เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 12 - 14 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบน และอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 15 - 17 ก.ย. ประเทศไทยตอนบนมีฟ้าคะนะองลดลง โดยภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 12 - 14 ก.ย. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนในช่วงวันที่ 15 - 17 ก.ย. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (98.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (128.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (104.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


มาเรียมถึงปลาทู ไมโครพลาสติก ขยะพิษจิ๋ว 1 ปีคนไทยกลืนกินเท่าบัตรเครดิต ................. สกู๊ปไทยรัฐ



หากใครได้ติดตามข่าวในช่วง 2-3 เดือนนี้ คงจะทราบว่า ทะเลไทย กำลังมีปัญหา "ขยะ" โดยเฉพาะ "พลาสติก" โดยเป็นที่น่าตกใจคือการตายของเจ้า "มาเรียม" พะยูนขวัญใจคนไทย ที่ท้ายที่สุดก็ต้องมรณาไปเพราะน้ำมือมนุษย์ ด้วยการกินถุงพลาสติกแล้วไปอุดตันที่ลำไส้

กระทั่งล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ เฟซบุ๊กศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ได้โพสต์ภาพปลาทู พร้อมระบุข้อความ ระบุว่า ในกระเพาะของปลาทูมีค่าเฉลี่ยของ "ไมโครพลาสติก" เฉลี่ยที่ 78.04 ชิ้น..

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ขยะประเภทพลาสติก ได้กระจัดกระจายไปทุกหย่อมหญ้าแล้ว สัตว์ที่อยู่ในน้ำหรือบนบกได้กินเข้าไปโดยไม่รู้ตัว หากเรากินสัตว์เหล่านี้เข้าไปอีกทอดจะเกิดอะไรขึ้น เราจะสังเกตหรือป้องกันอย่างไร ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอไล่เรียงปัญหาทั้งหมด




ไมโครพลาสติก คือ อะไร...

ดร.ศิลาวุธ ดำรงศิริ นักวิจัย สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบาย "ไมโครพลาสติก" ว่า คือ เศษพลาสติกขนาดเล็ก โดยเล็กกว่า 5 มิลลิเมตรลงไป ที่มาของมันมี 2 แหล่ง หนึ่งคือ ถูกสร้างมาเป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการทำพลาสติก บางอันก็เป็นรูปแบบผง เช่น เม็ดพลาสติกขัดหน้าในโฟมล้างหน้าที่เรียกว่า เม็ดสครับ แต่ปัจจุบันถูกแบนไม่ให้ใช้ไปแล้ว

แหล่งที่สองก็คือ พลาสติกทั่วไปที่เราทิ้งลงถังขยะ แม่น้ำลำคลอง และสุดท้ายก็พัดลงทะเล พลาสติกพวกนี้เมื่อเวลาผ่านไปมันก็จะค่อยแตกเป็นชิ้นเล็กลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็เป็นไมโครพลาสติก

ขณะที่ ดร.นันทริกา ชันซื่อ ผอ.ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ทางคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ศึกษาเรื่องนี้ และพบไมโครพลาสติกในหอย ปลาที่อยู่บริเวณอ่าวไทย หรือแม้แต่ปะการัง เรียกว่าตอนนี้มีพลาสติกกระจายอยู่ทั่วไป เมื่อพลาสติกแตกตัวก็จะกลายเป็นพลาสติกขนาดเล็ก เรียกว่า ?ไมโครพลาสติก? ซึ่งสัตว์ในท้องทะเลก็ได้กินเข้าไป

"ปัจจุบัน ปลาเกือบทุกชนิดกินไมโครพลาสติกเข้าไป เมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะไปสะสมอยู่ในทางเดินอาหาร ลำไส้ เมื่อผ่าออกมาก็จะพบไมโครพลาสติกเหล่านี้แฝงเร้นอยู่ในเครื่องในของปลา และสัตว์อื่นๆ ในทะเล"


ล่าสุด พบ "ไมโครพลาสติก" ในปลาทู

ทั่วโลกตื่นตัว งานวิจัยมีน้อย มนุษย์กินสัตว์ "ไมโครพลาสติก" แฝงร่าง ผลคือ..
สิ่งที่เป็นข้อกังวลหากเรากินสัตว์ที่กินไมโครพลาสติกจะเกิดอะไรขึ้น ดร.นันทริกา ได้ทำความเข้าใจว่า ปัจจุบัน การศึกษาในเรื่องไมโครพลาสติกที่มีผลกับมนุษย์ก็ยังน้อยมาก แต่ก็มีค้นพบว่าถ้ามีขนาดเป็น "นาโนพลาสติก" อาจจะสามารถเข้าไปอยู่ในอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ พลาสติกเองก็ยังถือว่าเป็นโพลิเมอร์เฉื่อย (Inert Polymer) แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงก็คือเรื่องพิษจากสารเคมี ตัวทำละลาย ที่ใช้ในการทำพลาสติกผสมเข้าไป และสารที่เป็นมลพิษหรือเชื้อโรคสามารถเข้าไปเกาะตัวไมโครพลาสติกได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเรื่องของผลกระทบต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่ต้องกินในปริมาณเยอะในระยะยาว มันก็อาจจะทำให้เกิดการผิดปกติของพวกฮอร์โมนได้

"ตอนนี้ทั่วโลกได้ตื่นตัวเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมามีการศึกษาทั้งด้านสิ่งแวดล้อม หรือในอาหาร เพราะนอกเหนือจากปลาแล้วยังศึกษาไปยังสัตว์บนดินที่มีการปนเปื้อนด้วย สิ่งที่นักวิจัยทั่วโลกเป็นห่วงคือ ขยะพิษเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น มะเร็ง ภูมิแพ้ หรือปัญหาการสร้างภูมิคุ้มกัน"


ลักษณะรูปร่างของขยะไมโครพลาสติกที่พบเจอ ณ บริเวณพื้นที่ศึกษา แบบเส้นใยที่พบบริเวณชายหาดกะหลิม (ซ้ายบน) แบบแผ่นแข็งที่พบบริเวณชายหาดป่าตอง (ขวาบน) แบบไร้รูปร่างที่พบบริเวณชายหาดป่าตอง (ล่าง) (ภาพ : สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)


1 ปี คนไทยกินไมโครพลาสติกไม่รู้ตัว เทียบเท่าบัตรเครดิต 1 ใบ

ด้าน นพ.ฆนัท ครุธกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านอายุรศาสตร์ทั่วไป อายุรศาสตร์โรคหัวใจ และโภชนบำบัดและเมตาบอลิซึม เสริมว่า ที่น่ากังวลคือ "นาโนพลาสติก" เป็นพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่าประมาณ 100 ไมครอน ซึ่งอาจจะผ่านเข้าไปในผนังเซลล์ อาจทำอันตรายต่อเซลล์ของร่างกายได้ ปัจจุบันข้อมูลวิจัยยังไม่แน่ชัด การกำจัดนาโนพลาสติกออกจากร่างกายค่อนข้างยากกว่า เมื่อเทียบกับไมโครพลาสติก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลและทางการแพทย์ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

"ที่น่าตกใจคือ พบว่าคนไทยบริโภคสารปนเปื้อนพลาสติกในปริมาณไม่มากโดยไม่รู้ตัว คือ ประมาณ 5-6 กรัม เทียบเท่าบัตรเครดิตใบหนึ่งต่อปี ผ่านทางน้ำดื่ม น้ำประปา เสื้อผ้า ที่ปั่นซักก็มีเศษพลาสติกออกมาปนเปื้อน ในอาหาร อาหารทะเล หรือแม้แต่ยาสีฟันที่ผสมบีด เพราะบีดคือพลาสติกอย่างหนึ่ง พอใช้ก็อาจมีกระบวนการทำให้มีขนาดเล็ก และอาจปนเปื้อนกลืนเข้าไปในร่างกาย หากได้รับสารปนเปื้อนอื่นที่อยู่ในพลาสติกเกินปริมาณ ก็อาจจะมีผลต่อฮอร์โมน"นพ.ฆนัท กล่าว




หลีกเลี่ยง "ไมโครพลาสติก" ในอาหารทะเลอย่างไร

ดร.นันทริกา กล่าวอีกว่า สัตว์ทะเลแต่ละชนิดได้รับผลกระทบต่างกัน ที่เราเห็นเลยคือ เรื่องของการอุดตันของพลาสติกชิ้นใหญ่ในทางเดินอาหารของสัตว์ พวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล หรือเต่า พะยูน ซึ่งเป็น "แม็คโครพลาสติก" (พลาสติกขนาดใหญ่) จนกระทั่งที่ออกมาเป็นเศษเล็กๆ แล้วลงไปเป็นไมโครพลาสติก พวกนี้ก็จะไปสะสมหรือไปอยู่ในตัวของสัตว์ที่เล็กกว่า เช่น ปลาทู หรือปลาชนิดอื่นๆ ที่กินเข้าไป แต่สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความเป็นห่วง คือ "การสะสม" เช่น เรากินปลามากกว่าหนึ่งตัว มันจะเข้าไปไหม

"หากเป็นปลาสด คนก็กินเนื้อปลาก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นลักษณะของการทำแห้งแล้ว มีอวัยวะภายในอยู่ครบ ก็สามารถที่จะรับสารเหล่านี้ไปได้เต็มๆ"

ดร.นันทริกา เน้นย้ำว่า ตอนนี้เราไม่ควรจะตื่นตระหนกเกินไป สิ่งที่ทำคือ การป้องกันไม่ให้แย่ไปกว่านี้ เพราะว่าตัวเลขต่างๆ มันก็จะเป็นตัวเลขจำเพาะที่ทำในแต่ละโปรเจกต์ ถ้ารัฐบาลสนใจเรื่องนี้จริง ก็น่าจะตั้งองค์กรที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แล้วก็หาทางที่จะบรรเทาเรื่องของปัญหา เพราะตอนนี้อยู่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมหมดแล้ว เราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากที่จะเรียนรู้ที่จะป้องกันตัวเองไม่ให้รับเข้าไปเยอะกว่านี้

หน้าที่ของรัฐบาล คือ การเดินหน้ารณรงค์ในเรื่องของการลดใช้และทิ้งขยะพลาสติก รักษาสิ่งแวดล้อม พยายามแก้ปัญหาเอาขยะพิษ ขยะพลาสติกขึ้นจากทะเล ที่สำคัญคือ การสร้างความปลอดภัยในเรื่องการกินอยู่ให้กับประชาชน โดยมีการออกมาตรการเป็นรูปธรรม

ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นปัญหาระดับโลกที่มนุษย์ทุกคนพึงให้ความร่วมมือร่วมใจแก้ปัญหา เพราะหากสิ่งแวดล้อมเลวร้ายเมื่อไหร่ สัตว์ในทะเล บนบก หรือบนฟ้า จะอยู่ไม่ได้ แล้วมนุษย์อย่างเราๆ จะอยู่อย่างไร


https://www.thairath.co.th/scoop/1658583

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


อย่ามองเป็นเรื่องเล็ก ........................ เพลิงพยัคฆ์



กลายเป็นข่าวมีการเผยแพร่มาเป็นคลิปในโลกโซเชียลว่า มีเรือประมงและคนงานในเรือจับโลมาจำนวนหลายตัวขึ้นมาบนเรือ เหตุเกิดน่านน้ำประเทศมาเลเซีย กรมประมงเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.การประมง 2558 จึงได้ทำการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เห็นว่าคดีนี้เป็นคดีสำคัญ สื่อมวลชนและสังคมให้ความสนใจ อีกทั้งเหตุเกิดเกี่ยวพันหลายพื้นที่ มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนสอบสวน

เอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ในฐานะประธานอนุกรรมการตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมาย ศูนย์บัญชาการการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษประมง ทำการสืบสวน นำคลิปข่าวไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนหนึ่งประสานงานกับกรมประมงและทางการมาเลเซียเพื่อขอข้อมูล

ได้ข้อมูลว่า เรือลำที่เกิดเหตุในอดีตเป็นเรือประมงสัญชาติไทยชื่อว่า ส.พรเทพนาวี 9 และปี 2560 ได้เปลี่ยนไปเป็นเรือประมงมาเลเซีย ชื่อ KNF7779 แม้เหตุอาจจะเกิดนอกน่านน้ำไทย และเรือประมงที่เกิดเหตุนั้นเป็นเรือต่างประเทศ

แต่กฎหมายไทยก็ยังสามารถเอาผิดกับผู้กระทำผิดที่เป็นคนไทยได้

ศาลไทยมีอำนาจพิพากษาคดีได้

หากมองภาพเหตุการณ์ล่าสัตว์น้ำในทะเล บางส่วนอาจจะมองเป็นเรื่องเล็ก ไม่ใช่คดีสำคัญ แต่ถ้ามองในภาพรวมของโลมา สัตว์น้ำที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ที่ห้ามจับหรือนำขึ้นเรือประมง การฝ่าฝืนของเรือประมงเข้าข่ายผิดกฎหมาย

คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าผู้ทำผิดคนไทย 2 คนคือ นายธนัญชัย หรือไต๋หาร มิ่งมิตร ไต๋เรือลำที่เกิดเหตุ และ นายสันติ หรือไต๋ติ บัวผุด ซึ่งเป็นหัวหน้าคนงานของเรือ

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาทั้งสองทราบว่า ?ร่วมกันจับโลมา และนำโลมาซึ่งเป็นสัตว์น้ำชนิดที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ขึ้นเรือประมงโดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อการช่วยชีวิต?

ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาคือ นายธนัญชัย หรือไต๋หาร รับว่าเป็นไต๋เรือ นายสันติ หรือไต๋ติ ก็รับว่าเป็นหัวหน้าคนงานของเรือลำที่เกิดเหตุจริง เป็นผู้สั่งการในคลิป ให้คนงานในเรือเอาโลมาที่ติดอวนขึ้นมาบนเรือจริง

ถือว่าเป็นอีกคดีของตำรวจที่สมควรได้รับคำชมเชยที่ติดตามเรื่องนี้

ไม่ปล่อยให้เงียบหายไป.


https://www.thairath.co.th/news/loca...Pos=1#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


นาทีชีวิต! "โลมาหลังโหนก" ถูกเชือกลอบปูม้าพันตัวจนอ่อนแรง จนท.ตัดเชือกช่วยได้ทัน



ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - เผยภาพเหตุการณ์นาทีชีวิต จนท.และชาวบ้านเข้าช่วยเหลือ "โลมาหลังโหนก" ถูกเชือกลอบปูม้าพันตัว ลอยอยู่ในทะเลอ่าวไทย ห่างจากฝั่ง ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ประมาณ 1 กม. และสามารถตัดเชือกช่วยเอาไว้ได้ทัน ก่อนปล่อยให้ว่ายน้ำกลับสู่ทะเล

ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง พร้อมชาวประมงพื้นบ้าน นำเรือออกไปช่วยเหลือ ?โลมาหลังโหนก? ขนาดตัวเต็มวัย ที่ถูกเชือกลอบปูม้าพันติดตัวอยู่ประมาณ 6-7 อัน ลอยอยู่บริเวณทะเลอ่าวไทย ในพื้นที่ ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ห่างจากชายฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึง พบว่าโลมาตัวนี้เริ่มมีอาการอ่อนแรง เนื่องจากเหนื่อยล้าจากความพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากเชือกลอบปูม้าที่พันติดตัวอยู่ แต่ยังสามารถว่ายน้ำหนี และพยุงตัวอยู่ได้ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจทำการล้อมจับโลมาเพื่อรีบให้การช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด เพราะเป็นนาทีชีวิตของโลมาตัวนี้



โดยได้ทำการตัดเชือกลอบปูม้าที่พันตัวอยู่จนหลุด และประเมินสุขภาพวินิจฉัยอาการในเบื้องต้น พบว่าโลมายังสามารถว่ายน้ำ และยังมีแรง จึงได้ปล่อยให้โลมาว่ายน้ำเอง และหลังจากปล่อยให้โลมาว่ายน้ำออกจากเรือ เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามก็ไม่พบเห็นโลมาตัวนี้อีก จึงคาดว่าโลมาสามารถว่ายน้ำกลับสู่ทะเลได้ตากปกติ และปลอดภัย ท่ามกลางความดีใจของเจ้าหน้าที่ที่สามารถช่วยเจ้าโลมาหลังโหนกตัวนี้ได้ทัน เพราะหากช้ากว่านี้ก็อาจจะเป็นอันตราย หรืออาการอาจแย่ลง

สำหรับภาพเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (10 ก.ย.) หลังจากที่ นายสานันท์ ปิกดำ ซึ่งเป็นชาวประมงในพื้นที่ได้ออกเรือไปพบโลมา ลอยติดเครื่องมือประมงอยู่ในทะเล จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือทันที



"โลมาหลังโหนก" หรือโลมาขาวเทา หรือโลมาเผือก หรือโลมาสีชมพู เป็นโลมาสายพันธุ์หายาก และใกล้สูญพันธุ์ พบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทย และทะเลอันดามัน บริเวณชายฝั่งที่มีน้ำตื้นไม่เกิน 20 เมตร ในประเทศไทยจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลักษณะมีจะงอยปากยาวโค้ง ส่วนของฐานครีบหลังจะเป็นสันนูนสูงรองรับครีบหลัง กินปลาทั้งตามชายฝั่ง และในแนวปะการังเป็นอาหารหลัก รวมทั้งหมึก กุ้ง ปู ออกหาอาหารเป็นฝูงโดยใช้คลื่นเสียง เป็นโลมาอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาฝึกกันตามสวนน้ำ หรือสถานที่จัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ


https://mgronline.com/south/detail/9620000087587


*********************************************************************************************************************************************************


วิกฤตทั่วโลก! พบถุงพลาสติกในตัวปลา กลางทะเลแคริบเบียน



เผยคลิป ขณะมีคนล้วงคอปลาปรากฎว่าพบถุงพลาสติกขนาดใหญ่ในตัวปลา เหตุการณ์เกิดขึ้นประเทศบาฮามาส ในทะเลแคริบเบียน ย้ำ ขยะพลาสติกในทะเลกลายเป็นวิกฤตระดับโลก วอนให้รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดปัญหาขยะล้น

เมื่อวันที่ 10 ก.ย. เพจ "ReReef" ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 0.42 วินาที ขณะที่มีคนล้วงคอปลาปรากฎว่าพบถุงพลาสติกขนาดใหญ่จำนวนมากในตัวปลา ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ประเทศบาฮามาส ในทะเลแคริบเบียน โดยขยะพลาสติกในทะเลกลายเป็นวิกฤตระดับโลกและส่งผลกระทบทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์

ด้านผู้โพสต์ระบุว่า "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บาฮามาส ในทะเลคาริบเบียน เมื่อไม่นานมานี้ สัตว์น้ำอย่างปลาไม่ใช่มีแต่ไมโครพลาสติกชิ้นเล็กๆเท่านั้น ปลาล่าเหยื่อหลายชนิดก็หลงกินถุงพลาสติกขนาดใหญ่เข้าไปได้เหมือนกัน ซึ่งปลาพวกนี้มักจะเสียชีวิตในเวลาไม่นานเพราะเกิดการอุดตันในทางเดินอาหาร การศึกษาในระยะหลัง พบว่ามีการตรวจพบไมโครพลาสติกในอาหารทะเล กุ้ง หอย ปู ปลาหลายขนิด การศึกษาที่เมือง Makassar ประเทศอินโดนีเซียพบปลาที่จับได้จากธรรมชาติปนเปื้อนไมโครพลาสติก 28% ในขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกาพบปลาเศรษฐกิจที่ผ่านการแปรรูปมีการปนเปื้อนไมโครพลาสติกอย่างน้อย 25%

ในรายงานของสหประชาชาติเมื่อปี 2016 ระบุว่ามีสัตว์กว่า 800 ชนิดที่ได้รับผลกระทบจากพลาสติกทั้งที่กินเข้าไปหรือได้รับบาดเจ็บจากการถูกขยะพลาสติกติดพันร่างกาย ในจำนวนนี้ 220 ชนิดมีการบันทึกว่าหลงกินพลาสติกเข้าไปเป็นอาหาร ซึ่งมีตั้งแต่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยในทะเล ปลา สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง และนกที่กินปลาเป็นอาหาร พลาสติกส่วนใหญ่จะสะสมอยู่ในทางเดินอาหาร แต่ไมโครพลาสติกและนาโนพลาสติกอาจถูกส่งผ่านไปยังระบบหมุนเวียนอื่นๆเช่นกระแสเลือดและเนื้อเยื่อได้ ขยะพลาสติกในทะเลกลายเป็นวิกฤติระดับโลกและส่งผลกระทบทั้งทางด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ รวมไปถึงความปลอดภัยด้านอาหาร

ประเทศไทยกำลังจะเริ่มต้นมาตรการแก้ปัญหาที่เข้มข้นขึ้นในปีหน้า เช่นการยกเลิกแจกถุงพลาสติกของห้างร้านขนาดใหญ่และร้านสะดวกซื้อ และตามโรดแมปก็ตั้งเป้าที่จะแบน กล่องโฟม หลอดพลาสติก และแก้วพลาสติกด้วย หากจะไม่สะดวกสบายเหมือนแต่ก่อนก็ขอให้เข้าใจว่าปัญหานี้วิกฤติมากแล้วจริงๆ และต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทุกคนต้องพร้อมจะปรับตัวและมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ หากเราปล่อยให้ปลาและสัตว์น้ำต่างๆต้องกินพลาสติกเป็นอาหาร สุดท้ายมนุษย์เองก็จะได้กินพลาสติกเป็นอาหารเช่นกัน อย่างที่กำลังเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน"

ทั้งนี้ เรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่สู่โลกออนไลน์ มียอดแชร์ 2,500 ครั้ง และมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก และวอนให้รณรงค์งดใช้ถุงพลาสติกเพื่อลดปัญหาขยะล้น พร้อมแนะให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายอย่างอื่นแทนเพื่อเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000087532

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


เผยภาพเหตุการณ์นาทีชีวิต! จนท.ช่วยโลมาหลังโหนกถูกเชือกลอบปูม้าพันตัว



เผยภาพเหตุการณ์นาทีชีวิตเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือโลมาหลังโหนก ที่ถูกเชือกลอบปูม้าพันตัวลอยอยู่ในทะเลอ่าวไทยห่างจากฝั่งต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ประมาณ1 กิโลเมตร และสามารถตัดเชือกช่วยเอาไว้ได้ทันและปล่อยภัยว่ายน้ำกลับสู่ทะเลได้

นี่คือภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง พร้อมชาวประมงพื้นบ้านนำเรือออกไปช่วยเหลือโลมาหลังโหนก ขนาดตัวเต็มวัยที่ถูกเชือกลอบปูม้าพันติดตัวอยู่ประมาณ 6-7 อัน ลอยอยู่บริเวณทะเลอ่าวไทยพื้นที่ ต.ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ห่างจากฝั่งประมาณ 1 กิโลเมตร

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่าโลมาตัวนี้เริ่มมีอาการอ่อนแรง เนื่องจากเหนื่อยล้าจากความพยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากเชือกลอบปูม้าที่พันติดตัวอยู่ แต่ยังสามารถว่ายน้ำหนีและพยุงตัวอยู่ได้ เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจทำการล้อมจับโลมาเพื่อรีบให้การช่วยเหลือโดยเร็วที่สุดเพราะเป็นนาทีชีวิตของโลมาตัวนี้

โดยได้ทำการตัดเชือกลอบปูม้าที่พันตัวอยู่จนหลุด และประเมินสุขภาพและวินิจฉัยอาการในเบื้องต้น พบว่าโลมายังสามารถว่ายน้ำและยังมีแรงจึงได้ปล่อยให้โลมาว่ายน้ำเอง และหลังจากปล่อยให้โลมาว่ายน้ำออกจากเรือ เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามก็ไม่พบเห็นโลมาตัวนี้อีก จึงคาดว่าโลมาสามารถว่ายน้ำกลับสู่ทะเลได้ตากปรกติและปลอดภัย ท่ามกลางความดีใจของเจ้าหน้าที่ที่สามารถช่วยเจ้าโลมาหลังโหนกตัวนี้ได้ทันเพราะหากช้ากว่านี้ก็อาจจะเป็นอันตรายหรืออาการอาจแย่ลง



สำหรับภาพเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานนี้หลังจากที่นายสานันท์ ปิกดำ ซึ่งเป็นชาวประมงพื้นที่ได้ออกเรือไปพบโลมาลอยติดเครื่องมือประมงอยู่ในทะเล จึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ

โลมาหลังโหนก หรือ โลมาขาวเทา หรือ โลมาเผือก หรือ โลมาสีชมพู ทันที เป็นโลมาสายพันธุ์หายาก และใกล้สูญพันธุ์ พบได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน บริเวณชายฝั่งที่มีน้ำตื้นไม่เกิน 20 เมตรในประเทศไทยจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลักษระ มีจะงอยปากยาวโค้ง ส่วนของฐานครีบหลังจะเป็นสันนูนสูงรองรับครีบหลัง กินปลาทั้งตามชายฝั่งและในแนวปะการังเป็นอาหารหลัก รวมทั้งหมึก, กุ้ง, ปู ออกหาอาหารเป็นฝูง โดยใช้คลื่นเสียง เป็นโลมาอีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาฝึกกันตามสวนน้ำหรือสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ


https://www.naewna.com/likesara/439832
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


"ญี่ปุ่น" เล็งปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี ออกจากโรงไฟฟ้า "ฟูกูชิมะ" หลังแทงค์ใกล้เต็ม

"ญี่ปุ่น" เตรียมปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้า "ฟูกูชิมะ" หลังแทงค์เก็บน้ำใกล้เต็มในอีก 3 ปี นักวิทยาศาสตร์เชื่อไม่มีผลกระทบ



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า น้ำที่ใช้หล่อเย็น เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ จะถูกปล่อยลงสู่มหาสมุทร เพราะทีจัดเก็บนั้นจะเต็มในปี 2022 หรือปี 2565 ที่จะถึงนี้ น้ำจำนวนหลายล้านตัน ถูกใช้เพื่อหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์เนิวเคลียร์ถูกเก็บไว้ในถังเก็บน้ำขนาดยักษ์ โดยกลุ่มชาวประมงคัดค้านความคิดดังกล่าวอย่างแข็งขัน แม้นักวิทยาศาสตร์จะยืนยันว่ามันมีความเสี่ยงต่ำ อย่างไรก็ตามขณะนี้รัฐบาลยังไม่บอกว่าจะมีการตัดสินใจเรื่องดังกล่าวเมื่อไหร่

อาคารเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของโรงไฟฟ้าฟูกูชิมะ ถูกทำลายจากการระเบิดของไฮโดรเจนระหว่างแผ่นดินไหวเมื่อปี 2011 โดยเตาปฏิกรณ์สามตัวถูกหลอมละลาย

ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจที่จะจัดการพื้นที่ดังกล่าวซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายศตวรรษกว่าจะเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม 8 ปีที่ผ่านมา น้ำกว่า 200 ตันถูกสูบออกจากพื้นที่ดังกล่าวทุกวัน โดยกัมมันตรังสีส่วนใหญ่จะถูกกำจัดออกด้วยวิธีการที่ซับซ้อน แต่ก็ยังมีอีกบางส่วนที่ไม่สามารถที่จะนำออกไปได้ ดังนั้นน้ำที่ปนเปื้อนจึงถูกเก็บไว้ในถังและจะเต็มในปี 2022 นักวิทยาศาสตร์หลายคนระบุว่า น้ำเหล่านั้นจะถูกเจือจางอย่างรวดเร็วในมหาสมุทร และมีความเสี่ยงต่ำต่อสุขภาพของมนุษย์และสัตว์


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/110269
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:03


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger