เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยในภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยมีอากาศเย็นลงและมีลมแรง

สำหรับพายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "นากรี" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 12.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.5 องศาตะวันออก กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก ด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 โดยพายุนี้จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆบางส่วนกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9 - 10 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 11 - 12 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยจะมีฝนบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 13 - 15 พ.ย. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส และมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องตลอดช่วง

อนึ่ง พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) ?นากรี? ปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10 - 11 พ.ย. 62 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 9 - 11 พ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย เนื่องจากมีพายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) "นากรี" ปกคลุมอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "นากรี" (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 14 ลงวันที่ 09 พฤศจิกายน 2562

เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้ (9 พ.ย. 2562) พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "นากรี" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.5 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. 2562 ขอให้ผู้ที่เดินทางไปประเทศเวียดนามตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางไว้ด้วย พายุนี้จะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 2562 โดยจะทำให้มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดสระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง กับมีลมแรง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมิอากาศหนาวจัดบางพื้นที่ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (97.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (94.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (106.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (101.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ลุ้นไทย! ประเทศที่ 5 ใช้เรือเก็บขยะแม่น้ำ Interceptor



เรือเก็บขยะแม่น้ำลำแรกของโลก ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแสงอาทิตย์ 100% ชื่อว่า Interceptor โดย The Ocean Cleanup องค์กรเก็บขยะในทะเลใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเพิ่งจะเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ พร้อมเป้าหมายจะจัดการกับขยะในแม่น้ำ 1,000 แห่ง (คิดเป็นประมาณ 1 % ของแม่น้ำทั่วโลก)

และถ้านำไปใช้ในแม่น้ำที่มีความสำคัญแล้ว สามารถลดปริมาณขยะลงทะเลถึง 80% ของขยะทั้งหมด ก่อนสิ้นปี 2568



เรือ Intercepto มีประสิทธิภาพเก็บขยะ 50,000 - 100,000 ชิ้นต่อวัน สามารถทำงานตลอดวันตลอดคืน โดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่เก็บเอาไว้ในแบตเตอรี่

เมื่อวานก่อน Boyan Slat ผู้ก่อตั้งโครงการ The Ocean Cleanup ที่ตอนนี้กลายเป็นโครงการเก็บขยะใหญ่ที่สุดในโลก เดินทางมาประเทศไทยเพื่อพบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วราวุธ ศิลปะอาชา พร้อมมีการหารือถึงความร่วมมือในการเก็บขยะในแม่น้ำของไทย



เพจ TOP Varawut - ท็อป วราวุธ ศิลปะอาชา ได้โพลต์ถึงเรื่องนี้ว่า
ผมมีโอกาสได้ต้อนรับเจ้าของโครงการตัวจริง Boyan Slat ซีอีโอ Ocean Cleanup Foundation ที่คิดค้นทุ่นดักขยะทะเล ในการใช้กำจัดแพขยะในมหาสมุทรครับ

Boyan Slat เริ่มต้นโปรเจคท์ทุ่นดักขยะทะเล ตั้งแต่อายุ 19 ปีครับ ในปี 2012 เขาได้นำไอเดีย ทุ่นดักขยะ โครงสร้างกว้าง 100 กิโลเมตรไปเสนอในงาน TEDxTalk ที่เนเธอร์แลนด์ ในปี 2013 Boyan Slat ตัดสินใจพักการเรียนในมหาวิทยาลัย เพื่อมาก่อตั้งองค์กร The Ocean Cleanup อย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี 2014 เขาและเพื่อนร่วมทีมอีกกว่า 100 คน ได้ทำเครื่องกำจัดขยะรุ่นทดสอบขึ้น จนปัจจุบัน เขาได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องกำจัดขยะที่มีขนาดใหญ่ขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีขนาด 2,000 เมตร จนกลายเป็นโครงสร้างลอยน้ำจากฝีมือมนุษย์ที่ยาวที่สุดในโลก ที่คาดว่าจะสามารถ กำจัดขยะในมหาสมุทรได้ถึง 42% น้ำหนักกว่า 70 ล้านกิโลกรัม โดยวิธีนี้จะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 4.53 ยูโร ต่อขยะ 1 กิโลกรัม หรือเพียง 155 บาทเท่านั้นครับ

ก่อนหน้า เรือลำนี้เริ่มทดลองใช้จริงแล้ว 2 ลำ ในประเทศอินโดนีเซีย และ มาเลเซีย โดยลำที่ 3 จะใช้ที่เวียดนาม ลำที่ 4 ที่ประเทศโดมินิกัน และมีความเป็นไปได้ ที่ประเทศไทยจะนำมาใช้เป็นลำที่ 5 หากว่าบรรลุในข้อตกลง

Boyan กล่าวว่า เรือลำนี้เป็นแค่ระบบสำรองกรณีที่ขยะหลุดลงแม่น้ำเท่านั้น การจัดการบนบกยังสำคัญกว่ามาก และไม่ควรคิดว่า Interceptor เป็นทางออก แต่เป็นระบบที่ช่วยเหลือมากกว่า


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000107538

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


ของใช้จากขยะทะเล

สงขลา 8 พ.ย.-จากขยะทะเลสู่ชิ้นงานแฟชั่น ผลงานออกแบบของนักศึกษาสถาปัตย์ ที่มีทั้งความสวยงาม คุณประโยชน์ และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม



ขยะทะเลจำนวนมากเหล่านี้ นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ได้ออกไปเดินเก็บมาจากบริเวณชายหาดสมิหลา อำเภอเมืองสงขลา โดยใช้เวลาไม่นานนัก ซึ่งพบว่ามีทั้งรองเท้า หลอด เศษแห อวน ขวดแก้ว จากนั้นแต่ละคนได้นำมาออกแบบประดิษฐ์เป็นชิ้นงาน นำเสนออาจารย์ในวิชาความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมการออกแบบ สาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยได้ชิ้นงานที่หลากหลาย อาทิ กระเป๋าถือจากเศษรองเท้าแตะ กระเป๋าจากถุงพลาสติก กระเป๋าจากชิ้นส่วนอวน โคมไฟจากแห กระถางต้นไม้จากหลอดพลาสติก เป็นต้น

โดยอาจารย์มีวัตถุประสงค์ให้นักศึกษามีแนวคิดสร้างสรรค์ออกแบบผลงานให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน เพราะมหาวิทยาลัยตั้งอยู่ริมชายหาดสมิหลา ขยะทะเลจึงเป็นโจทย์หนึ่งที่ให้เด็กได้เรียนรู้ปัญหาสังคม หาทางแก้ พัฒนาและต่อยอดไปสู่ความคิดสร้างสรรค์อื่นๆ โดยการออกแบบหรือแฟชั่นไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับผ้า เสื้อผ้า แต่ยังหมายรวมถึงส่วนประกอบอื่นๆ ที่กว้างมากขึ้นในอนาคต


https://tna.mcot.net/view/3CT2WOD

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


นักวิชาการชี้รัฐไม่ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมหลังปิดเหมืองทอง ย้ำใช้สามัญสำนึกก่อนเปิดเหมืองอีกครั้ง

นักวิชาการด้านสิทธิและสิ่งแวดล้อมชี้ รัฐบาลและผู้ประกอบการเหมืองทองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งปิดเหมืองทอง เพราะไม่มีการฟื้นฟูแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองหลังหยุดดำเนินกิจการ พร้อมย้ำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนให้ถี่ถ้วน ก่อนอนุญาติให้เหมืองทองคำชาตรี จ.พิจิตร เปิดดำเนินการอีกครั้ง

หลังจากที่มีกระแสข่าวว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีแผนที่จะไกล่เกลี่ยคดีความในชั้นอนุญาโตตุลาการกับบริษัทผู้ประกอบการเหมืองแร่ทองคำจากออสเตรเลีย คิงส์เกท คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด โดยการอนุญาตให้บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท คิงส์เกท เปิดดำเนินการเหมืองทองคำชาตรีอีกครั้ง จากกรณีที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่งฉบับที่ 72/2559 ระงับการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำในประเทศไทยตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ.255


ภาพเหมืองแร่ทองคำชาตรีก่อนหน้าการปิดเหมืองทอง / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ กล่าวว่า แผนการอนุญาตให้บริษัท อัครา รีซอร์สเซส กลับมาดำเนินกิจการเหมืองทองคำที่ จ.พิจิตร อีกครั้ง เพื่อเป็นการไกล่เกลี่ยคดีความ ไม่ให้รัฐบาลไทยต้องจ่ายเงินชดเชยการปิดเหมืองทองแก่บริษัท คองส์เกท เป็นจำนวน 30,000 ล้านบาท นับเป็นการตัดสินใจที่สุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้ชาวบ้านรอบเหมืองทอง ต้องกลับมาทนทุกข์ทรมานกับภัยคุกคามต่อสุขภาพจากการสัมผัสสารพิษจากการทำเหมืองทองที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเมื่อผู้ประกอบการเหมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน จากการทำเหมือง ตามที่คำสั่งคสช.ได้ระบุไว้

"คำสั่งคสช.ฉบับที่ 72/2559 นอกจากจะมีคำสั่งให้ผู้ประกอบกิจการเหมืองทองในประเทศไทยระงับการดำเนินกิจการไว้ก่อน เพื่อรอการตรวจสอบวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาจากการทำเหมืองทอง คำสั่งฉบับนี้ยังสั่งให้ผู้ประกอบการเหมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมจากผลกระทบของการทำเหมืองอีกด้วย" ไชยณรงค์ กล่าว

"อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่มีคำสั่งคสช.ฉบับนี้ออกมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปีแล้ว แต่ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากการปนเปื้อนสารพิษจากการทำเหมืองในสิ่งแวดล้อม ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา อีกทั้งยังไม่มีการดำเนินการใดๆจากทั้งบริษัทผู้ประกอบการเหมืองและหน่วยงานที่รับผิดชอบในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมรอบเหมือง ทำให้ประชาชนจำนวนมากยังต้องทนทุกข์กับการสัมผัสการสารพิษเช่น ไซยาไนด์ แมงกานีส และสารหนู ในสิ่งแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้"


ป้ายโรงเรียนร้าง หลังจากหลายชุมชนที่ได้รับผลกระทบต้องย้ายที่อยู่อาศัย เมื่อมีการเปิดกิจการเหมืองทองคำในพื้นที่ //ขอบคุณภาพจาก: Chainarong Setthachua

นอกจากนี้ ไชยณรงค์ กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้ดำเนินการใดๆที่จะบังคับให้ผู้ประกอบการเหมืองต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในข้อกำหนดที่คำสั่งคสช.ฉบับดังกล่างระบุเอาไว้ด้วย

คำสั่งคสช.ฉบับที่ 72/2559 ซึ่งลงประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2559 ระบุว่า คำสั่งคสช.ในการการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคําฉบับนี้ มีที่มาจากการร้องเรียนและคัดค้านการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา เนื่องจากการประกอบกิจการดังกล่าวได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ซึ่งได้พบว่าทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่โครงการทําเหมืองแร่ทองคําหลายแห่ง จึงมีความจําเป็นต้องกําหนดมาตรการในการป้องกันและระงับ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน รวมทั้งกําหนดมาตรการในการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา

โดยข้อที่ 3 ของคำสั่งคสช.ฉบับนี้ กำหนดให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตรและใบอนุญาตต่างๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา ระงับการประกอบกิจการไว้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2560 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีมติเป็นอย่างอื่น แต่ยังต้องทำหน้าที่ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมตามมาตรการที่กำหนดไว้ในรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการ โดยให้กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้กำกับดูแลการฟื้นฟู



นอกจากนี้ ยังมีการระบุไว้ในข้อที่ 7 ของคำสั่งว่า ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ระงับการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำ และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมตามมาตรการ EIA ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ อีกด้วย

ดังนั้น ไชยณรงค์ จึงกล่าวย้ำว่า ก่อนหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมจะอนุญาตให้เหมืองทองคำชาตรีกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้ง รัฐมนตรีสุริยะ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในรัฐบาล ควรมาพบคนที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองว่าพวกเขาต้องทนทุกข์เพียงใด และให้ใช้ใจและสามัญสำนึกของการเป็นมนุษย์ในการพิจารณาว่าควรหรือไม่ที่จะเปิดให้ทำเหมืองทองอีกครั้ง

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน กรกฎาคม พ.ศ.2561 คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและแก้ไขปัญหา ข้อขัดแย้ง ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพจากการทำเหมืองแร่ทองคำ อันเนื่องมาจากคำสั่งปิดเหมืองทอง ได้รายงานผลการศึกษาโครงการ "การสำรวจตรวจสอบโอกาสการรั่วไหลของสารพิษจากบ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 (TSF1)" โดย ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และคณะ พบว่า บ่อกักเก็บกากแร่ที่ 1 มีการรั่วซึมจริง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้สารโลหะหนักที่กักเก็บในบ่อกักเก็บกากแร่ของเหมือง รั่วซึมปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม และกระทบกับสุขภาพของประชาชนรอบเหมือง


https://greennews.agency/?p=19749

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


"ไข่น้ำแข็ง" เกลื่อนชายหาดฟินแลนด์ หลังเจอสภาพอากาศผันผวนผิดปกติ


พบก้อนน้ำแข็งรูปไข่จำนวนมาก บนชายหาดเกาะไฮลัวโท (Hailuoto) ของฟินแลนด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา Image copyrightRISTO MATTILA

ชาวบ้านที่อยู่อาศัยบนเกาะไฮลัวโท (Hailuoto) ของฟินแลนด์ พบก้อนน้ำแข็งรูปไข่จำนวนมากเรียงรายอยู่บนชายหาด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยปรากฏการณ์ประหลาดนี้เกิดขึ้น หลังพื้นที่แถบนั้นเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงฉับพลันและมีลมพัดแรง ซึ่งสภาพอากาศผันผวนเช่นนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

นายริสโต มัตติลา ช่างภาพมือสมัครเล่นซึ่งบันทึกภาพ "ไข่น้ำแข็ง" เหล่านี้ไว้ได้บอกว่า "เช้าวันนั้นผมไปเดินเล่นที่ชายหาดกับภรรยา สภาพอากาศแจ่มใสแต่ก็ออกจะหนาวอยู่ โดยอุณหภูมิ -1 องศาเซลเซียส และมีลมพัดจัดกว่าปกติ"

"ผมอยู่บนเกาะนี้มา 25 ปี แต่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ไข่น้ำแข็งฟองกลม ๆ ละลานตา ปกคลุมชายหาดเป็นแนวยาวราว 30 เมตร ก้อนน้ำแข็งลูกเล็กที่สุดมีขนาดประมาณเท่าไข่ไก่ ส่วนลูกที่ใหญ่ที่สุดนั้นเท่ากับลูกฟุตบอลเห็นจะได้"



นายจอร์จ กู๊ดเฟลโลว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศของบีบีซีอธิบายถึงปรากฏการณ์นี้ว่า ก้อนน้ำแข็งประหลาดสามารถจะก่อตัวขึ้นได้ในสภาพอากาศที่เย็นจัดและมีลมพัดแรง โดยเกิดจากแผ่นน้ำแข็งใหญ่ที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำทะเล ถูกคลื่นลมซัดไปมาจนแตกตัวออกเป็นน้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ

"คลื่นลมยังทำให้ก้อนน้ำแข็งขนาดย่อมถูกบดอัดเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นก้อนกลมขนาดใหญ่ขึ้นและจมลงที่พื้นทะเล คลื่นจะซัดมันเข้าหาฝั่ง โดยถูกผลักให้กลิ้งไปมาจนกลายเป็นรูปไข่และมีผิวเรียบลื่นในที่สุด"

"ไข่น้ำแข็งเหล่านี้จะยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น หากน้ำทะเลเกิดแข็งตัวและเกาะที่ผิวด้านนอกเพิ่ม กระบวนการนี้ยังช่วยให้ผิวของมันเรียบเนียนขึ้นเหมือนเปลือกไข่อีกด้วย" นายกู๊ดเฟลโลว์กล่าว


ลูกบอลขนาดยักษ์ที่เกิดจากหิมะและก้อนน้ำแข็ง ปกคลุมชายหาดเมืองไนดา (Nyda) ของรัสเซีย เมื่อปี 2016 Image copyrightEKATERINA CHERNYKH

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีผู้พบเห็นปรากฏการณ์ประหลาดในลักษณะนี้ โดยเคยมีรายงานข่าวพบก้อนน้ำแข็งและหิมะที่กลมดิกผิดธรรมดาที่ทะเลสาบมิชิแกนของสหรัฐฯ และที่ชายฝั่งเมืองไนดา (Nyda) บนคาบสมุทรยามาลในเขตไซบีเรียของรัสเซีย เมื่อปี 2016 มาแล้ว ซึ่งลูกบอลยักษ์ที่เกิดจากหิมะและก้อนน้ำแข็งรวมตัวกันในครั้งนั้น มีขนาดตั้งแต่เท่าลูกเทนนิสไปจนถึงลูกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 1 เมตร


https://www.bbc.com/thai/international-50343684

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:14


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger