เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2559

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีอากาศร้อนจัดหลายพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ยโสธร ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น กับอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับลักษณะทางอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญคือ ความแตกต่างของมวลอากาศ โดยในช่วงวันที่ 29-30 เมษายน 2559 ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน ซึ่งเป็นอากาศเย็นจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง โดยบริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดหลายพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 3 พ.ค. จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นโดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกได้บางแห่งซึ่งจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 29-30 เม.ย. จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 29 เม.ย. - 1 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ระมัดระวังจากพายุลมแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2_02.jpg (92.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (91.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake3_03.jpg (96.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave.jpg (82.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


30 ปี 'เชอร์โนบิล' โรคร้ายยังส่งต่อ-เหยื่อภัยพิบัติถูกทอดทิ้งในเงามืด


(ภาพ: AFP)

เมื่อวันอังคารที่ 26 เม.ย. เป็นวันครบรอบ 30 ปี การระเบิดของเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ที่โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ เชอร์โนบิล ทางเหนือของประเทศยูเครน เมื่อปี 1986 ซึ่งทำให้กัมมันตภาพรังสีรั่วไหลปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง และเปลี่ยนมุมมองของโลกที่มีต่อพลังงานนิวเคลียร์ไปตลอดกาล

ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 30 ปี จากหายนะในครั้งนั้น ความรู้สึกหวาดกลัวได้เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ภัยมืดจากผลกระทบของกัมมันตภาพรังสี ยังทำร้ายชีวิตผู้คนที่อาศัยใกล้เมืองเชอร์โนบิล เด็กจำนวนมากเกิดมาพร้อมกับโรคแต่กำเนิด หรือโรคมะเร็งหายาก ขณะที่การปฏิบัติจากภาครัฐทำให้ผู้ได้รับผลกระทบเริ่มรู้สึกว่า พวกเขาถูกทางการทอดทิ้งแล้ว


เมืองปริปยัต ใกล้เตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 ที่เกิดระเบิด กลายเป็นเมืองร้างมานาน 30 ปี (ภาพ: AP)


จุดเริ่มต้นมหันตภัยนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงที่สุดในโลก

ภัยพิบัติเชอร์โนบิล เริ่มขึ้นจากการที่วิศวกรทดสอบการทำงานของระบบหล่อเย็น และระบบทำความเย็นฉุกเฉินของแกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์ แต่การทดสอบล่าช้าจนถึงช่วงกลางคืน ก่อนเกิดแรงดันไอน้ำสูงขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ระบบตัดการทำงานอัตโนมัติไม่ทำงาน ส่งผลให้เกิดความร้อนสูงขึ้นจนทำให้แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 หลอมละลาย และเกิดระเบิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันที่ 26 เม.ย. 1986

ผลจากการระเบิด ทำให้เกิดขี้เถ้าปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีพวยพุ่งขึ้นสู่บรรยากาศยาวนานถึง 10 วัน ขี้เถ้าปกคลุมทางตะวันตกของสหภาพโซเวียต, ยุโรปตะวันออก, ยุโรปตะวันตก และยุโรปเหนือ พื้นที่กว่า 200,000 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 71% ของประเทศเบลารุส, รัสเซีย และยูเครน ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี ทำให้ทางการของทั้ง 3 ประเทศต้องอพยพประชาชนรวมกว่า 336,000 คนไปตั้งถิ่นฐานใหม่ ขณะที่พื้นที่รัศมี 30 กม. รอบโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล ถูกประกาศให้เป็นเขตอันตราย (exclusion zone)

เหตุระเบิดครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีหลังเกิดระเบิด จำนวน 31 คน โดยเป็นคนงานภายในโรงงานเชอร์โนบิล ขณะที่ รายงานในการประชุม 'เชอร์โนบิล ฟอรัม' ในปี 2005 ระบุว่า ในอนาคตอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับกัมมันตภาพรังสีอีกกว่า 4,000 คน


ครอบครับของวิคตอเรีย เวโตรวา ในเมืองซาลีชานี ในทางตะวันตกเฉียงใต้ของโรงงานนิวเคลียร์เชอร์โนบิล ลูกของเธอคนหนึ่งป่วยเป็นมะเร็งไทรอยด์ (ภาพ: AP)


ผลกระทบต่อสุขภาพยังดำเนินมาถึงปัจจุบัน

เป็นประเด็นถกเถียงกันมาอย่างยาวนานว่า กัมมันตภาพรังสีจากโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิล จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนอย่างไร ที่เห็นชัดที่สุดคือการเกิดมะเร็งต่อมไทรอยด์ ซึ่งหายาก โดยการศึกษาของคณะกรรมการวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติ (UNSCEAR) ในปี 2005 พบว่ามีเด็กและผู้เยาว์ป่วยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์มากถึง 6,000 ราย

UNSCEAR ยังชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ว่าจะเกิดข้อบกพร่องทางพันธุกรรมในระยะยาว โดยพบทารกที่เกิดมาพร้อมกับความผิดปกติเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในปีแรกๆ หลังเหตุภัยพิบัติเชอร์โนบิล

ในปัจจุบัน แม้ระดับการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีในหลายพื้นที่จะลดระดับลงมา แต่ปัญหาเหล่านี้ก็ยังถูกพบเห็นในประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เขตอันตราย โดย ดร.เรเชล เฟอร์เลย์ กุมารแพทย์ชาวอังกฤษ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ 'สะพานสู่เบลารุส' (Bridges to Belarus) ระบุว่า เธอเคยทำคลอดหญิงที่สัมผัสกับกัมมันตภาพรังสีหลายรายในเมืองโกเมล ของ เบลารุส และพบว่ามีเด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับความพิการ ทารกคนหนึ่งเกิดมามี 2 หัว

ดร.เฟอร์เลย์ ยังพบด้วยว่า ในหมู่เด็กกว่า 800 คนในเมืองโกเมล ที่มูลนิธิของเธอให้การดูแล กว่าครึ่งป่วยเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ ทั้งที่ตลอดชีวิตการทำงานในอังกฤษของเธอ เธอพบผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์เพียง 2 คนเท่านั้น

ด้าน ศาสตราจารย์คอนสแตนติน โลกานอฟสกี จากสถาบันวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งชาติยูเครน ผู้ศึกษากผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีต่อสุขภาพในระยะยาว ก็ออกมาเปิดเผยว่า กัมมันตภาพรังสีมีผลกระทบต่อเซลล์ประสาท

"ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการพิสูจน์แล้วว่าเซลล์ประสาทแบ่งตัว ดังนั้นมันจึงเสี่ยงอันตรายจากกัมมันตภาพรังสีมาก โดยเฉพาะเซลล์ในส่วนฮิปโปแคมปัส และสมองส่วนหน้า ซึ่งทำให้เกิดความบกพร่องต่างๆ เช่น ความบกพร่องทางสติปัญญา, ทางพฤติกรรม, ทางความคิด และทางอารมณ์ ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า จนกระทั่งฆ่าตัวตายได้" ศาสตราจารย์โลกานอฟสกี กล่าว

"แน่นอนว่าผู้สะสางสารกัมมันตภาพรังสีขั้นสุดท้าย (ที่เชอร์โนบิล จำนวนกว่า 500,000 คน), ผู้อพยพ, และเด็กๆ ได้รับกัมมันตภาพรังสีในระดับสูงสุด แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคนเหล่านี้ส่งต่อผลกระทบไปยังลูกของพวกเขา หรือส่งต่อไปอีกหลายชั่วอายุคน"


โดมกักกันขนาดใหญ่เพื่อนำไปครอบปิดเตาปฏิกรณ์หมายเลข 4 จะสร้างเสร็จในปลายปีหน้าซึ่งคาดว่าจะป้องกันรังสีรั่วไหลได้นานถึง 100 ปี (ภาพ: AP)


30 ปีให้หลัง เหยื่อกลับถูกทิ้งในเงามืด

ขณะเดียวกัน ผู้อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ถูกจัดว่าปนเปื้อนรังสีใกล้กับเขตอันตรายในยูเครน ยังคงต้องใช้ชีวิตไปตามอัตภาพอย่างเงียบๆ พร้อมกับปัญหาสุขภาพระยะยาว โดยเฉพาะในเด็ก ซึ่ง ดร.ออคซานา คาดุน หัวหน้าแพทย์ของโรงพยาบาลอีวานคอฟ ในยูเครน ซึ่งอยู่ใกล้เขตอันตรายที่สุด ระบุว่า มีเด็กกว่า 4,000 คนในเขตปนเปื้อนมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ และระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ผู้คนจำนวนมากจำต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่อันตรายเช่นนี้อย่างไม่มีทางเลือก อย่างเช่นหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเขตที่ 4 ซึ่งถูกประกาศเป็นเขตปนเปื้อนรังสี แต่ไม่มากถึงขนาดต้องอพยพ ผู้คนทำงานในที่ดินเล็กๆ ด้วยมือเปล่า ไม่มีเงินแม้จะซื้ออาหาร ต้องเพาะปลูกอาหารของตัวเอง และปศุสัตว์บนที่ดินที่พวกเขารู้แก่ใจว่าปนเปื้อนรังสี "เราใช้ในสิ่งที่เรามี" นางอันนา โปโกเรโลวา ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตนี้กับลูก 2 คน กล่าว

ท่ามกลางปัญหาทางสุขภาพ รวมทั้งปัญหาในด้านสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสี รัฐบาลยูเครนกลับดำเนินการตัดลดเงินทุน และสิทธิ์ประโยชน์สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีในหลายภูมิภาคของประเทศ และจัดประเภทเขตที่เคยถูกจัดให้เป็นเขตปนเปื้อนรังสีใหม่ด้วย

มาตรการเหล่านี้หมายความว่า เหยื่อภัยพิบัติเชอร์โนบิล จะไม่ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนอย่างที่เคยได้ เช่น ยา ทุนการศึกษา และค่าเดินทาง โดยรัฐบาลยูเครนซึ่งกำลังประสบปัญหาทางการเงิน และเสี่ยงผิดชำระหนี้ต่างประเทศ อ้างว่าพวกเขาต้องเลือกตัวเลือกที่ยากลำบากเนื่องจากทรัพยากรมีจำกัด แต่ผู้ได้รับผลกระทบหลายคนกลับรู้สึกว่า รัฐบาลพยายามที่จะไม่สนใจสภาพของพวกเขามากกว่า

"เรามีความรู้สึกว่า พวกเขาอยากให้พวกเราตายไปเสียที" นาเดชดา มาคาเรวิช อดีตชาวเมืองปริปยัต ซึ่งตั้งอยู้ใกล้เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ที่สุด กล่าว


http://www.thairath.co.th/content/612944
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ธรณีพิโรธ 7.0 เขย่า วานูอาตู เตือนสึนามิชั่วคราว ก่อนยกเลิก


(ภาพ: USGS)

เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ที่ประเทศวานูอาตูในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยมีการประกาศเตือนภัยคลื่นสึนามิด้วย ก่อนจะถูกยกเลิกในเวลาต่อมา...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างการเปิดเผยของ สำนักสำรวจธรณีวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (ยูเอสจีเอส) ว่า เมื่อเวลาประมาณ 19:33 น. วันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น (ราว 02:33 น. วันศุกร์ตามเวลาไทย) เกิดแผ่นดินไหวระดับ 7.0 ที่เกาะนอร์ซุป ของประเทศวานูอาตู จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่ความลึก 27.2 กม.

ในเบื้องต้น ยูเอสจีเอสระบุความรุนแรงของแผ่นดินไหวลูกนี้ไว้ที่ 7.3 ก่อนจะปรับลดในเวลาต่อมา ขณะที่ศูนย์เตือนภัยสึนามิแห่งชาติ (เอ็นทีดับเบิลยูซี) ประกาศเตือนว่าแผ่นดินไหวอาจทำให้เกิดคลื่นสึนามิสูงประมาณ 3 เมตร บริเวณชายฝั่งของวานูอาตู ก่อนจะยกเลิกคำเตือนในอีก 2 ชั่วโมงต่อมา และยังไม่มีรายงานความเสียหายแต่อย่างใด


http://www.thairath.co.th/content/612954


*********************************************************************************************************************************************************


แชร์สนั่น! พม่าทิ้งขยะลงน้ำเมย รองผู้ว่าฯ ตาก ส่งเรื่อง จนท.เมียวดี



แชร์สนั่นโลกออนไลน์! ภาพชาวเมียนมา พื้นที่ จ.เมียวดี นำขยะมาทิ้งกลางแม่น้ำเมย ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ทางรองผู้ว่าฯ ตาก เผย ยังไม่มีการแก้ไขที่ชัดเจน หวั่นกระทบความสัมพันธ์ แต่ได้พูดคุยกับ จนท.เมียนมาแล้ว...

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในสังคมออนไลน์มีการแชร์ภาพชาวเมียนมาในพื้นที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้ามอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นำขยะลงมาทิ้งกลางแม่น้ำเมย ทำให้หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบ มีขยะจำนวนมากที่ไหลอยู่ตามลำน้ำ รวมทั้งตามริมตลิ่งอีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นอันตราย หากนำน้ำไปผลิตประปา โดยเรื่องนี้แต่ละปีในช่วงหน้าแล้งจะมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นฝั่งไทยจัดกำลังลงเก็บขยะที่ลอยติดตามริมแม่น้ำทุกปี ส่วนการแก้ไขของทางการในพื้นที่จังหวัดตากยังไม่มีความชัดเจน เพราะหวั่นจะกระทบความสัมพันธ์ซึ่งกำลังเดินหน้าไปด้วยดี

ด้าน นายสุทธา สายวาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตาก เปิดเผยว่า น่าจะเป็นบริเวณบ้านท่าอาจ ที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ และทางเราก็มีการประสานพูดคุยกับทางเมียนมา จนเข้าใจ ซึ่งทางผู้ใหญ่ฝั่งเมียวดีรับปากจะไม่ให้มีการทิ้งขยะลงแม่น้ำเมยอีก แต่ก็ยังมีบางคนทิ้งอยู่ โดยเมื่อช่วงเช้าได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่จังหวัดเมียวดี และเขารับปากว่า จะกวดขันเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมทั้งติดตามตัวมาว่ากล่าวตักเตือนต่อไป.


http://www.thairath.co.th/content/612722
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


อุทยานฯนำร่องฟื้นเขาหัวโล้น 2 จังหวัด



นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ วันที่ 7 เมษายน2559 ที่ผ่านมา พบว่าขณะนี้ยังคงมีหลายพื้นที่ที่ต้องประสบกับภาวะภัยแล้งขั้นรุนแรง โดยมีจังหวัดที่ถูกประกาศเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 27 จังหวัด 123 อำเภอ 540 ตำบล 4,223 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 5.63 ของจำนวนหมู่บ้านทั่วประเทศ

จากสถานการณ์ดังกล่าว พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด เร่งดำเนินการตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มความสามารถ โดยกรมอุทยานแห่งชาติฯได้เข้าไปดำเนินการ 2 ส่วน คือ

1. การสนับสนุนกำลังคนให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ในการออกให้ความช่วยเหลือประชาชนตามที่ได้รับการร้องขอ และ

2.การดำเนินการตามภารกิจของกรมฯ ซึ่งมีทั้งการแก้ปัญหาเร่งด่วนในระยะสั้นและการแก้ไขปัญหาในระยะยาว



“สำหรับการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน คือ การเข้าไปดูแลปัญหาภัยแล้งในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศ เนื่องจากมีหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ปริมาณน้ำขาดแคลน ทำให้สัตว์ป่ามีน้ำไม่เพียงพอ โดยกรมฯได้เข้าไปดำเนินการจัดทำอ่างกระทะและช่วยนำน้ำเข้าไปเติมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้สัตว์ป่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์และสำนักงานสาขาทั่วประเทศ รายงานสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหาแต่ละพื้นที่มาให้รับทราบ เพื่อสรุปเป็นข้อมูลนำเข้าหารือกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ถึงความเป็นไปได้ของการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และคาดว่าจะมีการนัดหมายเพื่อหารือในเร็ว ๆ นี้” นายธัญญา เนติธรรมกุล กล่าว



ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่เขาหัวโล้น 13 จังหวัด ประกอบด้วย ภาคเหนือ 12 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ น่าน เชียงราย ตาก แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พะเยา แพร่ อุตรดิตถ์ ลำปาง ลำพูน และภาคอีสาน 1 จังหวัด คือ จ.เลย ภายใต้วิสัยทัศน์เพิ่มพื้นที่สีเขียวบนพื้นที่ป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชันอย่างยั่งยืน โดยเข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ป่า รวมทั้งสำรวจการเข้าอยู่ในพื้นที่ว่า เป็นไปอย่างถูกต้องตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เรื่องการกำหนดให้จัดการใช้ทรัพยากรที่ดินและป่าไม้อย่างเป็นระบบหรือไม่ ซึ่งถ้ามีการเข้าอยู่อย่างไม่ถูกต้องก็อาจจำเป็นต้องให้โยกย้าย แต่ถ้าอยู่อย่างถูกต้องก็มีนโยบายให้ชาวบ้านเข้าไปปลูกป่าในพื้นที่อยู่โดยที่ไม่มีกรรมสิทธิในที่ดิน ก่อนมีการส่งเสริมอาชีพการเกษตร เช่น ให้ปลูกพืชเกษตรแซมในแปลงปลูกป่า เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ไปพร้อม ๆ กับการปลูกป่าให้กลับมาเจริญเติบโตเหมือนในอดีต

โดยเบื้องต้นในปี 2559 จะมีการนำร่องใน 2 พื้นที่ คือ อุทยานแห่งชาติศรีลานนา จ.เชียงใหม่ และอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จ.น่าน โดยจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการฟื้นฟูและวางแนวเขตป่าและที่ทำกินให้ชัดเจน รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน.


http://www.dailynews.co.th/agriculture/394405

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เวียดนามคุมเข้มอาหารทะเลในภาคกลางหลังเกิดวิกฤตปลาตายมหาศาล


ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 20 เม.ย. เผยให้เห็นซากปลาตายบนชายหาดในจ.กว๋างบิ่ง ในภาคกลางของเวียดนาม ส่วนสาเหตุที่ทำให้ปลาในทะเลตายเป็นจำนวนมากเช่นนี้ยังคงเป็นปริศนา. -- Agence France-Presse/Stringer.

รอยเตอร์ - ทางการเวียดนามมีคำสั่งห้ามจำหน่ายและแจกจ่ายผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำที่ไม่มีชีวิตในเขตพื้นที่ภาคกลางของประเทศ เนื่องจากยังไม่มีผลสรุปที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ปลาตายเกยฝั่งเป็นจำนวนมาก

คำสั่งห้ามดังกล่าวมีขึ้นเพื่อรับมือกับความวิตกถึงภัยคุกคามต่อสุขภาพตามแนวชายฝั่งยาว 200 กิโลเมตร หลังรัฐบาลระบุว่าปลาอาจตายเพราะสารพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากกิจกรรมของมนุษย์หรือจากปรากฎการณ์น้ำเปลี่ยนสี ที่สาหร่ายหรือแพลงก์ตอนพืชแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและผลิตสารพิษที่เป็นอันตราย

เมื่อวันพุธ (27) รัฐบาลระบุว่าไม่มีหลักฐานว่าการปล่อยของเสียจากโรงงานถลุงเหล็กแห่งใหม่ที่สร้างขึ้นโดยนักลงทุนไต้หวัน เป็นสาเหตุที่ทำให้ปลาตาย

เวียดนามส่งออกอาหารทะเลมูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ที่ส่วนใหญ่มาจากน่านน้ำนอกชายฝั่งภาคใต้ของประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบ ส่วนปลาและกุ้งจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมักบริโภคกันในครัวเรือน เจ้าหน้าที่ด้านอุตสาหกรรม กล่าวกับรอยเตอร์

รองรัฐมนตรี จิง ดิ่ง หยุง สั่งการให้เจ้าหน้าที่ใน 4 จังหวัด เข้ายึดและทำลายผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำที่ตายถูกพัดเกยตื้นตามชายหาดหรือที่เลี้ยงตามแนวชายฝั่ง

คำสั่งระบุว่าการใช้ เก็บรวบรวม ขนส่ง ค้าขายผลิตภัณฑ์สัตว์จากน้ำที่ตายแล้ว เพื่อเป็นอาหารสำหรับคนและเลี้ยงสัตว์ ถูกห้ามโดยเด็ดขาด

การส่งออกอาหารทะเลในช่วงดือนม.ค. ถึงเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่มูลค่า 1,930 ล้านดอลลาร์ โดยมีสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น เป็นตลาดใหญ่ของเวียดนาม


ชาวบ้านในพื้นที่เก็บรวบรวมปลาตายที่ถูกพัดขึ้นฝั่ง ในจ.เถือะเทียนเหว ที่เป็นหนึ่งใน 4 จังหวัดที่เกิดวิกฤตปลาตายจำนวนมหาศาล. -- Agence France-Presse/Stringer.

ในวันพฤหัสบดี (28) ผู้ใช้งานเฟซบุ้คเรียกร้องการประท้วงอย่างสันติต่อความปลอดภัยทางอาหารและสภาพแวดล้อมอันเนื่องมาจากกรณีการตายของปลาเป็นจำนวนมาก ขณะที่ คำร้องบนเว็บไซต์ทำเนียบขาวที่ร้องขอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ มีผู้ลงชื่อสนับสนุนแล้วเกือบ 100,000 ชื่อ

ผู้ร่วมลงชื่อต้องการให้ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ยกประเด็นดังกล่าวขึ้นหารือกับรัฐบาล ในระหว่างการเยือนเวียดนามในเดือนหน้า และขอความช่วยเหลือในการดำเนินการการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโรงงานถลุงเหล็กอย่างเป็นอิสระ

การทดสอบน้ำทะเลในจ.เถือะเทียนเหว หนึ่งในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ พบว่า มีระดับสารพิษบางอย่างสูงกว่าปกติ

เวียดนามมีวันหยุดเทศกาล 4 วัน ที่สิ้นสุดในวันอังคาร หลายคนจองทัวร์ท่องเที่ยวชายหาดในจ.กว๋างบิ่ง ที่อยู่ติดกับจ.ห่าติ๋ง สถานที่ที่ปลาตายเริ่มถูกพัดเกยตื้นตามชายหาดในวันที่ 6 เม.ย. สื่อทางการรายงานว่า ตลาดอาหารทะเลมีบรรยากาศเงียบเหงา และบริษัทท่องเที่ยวถูกลูกค้ายกเลิก.


http://www.manager.co.th/IndoChina/V...=9590000043266
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


พบโลมากระโดดว่ายเข้าฝั่งริมหาดพังงา ชาวบ้านช่วยนำใส่บ่อเลี้ยงรอจนท.นำกลับบ่ออนุบาล



เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 เม.ย. หน่วยกู้ภัย-กู้ชีพ มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตประจำพื้นที่ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ลำเลียงโลมากระโดด (Spinner dolphin) เพศเมีย น้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัม ความยาว 1.84 เมตร หลังโลมาเกยตื้นที่ชายหาดหมู่ 7 ซอยหาดบางขวัญ ถ.โคกกลอย-ท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จากนั้นชาวบ้านนำไปดูแลไว้ในบ่อเลี้ยงปลา และประสานเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน จ.ภูเก็ตมารับตัวไปดูแล จึงได้ประสานหน่วยกู้ภัยนำรถลำเลียงโลมากลับมาที่บ่ออนุบาลของสถาบัน

เบื้องต้นพบบาดแผลบริเวณปลายปากเล็กน้อย ยังรู้สึกตัวดี พยายามดิ้น ค่อนข้างแข็งแรง อัตราการเต้นของหัวใจ 2 นาทีต่อครั้ง สัตวแพทย์ได้ฉีดยาบำรุงและยาปฏิชีวนะให้พร้อมกับปล่อยลงบ่ออนุบาล เพื่อรอดูอาการต่างๆ ซึ่งคาดว่าโลมาอาจติดเชื้อในร่างกาย จึงว่ายน้ำเข้าฝั่งดังกล่าว


http://www.khaosod.co.th/view_newson...sid=1461847197
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


ประมงโยนรัฐไร้แผนแก้ IUU เปิดช่องโหว่เรือผิดกฎหมาย



เผยเหตุอียูขู่ให้ใบแดงประมงไทย ออกกฎหมายมีช่องโหว่ปิดกิจการโรงงานแปรรูปสัตว์น้ำไม่ได้ทั้งหมด เปิดช่องเรือผิดกฎหมายกลับมาทำประมงอีก ด้านเรือประมงนอกน่านน้ำกว่า 50 ลำจอดสนิท ไม่กล้าออกทะเล ร้องรัฐทำคู่มือให้เสร็จทั้งหมดโดยเร็ว

จากกรณีที่ นายวีรชัย พลาศัย เอกอัครราชทูต คณะผู้แทนไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ได้หารือเรื่องการแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม (IUU Fishing) กับนายซีซาร์ เดเบน หัวหน้าที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล (DG MARE) ในการพิจารณาทบทวน "ใบเหลือง" ที่ให้แก่ไทย โดยนายเดเบนแจ้งว่า เป็นห่วงสถานการณ์ของไทยอย่างยิ่งและเห็นว่า ประเทศไทยมีปัญหาด้านการปฏิบัติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินการตามแผน แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยขาด Political Will หรือขาดความมุ่งมั่นทางการเมืองที่จะปฏิบัติตามที่ตกลงนั้น

นายมงคล สุขเจริญคณา ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัญหาใหญ่ของประเทศไทยในการแก้ปัญหา IUU ก็คือ การบูรณาการในการแก้ไขปัญหาทำอย่างไม่เป็นกระบวนการที่ดีพอและรีบร้อนเกินไป ทำให้ขาดความรอบคอบจากเหตุผลที่ว่า "ไทยกลัวได้ใบแดง" นำมาซึ่งความเห็นของสหภาพยุโรปที่ว่า ไทยยังไม่มีข้อมูลที่แม่นยำและชัดเจนในการออกใบอนุญาตทำประมงให้กับจำนวนเรือประมงเหมาะสม, การตรวจสอบการทำประมงและการจับกุมเรือที่กระทำผิด, เรือที่ไม่ได้รับใบอนุญาต, เรือประมงที่ยังไม่ติดระบบ VMS, การทำประมงผิดกฎหมายในน่านน้ำประเทศอื่น, การไม่ควบคุมการขนถ่ายสัตว์น้ำในไทย และการขาดการดำเนินงานที่สอดคล้องกับ พ.ร.ก.การประมงและแผนการจัดการประมง รวมทั้งออกกฎหมายรองทั้งหมด 91 ฉบับ "ก็ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนนั้น" แม้ไม่ถูกต้องทั้งหมด แต่ประเทศไทยต้องรีบแก้ไข

ทั้งนี้ รายละเอียดที่สหภาพยุโรปไม่พอใจการดำเนินการของไทย ได้แก่ โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้น (ล้ง) ถูกดำเนินคดีไปเพียง 17 แห่ง ตามมาตรา 11 พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 มีการดำเนินคดีปิดกิจการเพียง 5 แห่ง ซึ่งสหภาพยุโรปมีความเห็นว่า ไทยควรดำเนินคดีและปิดกิจการทั้งหมด ซึ่งในความเป็นจริง โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำเบื้องต้นไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงงานอุตสาหกรรม แต่เป็นกิจการในครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ ตัวแทนชาวประมงเองก็เคยขอไปร่วมพิจารณาในการออก พ.ร.ก.การประมงมาแล้ว "แต่ไม่ได้รับการสนองตอบเลย"

นอกจากนี้ในประเด็นการออกสำรวจเรือประมง ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้เวลาเพียง 2 สัปดาห์ เสร็จแล้วก็ประกาศ "ยกเลิก" ไม่ออกใบอนุญาตเรือประมง 8,024 ลำ แล้วมีการแจ้งเรื่องนี้ไปยังสหภาพยุโรป เมื่อมีเรือประมงพื้นบ้านราว 1,600 ลำ และเรือประมงพาณิชย์ขนาดกลาง-เล็กอีก 500 ลำ มาอุทธรณ์ 2,000 ลำเศษ จึงมีการแจ้งต่ออียูอีกครั้ง ทำให้อียูไม่พอใจ รวมทั้งการยกเลิกใบอนุญาตเครื่องมือจับปลาของเรือประมงบางประเภท 3,000 กว่าลำ กลายเป็นเรือผิดกฎหมาย แต่เมื่ออียูสั่งให้ซื้อเรือคืน ไทยกลับต่ออายุใบอนุญาตเครื่องมือจับปลาให้อีกครั้งไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นต้น

ทางด้านนายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ นายกสมาคมประมงนอกน่านน้ำไทย กล่าวว่าขณะนี้เรือทำประมงนอกน่านน้ำไทยกว่า 50 ลำได้รับความเดือดร้อนมาก และถูกแจ้งความจะยึดเรือ เพราะสหภาพยุโรปสั่งให้เรือเหล่านี้ที่ส่วนใหญ่ไปทำประมงที่แอฟริกาให้เดินทางกลับมายังประเทศ "เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎระเบียบที่ออกมา" โดยศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ออกกฎระเบียบให้เรือประมงที่ออกไปจากน่านน้ำไทยไม่ถึง 1 ปีไม่ต้องกลับมา แต่วันเดียวกันนั้น กรมประมงกลับบอกว่าเรือต้องกลับมาภายใน 30 วัน แต่เรือประมงเอกชน 3-4 ลำยึดกฎ ศปมผ.ที่น่าจะ "ใหญ่กว่ากรมประมงเป็นหลัก" จึงไม่นำเรือกลับประเทศไทย ทำให้ถูกแจ้งความเพื่อที่จะฟ้องศาลยึดเรืออีก ตรงนี้ทำให้เกิดความเสียหายมาก ขณะนี้เรือ 3-4 ลำที่เหลือดังกล่าวพร้อมจะกลับไทยแล้ว

"เรือกว่า 50 ลำต้องจอดนิ่งเสียหายมาก หากเราออกเรือไปก็ไม่รู้ว่าจะมีคำสั่งจากอียู หรือกฎระเบียบให้เรือประมงนอกน่านน้ำของไทยกลับเข้าฝั่งอีกหรือไม่ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปหรือกลับไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทอยู่แล้ว จึงอยากให้รัฐบาลทำคู่มือรายละเอียดที่ชัดเจนแจกให้ชาวประมง และเรื่องการแก้ IUU ภาครัฐควรให้เอกชนเข้าร่วมหารือและร่วมกันแก้ไข โดยมีจุดมุ่งหมายทำตามมาตรฐาน FAO ที่เป็นมาตรฐานสากล และมีวิธีการทำประมงที่ถูกต้อง จะได้ไม่เดือดร้อนเหมือนทุกวันนี้ ที่อียูสั่งแก้แล้วแก้อีก"

ล่าสุดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำ Road Map ข้อหนึ่งมีเรื่องของการเข้าเป็นภาคี ILO ของกระทรวงแรงงาน ที่จะลงนามเข้าเป็นสมาชิกอนุภาคีสัญญา 188 ซึ่งอนุสัญญานี้หากประเทศไทยเข้าร่วมก็จะเดือดร้อนกันมาก เรือประมงไทยทั้งที่ทำการประมงในและนอกน่านน้ำจะต้องรื้อเรือกันทั้งหมด เพราะมีกฎว่าห้องนอนแรงงานเรือประมงจะต้องสูงไม่ต่ำกว่า 1.90 เมตร ซึ่งโครงร่างคนไทยต่างกับคนยุโรป และเรืออาจเสียสมดุล จึงไม่ควรนำกฎนี้มาใช้กับเรือไทย แต่หากจะลงนามควรมีเงื่อนไขใช้กับเรือที่ต่อใหม่เท่านั้น

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานว่าล่าสุดกระทรวงเกษตรฯได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา และได้ลงมติเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2559 เห็นชอบให้ไทยเข้าเป็นภาคีความตกลงว่าด้วยมาตรการรัฐเจ้าของท่าเพื่อป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ให้เสร็จสิ้นภายในปี 2559 แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เป็นที่ยอมรับจากนานาชาติ


http://www.prachachat.net/news_detai...sid=1461827977
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


สภาวะโลกร้อน และการเกิดภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ......................... คอลัมน์ เปิดมุมมอง โดย ชวลิต จันทรรัตน์ TEAM GROUP



การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกมีผลต่อวิกฤตภัยแล้งและวิกฤตน้ำท่วมของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2557 องค์การสหประชาชาติได้ประกาศยอมรับการวิเคราะห์ผลกระทบของสภาวะโลกร้อนต่อความเป็นอยู่ของมนุษยชาติที่ได้วิเคราะห์โดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Intergovernmental Pan-el on Climate Change : IPCC) ซึ่งได้พยากรณ์ว่า

ในปี 2643 หรือในอีก 85 ปีข้างหน้า ภาวะโลกร้อนจะทำให้เกิดความแห้งแล้งและน้ำท่วมแปรปรวนสลับกันไปมามากยิ่งขึ้น อุณหภูมิของโลกจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส การละลายตัวของหิมะแถบขั้วโลกจะสูงขึ้น ทำให้ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงยิ่งขึ้น

สำหรับประเทศไทย นอกจากความแปรปรวนของปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาแล้ว ระดับน้ำทะเลปานกลางที่สูงขึ้นประมาณ 20-50 ซม. จะทำให้เราต้องเผชิญกับภาวะแห้งแล้งและน้ำทะเลรุกตัวเข้ามาในแผ่นดินมากยิ่งขึ้น และในปีที่ น้ำฝนมีปริมาณมาก เราจะต้องเผชิญกับ น้ำท่วม ที่มีน้ำทะเลหนุนสูงมากขึ้น

นอกจากนี้ ผลงานวิจัยของ ดร.สุพัฒนา วิชากุล ห้องวิจัยด้านอุทกวิทยาและทรัพยากรน้ำ แห่งมหาวิทยาลัยเกียวโต ในปี 2558 พบว่าปริมาณน้ำในลุ่มน้ำปิง วัง ยม และน่าน ในอนาคต ในระยะกลาง ประมาณปี พ.ศ. 2558-2583 ปริมาณน้ำในลุ่มน้ำทั้งสี่ ในฤดูแล้งมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณน้ำลดลงมากถึงขั้นวิกฤต ส่วนในฤดูฝนทั้งระยะกลาง พ.ศ. 2558-2583 และอนาคตระยะไกล พ.ศ. 2618-2643 มีแนวโน้มที่จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นยังพบว่ามีโอกาสที่จะเกิดน้ำท่วมรุนแรงเช่นในปี 2554 บ่อยขึ้นเช่นกัน

ด้วยสภาวการณ์ที่รุนแรงดังกล่าว เราจะต้องปรับตัว ปรับชีวิตความเป็นอยู่ โดยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น น้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ แล้วเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนแทน เช่น ไฟฟ้าพลังน้ำ พลังลม และพลังแสงอาทิตย์ ป้องกันการเกิดไฟป่า ลดปริมาณขยะเพื่อลดการเผาขยะ ลดการใช้น้ำเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในการสูบน้ำในการผลิตน้ำและสูบส่งน้ำประปา เป็นต้น

นอกจากนี้ ภายในปี 2643 รัฐบาลจะต้องเร่งก่อสร้างพนังกั้นน้ำสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำสายอื่น ๆ ให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม เนื่องจากการหนุนตัวสูงขึ้นอีก 50 เซนติเมตรของระดับน้ำทะเล และเพื่อรับมือกับน้ำเค็มที่จะรุกตัวเข้ามาในฤดูแล้ง หรือจะต้องปล่อยน้ำจากอ่างเก็บน้ำเพื่อไล่น้ำเค็มในปริมาณที่มากกว่าวันละ 10 ล้าน ลบ.ม.



หลังจากประสบกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในปี 2554 จากพายุจรที่เข้ามาถึงและเข้ามาใกล้ไทยจำนวน 5 ลูก และ 3 ลูกท้ายฤดูฝน สร้างความสูญเสียจากภัยธรรมชาติเป็นอันดับ 4 ของโลก ซึ่งจัดลำดับโดย ธนาคารโลก แต่หลังจากนั้นประเทศไทยก็ประสบกับภาวะฝนน้อย น้ำน้อยกว่าปกติมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถึงฤดูแล้งของปี 2559นี้ ซึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนิโญ เป็นหลัก

พื้นที่ 22 จังหวัดภาคกลางของประเทศนั้นเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ซึ่งในฤดูแล้งจะใช้น้ำจาก 4 อ่างเก็บน้ำหลัก คือ อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยบำรุงแดน และป่าสักชลสิทธิ์ ในการเพาะปลูกข้าวนาปรัง รักษาระบบนิเวศวิทยา ไล่น้ำเค็มที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาและปากแม่น้ำท่าจีน เพื่อการอุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภค ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลัก 4 อ่างดังกล่าวลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปริมาณฝนที่มีน้อยกว่าปีปกติอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสิ้นฤดูฝนในปลายเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นฤดูแล้งจะเริ่มมีการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำ 4 เขื่อนดังกล่าวพบว่า ในวันที่ 31 ตุลาคม 2557 มีน้ำรวม 6,755 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 38 ของความจุทั้งหมด ในขณะที่มีการปลูกข้าวนาปรังรวม 3.8 ล้านไร่ ทำให้ปริมาณน้ำลดลงเป็นอย่างมาก เป็นเหตุให้เกิดการขาดแคลนน้ำที่จะใช้เพื่อปลูกข้าวนาปี เกิดการแย่งชิงน้ำกันในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2558 และยังทำให้น้ำดิบมีไม่เพียงพอที่จะนำมาผลิตเป็นน้ำประปา เพื่อจ่ายให้แก่ชุมชนในหลายพื้นที่

การขาดแคลนน้ำในต้นฤดูเพาะปลูกข้าวนาปี ใน 22 จังหวัดภาคกลาง ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2558 ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 60,171 ล้านบาท จากการประเมินของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร

นอกจากนี้ สภาวะดังกล่าวยังทำให้น้ำทะเลรุกตัวเข้ามามากขึ้น โดยในวันที่ 12 กรกฎาคม 2558 พบค่าความเค็มของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองสำแล ซึ่งเป็นจุดที่มีการสูบน้ำดิบเพื่อนำไปผลิตน้ำประปา มีค่าสูงถึง 0.50 กรัมต่อลิตร ส่วนในแม่น้ำท่าจีนที่ปากคลองจินดา มีค่าสูงถึง 0.44 กรัมต่อลิตร ซึ่งค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 0.25 กรัมต่อลิตร

ภาวะฝนน้อยน้ำน้อยในฤดูฝนของปี 2558 ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อสิ้นฤดูฝน ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2558 มีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 รวมเพียง 4,237 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 24 ของความจุทั้งหมด จากปริมาณน้ำดังกล่าว รัฐบาลได้จัดสรรน้ำให้ภาคการเกษตร 400 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศ 1,400 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุตสาหกรรม 650 ล้าน ลบ.ม. และเพื่อการอุปโภคบริโภค 1,100 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่าน้ำที่ได้จัดสรรไว้ให้ภาคการเกษตร 400 ล้าน ลบ.ม. นั้นหากใช้ในการปลูกข้าวนาปรัง ก็จะปลูกข้าวได้เพียง 400,000 ไร่ รัฐบาลจึงประกาศขอความร่วมมือให้งดการปลูกข้าวนาปรัง และขอให้ปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้นแทน โดยมีมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ รวม 8 มาตรการ แต่ก็ยังได้รับความร่วมมือไม่มากนัก เนื่องจากยังคงมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังรวม 1.8 ล้านไร่ และหากจะส่งน้ำให้เพียงพอจะต้องจัดสรรน้ำเพิ่มจากวันละ 2 ล้าน ลบ.ม. ไปเป็นวันละ 12 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ในอ่างเก็บน้ำไม่เพียงพอใช้ไปถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2559

นอกจากนี้ หากมีการปล่อยน้ำต่ำกว่าความต้องการใช้น้ำ จะมีผลให้น้ำถูกสูบไปใช้ปลูกข้าวนาปรังมาก ทำให้ปริมาณน้ำที่เหลือมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพฯ ไม่เพียงพอต่อการผลักดันน้ำเค็ม ทำให้พื้นที่เกษตรกรรม 2 ฝั่งลำน้ำเจ้าพระยาและท่าจีนเสียหาย และจะทำให้มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับภาคอุตสาหกรรมและการอุปโภคบริโภคในพื้นที่ตอนล่างของกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ดังนั้น ทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันลดการใช้น้ำลงร้อยละ 20 โดยเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปรังสามารถลดการใช้น้ำด้วยการให้น้ำข้าวแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งจะไม่ทำให้ผลผลิตต่อไร่ลดลง ภาคอุตสาหกรรมสามารถใช้หลัก 3R คือ ลดปริมาณการใช้น้ำ นำน้ำมาใช้ซ้ำในกระบวนการผลิต และบำบัดน้ำเสียเพื่อนำน้ำกลับมาใช้อีกครั้งหนึ่ง ภาคประชาชนในชุมชนเมืองควรช่วยกันลดการใช้น้ำลงร้อยละ 20 เช่นกันเพื่อร่วมกันฟันฝ่าวิกฤตภัยแล้งนี้ เพื่อให้คนไทยทุกภาคส่วนได้มีน้ำใช้ไปได้ถึงเดือนมิถุนายน 2559 ซึ่งคาดว่าฝนจะตกต้องตามฤดูกาล

สถานการณ์ภัยแล้งนี้ ไม่ได้เป็นวิกฤตที่ลำพังแค่ภาครัฐจะหาทางแก้ไขปัญหาแต่เพียงฝ่ายเดียว หากประชาชนทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันในการประหยัดลดการใช้น้ำอย่างจริงจัง และในระยะยาวทุกคนจะต้องร่วมมือกันลดสภาวะโลกร้อนลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน


http://www.prachachat.net/news_detai...id=1461828065#
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 29-04-2016
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


UN คาดทั่วโลกเผชิญวิกฤตสภาพอากาศเลวร้ายต่อเนื่อง



องค์การสหประชาชาติเรียกร้องประชาคมโลกเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญ เนื่องจากเกรงว่าปรากฏการณ์ลานีญาที่กำลังจะมาถึง อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงยิ่งขึ้น

องค์การสหประชาชาติประกาศว่าประชาชนทั่วโลกได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญโดยตรงประมาณ 60 ล้านคน และกำลังต้องการความช่วยเหลือโดยเร็ว โดยปรากฏการณ์เอลนีโญที่เกิดขึ้นส่งผลให้อุณหภูมิพื้นผิวทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้เส้นศูนย์สูตรอุ่นขึ้น ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดฝนตกหนักและมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ขณะที่บางพื้นที่ประสบภัยแล้งอย่างหนัก

สำหรับผลกระทบเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่แล้วต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ โดยเฉพาะใน 13 ประเทศในภูมิภาคแอฟริกา เอเชีย อเมริกากลาง อเมริกาใต้และแปซิฟิก นำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนอาหารและการแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งต้องใช้งบประมาณอย่างน้อย 126,000 ล้านบาท เพื่อจัดการกับปัญหาเหล่านี้ แต่ปัจจุบันงบประมาณที่ได้รับมีเพียงประมาณ 49,000 ล้านบาทเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้ประชาคมโลกเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้ พร้อมทั้งประกาศเตือนให้ทั่วโลกเตรียมพร้อมรับมือกับปรากฏการณ์ลานีญาที่กำลังจะมาถึงช่วงปลายปีนี้ โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้อุณหภูมิพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกเย็นลงผิดปกติ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ที่หลายประเทศกำลังเผชิญเลวร้ายลงยิ่งขึ้น

ขณะที่รัฐบาลอินเดียออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่จากคณะกรรมาธิการน้ำส่วนกลางและคณะกรรมการน้ำใต้ดินส่วนกลางลงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เพื่อสังเกตการณ์สถานการณ์ พร้อมทั้งวิเคราะห์สาเหตุและปัญหาการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมทั้งเสนอมาตรการเพื่อป้องกันและวางแผนแก้ไขปัญหาภัยแล้งระยะยาว

ทั้งนี้ ความพยายามดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากหลายพื้นที่ในอินเดียกำลังเผชิญกับภัยแล้งครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 40 ปี ซึ่งส่งผลให้ประชาชนประมาณ 330 ล้านคนขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคอย่างหนัก


http://news.thaipbs.or.th/content/252002
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:01


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger