เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

อนึ่ง พายุระดับ 3 (โซนร้อน) ?นากรี? ได้เคลื่อนขึ้นเมืองนาตรัง ประเทศเวียดนามแล้วเมื่อคืนนี้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำอย่างรวดเร็วบริเวณตอนใต้ของประเทศลาว โดยพายุนี้จะมีผลกระทบต่อประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 2562 ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนบางแห่ง

สำหรับในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11 - 12 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนลดลง

ส่วนในช่วงวันที่ 13 - 16 พ.ย. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งเกิดขึ้นในระยะแรก โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส และมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง

อนึ่ง พายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) "นากรี" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10 - 11 พ.ย. 62 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางเกิดขึ้นบางแห่งในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 62


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 13 - 16 พ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ขอให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วยเนื่องจากมีพายุระดับ 4 (โซนร้อนรุนแรง) "นากรี" จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 11 พ.ย. 62



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุระดับ 3 (โซนร้อน) "นากรี" (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 11-13 พฤศจิกายน 2562)" ฉบับที่ 22 ลงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562

พายุระดับ 3 (โซนร้อน) "นากรี" ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งแล้วบริเวณเมืองนาตรัง ประเทศเวียดนามเมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 01.00 น. (11 พ.ย. 2562) และเมื่อเวลา 04.00 น. มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.0 องศาตะวันออก พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำอย่างรวดเร็วบริเวณตอนใต้ของประเทศลาว สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามและลาว ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้จะส่งผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทยในช่วงวันที่ 11-13 พ.ย. 2562 ทำให้มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลางบางพื้นที่บริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 13-15 พ.ย. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีน จะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคกลางและภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส

ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดต่อไป

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (86.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Warning.jpg (64.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (92.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (234.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


น่าสงสาร พบแผลขนาดใหญ่ที่ขอบปากวาฬบรูด้า "แม่ทองดี" คาดโดนเชือกหรือเอ็นขนาดเล็กรัดพัน

ประจวบคีรีขันธ์ - ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก รับแจ้งจากเว็บไซต์ ThaiWhales.org พบบาดแผลฉกรรจ์ที่ขอบปากทั้ง 2 ข้างของวาฬบรูด้าในทะเลอ่าวไทยตอนบน ด้าน ทช.วอนหากพบเห็นช่วยกันถ่ายภาพหรือแจ้งความคืบหน้ามาที่เพจของกรม ทช. เพื่อร่วมกันติดตามให้การช่วยเหลือ



วันนี้ (10 พ.ย.) นายสุรศักดิ์ ทองสุกสี ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก (กรม ทช.) รับแจ้งจากนายชาญกิจ ชำนิวิกัยพงศ์ จากเว็บไซต์ ThaiWhales.org เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ขณะที่นำเรือออกไปในทะเลพบบาดแผลฉกรรจ์ที่ขอบปากทั้ง 2 ข้างของวาฬบรูด้าที่พบในอ่าวไทยตอนบนบริเวณพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี จึงได้มีการบันทึกภาพและแจ้งมาให้ทางเราตรวจสอบ ผลจากภาพถ่าย Photo ID พบเป็นวาฬ "แม่ทองดี" มีแผลลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อ แผลมีขนาดใหญ่ทั้ง 2 ข้างของปาก และตาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งอาจทำให้ตาบอดได้

สันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุของแผลครั้งนี้น่าจะมาจากการพันรัดของเชือกหรือเอ็นขนาดเล็ก ทั้งนี้ ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ขอความร่วมมือให้นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการท่องเที่ยวชมวาฬ และชาวประมง ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบวาฬบรูด้าชื่อแม่ทองดี ให้สังเกตพฤติกรรม และถ่ายภาพติดตามบาดแผล พร้อมวันที่และพิกัดที่พบแม่ทองดี ส่งข้อมูลมาที่เพจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง



โดยหลังจากนี้ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก (กรม ทช.) จะได้จัดส่งทีมเจ้าหน้าที่ลงเรือสำรวจติดตามวาฬแม่ทองดี ต่อไปซึ่งยังไม่แน่ใจว่าขณะนี้ว่ายไปหากินในทะเลอ่าวไทยจุดไหนแล้ว เพราะวาฬจะเคลื่อนย้ายหากินตามจุดที่มีอาหาร และขอให้ทุกคนปฏิบัติตามข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวชมวาฬอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยกันอนุรักษ์วาฬบรูด้าเอาไว้


https://mgronline.com/local/detail/9620000107796

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


ตื่นตา! สัตว์ทะเลหายาก 'กระเบนยักษ์' 5 เมตร โผล่ 'เกาะตาชัย' อวดโฉมนักดำน้ำ



10 พฤศจิกายน 2562 นายสมพร แก้วมณีโชติ ไกด์ดำน้ำ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของทริปทัวร์ดำน้ำ ตนเองได้นำนักท่องเที่ยวแบบดำน้ำลึกลงไปชมความงามใต้ท้องทะเล ที่ระดับความลึก 26 เมตร บริเวณเกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา ขณะไต่ระดับความลึกขึ้นมาที่ 18 เมตร ได้พบเห็นปลากระเบนราหู หรือที่รู้จักกันในชื่อ แมนต้า ขนาดความกว้าง 4-5 เมตร ว่ายวนไปมาก่อนจะหายไป ทำให้ตนเองและกลุ่มนักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจ และมีความสุขเป็นอย่างมาก เนื่องจากแมนต้า เป็นสัตว์ทะเลหายาก ไม่สามารถพบเห็นกันได้บ่อยนัก

ด้าน นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน กล่าวว่า หลังจากกรมอุทยานฯ ได้ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นเหยียบเกาะตาชัย เพื่อพักฟื้นระบบนิเวศ ตั้งแต่ช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา จากปัญหานักท่องเที่ยวที่มีมากเกินอัตรา จนทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหาย โดยปัจจุบันพบว่า แนวปะการังเริ่มกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ประกอบกับประชาชน ได้ร่วมกันลด ละ เลิก การใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก รวมถึงการช่วยกันเก็บขยะทะเล ทำให้อัตราการเสียชีวิตของสัตว์ทะเลหายาก ที่เกิดจากการกินขยะทะเลลดลง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลเริ่มกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ปีนี้พบว่า ตั้งแต่กรมอุทยานฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามทางทะเล ได้มีสัตว์ทะเลหายากไม่ว่าจะเป็น โลมา ฉลามวาฬ กระเบนโรนิน และ แมนต้า แวะเวียนเข้ามาหากินและอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามอย่างต่อเนื่อง


https://www.naewna.com/likesara/452969

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


"กระเบนยักษ์" ว่ายโชว์นักท่องเที่ยวดำน้ำเกาะตาชัยทะเลพังงา



พังงา 10 พ.ย.- ประทับใจเป็นพิเศษ ทริปทัวร์ดำน้ำลึกใต้ทะเลพังงา "กระเบนยักษ์" สัตว์ทะเลหายากว่ายโชว์นักท่องเที่ยวเกาะตาชัย ระดับความลึก 18 เมตร ชี้โอกาสเห็นได้ไม่บ่อย ด้าน หน.อช.หมู่เกาะสิมิลันระบุเป็นผลจากทุกฝ่ายช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ

นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา กล่าวว่า หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นเหยียบเกาะตาชัย เพื่อพักฟื้นระบบนิเวศตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากนักท่องเที่ยวมากเกินอัตราส่งผลกระทบต่อแนวปะการัง ปัจจุบันแนวปะการังเริ่มกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ประกอบกับประชาชนช่วยกันลด ละ เลิก การใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก รวมถึงร่วมกันเก็บขยะทะเล ทำให้อัตราการตายของสัตว์ทะเลหายากที่เกิดจากการกินขยะทะเลลดลง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลกลับมาสมบูรณ์ ซึ่งปีนี้พบว่าตั้งแต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามทางทะเล ได้มีสัตว์ทะเลหายากไม่ว่าจะเป็น โลมา ฉลามวาฬ กระเบนโรนิน และแมนต้า แวะเวียนเข้ามาหากินและอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดพบกระเบนราหูใต้ท้องทะเลเกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวดำน้ำอย่างมาก โดยนายสมพร แก้วมณีโชติ ไกด์ดำน้ำบริษัท ซี เทอร์เทิล ไดฟ์เวอร์ จำกัด เล่าว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปทัวร์ดำน้ำ และช่วงเช้าได้พานักท่องเที่ยวแบบดำน้ำลึกลงไปชมความงามใต้ท้องทะเลระดับความลึก 26 เมตร บริเวณเกาะตาชัย ขณะไต่ระดับความลึกขึ้นมาที่ 18 เมตร ปรากฏว่าพบกระเบนราหู หรือที่รู้จักกันในชื่อ แมนต้า ขนาดความกว้าง 4-5 เมตร ว่ายวนไปมาก่อนจะหายไป ตนและกลุ่มนักท่องเที่ยวดีใจมาก เพราะแมนต้าเป็นสัตว์ทะเลหายาก โอกาสพบเห็นได้น้อยครั้ง.


https://tna.mcot.net/view/e-3PCA3

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


โลมา 3 ตัว โผล่ว่ายใกล้ชายฝั่งบ้านเพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง



โลมา 3 ตัว โผล่ว่ายใกล้ชายฝั่งบ้านเพ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ชาวบ้านเผยเคยเห็นมาครั้งหนึ่งนานแล้วขณะนั่งเรือไปเกาะเสม็ด แต่คราวนี้มาใกล้ แสดงถึงความสมบูรณ์ของทะเล

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และชาวบ้านช่วยกันเฝ้าสังเกตการณ์หลังพบเห็นโลมา 3 ตัว ว่ายเข้ามาบริเวณท่าเรือศรีบ้านเพ ตำบลเพ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง สร้างความดีใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และนำโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายบันทึกภาพไว้ด้วย

ชาวบ้านชุมชนชายฝั่งบ้านเพ กล่าวว่า เคยเห็นโลมาครั้งหนึ่งขณะนั่งเรือไปเกาะเสม็ด แต่เวลาผ่านมานานแล้ว กระทั่งมาครั้งนี้พบโลมาใกล้ชายฝั่ง แสดงถึงระบบนิเวศสมบูรณ์ ทั้งนี้เบื้องต้นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-เกาะเสม็ด และเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า อาจเป็นโลมาปากขวด หรือ โลมาหัวขวด เป็นสกุลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลมีลำตัวสีน้ำเงินเข้ม อมเทา สีจางหรือบางครั้งอมชมพูด้านท้อง จะงอยปากค่อนข้างสั้นใหญ่ครีบหลังขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นรูปโค้งอยู่กึ่งกลางหลัง รูปร่างค่อนข้างอ้วน ไม่มีลายหรือจุดประแต่ประการใด ขนาดเมื่อโตเต็มที่ยาวประมาณ 2-3 เมตร มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง

ทั้งนี้ โลมาทั้ง 3 ตัว ที่พบดังกล่าว คาดว่าอาจหลงฝูงเข้ามาใกล้ฝั่ง จึงได้ต้อนให้ลงทะเลลึกแล้ว


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...91110213440769

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ลอยกระทงอย่างรับผิดชอบ "ธรณ์" แนะใช้น้ำแข็ง-ดอกไม้

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม อธิบายผลกระทบของกระทงแต่ละรูปแบบ ที่อาจส่งผลต่อระบบนิเวศรวมถึงสัตว์น้ำ พร้อมแนะใช้กระทงน้ำแข็ง-ดอกไม้ หรือครอบครัวละ 1 กระทง



วันนี้ (10 พ.ย.2562) ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหากคนไทยลอยกระทงอย่างไม่เข้าใจ และไม่รับผิดชอบต่อพระแม่คงคา โดยใช้มาเรียมเป็นผู้รับกรรม


กระทงครอบหัว

กระทงบางชนิดแม้ใช้วัสดุจากธรรมชาติ แต่ถ้ามีจำนวนมากและไม่ได้เก็บให้หมด อาจตกค้างหลุดลอดลงทะเล และอยู่ในทะเล 2-3 สัปดาห์ เพราะฉะนั้น ลดจำนวนกระทง เช่น 1 ครอบครัวต่อ 1 กระทง พยายามเก็บและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี


เหรียญในปาก

เป็นตัวแทนของวัสดุแปลกปลอมย่อยสลายไม่ได้ เช่น โฟม เหรียญ เศษพลาสติก ฯลฯ เมื่อลงไปตกค้างอยู่ในธรรมชาติ มีโอกาสที่สัตว์ทะเลจะกินเข้าไปสูงควรหลีกเลี่ยงการลอยกระทงทุกแบบที่มีวัสดุไม่ย่อยสลายในธรรมชาติอยู่ในนั้น เช่น กระทงโฟม และไม่ควรใส่วัสดุไม่ย่อยสลายลงไปในกระทง เลือกกระทงที่เหมาะสม เช่น กระทงน้ำแข็ง/ดอกไม้ ไม่ต้องห่วงเรื่องความเย็นทำอันตรายสัตว์น้ำ เพราะปริมาตรน้ำในแม่น้ำลำคลองเยอะกว่ามาก


กาบ/หยวกกล้วยติดเข็มหมุด
กระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ บางครั้งอาจมีวัสดุเพื่อใช้กลัด/ติด ฯลฯ ซึ่งวัสดุเหล่านี้นอกจากเป็นอันตรายต่อน้องๆ สัตว์ทะเล ยังอาจเป็นอันตรายต่อน้องๆ ลูกหลานเรา ผู้จะไปเล่นน้ำริมหาด เศษวัสดุที่แหลม อาจปักตามร่างกาย ตามจมูกน้องมาเรียมผู้ไถหน้ากินหญ้าตามพื้นทะเล และติดอยู่ตรงนั้น (ดูจมูกมาเรียมสิครับ) ก่อนซื้อกระทง สังเกตให้ดี ระวังวัสดุพวกนี้


ริบบิ้นคล้องหาง

แม้กระทงบางอย่างจะเป็นวัสดุที่ย่อยสลายได้ เช่น กาบกล้วย แต่วัสดุตกแต่งที่ย่อยสลายไม่ได้ เช่น ริบบิ้น แผ่นพลาสติกประดับ ฯลฯ คือขยะทะเล ส่งผลต่อระบบนิเวศและสัตว์หายาก ลอยกระทงอย่างเคารพต่อพระแม่คงคา สังเกตให้ดี หลีกเลี่ยงกระทงแฝงขยะทะเล


ลอยอย่างไรไม่ให้ทำร้ายแม่น้ำ/ทะเล

ผศ.ธรณ์ ยังระบุอีกว่า ไปร่วมงานลอยกระทง กระจายรายได้สู่ชาวบ้าน พกถุงผ้า ถือแก้วใช้แล้วล้าง ร่วมลอยด้วยใจ ออนไลน์ หรือใช้กระทงน้ำแข็ง จัดกิจกรรมเก็บขยะ/หรือเก็บเองแม้อยู่คนเดียวในวันนั้น ฯลฯ นั่นคือความเคารพนบนอบที่แท้จริงต่อแม่น้ำและทะเลไทย


https://news.thaipbs.or.th/content/285946


*********************************************************************************************************************************************************


ทช.?ช่วยเหลือโลมาหลงฝูง? ในอ่าวเพ? จ.ระยอง

ทช.?ช่วยเหลือโลมาปากขวดหลงฝูง? หลังพบว่ายอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป? อ่าวเพ? จ.ระยอง



วันนี้ (10 พ.ย.2562) นายโสภณ? ทองดี? อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง? กล่าวว่า? ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ว่า พบโลมาปากขวด จำนวน 3 ตัวที่ บริเวณอ่าวเพ ท่าเทียบเรือศรีบ้านเพ ม.2 ต.เพ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง จึงสั่งการให้นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (สทช.1)? นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่?สำรวจพบว่าเป็นโลมาปากขวด? จำนวน 3 ตัว? ขนาดลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร หนึ่งตัว และอีก? 2? ตัวจะตัวเล็กกว่า ลำตัวยาวประมาณ 80? ซม. ว่ายวนไปมาใกล้กับท่าเรือ สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะโลมาทั้ง? 3? ตัวไม่ท่าทีตื่นคน ยังว่ายผ่านไปมาอวดสายตาผู้ที่คอยดูอยู่บนท่าเรือ ที่คอยถ่ายรูปกันจำนวนมาก? จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเรือยางต้อนฝูงโลมาปากขวดออกไปยังกลางทะเลด้านหมู่เกาะเสม็ด-เขาแหลมหญ้า? เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่ฝูงโลมาได้ ซึ่งคาดว่าฝูงโลมานี้ น่าจะผลัดหลงจากฝูง หรือไล่ตามฝูงลูกปลา

อธิบดี? ทช.?กล่าวต่อว่า สำหรับโลมาที่พบทั้ง? 3? ตัว เป็น โลมาปากขวด หรือ โลมาหัวขวด เป็นสกุลของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลมีลำตัวสีน้ำเงินเข้ม อมเทา สีจางหรือบางครั้งอมชมพูด้านท้อง จะงอยปากค่อนข้างสั้นใหญ่ครีบหลังขนาดค่อนข้างใหญ่ เป็นรูปโค้งอยู่กึ่งกลางหลัง รูปร่างค่อนข้างอ้วน ไม่มีลายหรือจุดประแต่ประการใด ขนาดเมื่อโตเต็มที่ยาวประมาณ 2-3 เมตร มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ในบางฝูงอาจพบได้ถึงจำนวนมากหลายร้อยตัว โลมาปากขวด เป็นโลมาที่ฉลาด มีความแสนรู้ ขี้เล่น เป็นมิตรกับมนุษย์ อีกทั้งในพื้นที่ จ.ระยอง มีแหล่งอาหารสมบรูณ์และน้ำทะเลที่ใสสะอาดจึงทำให้มีแหล่งอาหาร ฝูงปลาน้อยใหญ่ที่ทำให้โลมาเข้ามาหากิน และมักจะพบเห็นได้ทั่วไปในทะเลอ่าวไทย?



อธิบดี? ทช.?กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอฝากให้ประชาชนทุกคน? ช่วยกันสอดส่องเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่อีกแรงหนึ่ง? ในการดูแลทรัพยากรสัตว์ทะเลหายากที่เป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศไทย? โดยการทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง ลดการใช้ขยะที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม? ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้ดำเนินงานตาม Roadmap ของรัฐบาลในด้านการจัดการพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาหลักที่ทั่วโลกที่ให้ความสำคัญในขณะนี้? เพื่อลดปริมาณขยะบนบกไหลลงสู่ทะเล? ซึ่งขยะเหล่านี้ส่งผลกระทบที่ร้ายแรงอย่างยิ่งต่อสัตว์ทะเลหายากและระบบนิเวศทางทะเล? อีกทั้งใช้เครื่องมือทำการประมงที่ถูกกฎหมาย? หากพบเจอสัตว์ทะเลหายากว่ายน้ำอยู่บริเวณนั้น? ให้หลีกเลี่ยงออกห่างทันที? เพื่อลดผลกระทบที่จะก่อให้เกิดความเสียหาย?ต่อชีวิตของสัตว์ทะเลหายาก? และให้พวกเขาเหล่านั้นได้อยู่คู่กับท้องทะเลไทยต่อไป


https://news.thaipbs.or.th/content/285941
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ 05:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,135
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


สัตว์ทะเลหายาก กระเบนยักษ์ 5 เมตร โผล่เกาะตาชัย อวดโฉมนักดำน้ำ



นายสมพร แก้วมณีโชติ ไกด์ดำน้ำ บริษัท ซี เทอร์เทิล ไดฟ์เวอร์ จำกัด เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของทริปทัวร์ดำน้ำ ตนเองได้นำนักท่องเที่ยวแบบดำน้ำลึกลงไปชมความงามใต้ท้องทะเล ที่ระดับความลึก 26 เมตร บริเวณเกาะตาชัย อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา

ขณะไต่ระดับความลึกขึ้นมาที่ 18 เมตร ได้พบเห็นปลากระเบนราหู หรือที่รู้จักกันในชื่อ แมนต้า ขนาดความกว้าง 4-5 เมตร ว่ายวนไปมาก่อนจะหายไป ทำให้ตนเองและกลุ่มนักท่องเที่ยวรู้สึกประทับใจ และมีความสุขเป็นอย่างมาก เนื่องจากแมนต้า เป็นสัตว์ทะเลหายาก ไม่สามารถพบเห็นกันได้บ่อยนัก



ด้าน นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน กล่าวว่า หลังจากกรมอุทยานฯ ได้ห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นเหยียบเกาะตาชัย เพื่อพักฟื้นระบบนิเวศ ตั้งแต่ช่วงปี 2559 ที่ผ่านมา จากปัญหานักท่องเที่ยวที่มีมากเกินอัตรา จนทำให้แนวปะการังได้รับความเสียหาย

โดยปัจจุบันพบว่า แนวปะการังเริ่มกลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง ประกอบกับประชาชน ได้ร่วมกันลด ละ เลิก การใช้วัสดุที่ทำจากพลาสติก รวมถึงการช่วยกันเก็บขยะทะเล ทำให้อัตราการเสียชีวิตของสัตว์ทะเลหายาก ที่เกิดจากการกินขยะทะเลลดลง สิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลเริ่มกลับมาสมบูรณ์อีกครัง

ซึ่งปีนี้พบว่า ตั้งแต่กรมอุทยานฯ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามทางทะเล ได้มีสัตว์ทะเลหายากไม่ว่าจะเป็น โลมา ฉลามวาฬ กระเบนโรนิน และ แมนต้า แวะเวียนเข้ามาหากินและอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงามอย่างต่อเนื่อง


https://www.nationtv.tv/main/content/378750271/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:18


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger