เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 16-07-2017
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม 2560

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ทั่วทุกภาคของประเทศไทยมีฝนตกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึ งหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักแ ละฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริ เวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 16-19 ก.ค. ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพ ื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 20-21 ก.ค. ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 16-19 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่ทำใ ห้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเ ดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง


************************************************** ************************************************** ************************************************** ***


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560)" ฉบับที่ 12 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2560

ทั่วทุกภาคของประเทศไทยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้


ในช่วงวันที่ 16-17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี และสระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล



ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ตามภาคต่างๆดังนี้

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี ขอนแก่น สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และนครราชสีมา

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ชัยนาท อ่างทอง สิงห์บุรี นครปฐม ลพบุรี และสระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถ ึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้ วย

สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวั นออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดา มันและประเทศไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝน ตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำ ลังแรง

อนึ่ง เมื่อเวลา 04.00 น. (วันที่ 16 ก.ค. 60) พายุโซนร้อน “ตาลัส” (Talas) บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 500 กิโลเมตรทางตะวันออกของเมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม หรือละติจูด 17.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.6 องศาตะวันออก มีความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร ็ว 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนใ นคืนนี้ (16 ก.ค.)

.
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (100.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (95.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake4.jpg (100.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (88.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 16-07-2017
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เวียดรับมือพายุโซร้อน "ทาลาส" ขึ้นบกวันอาทิตย์ซ้ำเติมอุทกภัยถึงภาคเหนือลาว


แผนภูมิพยากรณ์อากาศ โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางเวียดนาม แสดงให้เห็นพายุโซนร้อนทาลาส กำลังจะพัดเข้าฝั่ง จ.เหงะอาน (Nga AN) ในอีก 48 ชั่วโมงข้างหน้า ก่อนอ่อนกำลังลง เป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ปกคลุมตั้งแต่แขวงบอลิคำไซ แขวงเวียงจันทน์ในภาคกลาง กับทุกแขวงภาคเหนือลาว เพิ่มโอกาสที่จะเกิดฝนตกปกคลุมทั่วอาณาบริเวณ ป่าต้นน้ำใน สปป.ลาว.

ทางการเวียดนามประกาศ ให้ท้องถิ่นต่างๆ รอบๆ ทะเลอ่าวตังเกี๋ย เตรียมมาตรการ มือพายุโซนร้อนทาลาส (Talas) จากทะเลจีนใต้ ที่กำลังพัดด้วยความเร็วใกล้ 60-75 กม./ชม. กำลังบ่ายหน้าเข้าใกล้ฝั่งทะเล ภาคกลางกับภาคเหนือเวียดนาม บ่ายวันอาทิตย์ 16 ก.ค.นี้ ซึ่งจะทำให้เกิดฝนตกหนัก พายุพัดกระหน่ำ กับคลื่นลมแรง ทั้งบนบกและในทะเล

การพัดเข้าฝั่งของพายุโซนร้อนลูกที่ 2 ในปีนี้ กำลังจะเกิดขึ้น ขณะที่ทางการหลายจังหวัดทางตอนเหนือของประเทศ กำลังช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย นับพันๆ ครอบครัว และ เกิดภัยพิบัติโคลนเลื่อน ดินถล่ม อันเนื่องมาจาก ฝนที่ตกหนักติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 20 คน ในขณะนี้

ทาลาสก่อตัวเป็นดีเปรสชั่นในบริเวณทะเลจีนใต้ เหนือหมู่เกาะสแปร็ตลียส์ และ เคลื่อนตัว ในแนวตะวันตกเฉียงเหนือ ด้วยความเร็วประมาณ 20 กม/ชม คาดว่าบ่ายวันอาทิตย์ จะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณศูนย์กลางอ่าวตังเกี๋ย ห่างจากฝั่ง จ.นามดีง (Nam Dinh) ราว 370 กิโลเมตร และ ใกล้ฝั่ง จ.ห่าตี๋ง (Ha Tinh) ในภาคกลางตอนบน ทั้งนี้เป็นรายงานพยากรณ์อากาศ โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางในกรุงฮานอย ตอนบ่ายวันเสาร์นี้

คาดว่าพายุยังจะเคลื่อนตัวในทิศทางเดิม และ ในระดับความเร็วเท่าเดิม ตลอด 36-48 ชั่วโมงข้างหน้า และ เคลื่อนเข้าใกล้ฝั่ง จ.ห่าตี๋ง และ.แค็งฮว้า (Khanh Hoa) ทางตอนใต้ของกรุงฮานอย ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ

อย่างไรก็ตามพายุกำลังจะส่งอิทธิพล ทำให้เกิดฝนตกหนัก ตั้งแต่บ่ายวันที่อาทิตย์เป็นต้นไปจนถึงวันจันทร์ ในหลายจังหวัดภาคเหนือ กับ ภาคกลางตอนบน น้ำฝนอาจวัดค่าเฉลี่ยได้ 200-300 มิลลิเมตร

ส่วนในอ่าวตังเกี๋ยจะเกิดคลื่นสูง 3-4 เมตร ลมพัดแรงระดับ 7-8 เป็นอันตรายต่อเรือเล็ก ที่ออกหาปลาในเขตชายฝั่ง

สภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง จะทำให้เกิดฝนตก ปกคลุมพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง แถบ จ.นีงทวน (Ninh Thaun) ลงไปจน รวมทั้งลมพัดแรง ถึงตอนใต้สุดใน จ.ก่ามาว (Ca Mau) ส่วนชายฝั่งทะเลอ่าวไทย แถบ จ.เกียนซยาง จะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองทั่วไป และ มีความเสี่ยงที่จะเกิดพายุพัดแรงในระดับ 6-8 ศูนย์

ตามรายงานอากาศของศูนย์อุตุนิยมวิทยาฯ ตั้งแต่เวลาประมาณบ่ายโมงวันอาทิตย์ จะมีฝนตกกระจายต่อเนื่อง คลุมพื้นเขตป่าเขาในท้องที่หลายจังหวัดภาคเหนือ และ ฝนจะตกตลอดทั้งคืน จนถึงเช้าวันจันทร์ ทั้งแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยตามริมฝั่งแม่น้ำ ระวังระดับน้ำที่จะเพิ่มขึ้นสูง ทั้งแม่น้ำแดง แม่น้ำดำ และ ลำน้ำสายสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใน จ.เอียนบ่าย (Yen Bai) เตวียนกวาง (Tyuen Quang)

น้ำในอ่างเก็บน้ำต่างๆ จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นในทุกจังหวัดทางตอนเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.เซินลา (Son La) กับ จ.ลายเจิว (Lai Chau) รายงานพยากรณ์อากาศระบุ.


http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9600000072142


************************************************** ************************************************** ************************************************** ***


เกาะสำหรับ “ผู้ชายเท่านั้น” ในญี่ปุ่นปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว หลังขึ้นทะเบียนมรดกโลก



เอเอฟพี - นักท่องเที่ยวจะไม่ได้รับอนุญาตให้เหยียบขึ้นบนเกาะม รดกโลกของยูเนสโกที่สงวนไว้สำหรับผู้ชายเท่านั้นในญี ่ปุ่นนับตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เจ้าหน้าที่กล่าวในวันนี้ (15)

เกาะโอกิโนะชิมะที่ห้ามไม่ให้ผู้หญิงเข้าและนักท่องเ ที่ยวผู้ชายต้องแก้ผ้าอาบน้ำในทะเลก่อนที่จะเยือนสถา นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะถูกประกาศเป็นสถานที่มรดกโลก ของยูเนสโกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ในปัจจุบันเกาะในทะเลญี่ปุ่นแห่งนี้เปิดรับนักท่องเท ี่ยวในจำนวนจำกัด ในปีนี้คือ 200 คน สำหรับการเข้าร่วมเทศกาลประจำปีที่ดำเนินอยู่เวลาเพี ยงสองชั่วโมงเท่านั้น แต่พวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎที่เข้มงวดของที่นี่

แต่ มุนากาตะ ไทชะ ศาลเจ้าที่เป็นเจ้าของเกาะโอกิโนะชิมะ ตัดสินใจที่ห้ามไม่ให้ใครก็ตามนอกจากนักบวชเข้ามาในเ กาะตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปเพื่อปกป้องเกาะไม่ให้ได้ร ับความเสียหาย โฆษกคนหนึ่ง บอกกับเอเอฟพี

“ในตอนนี้การอนุรักษ์อย่างเข้มงวดมีความจำเป็นเนื่อง จากเกาะแห่งนี้ติดรายชื่อของยูเนสโกแล้ว” เขากล่าว

“มันจะเป็นการเสี่ยงหากนักท่องเที่ยว 200 คนยังคงมายังเกาะแห่งนี้” เขากล่าว และเสริมว่า โอกิโนะชิมะเป็น “เกาะที่ได้รับการปกป้องจากนักบวชชินโต”



เกาะแห่งนี้ปกติแล้วจะถูกบริหารจัดการโดยนักบวชชินโต คนหนึ่งที่เคารพบูชาเทพประจำเกาะแห่งนี้ ธรรมเนียมที่ได้รับการปฏิบัติติดต่อกันมานานหลายศตวร รษ

อย่างไรก็ตาม นักวิชาการจะได้รับอนุญาตให้ขึ้นเกาะแห่งนี้เพื่อเป้ าหมายด้านการวิจัยและอนุรักษ์ เขากล่าวเสริม

เกาะแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งทาตะวันตกเฉียงเหน ือของคิวชู ทางใต้สุดของสี่เกาะหลักของญี่ปุ่น เป็นภาพลักษณ์สำคัญสำหรับการค้าต่างประเทศในญี่ปุ่นน ับตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่เชื่อมประเทศหมู่เกาะแห่ง นี้กับคาบสมุทรเกาหลีและจีน


http://www.manager.co.th/Around/View...=9600000072064
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 16-07-2017
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


กรมควบคุมมลพิษลุยตรวจน้ำเน่าไหลลงทะเล จี้พัทยาเร่งแก้ไขด่วน



จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพข่าวสภาพปัญหาน้ำเน่าเสีย เศษขยะและสิ่งปฏิกูลถูกปล่อยลงสู่ชาย หาดและทะเลหน้าอ่าวพัทยา บริเวณหลังสถานีสูบน้ำระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อการท่ องเที่ยวอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. คมที่ผ่านมานั้น

15 ก.ค.60 ดร.เชาวน์ นกอยู่ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมลพิษ พร้อมด้วย นายวิรัตน์ จิระศรีไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา นำเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักช่างสุขาภิบาล ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงทะเลบ ริเวณดังกล่าว โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการเก็บกวาดขยะและสิ่งปฏิ กูลบริเวณชายหาด รวมทั้งนำรถ เจซีบี มาขุดตัดทรายซึ่งมีสภาพดำคล้ำออกมจากพื้นที่ รวมทั้งการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อนำกลับไปตรวจพิสู จน์คุณภาพ เนื่องจากพบว่ามีสภาพขุ่นมัวและมีตะกอนเป็นจำนวนมาก



ดร.เชาวน์ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุการณ์และมีการเผยแพร่ข่าวตามส ื่อแขนงต่างๆกรมควบคุมมลพิษ จึงได้เร่งมาตรวจสอบและพิสูจน์สภาพปัญหา เนื่องจากเมืองพัทยาเองก็ถูกประกาศในเป็นเขตคุมครองด ้านมลพิษ ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่าทรายบริเวณชายหาดก ็มีลักษณะดำคล้ำ ขณะที่น้ำทะเลก็มีความขุ่นมัวจากตะกอนเป็นพื้นที่ในบ ริเวณกว้าง จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจ พิสูจน์ถึงคุณภาพ ทั้ง ค่า BOD,PH และตะกอนหนัก อย่างโครีฟอร์ม หรือ อีโคไลท์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยคาดว่าจะได้ผลการตรวจสอบภายใน 2 อาทิตย์

อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นจากการส อบถามพบว่าช่วงก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และน้ำได้ไหลบ่ามาจากทุกทิศทางโดยเฉพาะในฝั่งตะวันออ กของเมืองพัทยาซึ่งเป็นชุมชนหนา แน่น โดยเมื่อน้ำฝนไหลเข้ามาในท่อซึ่งเป็นท่อเดียวกับระบบ บำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาที่มีน้ำเสียค้างท่ออยู่ปร ะมาณ 40 % จึงทำให้น้ำเกิดการผสมกันก่อนเอ่อล้นหรือ Overflow ตามท่อระบายที่ติดตั้งไว้ออกสู่ทะเลในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้น้ำมีลักษณะขุ่นดำและมีตะกอนจากเศษขยะ รวมถึงสิ่งปฏิกูลไหลปะปนออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังเกิดเหตุเมืองพัทยาก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข ้ามาดูแลและเร่งกำจัดสิ่งปฏิกูลเร่งด่วน และคาดว่าสถานการณ์นี้จะหายไปตามธรรมชาติภายใน 1 สัปดาห์



ดร.เชาวน์ กล่าวต่อไปว่าจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุหนึ่งของปัญหา น้ำเสียลงทะเลนั้น น่าจะเกิดจากความบกพร่องของระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัท ยาซึ่งใช้งานมานานกว่า 15 ปี เนื่องจากการพบว่าระบบปั้มที่ใช้ในการสูบส่งน้ำเสียเ ข้าสู่โรงบำบัดเกิดการชำรุดเสียหายหลายจุดจากสถานีสู บทั้ง 7 แห่ง ทำให้มีน้ำเสียค้างท่อเกินปริมาณที่กำหนด ดังนั้นเมื่อมีน้ำฝนไหลมารวมในท่อและเอ่อล้นลงทะเล จึงทำให้น้ำมีลักษณะขุ่นข้นดำ และมีเศษตะกอนตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้เมืองพัทยาเร่งหาแนวทางแก ้ไข โดยเฉพาะการขุดล้างท่อระบายน้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการซ่อมแซม ปรับปรุง และแก้ ไขระบบปั้มน้ำหลักเพื่อลดปัญหา ขณะที่แผนในระยะยาวนั้นจะต้องมีการจัดประชุมร่วมหน่ว ยงานที่เกี่ยว ข้อง โดยจะนำเรื่องเสนอตรงต่ออธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่ยั่งยืนต่อไป

ทางด้านนายวิรัตน์ จิระศรีไพฑูรย์ ผอ.ส่วนสำนักการช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา กล่าวว่าปัจจุบันได้รับงบประมาณสนับสนุนแล้วในปี 2560 นี้ตามแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC จำนวน 27 ล้านบาท ซึ่งจะเร่งทำการแก้ไขในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำใหม่ท ดแทนเครื่องที่เสียหายภายในเดือนกรกฎาคมนี้ รวมทั้งการปรับปรุงระบบบำบัดที่โรงบำบัดน้ำเสียหนองใ หญ่ และจะมีการการขอสนับ สนุนงบเพิ่มเติมจากกระ ทรวงมหาดไทย เพื่อทำการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและแพบนท์อีกจำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับงบประมาณสนับสนุนและเป็นไปตามแผนที่วาง ไว้ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไปอย่างแน่นอน


http://www.naewna.com/local/280909
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 16-07-2017
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


กรมควบคุมมลพิษลงพื้นที่ ตรวจปัญหาปล่อยน้ำเสียลงทะเลพัทยา



จี้เมืองพัทยา เร่งแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสีย หลังพบปัญหาเครื่องสูบชำรุดทำน้ำเสียค้างท่อก่อนไหลเ อ่อล้นลงทะเล ก่อนนัดหารือร่วมเสนออธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พิจารณาการแก้ไขอย่างยั่งยืน หวั่นทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลเสียหาย
จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพข่าวสภาพปัญหาน้ำเน่าเสีย เศษขยะและสิ่งปฏิกูลถูกปล่อยลงสู่ชาย หาดและทะเลหน้าอ่าวพัทยา บริเวณหลังสถานีสูบน้ำระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยา พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งพบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อการท่ องเที่ยวอย่างรุนแรงตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎา คมที่ผ่านมานั้น

ล่าสุด (15 ก.ค. 60) ดร.เชาวน์ นกอยู่ ผู้อำนวยการสำนักจัดการคุณภาพน้ำ กรมควบคุมมล พิษ พร้อมด้วย นายวิรัตน์ จิระศรีไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสำนักการช่างสุขาภิบาลเมืองพัทยา นำเจ้าหน้าที่จากกรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสำนักช่างสุขาภิบาล ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาน้ำเสียที่ถูกปล่อยลงทะเลบ ริเวณดังกล่าว โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการเก็บกวาดขยะและสิ่งปฏิ กูลบริเวณชายหาด รวมทั้งนำรถ เจซีบี มาขุดตัดทรายซึ่งมีสภาพดำคล้ำออกมจากพื้นที่ รวมทั้งการเก็บตัวอย่างน้ำทะเลเพื่อนำกลับไปตรวจพิสู จน์คุณภาพ เนื่องจากพบว่ามีสภาพขุ่นมัวและมีตะกอนเป็นจำนวนมาก

โดย ดร.เชาวน์ เปิดเผยว่าหลังเกิดเหตุการณ์และมีการเผยแพร่ข่าวตามส ื่อแขนงต่างๆกรมควบคุมมลพิษ จึงได้เร่งมาตรวจสอบและพิสูจน์สภาพปัญหา เนื่องจากเมืองพัทยาเองก็ถูกประกาศในเป็นเขตคุมครองด ้านมลพิษ ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพพื้นที่พบว่าทรายบริเวณชายหาดก ็มีลักษณะดำคล้ำ ขณะที่น้ำทะเลก็มีความขุ่นมัวจากตะกอนเป็นพื้นที่ในบ ริเวณกว้าง จึงมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการเก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจ พิสูจน์ถึงคุณภาพ ทั้ง ค่า BOD, PH และตะกอนหนัก อย่าง โครีฟอร์ม หรือ อีโคไลท์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยคาดว่าจะได้ผลการตรวจสอบภายใน 2 อาทิตย์

อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นเบื้องต้นจากการส อบถามพบว่าช่วงก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และน้ำได้ไหลบ่ามาจากทุกทิศทางโดยเฉพาะในฝั่งตะวันออ กของเมืองพัทยาซึ่งเป็นชุมชนหนา แน่น โดยเมื่อน้ำฝนไหลเข้ามาในท่อซึ่งเป็นท่อเดียวกับระบบ บำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาที่มีน้ำเสียค้างท่ออยู่ปร ะมาณ 40 % จึงทำให้น้ำเกิดการผสมกันก่อนเอ่อล้นหรือ Overflow ตามท่อระบายที่ติดตั้งไว้ออกสู่ทะเลในบริเวณดังกล่าว ส่งผลให้น้ำมีลักษณะขุ่นดำและมีตะกอนจากเศษขยะ รวมถึงสิ่งปฏิกูลไหลปะปนออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังเกิดเหตุเมืองพัทยาก็ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เข ้ามาดูแลและเร่งกำจัดสิ่งปฏิกูลเร่งด่วน และคาดว่าสถานการณ์นี้จะหายไปตามธรรมชาติภายใน 1 สัปดาห์

ดร.เชาวน์ กล่าวต่อไปว่าจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุหนึ่งของปัญหา น้ำเสียลงทะเลนั้น น่าจะเกิดจากความบกพร่องของระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัท ยาซึ่งใช้งานมานานกว่า 15 ปี เนื่องจากการพบว่าระบบปั้มที่ใช้ในการสูบส่งน้ำเสียเ ข้าสู่โรงบำบัดเกิดการชำรุดเสียหายหลายจุดจากสถานีสู บทั้ง 7 แห่ง ทำให้มีน้ำเสียค้างท่อเกินปริมาณที่กำหนด ดังนั้นเมื่อมีน้ำฝนไหลมารวมในท่อและเอ่อล้นลงทะเล จึงทำให้น้ำมีลักษณะขุ่นข้นดำ และมีเศษตะกอนตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบหมายให้เมืองพัทยาเร่งหาแนวทางแก ้ไข โดยเฉพาะการขุดล้างท่อระบายน้ำอยู่อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งการซ่อมแซม ปรับปรุง และแก้ ไขระบบปั้มน้ำหลักเพื่อลดปัญหา ขณะที่แผนในระยะยาวนั้นจะต้องมีการจัดประชุมร่วมหน่ว ยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะนำเรื่องเสนอตรงต่ออธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เพื่อหาแนวทางการแก้ไขที่ยั่งยืนต่อไป

ทางด้านนายวิรัตน์ จิระศรีไพฑูรย์ ผอ.ส่วนสำนักการช่างสุขาภิบาล เมืองพัทยา กล่าวว่าปัจจุบันได้รับงบประมาณสนับสนุนแล้วในปี 2560 นี้ตามแผนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ EEC จำนวน 27 ล้านบาท ซึ่งจะเร่งทำการแก้ไขในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำใหม่ท ดแทนเครื่องที่เสียหายภายในเดือนกรกฎาคมนี้ รวมทั้งการปรับปรุงระบบบำบัดที่โรงบำบัดน้ำเสียหนองใ หญ่ และจะมีการการขอสนับสนุนงบเพิ่มเติมจากกระทรวงมหาดไท ย เพื่อทำการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและแพบนท์อีกจำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งหากได้รับงบประมาณสนับสนุนและเป็นไปตามแผนที่วาง ไว้ปัญหาเหล่านี้ก็จะหมดไปอย่างแน่นอน


http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/764704
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 16-07-2017
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


"กรมอุทยาน"เตรียมปล่อยเนื้อทรายคืนป่า 66 ตัว

กรมอุทยาน เตรียมปล่อย"เนื้อทราย" คืนสู่ป่าธรรมชาติมากที่สุดในรอบ 34 ปีจำนวน 66 ตัวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร



วันนี้(15ก.ค.2560) นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เตรียมปล่อยเนื้อทรายคืนสู่ธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ ถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระชนมายุครบ 65 พรรษา ด้วยการปล่อยเนื้อทรายคืนสู่ธรรมชาติ 66 ตัว และทำโป่งเทียม 1 แห่ง ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ในวันที่ 24 ก.ค.นี้

นายธัญญา บอกว่า ถือเป็นครั้งแรกที่ปล่อยเนื้อทรายคืนสู่ธรรมชาติมากท ี่สุด หลังจากเคยปล่อยครั้งแรกเมื่อปี 2526 จำนวน 4 ตัว บริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ปี 2530 จำนวน 6 ตัว และปี 2535 จำนวน 10 ตัว เนื่องจากขณะนี้การเพาะพันธุ์และปล่อยเนื้อทรายคืนสู ่ธรรมชาติประสบความสำเร็จอย่างมาก

โดยเฉพาะการฟื้นฟูประชากรเนื้อทรายในธรรมชาติให้เพิ่ มขึ้น หลังพบว่าจากการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติเนื้อทราย สามารถดำรงชีวิต สืบพันธุ์ และหากินกระจายออกจากบริเวณที่ปล่อยไปยังพื้นที่ข้าง เคียงมากขึ้น จนถูกถอดชื่อออกจากบัญชีรายชื่อสัตว์ป่าสงวน ภายใต้พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ทั้งที่ในอดีตเนื้อทราย เป็นสัตว์ป่าสงวนภาและไม่มีรายงานค้นพบในป่าธรรมชาติ จนกระทั่งสามารถเพาะเลี้ยงจากกรงเลี้ยงและนำไปปล่อยข ยายพันธุ์ในธรรมชาติ ซึ่งภาพรวมตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบันได้ปล่อยเนื้อทรายคืนสู่ธรรมชาติในพื้น ที่ป่าอนุรักษ์ไปแล้ว 629 ตัว


http://news.thaipbs.or.th/content/264390
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 16-07-2017
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 20,672
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


เพิกเฉย PM2.5 ประเทศไทยพลาดเป้าการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) .................... โดย นันทิชา โอเจริญชัย

เกือบหนึ่งปีหลังจากที่สหประชาชาติโลก หรือยูเอ็น (UN) ได้ประกาศ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ในปีพ.ศ. 2559 ซึ่งรัฐบาลไทยได้เริ่มดำเนินการแผน โดยมีมติกำหนดให้มี 30 ประสงค์เร่งด่วนที่จะต้องเร่งรัดดำเนินการในช่วง 5 ปีแรก จากเป้าหมายทั้งหมด 17 ประการและ 169 เป้าประสงค์ของการพัฒนาที่ยั่งยืนแต่ใน 30 เป้าประสงค์นี้ ไม่มีข้อไหนเลยที่กล่าวถึงเรื่องมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน PM2.5 ที่กำลังเป็นประเด็นเร่งด่วนของประเทศไทย

รายงานดัชนีประสิทธิภาพ SDGs ปี พ.ศ. 2560 ของ UN เผยว่าประเทศไทยได้รับคะแนน 25.8 เต็ม 100 ในเรื่องของ “ระดับ PM2.5 (ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ในเขตเมือง” ทั้งนี้จากการจัดระดับมลพิษทางอากาศของเมืองโดยกรีนพ ีซพบว่าทั้ง 19 พื้นที่มีความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เกินค่ามาตรฐานในบรรยากาศทั่วไปในเวลา 1 ปี ตามข้อกำหนดขององค์การอนามัยโลก(10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร)และเกินค่ามาตรฐานของประเท ศไทยเองที่ตั้งไว้อยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นอกจากนั้น ไทยถูกจัดอันดับว่า “แย่” ในอีกหลายด้าน รวมทั้ง “การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากภาคผลิตพลังงาน” และ “ความเปราะบางจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยยังล้าหลังอยู่ในเรื่องของกา รต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ



ตัวชี้วัดการปล่อยมลพิษทางอากาศของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ไม่เกิน 2.5 ไมครอน PM2.5 เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย 11 ซึ่งมุ่งที่จะ “ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของประชากรมีความปลอดภั ยทั่วถึง และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Cities and Communities) ส่วนในการจัดเรียงของสถิติทางการของประเทศไทยก็ได้ระ บุว่า “ประชากรในเขตเมืองได้รับมลพิษทางอากาศกลางแจ้งเกินค ่ามาตรฐานตามค่าที่กำหนดขององค์การอนามัยโลก” เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเช่นเดียวกัน แม้ว่าเป้าหมายเหล่านี้จะควบคู่ไปกับเป้าหมายการพัฒน าอย่างยั่งยืนอื่นๆโดยเฉพาะเป้าหมาย 3: การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เป้าหมาย 13: การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมาย 15: การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรภาคพื้นดิน ที่ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณภาพอากาศ แต่ยังดูเหมือนว่ารัฐบาลไทยยังคงเพิกเฉยกับฝุ่นพิษ PM2.5 ที่เป็นภัยคุกคามคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกวินาที

อันที่จริงแล้ว แต่ละเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน นั้นมีความเชื่อมโยงกับ การพัฒนาที่ยั่งยืนทุกเป้าหมาย โดยส่งเสริมเป้าหมายซึ่งกันและกัน การปรับปรุงในเรื่องหนึ่งไม่เพียงแต่ช่วยบรรลุความสำ เร็จในด้านนั้นๆเพียงด้านเดียว แต่ยังคงช่วยแก้ไขปัญหาในด้านอื่นๆไปอีกด้วย ทั้งนี้การดำเนินแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนจะไม่ถูกจุด ประสงค์ของมันเลย หากรัฐบาลเน้นปรับปรุงด้านใดด้านหนึ่ง โดยที่ละทิ้งเป้าหมายอื่น ๆ ไว้จัดการทีหลัง การบรรลุการพัฒนาอย่างยั่งยืนรัฐบาลจำเป็นที่จะพัฒนา ทั้งระบบไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากว่าฝุ่นพิษ PM2.5 เป็นอีกหนึ่งต้นตอที่กระทบต้นทุนชีวิตของประชาชน จึงควรเป็นหนึ่งในปัญหาที่รัฐบาลต้องมีความจริงใจในก ารแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน



ในปีนี้ รัฐบาลไทยได้ประกาศนำการพัฒนาอย่างยั่งยืน มาผูกโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 เพื่อที่จะเดินแผนไปในทิศทางเดียวกันกับที่วางไว้ก่อ นหน้า แต่สิ่งที่เป็นปัญหากับยุทธศาสตร์การพัฒนาของไทยนั้น คือการที่ขาดคำว่ายั่งยืนไป และการที่ขาดคำนั้นจะทำให้การดำเนินแผนการพัฒนาอย่าง ยั่งยืน หรือ SDG นั้นไร้ความหมายไปโดยสิ้นเชิง

ขณะนี้ดูเหมือนว่าจุดหมายปลายทางเดียวของรัฐบาลคือกา รพัฒนา โดยมุ่งการเจริญเติบโตทางเงินและการผลาญทรัพยากร ดูตัวอย่างจากการพัฒนาเมืองหลวงและอีกหลายเมืองที่กำ ลังรุดพัฒนาที่กำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประช าชนทั้งในด้านเศรษฐกิจ สุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหามลพิษทางอากาศที่คร่าชีวิตของ ประชาชนหลายหมื่นคนต่อปี หลักของการพัฒนาอาจหมายถึงเมืองที่ใหญ่ขึ้น แต่หลักของการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นย่อมหมายถึงการพัฒน าเมืองที่ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วประเทศไทยจะหวังที่จะพัฒนาอย่างแท้จริงได้อย่างไ ร หากคนไทยยังต้องทนใช้ชีวิตในเมืองที่เต็มไปอากาศสกปร ก

http://www.greenpeace.org/seasia/th/...gs/blog/59868/
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:16


vBulletin รุ่น 3.8.9
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2017, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger