เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,949
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ และประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง ส่วนในตอนกลางวันท้องฟ้าโปร่งและมีแดดจัด บริเวณพื้นราบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิต่ำสุด 15-24 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล


เมฆบางส่วน กับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 1 ? 2 ธ.ค. 62 พื้นราบบริเวณในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนในช่วงวันที่ 3 - 7 ธ.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงอีก 5-10 องศาเซลเซียส อากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็ง อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อากาศเย็นกับมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ตลอดช่วง อนึ่ง พายุไต้ฝุ่นระดับ 5 ?คัมมูริ? (KAMMURI) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์ลงทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 3-5 ธ.ค. 62 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงในระยะต่อไป โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย


ข้อควรระวัง


ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 1 - 2 ธ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสครศรีธรรมราชลงไประมัดระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมและฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับในช่วง 3 ? 7 ธ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง

***************************************************************************

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบนและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 3-7 ธันวาคม 2562)"
ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 02 ธันวาคม 2562
ในช่วงวันที่ 3-7 ธันวาคม 2562 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวอุณหภูมิจะลดลง 5-10 องศาเซลเซียส บริเวณพื้นราบอุณหภูมิต่ำสุด 12-19 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 2-10 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปทะเลมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในวันนี้ (2 ธันวาคม 2562)

ซึ่งจะทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้เริ่มมีกำลังแรงขึ้น

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.
รูป
ชนิดของไฟล์: png 2019-12-02_DFTH2_0600.PNG (99.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: png 2019-12-02_DFTH1_0600.PNG (118.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest021219.jpg (30.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-12-02_TopChart_01.jpg (127.1 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,949
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews

ผู้เชี่ยวชาญชี้ แม่น้ำโขงสีคราม ส่งสัญญาณเตือนไทยเสียดินแดน

จากปรากฎการณ์แม่น้ำโขงเปลี่ยนสีเป็นสีคราม คล้ายน้ำทะเล ผู้เชี่ยวชาญระบุ เป็นสัญญาณของ ?ปรากฎการณ์น้ำหิว? (hungry water effect) กัดกร่อนตะกอน เสี่ยงทำตลิ่งพัง กระทบเส้นเขตแดน ไทย ? ลาว ชี้เป็นอีกผลกระทบจากเขื่อนจีนที่ปล่อยน้ำใสปราศจากตะกอน ให้เรือสินค้าเดินเรือช่วงหน้าแล้ง

ภายหลังประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดริมแม่น้ำโขงต่างพากันแชร์รูปแม่น้ำโขงเปลี่ยนสีเป็นสีครามน้ำทะเล แปลกตาไปจากภาพคุ้นของแม่น้ำโขงสีขุ่นปูน นณณ์ ผาณิตวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศน้ำจืด ให้ข้อมูลว่า ปรากฎการณ์แม่น้ำโขงเปลี่ยนสี เป็นสีครามดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าน้ำในแม่น้ำโขงขณะนี้เป็นน้ำใสปราศจากตะกอน ส่งสัญญาณอันตรายถึงปรากฎการณ์น้ำหิว หรือการที่น้ำที่ปราศจากตะกอนจะกัดเซาะพาเอาตะกอนออกจากตลิ่งและท้องน้ำเพื่อคืนสมดุลตะกอน ซึ่งจะนำไปสู่การพังทลายของตลิ่งตลอดลำน้ำโขงในที่สุด



ทัศนียภาพแม่น้ำโขงเปลี่ยนสีจากสีขุ่นปูนเป็นสีครามน้ำทะเล ที่บริเวณตลาดอินโดจีน จ.นครพนม //ขอบคุณภาพจาก: Chomnaphus Aki Khamentkit

?ภาพนี้คือแม่น้ำโขงที่ถ่ายจากจ.พครพนม น้ำห่างฝั่งใสปิ๋งเป็นสีฟ้ายังกับน้ำทะเล ส่วนน้ำใกล้ฝั่งจะเห็นว่าขุ่นกว่าอย่างชัดเจน อันนี้เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ?น้ำหิว? คือน้ำที่ถูกกักมาหลังเขื่อนและไหลช้าในฤดูนี้ตะกอนจะตกอยู่ในอ่างเก็บน้ำท้ายเขื่อนหมด? นณณ์ กล่าว

?น้ำที่ปล่อยออกมาจะเป็นน้ำใสที่ไม่มีตะกอน น้ำพวกนี้หิวตะกอน ผ่านตลิ่งผ่านท้องน้ำตรงไหนก็ดึงเอาตลิ่งตรงนั้นออกมา เกิดการกักเซาะตลิ่งและพื้นท้องน้ำมากกว่าปกติ อย่าลืมว่าตลิ่งริมน้ำโขงพังนี่สูญเสียดินแดนนะครับ เกิดขึ้นแล้วทุกอย่างตามทฤษฏี เห็นน้ำขุ่นๆตรงชายตลิ่งแล้วเหมือนเห็นแผ่นดินไทยกำลังเลือดไหล?

อนึ่ง ตามสนธิสัญญาปักปันเขตแดนระหว่างไทยและฝรั่งเศส เขตแดนของไทยในแม่น้ำโขงจะสิ้นสุดที่ตลิ่งฝั่งไทยเท่านั้น มิได้วางอยู่ที่ร่องน้ำลึกในแม่น้ำ ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงของตลิ่งริมฝั่งแม่น้ำโขง ย่อมส่งผลกระทบต่อแนวเขตแดนของไทยเช่นกัน

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน จิรศักดิ์ อินทะยศ ผู้ประสานงานกลุ่มรักษ์เชียงของ ให้ข้อมูลว่า แม่น้ำโขงช่วงเขต อ.เชียงของ จ.เชียงราย เริ่มเปลี่ยนสี โดยมีลักษณะใสขึ้นอย่างผิดสังเกตตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า น้ำที่เปลี่ยนสีไป สอดคล้องกับระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ยกตัวสูงขึ้นเป็นระยะ แม้ในขณะนี้จะเข้าสู่ฤดูแล้งที่ระดับน้ำแม่น้ำโชงควรลดลงแล้วก็ตาม

?จากสภาพการณ์ดังกล่าวชี้ชัดเจนว่าสภาพน้ำแม่น้ำโขงที่ใสผิดปกติ เป็นน้ำที่เพิ่งปล่อยออกมาจากเขื่อนในประเทศจีน เพื่อยกระดับน้ำในแม่น้ำโขง ให้เรือสินค้าจีนสามารถเดินเรือค้าขายในแม่น้ำโขงได้ในช่วงฤดูแล้ง? จิรศักดิ์ กล่าว


ชาวประมงกำลังหาปลาในแม่น้ำโขงสีคราม ที่บริเวณ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม //ขอบคุณภาพจาก: เที่ยวนครพนม

แม้ว่าเขากล่าวว่า ในฤดูกาลนี้แม่น้ำโขงจะเริ่มใสขึ้นแล้ว หลังจากช่วงน้ำหลากที่แม่น้ำจะขุ่นตม หากแต่แม่น้ำโขงเวลานี้กลับใสกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้มีการพัดพาเอาตะกอนริมตลิ่งไปกับน้ำด้วย นอกจากนี้ผลพวงจากการลดระดับของแม่น้ำโขงอย่างเป็นประวัติการณ์ในช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา ทำให้ตลิ่งขาดตะกอนที่ปกติจะถูกพัดพามากับน้ำหลากในช่วงหน้าฝน อีกทั้งความแปรปรวนของระดับน้ำ ยังให้พืชริมตลิ่งเช่นต้นไคร้ ซึ่งทำหน้าที่ยึดเกาะตลิ่งตายเป็นจำนวนมาก

ยิ่งไปกว่านั้น จากรายงานการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของตะกอนแม่น้ำโขงจากการคาดการณ์ผลกระทบของเขื่อนในแม่น้ำโขง โดยคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ยังระบุว่า หากมีการก่อสร้างเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าเต็มรูปแบบตามที่ได้วางแผนไว้ในลุ่มน้ำโขง จะก่อให้เกิดการลดลงของการพัดพาตะกอนในแม่น้ำอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ในเขตประเทศเวียดนาม

โดยผลการศึกษาดังกล่าวคาดการณ์ว่า ภายในปีพ.ศ. 2563 ตะกอนแม่น้ำโขงจะหายไปจากระดับปกติราว 67% และหากสถานการณ์ไม่เปลี่ยนแปลง ตัวเลขการหายไปของตะกอนจะทะยานขึ้นถึง 97% ภายในปีพ.ศ.2583

รายงานเตือนว่า การสูญเสียตะกอนปริมาณมหาศาลจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำ ธรณีสัณฐานริมตลิ่งตลอดทั้งลำน้ำ และความอยู่รอดของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เพราะตะกอนแม่น้ำที่จะคอยเติมผืนดินให้กับแผ่นดินเกิดใหม่ที่ปากแม่น้ำจะถูกกักไว้ในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อน ทำให้ปากแม่น้ำถูกคลื่นทะเล และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นกัดเซาะ จนจมหายภายใต้เกลียวคลื่นในที่สุด
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,949
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า



?ยุทธพล?นำทีมจิตอาสาลุยโครงการ?หน้าบ้านใครหน้าบ้านมัน?เก็บขยะหาดเจ้าสำราญ

?ยุทธพล? ที่ปรึกษา รมว. ทส. นำทีมเปิดตัวโครงการ ?หน้าบ้านใครหน้าบ้านมัน? นำจิตอาสา400คน เก็บขยะหาดเจ้าสำราญ ชี้การสะสมของไมโครพลาสติกในสัตว์ทะเล ส่งผลเสียต่อมนุษย์ผ่านระบบห่วงโซ่อาหาร

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2562นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำจิตอาสากว่า 400คน เก็บขยะและทำความสะอาดบริเวณชายหาดเจ้าสำราญ จ. เพชรบุรี พร้อมเปิดตัวโครงการ Save Marine for My Life หรือโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและสนับสนุนภารกิจของชุมชนชายฝั่ง เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ?หน้าบ้านใครหน้าบ้านมัน? พร้อมย้ำบิ๊กโปรเจค Everyday Say No To Plastic Bags กำหนดดีเดย์วันที่ 1 มกราคม 2563 พร้อมเปิดตัวยิ่งใหญ่ ดึงห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า70แห่ง ช่วยแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อมและขยะพลาสติกในทะเลของประเทศ

นายยุทธพล กล่าวว่า แม้ว่าปัญหาขยะทะเลของประเทศไทย จะมีแนวโน้มการบริหารจัดการไปในทิศทางที่ดี โดยทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญและร่วมมือกันในการจัดการเป็นอย่างดี ภาพรวมของปัญหาเริ่มทุเลาลง แต่อย่างไรก็ตามนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(รมว. ทส.) ยังคงเน้นย้ำอยู่เสมอให้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง เนื่องจากปัญหาขยะทะเลมีมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ดังนั้น การดำเนินการแก้ไขจะทำเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆไม่ได้ จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขยะทะเลกว่า 80% มาจากกิจกรรมนุษย์ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายในการร่วมมือกัน ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มุ่งเน้นความร่วมมือจากประชาชนและชุมชนชายฝั่งในการดูแล รักษาพื้นที่ชายหาดให้สะอาด ปลอดขยะ

?ในวันนี้มีจิตอาสาที่เป็นอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลกว่า 400คน ร่วมเปิดตัวและร่วมเก็บขยะในพื้นที่ชายหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี ซึ่งการเปิดตัววันนี้ ผมได้เน้นย้ำขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาขยะทะเลร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการ Everyday Say No To Plastic Bags ที่รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯได้ผลักดันและเชิญชวนห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศกว่า 75แห่ง ร่วมโครงการ โดยกำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป จะงดแจกถุงพลาสติกให้กับลูกค้าที่เข้าใช้บริการในห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกตกค้างในสิ่งแวดล้อม รวมถึง ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลอีกด้วย? ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าว

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวเสริมว่า โครงการ Save Marine for My Life หรือโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมและสนับสนุนภารกิจของชุมชนชายฝั่ง เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ?หน้าบ้านใครหน้าบ้านมัน? ได้มีการเตรียมการและริเริ่มโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตั้งแต่สมัยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งตนได้รับมาสานต่อ และเปิดตัวเป็นทางการในวันนี้โดยมีกิจกรรมระดมกำลังจิตอาสากว่า 400คน ร่วมเก็บขยะแล้วและยังได้มีการปล่อยซั้งปลาหรือแนวปะการังเทียมในพื้นที่ เพื่อเป็นแหล่งอนุบาลพันธุ์ปลา พร้อมปล่อยเต่าทะเล และพันธุ์ปลาลงสู่ทะเลด้วย

นายโสภณ กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมฯได้พยายามสร้างเครือข่ายชุมชนชายฝั่ง เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายชุมชนชายฝั่งใน 24 จังหวัดชายฝั่งทะเล ทั้งสิ้น 575 กลุ่ม สมาชิกกว่า 13,864 คน นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (Marine Rangers) กว่า 12,638 คน ที่เป็นสมาชิกของ ทช. ในการร่วมเป็นเสมือนกำลังในการดูแลรักษาและเฝ้าระวังทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

?นอกจากพี่น้องประชาชนจะมีส่วนร่วมในการดูแลปกป้องทรัพยากรหน้าบ้านตนเองแล้วขยะพลาสติกในทะเลส่งผลกระทบร้ายแรงและใกล้ตัวเรากว่าที่หลายๆคนคิด การสะสมของไมโครพลาสติกในสัตว์ทะเล สุดท้ายมนุษย์ก็จะได้รับกลับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ผ่านระบบห่วงโซ่อาหาร ปัญหาขยะพลาสติกแม้จะมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่การจัดการแก้ไขปัญหายังไม่สามารถหยุดดำเนินการได้ ความร่วมมือของอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลและของทุกภาคส่วน การปลุกจิตสำนึกของคนสังคมในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกยังคงสำคัญ เปรียบเสมือนกุญแจดอกสุดท้ายในการปลดล็อกปัญหาขยะทะเลที่เรื้อรังมานาน ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะสามารถจัดการปัญหาขยะทะเลได้อย่างยั่งยืนและเป็นที่ยอมรับและเป็นต้นแบบในการจัดการปัญหาขยะทะเลให้กับอีกหลายประเทศทั่วโลกต่อไป? นายโสภณ กล่าว






ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,949
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

วาฬหัวทุย วัยหนุ่มเกยตื้น ผงะสาเหตุตายขยะ 100 กิโล อัดแน่นเต็มท้อง



วาฬหัวทุย วัยหนุ่มเกยตื้น ผงะสาเหตุตายขยะ 100 กิโล อัดแน่นเต็มท้อง

เป็นเหตุการณ์น่าเศร้าอีกครั้ง เมื่อสัตว์อย่างวาฬ ซึ่งมีประชากรน้อยอยู่แล้วต้องมาตายจาก โดยเพจ ReReef ได้เผยแพร่ภาพเศร้า เมื่อวาฬหัวทุยเกยตื้น และพบว่า ในท้องวาฬที่ยังโตไม่เต็มวัย มีขยะเป็นอวน ตาข่าย เชือก ถุงพลาสติก ราว 100 กิโลกรัม

โดยโพสต์ระบุว่า ?เมื่อวานนี้ เครือข่ายสัตว์ทะเลเกยตื้นของสก็อตแลนด์ (Scotland Marine Animals Stranding Scheme) รายงานการพบซากวาฬหัวทุยที่หาด Luskentyre beach พื้นที่ชายหาดธรรมชาติที่สวยงามและห่างไกลบนหมู่เกาะแฮรริส ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ของสก็อตแลนด์

วาฬหัวทุยตัวดังกล่าวเป็นวาฬตัวผู้ยังไม่โตเต็มวัย (sub-adult) หนักราวๆ 20 ตัน ซึ่งตอนเข้ามาเกยตื้นเมื่อเช้าวันพฤหัสบดียังมีชีวิตอยู่แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา เมื่อทีมสัตวแพทย์เดินทางไปถึงวันเสาร์ วาฬเสียชีวิตมาได้ 48 ชั่วโมงแล้ว



ผลการชันสูตรซากแม้จะไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ก็น่าตกใจว่าพบขยะทะเลมากถึง 100 กิโลกรัมในท้องวาฬ โดยพบตั้งแต่ อวนตาข่ายชิ้นใหญ่ เชือกเป็นมัดๆ แก้วพลาสติก ถุงพลาสติก ถุงมือ สายรัดพัสดุ หลอดสารพัดชนิด ทั้งหมดขดเป็นก้อนๆ อยู่ในกระเพาะอาหาร บางส่วนดูเหมือนถูกกินเข้าไปนานแล้ว



ที่น่าสนใจคือวาฬตัวนี้ยังดูสภาพค่อนข้างดี และไม่พบการอุดตันของขยะในลำไส้ แต่ปริมาณขยะนับร้อยกิโลกรัมย่อมส่งผลต่อระบบการย่อยอาหาร และเป็นหลักฐานสำคัญอีกครั้งถึงวิกฤติขยะทะเลทั่วโลกที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์



ขยะที่พบในท้องวาฬมีที่มาจากทั้งบนบกและจากกิจกรรมประมงในทะเล ซึ่งวาฬอาจจะกินมาจากที่ไหนก็ได้ในพื้นที่ระหว่างนอร์เวย์จนถึงหมู่เกาะ Azores ของโปรตุเกส ทางทีมงานขะได้วิเคราะห์ข้อมูลต่อไปว่าทำไมวาฬตัวนี้จึงกินขยะเข้าไปมากมายขนาดนั้น

ชายหาด Luskentyre เป็นพื้นที่ชายหาดธรรมชาติที่มีระบบนิเวศเนินทรายสวยงามและเปราะบาง ทางทีมงานและอาสาสมัครจำนวนมากจึงตัดสินใจช่วยกันขุดหลุมฝังซากวาฬในบริเวณดังกล่าว แทนที่จะใช้รถลากหรือเคลื่อนย้ายเครื่องจักรเข้าไปบริเวณหาดทราย?
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,949
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

โขงเจียมคึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ชมปรากฏการณ์แม่น้ำโขงสีคราม



อุบลราชธานี - นักท่องเที่ยวแห่ชมและสัมผัสแม่น้ำโขงสีคราม ที่อำเภอโขงเจียมกันอย่างคึกคัก ส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของอำเภอ คาดในห้วงฉลองเทศกาลปีใหม่นักท่องเที่ยวจะแห่ดูลำน้ำโขงสีครามเพิ่มมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวจังหวัดอุบลราชธานี รายงานว่า จากกรณีเกิดปรากฏการณ์แม่น้ำโขงเปลี่ยนสีเป็นสีครามในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้มีนักท่องเที่ยวที่ทราบข่าวมาชมความงามของการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขงที่อำเภอโขงเจียมเพิ่มมากขึ้น โดยสีของแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนไป สร้างความงดงามให้แก่วิวทิวทัศน์สวยขึ้นกว่าปกติ เพราะเดิมแม่น้ำโขงจะมีสีขุ่นเหมือนสีปูน

เมื่อเกิดการเปลี่ยนสีของน้ำทำให้มองเห็นเหมือนสีน้ำทะเล แต่มีภูเขา มีป่าไม้ล้อมรอบแม่น้ำ รวมทั้งยังมีเกาะแก่งหาดทรายอยู่ตามริมฝั่ง ทำให้มีความโดดเด่นสวยงาม โดยเฉพาะบริเวณจุดชมวิวหน้าอำเภอโขงเจียมเป็นจุดที่จะมองเห็นการไหลสิ้นสุดของแม่น้ำโขงของประเทศไทยเข้าสู่เขตแดนประเทศลาวเป็นจุดสุดท้ายที่บ้านเวินบึก ต.โขงเจียม



ด้านนักท่องเที่ยวบอกว่า ที่มาเพราะต้องการเห็นด้วยตาของตัวเองว่าแม่น้ำโขงเปลี่ยนสีจริง ไม่ใช่เป็นการแต่งภาพ ซึ่งมาแล้วก็เห็นว่าแม่น้ำโขงเปลี่ยนสีครามฟ้า เป็นภาพที่สวยงามมากรู้สึกประทับใจมาก



นายชัพวิชญ์ กอมณี อายุ 45 ปี ผู้ประกอบการร้านอาหารและบ้านพักในอำเภอโขงเจียม บอกว่าช่วงนี้นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการรับทราบข่าวเกิดปรากฏการณ์ของแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนสีเป็นสีคราม จึงพากันมาท่องเที่ยวชมปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น และชมทัศนียภาพตามริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมทั้งเกาะแก่งหาดทรายที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ



โดยเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวมามากขึ้น เพราะนอกจากได้มาเที่ยวชมความงดงามของสีแม่น้ำโขงที่เปลี่ยนไปยังได้มีโอกาสชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม รวมทั้งจะได้เห็นปรากฏการณ์ตะวันอ้อมโขงด้วย
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:15


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger