เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 10-02-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,979
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีกำลังแรงขึ้น ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันน้อยลง ส่วนภาคเหนืออากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้าและลมอ่อน ทำให้ตอนเช้ามีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควัน ส่วนตอนบ่ายจะดีขึ้นเนื่องจากอากาศยกตัวได้ดี


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9 - 10 ก.พ. 63 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือตอนบน หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 3-6 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 11 - 15 ก.พ. 63 บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง และมีหมอกในตอนเช้า

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 9 - 12 ก.พ. 63 มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 13 - 15 ก.พ. 63 ภาคใต้จะมีฝนลดลง และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังอ่อนลง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่งไว้ด้วย รวมถึงดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 9 - 12 ก.พ. 63 ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา " อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563)" ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563

ในช่วงวันที่ 10-13 ก.พ. 63 บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส สำหรับยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 1-13 องศาเซลเซียส กับมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นบริเวณยอดดอยในภาคเหนือ

สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวัง ในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ทั้งนี้เนื่องจากคลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณภาคเหนือมีอุณหภูมิลดลง ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง



.





__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 10-02-2020
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,979
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


ฉลองพบรังเต่ามะเฟืองรังที่สิบ เล็งประกาศเขตอนุรักษ์พื้นที่วางไข่เต่า ชายหาดภูเก็ต ? พังงา

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งประกาศข่าวดี พบรังเต่ามะเฟืองรังล่าสุด รังที่ 10 ของฤดูกาล ที่ จ.พังงา อ.ธรณ์ ชี้ การกลับมาของแม่เต่ามะเฟืองแสดงให้เห็นว่า การรณรงค์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลมาถูกทางแล้ว คาดปีนี้ทะเลไทยจะมีลูกเต่ามะเฟืองเกิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 400 ตัว พร้อมเสนอไอเดียประกาศให้แนวชายหาดกว่า 100 กิโลเมตร ในเขต จ.ภูเก็ต ? จ.พังงา ที่เป็นพื้นที่ทำรังเต่ามะเฟืองเป็นเขตคุ้มครอง

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยผ่านทางแฟนเพจเฟสบุ๊คของกรม ยืนยันการพบรังเต่ามะเฟืองรังใหม่ ที่ชายหาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา โดยระบุว่า สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6 (พังงา) ได้รับแจ้งจาก คุณสุรางค์ กิไพโรจน์ ชาวบ้านในพื้นที่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่าพบร่องรอยการขึ้นมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองที่หาดบ่อดาน ใกล้เคียงกับรังไข่เต่ามะเฟืองรังที่ 2 และ รังที่ 4 ภายหลังจากขุดตรวจสอบพบรังไข่เต่ามะเฟือง นับเป็นการค้นพบรังเต่ามะเฟืองเป็นรังที่ 4 ในพื้นที่ชายหาดบ่อดาน และเป็นรังที่ 10 ของไทยในฤดูกาลวางไข่ปีนี้


ไข่เต่าในรังเต่ามะเฟืองรังล่าสุด ที่เพิ่งค้นพบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่หาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา //ขอบคุณภาพจาก: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

จากการประเมินพื้นที่รังโดยเจ้าหน้าที่ พบว่ารังเต่ามะเฟืองรังนี้อยู่ในจุดที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายไข่ เพียงแต่ตั้งศูนย์เฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยเท่านั้น

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การค้นพบรังไข่เต่ามะเฟืองถึง 10 รังในปีนี้ แสดงให้เห็นว่า การรณรงค์อนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทยประสบความสำเร็จ จนทำให้แม่เต่ามะเฟืองกลับมาทำรังวางไข่ในประเทศไทยอีกครั้ง โดยเขาคาดว่าในปีนี้จะมีเต่ามะเฟืองเกิดใหม่ไม่ต่ำกว่า 400 ตัว แม้ว่าจะมีการขโมยไข่เต่าในรังเต่ามะเฟือง 1 รัง ก็ตาม

"ช่วงที่ผ่านมาเราได้ผลักดันการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก จนสามารถขึ้นทะเบียน เต่ามะเฟือง วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และฉลามวาฬ เป็นสัตว์สงวนได้สำเร็จ นอกจากนี้เรายังมีการออกนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทย เช่น มาตรการควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว หรือการส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน จนทำให้เต่ามะเฟืองกลับคืนสู่ทะเลไทยอีกครั้ง หลังจากเต่ามะเฟืองได้หายไปจากทะเลไทยไปกว่า 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 จนกระทั่งมีการค้นพบเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่อีกครั้งในปีที่ผ่านมา" ดร.ธรณ์ กล่าว

"ความร่วมมือระหว่างประชาชนในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ จนนำไปสู่การค้นพบรังเต่ามะเฟืองครั้งนี้ ยังชี้ว่า การรณรงค์ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากบรรลุผลเช่นกัน เพราะชาวบ้านในพื้นที่ต่างเป็นผู้ค้นพบร่องรอยเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่สองครั้งล่าสุด และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบ แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีจิตสำนึกรักและหวงแหนเต่ามะเฟือง ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลหายาก และสัตว์สงวนของไทย"

ดร.ธรณ์ กล่าวว่า จากการที่เต่ามะเฟืองกลับมาวางไข่ถึง 10 รัง ในพื้นที่แนวชายหาดตั้งแต่ หาดในทอน อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เรื่อยไปจนจรดหาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา รวมเป็นพื้นที่ชายฝั่งยาวกว่า 100 กิโลเมตร แสดงให้เห็นว่าแนวชายหาดดังกล่าวเป็นพื้นที่พิเศษที่มีความสำคัญสูงมาก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาสภาพแวดล้อมของชายหาดเหล่านี้ให้คงความเป็นธรรมชาติ เพื่ออนุรักษ์พื้นที่วางไข่เต่ามะเฟืองในทะลไทย


เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea) //ขอบคุณภาพจาก: Paul Mannix

เขาเสนอว่า ในอนาคตควรมีการกำหนดมาตรการคุ้มครองชายหาดแหล่งวางไข่ของเต่ามะเฟืองเหล่านี้เพิ่มเติม โดยอาจประกาศให้พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่คุ้มครองชั่วคราวในช่วงฤดูวางไข่เต่าระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยให้ชาวบ้านในท้องที่เข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ โดยหากเรายังรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมชายหาดให้ยังมีความเหมาะสมต่อการทำรังวางไข่อย่างเสมอต้นเสมอปลาย ในอีก 20 ปีข้างหน้า เราจะได้ต้อนรับเต่ามะเฟืองที่ฟักในปีนี้ กลับมาวางไข่ที่ชายหาดแห่งเดิมอีกครั้ง

"เมื่อปี พ.ศ.2559 มีการเสนอโครงการขยายรันเวย์สนามบินภูเก็ต โดยวางแผนก่อสร้างรันเวย์ยื่นยาวออกไปในทะเล 1 กิโลเมตร บริเวณหาดไม้ขาว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการค้นพบรังเต่ามะเฟืองรังที่ 9 ห่างจากสนามบินภูเก็ตเพียง 1,000 เมตร เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หากวันนั้นโครงการเดินหน้า วันนี้เราคงกำลังก่อสร้างรันเวย์ขนาดยักษ์ บนหาดและในทะเลอึกทึกครึกโครม และเราคงไม่มีเต่ามะเฟืองมาวางไข่รังที่ 9 ไม่มีไข่ใบอ้วนใต้ผืนทราย" เขากล่าว

"นี่คือตัวอย่างดีที่สุดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน รับฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน หาทางออกโดยคิดถึงวันหน้าไว้ให้มากๆ แม้สนามบินภูเก็ตมีรันเวย์สั้น แต่เรายังสามารถพัฒนาอาคาร/หลุมจอด ให้สมเป็นสนามบินบนเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว 25 ล้านคนใน 10 ปีข้างหน้า และเราควรภูมิใจในรันเวย์ที่สั้น เพราะเป็นความสั้นที่รู้จักคำว่า "พอ" สั้นเพราะรู้จักคำว่า "เคารพธรรมชาติ"


https://greennews.agency/?p=20219

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:26


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger