เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,978
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 10 มีนาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยมีฝนบางพื้นที่ในภาคใต้ อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12 - 16 มี.ค. 63 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ส่งผลทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ในขณะที่บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่ ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9 - 11 มี.ค. 63 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน ส่วนในช่วงวันที่ 12 - 15 มี.ค. 63 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมทั้งอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 9 - 11 มี.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัดไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 12 - 15 มี.ค. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg eq10032020.jpg (65.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2020-03-10_DFTH1_0600.jpg (196.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest10032020.jpg (121.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2020-03-10_TopChart_01.jpg (127.2 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,498
Default

ผู้จัดการออนไลน์

ตรวจเข้ม! เรือจาก 6 ประเทศกลุ่มเสี่ยง ?โควิด-19? กรมเจ้าท่าออกประกาศเพิ่มมาตรการ




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (9 มีนาคม) นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ได้ลงนามในประกาศกรมเจ้าท่า ที่ 41/ 2563 เรื่อง แนวปฏิบัติสำหรับเรือที่เข้ามาในน่านน้ำไทย กรณีเป็นเรือจากท้องที่นอกราชอาณาจักร ที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติได้ประกาศให้โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2563 กำหนดให้ท้องที่นอกราชอาณาจักร ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) สาธารณรัฐประชาชนจีน (People's Republic of China) รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) สาธารณรัฐอิตาลี (Italian Republic) และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Iran) เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นั้น

เพื่อเป็นแนวทางสำหรับเรือที่เข้ามาในน่านน้ำไทยให้ดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคของประเทศ อธิบดีกรมเจ้าท่าจึงประกาศแนวปฏิบัติสำหรับเรือที่เข้ามาในน่านน้ำไทย กรณีเป็นเรือจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ดังต่อไปนี้

1. ในกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้ท้องที่นอกราชอาณาจักรใดเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-2019) นายเรือ คนประจำเรือ ผู้โดยสาร และผู้ที่อยู่บนเรือที่เดินทางมาจากท้องที่นั้นต้องได้รับการกักตัว (quarantine) และอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออย่างอื่นตามที่รัฐบาลกำหนด

2. กรณีการเข้ามาของเรือเดินระหว่างประเทศที่มาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พ.ศ. 2563 กำหนดให้ท้องที่นอกราชอาณาจักร ได้แก่ สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) สาธารณรัฐประชาชนจีน (People's Republic of China) รวมถึงเขตบริหารพิเศษมาเก๊า (Macao) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง (Hong Kong) สาธารณรัฐอิตาลี (Italian Republic) และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน (Islamic Republic of Ian) เป็นเขตโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVD-19) และเมืองหรือประเทศที่กระทรวงสาธารณสุขจะประกาศแก้ไขเพิ่มเติม มีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาประเทศไทย นายเรือหรือตัวแทนเรือจะต้องดำเนินการดังนี้

2.1 ให้ส่งเอกสารให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค ก่อนเรือเข้ามาในช่องทางเข้าออกประเทศอย่างน้อย 24 ชั่วโมง ได้แก่ ใบสำแดง
สุขภาพของคนในเรือ (Maritime Declaration of Health) รายชื่อ 10 เมืองที่ผ่านมา บัญชีรายชื่อลูกเรือ
และผู้โดยสารในเรือ และผลการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย 7 วันล่าสุด

2.2 ให้นายเรือ ผู้ควบคุมเรือ ดำเนินการดังต่อไปนี้

2.2.1 ให้ความรู้แก่ผู้ทำการในเรือ และผู้โดยสาร เรื่อง โรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
2.2.2 จัดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายคนประจำเรือและผู้โดยสารเป็นการประจำ หากพบว่ามีความผิดปกติ มีอุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 37.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับมีอาการไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หอบเหนื่อย อย่างใดอย่างหนึ่ง ให้คัดแยกผู้ป่วยและฝ้าระวังอาการ และหากสามารถกระทำได้ให้นำตัวส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการตรวจอาการผิดปกติดังกล่าวทันที
2.2.3 ให้นายเรือจัดให้มีการดำเนินการคัดกรองผู้ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บุคคลที่อยู่บนเรือ หากพบหรือสงสัยว่ามีการติดเชื้อให้คัดแยกตัวไม่ให้ปะปนกับผู้อื่น และแจ้งด่านควบคุมโรค
2.3 เมื่อพบว่ามีผู้ต้องสงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19 บนเรือ ให้เรือทอดสมอตามจุดตำบลที่ทอดสมอสำหรับการกักกันโรคและคัดกรองโรค ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือตำบลที่พนักงานแพทย์เห็นสมควร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ กรมควบคุมโรค ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
3. ให้ผู้ประกอบการเรือ เจ้าของเรือ นายเรือ ผู้ควบคุมเรือ ดำเนินการให้เป็นไปตามหมวดที่ 5 ข้อบังคับสำหรับการป้องกันโรคภยันตราย พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยพระพุทธศักราช 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กรณีฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท




สาหัส! พิษไฟป่าเชียงใหม่ลามไหม้สวนรกร้าง คลอก ผญบ.เกือบทั้งตัวพร้อมเครื่องเป่าลม



ขอบคุณภาพข่าว : นอร์ทพับลิคนิวส์ / ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ต.แม่แฝกใหม่

เชียงใหม่ - ไฟป่ายังโผล่หลายท้องที่ของเชียงใหม่..ล่าสุดเปลวเพลิงลามไหม้สวนรกร้างเขตสันทราย-เชียงใหม่ จนต้องระดม จนท.-จิตอาสาเข้าสกัดเกือบทั้งวัน จน ผญบ.แพะเจดีย์ หนึ่งในอาสาสู้ไฟป่า ถูกไฟคลอกทั้งตัวเกือบ 90% ต้องหามส่ง ICU กันวุ่น

ท่ามกลางปัญหาไฟป่าที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้หมอกควัน PM 2.5 ปกคลุมทั่วเชียงใหม่จนคุณภาพอากาศเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ นั้น วานนี้ (9 มี.ค.) ได้มีไฟป่าเกิดขึ้นพื้นที่หมู่ที่ 6 บ้านแพะเจดีย์ ต.แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ปภ.เทศบาลตำบลเจดีย์แม่ครัว อส.จากอำเภอสันทราย และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ราว 35 นาย แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุดเข้าสกัดไฟต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสาย

กระทั่งเย็นวันเดียวกันได้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น เมื่อนายนิพนธ์ จาระธรรม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 ต.แม่แฝกใหม่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ที่เข้าร่วมสกัดไฟป่าที่กำลังจะลามเข้าสวนของชาวบ้าน ซึ่งปล่อยที่ร้างและมีหญ้าปกคลุมสูงถึงระดับอกถูกไฟป่าคลอกได้รับบาดเจ็บมีแผลไฟไหม้ตามร่างกายกว่า 90%

ทีมอาสาดับไฟป่าเล่าว่า ไฟป่าลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีลดพัดแรง อากาศร้อนจัด ประกอบกับรถน้ำเข้าไม่ถึง เจ้าหน้าจึงที่ได้ร่นถอยออกห่างจากแนวไฟประมาณ 5-10 เมตร ก่อนจะได้รับแจ้งจากบัดดี้ของนายนิพนธ์ ว่านายนิพนธ์ยังติดอยู่ในแนวไฟ เจ้าหน้าที่ราว 15 นายในจุดดังกล่าว จึงพากันตะโกนเรียกและออกตามหา ผ่านไปกว่า 5 นาทีจึงได้ยินเสียงนายนิพนธ์ตอบกลับ


ขอบคุณภาพข่าว : นอร์ทพับลิคนิวส์ / ชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ต.แม่แฝกใหม่

เมื่อเข้าไปตามจุดที่ได้ยินเสียงนายนิพนธ์ พบเป็นร่องห้วย โดยนายนิพนธ์อยู่ในสภาพถูกไฟไหม้ตามร่างกายกว่าร้อยละ 90 แต่ยังมีสติตอบโต้ได้ในระดับหนึ่ง และห่างออกไปราว 5 เมตร เจ้าหน้าที่พบเครื่องเป่าลมถูกไฟไหม้เสียหาย เจ้าหน้าที่ ปภ.เทศบาลตำบลเจดีย์แม่ครัวจึงรีบเข้าปฐมพยาบาล ก่อนจะนำเปลสนามลำเลียงนายนิพนธ์ขึ้นรถและส่งโรงพยาบาลสันทรายเพื่อทำการรักษาก่อนจะมีการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่อย่างเร่งด่วน

ต่อมาในช่วงค่ำวันเดียวกัน นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เดินทางมาเยี่ยม และให้กำลังใจญาติผู้ป่วย พร้อมกับมอบเงินจำนวน 50,000 บาทในเบื้องต้น ขณะที่นายนิพนธ์ยังอยู่ในห้อง ICU แพทย์ยังไม่เปิดเผยอาการ




แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ 08:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,498
Default

ไอซ์ลอยเกลื่อนทะเลตราด?ยังน้อยไป? ล่าสุดยังมีแบงก์ดอลลาร์ค่ากว่า? 4? แสนบาทถูกทิ้งริมหาดเขาล้าน?




ตราด? -? แค่ไอซ์ลอยเกลื่อนทะเลเมืองตราดยังน้อยไป? ? ล่าสุด ทหารพรานเขาล้าน พบแบงก์ดอลลาร์ปริศนามูลค่ากว่า? 4? แสนบาท?ถูกทิ้งในกล่องทิชชูริมหาดเขาล้าน? อ.คลองใหญ่? เบื้องต้น ไม่รู้เป็นของใคร? พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบของจริงหรือปลอม

วันนี้? (9? มี.ค.)? ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก? น.อ.ธรรมนูญ วรรณา หัวหน้าชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เขาล้าน? ว่าเมื่อช่วงเย็นวันที่? 8? มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน? ที่นำโดย?ร.ท.จรัญ? จันทร์ฉาย? ? ได้พบ? ?ธนบัตร?ดอลลาร์จำนวนมากถูกทิ้งบริเวณชายหาดราชการุณย์? เขาล้าน ต.ไม้รูด? อ.คลองใหญ่

และจากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่า เป็นธนบัตรดอลลาร์ชนิด 100 ดอลลาร์? จำนวน 13 มัด มัดละ 10 ใบ? และยังมีธนบัตรอีก 9 ใบ? จึงแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไม้รูด เพื่อร่วมทำการตรวจยึดและทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะดำเนินการตรวจสอบของกลางอย่างละเอียด

น.อ.ธรรมนูญ กล่าวว่า หลังมีการพบยาไอซ์ลอยเกลื่อนทะเลเมืองตราด ตั้งแต่พื้นที่เกาะกูด เกาะหมาก และพื้นที่ ต.แหลมกลัด จึงสั่งการให้กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินทุกกองร้อย? และหมวดอาวุธสนับสนุนที่ 3 ทำการลาดตระเวนและตรวจเข้มพื้นที่ริมทะเล? ร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและชาวบ้าน

กระทั่งพบกล่องกระดาษทิชชูรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส สีขาวแดง ที่มีธนบัตรดอลลาร์ชนิด 100 ดอลลาร์ จำนวน 139 ใบ คิดเป็นเป็นเงินไทยประมาณ 430,372.35 บาท ซึ่งจากการสอบถามไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ซึ่งหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบว่าเป็นธนบัตรจริงหรือธนบัตรปลอม พร้อมทั้งยังได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาในระดับสูงทราบต่อไป


พบต่อเนื่องไอซ์ลอยทะเลตราด เผย 7 วันน้ำหนักรวม 450 กก.ทราบเพียงมาจากรัฐชาน


ตราด - พบต่อเนื่อง! ไอซ์ลอยทะเลตราด เผย 7 วันน้ำหนักรวมถึง 450 กก. ด้าน ผอ.ป.ป.ส.ภาค 2 ชี้เลข 888 สัญลักษณ์แหล่งผลิตจากรัฐชาน แต่ไม่รู้ต้นสายปลายทางว่าเป็นของกลุ่มใดและต้องการส่งต่อไปที่ใด

วันนี้ (9 มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการพบยาไอซ์ในทะเลเมืองตราด เป็นวันที่ 6 ว่า ยังคงพบยาไอซ์ลอยทะเลในพื้นที่ ต.แหลมกลัด อีก 3 จุด และ ต.ไม้รูด อ.คลองใหญ่ อีก 1 จุด น้ำหนักรวมกว่า 39 กิโลกรัม

ขณะที่ น.ส.พรทิพย์ แจ่มพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 2 ได้นำคณะเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่มีการพบยาไอซ์ 2 จุด คือที่บริเวณชายหาดติดกับแนวต้นสน รวม 5 กิโลกรัม และยังพบยาไอซ์ถูกหมกทรายอยู่ตามแนวต้นสนอีกจำนวน 12 ห่อ น้ำหนักรวม 12 กิโลกรัม

น.ส.พรทิพย์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบยาไอซ์ลอยทะเลเมืองตราด เพื่อต้องการตรวจสอบว่าเป็นของกลุ่มหรือขบวนการใด ซึ่งขณะนี้ทั้งเจ้าหน้าที่ทหารเรือ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และ ป.ป.ส.อยู่ระหว่างการเร่งสืบสวนหาที่มา พร้อมฝากไปยังประชาชนว่า หากพบเห็นยาไอซ์ลอยอยู่ในทะเลหรือถูกหมกฝังดิน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองทราบในทันที และไม่ควรแกะหรือจับ เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏในถุงหรือหีบห่อจะสามารถติดตามหากลุ่มผู้ต้องสงสัยได้

?ของกลางยาไอซ์ที่พบทั้งหมดมาจากทิศทางลมที่พัดเข้าหาฝั่ง และคาดว่าในอีก 2-3 วันนี้น่าจะมียาไอซ์ถูกพัดขึ้นฝั่งอีก ซึ่งความเกี่ยวข้องของยาไอซ์ทั้งหมดยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่ามาจากต่างชาติหรือจากในประเทศไทย ทั้งนี้ จากข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันประเทศที่ 3 มีความต้องการยาไอซ์ค่อนข้างมาก ซึ่งการลำเลียงยาไอซ์ออกไปยังประเทศที่ 3 ยังต้องมีการสืบสวนต่อไป?

ส่วนแหล่งผลิตค่อนข้างมีการยืนยันชัดเจนว่า สัญลักษณ์เลข 888 เป็นของผู้ผลิตที่มาจากรัฐชานเหนือ แต่จะเป็นของกลุ่มใดยังคงต้องสืบหาข่าวกันต่อไป

ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.ภาค 2 ยังคาดการณ์ว่า เส้นทางลำเลียงยาไอซ์ทั้งหมดน่าจะมาจากพื้นที่ภาคเหนือ และบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งอาจนำผ่านมาทางประเทศเพื่อบ้านหรืออาจจะเข้ายังฝั่งไทย แต่ที่น่าสนใจคือ ถุงยาไอซ์ที่บรรจุในถุงทุเรียนทอดถือเป็นเรื่องใหม่

ขณะที่สถานการณ์ยาเสพติดในภาคตะวันออกและทั่วประเทศ มีข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีการระบาดเพิ่มขึ้น โดย จ.ตราด มีผู้ที่เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้น

ด้าน นายสุมิตร ชิณศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เผยว่า ยาไอซ์ที่พบในพื้นที่ต่างๆ ของ จ.ตราด ตั้งแต่วันที่ 3-9 มี.ค.มีน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 450 กิโลกรัม



แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ 08:59
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,498
Default

นายก อบต.นำทีมขึ้นสำรวจถ้ำมืดใน ?เขายะลา? พบมีความสวยงามของธรรมชาติ




ยะลา - นายก อบต.ยะลา นำทีมขึ้นสำรวจถ้ำมืดภายใน ?เขายะลา? พบมีความสวยงามของธรรมชาติ แม้ทางกรมศิลปากรชี้แจงว่าการลดพื้นที่โบราณสถานจะไม่กระทบเขายะลาก็ตาม

ความคืบหน้ากรณีที่กรมศิลปากร ได้ประกาศลดขนาดพื้นที่โบราณสถานเขายะลา หรือเขายาลอ มากถึง 190 ไร่ เพื่อเอื้อประโยชน์ในการประกอบอุตสาหกรรมหินในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ แม้หลังประกาศออกมาจะมีหลายฝ่าย รวมไปถึงชาวบ้านในพื้นที่ที่ไม่เห็นด้วย และขอให้กรมศิลปากรได้ทบทวนคำสั่งประกาศดังกล่าวอีกครั้ง

ล่าสุด วันนี้ (9 มี.ค.) หลังจากที่มีกระแสข่าวของเขายะลานำเสนอไปแล้วนั้น ทำให้ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลยะลา มีทั้งเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วน หลายหน่วยงาน และประชาชนทั่วไป เดินทางเข้ามาติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อขออนุญาตเข้าไปดูภาพเขียนสีโบราณ ที่ยังมีอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น หลังจากที่ภาพเขียนโบราณรูปคนในจุดที่ 1 นั้นได้พังเสียหายจากแรงของการระเบิดหิน เพื่อประกอบอุตสาหกรรมเมื่อหลายปีก่อน



โดยวันนี้ นายโกมุท มอหาหมัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ของ อบต.ยะลา จำนวนกว่า 20 คน ได้รวมกลุ่มกันเดินเท้าขึ้นไปสำรวจถ้ำมืดที่อยู่บริเวณกลางเขายะลา ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1.5-2 กิโลเมตร

ซึ่งถ้ำมืดที่ว่านี้มีความสวยงามของธรรมชาติอยู่ภายในถ้ำ และบริเวณของถ้ำนั้นอยู่ใกล้กับแนวเขตที่มีการประกาศพื้นที่ใหม่ หากมีการเปิดพื้นที่ในการทำอุตสาหกรรม ก็มีความเป็นไปได้ว่าถ้ำแห่งนี้จะได้รับความเสียหาย

จากข้อมูลในการแบ่งเขตพื้นที่ ลดขนาดพื้นที่โบราณสถาน ตามที่อธิบดีกรมศิลปากรคนเก่า นายอนันต์ ชูโชติ ได้ลงนามไว้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2562 นั้น พบว่าหากนำภาพถ่ายทางอากาศมาเปรียบเทียบ และซ้อนภาพกันแล้ว จะเห็นได้ว่าในการประกาศขึ้นทะเบียนพื้นที่เขตโบราณสถานเขายะลา เมื่อปี พ.ศ.2544 จะเห็นถึงแนวเขตที่ครอบคลุมพื้นที่ตามประกาศ และมีการเปรียบเทียบภาพ เมื่อมีการประกาศลดพื้นที่โบราณสถานเขายะลา ล่าสุด ปี พ.ศ.2562 ก็จะพบว่าในพื้นที่ที่ลดขนาดนั้น มีการประกอบอุตสาหกรรมหิน หรือหากสังเกตตามภาพถ่ายทางอากาศ ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่ามีการถูกบุกรุกพื้นที่โบราณสถาน เนื่องจากพบร่อยรอยของภูเขาที่ต่างไปจากปี พ.ศ.2544

หรืออาจพูดให้มีความเข้าใจตรงกันคือ มีการบุกรุกทำอุตสาหกรรมหิน เข้าไปในเขตที่ประกาศเป็นพื้นที่โบราณสถาน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ต้องลงชื่อในคำประกาศลดพื้นที่โบราณสถานเขายะลา จำนวน 190 ไร่ เมื่อ 30 กันยายน 2562 ในวันสุดท้ายของการรับราชการ เพื่อหลบเลี่ยงความผิดกรณีพื้นที่โบราณสถานถูกบุกรุก





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:27


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger