนาค สมาชิกเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน จ.เพชรบุรี กล่าวว่า เห็นด้วยที่มีการยกเลิกเครื่องมือประมงล้างผลาญ ทั้งไอ้โง่ อวนล้อมปลากะตักปั่นไฟ และอวนรุน โดยไอ้โง่เป็นเครื่องมือล้างผลาญเพราะจับสัตว์น้ำหมดไม่เว้นสัตว์น้ำวัยอ่อน เรือปลากะตักปั่นไฟเมื่อไม่ได้ปลากะตัก ก็จับลูกปลาทูวัยอ่อนขนาดประมาณ 1 นิ้ว หรือ 1 นิ้วเศษๆ มาแทน เอาขึ้นจากทะเลมาครั้งละ 1-3 ตัน เป็นการล้างผลาญเผ่าพันธุ์ปลาทู ส่วนอวนรุน ก็จับปลาทุกชนิดทั้งปลาหน้าดิน ปลากลางน้ำ และปลาผิวน้ำ

"ที่่ผมไม่อยากให้ยกเลิกคือโพงพาง เพราะเป็นเครื่องมือทำการประมงอยู่กับที่ ไม่ได้เคลื่อนที่ไปหาสัตว์น้ำ เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณ อวนลากก็เลียนแบบโพงพาง แต่อวนลาก ลากออกไปหาปลาจับสัตว์น้ำได้เยอะ ส่วนโพงพางจับสัตว์น้ำได้น้อย ไม่ใช่อุปกรณ์การประมงที่ล้างผลาญ รัฐต้องรอบคอบ" สุชาติ กล่าว

นี่เป็นเสียงสะท้อนต่อแนวทางที่รัฐจะเข้าบริหารจัดการภาคประมง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

ประชาชาติธุรกิจ


"ส่วย" อีกหนึ่งต้นเหตุ ปลาอ่าวไทยลดวูบ



นายพงษ์ธร ชัยวัฒน์ รองประธานกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวถึงประเด็นภาครัฐจัดระเบียบไม่ให้มีการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) ว่า เรือประมงกว่า 40% ต้องหยุดหาปลา แม้ว่าศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) จะผ่อนผันกฎระเบียบลดลงจาก 15 ข้อเหลือ 8 ข้อ แต่ปลาหน้าดินหายไปกว่า 40% ส่งผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล ตลาดปลาแม่กลองที่เปิดอีกครั้งเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา รถบรรทุกขนาดใหญ่เคยวิ่งเข้าตลาดวันละ 40-50 ตู้ เหลือเพียง 2-3 ตู้ต่อวัน รถบรรทุกขนาดเล็กที่วิ่งเข้าวันละ 100 กว่าตู้ เหลือเพียง 10 ตู้ ทำให้แพปลาต้องคัดคนงานออก ขณะที่เรือประมงต้องวิ่งเคลียร์หนี้สินทั้งในและนอกระบบ

"ที่ระนองเรือที่มีอาชญาบัตรเครื่องมือจับปลาถูกต้อง มีเรืออวนลากเพียง 2 คู่ จากปกติมีมากกว่า 100 ลำ เมื่อเป็นเช่นนี้ องค์การสะพานปลา (อสป.) จะรับมือกับผลกระทบอย่างไร เพราะรายได้จะลดลงจากที่เคยได้ค่าธรรมเนียมเรือประมงเทียบท่า 1% ของมูลค่าปลา การขายน้ำแข็ง ค่าจอดรถ"

ปลาในทะเลอ่าวไทยขณะนี้ การปิดอ่าวเพื่อให้ปลาวางไข่เริ่มล้มเหลว ทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร มีระบบส่วย เรือประมงที่ต้องการละเมิดกฎหมายจับปลา 30-50 ลำ จ่ายค่าส่วยลำละ 3-5 แสนบาท กำไรยังเหลือลำละเป็นล้านบาท มาปีนี้ปิดอ่าวไทยอีก มีเรือจ่ายส่วย 100 กว่าลำเข้าไปจับปลาในเขตห้าม โดยเก็บลำละ 5 แสนบาท ฉะนั้นการปิดอ่าวตัว ก.ในอ่าวไทยจะล้มเหลวอีก เพราะวงจรปลาถูกตัดไปตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และชุมพร

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย กล่าวถึงแผนการนำเข้าปลาจากต่างประเทศมาชดเชยปลาที่ขาดแคลนในไทยว่า คงต้องรออีกประมาณ 1 เดือนให้คณะรัฐมนตรีอินโดนีเซียปรับ ครม.ก่อน การเจรจาให้อินโดฯเปิดน่านน้ำจับปลาน่าจะสะดวกขึ้น เท่าที่ดูจากเงื่อนไขให้เรือประมงต่างชาติต้องลงทุนหรือร่วมทุนแปรรูปสัตว์ น้ำเบื้องต้น ก็คงจะมีการลงหุ้นกับคู่ค้าในอินโดฯต่อไป เช่น การร่วมหุ้นในโรงงานทำเนื้อปลาบดหรือซูริมิเพื่อส่งออกมาไทยอีกทอดหนึ่ง

เรือประมงนอกน่านน้ำของไทย จับปลาที่อินโดนีเซียมากที่สุด แต่หยุดหาปลามา 8 เดือนแล้ว เนื่องจากทางรัฐมนตรีกระทรวงการประมง ต้องการตรวจสอบความถูกต้องของเรือว่าทำประมงถูกกฎหมายหรือไม่ ต้องยอมรับว่า เขตอินโดฯเหนือที่อยู่ใกล้ไทย ตั๋วปลอมหรือใบอนุญาตจับปลาไม่ถูกกฎหมายมีมาก ส่วนใหญ่เป็นเรือประมงแช่น้ำแข็งจากปัตตานี สงขลา และนครศรีธรรมราช จับปลาได้ประมาณ 3-4 แสนตัน/ปี เมื่ออินโดฯจะตรวจสอบ เรือเหล่านี้จะวิ่งกลับไทยหมด เหลือแต่เรือประมงที่ถูกต้องให้อินโดฯตรวจสอบ

ในส่วนการประมงเขตอินโดฯใต้ ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกสมาคม จับปลาโดยถูกต้องตามกฎหมาย จับได้ปีละประมาณ 3-4 แสนตัน

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #10  
เก่า 21-07-2015
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,638
Default

ประชาชาติธุรกิจ


จัดระเบียบ "ประมงถูกกม." อวนลาก-รุน ไต๋ต่างด้าวหมดสิทธิ์ลุ้น



ใกล้เข้ามาทุกขณะ เพราะปลายเดือนนี้รัฐขีดเส้นตายให้เรือประมงที่ล่องหน ต้องมารายงานตัว มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์ไม่ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุน อาทิ การได้รับใบอาชญาบัตรใหม่จับปลาประเภทต่าง ๆ ภายหลังจากทราบจำนวนเรือประมงที่ชัดเจนในสิ้นเดือนนี้แล้วนำมาคำนวณกับจำนวน ทรัพยากรสัตว์น้ำ ทั้งประเภทผิวน้ำ หน้าดิน และปลากะตัก หากทรัพยากรมีมากพอ ก็อาจจะออกใบอาชญาบัตรให้ หากมีน้อยแต่เรือมีมาก

รัฐจะช่วยเยียวยา หาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำเพื่อปรับเปลี่ยนอาชีพให้ใหม่หรือปรับเปลี่ยนเครื่อง มือทำประมงใหม่ ซึ่งตัวเลขของกรมเจ้าท่าล่าสุดในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีเรือประมงทุกประเภท 42,051 ลำ มารายงานตัวต่อภาครัฐประมาณ 2.8 หมื่นลำ ยังเหลือ 1 หมื่นกว่าลำไม่มารายงานตัว

"เราต้องการข้อมูลที่ชัดเจน รถโมบายเคลื่อนที่ของกรมประมงและกรมเจ้าท่าจึงได้ขยายเวลารับจดทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ อาชญาบัตร ที่เดียวเบ็ดเสร็จใน 22 จังหวัดติดชายทะเลจากวันที่ 15 ก.ค.นี้ ไปสิ้นสุดในปลายเดือน ก.ค.นี้แทน" นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2558 ได้พิจารณาในกรอบการดำเนินการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) โดยมอบหมายให้กรมประมง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการทำประมง ภายใต้เงื่อนไขที่ต้องไม่ผิดระเบียบของ IUU และไม่กระทบกับการทำประมงพื้นบ้าน

ส่วนการดำเนินมาตรการคุมเข้มทาง กฎหมายสำหรับการทำประมงของเรือประเภทต่าง ๆ ที่เสนอ ครม. ได้แก่ 1.ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ใบอนุญาตทำการประมง (อาชญาบัตร) และสมุดบันทึกการทำประมง (Fishing Logbook) ไม่สามารถผ่อนผันได้

แต่ให้ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กรมประมง และกรมเจ้าท่า ออกหน่วยบริการเคลื่อนที่ร่วมกันรับจดทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ อาชญาบัตร ที่เดียวเบ็ดเสร็จในระหว่างวันที่ 1-15 ก.ค. 2558 ก็ขยายเวลาออกไปถึงปลายเดือน ก.ค.นี้

2.บุคลากรในเรือ ทั้งไต๋เรือ นายท้ายเรือ ช่างเครื่อง จะต้องมีบัตรประชาชน และนายท้ายเรือและนายช่างเครื่องจะต้องมีใบประกาศ อีกทั้งในเรือยังต้องมีทะเบียนลูกจ้าง ใบอนุญาตทำงาน สัญญาจ้างของแรงงานบนเรือ ซึ่งเป็นไปตามที่กฎหมายบังคับไว้ อย่างไรก็ตาม ไต๋เรือและนายท้ายเรือ จะต้องเป็นคนไทยเท่านั้น ตาม พ.ร.บ.สิทธิการทำประมงในเขตน่านน้ำไทย พ.ศ. 2482 และเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ส่วนช่างเครื่อง ให้ผ่อนผันเป็นคนต่างด้าวได้ แต่ต้องไปแก้ไขกฎระเบียบแรงงานตาม MOU ที่กำหนดไว้ว่าคนต่างด้าวต้องเป็นกรรมกรหรือแม่บ้านเท่านั้น นอกจากนี้ ในเรือประมงพื้นบ้าน ขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ผ่อนผันให้นายท้ายเรือและนายช่างเครื่องเป็นคนเดียวกันได้ แต่ต้องเป็นคนไทยเท่านั้น

3.มอบหมายกรมประมงหาแนวทางในการออกอาชญาบัตรแบบใบเดียวหลายเครื่องมือ และลดค่าอากรอาชญาบัตรให้เรือประมงพื้นบ้าน อีกทั้งให้เร่งดำเนินการจัดฝึกอบรมความรู้เรื่องการเขียน Fishing Logbook ให้กับผู้ประกอบการเรือประมงขนาด 30 ตันกรอส ตลอดจนหามาตรการบรรเทาผลกระทบที่เหมาะสมด้วย ทั้งหมด ครม.มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอกรอบการดำเนินงานมา

สำหรับ สถานการณ์ทางการประมงล่าสุดนั้น นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยทั่วไปเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว เรือประมงออกทำการประมงมากขึ้น ยกเว้นในพื้นที่ที่ทะเลมีคลื่นลมแรงจัด เรือขนาดเล็กหยุดออกทำการประมง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน เช่น สตูล ตรัง กระบี่ เป็นต้น ในพื้นที่อื่น ๆ เรือประมงออกทำการประมงตามปกติ ส่วนการแจ้งเข้าออกเรือประมง ณ ศูนย์ PIPO 28 แห่ง พบว่าเรือประมงขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไปมีการแจ้งเข้าออกมากขึ้น เรือประมงที่หยุดทำการประมงมีจำนวนลดลง ส่วนใหญ่เป็นเรือประมงที่ยังไม่มีใบอนุญาตทำการประมงหรือใบอนุญาตอื่นยังไม่ ครบถ้วน โดยพบว่าส่วนมากเป็นเรือที่ใช้เครื่องมืออวนลาก อวนรุน และเครื่องมือทำการประมงปลากะตัก

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:25


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger