เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,307
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังปานกลาง ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ตลอดช่วง

ส่วนในช่วงวันที่ 5 ? 7 ต.ค.บริเวณความกดอากาศสูงจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5 ? 10 ต.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของประเทศไทย ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก สำหรับชาวเรือในบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง






__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,307
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เดินหน้าต่อจ่อชงบอร์ดอีอีซี เคาะแผนศึกษาสะพานไทย 9 แสนล้าน

"สุพัฒนพงษ์" เผยโครงการศึกษาสะพานไทย 9 แสนล้านบาท เตรียมเสนอชงบอร์ดอีอีซีเพื่อเห็นชอบการศึกษาต่อไปหลัง ศบศ.ไฟเขียว รับหากเกิดขึ้นได้จะเกิดประโยชน์ต่อไทยสูงสุด พร้อมแนะประชาชนโหลดแอป "เป๋าตัง" ไว้ รัฐพร้อมออกมาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง



นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า โครงการสะพานไทย มูลค่าประมาณ 9 แสนล้านบาท ว่าหลังจากที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เห็นชอบหลักการแล้ว นโยบายดังกล่าวจะต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ดอีอีซี ที่มีนายกรัฐมนตรีเห็นชอบเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเนื่องจากเบื้องต้นหากเกิดขึ้นได้จริงก็จะมีส่วนกระตุ้นการลงทุนเพราะจะเป็นเส้นทางที่สามารถเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างเอเชียตะวันออกและอาเซียนมีทางเลือก ไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา

"การเดินทาง การขนส่งสินค้าระหว่างภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และรับขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ ผ่าน สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาประเทศไทย และส่งออกไปฝั่งตะวันตกจากโครงการสะพานไทย (จ.ชลบุรี-เชื่อม จ.เพชรบุรี หรือประจวบคีรีขันธ์) ไปยัง จ.ระนอง ผ่านท่าเรือระนอง ทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างเอเชียตะวันออก และอาเซียน มีทางเลือกไม่ต้องผ่านช่องแคบมะละกา ลดต้นทุนการขนส่ง และเกิดประโยชน์การลงทุนในไทย" นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

ทั้งนี้ แม้ว่าก่อนหน้าจะมีการศึกษาลงทุนโครงการทวาย แต่เนื่องจากเป็นการลงทุนระหว่างประเทศและเป็นโครงการขนาดใหญ่จึงมีความล่าช้า ดังนั้น หากไทยพัฒนา "สะพานไทย" ควบคู่กับการผ่อนคลายข้อกำหนดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้เหมาะสมก็จะทำให้โครงการเกิดได้รวดเร็วกว่า

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลก มีแนวโน้มราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวในระดับ 40 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลไปจนถึงสิ้นปีนี้ อย่างไรก็ตาม พบว่าราคาน้ำมันดีเซลมีสัญญาณอ่อนตัวลงเนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การใช้น้ำมันเครื่องบิน (Jet) ลดต่ำลงส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันต้องปรับตัวหันมาเปลี่ยนการผลิตมาเป็นดีเซลแทนจึงกดดันต่อปริมาณดีเซลในตลาดให้เพิ่มขึ้นดังนั้นจึงต้องติดตามใกล้ชิด

"กระทรวงพลังงานก็ได้ติดตามราคาพลังงานในภาพรวมอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ได้มีการตรึงค่าไฟฟ้า ตรึงราคาแอลพีจี และพยายามจะดูแลในระยะต่อไป" นายสุพัฒนพงษ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากความไม่แน่นอนทางด้านภาวะเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 ที่กระทบไปทั่วโลก และคนไทยได้รับผลกระทบ ดังนั้น รัฐบาลจึงมีแนวคิดที่จะช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยต้องตรวจสอบได้และเข้าถึงประชาชนได้ ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เป็นหลัก ดังนั้นจึงแนะนำให้ทุกคนดาวน์โหลดแอปเป๋าตังไว้ ในขณะที่ร้านค้าใดๆ ที่ยังไม่สามารถรับการจ่ายเงินผ่านแอปนี้ได้ก็ควรจะติดต่อธนาคารพาณิชย์ เพื่อขอใช้บริการการเข้าถึงเน็ตแบงก์เพื่อประโยชน์ในการเข้าร่วมโครงการที่จะมีการช่วยเหลือต่อเนื่อง

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า การเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รอบที่ 23 นั้น ขณะนี้กรมฯ ได้กำหนดขนาดและพื้นที่แปลงที่จะเปิดสำรวจไว้แล้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณาเร็วๆ นี้ เบื้องต้นทางนายสุพัฒนพงษ์เห็นว่าการเปิดสำรวจรอบใหม่ควรจะต้องรอจังหวัดให้สถานการณ์เอื้อมากกว่านี้เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 หากเปิดให้ให้เอกชนมายื่นการเดินทางมาของนักลงทุนคงจะไม่สามารถมาได้ ประกอบกับราคาน้ำมันโลกเองก็ยังมีความไม่เสถียร ดังนั้นอาจจะไม่จูงใจให้เกิดการสำรวจและผลิต รวมทั้งต้องรอจังหวะให้ราคาน้ำมันโลกเกิดความเสถียร อยู่ในระดับจูงใจนักลงทุนให้ขุดสำรวจปิโตรเลียม


https://mgronline.com/business/detail/9630000100888


*********************************************************************************************************************************************************


สวทช.จับมือ ทช. วิจัยพันธุ์ไม้ป่าชายเลน ให้เป็น "ซูเปอร์มาร์เก็ต"



สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดแถลงข่าวลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การวิจัย พัฒนา และวิชาการ เกี่ยวกับป่าชายเลน โดยมี ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และนายโสภณ ทองดี อธิบดี ทช. ร่วมลงนาม ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ ประธานในพิธีลงนาม พร้อมด้วย นายอภิชัย เอกวนากูล รักษาการรองอธิบดี ทช. และ ศ.นพ.ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ รองผู้อำนวยการ สวทช. ร่วมเป็นสักขีพยาน

ศ.ดร.สนิท อักษรแก้ว ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ กล่าวว่า ป่าชายเลน เป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญ อยู่บริเวณรอยต่อระหว่างน้ำจืดกับน้ำเค็มมีพันธุ์พืช มากกว่า 80 ชนิดเจริญอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นพืชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ทำให้ป่าชายเลนกลายเป็น "ซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่สำคัญของประมงชายฝั่ง สร้างอาชีพ และรายได้ให้ชุมชน ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีโครงการที่สำคัญในระดับโลก คือ โครงการ "สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.๙" ซึ่งเป็นสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนแห่งแรกของโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่บ้านเสม็ดงาม จ. จันทบุรี จะเป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์ไม้ป่าชายเลนจากทั่วโลกมาไว้ที่นี่ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และการวิจัยป่าชายเลนในระดับนานาชาติ ความร่วมมือระหว่าง ทช. และ สวทช. จะเป็นการนำเอาจุดเด่นของความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาบูรณาการงานวิจัยป่าชายเลนนำไปสู่การเปิดบทบาทการวิจัยแนวหน้าด้านป่าชายเลนในประเทศไทยให้รองรับการดำเนินงานของสวนพฤษศาสตร์นานาชาติ ร.9 แห่งนี้



นายโสภณ ทองดี อธิบดี ทช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการต่อยอดและยกระดับงานวิจัยด้านป่าชายเลน และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านป่าชายเลนของโลกโดยมีสวนพฤษศาสตร์นานาชาติ ร.9 ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้ โดยการใช้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม สนับสนุนการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนของประเทศไทย ให้เกิดการสร้างความรู้ความเข้าใจในระดับจีโนม พันธุกรรม และความสัมพันธ์กับระบบนิเวศ ตลอดจนวิธีการเก็บรักษาเชื้อพันธุกรรมของพันธุ์ไม้ป่าชายเลนในระยะยาว ให้เกิดการบริหารจัดการและสามารถนำความรู้ไปใช้ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูในถิ่นกำเนิด ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยในระยะแรกมุ่งเป้าศึกษาพันธุ์ไม้ป่าชายเลนที่หายากใกล้สูญพันธุ์ตามบัญชีชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคามขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) ระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี (สิ้นสุดในปี 2565) โดยมีส่วนวิจัยทรัพยากรป่าชายเลน กองอนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลน ซึ่งมีศูนย์วิจัยทรัพยากรป่าชายเลนที่ 1-6 ของ ทช. เป็นหน่วยงานภาคสนาม ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนในฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน 24 จังหวัด ร่วมดำเนินการ



ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สำหรับความสําคัญของงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน สวทช. ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน มุ่งเน้นการสร้างขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีในศูนย์แห่งชาติต่างๆ ทั้งด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ด้านคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ ด้านโลหะและวัสดุศาสตร์ ด้านพลังงาน รวมทั้งด้านนาโนเทคโนโลยี นอกจากนั้น สวทช. ยังมีโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของชาติ ได้แก่ ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติ และธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ ซึ่งมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยการวิจัยแนวหน้าในระดับจีโนมและพันธุกรรม โปรตีนและการแสดงออกของยีน วิธีการเก็บรักษาเชื้อพันธุกรรมและชีววัสดุในระยะยาว

ความร่วมมือของ ทช. และ สวทช. ครั้งนี้ สวทช. ยินดีที่มีโอกาสสร้างความร่วมมือกันศึกษาวิจัยพันธุ์ไม้ป่าชายเลน โดยเฉพาะชนิดที่มีการแพร่กระจายน้อย หายาก ใกล้สูญพันธุ์ โดยผลงานวิจัยมุ่งเป้าให้เกิดฐานข้อมูลจีโนมอ้างอิงของพืชป่าชายเลนเป็นครั้งแรกของประเทศไทย วิธีการอนุรักษ์พันธุกรรมในสภาพปลอดเชื้อระยะยาว ซึ่งจะนำไปสู่การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ป่าชายเลน เกิดการปรับปรุงพันธุ์ในอนาคต สร้างความมั่นคงทางอาหารและทางระบบนิเวศให้กับป่าชายเลนในประเทศไทยคงความอุดมสมบูรณ์ ชุมชนมีรายได้ และเกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน


https://mgronline.com/smes/detail/9630000100864
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 19:53


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger