เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและมีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณพื้นราบในภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 15-19 องศาเซลเซียส สำหรับในตอนกลางวันบริเวณที่โล่งแจ้งมีแดดจัด และอากาศอุ่น ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง สำหรับภาคใต้ตอนกลางยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 20 ? 22 พ.ย. 62 พื้นราบบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝน และบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 23 - 24 พ.ย. 62 พื้นราบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง และบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และในช่วงวันที่ 25-26 พ.ย. 62 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนในระยะแรกและอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 20-22 พ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และในช่วงวันที่ 23-24 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัณจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg latest211119.jpg (32.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-11-21_TopChart_01.jpg (117.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-11-19_DFTH1_2300.JPG (36.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg eq211119.jpg (141.0 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผุ้จัดการออนไลน์

อาฟเตอร์ช็อกถี่ยิบ แรงสุด 6.4 แผ่นดินไหวในลาวติดชายแดนน่าน โบสถ์เก่า 400 ปี-บ้านเรือน ปชช.เมืองหงสาแตกร้าว



โบสถ์อายุ 400 กว่าปีในเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว แตกร้าว จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว (ภาพจากเฟซบุ๊ก Lao Youth Radio FM 90.0 Mhz)

ศูนย์ข่าวเชียงใหม่ - เกิดเหตุแผ่นดินไหวแรงศูนย์กลางใน สปป.ลาว แถมอาฟเตอร์ช็อกถี่ยิบตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้าวันนี้ แรงสุดวัดได้ 6.4 แมกนิจูด รู้สึกได้ทั่วภาคเหนือตอนบนทั้งเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำปาง แรงสั่นสะเทือนทำให้โบสถ์เก่า 400 ปีและบ้านเรือนประชาชนในเมืองหงสาแตกร้าวเสียหาย



วันนี้ (21 พ.ย.) กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ได้เกิดเหตุแผินดินไหวใน สปป.ลาว และอาฟเตอร์ช็อกถี่ยิบ เริ่มตั้งแต่ 23.49 น.คืนที่ผ่านมา (20 พ.ย.) ความแรง 2.9 ต่อมาเวลา 04.03 น. วันนี้ (21 พ.ย.) เกิดแผ่นดินไหว ความแรง 5.9 เวลา 04.19 น. ความแรง 4.3 เวลา 04.23 น. ความแรง 3.1

เวลา 04.33 น. ความแรงวัดได้ 3.9 เวลา 04.41 น. ความแรงวัดได้ 3.6 เวลา 04.59 น. ความแรงวัดได้ 3.5 เวลา 05.07 น. ความแรงวัดได้ 2.3 เวลา 05.10 น. ความแรงวัดได้ 3.3 เวลา 05.17 น. ความแรงวัดได้ 3.5 เวลา 05.30 น. ความแรงวัดได้ 3.0 เวลา 05.51 น. ความแรงวัดได้ 3.2 เวลา 06.28 น. ความแรงวัดได้ 2.3 และล่าสุดเมื่อ 06.50 น.ที่ผ่านมาวัดความแรงได้ถึง 6.4

ทั้งนี้ ศูนย์กลางแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทั้งคืนที่ผ่านมาทั้งหมดอยู่ใน สปป.ลาว แต่หลายครั้งแรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ในหลายจังหวัดของภาคเหนือ โดยเฉพาะกรณีเกิดแผ่นดินไหวครั้งล่าสุดความแรง 6.4 แมกนิจูด ทุกครั้งมีศูนย์กลางห่างจากบ้านน้ำซาง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ ระหว่าง 10-20 กม.เท่านั้น รู้สึกได้ทั้งในเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน ลำพูน

เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรงใดๆ แต่เจ้าหน้าที่จะออกสำรวจโบราณสถานสำคัญในทุกพื้นที่อีกครั้งในสายวันนี้

ส่วนในเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว ซึ่งเป็นศูนย์กลางแผ่นดินไหวครั้งนี้ มีรายงานว่า โบสถ์เก่าแก่อายุ 400 กว่าปี มีรอยแตกร้าวขาดใหญ่ที่ผนังโบสถ์ จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว และผนังบ้านเรือนประชาชนหลายหลังแตกร้าวเสียหายอีกด้วย




โบสถ์อายุ 400 กว่าปีในเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สปป.ลาว แตกร้าว จากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว (ภาพจากเฟซบุ๊ก Lao Youth Radio FM 90.0 Mhz)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ลาวแผ่นดินไหวขนาด 5.9 สั่นสะเทือนถึงภาคเหนือของไทยหลายจังหวัด



แผ่นดินไหวที่ประเทศลาว เมื่อเวลา 04.03 น. ขนาด 5.9 ไทยรับรู้ได้ถึงแรงสั่นไหวบริเวณ จ. น่าน จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ลำปาง จ.เลย จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี

วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว ประกาศว่า เกิดแผ่นดินไหวที่ ประเทศลาว เมื่อเวลา 04.03 น. จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณ ประเทศลาว ที่ละติจูด 19.42 องศาเหนือ ลองจิจูด 101.33 องศาตะวันออก ขนาด 5.9 ความลึก 5 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ บ้านน้ำช้าง ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ประมาณ 19 กิโลเมตร

ประเทศไทยรับรู้ได้ถึงแรงสั่นไหวบริเวณ จ. น่าน จ.พะเยา จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.ลำปาง จ.เลย จ.ขอนแก่น จ.อุดรธานี
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

จีนคุมได้จริง! กดปุ่มปล่อยน้ำลงโขงก่อนเปิดปฏิบัติการลาดตระเวนจีน-ลาว



เชียงราย - สป.จีนคุมน้ำโขงได้จริง..ล่าสุดกดปุ่มเปิดประตูระบายน้ำเขื่อนจิ่งหง เพิ่มระดับน้ำก่อนเปิดปฏิบัติการลาดตระเวนร่วม สปป.ลาว เหนือสามเหลี่ยมทองคำ



ตลอดสองวันนี้ (20-21 พ.ย.) ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในแม่น้ำโขง (ศปปข.) ของจีนได้จัดกำลังตำรวจตระเวนชายแดนจากยูนนานติดอาวุธนำเรือทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ออกลาดตระเวนในแม่น้ำโขงร่วมกับ สปป.ลาว ที่จัดกำลังจากกองร้อยชายแดน 122 พร้อมเรือที่ได้รับการสนับสนุนจาก สป.จีน 7 ลำ เข้าปฏิบัติการ

โดยกองเรือลาดตระเวนจีน-ลาวได้ออกจากท่าเรือกวนเหล่ยซึ่งเป็นเมืองท่าหน้าด่านของจีนในแม่น้ำโขงห่างจาก อ.เชียงแสน ประมาณ 264 กิโลเมตร ร่องน้ำลงมาผ่านท่าเรือเชียงกก เมืองลอง สปป.ลาว จนถึงสามเหลี่ยมทองคำ ชายแดนไทย-สปป.ลาว-พม่า แต่ก่อนจะถึงเขตแดนไทยด้าน อ.เชียงแสน ได้วกเรือกลับเข้าไปในเขต สปป.ลาว

ระหว่างปฏิบัติการจะมีการซ้อมการกู้ภัยทางน้ำ การช่วยเหลือและดับเพลิงเรือสินค้าที่ประสบอัคคีภัย นอกจากนี้ยังมีฝึกการตรวจค้นเรือตามมาตรการป้องกันและป้องปรามยาเสพติด และการเฝ้าระวังกลุ่มผู้ไม่หวังดีด้วย



ปฏิบัติการลาดตระเวนร่วมในแม่น้ำโขงมีขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการตั้ง ศปปข.4 ชาติลุ่มน้ำโขงตอนบน หลังเกิดคดีปล้นเรือสินค้าจีน 2 ลำเมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2554 จนทำให้คนเรือจีนเสียชีวิต 13 ศพ และเรือลอยลำสู่เขตแดนไทยพร้อมมียาเสพติดบนเรือเป็นจำนวนมาก

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นครั้งที่ 88 แล้ว ปกติจะมีเรือจาก 3 ชาติเข้าร่วม คือ จีน พม่า และ สปป.ลาว ส่วนของประเทศไทยจะจัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมสังเกตการณ์เท่านั้น และจะปฏิบัติการในส่วนของน่านน้ำไทยเอง

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าการลาดตระเวนในน้ำโขงของ สป.จีนและ สปป.ลาวมีขึ้นหลังจาก 18 พ.ย.ที่ผ่านมาศูนย์ควบคุมแม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) เขื่อนจิ่งหง เมืองเชียงรุ้งหรือจิ่งหง เขตปกครองตนเองชนชาติไตสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน ได้ระบายน้ำจากเขื่อนในอัตรา 1,036 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก่อนจะเพิ่มเป็น 1,135 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีในวันนี้ (20 พ.ย.) จากเดิมที่มีการปล่อยน้ำแค่ 800-900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จนทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดลงอย่างต่อเนื่องมาแล้ว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

แตกตื่น! วาฬเพชฌฆาตดำ เกยตื้นหาดพัทยา ทีมสัตวแพทย์เร่งช่วยชีวิต



แตกตื่น! วาฬเพชฌฆาตดำ เกยตื้นหาดพัทยา ทีมสัตวแพทย์เร่งช่วยชีวิต

แตกตื่น! วาฬเพชฌฆาตดำ เกยตื้นหาดพัทยา / เมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี พบว่ามีวาฬเพชฌฆาตดำขนาดใหญ่ เข้ามาเกยตื่นบริเวณชายหาดพัทยา ตรงข้ามปากซอยเลียบชายหาดพัทยา 7 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศแห่เข้ามาชมและบันทึกภาพเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าต้องกันนักท่องเที่ยวให้ขึ้นบนฝั่ง เนื่องจากวาฬเพชฌฆาตดำมีอาการป่วยและได้รับบาดเจ็บ

สอบถามนายจิรายุ วันภูสิตร อายุ 34 ปี ผู้พบวาฬเป็นคนแรก ทราบว่า ระหว่างที่กำลังตกปลาอยู่บริเวณชายฝั่งนั้น ได้มีความรู้สึกคล้ายกับปลาติดเบ็ดลากสายเอ็นและคันเบ็ดลงไปในน้ำอย่างแรง ด้วยความตกใจจึงรีบกระโดดลงน้ำติดตามคันเบ็ดไป แต่ก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าปลายสายเป็นปลาขนาดใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเป็นฉลาม แต่สังเกตอีกครั้งปรากฏว่าเป็นวาฬขนาดใหญ่ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

ต่อมาสัตวแพทย์ศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลกองทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับวาฬเพชฌฆาตดำ ที่มีขนาดความยาวประมาณ 3.40 เมตร มีบาดแผลได้รับบาดเจ็บถลอกตามร่างกายหลายจุด โดยการเคลื่อนย้ายวาฬให้หันหัวออกทางทะเล เพื่อลดปริมาณการรับแสงและเสียง


าฬเพชฌฆาตดำเกยหาดพัทยา

ด้านร้อยตรี หญิง กรกมล กิติกัมรา สัตวแพทย์ประจำศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ได้เปิดเผยถึงอาการของวาฬเพชฌฆาตดำ ว่ามีอาการเครียดชักเกร็งมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็ว เมื่อทำการเคลื่อนย้ายก็มีอาการเต้นของหัวใจที่ดีขึ้น แต่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ตอนนี้ต้องจำกัดเรื่องปัจจัยแสงและเสียงไม่ได้ จะต้องจัดทีมพยุงตัววาฬ โดยกำลังเจ้าหน้าที่พลัดกันทุกครึ่งชั่วโมง แล้วประเมินอาการชั่วโมงต่อชั่วโมง

ซึ่งขณะนี้ทราบเพียงว่ามีบาดแผลทั่วตัว ยังไม่สามารถตรวจละเอียดได้เนื่องจากต้องงดใช้แสง และยังไม่ประเมินให้เคลื่อนย้าย หากวาฬไม่พร้อมอาจมีความเสี่ยงมาก ตอนนี้ทำได้เพียงพักฟื้นให้วาฬอยู่ในสภาวะที่พร้อมจะต้องเคลื่อนย้ายก่อน คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และรอให้กำลังเสริมเข้าสนับสนุนเพื่อเคลื่อนย้ายต่อไป

เวลา 00.30 น วันที่ 21 พ.ย. ทีมเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานเครือข่ายช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ทีมสัตวแพทย์ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ได้ทำการเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินอาการวาฬเพชฌฆาตดำ เพื่อจะทำการเคลื่อนย้ายสู่กระบวนการรักษา ยังศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลของกองทัพเรือ

ทีมชุดปฏิบัติการเคลื่อนย้ายได้วางแผนในการช่วยเหลือเคลื่อนย้ายวาฬเพชฌฆาต ได้แบ่งเจ้าหน้าที่ให้ชุดที่มีความชำนาญในการเคลื่อนย้าย เป็นชุดแรกหามเปลนำตัววาฬขึ้นจากน้ำไปยังยานพาหนะ เป็นรถยนต์หกล้อ ซึ่งในการเคลื่อนย้ายครั้งนี้ต้องพบกับอุปสรรค์หลายอย่าง ทั้งน้ำหนักตัวของวาฬหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ระยะทางที่ต้องหามวาฬแล้วเดินเท้าประมาณ 100 เมตรบนพื้นทรายไปขึ้นรถหกล้อที่มีความสูงประมาณ 1 เมตร อีกทั้งยังปริมาณนักท่องเที่ยวที่จะกรูเข้าหาทีมเคลื่อนย้าย ทีมเคลื่อนย้ายยังได้ว่างกำลังสำรองเตรียมเข้าช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

เมื่อทีมแพทย์ที่เฝ้าดูอาการวาฬภายในน้ำได้ส่งสัญญาณว่าวาฬเพชฌฆาตมีความพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายไปรับการรักษาในสถานที่ที่มีเครื่องมือพร้อม กำลังชุดแรกจึงได้หามเปลขนาดใหญ่ลงสู่น้ำก่อนเคลื่อนที่โดยหามวาฬขึ้นบ่าขึ้นจากน้ำสู่ยานพาหนะอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเคลื่อนย้ายขึ้นรถหกล้อได้อย่างปลอดภัย โดยใช้เบาะยางลองแล้วใช้ผ้าชุดน้ำทะเลห่อหุ้มตัววาฬเพชฌฆาตดำไว้ทั้งตัว ก่อนเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์อนุรักษ์เต่าทะเลของกองทัพเรือสัตหับเพื่อเข้ารับการรักษาอาการป่วยและบาดเจ็บต่อไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก GreenNews

ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ ในวาระวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

หลังจากเยาวชนและประชาชนชาวกรุงเทพมหานครที่มีความตระหนักถึงภัยพิบัติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความจำเป็นเร่งด่วนที่ประชาคมโลกต้องร่วมกันควบคุมสภาวะโลกร้อน ร่วมออกเดินขบวนไปพร้อมๆกับผู้คนที่มีความตระหนักแบบเดียวกันทั่วโลกในกิจกรรม Global Climate Strike ที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม ได้บันทึกปากคำของคนรุ่นใหม่เหล่านี้ว่าพวกเขาคิดอย่างไรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ และทำไมพวกเขาถึงต้องออกมาแสดงพลังในครั้งนี้



นายวิศิษฐ์ โพธิ์ประสิทธิ์ อายุ 20 ปี นักศึกษาระดับชั้นปี 1 มหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย

ผมรู้เรื่องนี้จาก social media ครับ มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บมากที่ราชการเราไม่เห็นเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างบนโลกใบนี้ตอนนี้ นั่นทำให้ผมค้นคว้ามากขึ้นว่าข้าราชการกำลังทำอะไรอยู่ และพบว่าแทนที่เขาจะพัฒนาสิ่งแวดล้อมของเราให้สะอาดขึ้น หันมาใช้พลังงานที่สะอาดขึ้น เขากลับพยายามเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินอีกถึง 3 แห่ง ทั้งๆที่ถ่านหินเป็นพลังงานที่ทำให้สิ่งแวดล้อมของประเทศเราและโลกสกปรกไปอีก ซ้ำยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศทำให้โลกร้อนขึ้น น้ำแข็งละลาย ทำให้มีคนตาย เพราะว่าน้ำท่วม

ที่ผมมาสนใจเรื่องนี้เพราะประเทศไทยเรายังไม่ได้ทำอะไรจริงจังต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผมในฐานะที่เป็นประชาชนคนไทยจึงต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ผมไม่อยากให้มีคนต้องได้รับผลกระทบแบบนี้ต่อไปในอนาคต และถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่างอนาคตเราจะลำบากแน่นอน

สิ่งที่น่าละอายมากที่สุดคือราชการไทยไม่ได้ให้ความใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเลย ถ้าอย่างน้อยเขาใช้เวลาไปที่ไร่นา ไปที่ภาคเหนือ เขาจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นที่อยู่ที่นั่น แล้วถ้าเขาฟังหน่อยว่าทั่วโลก เขากำลังตระหนักเรื่องอะไรอยู่ เขาจะยิ่งเข้าใจเลยว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมในอนาคตไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะว่าทั้งนักวิทยาศาสตร์ได้คำนวนไว้แล้ว และเขาก็บอกว่าส่วนมากโอกาสสูงมากที่ปี 2030 กรุงเทพฯจะจมทะเลจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น



วิชุดา กมลพันธุ์ คุณแม่และคุณครูโฮมสคูลของน้องไททัน

เราเห็นว่ากิจกรรมการเดินขบวนนี้เป็นแนวทางให้ทางรัฐบาลเห็นคุณค่าของสิ่งแวดล้อม เป็นโอกาสให้เราสามารถรณรงค์เพื่อให้มีการออกนโยบายที่มุ่งเน้นรักษาสิ่งแวดล้อม หรือว่าเปลี่ยนแปลงประเทศไทยได้ทั้งประเทศ เพราะลำพังประชาชนหรือคนตัวเล็กๆคงไม่อาจทำให้รัฐบาลหรือผู้ที่มีอำนาจในประเทศนี้เล็งเห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม

วันนี้พาลูกอายุ 6 ขวบมาเดิน จริงๆแล้วน้องเป็นคนอยากมาเดิน เราทำ Home-school น้องไม่ได้ไปโรงเรียนน้องจึงจะเรียนรู้จากชีวิตจริง น้องไททันเดินป่าตั้งแต่ 4 ขวบ ก็เลยเห็นว่าธรรมชาติสำคัญกับตัวเขาแค่ไหน สำคัญกับโลกนี้แค่ไหน น้องเคยไปเห็นอุจจาระช้างที่มีขยะจริงๆในป่า และเขาก็ทราบแล้วว่ามันไม่ใช่อาหาร ทำไมมันออกมากับอุจจาระ มันมีผลอย่างไร ตอนหลังๆเขาได้รับข่าวสัตว์ทะเลต่างๆ ที่เสียชีวิตไปเพราะขยะ เขาก็เริ่มรู้สึกว่าเราใช้ทรัพยากรเยอะเกินไป และทรัพยากรที่เราใช้มันก็ไม่สามารถย่อนสลายได้ ถึงตอนนี้เขาไม่สามารถไปบอกใครให้ใช้ถุงพลาสติกให้น้อยลง ทิ้งขยะให้เป็นที่ หรือว่าเลิกผลิตถุงพลาสติก แต่ว่าการมาในวันนี้เราเป็นแค่เสียงเล็กๆเสียงหนึ่งที่เมื่อรวมกันหลายๆเสียง เราก็สามารถส่งเสียงดังถึงรัฐบาลได้

คนรุ่นเราเราคงอยู่กันอีกไม่กี่ปี แต่เราใช้ทรัพยากรกันมาเยอะมากจนเบียดบังคนที่จะอยู่ต่อไปคือรุ่นลูกหลานที่เขาไม่ได้รับรู้อะไรด้วย เขาไม่ได้มาใช้ทรัพยากรที่ผ่านมากับเรา เขาไม่ได้ทำโลกร้อน แต่เขาต้องมาอยู่กับโลกที่เต็มไปด้วยขยะ สภาพสิ่งแวดล้อมโลกที่เสื่อมโทรมลงทุกวัน เพราะฉะนั้นเขาถึงต้องมาเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในวันนี้ที่เป็นสาเหตุในการกระทำได้กลับมารับผิดชอบ เพื่อปกป้องอนาคตของพวกเขาจากผลบาปที่คนรุ่นเขาไม่ได้ก่อ

?อยากช่วยธรรมชาติครับ ผมเคยเดินป่าและเจอสัตว์หลายตัว คือผมสงสารสัตว์ที่บางทีพวกเราก็ตัดต้นไม้ทิ้งไป บางทีเป็นบ้านของเขา ผมอยากให้ผู้ใหญ่ดูแลโลกเราให้ดี และเมื่อโตขึ้นไปผมก็อยากให้เกิดสิ่งที่เราทำดีที่สุดแล้ว? น้องไททันอายุ 6 ขวบ กล่าวเสริมคุณแม่



กิตติภูมิ กมลพันธ์ อายุ 22 ปี เยาวชน Amnesty international Thailand

ผมมองว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว ผมสนใจประเด็นนี้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และประสบกับปัญหาหมอกควันในช่วงที่ผ่านมากับตนเอง นับเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่กระทบกับตัวผมเองและคนอื่นๆอย่างหนักที่สุด เพราะตอนเรียนหนังสือแล้วเกิดปัญหาหมอกควันที่ภาคเหนือเราเรียนหนังสือไปด้วยและต้องสูดอยู่ภายใต้บรรยากาศหมอกควันไปด้วย ทำให้ไม่สามารถไปไหนได้เลย ถ้าจะซื้อเครื่องฟอกอากาศก็ราคาสูงมากสำหรับชีวิตนักศึกษา มีวิธีเดียวคือใช้หน้ากาก วันหนึ่งที่ตกใจมากๆคือท้องฟ้าเป็นสีเทาและเราก็ตกใจเพราะชีวิตทั้งชีวิตไม่เคยเจอแบบนี้เลย ทุกคนในพื้นที่ก็ต้องทนไปไหนไม่ได้

นอกจากผมจะเคยได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาหมอกควันแล้ว ผมยังสังเกตถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมจากพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ผมเห็นว่าพวกเราทุกคนเป็นมนุษย์ร้านสะดวกซื้อ เราใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งโดยไม่คิด นักศึกษาได้มาปุ๊บ! ก็ทิ้งลงถัง พอเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ผมก็เริ่มพกถุงผ้า เริ่มใช้พลาสติกให้คุ้มค่าโดยเริ่มจากตัวเราและเพื่อนก่อน สิ่งนี้ทำให้เราไปเชื่อมโยงกับเรื่องสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น ข่าวเต่าทะเลที่ตาย หรือสัตว์อื่นๆตายด้วยขยะพลาสติก มันเชื่อมกับตัวเราชัดเจน

ผมอยากให้ทุกคนหันมาสนใจเรื่องการคัดแยกขยะและสภาวะโลกร้อนให้มากขึ้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องไกลตัวพวกเราเลย เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อมมันเกี่ยวข้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เราต้องมีสิทธิที่จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี เข้าถึงน้ำสะอาด อากาศที่ปลอดภัย

ภาวะโลกร้อนมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลต่อวิถีชีวิตผู้คนโดยเฉพาะอาชีพเกษตรกร เช่น ชาวนา ชาวไร่ เมื่อเขาไม่สามารถดำเนินการเกษตรได้ตามปกติ จากแค่ผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ เขาก็จะถูกกระทบสิทธิอื่นๆในชีวิตอีกตามมา เช่น สิทธิทางเศรษฐกิจและ สิทธิทางสังคมด้านอื่นๆ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เยาวชนทั่วโลกพร้อมใจเดินขบวน เรียกร้องผู้นำโลกเร่งรับมือโลกร้อน
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:34


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger