เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีหมอกบางในตอนเช้า โดยบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วยและดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกต่อเนื่อง

อนึ่ง สำหรับในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 12 - 13 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นและมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง

ส่วนในช่วงวันที่ 14 - 18 พ.ย. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส และมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร หลังจากนั้น บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า

อนึ่ง พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) "นากรี" บริเวณประเทศเวียดนามตอนกลาง ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ และสลายตัวแล้ว


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 14 - 18 พ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562

ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 14-21 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 7-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (90.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Warning.jpg (59.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (215.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


เจอแล้ว ซากเรือดำน้ำสหรัฐฯ ยุคสงครามโลก 2 สาบสูญ 75 ปี

ทีมสำรวจเอกชนคนพบเรือดำน้ำ ยูเอสเอส เกรย์แบ็ค ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่หายสาบสูญไปพร้อมทหาร 80 นายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อราว 75 ปีก่อนแล้ว หลังจากรู้ความจริงว่าค้นหาผิดจุดมานาน



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยูเอสเอส เกรย์แบ็ค ถูกส่งออกจากอ่าวเพิร์ล (เพิร์ล ฮาร์เบอร์) ไปกับกองเรือลาดตระเวนที่ 10 ในวันที่ 28 ม.ค. 2487 แต่เรือดำน้ำลำนี้กลับหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ จนในช่วงปลายเดือนมีนาคม กองทัพเรือสหรัฐฯ จึงจัดให้เรือดำน้ำลำนี้เป็นเรือสูญหาย

หลังจากสงครามจบลง กองทัพเรือสหรัฐฯ พยายามตามหาร่องรอยเรือดำน้ำที่หายสาบสูญไปในช่วงสงครามซึ่งมีทั้งหมด 52 ลำ โดยจัดทำเอกสารในปี 2492 ระบุตำแหน่งคร่าวๆ ที่เรือดำน้ำแต่ละลำสูญหาย โดยเชื่อว่า ยูเอสเอส เกรย์แบ็ค จมในทะเลเปิด ห่างจากเกาะโอกินาวาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 100 ไมล์ แต่กองทัพเรือไม่รู้เลยว่า พวกเขาใช้ข้อมูลจากบันทึกสงครามภาษาญี่ปุ่นที่แปลมาผิด และระบุละติจูดกับลองติจูดของจุดที่เรือลำนี้ถูกจมผิดไป 1 หลัก

ความผิดพลาดนี้ถูกพบเมื่อปีก่อน หลังจากทีมสำรวจใต้ทะเลเอกชนของสหรัฐฯ ขอให้นักวิจัยชาวญี่ปุ่นชื่อ ยูทากะ อิวาซากิ ตรวจสอบบันทึกสงครามที่ฐานทัพเรือกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นในเมืองซาเซโบะอีกครั้ง และพบบันทึกการสื่อสารที่เกิดขึ้นในวันที่ 27 ก.พ. 2487 ระบุว่า เครื่องบินรบญี่ปุ่นทิ้งระเบิดหนัก 500 ปอนด์ใส่เรือดำน้ำลำหนึ่งจนจม และไม่มีผู้รอดชีวิต

นายอิวาซากิบอกกับสื่อว่า บันทึกนี้ระบุจุดที่เรือจำไว้อย่างชัดเจน ซึ่งห่างจากจุดที่ระบุไว้ในเอกสารของกองทัพเรือสหรัฐฯ กว่า 100 ไมล์ ก่อนที่นายทิม เทย์เลอร์ นักสำรวจใต้ทะเลกับทีม ?ลอสต์ 52? ของเขา ซึ่งค้นหาเรือดำน้ำของกองทัพสหรัฐฯ ที่สาบสูญในช่วงสงครามมานานหลายปี จะค้นพบ ยูเอสเอส เกรย์แบ็ค ในวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่ใต้ทะเลความลึก 1,427 ฟุต นอกชายฝั่งเกาะโอกินาวา

นายเทย์เลอร์แถลงเรื่องการค้นพบครั้งนี้ในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยระบุด้วยว่า การค้นพบของพวกเขาได้รับการยืนยันโดย โรเบิร์ต เอส. เนย์แลนด์ หัวหน้าแผนกโบราณคดีวิทยาใต้น้ำ ของกองบัญชาการฝ่ายมรดกและประวัติศาสตร์ทางเรือ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ แล้ว


http://www.thairath.co.th/news/foreign/1702350

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เตือนภัย! เดินริมหาดบางแสน ระวังตะปู เข็มหมุด ไม้แหลม จากซากกระทง

เตือนภัยนักท่องเที่ยวเดินเล่นริมชายหาดบางแสน อย่าเดินเท้าเปล่าระวังตะปู เข็มหมุด ไม้แหลม จากซากกระทง จากเทศกาลวันลอยกระทง เบื้องต้นทศบาลเมืองแสนสุขและนิสิต ม.บูรพาเร่งทยอยเก็บทำความสะอาดแล้ว



วันนี้ (12 พ.ย.) เพจเฟซบุ๊ก "ชอบจัง บางแสน" ได้เผยแพร่ภาพของชายหาดบางแสน ตำบลแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี

โดยหาดนั้นมีบรรยากาศน้ำใสน่าเที่ยว แต่กลับเสี่ยงอันตรายเพราะมีเศษซากจากกระทงที่นักท่องเที่ยวนำมาลอยเกยตื้นโผล่เกลื่อนหาด ซึ่งกระทงเหล่านี้มีทั้งหมุดตะปู เข็มหมุด และไม้แหลม พร้อมทั้งมีกระทงจากขนมปังที่มีสภาพเละลอยอยู่

ทั้งนี้ ทางเพจจึงอยากเตือนนักท่องเที่ยวที่มาหาดบางแสนหากเดินเท้าเปล่าต้องระมัดระวังอาจจะถูกเศษซากจากกระทงเหล่านี้ทิ่มเท้าได้ โดยทางเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแสนสุขเองก็กำลังเร่งทยอยเก็บทำความสะอาดอยู่

โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า "วันนี้บางแสนน้ำนิ่งมาก ใสมาก แต่ต้องระมัดระวัง หมุดตะปู และเข็มหมุด (ภาพ 3) และไม้แหลม จากกระทงที่ลอยทุกข์โศกมอบแด่นักท่องเที่ยวดวงซวยจ้า ภาพ 3 อันตรายมาก เพราะมีหมุดจากหมุดเย็บผ้า ปนในทราย แอดวงสีแดงไว้ ถ้าไม่เห็นใครเดินเท้าเปล่าคงเหยียบ เด็กๆ จะลงเล่นน้ำ ใส่รองเท้าในช่วงนี้นะจ๊ะ ด้วยความเป็นห่วง มีนิสิต ม.บู เดินเก็บกระทงสมทบด้วย ขอบคุณน้องๆ มากเลยจ้า กระทงขนมปังเละมาก ปลาไม่เห็นกินเลยอ่ะ ตอนนี้ทะเลจะเต็มไปด้วยดอกไม้ ตอนนี้ก็ส่งกำลังใจไปให้เจ้าหน้าที่ เทศบาลเมืองแสนสุข ที่กำลังทยอยเก็บกระทง แต่ตะปูนี่สิ น่าห่วง



สุดท้ายนี้ แอดก็ช่วยเก็บลงถังขยะด้วย (ชอบมีคนบอกเห็นแล้วเก็บไหม ?) เก็บจ้า เก็บบ่อยแต่ไม่เคยได้ถ่ายลง บางทีน้ำใส วิวสวยขยะลอย ก็แอดนี่ล่ะที่ลงไปลากขยะขึ้นมาแล้วถ่ายรูปวิว นาจ๊ะ ส่วนวันนี้ก็หาเข็มหมุดละแวกนั้นได้จำนวนหนึ่ง ลงถังขยะเรียบร้อย แต่ให้เก็บหมดคงไม่ไหว จริงๆ อยากให้คนที่ลอยในทะเลนั่นแหละ มาช่วยกันเก็บ"


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000108596

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


เจอในที่สุด! ซากเรือรบสหรัฐหายไป 75 ปี พร้อม80ชีวิต จมใต้ทะเลโอกินาวา



เจอซากเรือรบสหรัฐ - ซีเอ็นเอ็น รายงานการค้นพบซากเรือรบของกองทัพสหรัฐอเมริกา USS Grayback ? ยูเอสเอส เกรย์แบ็ค ที่สูญหายไปพร้อมกับลูกเรือ 80 คน เมื่อ 75 ปีก่อน ใต้ท้องทะเลในน่านน้ำญี่ปุ่น บริเวณเกาะโอกินาวา

ทิม เทย์เลอร์ นักสำรวจใต้น้ำและคณะในโครงการ ลอสต์ 52 กล่าวว่าพบเรือดำน้ำของกองทัพสหรัฐ ที่หายไปอยู่ใต้ทะเลลึก 435 เมตร ในจังหวัดโอกินาวาของญี่ปุ่น

ปีก่อน ยูกาตะ อิวาซากิ นักวิจัยญี่ปุ่นพบความผิดพลาดจากการที่กองทัพเรือแปลจากภาษาญี่ปุ่นผิด ทำให้มีการบันทึกตำแหน่งที่เรือจมผิดพลาด แต่เมื่อแก้ไขแล้ว บวกกับมีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่มีความแม่นยำมากขึ้น พร้อมส่งหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติลงไปค้นหาและถ่ายภาพ ในที่สุด ก็พบเรือดำน้ำอยู่ห่างจากจุดทีี่เคยคิดว่าเป็นจุดเรือจมประมาณ 160 กิโลเมตร



กองทัพเรือสหรัฐออกแถลงการณ์ยืนยันการค้นพบอย่างเป็นทางการและแสดงความรำลึกถึงวีรชนที่เสียชีวิตจากเหตุเรือดำน้ำจม

เรือดำน้ำยูเอสเอส เกรย์แบ็ค ออกจากฐานทัพเรือเพิร์ล ฮาร์เบอร์ รัฐฮาวายของสหรัฐ มุ่งหน้าไปยังทะเลจีนตะวันออกและเป็นการลาดตระเวนรบครั้งที่ 10 แต่หลังจากออกเดินทางได้ 1 เดือน กองทัพเรือได้รับรายงานว่าเรือดำน้ำยิงตอร์ปิโดถล่มเรือสินค้าญี่ปุ่นไป 2 ลำ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2487 (ค.ศ.1944 ก่อนสงครามโลกยุติในปีถัดมา) ทำให้เหลือตอร์ปิโดเพียง 2 ลูก กองทัพเรือจึงเรียกกลับฐานทัพ

หากเป็นไปตามกำหนดการ เรือดำน้ำจะต้องถึงเกาะมิดเวย์ ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกในวันที่ 7 มี.ค. แต่เวลาผ่านไปกว่า 3 สัปดาห์ ไม่มีวี่แววจากเรือดำน้ำ จนกระทั่ง วันที่ 30 มี.ค. กองทัพเรือสหรัฐได้รับรายงานว่าเรือยูเอสเอส เกรย์แบ็ค สูญหายไปแล้ว



กลอเรีย เฮอร์เนย์ หลานของนายเรย์มอนด์ พาร์ค ผู้เสียชีวิตในเรือดำน้ำเกรย์แบ็ค กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่ทราบข่าวว่าพบซากเรือดังกล่าว ไม่คิดมาก่อนว่าจะมีผู้พบซากเรือ จึงมีความรู้สึกผสมปนเปกัน ทั้งตกใจ ไม่อยากเชื่อ และเศร้าเสียใจ อย่างไรก็ตาม การพบซากเรือจะช่วยเยียวยาความรู้สึกของญาติลูกเรือที่รอคอยมานาน จะได้มาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรื่องราวกัน


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_3051181

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


โลกร้อนทำให้วิกฤตไฟป่าออสเตรเลียรุนแรง

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ชี้ว่าสถานการณ์ไฟป่ารุนแรงในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้ภาวะโลกร้อนเลวร้ายยิ่งขึ้น



เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โฆษกหญิงองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organisation ? WMO) เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวที่องค์การสหประชาชาติในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยทำให้สถานการณ์ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย ทวีความรุนแรง

พร้อมทั้งระบุว่า ไฟป่ารุนแรงเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ชั่วข้ามคืน แต่เป็นเพราะรัฐนิวเซาท์เวลส์มีอากาศแห้งรุนแรงติดต่อกันตลอดในช่วง 34 เดือนที่ผ่านมา ผนวกกับอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นกว่าเดิม 1 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับปี 2453 ส่งผลให้แต่ละพื้นที่มีความร้อนเพิ่มขึ้นและอาจทำให้เกิดไฟป่าได้ง่ายขึ้นในหลายพื้นที่

ล่าสุด ไฟป่าในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐควีนแลนด์ เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 6.2 ล้านไร่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน บ้านเรือนเสียหายมากกว่า 150 หลัง ทางการออสเตรเลียต้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมากกว่า 3,000 คนเร่งดับไฟในพื้นที่


https://news.thaipbs.or.th/content/286023

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


เศษอวน: มัจจุราชแห่งท้องทะเล .................. โดย Nichanan Tanthanawit

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหามลพิษในทะเลที่เกิดจากขยะพลาสติก กำลังส่งผลกระทบที่เลวร้ายกับระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในท้องทะเลอย่างต่อเนื่องขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่ามีขยะพลาสติกปนเปื้อนลงสู่มหาสมุทรทุกปีมากถึง 12 ล้านตัน หรือให้เรานึกภาพว่า ทุก ๆ 1 นาทีจะมีรถขยะมาทิ้งขยะลงทะเล อย่างไรก็ตาม ในบรรดาขยะทะเลหลากหลายชนิดนั้น มีขยะทะเลอยู่ประเภทหนึ่งซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อล่าและเอาชีวิตสัตว์ทะเลโดยเฉพาะ นั่นคือ เศษซากแหอวนที่ไม่ใช้แล้ว (Ghost Gear)


ซากเต่าทะเลที่ติดอยู่ในซากอวนที่ถูกทิ้งโดยอุตสาหกรรมประมง ? Sumer Verma / Greenpeace

จากรายงานล่าสุดของทางกรีนพีซ เรื่อง เศษอวน: มัจจุราชแห่งท้องทะเล (Ghost gear: the abandoned fishing nets haunting our oceans) ระบุว่า ทุก ๆ ปี มีขยะทะเลที่เป็นเศษอวนใช้แล้ว ถูกทิ้งลงมหาสมุทรมากถึง 640,000 ตัน หรือคิดเป็น 10% ของปริมาณขยะทะเลทั้งหมด และในแต่ละปีมีสัตว์ทะเลเสียชีวิตเพราะติดเศษอวนมากกว่า 100,000 ตัว ประเทศไทยเองในปีนี้ก็มีสัตว์ทะเลหลายชนิดที่ต้องจบชีวิตลง เพราะเป็นเหยื่อของเศษอวนเช่นกัน เช่น กรณีการเสียชีวิตของวาฬบรูด้าเพศเมียอายุราว 2 ปีที่เสียชีวิตในทะเลอ่าวไทย

เศษซากอวนเหล่านี้มีที่มาจากไหน และเพราะอะไรจึงถูกปล่อยทิ้งให้กลายเป็น "มัจจุราช" ที่คร่าชีวิตสัตว์ทะเลตัวแล้วตัวเล่า เรามาหาคำตอบไปด้วยกัน


เครื่องมือประมงในโลกยุคใหม่ สะดวก เบา และทนทาน

ในอดีต เครื่องมือประมงส่วนใหญ่จะทำมาจากเส้นใยธรรมชาติ จากหลักฐาน ทางโบราณคดีพบว่า ตาข่ายจับปลาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกทำมาจากเส้นใยของไม้วิลโลว์ โดยพบที่เมืองอันเตรอา (Antrea) ซึ่งแต่เดิมอยู่ประเทศฟินแลนด์ และมีอายุย้อนไปถึง 8,300 ปีก่อนคริสตกาล เช่นเดียวกัน เครื่องมือประมงพื้นบ้านของประเทศไทยส่วนใหญ่ก็ทำมาจากไม้ไผ่นำมาถักเป็นรูปทรงต่างๆ ตามลักษณะการใช้งานและพื้นที่ แต่เมื่ออุตสาหกรรมประมงขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี เครื่องมือประมงก็มีรูปแบบที่เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน เพื่อให้สามารถจับปลาได้ในจำนวนที่มากขึ้น ตามความต้องการของตลาด โดยอวนแบบใหม่ที่ผลิตจากพลาสติก มีคุณสมบัติหลักคือ น้ำหนักเบาทำให้ลอยน้ำได้ดี ทนทาน และค่าดูแลรักษาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องมือประมงแบบเก่า ทำให้เป็นที่นิยมอย่าง แพร่หลายของชาวประมงทั่วโลก

เครื่องมือประมงที่นิยมใช้กันในปัจจุบันมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภท และขนาดของสัตว์น้ำ รวมไปถึงลักษณะของเรือประมงและแหล่งหาปลา นอกจากนี้ ยังไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วว่าระยะทางจะห่างไกลแค่ไหน เพราะเรือประมงสมัยใหม่สามารถเดินทางไปได้ ทุกแห่งหนทั่วโลก และการทำประมงแบบเบ็ดราว (Longliners) และแบบอวนลาก (Trawls) ก็ช่วยให้สามารถจับสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลลึกได้ง่ายขึ้น


ที่มาของ "ขยะ" มรณะในมหาสมุทร

สาเหตุที่ทำให้มีขยะจากเศษอวนและเครื่องมือประมงถูกทิ้งจำนวนมากปนเปื้อนอยู่ใน มหาสมุทร มาจากหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ปัจจัยด้านกระแสน้ำที่รุนแรง พื้นที่เต็มไปด้วยหิน ซากปะการัง ทำให้อวนเกี่ยวขาด หรืออวนไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน รวมไปถึงเรือประมงเอง ตั้งใจทิ้งอวนลงมหาสมุทร

e
ขยะเศษซากอวนที่ถูกคลื่นพัดมาเกยตื้นบริเวณชายหาดในรัฐฮาวาย ? Tim Aubry / Greenpeace

ปัญหาเศษอวนที่ถูกทิ้งในทะเลมีความเชื่อมโยงอย่างยิ่งกับการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing- IUU Fishing) เพราะเรือที่ทำประมงผิดกฎหมายมักจะเลือกทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยหรือใช้อุปกรณ์ประมงแบบทำลายล้าง และใช้วิธีตัดอวนทิ้งเพื่อหลีกเลี่ยงหรือหลบหนีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

เศษอวนจำนวนมากในมหาสมุทรสามารถล่องลอยไปได้ไกลหลายพันกิโลเมตร จากผลการสำรวจล่าสุด บริเวณแพขยะแห่งแปซิฟิก หรือวงวนขยะขนาดใหญ่ (Great Pacific Garbage Patch) บริเวณกลาง มหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ พบว่า มีพลาสติกขนาดใหญ่ ปนเปื้อนอยู่ในทะเลมากถึง 42,000 ตัน โดย 86% เป็นขยะที่มาจากเศษอวนและเครื่องมือ ประมงที่ถูกทิ้ง อย่างไรก็ตาม แม้ว่าแพขยะแห่งแปซิฟิก จะมีขนาดใหญ่มากแต่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องอาศัยแผนที่ดาวเทียมจึงจะมองเห็น เพราะขยะทั้งหมดอยู่ใต้หรือใกล้ผิวน้ำมาก


ขยะซากอวนและทุ่นลอยน้ำที่พบบริเวณแพขยะในมหาสมุทรแปซิฟิก ? Justin Hofman / Greenpeace

นอกจากนี้ เศษอวนยังเป็นอันตรายกับเรือเดินทะเล เพราะมีโอกาสเข้าไปพันกับ ใบพัดหรือเครื่องยนต์เรือ เพิ่มต้นทุนค่าซ่อมแซม สูญเสียเวลา และเสี่ยงต่อความปลอดภัย


เปิดข้อเสนอที่ "ทำได้" และ "เป็นไปได้" เพื่อปกป้องมหาสมุทร

แม้ว่าหลายประเทศจะมีมาตรการและนโยบาย เพื่อแก้ไขปัญหาเศษอวนและอุปกรณ์ประมงที่ถูกทิ้ง หรือสูญหายในทะเล ทั้งในระดับชาติ ภูมิภาค และระดับนานาชาติ แต่ช่องโหว่ที่สำคัญของมาตรการและนโยบายเหล่านี้ คือ มีลักษณะกระจัดกระจาย ไม่มีแนวทางการแก้ไขที่ชัดเจน รวมถึงในหลายกรณี ไม่ได้เป็นข้อบังคับ แต่อาศัยขอความร่วมมือของแต่ละประเทศแทน โดยเฉพาะในพื้นที่ทะเลหลวง (High Sea) ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐใดรัฐหนึ่ง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร


เจ้าหน้าที่กรีนพีซและอาสาสมัครที่ได้เข้าร่วมประชุมประเด็นสนธิสัญญาทะเลหลวง ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ถึงความเป็นไปได้ในการกำหนดเขตคุ้มครองระบบนิเวศทางทะเลในมหาสมุทร ครั้งที่ 3 ? Alex Yallop / Greenpeace

สนธิสัญญาทะเลหลวง (Global Ocean Treaty) เป็นประเด็นที่กรีนพีซ ร่วมกับนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์จากทั่วโลกร่วมกันขับเคลื่อน เพื่อเสนอให้องค์การสหประชาชาติประกาศรับรองการกำหนดเขตปกป้องมหาสมุทรให้ได้อย่างน้อย ร้อยละ 30 จากพื้นที่มหาสมุทรทั้งหมด โดยตั้งเป้าหมายทำให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อหยุดยั้งและปกป้องระบบนิเวศใต้ท้องทะเล และสัตว์ทะเลให้ไม่ต้องสังเวยชีวิตแล้วชีวิตเล่าไป กับเศษซากของความ "มักง่าย" ของมนุษย์

คุณก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องกับรัฐบาลทั่วโลกให้มาสนับสนุนการปกป้องมหาสมุทรและมรดกความหลากหลายทางชีวภาพของโลก และสามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่


https://www.greenpeace.org/thailand/...fishing-gears/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


ย้ำอีกครั้งก่อนไทยกลายเป็นถังขยะโลก ภาคประชาสังคมร้องรัฐแก้กม. แบนนำเข้าขยะพิษ


ภาพการตรวจค้นตู้สินค้าที่พบว่ามีการลักลอบนำเข้า่ขยะพลาสติก ที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี //ขอบคุณภาพจาก: มูลนิธิบูรณะนิเวศ

มลพิษขยะอันตรายยังเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อคุณภาพชีวิตประชาชนและสิ่งแวดล้อมในหลายพื้นที่ของไทย ตัวแทนชุมชนที่ได้รับผลกระทบระบุ ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ให้ออกข้อกำหนดในการห้ามนำเข้าขยะพิษจากต่างประเทศ และทบทวนแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อยกระดับมาตรการกำกับดูแลกิจการโรงงานกำจัดขยะและป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม

เครือข่ายองค์กรสิ่งแวดล้อม นักวิชาการ และตัวแทนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษโรงงานกำจัดขยะอันตรายจาก 9 พื้นที่ในภาคตะวันออกและภาคกลาง จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "การจัดการขยะและของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ผลักดันสู่นโยบายรัฐ" เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่รับผิดชอบอีกครั้ง ให้ยกเลิกการนำเข้าขยะอันตรายทุกชนิดเข้ามากำจัดในประเทศไทย และปรับแก้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้มีการป้องกันสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะของประชาชนที่เข้มงวดรัดกุมขึ้น หลังจากยังพบว่าหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกและภาคกลางยังได้รับผลกระทบจากโรงงานกำจัดขยะพิษ และการลักลอบทิ้งขยะอันตรายในที่สาธารณะ

ตัวแทนภาคประชาชนจาก ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี สุนทร คมคาย เปิดเผยในเวทีการประชุมว่า ชาวบ้าน ต.เขาไม้แก้ว ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นขยะ และการปนเปื้อนสารพิษจากขยะอันตรายในสิ่งแวดล้อม หลังจากเมื่อปีพ.ศ. 2561 มีโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมเข้ามาตั้งกิจการอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม แม้ว่าชาวบ้านเคยร้องเรียนแล้วกับผู้ว่าราชการจังหวัด และทางการได้มีมติให้จัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อแก้ไขปัญหามลพิษจากโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรม หากแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ซ้ำร้ายปัญหากลับยิ่งแย่ลง

"หลังจากโรงงานแห่งนี้เริ่มดำเนินกิจการก็มีการนำเอากากอุตสาหกรรมจำนวนมากจากนอกพื้นที่เข้ามาจัดการที่นี่ มีกองขยะอุตสาหกรรมกว่า 200,000 ตันกองในพื้นที่ ไม่มีการคลุมผ้ายางใดๆทั้งสิ้น ทำให้ฝนชะสารเคมีอันตรายลงน้ำใต้ดิน" สุนทร กล่าว

"กากอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นสารอันตราย ต้องมีการจัดการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างรัดกุม แต่ความเป็นจริงพบว่าการจัดการขยะในพื้นที่ทำได้แย่ พบคันกั้นบ่อขยะขาด น้ำขยะไหลปะปนสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ปนเปื้อนแม่น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่ใช้ในการทำเกษตรกรรม ทำให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนเกษตรอินทรีย์ที่อยู่ข้างเคียง และท้ายน้ำจากโรงงาน"

เขายังเปิดเผยว่า ชาวบ้านในพื้นที่แทบไม่ได้รับทราบมาก่อนเลยว่าจะมีโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมเข้ามาก่อตั้งในพื้นที่ ไม่รับรู้เงื่อนไขในการอนุญาตให้เปิดโรงงาน ดังนั้นเมื่อโรงงานเริ่มดำเนินกิจการ ชาวบ้าน ติดตามไม่ได้ว่าโรงงานทำถูกต้องตามเงื่อนไขหรือไม่

"พื้นที่ต.เขาไม้แก้วถูกกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียวสำหรับเกษตรกรรมในผังเมือง ซึ่งตามจริงแล้วไม่สามารถตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้ แต่โรงงานนี้เกิดขึ้นได้เพราะคำสั่งคสช.ที่ยกเว้นข้อจำกัดของกฎหมายผังเมือง ทำให้โรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมนี้สามารถก่อตั้งได้ ดังนั้นชาวบ้านจึงอยากให้มีการทบทวนการอนุญาตและกำกับดูแลการขยายกิจการกำจัดขยะอันตรายในพื้นที่ผลิตอาหาร และพื้นที่ชุมชน" เขากล่าวทิ้งท้าย

สัมพันธ์ ศรีรัตนกูล ตัวแทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขยะพิษจาก จ.สระแก้ว กล่าวว่า นับตั้งแต่รัฐบาลริเริ่มโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ก็พบว่ามีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกำจัดขยะเข้ามาก่อตั้งในพื้นที่ จ.สระแก้ว เป็นจำนวนมาก โดยจากการสอบถามข้อมูลจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดพบว่า มีการยื่นเรื่องขอตั้งโรงงานกำจัดขยะอันตรายที่สระแก้วแล้วกว่า 40 โรงงาน ซึ่งถ้าหากรัฐอนุญาตให้ก่อตั้งโรงงานทุกคำขอ จะมีโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมมาตั้งใน จ.สระแก้ว ตกเฉลี่ยแล้วตำบลละโรงเลยทีเดียว

ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง อธิบายว่า การหลั่งไหลของขยะพิษจากต่างประเทศเข้ามาในไทย และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของบธุรกิจรีไซเคิลและกำจัดขยะในไทย มีปัจจัยสำคัญมาจากการที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้รับรีไซเคิลและกำจัดขยะอันตรายเจ้าใหญ่ ได้ออกมาตรการยกเลิกการนำเข้าขยะอันตรายและเพิ่มดีกรีความเข้มงวดการประกอบกิจการกำจัดขยะในประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ทำให้ขยะส่งออกจากประเทศพัฒน่าแล้วจำนวนมากจึงทะลักเข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆที่ยังไม่มีการจำกัดการนำเข้าขยะอันตราย และมีกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมอ่อนแอ

จากการสำรวจข้อมูลการนำเข้าขยะพบว่า ในปีพ.ศ. 2561 ประเทศไทยมีอัตราการนำเข้าขยะพลาสติกเพิ่มขึ้นถึง 2,000 ? 7,000% และมีการนำเข้ามีขยะอิเล็กทรอนิกส์มากถึง 38,423 ตันภายในระยะเวลาปีเดียว ข้อมูลยังเผยว่าไทยรับนำเข้าขยะอันตรายจากกว่า 81 ประเทศ โดย ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐ เป็นประเทศที่ส่งออกขยะพลาสติกมาจัดการที่ไทยมากที่สุด 3 อันดับแรก

เพ็ญโฉม กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาครัฐไทยเองก็มีทิศทางนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมการลงทุนในกิจการคัดแยก รีไซเคิล และกำจัดขยะอันตราย มากกว่าที่จะป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เห็นได้จากการออกคำสั่งคสช.4/2559 ยกเลิกการบังคับใช้กม.ผังเมืองสำหรับกิจการรีไซเคิลและกำจัดขยะ หรือกฎหมายใหม่ๆ เช่น พรบ.โรงงาน ที่มีการผ่อนปรนกฎระเบียบให้สามารถอนุญาตก่อตั้งโรงงานรับกำจัดขยะได้ง่ายขึ้น

ข้อผ่อนปรนต่างๆในการอนุญาตและกำกับดูแลกิจการรับกำจัดขยะอันตรายทำให้หลายๆโรงงานมีมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ต่ำมาก ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงประสบความเดือดร้อนเป็นอย่างมากจากปัญหามลพิษที่ปนเปื้อนมาจากโรงงานเหล่านี้

ด้วยเหตุนี้ เพ็ญโฉมจึงเสนอให้รัฐบาลยกเลิกคำสั่งคสช.ฉบับที่ 4/2559 และปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการควบคุมดูแลการประกอบกิจการรีไซเคิลและกำจัดขยะให้เข้มงวดรัดกุมขึ้น

นอกจากนี้ สมนึก จงมีวศิน นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ยังเสนอเพิ่มเติมให้มีการปฏิรูปกระบวนการพิจารณาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการ (EIA) และยกเลิกข้อผ่อนปรนในการอนุญาตก่อตั้งโรงงานรับกำจัดขยะ เพื่อไม่ให้มีการขยายกิจการที่สร้างมลพิษรุนแรงเหล่านี้ไปยังพื้นที่ผลิตอาหารและพื้นที่อยู่อาศัยอย่างไร้การควบคุม โดยเขาเสนอให้ตั้งโรงงานกำจัดขยะอันตรายและกากอุตสาหกรรมเฉพาะภายในนิคมอุตสาหกรรม และต้องมีมาตรการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด


https://greennews.agency/?p=19766

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ไฟเขียว ลด-เลิกใช้ถุงพลาสติก ปี 64 ห้ามใช้ถุงก๊อบแก๊บ

ครม.เห็นชอบลด-เลิกใช้ถุงพลาสติก ตั้งเป้าออกกฎหมาย ห้ามใช้ถุงก๊อบแก๊บในปี 64



วันนี้ 12 พ.ย. 2562 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอใช้กลไกขับเคลื่อนการงดใช้ถุงพลาสติก โดยจะมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชน

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า ทส.ขอให้ครม. รับทราบถึงโครงการรณรงค์และขอให้ทุกหน่วยงานร่วมและช่วยกันประชาสัมพันธ์ว่าภายในวันที่ 1 ม.ค. 2563 จะลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกที่ใช้กันทั่วไปอยู่ในทุกวันนี้แบบครั้งเดียวทิ้ง หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า ถุงก๊อบแก๊บ เพื่อให้หันไปใช้ถุงกระดาษหรือถุงผ้า

จากนั้นในวันที่ 1 ม.ค. 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะขอให้ประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการห้ามใช้ถุงพลาสติก แบบครั้งเดียวทิ้งด้วย


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/113870


*********************************************************************************************************************************************************


สถานการณ์ฝุ่นยังหนัก! กทม.เผย 16 เขตเริ่มมีผลกระทบสุขภาพ

ปลัดกทม. ห่วงใยสุขภาพประชาชน หลังพบสถานการณ์ฝุ่นเกินค่ามาตรฐาน 16 พื้นที่ เริ่มมีผลกระทบสุขภาพ หายใจลำบาก ไอ ระคายเคืองตา



วันที่ 12 พ.ย. 2562 นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยพบว่า เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ตรวจวัดได้ 39-65 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 16 พื้นที่ คือ 1.เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 มีค่า 53 มคก./ลบ.ม. 2.เขตปทุมวัน บริเวณริมถนนจามจุรีสแควร์ เยื้อง MRT สามย่าน มีค่า 58 มคก./ลบ.ม. 3.เขตสาทร สี่แยกหน้าสำนักงานเขตสาทร ซอย ถนนเซนต์หลุยส์ มีค่า 62 มคก./ลบ.ม. 4.เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก มีค่า 60 มคก./ลบ.ม. 5.เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ มีค่า 54 มคก./ลบ.ม.
6.เขตจตุจักร บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีค่า 53 มคก./ลบ.ม. 7.เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน มีค่า 54 มคก./ลบ.ม. 8.เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย มีค่า 52 มคก./ลบ.ม. 9.เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) มีค่า 60 มคก./ลบ.ม. 10.เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย มีค่า 57 มคก./ลบ.ม. 11.เขตบางซื่อ ภายในสำนักงานเขตบางซื่อ มีค่า 57 มคก./ลบ.ม. 12.เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ มีค่า 56 มคก./ลบ.ม. 13.เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน มีค่า 59 มคก./ลบ.ม. 14.เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม. 15.เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด มีค่า 65 มคก./ลบ.ม. 16.เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน มีค่า 51 มคก./ลบ.ม.

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานครเช้าวันนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศปานกลาง-เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศปานกลาง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง อย่างไรก็ดี หากจำเป็นต้องประกอบกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมสใส่หน้ากากอนามัยชนิดที่ป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ได้ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของตนเองด้วย

อนึ่ง สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 10.00-12.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด)

- ตรวจวัดได้ 39-66 มคก./ลบ.ม.
- ค่าเฉลี่ย 53 มคก./ลบ.ม.
- ค่า PM2.5 มีแนวโน้มเพิ่มลดลงแต่ยังคงมีค่าเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 16 เขต คือ เขตวังทองหลาง เขตปทุมวัน เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตจตุจักร เขตตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตบางเขน เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน เขตสาทร เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบึงกุ่ม


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/113853

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:54


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger