เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,353
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำให้การสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันยังคงมีอยู่ ส่วนภาคเหนืออากาศยกตัวได้ไม่ดีในตอนเช้าและลมอ่อน ทำให้ตอนเช้ามีการสะสมฝุ่นละออง/หมอกควัน ส่วนตอนบ่ายจะดีขึ้นเนื่องจากอากาศยกตัวได้ดี


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 12 - 14 ก.พ. 63 ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้าในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยภาคเหนือตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังอ่อนลงในช่วงวันที่ 13 - 16 ก.พ. 63

ส่วนในช่วงวันที่ 15-17 ก.พ. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวเย็นลงและอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 12 - 14 ก.พ. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 12 ก.พ.63 ในช่วงวันที่ 15 - 17 ก.พ. 63 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,353
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


นักวิทย์เผย "เพนกวินชินสแตรป" ลดลงกว่าครึ่ง เร่งหาข้อสรุปสนธิสัญญาทะเลหลวง



สำนักข่าวอัลจาซีร่ารายงานอ้างอิงผลการสำรวจของทีมนักวิทยาศาสตร์ของกรีนพีซซึ่งทำการสำรวจจำนวน "เพนกวินชินสแตรป" บริเวณแอนตาร์กติกา โดยพบว่าจำนวนเพนกวินสายพันธ์ดังกล่าวลดลงมากกว่า 60% เมื่อเทียบกับการสำรวจก่อนหน้านี้เมื่อปี 1971

ทั้งนี้ ทีมนักวิยาศาสตร์ทำการสำรวจบริเวณเกาะช้าง (Elephant Island) ซึ่งเป็นเกาะนอกชายฝั่งแอนตาร์กติกาทางตะวันตกเฉียงเหนือและเป็นแหล่งที่อยู่สำคัญของเพนกวินชินสแตรป โดยทีมสำรวจระบุว่าจำนวนคู่ผสมพันธ์ของเพนกวินชนิดนี้เหลือเพียง 52,786 คู่เท่านั้น ซึ่งลดลงจากเมื่อปี 1971 ที่มีจำนวนถึง 122,550 คู่

"ฮีธเธอร์ เจ ลินช์" รองศาสตราจารย์ด้านวิชานิเวศน์วิทยา จากมหาวิทยาลัยสโตนี่ บรู๊กส์ ในนิวยอร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกของทีมสำรวจ กล่าวว่า "จำนวนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญบ่งชี้ถึงระบบนิเวศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปมากจากเมื่อ 50 ปี ก่อน" ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าพฤติกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์เป็นการคุกคามสิ่งมีชีวิตมหาสมุทรเช่นกัน

โดยนักรณรงค์ทั่วโลกได้มีการก่อสร้างปะติมากรรมน้ำแข็งรูปเพนกวินตามเมืองหลวงต่าง ๆ ทั่วโลก เช่น ลอนดอน โซล และ บัวโนสไอเรส เป็นต้น เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วโลกเร่งหาข้อสรุปใน "สนธิสัญญาทะเลหลวง" ซึ่งเป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศซึ่งจะกำหนดพื้นที่ปลอดภัยเพื่อคุ้มครองสิงมีชีวิตมหาสมุทรจากการคุกคามของมนุษย์



"ฟริดา เบงกท์สัน" นักรณรงค์จากกรีนพีซ ระบุว่า "รัฐบาลทั่วโลกควรเร่งหาทางสรุปสนธิสัญญาทะเลหลวงภายในปีนี้ เพื่อกำหนดเขตปลอดภัยเพื่อปกป้องสิ่งมีชีวิตทะเลจากการคุกคามของมนุษย์และเป็นพื้นที่สำหรับสัตว์เหล่านี้เพื่อปรับตัวสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก"

ทั้งนี้รัฐบาลทั่วโลกจะมีการหารือเพื่อหาข้อสรุปในสนธิสัญญาทะเลหลวงในเดือน มี.ค. 2020 ซึ่งสนธิสัญญาดังกล่าวตั้งเป้าว่าจะกำหนดพื้นที่ปลอดภัยซึ่งครอบคลุมพื้นที่มหาสมุทร 30% ทั่วโลก ภายในปี 2030


https://www.prachachat.net/world-news/news-420057

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,353
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


WWF ชี้ ?โคโรนาไวรัส? กระตุกสำนึก "หยุดบริโภคสัตว์ป่า"

WWF ประเทศไทยระบุ จีนออกคำสั่งห้ามซื้อขายสัตว์ป่า หลังไวรัสโคโรนาระบาดในหลายเมือง เป็นสัญญาณให้ทั่วโลกตื่นตัวประเด็นการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ที่ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของงานอนุรักษ์ หรือความหลากหลายทางชีวภาพ แต่เกี่ยวโยงถึงสุขภาพและความปลอดภัยของมนุษย์ด้วย


ภาพข่าว: ? WWF / James Morgan

เจษฎา ทวีกาญจน์ ผู้จัดการโครงการต่อต้านการซื้อขายสัตว์ป่าผิดกฎหมาย องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล ให้ความเห็นกรณีรัฐบาลจีนประกาศห้ามซื้อขายสัตว์ป่าทั่วประเทศเป็นการชั่วคราว นับตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 ม.ค. 2563) จนกว่าสถานการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดจะยุติลง หลังจากมีรายงานว่าไวรัสชนิดดังกล่าวอาจแพร่จากสัตว์ไปยังมนุษย์ และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ทำงาน หรือใช้ชีวิตในบริเวณใกล้เคียงกับตลาดสดใจกลางเมืองอู่ฮั่น ซึ่งเป็นจุดแรกที่มีรายงานการเกิดและระบาดของโรค

"การซื้อขายสัตว์ป่า นอกจากจะเป็นเรื่องผิดกฎหมาย เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ และทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศ วันนี้สิ่งที่เกิดขึ้นยังทำให้เราเชื่อมโยงได้ว่า การบริโภคสัตว์ป่าอาจก่อให้เกิดปัญหากับสุขภาพ เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ การที่รัฐบาลจีนประกาศห้ามซื้อขายสัตว์ป่าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกทาง ซึ่งหากมีการขยายผลในเชิงนโยบายต่อไปจะช่วยลดทอนปัญหาการค้าสัตว์ป่า และการลักลอบนำเข้า-ส่งออกสัตว์ป่าที่เป็นปัญหาใหญ่ของโลกได้"

ผู้จัดการโครงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย WWF ประเทศไทยกล่าวอีกว่า จากงานวิจัยเรื่องบทบาทของประเทศจีนในประเด็นการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย และคำตอบของรัฐบาลจีน (China?s Role in Wildlife Trafficking and the Chinese Government?s Response) ที่เผยแพร่เมื่อเดือน ธ.ค. 2561 ระบุว่าเป็นที่รับรู้กันในวงกว้างว่า จีนเป็นตลาดค้าสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อเศรษฐกิจของจีนเติบโตขึ้น ความต้องการผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า ซึ่งรวมถึงสัตว์ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะอันตรายใกล้สูญพันธุ์ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย

"ไม่ใช่แค่เรื่องของการแพทย์เท่านั้น แต่ในประเทศจีนยังมีความนิยมบริโภคสัตว์ป่า ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นการจุดประกายสำคัญให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้บริโภค หยุดบริโภค หยุดซื้อขายสัตว์ป่า ซึ่งก็เท่ากับเป็นการหยุดยั้งการเกิดโรค และการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากสัตว์ไปสู่มนุษย์ด้วย"

ทางด้านมาร์กาเร็ต คินนาร์ด หัวหน้าโครงการเพื่อสัตว์ป่า WWF ระบุว่า การตื่นตัวจากไวรัสโคโรนาในวงการสาธารณสุขจะเป็นการกระตุ้นให้ทั่วโลกสนใจเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่ามากขึ้น

"เราควรยุติการคุกคามชีวิตสัตว์สายพันธุ์ที่กำลังตกอยู่ในอันตรายใกล้สูญพันธุ์ รวมทั้งบริโภคชิ้นส่วนของพวกมัน และสัตว์แปลกต่าง ๆ ที่ตกเป็นเป้าของการบริโภคเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ที่พิสูจน์ไม่ได้จริง"

ทั้งนี้ โครงการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมายของ WWF ดำเนินงานโดยเครือข่ายองค์กรอนุรักษ์ทั่วโลก มีวัตถุประสงค์เพื่อยุติและหยุดยั้งธุรกิจค้าสัตว์ป่า ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติมีมูลค่าราว 7,800-10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมีตลาดรับซื้อขนาดใหญ่อยู่ในทวีปเอเชีย


https://www.citizenthaipbs.net/node/27388

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:29


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger