เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 09-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,598
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพุธที่ 9 เมษายน 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลงและมีอากาศร้อนขึ้นโดยทั่วไป ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้ ขอให้ประชาชนยังคงต้องระวังอันตรายจากลักษณะอากาศดังกล่าว ซึ่งอาจสร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สิน ป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9-10 เม.ย. ความกดอากาศต่ำจากความร้อนปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน บริเวณประเทศไทยจะมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก จะมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-14 เม.ย. ลมตะวันออกเฉียงใต้จะพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาบริเวณปกคลุมบริเวณประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้

อนึ่ง พายุโซนร้อน “เผย์ผ่า” (Peipha) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศฟิลิปปินส์ ในช่วงวันที่ 11-13 เมษายน 2557 โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10-14 เม.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast4.jpg (76.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake2.jpg (73.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake3.jpg (62.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 09-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,598
Default

เดลินิวส์


ส่งเสริม "แม่น้ำเจ้าพระยา" เป็นมรดกของชาติ



รายงานข่าวแจ้งว่า กองจัดรูปที่ดินและปรับปรุงฟื้นฟูเมือง สำนักผังเมือง(สผม.) เตรียมที่จะดำเนินโครงการส่งเสริมให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นมรดกของชาติ โดยจะมีการรวบรวมข้อมูลทางด้านวิชาการและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนเพื่อเป็นมรดกของชาติ รวมถึงการสร้างความเข้าใจและร่วมมือของทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ เอกชน โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยและผู้ประกอบการสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยดำเนินการตามวิสัยทัศน์ที่ว่า “แม่น้ำเจ้าพระยาคืนสู่ความใสสะอาด มีภูมิทัศน์สวยงาม รื่นรมย์ เป็นสายน้ำแห่งวัฒนธรรมผสมผสานชีวิตและความร่วมมือของคนกรุงเทพฯ” ตามคณะกรรมการฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตกรุงเทพมหานคร ปี พ.ศ.2548 และเพื่อให้การส่งเสริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นมรดกของชาติ ที่มีทั้งการควบคุมการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลสิ่งแวดล้อมของพื้นที่ให้มีผลในทางปฏิบัติมากขึ้น สำหรับพื้นที่ศึกษา จะมีขอบเขตครอบคลุมแม่น้ำเจ้าพระยา ดังนี้ ทิศเหนือ บริเวณท่าวาสุกรี จรดถนนราชวิถี สะพานกรุงธนบุรี ถนนสิรินธร ทิศใต้ บริเวณสะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ จรดถนนประชาธิปก ทิศตะวันออก ใช้แนวถนนสามเสนและคลองคูเมืองเดิม ทิศตะวันตก ใช้แนวถนนอรุณอมรินทร์ คลองบ้านขมิ้นและแนวถนนซอย โดยอยู่ในความรับผิดชอบของเขตต่าง ๆ ได้แก่ เขตดุสิต เขตพระนคร เขตบางพลัด เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตธนบุรีและเขตคลองสาน

รายงานข่าวแจ้งว่า ทั้งนี้ได้ใช้งบประมาณในการว่าจ้างเอกชน 10 ล้านบาท ในการรวบรวมข้อมูลของแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมในพื้นที่กรุงเทพฯให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานมรดกของชาติ เพื่อเป็นข้อมูลในการเสนอให้เป็นมรดกโลก จัดทำแผนการจัดการพื้นที่และกำหนดแนวทางที่เหมาะสมด้านกายภาพ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชุมชน ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รวมถึงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้คนกรุงเทพฯ ได้เห็นถึงความสำคัญของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯมาอย่างยาวนานและให้ความร่วมมือในการพัฒนา แม่น้ำเจ้าพระยา รวมถึงพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และทำการเผยแพร่และส่งเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการดูแลรักษาแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และสร้างความร่วมมือร่วมใจและความเข้าใจระหว่างเยาวชน ประชาชน องค์กรและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยจะใช้เวลาในการดำเนินการประมาณ 9 เดือน ก่อนจะประเมินผล เพื่อนำเสนอเป็นมรดกของชาติต่อไป.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 09-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,598
Default

ผู้จัดการออนไลน์


สลด! พบซากกระทิงกุยบุรีตายอีกตัว คาดเป็นชุดเดียวกับที่ตาย 24 ตัว



ประจวบคีรีขันธ์ - จนท.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานประจวบฯ ตำรวจ สภ.บ้านยางชุม ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริฯ เข้าตรวจสอบซากกระทิงตายในพื้นที่โครงการพระราชดำริฯกุยบุรีหลังพบเสียชีวิตอีก 1 ตัว พบเบื้องต้นน่าจะเป็นกระทิงชุดเดียวกับที่ตายในช่วง ธ.ค.56-ม.ค.57 จำนวน 24 ตัวที่ผ่านมาและไม่พบร่องรอยถูกล่า สัตวแพทย์เก็บชื้นกระดูก หนัง ส่งตรวจสอบที่สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ หาสาเหตุการตาย

วันนี้ (8 เม.ย.57) นายวัฒนา พรประเสริฐ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 3 สาขาเพชรบุรี, พร้อมด้วย นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หน.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี, นายสาธิต ปิ่นกุล หน.โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี พ.ต.อ.ทินกร ไพนุพงศ์ ผกก.สภ.บ้านยางชุม ,พ.ต.อ.วิรัช ทองไทย ผกก.พิสูจน์หลักฐาน ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ บ้านรวมไทย, ทีมสัตว์แพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ปลัดอำเภอกุยบุรี ฯลฯ เดินทางไปยังบริเวณล่องห้วยท้ายบ่อ 5 โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณป่าสงวนแห่งชาติป่ากุยบุรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 7 ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่ออกลาดตระเวนพบซากกระทิง เสียชีวิตในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว

เมื่อไปถึงบริเวณร่องห้วยท้ายบ่อ 5 เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ใช้เครื่องแสกนโลหะที่บริเวณซากกระทิง แต่ก็ไม่พบหัวกระสุนแต่อย่างใด ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านยางชุม ได้ตรวจสอบจุดที่พบซากกระทิง ก็ไม่พบว่ามีร่องลอยถูกล่าแต่อย่างใด

ส่วนทีมสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ตรวจสอบซากระทิงที่กระจัดกระจายอยู่ในร่องลำห้วย พบว่าเป็นกระทิงอายุประมาณ 10 ปี เบื้องต้นสงสัยได้ว่าเป็นเพศเมีย ซึ่งส่วนหัวกระทิงและเขายังอยู่ครบ คาดว่าเสียชีวิตมาอย่างน้อยกว่า 3 เดือน จึงได้เก็บชิ้นกระดูกส่วนขา ชิ้นหนัง เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการของสถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ เพื่อตรวจหาดีเอ็นเอว่าเป็นเพศผู้หรือเพศเมีย และตรวจหาสาเหตุการตายว่าเกิดจากเชื้อโรคเหมือนกับ ซากกระทิงที่ตายกก่อนหน้านี้ 24 ซากหรือไม่ พร้อมกันนั้นได้เก็บบริเวณส่วนหัวกระทิงที่ยังมีปอกเขาอยู่ไปเก็บรักษาที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีด้วย

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้เก็บซากกระทิงทั้งหมดฝังตามขั้นตอนพร้อมฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อ และทำการกลบฝังในตบริเวณใกล้เคียง

นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หน.อุทยานแห่งชาติกุยบุรี กล่าวว่า ช่วงนี้หลังจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้ออกติดตามดูสัตว์ป่าในพื้นที่ทั้งกระทิง และช้างป่า พบว่าในช่วงนี้มีกระทิงฝูงใหญ่ประมาณ 40 ตัวรวมทั้งวัวแดง 3 ตัวออกหากินบริเวณแปลงหญ้าหน้าผา 200 ไร่ ซึ่งพบว่ากระทิงหากินตามปกติ ส่วนช้างป่าก็ทยอยออกหากินในพื้นที่โครงการพระราชดำริฯ ซึ่งจัดเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ออกติดตามดูเพราะเกรงว่าอาจจะออกไปหากิน ในพื้นที่ชาวบ้าน



ด้านนายวัฒนา พรประเสริฐ ผอ.ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยังไม่ประกาศเปิดอุทยานฯกุยบุรี และได้ตั้งเจ้าหน้าที่ของของกรมอุทยานแห่งชาติฯออกมาติดตามศึกษาพฤติกรรมของสัตว์ป่าในพื้นที่ ทั้งช้างและกระทิง ว่าสัตว์ป่าในพื้นที่มีอาการผิดปกติหรือไม่แต่อย่างใด

รวมทั้งให้ฝ่ายปกครอง ชาวบ้าน และเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์กุยบุรี เข้ามาร่วม รวมทั้งยังมีทีมสัตวแพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ อีก 1 ชุดด้วยเช่นกัน เพราะหากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ชุดติดตามพฤติกรรม พบสัตว์ป่ามีอาการปกติก็จะได้ดำเนินการให้ทีมสัตวแพทย์ เข้าไปตรวจสอบต่อไป

"ซึ่งเหตุการณ์พบซากกระทิงเสียชีวิตในวันนี้ พบว่าน่าจะเป็นกระทิงในชุดเดียวกับที่พบซากกระทิงในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมที่ผ่านมาและไม่ได้เป็นซากกระทิงใหม่แต่อย่างใด ซึ่งทางอุทยานฯกุยบุรี ได้รายงานให้ทางอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รับทราบแล้ว"


*************************************************************************************


กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเผยการลักลอบตัดไม้คุกคามชีวิต “ลิงจมูกเชิด” ในพม่า


ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2554 เผยแพร่โดยกลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชพรรณนานาชาติ เผยให้เห็นชาวลีซอโชว์ลิงจมูกเชิดที่เพิ่งลักลอบจับมาได้ใหม่ๆ ในรัฐกะฉิ่น.--Associated Press/Jeremy Holden, Fauna & Flora International.

เอพี - กลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเผยว่า การลักลอบตัดไม้ของจีน และความต้องการกระดูกลิงกำลังคุกคามลิงสายพันธุ์หายากในพื้นที่ภาคเหนือของพม่า

กลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชพรรณนานาชาติ (Fauna and Flora International) ที่มีสำนักงานในอังกฤษ ระบุว่า ภัยคุกคามหลักต่อลิงจมูกเชิดพม่า (Myanmar snub-nosed monkey) คือ การตัดไม้ทำลายป่า จากบรรดาผู้ลักลอบตัดไม้ และล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหาร และยาแผนโบราณ ซึ่งกลุ่มนักอนุรักษ์หวังให้การเจรจาสันติภาพในรัฐกะฉิ่น ที่เป็นพื้นที่เกิดเหตุจลาจลมีความคืบหน้า และการตั้งอุทยานแห่งชาติ Imawbum ในพื้นที่ดังกล่าวจะช่วยรักษาสัตว์สายพันธุ์หายากและเสี่ยงสูญพันธุ์ชนิดนี้


ภาพถ่ายวันที่ 23 ม.ค. 2554 เผยแพร่โดยกลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์ป่าและพืชพรรณนานาชาติ ในวันที่ 1 เม.ย. 2557 เผยให้เห็นรถบรรทุกขนไม้ซุงผิดกฎหมายไปยังฝั่งจีน ในพื้นที่ของรัฐกะฉิ่น กลุ่มนักอนุรักษ์ระบุว่าการล่าสัตว์เพื่อเป็นอาหารหรือยาแผนโบราณและการลักลอบตัดไม้เป็นภัยคุกคามลิงจมูกเชิดพม่า ที่เป็นสัตว์สายพันธุ์หายากและเสี่ยงสูญพันธุ์.--Associated Press/Jeremy Holden, Fauna & Flora International.

ลิงจมูกเชิดพม่า ค้นพบในรัฐกะฉิ่นเมื่อปี 2553 ถูกจัดอยู่ในรายชื่อสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤตต่อการสูญพันธุ์ โดยองค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ซึ่งประเมินว่ามีลิงชนิดนี้อาศัยอยู่ในป่าเพียง 260-330 ตัวเท่านั้น.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 09-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,598
Default

ผู้จัดการออนไลน์


หนีร้อนไปทะเล สัมผัสเสน่ห์หมู่เกาะทะเลตราด จาก"เกาะหมาก"ถึง "เกาะกูด"


พระอาทิตย์ตกเป็นไข่แดงที่อ่าวพร้าว เกาะกูด

หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว “Dream Destination” กาลครั้งหนึ่ง...ต้องไป ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเสนอภายใต้แคมเปญ “หลงรักประเทศไทย” มี “หมู่เกาะสุดแดนบูรพา” หรือ “หมู่เกาะทะเลตราด” เป็น 1 ใน 10 แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด

“หมู่เกาะทะเลตราด” เป็นหมู่เกาะกลางท้องทะเลซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดตราด มีจำนวนหมู่เกาะมากถึง 52 เกาะด้วยกัน และมีเกาะช้างเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุด (และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากเกาะภูเก็ต) นอกจากนั้นก็ยังมีเกาะอื่นๆ ที่เรารู้จักกันดี อาทิ เกาะกูด เกาะหมาก เกาะกระดาด เกาะหวาย เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะรัง เกาะขาม เป็นต้น

นอกจากเกาะช้างที่เรารู้จักกันดีแล้ว ในคราวนี้ “ตะลอนเที่ยว” จะพาไปเที่ยวชมเกาะอื่นๆ ในท้องทะเลตราดกันบ้าง โดยครั้งนี้พามาเที่ยวกันถึง 3 เกาะด้วยกัน ได้แก่ เกาะหมาก เกาะกระดาด และเกาะกูด เกาะสุดท้ายแห่งทะเลอ่าวไทย ที่แต่ละแห่งก็มีเสน่ห์ดึงดูดแตกต่างกันไป


เที่ยวแบบโลว์คาร์บอน ที่ “เกาะหมาก”

เกาะหมากเป็นเกาะเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด มีความเงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อน บนเกาะมีอ่าวน่าสนใจ เช่น “อ่าวนิด” เป็นที่ตั้งของชุมชนใหญ่ “อ่าวสวนใหญ่” เป็นอ่าวโค้งยาวน่ายล “อ่าวโล่ง” ที่รอบข้างร่มรื่นเขียวครึ้มไปด้วยสวนยางพารา ในหลายๆ หาดหลายๆ อ่าวจะมีการสร้างสะพานเทียบเรือ (ของที่พัก) ทอดยาว ถือเป็นจุดถ่ายรูปและเสน่ห์อันโดดเด่นของเกาะแห่งนี้

ด้วยความที่เกาะหมากเป็นเกาะระหว่างกลางของหมู่เกาะช้าง และรอบข้างแวดล้อมไปด้วยเกาะหลากหลาย เกาะหมากจึงเป็นดังจุดเชื่อมไปยังเกาะอื่นๆเพื่อไปทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ดำน้ำดูประติมากรรมช้างใต้ทะเล ดำน้ำดูปะการังเกาะยักษ์ หมู่เกาะรัง ที่มีปลามากมายว่ายเวียนกันไปมา อีกทั้งยังมีกอดอกไม้ทะเลจำนวนมากที่มีปลาการ์ตูนหน้าตาน่ารักแหวกว่ายอยู่รอบๆ ดอกไม้ทะเลอีกด้วย


ซาฟารีกลางทะเล “เกาะกระดาด”

ใครจะไปเชื่อว่ามาที่เกาะกลางทะเลตราดแล้วจะได้มานั่งรถชมฝูงกวางราวกับอยู่ในสวนสัตว์เปิดก็มิปาน “เกาะกระดาด” ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะหมาก (ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก) เป็นเกาะที่มีสัณฐานแบนราบเหมือนแผ่นกระดาษ แต่ที่มาของชื่อเกาะกระดาดจากต้น “กระดาด” ที่ในอดีตเคยมีขึ้นอยู่บนเกาะเป็นจำนวนมาก

เกาะกระดาดมีหาดทรายยาวขาวสะอาดทอดเป็นแนวยาวรอบเกาะ บนเกาะมีรีสอร์ทเล็กๆ เพียงแห่งเดียว และอุดมไปด้วยต้นมะพร้าวและเจ้ากวางน้อยใหญ่เต็มเกาะ โดยกวางเหล่านี้แต่เดิมมีอยู่เพียง 6 ตัว ซึ่งเจ้าของเกาะนำจากเขาเขียวมาเลี้ยงเอาไว้จนออกลูกหลานมากมาย ปัจจุบันบนเกาะกระดาดมีกวางหลายร้อยตัว จนได้รับฉายาว่าเป็น “ซาฟารีกลางทะเล”

การชมกวางบนเกาะกระดาดนั้นเราจะนั่งชมบนรถอีแต๊กที่จะพาเราแล่นจากด้านหนึ่งของเกาะผ่านสวนมะพร้าวต้นสูงชะลูดมายังอีกด้านหนึ่งของเกาะ ส่วนฝูงกวางก็ออกมาหากินเล็มหญ้าอยู่ตามสองข้างทาง บ้านกินหญ้าแบบชิลๆ บ้างก็กำลังงงกับเสียงกดชัตเตอร์รัวๆ ของนักท่องเที่ยว บ้างก็ดูตื่นตกใจกับเสียงรถอีแต๊กจนวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

รถอีแต๊กพาเราวิ่งผ่านมายังชายหาดอีกด้านหนึ่งของเกาะ ชายหาดแห่งนี้มีเอกลักษณ์อยู่ที่ต้นมะพร้าวที่มีรูปทรงแปลกตา ลำต้นของมันยื่นยาวเอียงลู่เข้าหาท้องทะเล ก่อนจะไปกระดกยกยอดสูงตรงขึ้นครั้ง ดังนั้นไม่ว่าใครมาที่เกาะกระดาดก็มักจะมาถ่ายรูปคู่กับมะพร้าวต้นนี้เสมอๆ


เที่ยวทั้งทะเลทั้งน้ำตก ที่ “เกาะกูด”

“เกาะกูด” นับเป็นเกาะสุดท้ายแห่งน่านน้ำตะวันออกของไทย และเป็นเกาะแห่งแรกที่ “ตะลอนเที่ยว” แวะมาเที่ยวกัน เกาะกูดได้ชื่อว่าเป็น “เพชรเม็ดงามแห่งชายฝั่งตะวันออก” ตัวเกาะมีขนาดใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของประเทศ รองจากเกาะภูเก็ต เกาะช้าง และเกาะสมุย ความโดดเด่นของเกาะกูดคือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ เพราะบนเกาะนอกจากจะมีทะเลและชายหาดสวยๆ แล้ว ยังมีป่าไม้และน้ำตกขนาดใหญ่อีกด้วย

มาดูทะเลสวยๆ ของเกาะกูดกันก่อนดีกว่า ด้วยความที่อยู่ไกลชายฝั่งทำให้เกาะกูดมีหาดทรายที่ขาวสะอาด น้ำทะเลสวยใสไม่ต่างจากเกาะแถบอันดามัน จนเกาะกูดได้รับฉายาว่าเป็น “อันดามันตะวันออก” บนเกาะกูดมีชายหาดสวยๆ หลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น อ่าวสับปะรด อ่าวสลัด อ่าวยายเกิด อ่าวกล้วย อ่าวจาก หาดคลองยายกี๋ หาดตะเภา หาดคลองเจ้า อ่าวพร้าว เป็นต้น


อ่าวใหญ่ที่เกาะกูดน้ำทะเลใส มาเล่นน้ำและดำน้ำดูปะการัง ดูปลาได้

ส่วนใครที่อยากออกไปดำน้ำดูปะการัง ที่เกาะกูดก็มีจุดดำน้ำดูโลกใต้ทะเลอันงดงามบริเวณ “อ่าวใหญ่” โดยที่อ่าวใหญ่นี้เป็นที่ตั้งของชุมชนบ้านเรือนชาวประมงเล็กๆ บริเวณนี้เป็นเวิ้งอ่าวที่สวยงามและเงียบสงบเพราะถูกโอบล้อมด้วยสันเขาขนาดย่อมอันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผืนป่า นั่งเรือออกจากหมู่บ้านชาวประมงไปไม่กี่นาที เรือก็จะพาไปยังจุดดำน้ำกันแล้ว น้ำทะเลที่นี่สวยใส ทำให้เล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน ดำน้ำแบบสน็อกเกิ้ลก็ได้เห็นความงดงามของโลกใต้ท้องทะเล มีปะการัง ดอกไม้ทะเล ปลาทะเลหลายสายพันธุ์ หอยเม่น ปลิงทะเล และมีหอยมือเสือตัวใหญ่ให้ได้เห็นด้วย


น้ำตกคลองเจ้า

นอกจากนั้น แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดบนเกาะกูดก็คือ “น้ำตกคลองเจ้า” น้ำตกขนาดใหญ่ที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี (แต่ในช่วงหน้าแล้งน้ำจะมีปริมาณน้อยสักหน่อย) ตัวน้ำตกคลองเจ้ามีทั้งหมด 3 ชั้น เหมาะแก่การเล่นน้ำท่ามกลางความร่มรื่นของแมกไม้น้อยใหญ่ อีกทั้งน้ำตกคลองเจ้ายังถือเป็นน้ำตกประวัติศาสตร์ โดยเมื่อปี 2454 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.6) ได้เสด็จประพาสมาที่นี่ และทรงพระราชทานนามว่า “น้ำตกอนัมก๊ก” เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์เชียงสือ กษัตริย์ญวนที่เคยเข้ามาลี้ภัยจากการจลาจลในสมัย ร.1 และยังได้ทรงจารึกพระปรมาภิไธยย่อไว้บนก้อนหิน ถ้าหากว่าน้ำไม่มากก็จะได้เห็นรอยจารึกนั้น

สำหรับหน้าร้อนนี้ยังอีกยาวไกล ถ้าใครอยากดับร้อนด้วยการมาเที่ยวทะเล อย่าลืมให้ “หมู่เกาะทะเลตราด” ไม่ว่าจะเป็นเกาะกูด เกาะหมาก เกาะกระดาด หรือเกาะอื่นๆ เป็นตัวเลือกในการเดินทางครั้งนี้

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในหมู่เกาะทะเลตราด หรือการท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ ใน จังหวัดตราดได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด โทร. 0 3959 7259 ถึง 60, 0 3959 7255

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 09-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,598
Default

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


เตือนประชาชนหากพบอาการง่วง งง เงิบ อาจส่อสัญญาณก่อนเกิดเหตุร้าย จากอากาศร้อนจัดช่วงฤดูร้อน

ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เตือนประชาชนหากพบอาการง่วง งง เงิบ อาจส่อสัญญาณก่อนเกิดเหตุร้าย จากอากาศร้อนจัดช่วงฤดูร้อน

นพ.กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ภายใต้ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (ทีเซลส์) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ช่วงอากาศร้อนจัด มีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง ที่อาจทำให้เสียชีวิตได้ สิ่งที่ควรระวังคือ 5 โรคร้าย ได้แก่ ช็อกแดด ขาดน้ำ ความดันขึ้น ท้องเสีย โรคเก่ากำเริบ โดยเฉพาะความดันสูง โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง ทั้งนี้ 3 สัญญาณ ที่เตือนตัวเองได้ ก่อนจะเกิดเหตุร้ายจากอากาศร้อนจัด คือ ง่วง สัญญาณความง่วงเพลียเพราะร่างกายขาดน้ รู้สึกอยากนอน สัญญาณที่ 2 คือ งุนงง จากเส้นเลือดสมองขยาย สมองโดนพิษจากความร้อนที่สูงกว่าอุณหภูมิปกติ และสัญญาณที่ 3 เงิบ เมื่อสมองถูกอบอยู่ในที่ร้อนนานมาก จะส่งผลให้ระบบร่างกายผิดปกติ หัวใจทำงานหนัก ร่างกายขาดน้ำ อาจหมดสติจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

สำหรับสิ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บป่วยจากโรคช็อกแดดและโรคร้อนทำพิษอื่น คือ พยายามดื่มน้ำสะอาดเป็นระยะ เพราะน้ดับร้อนให้ร่างกายได้ดีที่สุด ให้เลี่ยงอยู่ในสถานที่ร้อน อับ และอบนานเกินไป เช่น นั่งในรถกลางแจ้ง หรืออยู่ในห้องซาวน่า นอกจากนี ไม่ควรให้ร่างกายเจอความร้อนกระทบเย็นทันที เช่น เมื่ออยู่นอกอาคารแดดแรงจัด แล้วเดินเข้าห้องแอร์ทันทีบ่อยๆ เพราะจะทำให้ไม่สบายเป็นหวัดได้ง่าย

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 09-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,598
Default

สำนักข่าว INN


ดินไหว 3.3 ริกเตอร์เขย่าพะเยา ไร้ผลกระทบ



เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ริกเตอร์ เขย่า อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยิมวิทยา รายงาน เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.3 ริกเตอร์ ที่ ต.บ้านถ้ำ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา เมื่อช่วงเวลา 01.41น. ของช่วงดึกเมื่อคืนที่ผ่าน ยังไม่มีรายงานผลกระทบ

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 07:32


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger