เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


5 วิธีบอกรักและปกป้องมหาสมุทร .................. โดย Arifsyah Nasution


Local Fisherman in southern Thailand. ? Sirachai Arunrugstichai / Greenpeaceชาวประมงท้องถิ่นกำลังจับปลาในปากอ่าวเทพา จังหวัดสงขลา ประเทศไทย ? Sirachai Arunrugstichai / Greenpeace

สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ไม่อาจดำรงอยู่ได้หากไม่มีผืนมหาสมุทรที่กินพื้นที่ร้อยละ 70 ของดาวเคราะห์ที่ชื่อว่า โลก มหาสมุทรเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนให้เราหายใจ เป็นแหล่งอาหาร อีกทั้งยังเป็นบ้านและแหล่งอนุบาลสิ่งมีชีวิตนับร้อยนับพันลึกลงไปใต้ทะเล นอกจากนี้แล้ว มหาสมุทรยังปกป้องเราจากภัยธรรมชาติต่างๆ ดอกไม้ทะเลและปะการังนั้นเป็นเกราะกำบังเราจากพายุและคลื่นทะเล

สถานที่อันกว้างใหญ่แห่งนี้เต็มไปด้วยที่เรื่องราวน่าอัศจรรย์ใจ บ้านของสัตว์ทะเลน้อยใหญ่มากกว่าร้อยละ 80 สายพันธุ์ เช่น วาฬ โลมา ฉลาม พะยูน เต่า และปลากระเบน ข้อมูลจาก World Register of Marine Species ระบุว่าผืนมหาสมุทรนั้นมีสัตว์ที่อาศัยอยู่กว่า 240,470 สายพันธุ์ เชื่อกันว่ายังมีสัตว์ทะเลอีกจำนวนมากที่ยังไม่ถูกค้นพบ และปัจจุบันก็ยังมีการสำรวจพบสิ่งมีชีวิตใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา

มหาสมุทรเปรียบเสมือนครัวมหึมาที่เต็มไปด้วยอาหารอีกด้วย ในปี 2559 องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ประเมินว่า ประชากรส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ดำรงชีวิตด้วยการประกอบอาชีพประมง กว่า 59.6 ล้านคน

เรียกได้ว่า มหาสมุทรเป็นสถานที่ที่มหัศจรรย์แห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้


มหาสมุทรกำลังถูกคุกคาม

อย่างไรก็ตาม มหาสมุทรในวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะในทุกๆวันเราได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับการทำลายล้างมหาสมุทร

ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นในมหาสมุทรนั้นเกิดมีตั้งแต่มลพิษพลาสติกไปจนถึงการรั่วไหลของน้ำมันดิบ คร่าชีวิตสิ่งมีชีวิตในทะเลไปอย่างเงียบๆ หลายครั้งที่เราพบนกทะเล โลมาและเต่า เกยตื้นอยู่บริเวณชายหาดทั้งในประเทศ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จากสาเหตุการกินขยะพลาสติกที่อยู่ในทะเล


Plastic Waste in Verde Island, Philippines. ? Noel Guevara / Greenpeaceหลอดยาสีฟันพลาสติกถูกพบเป็นขยะพลาสติกบริเวณเกาะ Verde ประเทศฟิลิปปินส์ ? Noel Guevara / Greenpeace

นอกจากนี้ ปลายังค่อยๆหายไปเนื่องจากการทำประมงเกินขนาด โดยอุตสาหกรรมประมงที่หิวกระหาย ปริมาณปลากว่าร้อยละ 90 ในทะเลถูกจับจากการประมงของบริษัทยักษ์ใหญ่ ซึ่งมีส่วนเชื่อมโยงไปถึงการใช้แรงงานผิดกฎหมาย วิถีการทำประมงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่คุกคามทรัพยากรในทะเลเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลด้วย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีผู้คนหลายพันคนในภูมิภาคนี้ถูกใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรมกลางทะเล บางส่วนเสียชีวิต ขณะที่อีกส่วนต้องเผชิญกับการใช้แรงงานอย่างโหดร้ายบนเรือ

มหาสมุทรได้มอบของขวัญแก่พวกเราโดยไม่ได้ต้องการการตอบแทน แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่เราจำเป็นต้องช่วยกันปกป้องมหาสมุทรโลก และฟื้นฟูทรัพยากรทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง


5 วิธีบอกรักและปกป้องมหาสมุทร

1.สนใจและทำความเข้าใจในประเด็นทะเลและมหาสมุทร


มีข้อมูลน่าสนใจมากมายเกี่ยวกับทะเลและมหาสมุทรที่ให้เราได้ลองศึกษา ไม่ว่าจะเป็นประเด็นภัยคุกคามจากมนุษย์หรือแม้กระทั่งความมหัศจรรย์ของมหาสมุทร หากยังนึกไม่ออกว่ามหาสมุทรนั้นน่าอัศจรรย์ใจเพียงใด ลองดูปลาหมึกหลากสีตัวนี้ ซึ่งถูกค้นพบใกล้ๆกับประเทศฟิลิปปินส์

หรือหากใครสนใจเกี่ยวกับประเด็นการใช้แรงงานไม่เป็นธรรมในอุตสาหกรรมประมง ก็สามารถอ่านรายงาน report on human slavery in the high seas ซึ่งเป็นรายงานของสำนักข่าว เอพี


2.ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง


ลดใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง เปลี่ยนมาลองใช้ภาชนะใช้ซ้ำ

"พลาสติกไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ ที่จะย่อยสลายหาไปไหนได้ เพราะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งคือตัวการก่อมลพิษในทะเลและเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล รวมถึงสัตว์บนบกด้วยนะ"

แต่ไม่เป็นไร มาลองใช้ชีวิตตามฮาวทูลดใช้พลาสติกกันสักหน่อย หรือลองลดพลาสติกที่ไม่จำเป็นเช่น ถุงพลาสติก หลอด แก้วพลาสติก ถ้าลองแล้วเวิร์คก็ชวนเพื่อนๆหรือคนที่เรารักมาลดใช้พลาสติกไปด้วยกันเลย!


3.ฉลาดเลือก ฉลาดซื้ออาหารทะเล

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่รักการกินอาหารทะเล ไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเลสดๆหรืออาหารทะเลบรรจุกระป๋อง การเลือกซื้ออาหารทะเลที่ยั่งยืนเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยปกป้องมหาสมุทรได้ หลีกเลี่ยงการกินอาหารทะเลจากแบรนด์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการการประมงเกินขนาด การทำลายทรัพยากรในทะเลและการใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม

ตรวจสอบความยั่งยืนของแบรนด์อาหารทะเลต่างๆได้ที่รายงานของกรีนพีซ รายงานการจัดอันดับความยั่งยืนปลาทูน่ากระป๋องปี พ.ศ.2561


4.สนับสนุนหลักสูตรเกี่ยวกับทะเลและมหาสมุทรให้กับเยาวชน

ความรู้นั้นเป็นสิ่งสำคัญและความรู้เกี่ยวกับทะเลและมหาสมุทรก็เป็นสิ่งสำคัญที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ควรศึกษาไว้ ไม่ใช่เพีงแค่ประเด็นทะเลและมหาสมุทรเท่านั้น แต่อาจเป็นประเด็นสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ในโลกก็ได้ โรงเรียนควรมีหลักสูตรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เยาวชน และครอบครัว ได้เรียนรู้และเข้าใจถึงสถานการณ์ ความสำคัญจำเป็นที่พวกเขาต้องปกป้องสิ่งแวดล้อมบนโลกต่อไป

เมื่อเยาวชนเหล่านี้เติบโตไปขึ้นไปในระดับมัธยมหรือมหาวิทยาลัย พวกเขาจะสามารถเป็นผู้นำ เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจในการปกป้องมหาสมุทร ซึ่งเราหวังว่าวิธีการนี้จะเปลี่ยนแปลงและสามารถอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้ในระยะยาว


5.เรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุน "สนธิสัญญาทะเลหลวง" โดยองค์การสหประชาชาติ

สนธิสัญญาทะเลหลวง เป็นสนธิสัญญาใหม่ที่จะช่วยปกป้องมหาสมุทรของเราให้พ้นจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ

รัฐบาลจากหลายประเทศเริ่มทำงานเกี่ยวกับสนธิสัญญาฉบับนี้ร่วมกับองค์การสหประชาชาติ โดยหวังว่าจะสามารถปกป้องมหาสมุทร 1 ใน 3 ส่วนของโลก โดยไม่อนุญาตให้ทำประมงขนาดใหญ หรือทำเหมืองใต้ทะเล รวมถึงการทำอุตสาหกรรมแบบทำลายล้างทุกรูปแบบ


Corals in Ventotene Island. ? Lorenzo Moscia / Greenpeaceแนวปะการังบริเวณเกาะ Ventotene ในประเทศอิตาลี ? Lorenzo Moscia / Greenpeace

ปีนี้กรีนพีซเริ่มรณรงค์และรวบรวมรายชื่อของผู้ที่สนใจต้องการปกป้องมหาสมุทรโลก เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ผู้นำโลกร่วมหาทางออกในการอนุรักษ์ ปกป้องมหาสมุทรทั่วโลกเพื่ออนาคต และเพื่อคนรุ่นต่อไป หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่อยากปกป้องผืนมหาสมุทร สามารถลงชื่อได้ที่นี่

ไม่เคยมีครั้งไหนที่โลกต้องการการปกป้องจากพวกเราเท่าครั้งนี้ มาร่วมแสดงความรักต่อโลกใต้ทะเลสีน้ำเงินไม่เฉพาะแค่ในวันมหาสมุทรโลก (World Oceans Day)เท่านั้น แต่เราอยากให้ทุกคนระลึกถึงความรักต่อมหาสมุทรในทุกๆ วัน เหมือนที่มหาสมุทรได้มอบความรักให้กับเรา


https://www.greenpeace.org/thailand/...rld-ocean-day/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #12  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


โลกร้อน-ควันหนา-ควันหนา-โลกร้อน: ความเชื่อมโยงมลพิษทางอากาศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ .................. ผู้เขียน ปรัชญ์ รุจิวนารมย์



นักวิจัยสิ่งแวดล้อม และโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) เผยปัญหามลภาวะทางอากาศกรณีฝุ่นควัน PM2.5 มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับปัญหาสภาวะโลกร้อน

จากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และการสังเกตการณ์เก็บข้อมูลความรุนแรงของปัญหาหมอกควันภาคเหนือในช่วงห้าปีที่ผ่านมาชี้ชัดว่า สภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนขึ้นทุกปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งอากาศร้อนและแห้งแล้ง ส่งผลให้ปัญหาฝุ่นควันทวีความรุนแรง ยิ่งไปกว่านั้น ยังพบว่าปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน PM2.5 ส่งผลให้สภาพภูมิอากาศร้อนยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่

ผศ.ดร.สมพร จันทระ หัวหน้าศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ข้อมูลว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นมา หลายจังหวัดภาคเหนือประสบปัญหามลภาวะทางอากาศจากฝุ่นควัน PM2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน จากการเผาในที่โล่งรุนแรงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา จากการตรวจสอบข้อมูลคุณภาพอากาศพบว่า ช่วงฤดูแล้งปีนี้หลายจังหวัดทางภาคเหนือประสบปัญหามลพิษทางอากาศจาก PM2.5 เกินค่ามาตรฐานนานกว่า 30 วันติดต่อกัน

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าโดยทั่วไปปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือจะเริ่มคลี่คลายช่วงหลังสงกรานต์ และคุณภาพอากาศจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปรกติในช่วงย่างเข้าสู่ฤดูฝนในเดือนพฤษภาคม หากแต่คุณภาพอากาศในภาคเหนือปีนี้มีทีท่าว่าจะดีขึ้นช้ากว่าปรกติ

ผศ.ดร.สมพร เปิดเผยว่า ในบางพื้นที่ เช่น จ.เชียงใหม่ และเชียงราย ค่าฝุ่นควัน PM2.5 พุ่งสูงถึงระดับอันตรายวิกฤต บางเวลาเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศวัดค่าฝุ่น PM2.5 ได้มากกว่า 700 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เมื่อเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐานอากาศสะอาดของกรมควบคุมมลพิษที่ค่าฝุ่นควัน PM2.5 ต้องน้อยกว่า 50 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แสดงให้เห็นว่าสภาพปัญหาหมอกควันภาคเหนือในปีนี้รุนแรงและยาวนานกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด

"จากการติดตามสภาพภูมิอากาศและสถานการณ์หมอกควันในปีนี้ คาดว่าสาเหตุหลักของปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นควัน PM2.5 ที่รุนแรงและยาวนานกว่าปรกติเกิดจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งมาก อันเป็นผลจากสภาวะเอลนิญโญ (El Nino) กำลังอ่อน ทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีปริมาณฝนลดลงกว่าปรกติ" ผศ.ดร.สมพร ให้ข้อมูล

"สภาพอากาศที่แห้งกว่าปรกติ ส่งผลให้สภาพพื้นที่ป่าแห้ง ติดไฟและลุกลามง่าย สถานการณ์ไฟป่าปีนี้จึงเลวร้ายกว่าสองปีที่ผ่านมา และส่งผลให้ปัญหาหมอกควันปีนี้รุนแรงตามไปด้วย"

นักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า สภาพปัญหาหมอกควัน PM2.5 ในภาคเหนือในปีนี้ มีความรุนแรงใกล้เคียงกับสถานการณ์ในปี 2557 และ 2558 ซึ่งประเทศไทยเผชิญความแห้งแล้งจากสภาวะเอลนิญโญเช่นกัน

นอกจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาจารย์สมพร ยังตั้งข้อสังเกตว่า จากสภาพภูมิอากาศที่ชุ่มชื้นและมีปริมาณฝนมากกว่าปรกติในช่วงสองปีที่ผ่านมา เป็นผลให้ไฟป่าและการเผาในที่โล่งเกิดขึ้นน้อยและไม่รุนแรงนัก ทำให้ปริมาณเชื้อเพลิง เช่น เศษใบไม้ในป่าสะสมจนมีปริมาณมาก เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สถานการณ์ไฟป่าและมลพิษฝุ่น PM2.5 ปีนี้ หนักหนาสาหัสกว่าช่วงสองปีที่ผ่านมา

"สรุปได้ว่า สภาพภูมิอากาศมีอิทธิพลโดยตรงต่อความรุนแรงของไฟป่าและมลพิษฝุ่น PM2.5 และจากสถานการณ์สภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ปัญหาไฟป่าและมลพิษจากฝุ่น PM2.5 จึงมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้นในอนาคต"

ผศ.ดร.สมพร กล่าวต่อไปว่า "เรายังจะต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ในปีต่อๆ ไป ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงควรเตรียมการรับมือปัญหาฝุ่นควันล่วงหน้า เพื่อที่จะลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และควรเร่งวางแผนแก้ไขปัญหาดังกล่าวในระยะยาว โดยการควบคุมการปล่อยมลพิษจากทุกๆ แหล่ง รวมไปถึงร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน"

ทั้งนี้ นอกจากไฟป่า อีกสาเหตุสำคัญของฝุ่นควัน PM2.5 คือการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร โดยเฉพาะตอซังในไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

รายงานการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเผาเศษวัสดุการเกษตรในไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จัดทำโดยมูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม ระบุว่า การเผาตอซังข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตในช่วงฤดูแล้ง เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกฤดูกาลถัดไป นอกจากจะก่อให้เกิดมลพิษฝุ่นควัน PM2.5 แล้ว ยังทำให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาลขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น

รายงานของมูลนิธิเกษตรรักษ์สิ่งแวดล้อม ระบุอีกว่า หากเกษตรกรไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั้งหมดในประเทศไทยใช้วิธีเผาตอซังข้าวโพดเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก จะก่อให้เกิดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 6.25 ล้านตัน ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งก๊าซเรือนกระจกปริมาณดังกล่าวเทียบเท่ากับปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่รถยนต์ 1.32 ล้านคันปลดปล่อยในระยะเวลา 1 ปี จึงแนะนำให้เกษตรกรหันไปใช้วิธีการฝังกลบตอซังข้าวโพดแทนการเผา นอกจากจะหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาล ซ้ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังเป็นการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ดิน และลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรในการซื้อปุ๋ย

ทางด้าน นิโคลัส เฮเกลเบิร์ก ผู้เชียวชาญด้านสภาวะโลกร้อน โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ อธิบายภาพรวมของปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเขาระบุถึงปัญหาฝุ่นควันว่า มีส่วนทำให้โลกร้อนมากขึ้น

ฝุ่นควันจากการเผามีองค์ประกอบหลักคือคาร์บอนดำ (Black Carbon) ซึ่งสามารถดูดซับความร้อนได้ดี จึงทำให้อุณหภูมิของชั้นบรรยากาศสูงขึ้น ซึ่งจะขัดขวางการก่อตัวของเมฆและการเกิดฝน

อย่างไรก็ตาม นิโคลัส อธิบายว่า ความเกี่ยวเนื่องกันระหว่างมลภาวะทางอากาศและสภาวะโลกร้อน ทำให้การแก้ปัญหาหนึ่งส่งผลให้อีกปัญหาหนึ่งบรรเทาลง

"ขณะนี้เรามีแนวทางการควบคุมการก่อมลพิษทางอากาศ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการกรองมลพิษที่แหล่งกำเนิด ทุกภาคส่วนจึงควรลงมือแก้ไขปัญหามลพิษอย่างจริงจัง"

นิโคลัสปิดท้ายว่า แม้ว่าการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะทำได้ยากและซับซ้อน แต่เราก็ควรแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน โดยเริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกควบคู่กันไป เพื่อเป็นหลักประกันว่าเราจะยังมีสภาพสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและเป็นมิตรต่อการดำรงชีวิตในอนาคต


https://greennews.agency/?p=19108

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #13  
เก่า 5 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ดำน้ำเก็บขยะเกาะล้าน ได้มากกว่า 1 ตัน

นักดำน้ำเก็บขยะใต้น้ำเกาะล้านได้มากกว่า 1 ตัน คาดอีก 1-2 ปีสร้างเตาเผาขยะ แต่ต้องใช้อีกหลายปีกว่าจะเผาหมด



เกาะล้าน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากถึง 3,000 ถึง 10,000 คน ต่อวัน และปัญหาที่ตามมาก็คือ ปริมาณขยะบนเกาะที่มีสะสมมากถึง 50,000 ตัน เช่นเดียวกับขยะใต้ทะเลก็มีไม่น้อยไปกว่ากัน โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเนื่องในวันทะเลโลก อาสานักดำน้ำได้ดำน้ำเก็บขยะบริเวณหาดตาแหวน แค่เพียงครึ่งวันนำขยะขึ้นมาได้รวมกันน้ำหนักกว่า 1 ตัน

โดยใต้สะพานท่าเรือหาดตาแหวน คือจุดมุ่งหมาย ที่อาสาสมัครนักดำน้ำกว่า 50 ชีวิต จะลงไปเก็บขยะขึ้นมา หลังสำรวจแล้วพบว่า มีขยะถูกทิ้งไว้บริเวณนี้จำนวนมาก โดยเมื่อดำน้ำลงไปที่ระดับความลึกประมาณ5-10 เมตร ก็พบกับผืนทรายที่มีขยะปะปนอยู่กับเศษปะการัง หอยเม่นและฝูงปลา



ซึ่งนักดำน้ำได้แบ่งกลุ่มกันช่วยกันเก็บทั้งขวดเบียร์ ขวดพลาสติก กระป๋องน้ำ เศษอวน ใส่ถุงตาข่าย ก่อนนำขึ้นจากน้ำ

หลังดำน้ำทั้งหมด 2 ไดฟ์ สามารถเก็บขยะขึ้นมาได้น้ำหนักรวมกันกว่า 1 ตัน แต่ขยะที่เก็บขึ้นมาได้ ก็เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เพราะมีขยะอีกจำนวนมากที่ยังตกค้างอยู่ใต้ทะเลบริเวณหาดตาแหวนขยะใต้ทะเลเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาขยะบนเกาะล้าน ปัจจุบันเกาะล้านมีขยะสะสมรวมกันกว่า 50,000ตัน และมีขยะเกิดใหม่ทั้งจากการท่องเที่ยวและครัวเรือนกว่าวันละ 20-30 ตัน โดยที่เมืองพัทยามีแผนที่จะสร้างเตาเผาขยะขึ้นบนเกาะ เพื่อแก้ปัญหานี้



คาดว่าไม่เกิน 1-2 ปีนี้ เกาะล้านจะมีเตาเผาขยะเพื่อแก้ปัญหาขยะตกค้าง ขณะที่นักวิชาการสิ่งแวดล้อม มองว่า แม้มีเตาเผาขยะแล้วก็อาจใช้เวลาหลายปีกว่าจะเผาขยะได้ทั้งหมด หากไม่มีการจัดการการท่องเที่ยว และแนวทางอนุรักษ์ ฟื้นฟู


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/104504

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:20


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger