เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,437
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะนี้ โดยบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน มีการกระจายของฝนมากกว่าบริเวณอื่นๆ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11 - 14 ก.ค. 62 ประเทศไทยมีปริมาณฝนน้อย สำหรับคลื่นลมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 15 - 16 ก.ค. 62 ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น สำหรับคลื่นลมทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 15 - 16 ก.ค. 62 ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน เดินเรือด้วยความระมัดระวัง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (102.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (99.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (177.4 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,437
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อึ้งจากก้นทะเลลึก ฝูงฉลามรุมกินเมนูโอชะ ก่อนถูกเร็กฟิชเขมือบทั้งตัว



อึ้งจากก้นทะเลลึก ? ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นักวิจัยองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ โนอา เผยแพร่คลิปวิดีโอที่หาดูได้ยากจากใต้ทะเลลึก 450 เมตร ในมหาสมุทร นอกชายฝั่งเซาท์ แคโรไลนา ของสหรัฐ ซึ่งยานดำน้ำสำรวจซากเรือสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 บันทึกเอาไว้ได้ เป็นนาทีน่าตะลึงพรึงเพริดถึงสองช่วง

ช่วงแรกฝูงปลาฉลามหลังหนามอย่างน้อย 11 ตัวรุมกินซากปลากระโทงดาบตัวใหญ่ความยาวประมาณ 2.4 เมตร ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมากที่ปลาฉลามรวมตัวกันเป็นฝูง



ช่วงที่สอง น่าตกตะลึงยิ่งกว่าช่วงแรก เมื่ออยู่ๆ มีปลาเร็กฟิชตัวใหญ่ ว่ายมาจากทางด้านหลังของยานดำน้ำแล้วพุ่งตรงเข้าไปเขมือบปลาฉลามตัวเล็กเข้าไปเต็มปาก เห็นแต่หางดิ้นไปมาออกจากปากอันใหญ่โตของมัน

นักวิจัยต่างพูดตรงกันว่าเป็นเหตุการณ์ที่คงเห็นได้เพียงครั้งเดียวในชีวิต !



ด้านปีเตอร์ ออสเตอร์ นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยอาวุโสจากมิสติก อควาเรียมและศาสตราจารย์กิตติคุณมหาวิทยาลัยคอนเนคติกัต บอกว่าฝูงฉลากคงจะว่ายน้ำมาไกลเพื่อกินซากปลากระโทงดาบที่ประเมินว่าน่าจะหนัก 113 ก.ก.

แต่ปลาเร็กฟิชคงหาช่องเหมาะๆ ที่จะร่วมกินซากปลาด้วยไม่ได้ เลยเขมือบฉลามตัวเล็กเข้าไปแทน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากมากและทิ้งคำถามมากมายให้กับนักวิทยาศาสตร์ที่จะต้องสำรวจกันต่อไป


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2700078

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,437
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


แก๊งล่าลูกนกเงือกอาละวาดหนัก ฉกถึงในรังพรากพ่อแม่ ส่งขายสูงตัวละ 2 หมื่น

เตือนห้ามซื้อขาย "นกเงือก" สัตว์ป่าคุ้มครอง หลังพบขบวนการจับลูกนกเงือกขายที่นราธิวาส ซื้อขายราคาสูงหลักหมื่น แค่ช่วงต้นเดือน ก.ค.จับผู้ครอบครองพร้อมยึดนกเงือกของกลางได้แล้ว 9 ตัว



10 ก.ค.62 - ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าโคกไม้เรือ ตำบลไพรวัณ อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นสถานที่เลี้ยงดูแลรักษาสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกเงือก ซึ่งเป็นของกลางที่ถูกจับกุมจากการกระทำผิดในพื้นที่ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส นำมาดูแลรักษาภายในสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าดังกล่าว

นายสรยุทธ ไชยเขียว หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าโคกไม้เรือ กรมป่าไม้ เปิดเผยว่าทางศูนย์ฯ ได้รับของกลางจากชุดเจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้และสัตว์ป่า สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและจับกุมกระบวนการค้านกเงือก ที่บ้านเลขที่ 286/4 หมู่ 2 ต.ยี่งอ จ.นราธิวาส พบนกเงือกสายพันธุ์นกกก จำนวน 2 ตัว อายุ 2-3 เดือน ขนขึ้นไม่เต็มตัวอยู่ในกล่องกระดาษสีน้ำตาล ซึ่งมีนายมะนูซี ละเล็ง รับสารภาพเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางดังกล่าว ส่งดำเนินคดีที่ สภ.ยี่งอ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาในวันที่ 5 ก.ค. เจ้าหน้าที่ได้บุกตรวจค้นบ้านเลขที่ 129 หมู่ 1 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ตรวจพบนกเงือกสายพันธุ์นกกก จำนวน 5 ตัว สภาพลูกนก ขนยังไม่บาน ถูกใส่วางในตะกร้า และตัวชะมด 1 ตัวถูกขังในกรงเหล็ก จึงยึดไว้เป็นของกลาง โดยมีนายมูหามะ หะยีมะ อยู่บ้านดังกล่าว ไม่รับเป็นเจ้าของ แต่หน้าที่ได้แจ้งข้อหาและดำเนินคดีที่ สภ.เจาะไอร้อง



ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปยึดนกเงือกจำนวน 1 ตัว ที่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 8 ต.ดุซงญอ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้น ปรากฏว่า นายซัมรี เปาะวะ อายุ 35 ปีหลบหนีการจับกุม และทิ้งนกเงือกไว้ในตะกร้าสีขาว เจ้าหน้าที่จึงยึดเป็นของกลาง

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน หรือสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ตาม มาตรา 47

นายสรยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้มีขบวนการลักลอบจับสัตว์ป่า เข้ามาจับลูกนกเงือกในพื้นที่ เนื่องจากช่วงนี้นกเงือกกำลังเลี้ยงลูกในรัง พวกจับนกก็จ้องตาเป็นมันอยู่แล้วว่าเมื่อไหร่ชาวบ้านที่เฝ้ารังนกเผลอ เขาก็จะเข้ามาจับลูกนก จับง่ายมาก ปีนขึ้นต้นไม้เอามือล้วงก็จับได้แล้ว เท่าที่ทราบราคาลูกนกออกจากป่าตัวละ 5 พันถึง 2 หมื่นบาท ขึ้นอยู่กับชนิดของนกเงือก

ที่ศูนย์เพาะเลี้ยงบ้านโคกไม้เรือ เฉพาะเดือนกรกฎาคม 2562 รับดูแลนกเงือกของกลางรวมทั้งหมด 9 ตัว ทั้งศูนย์มีนกเงือกที่รับเลี้ยงแล้วกว่า 44 ตัว และสัตว์คุ้มครองอื่นอีกนับพันตัว จึงอยากฝากเตือนห้ามล่าหรือซื้อขายสัตว์ป่าคุ้มครองเด็ดขาด โดยเฉพาะนกเงือกในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 9 สายพันธุ์ คนทั่วไปไม่สามารถจะมีนกเงือกไว้ในครอบครองอย่างเด็ดขาด ซึ่งหากมีไว้เลี้ยงหรือซื้อขายจะผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอย่างเฉียบขาดอย่างแน่นอน


https://www.thaipost.net/main/detail/40626

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,437
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


'ประมงอวนเล็ก' ปิดอ่าวปากบารา ทนไม่ไหว กม.เข้มงวดเกินไป นัดหารือผู้ว่าราชการฯพรุ่งนี้



10 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือประมงอวนลากเล็กและเรือหางยาวประมงชายฝั่ง 40 ลำ จากพื้นที่ ต.แหลมสน ต.ปากน้ำ นำเรือไปปิดปากอ่าวปากบารา ต.ปากน้ำ อ.ละงู เพื่อประท้วงหลังไม่พอใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ประมงชายฝั่ง หลังได้มีการบังคับใช้กฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ประมง กวดขันจับกุมจนสร้างความไม่พอใจให้กับชาวประมงอวนลากเล็ก

โดยพ.อ.สุระ แก้วไพโรจน์ รองรมน.สตูล ฝ่ายทหารและตำรวจสภ.ละงู และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าเจรจาและพยายามคลี่คลายให้มีการสลาย และเปิดพื้นที่เดินเรือให้กลับมาสู่สภาวะปกติเนื่องจากอาจจะกระทบการท่องเที่ยวภาพรวมได้โดยในที่สุดกลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายเปิดปากอ่าวปากบาราในเวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา

นายเจ๊ะย่าหยา สาเบด ผู้ใหญ่บ้านบุโบย หมู่ที่ 3 ต.แหลมสน อ.ละงู ยอมรับว่า ชาวประมงอวนลากเล็กโกรธมากที่มีการบังคับใช้กฎหมายจนไม่สามารถจะทำมาหากินอะไรได้ ทั้งที่ขอให้มีการเปิดขึ้นทะเบียน และใช้อาญาบัตรกับเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กนี้บ้าง และขอให้มีการเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านประมงอวนลากเล็กได้ทำมาหากิน โดยทางการอ้างแต่เพียงว่าเป็นเครื่องมือที่ผิดกฎหมาย อีกทั้งการจับกุมของเจ้าหน้าที่ประมงที่ผ่านมาจนทำให้ชาวบ้านต้องจมในน้ำเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ แม้ขณะนี้จะปลอดภัยแล้วก็ตาม โดยหลายฝ่ายได้เข้าเจรจาและนัดแนะกันในวันพรุ่งนี้จะยื่นหนังสือพร้อมข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อช่วยหาทางออกและขอพื้นที่ใช้ชาวบ้าน ซึ่งตนในฐานะผู้นำก็ต้องไปคอยประสานงานให้ชาวบ้านในพื้นที่



เหตุการณ์ในครั้งนี้สืบเนื่องมากจาก (วันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา) ชมรมชาวประมงพื้นบ้านจังหวัดสตูล พร้อมคณะทำงานเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดสตูล กรณีให้มีการแก้ไขปัญหาประมงทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน และปัญหาที่อยู่อาศัยในป่าชายเลนจังหวัดสตูล ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดสตูลขึ้น หลังจากนั้นมีการเข้มงวดกวดขัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ประมงชายฝั่งได้จับกุมผู้ต้องหา 1 คน (นายอรุณ จิตตะ อายุ 30 ปี ม.2 ต.แหลมสน อ.ละงู จ.สตูล ตอนนี้ถูกควบคุมที่ สภ.ละงู) ขณะที่กำลังจับกุมได้มีการกระโดดน้ำหนี 1 คน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประมงชายฝั่งนำผู้ต้องหา ส่ง สภ.ละงู

สำหรับการทำประมงอวนลากเล็กมีการทำประมาณ 100 ลำกระจายในพื้นที่ ต.แหลมสน ต.ปากน้ำ อ.ละงู และต.ขอนคลาน อ.ทุ่งหว้า โดยชาวบ้านหวังว่าการเจรจาพบกับผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลในวันพรุ่งนี้จะสามารถทำอาชีพของตนที่ว่าผิดกฎหมายประมงให้ถูกต้อง หรือ หาทางออกให้พวกตนในการทำอาชีพประมงต่อไป


https://www.naewna.com/likesara/425643


*********************************************************************************************************************************************************


จับเรือประมงเวียดนาม6ลำรุกล้ำน่านน้ำไทย พร้อม51ลูกเรือ

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 (ศรชล.ภาค 2) จับกุมเรือประมงเวียดนาม ซึ่งเป็นเรืออวนลากคู่ จำนวน 3 คู่ รวมจำนวน 6 ลำ พร้อมลูกเรือ 51 คน ลุกล้ำเข้ามาทำการประมงในทะเลอาณาเขตของประเทศไทย



เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ที่บริเวณท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 อ.เมือง จ.สงขลา พลเรือตรี สำเริง จันทร์โส รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 ได้แถลงผลจับกุมเรือประมงเวียดนาม ซึ่งเป็นเรืออวนลากคู่ จำนวน 3 คู่ รวมจำนวน 6 ลำ พร้อมลูกเรือ 51 คน ลุกล้ำเข้ามาทำการประมงในทะเลอาณาเขตของประเทศไทย หลังจากที่ได้รับรายงานจากแหล่งข่าวในทะเลว่า มีเรือประมงต่างชาติ ซึ่งเป็นเรือประเภทลากคู่ จำนวน 3 คู่ รวมจำนวน 6 ลำ ลุกล้ำเข้ามาทำการประมงในทะเลอาณาเขตของประเทศไทย

ทางศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 2 (ศรชล.ภาค 2) จึงได้ส่งเรือหลวงเทพา ออกปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนตรวจสอบเรือประมงต่างชาติลักลอบทำการประมงในพื้นที่รับผิดชอบทางทะเล บริเวณแทนขุดเจาะและผลิตปิโตรเลียม เอราวัณ ห่างจากฝั่งจังหวัดสงขลา 120 ไมล์ทะเล และได้พบกลุ่มเรือประมงในบริเวณดังกล่าว จึงเข้าทำการตรวจสอบ พบว่าเป็นกลุ่มเรือประมงต่างชาติจริง จึงเข้าทำการจับกุม ซึ่งเป็นเรือลากคู่ จำนวน 3 คู่ รวมจำนวน 6 ลำ ผู้ควบคุมพร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 51 คน



จึงได้ควบคุมเรือประมงและลูกเรือเดินทางกลับเข้าฝั่ง ที่ ท่าเทียบเรือฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2 เพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยตั้งข้อหากับกลุ่มเรือประมงเวียดนามในครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการจับกุมได้ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะ จำนวน 3 ข้อหา ดังนี้ ร่วมกันทำการประมงพาณิชย์โดยไม่มีใบรับอนุญาตทำการประมงฯ เป็นคนต่างด้าวร่วมกันทำหน้าที่เป็นลูกเรือในเรือประมงโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และทำการประมงในเขตการประมงไทยโดยทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมเรือโดยไม่ได้รับอนุญาต และจับกุมในครั้งนี้ เป็นการจับกุมใน ครั้งที่ 15 ในปีงบประมาณ 2562 จำนวนเรือที่จับกุมรวม 34 ลำ ผู้ต้องหารวม 218 คน


https://www.naewna.com/local/425646

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,437
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


ชาวตันหยงโปพบ 'ขี้ปลาวาฬ' หนุ่มวัย19เจ้าของพร้อมขายนำเงินมาเรียนต่อ

ชาวบ้านตันหยงโป เมืองสตูล พบ "อำพันทะเล หรือขี้ปลาวาฬ" หนุ่มวัย 19 เจ้าของลั่นพร้อมขายเพื่อนำเงินมาเป็นทุนการศึกษา



เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 2 ต.ตันหยงโป อ.เมือง จ.สตูล ซึ่งมีนายชญานนท์ อัครวรธีรนนท์ (ฟลุ๊ค) อายุ 19 บุตรชายเจ้าของบ้านได้นำก้อน "อำพันทะเล" หรือ "อำพันขี้ปลา" หรือ "อำพันทอง" หรือ "ขี้ปลาวาฬ" แล้วแต่จะเรียก น้ำหนักประมาณ 1.5 กิโลกรัม สีขาวนวลให้ผู้สื่อข่าวดูก่อนระบุว่าหลังน้าสาวออกเรือประมงเหมือนทุกวัน

จู่ๆ เมื่อวานนี้ก็เจอก้อนอำพันลอยน้ำอยู่กลางทะเล จึงได้หยิบขึ้นมาดูและดมกลิ่นพบว่ามีกลิ่นคาวไม่เหมือนปะการัง หรือโฟมเพราะมีน้ำหนักกว่าหนึ่งกิโลกรัม จึงนำกลับมาบ้านและมามอบให้ตนซึ่งชื่นชอบดูรายการสารคดีจึงทำการพิสูจน์เชื่อว่าประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์หลังทดลองเป็นอำพันทะเล โดยทำการทดลองด้วยการตัดเศษอำพันทะเลมารนไฟ จะพบว่าละลายเป็นสีน้ำตาลมีกลิ่นคาวจากนั้นจะมีกลิ่นหอม ทุกครั้งที่ลูบบนอำพันทะเลจะมีผิวลื่น กดลงไปจะมีความยืดหยุ่นในตัวเอง



จากที่สอบถามผู้เฒ่าผู้แก่พบว่าเป็นครั้งแรกที่เจอในพื้นที่ ต.ตันหยงโป และเชื่อว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่เคยพบอำพันทะเลในพื้นที่มาก่อน ซึ่งการพบครั้งนี้อาจจะสืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้มีข่าวการตาลของวาฬ บนเกาะบุโหลน ซึ่งเป็นไปได้อาจจะเป็นของวาฬที่เข้ามาเกยหาดตายคลายอำพันทะเลไว้

"หากมีคนสนใจจะซื้อต่อไปทำประโยชน์ก็พร้อมขาย เพราะทราบว่าราคาอำพันทะเลมีราคากิโลกรัมละหลักล้านบาท ก็อยากได้เงินมาเป็นทุนการศึกษาของผมเองซึ่งขณะนี้เพิ่งเรียนจบจาก กศน.โดยหากผู้สนใจสามารถติดต่อได้ที่ 082 429 4574" นายชญานนท์ กล่าว


https://www.naewna.com/likesara/425541
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,437
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


คพ.ฟ้องโรงงานเอทานอล 5.7 ล้านบาท ค่าชีวิตกระเบนราหู 44 ตัว

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) นัดไกล่เกลี่ยคดีโรงงานเอทานอลราชบุรี ทิ้งน้ำกากส่าลงแม่น้ำแม่กลอง ส่งผลกระเบนราหูตาย 44 ตัวและสัตว์น้ำชนิดอื่น โดยเรียกค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อม รวมกว่า 5.78 ล้านบาท โดยศาลนัดไกล่เกลี่ย อีกครั้ง 26 ส.ค.นี้



วันนี้(10 ก.ค.2562) นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากกรณีปลากระเบนราหูในแม่น้ำแม่กลอง ทยอยตายจำนวนมากรวม 44 ตัว และสัตว์น้ำอื่นๆ ตายเป็นจำนวนมากในแม่น้ำแม่กลอง จ.ราชบุรี และจ.สมุทรสงคราม ในระหว่างวันที่ 1-7 ต.ค.2559

โดยเฉพาะในเขต อ.บางคนที และอ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จากการตรวจสอบและวิเคราะห์คุณภาพน้ำของคพ. และจากหลายหน่วยงานมีสาเหตุมาจากการระบายน้ำกากส่าสุดท้าย ผ่านการบำบัดแล้วลงสู่คลองแฉลบ และไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง ของโรงงานเอทานอลราชบุรี (บริษัทราชบุรี เอทานอล จำกัด)

"คพ.และกรมประมง เป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้จ่าย และค่าเสียหายตาม ม.96 และ ม.97 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จากบริษัทราชบุรี เอทานอล จำกัด กับพวกเป็นเงิน 5.78 ล้านบาท "

โดยค่าใช้จ่าย และค่าเสียหาย เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจากการเข้าไปประเมินผลคุณภาพสิ่งแวดล้อมของ คพ.รวม 306,440 บาท และค่าเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ปลากระเบนราหู กุ้ง หอย ของกรมประมง จำนวน 5.47 ล้านบาท โดยยื่นฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดราชบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ สวพ.1/2562

ทั้งนี้ แต่ก่อนที่ศาลจะกำหนดนัดชี้ สืบพยาน ศาลได้นัดไกล่เกลี่ยคดี ระหว่างโจทก์ทั้งสอง และจำเลยเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันดังกล่าวทนาย ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจ ของจำเลยได้รับเอาข้อเสนอของโจทก์ ที่ให้รับผิดตามฟ้องไปเสนอให้คณะกรรมการของบริษัทฯ พิจารณา และศาลนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งในวันที่ 26 ส.ค.นี้ และหากตกลงกันไม่ได้ศาลจะนัดชี้ สืบพยานต่อไป


https://news.thaipbs.or.th/content/281584

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:05


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger